<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิชา การเงินธุรกิจค้าปลีก 5ธป2 by นางสาวรัตนาภรณ์ จันทนา</title>
      <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r</link>
      <description>Made with good vibes</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-18 02:23:10 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-01-07 00:02:55 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ใบงานที่ 1 18/11/64</title>
         <author>rattanaporn8</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898441734</link>
         <description><![CDATA[<div>ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลจาก สื่อการเรียนรู้ การบริหารร้านค้าปลีก และให้นักเรียนอธิบายให้หัวข้อดังต่อไปนี้<br>1. ทำเลที่ตั้ง<br>2. การเลือกสินค้า<br>3. ราคาและกำไร<br>4. ผังร้านและจัดเรียง<br>5. การแต่งร้าน<br>6. ส่งเสริมการขาย<br>7. สต๊อกสินค้า<br>8. ความแตกต่าง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 02:23:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898441734</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การบริหารร้านค้าปลีก 8 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898620223</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ราคาแตกต่าง สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายตามท้องตลาด มักจะมีราคาใกล้เคียงกัน บางประเภทมีราคาขายเท่ากัน หรือมีการดัมพ์ราคาต่ำกว่าคู่แข่งเพื่อดึงดูดลูกค้า อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายดีกว่าคู่แข่งเสมอไป เนื่องจากยังมีลูกค้าที่ไม่ได้นำเอาเหตุผลด้านราคามาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ หากไม่ได้มีการสร้างความแตกต่างด้านอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น ด้านคุณภาพ การบริการ หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ที่ดี ฯลฯ ก็ไม่ได้ทำให้สินค้าขายดี<br><br>2.บริการแตกต่าง ธุรกิจบางประเภทมีต้นทุนน้อยกว่า แต่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้มากกว่า เนื่องจากมีบริการที่พึงพอใจกว่า เช่น บริการรวดเร็ว บุคลากรด้านบริการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีสถานที่บริการที่สะอาด หรือแม้แต่การได้รับการดูแลเอาใจใส่ด้านอื่นๆ ทีดี ฯลฯ สิ่งเหล่านี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีกว่า บริการที่แตกต่างคือโอกาสที่ยอดเยี่ยม</div><div>การออกแบบร้านค้าด้วยการกำหนดพื้นที่ของชั้นวาง จะช่วยกำหนดทิศทางการเดินของลูกค้าให้เป็นไปตามความต้องการของคุณได้ วิธีการนี้คือ การวางแผนผังชั้นวางสินค้าให้เหมาะสมกับประเภทร้านค้าของคุณ ผสมผสานเข้ากับสินค้าหรือสิ่งที่คุณนำเสนอบนชั้นวางซึ่งแต่ละร้านมีการออกแบบที่ต่างกัน<br><br>การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร, การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 03:59:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898620223</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ทำเลที่ตั้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898625701</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong>ทำเลที่ตั้ง”</strong> เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้</h1>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/e525021714c3d4922370462403b7ecd6/A5BA28C6_BEDB_40EB_8BEF_B72EFE28F521.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:03:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898625701</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898634944</link>
         <description><![CDATA[<div>1. <strong>ทำเลที่ตั้ง</strong><br>&nbsp; การจัดหาหรือสรรหาสถานที่ สำหรับประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึง กำไร ค่าใช้จ่าย พนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าความสะดวก ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จำนวนผู้คนตลอดทั้งวันที่ผ่านไปผ่านมา<br><br>2. <strong>การเลือกสินค้า</strong><br>&nbsp; ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม<br>สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และดึงดูดความสนใจลูกค้า เจ้าของร้านควรพิจารณา บริการเสริมต่างๆมาให้บริการในร้าน<br>3. <strong>ราคาและกำไร</strong><br>&nbsp; การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ<br>4. <strong>ผังร้านและจัดเรียง</strong><br>&nbsp; เป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม. ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม. ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้<br>5. <strong>การตกแต่งร้าน</strong><br>&nbsp; ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน การตกแต่งหน้าร้านด้วยวัสดุท้องถิ่น การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา และการมีป้ายชื่อร้านเพื่อให้เป็นที่จดจำแสง=แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น <br>เสียง=ใช้เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า หรือเปิดดนตรีคลอเบาๆ <br>สะอาด=จัดร้านสวย สะอาด ทั้งสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่ <br>สะดวก=สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและต่อเนื่อง <br>สบาย=ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง สบายใจเมื่อซื้อสินค้าเรา<br>6. <strong>ส่งเสริมการขาย</strong><br>&nbsp; ขนาดต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก ทำให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาทราบสินค้าราคา พิเศษและกิจกรรมที่ร้าน จัดขึ้น เป็นจุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน<br>7. <strong>สต๊อกสินค้า</strong><br>&nbsp; สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง<br>8. <strong>ความแตกต่าง</strong><br>&nbsp; เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา ยุติธรรม การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบาย ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม หรือใช้วัสดุท้องถิ่น มาตกแต่งร้าน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437092490/46fe7b3f02cffe6a68bfb2c25805bd7c/image.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:09:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898634944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเลือกสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898638315</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การเลือกสินค้า”</strong> ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br><br></div><div><strong>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)</strong></div><div>สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค</div><div><br><strong>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)</strong></div><div>สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย กำไร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน ว่ามาที่ร้านแล้วได้สินค้าครบทุกครั้งทุกโอกาส ได้แก่ สินค้าใหม่ที่ออกโฆษณา, สินค้าเฉพาะที่หาซื้อยาก หรือสินค้าตามเทศกาล ซึ่งเจ้าของร้านควรพิจารณานำ สินค้ามาจำหน่ายในปริมาณที่เหมาะสม ที่สำคัญต้องมีการติดประชาสัมพันธ์เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านเรามีสินค้า กลุ่มใหม่ๆจำหน่าย<br><br></div><div><strong>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)</strong></div><div>สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และดึงดูดความสนใจลูกค้า เจ้าของร้านควรพิจารณา บริการเสริมต่างๆมาให้บริการในร้าน เช่น ตู้กดน้ำ, เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ, บริการเติมเงิน เป็นต้น บริการดังกล่าวควรสอดคล้องกับความต้องการ ของลูกค้าแต่ละพื้นที่ และคำนึงถึงพื้นที่และความพร้อมของร้าน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/ae58f2bd7ff3f028aaa71fdc9e154729/72DF5A6C_6D8D_4B6B_BAD4_1E1EA3899FA5.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:11:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898638315</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ราคาและกำไร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898645249</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong>ราคาและกำไร”</strong> มีความต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด(Margin Mixed) โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้&nbsp;</h1><div><br></div><div><strong>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน     </strong>กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง<br><br></div><div><strong>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย </strong>กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น<br><br><strong>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน</strong>&nbsp; &nbsp; กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น</div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/06e609f4622c6e0eff5fc33c1c8a65ca/850C0E35_9258_4F7B_B4AB_D3C22905B621.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:16:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898645249</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898649538</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1.ทำเลที่ตั้ง </strong><br>&nbsp;เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้<br>&nbsp;1)สภาพเเวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br>&nbsp;2)วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>&nbsp;3)เเนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>&nbsp;4)ความรุนเเรงในการเเข่งขัน<br><br><strong>2.การเลือกสินค้า</strong><br>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไร<br> 1)สินค้าจำเป็น<br> 2)สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ เเละสินค้าตามเทศกาล<br> 3)บริการเฉพาะของร้าน<br><br><strong>3.ราคาเเละกำไร</strong><br>ธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไร<br> 1)การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br> 2) การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br> 3)การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br><br><strong>4.ผังร้านเเละจัดเรียง</strong><br>วางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด <br><strong>#</strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>- ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br>- ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>- เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br><strong>#</strong>การจัดเรียงสินค้า<br>การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์<br><br><strong>5.การเเต่งร้าน</strong><br>ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดี<br> 1)การตกแต่งภายนอกร้าน<br> การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา <br> 2)การตกแต่งภายในร้าน<br>แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า จัดร้านให้สะอาด สวยงามเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก<br> 3)การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br>ทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์<br><br><strong>6.ส่งเสริมการขาย</strong><br>กลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้า<br> 1)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายนอกร้าน” ต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก <br> 2)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายในร้าน” จุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน<br><br><strong>7.สต็อกสินค้า</strong><br>ตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><strong>#</strong>เทคนิคการบริหารสต็อก<br> - ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน<br> - ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป<br> - สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ<br><br><strong>8.ความเเตกต่าง</strong><br>จากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ&nbsp;<br>&nbsp; 1)แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ” สินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา<br> 2)แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br>ตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม&nbsp;<br> 3)แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน” การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:19:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898649538</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แผนผังร้านค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898652755</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>แผนผังร้านค้า” </strong>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><br></div><div><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</strong></div><ul><li>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น</li><li>เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า</li><li>เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น</li><li>ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า</li></ul><div>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า&nbsp;</div><ol><li>ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.</li><li>ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.</li><li>ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน</li><li>แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว</li><li>ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้</li></ol><div><br><strong>การจัดเรียงสินค้า”</strong> การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า<br><br></div><div><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</strong></div><ul><li>เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย</li><li>ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน</li><li>ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด</li><li>ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย</li></ul><div>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า&nbsp;</div><ol><li>แบ่งสินค้าให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน โดยจัดเรียงลงมาในแนวดิ่ง</li><li>จัดเรียงสินค้าสัมพันธ์และต่อเนื่องกัน</li><li>สินค้าขายดีวางระดับสายตา และสินค้าราคาแพงควรวางใกล้แคชเชียร์</li><li>สินค้าชิ้นเล็ก น้ำหนักเบาควรจัดเรียงด้านบน สินค้าน้ำหนักมากขนาดใหญ่ควรจัดเรียงด้านล่าง</li><li>ไม่ควรเรียงสินค้าประเภทของใช้และสารเคมีปนกับสินค้าประเภทอาหาร</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/2c2f6f21236ec15282668f6dfed13a92/837CB108_0CB8_4C1B_8F03_7F389A7C101E.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:21:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898652755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การตกแต่งร้าน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898657993</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การแต่งร้านค้า</strong>” รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br><br></div><div><strong>1. การตกแต่งภายนอกร้าน&nbsp; </strong>ได้แก่ การตกแต่งหน้าร้านด้วยวัสดุท้องถิ่น การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา และการมีป้ายชื่อร้านเพื่อให้เป็นที่จดจำ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>2. การตกแต่งภายในร้านแสง </strong>&gt; แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น</div><div>&nbsp;<br>เสียง &gt; ใช้เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า หรือเปิดดนตรีคลอเบาๆ&nbsp;<br>สะอาด &gt; จัดร้านสวย สะอาด ทั้งสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่&nbsp;<br>สะดวก &gt; สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและต่อเนื่อง&nbsp;<br>สบาย &gt; ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง สบายใจเมื่อซื้อสินค้าเรา<br><br></div><div><strong>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br></strong>ช่วยทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ ว่าร้านค้ามีสินค้าและบริการหลากหลาย ครบตามความต้องการตลอดทั้งปี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/a9e38c95fd3f5f53f4e75ea4b8df8ee8/2CA37ACA_AB61_455F_9468_E58C5D785360.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:25:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898657993</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.ทำเลที่ตั้ง</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898663754</link>
         <description><![CDATA[<div>1.วิเคราะห์สภาพแวดล้อมโดยรอบ<br>ลงพื้นที่สำรวจว่าบริเวณที่จะลงทุนทำกิจการนั้นมีธุรกิจอะไรบ้างบริเวณใกล้เคียง พื้นที่สำหรับจอดรถในการอำนวยความสดวกให้ลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อสินค้า ประชาการบริเวณใกล้ที่ทำการเปิดกิจการเป็นอย่างไร<br><br>2.วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>การที่จะดำเนินกิจการควรสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบริเวณใกล้เคียง<br>ระบุลักษณะหรือคุณสมบัติของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะได้ทำกลยุทธ์การตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น เพศ อายุ รายได้ การศึกษา ที่อยู่ ที่ทำงาน<br>ลูกค้าส่วนมากเลือกที่จะซื้อสินค้าประเภทใด และ มีกำลังซื้อ(รายได้)เท่าใด<br>ควรเลือกเน้นการสต๊อกสินค้าตามปัจจัยนั้นๆ&nbsp;<br><br>3.แนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>แนวคิดที่มุ่งวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นตัวกําหนด อัตราผลตอบแทน...ต่อไปก็จะดูแนวโน้มความน่าลงทุนในแง่ของ สภาวะแวดล้อมต่างๆ เส้นทางเดินรถ ความสดวกในการเดินทาง การจราจรจต่างๆ<br><br>4.ความรุนแรงในการแข่งขัน<br>ราคาสินค้าของร้านคู่แข่งอาจจะมีการกดราคาสินค้าเพื่อเน้นการเรียกลูกค้า ประเภทสินค้าที่ร้านคู่แข่งนำมาจัดจำหน่ายจึงต้องเช็คข่าวสารว่าผู้บริโภคกำลังต้องการสินค้าประเภทใด และ ประเภทไหนที่ผู้บริโภคไม่ต้องการแล้ว</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:29:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898663754</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การส่งเสริมการขาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898664076</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>"ส่งเสริมการขาย” </strong>เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด และจำเป็นต้องทำสื่อโฆษณาควบคู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลดังกล่าว<br><br></div><div><strong>การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายนอกร้าน”</strong></div><div>ขนาดต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก ทำให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาทราบสินค้าราคา พิเศษและกิจกรรมที่ร้าน จัดขึ้น<br><br></div><div><strong>การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายในร้าน”</strong></div><div>เป็นจุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน เช่น ติดหน้า สินค้าที่จัดรายการ, ติดหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/709b17bdf3c8ac3a0656541317a44fc2/17C62483_7D38_46DC_812B_F136743A321C.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:29:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898664076</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สต๊อกสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898667952</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>“สต็อกสินค้า” เ</strong>ป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><br></div><div><strong>“สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด”</strong></div><div>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ</div><div><strong><br>เทคนิคการบริหารสต๊อก</strong></div><ol><li>ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป</li><li>สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ</li><li>ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน</li><li>หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง</li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/20c0ff8f87436a5519f3d834bfb48dcf/0FA859FE_94B9_4CEC_9B30_19438E3C6739.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:32:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898667952</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความแตกต่าง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898674071</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>“ความแตกต่าง” </strong>นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิมที่ซื้อมากขึ้น และจากลูกค้าใหม่ที่มาซื้อสินค้าที่ร้าน<br><br></div><div><strong>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง</strong> ควรพิจารณาจากความต้องการ ของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละทำเล<br><br></div><div><strong>1. แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ”<br></strong>เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา ยุติธรรม<br><br></div><div><strong>2. แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br></strong>การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม ส่วนการตกแต่งภายนอกร้านเน้นสีสันสดใสแปลกตา หรือใช้วัสดุท้องถิ่น มาตกแต่งร้าน<br><br></div><div><strong>3. แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน”<br></strong>ได้แก่ การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร, การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1444333771/d29842e335f279b60eae4fc8c7fd54a4/F7F99E68_CED9_407D_BB1C_92CFF0F4D78B.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:37:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898674071</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2.การเลือกสินค้า</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898688511</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในท้องถิ่นมีความจำเป็นในการวางแผนทางการตลาดจากการวิเคราะห์ ข้อมูลของกลุ่มผู้บริโภคหรือลูกค้าเป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อการเข้าถึงความต้องการและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อการนำไปสู่การตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:48:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898688511</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.ทำเลที่ตั้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898688750</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้<br>-สภาพแวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br>-วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>-แนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>-ความรุนแรงในการแข่งขัน<br><strong>2.การเลือกสินค้า<br>&nbsp; </strong>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)<br>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)<br>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)<br><strong>3.ราคาและกำไร<br>&nbsp; &nbsp;</strong>มีความต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด(Margin Mixed) โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้<br>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br><strong>4.ผังร้านและจัดเรียง<br>&nbsp; </strong>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>-</strong>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>-เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br>-เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น<br><strong>การจัดเรียงสินค้า<br></strong>&nbsp;การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า<br><strong>ประโยชน์ของการจัดเรียงสินค้าที่ดี</strong><br>-เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย<br>-ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน<br>-ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด<br>-ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย<br><strong>5.การแต่งร้าน<br>&nbsp; </strong>รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br>1. การตกแต่งภายนอกร้าน<br>2. การตกแต่งภายในร้าน<br>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br><strong>6.ส่งเสริมการขาย<br></strong>&nbsp; &nbsp;เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด และจำเป็นต้องทำสื่อโฆษณาควบคู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลดังกล่าว<br>-การทำสื่อส่งเสริมการขาย ภายนอกร้าน<br>-การทำสื่อส่งเสริมการขาย ภายในร้าน<br><strong>7.สต็อกกสินค้า<br></strong>เป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><strong>สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด</strong><br>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ<br><strong>เทคนิคการบริหารสต็อก</strong><br>-ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป<br>-สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ<br>-ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน<br>-หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง<br><strong>8.ความแตกต่าง<br>&nbsp; &nbsp;</strong>นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิมที่ซื้อมากขึ้น และจากลูกค้าใหม่ที่มาซื้อสินค้าที่ร้าน<br><strong>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง<br></strong>1. แตกต่างด้วย สินค้าและบริการ<br>2. แตกต่างด้วยการ ตกแต่ง<br>3. แตกต่างด้วย ความสัมพันธ์กับชุมชน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:49:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898688750</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3.ราคา และ กำไร</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898695691</link>
         <description><![CDATA[<div>การตั้งราคาจากต้นทุนของสินค้า&nbsp; กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง<br>คือการตั้งราคาโดยการบวกเพิ่มจากต้นทุนไปเลยว่าอยากได้กำไรเท่าไหร่ เช่น สินค้าชนิดหนึ่งมีต้นทุนรวมแล้วชิ้นละ 120 บาท ต้องการกำไร 20% จากต้นทุน จะต้องตั้งราคาดังนี้<br>กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น เสนอราคาสินค้าในระดับ standard ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:54:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898695691</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898696759</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div><strong>1.ทำเลที่ตั้ง</strong><br> เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้<br> 1)สภาพเเวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br> 2)วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br> 3)เเนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br> 4)ความรุนเเรงในการเเข่งขัน<br><br><strong>2.การเลือกสินค้า</strong><br>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไร<br>1)สินค้าจำเป็น<br>2)สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ เเละสินค้าตามเทศกาล<br>3)บริการเฉพาะของร้าน<br><br><strong>3.ราคาเเละกำไร</strong><br>ธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไร<br>1)การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br>2) การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br>3)การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br><br><strong>4.ผังร้านเเละจัดเรียง</strong><br>วางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด<br><strong>#</strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>- ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br>- ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>- เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br><strong>#</strong>การจัดเรียงสินค้า<br>การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์<br><br><strong>5.การเเต่งร้าน</strong><br>ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดี<br>1)การตกแต่งภายนอกร้าน<br>การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา<br>2)การตกแต่งภายในร้าน<br>แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า จัดร้านให้สะอาด สวยงามเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก<br>3)การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br>ทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์<br><br><strong>6.ส่งเสริมการขาย</strong><br>กลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้า<br>1)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายนอกร้าน” ต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก<br>2)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายในร้าน” จุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน<br><br><strong>7.สต็อกสินค้า</strong><br>ตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><strong>เทคนิคการบริหารสต๊อก<br></strong>1.ไม่เก็บสต๊อกมากเกินไป<br>2.สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอ<br>3.ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน<br>4.หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบเพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง<strong><br></strong><br><strong>8.ความเเตกต่าง</strong><br>จากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจแล้วมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิมที่ซื้อมากขึ้นและจากลูกค้าใหม่ที่มาซื้อสินค้าที่ร้าน<br><strong>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง</strong><br>ควรพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละทำเล<br>&nbsp; 1)แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ” สินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา<br>2)แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br>ตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม&nbsp;<br>3)แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน” การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1441387796/8a8db8a576471d839d8c58dc8e2ee653/png_clipart_maison_devanture_de_magasin_vente_au_detail_infographie_rose_violet_structure_magenta.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:55:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898696759</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4.ผังร้านและการจัดเรียง</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898714830</link>
         <description><![CDATA[<div>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><br>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</div><div>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br>เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น<br>ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br><br>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า</div><div>1. ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.<br>2. ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.<br>3. ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน<br>4. แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว<br>5. ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 05:11:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898714830</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5.การแต่งร้าน</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898717753</link>
         <description><![CDATA[<div>ใช้หลัก 5ส ให้เป็นประโยชน์ในการตกแต่งร้าน<br>1. แสง : แสงสว่างที่พอเพียง ทำให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น</div><div>2. เสียง : เสียงในการเชิญชวนพูดคุยกับลูกค้า การกล่าวทักทายช่วยสร้างความประทับใจ</div><div>3. สะอาด : จัดร้านสวย สะอาด ทั้งตัวสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่</div><div>4. สะดวก : สามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกต่อเนื่อง</div><div>5. สบาย : ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง รู้สึกสบายใจเมื่อซื้อสินค้าจากร้านของเรา<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 05:13:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898717753</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6.ส่งเสริมการขาย</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898720587</link>
         <description><![CDATA[<div>ใช่หลัก 4P ในการส่งเสริมการขาย<br>Product ผลิตภัณฑ์ &nbsp;<br>การเริ่มทำธุรกิจแน่นอนว่าผู้ประกอบการจะต้องมีผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญ โดยสินค้าที่ผลิตออกมาต้องมีคุณภาพ สามารถใช้งานตามมารฐาน พร้อมกับต้องวิเคราะห์ว่ากลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นคนกลุ่มไหน ชื่นชอบและสนใจผลิตภัณฑ์แบบใด&nbsp; พร้อมกับพยายามสื่อสารจุดขาย ข้อดี และประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ที่กลุ่มผู้บริโภคจะได้รับหรือผลิตภัณฑ์นี้จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคได้ ออกไปให้ตรงจุดที่สุดนั่นเอง<br>Price ราคา<br>เหมาะสมกับต้นทุนการผลิต หากตั้งราคาสินค้าถูกเกินไป ถึงจะสามารถสร้างยอดขายได้ดี แต่กลับไม่สามารถสร้างผลกำไรที่ดีได้ราคาเหมาะสมกับลูกค้า เป็นการกำหนดราคาสินค้าหรือบริการในเรทที่ลูกค้าจะเต็มใจจ่าย ซึ่งต้องวิเคราะห์ข้อมูลอีกด้วยว่ากลุ่มผู้บริโภคหลักเป็นคนกลุ่มชื่นชอบของถูกหรือกลุ่มกระเป๋าหนัก เพราะการตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่งในตลาดมาเกินไป อาจะทำให้ลูกค้าไม่ชื่อในคุณภาพสินค้าของแบรนด์ และเทใจไปซื้อแบรนด์อื่นได้เช่นกัน<br>Place ช่องทางจัดจำหน่าย</div><div>ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จะวางขายที่ไหน วางขายผ่านหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าเขามาเลือกและสัมผัสสินค้าจริงได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฝากขายผ่านหน้าร้านตัวแทนเพื่อกระจายช่องทางขายสินค้าให้กว้างขึ้น<br>Promotion การส่งเสริมการขาย</div><div>Promotion ไม่ใช่การลดราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาดที่ช่วยส่งเสริมการขาย เช่น การทำใบปลิว ทำโฆษณาสินค้า การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 05:16:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898720587</guid>
      </item>
      <item>
         <title>7.สต๊อกสินค้า</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898732374</link>
         <description><![CDATA[<div>1. นับสต็อกสินค้าเสมอ</div><div>การนับสต็อกสินค้าให้ทราบจำนวนสินค้าคงคลังอยู่เสมอก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำ เพื่อให้ทราบจำนวนสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้า ไม่ว่าสินค้าในคลังจะมากหรือน้อย เราก็วางแผนจัดการสินค้าได้แม่นยำขึ้น หากไม่ได้นับสต็อกสินค้าเป็นประจำก็จะทำให้พลาดโอกาสขาย หรือทำให้สต็อกคงเหลือเป็นจำนวนมากแบบไม่รู้ตัวก็เป็นได้ค่ะ<br>2. จัดการสต็อกสินค้าอย่างเป็นระบบ</div><div>หากมีสินค้าหลายชิ้น แต่ละสินค้าก็ยังมี SKU อีกจำนวนมาก การจัดการสต็อกอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เราเห็นสินค้าทั้งหมดในคลัง เมื่อเรารู้จำนวนสินค้าคงคลังทั้งหมด มีภาพรวมสต็อกแบบ SKU ระบุปริมาณของสินค้าไว้ให้ ก็จะทำให้เราสั่งสินค้า ระบายสินค้าในสต็อกได้เหมาะสมกับสินค้ามากขึ้น<br>3. ระบบแจ้งเตือนสต็อกใกล้หมด</div><div>คลังสินค้าที่มีสินค้าหลาย SKU ดังนั้นการทราบจำนวนของสินค้าที่เหลืออยู่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สะดวกต่อการดูภาพรวมคลังสินค้า การตั้งค่าให้ระบบสต็อกแจ้งเตือนเมื่อสินค้าชิ้นนั้นใกล้หมดนั้นจึงสำคัญต่อการจัดการสต็อกสินค้า ช่วยให้การสั่งสินค้าเข้าสต็อกได้เหมาะสม มีปริมาณเพียงพอต่อการขายอยู่เสมอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 05:27:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898732374</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898733064</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br></div><div>1. ทำเลที่ตั้ง</div><div>การเลือกทำเลที่ตั้ง ร้านค้าปลีก เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินธุรกิจค้าปลีกประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกต้องใช้ทั้งความรู้ การวิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกสถานที่ให้เหมาะกับการดำเนินธุรกิจการค้าปลีกแต่ละประเภท โดยคำนึงถึงความหนาแน่นของประชากรในชุมชนนั้นๆ อำนาจการซื้อ การแข่งขันของกิจการประเภทเดียวกัน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมสูงสุดและเสียค่าใช้จ่ายต่ำสุด</div><div><br></div><div><br></div><div>2. การเลือกสินค้า</div><div>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด</div><div>1.)สินค้าจำเป็น</div><div>2. ) สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)</div><div>3. ) บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>3. ราคาและกำไร</div><div>&nbsp;&nbsp;</div><div>1.) กำหนดราคาตามบริการที่ให้อย่างเต็มที่&nbsp; ราคาสินค้าจะแพงกว่าปกติ เพราะร้านค้าได้บวกค่าบริการ</div><div>เข้าไปด้วย เช่น บริการเงินเชื่อ บริการจัดส่งสินค้าให้ถึงบ้าน บริการห่อของขวัญ การรับบัตรเครดิต</div><div>2.)กำหนดราคาตามบริการให้อย่างจำกัด&nbsp; ถ้าจะให้บริการอยู่บ้างก็คิดเงินกับลูกค้า&nbsp; ทางเรียกลูกค้าได้มากโดยตั้งราคาสินค้าไว้ต่ำกว่าต้องการ ให้สินค้าหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว เป็นการลดต้นทุนด้านสินค้าคงคลัง</div><div>3.) ต้นทุนสินค้าของร้านค้าปลีก &nbsp; ประกอบด้วย</div><div>4.)กำหนดไว้สูงกว่าคู่แข่งขัน&nbsp; แต่มีเงื่อนไขว่า ทำเลที่ตั้งร้านดีกว่า&nbsp; บริการดีเหนือกว่า</div><div><br></div><div>4. ผังร้านและการจัดเรียง</div><div>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน</div><div><br></div><div>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</div><div>* ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น</div><div>* เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า</div><div>* เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น</div><div>* ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า</div><div><br></div><div>การจัดเรียงสินค้า การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า</div><div><br></div><div>ประโยชน์ของการจัดเรียงสินค้าที่ดี</div><div>* เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย</div><div>* ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน</div><div>* ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด</div><div>* ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย</div><div><br></div><div>5. การเเต่งร้าน</div><div>หลัก 5ส ตกแต่งร้านให้น่าสนใจ</div><div>มีหลักการ 5 ข้อง่ายๆ ในการตกแต่งร้านค้าให้น่าดึงดูด น่าสนใจต่อลูกค้ามาฝาก ลองตกแต่งร้านตามหลัก 5 ข้อนี้รับรองว่าประทับใจลูกค้า กลายเป็นลูกค้าประจำแน่นอน</div><div><br></div><div>1.) แสง : แสงสว่างที่พอเพียง ทำให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น</div><div>2.) เสียง : เสียงในการเชิญชวนพูดคุยกับลูกค้า การกล่าวทักทายช่วยสร้างความประทับใจ</div><div>3.) สะอาด : จัดร้านสวย สะอาด ทั้งตัวสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่</div><div>4.)สะดวก : สามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกต่อเนื่อง</div><div>5.)สบาย : ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง รู้สึกสบายใจเมื่อซื้อสินค้าจากร้านของเรา</div><div><br></div><div>6.การส่งเสริมการขาย</div><div>1.)การเสนอสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด</div><div>2.)ร้านค้าควรให้บริการที่เป็นมิตรหรือเป็นกันเองกับลูกค้า</div><div>3.)ร้านค้าปลีกจำเป็นต้องมีการบริหารร้านอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</div><div>4.)ร้านค้าควรมีการจัดตกแต่งร้าน</div><div><br></div><div><br></div><div>7.สต๊อกสินค้า</div><div><br></div><div>1.)วางแผนล่วงหน้า 1 เดือน</div><div><br></div><div>2.)สำรวจสินค้าในสต็อกอยู่เสมอ</div><div><br></div><div>3.)จัดระบบสินค้าภายในสต็อก</div><div><br></div><div>8.ความเเตกต่าง</div><div>1.)เลือกตำแหน่งที่ตั้งให้อยู่ใกล้ชุมชนและเป็นที่เดินผ่าน</div><div>2.)คิดต่างและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง</div><div>3.)รู้จักการบริหารจัดการสินค้ารู้ว่าสินค้าตัวไหนขายดีและไม่ดี</div><div>4.)ให้บริการเป็นเลิศสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า</div><div>5.)รู้จักใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายในบางช่วงบางเวลา</div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/675029318/f9efe441d748849d75dd1dbed277e824/30306E10_F6DA_4E05_B407_AAA572765890.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 05:27:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898733064</guid>
      </item>
      <item>
         <title>8.ความแตกต่าง</title>
         <author>tanaratwanit</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898736102</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 05:30:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898736102</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>jt08012021</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898758670</link>
         <description><![CDATA[<div>จำนวนประชากร ความหนาแน่นของประชากร ถ้ามีความหนาแน่นมาก จุดผู้คนสัญจรผ่าน จะได้เปรียบ เช่น 7-11 จะใช้ปัจจัยเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเปิดสาขาในแต่ละพื้นที่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ของประชากรในแต่ละพื้นที่ อำนาจการซื้อของผู้บริโภคบริเวณนนั้น เช่น ทำเลในเมืองจะมีอำนาจการซื้อที่ดีกว่า ย่านชานเมือง อำนาจซื้อของประชากร ในอาณาบริเวณนั้นเป็นผู้มีงานทำ มีรายได้เป็นส่วนมาก ทั้งหญิงชาย อาจเป็นย่านที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากจะมีอำนาจซื้อมาก พฤติกรรมการซื้อผู้บริโภคอยู่ในเมือง หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีความต้องการซื้อสินค้ามาก<br>&nbsp;<br>2. การเลือกสินค้า<br><br></div><div>หลักการเลือกซื้อสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเลือกซื้อสินค้าและบริการ&nbsp; เราควรปฏิบัติตามหลักการ&nbsp; ดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.&nbsp; พิจารณางบประมาณ&nbsp; การเลือกซื้อสินค้าควรสำรองงบประมาณว่ามีเท่าใดเพียงพอต่อการซื้อสินค้าหรือไม่&nbsp; ถ้าสินค้ามีราคาแพงให้เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูก&nbsp; แต่สามารถใช้ประโยชน์ทดแทนกันได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.&nbsp; ความจำเป็นในการซื้อ&nbsp; พิจารณาว่าสินค้าที่จะซื้อมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด&nbsp; และควรคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าเป็นสำคัญ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.&nbsp; สำรวจราคาของสินค้า&nbsp; ก่อนซื้อสินค้า&nbsp; ควรเปรียบเทียบราคาของสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันจากร้านค้าหลาย ๆ แห่ง&nbsp; ว่าร้านใดจำหน่ายสินค้าที่ราคาถูกกว่ากัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.&nbsp; คุณภาพของสินค้า&nbsp; ควรศึกษาความรู้เกี่ยวกับลักษณะของสินค้าว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร&nbsp; เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.&nbsp; การให้บริการ&nbsp; ควรคำนึงถึงการให้บริการก่อนและหลังการขายว่ามีหรือไม่และเป็นอย่าไรบ้าง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.&nbsp; ระยะเวลาในการซื้อสินค้า&nbsp; ควรเลือกซื้อสินค้าที่มีตามฤดูกาล&nbsp; เพราะจะได้สินค้าที่มีราคาถูก&nbsp; เช่น&nbsp; ผัก&nbsp; ผลไม้&nbsp; เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 7.&nbsp; พิจารณาคำแนะนำและฉลากของสินค้า&nbsp; ก่อนเลือกซื้อสินค้าควรพิจารณาคำแนะนำและฉลากของสินค้า&nbsp; โดยสังเกตจากประโยชน์ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซิ้อสินค้าชนิดนั้น<br><br>3. ราคากำไร<br><br>ตั้งราคาขาย อย่างไรดี? เป็นอีกหนึ่งคำถามของการทำธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งถ้าเราลองค้นหาคำตอบดู จะเห็นว่ามีกลยุทธ์ในการตั้งราคามากมาย ตั้งแต่ การตั้งราคาตามสินค้าหรือบริการในตลาด ตั้งราคาจากต้นทุนแล้วบวกกำไร หรือการให้ลูกค้าเป็นผู้ช่วยกำหนดราคา ไปจนถึงพ่วงด้วยการใช้กลยุทธ์ต่างๆ อีกมากมาย&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>แต่ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์แบบไหน เทคนิคตั้งราคาแบบใด สิ่งที่ต้องกลับไปตั้งต้นให้ถูกต้องเป็นอันดับแรก คือ การคิดต้นทุนของสินค้าหรือบริการนั้น&nbsp;</div><div>เลือกอ่านได้เลย!<br><br></div><div><strong>ต้นทุนมาจากไหน</strong></div><div>&nbsp;</div><div>เมื่อพูดถึงต้นทุน หลายคนจะนึกถึงต้นทุนขาย เช่น ต้นทุนในการซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือต้นทุนหลักๆ ที่ทำให้ได้มาซึ่งสินค้า แต่ความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนที่ว่านั้นต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนตามการประกอบของธุรกิจ โดยคิดจากต้นทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้แก่</div><div>&nbsp;</div><ul><li>ต้นทุนคงที่ต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าพนักงานที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน</li><li>ต้นทุนผันแปร เช่น วัตถุดิบ สินค้า ค่าใช้จ่ายที่ทำให้ได้สินค้ามา</li><li>ต้นทุนอื่นๆ ในการจัดการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าโฆษณา ฯลฯ&nbsp;</li></ul><div>&nbsp;</div><div>ถ้าหากธุรกิจไม่สามารถระบุได้ว่า ต้นทุนทั้งหมดเป็นเท่าไร ย่อมมีความเสี่ยงในการขาดทุน แม้ว่าจะขายได้ตามเป้าหมายที่คิดไว้ก็ตาม&nbsp;</div><div>&nbsp;<br>4. ผังร้านและจัดเรียง</div><div><br></div><div><strong>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า</strong></div><div><strong>1. ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.<br>2. ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.<br>3. ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน<br>4. แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว<br>5. ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้<br><br>5.การแต่งร้าน</strong></div><ol><li><strong>รายละเอียดของการตกแต่ง ร้านนำสิ่งที่เกี่ยวข้องมาดัดแปลง ประยุกต์ใหม่ เพื่อให้ได้เป็นการใช้งานหน้าที่ใหม่ในหน้าตาแบบดั้งเดิม</strong></li></ol><ul><li>การตกแต่งเพดาน นำวัสดุพื้นบ้านประเภท เครื่องจักสาน มาประยุกต์แขวนแต่งเพดาน รวมถึงนำมาเป็นโคมไฟแขวนเพดานเพื่อส่องสว่าง</li><li>ลวดลายของเบาะรองนั่ง ใช้ลวดลายที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมนั้นๆ</li><li>ของกระจุกกระจิก นำเครื่องจักสานมาเป็นภาชนะบรรจุ หรือใส่ของ</li></ul><div>6. ส่งเสริมการขาย<br><br>การส่งเสริมการขาย หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ทางการตลาดที่นอกเหนือจากการโฆษณา การประชาสัมพันธ์และการขายโดยพนักงานขาย การส่งเสริมการขาย หรือ Sale Promotion ก็เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายเช่นเดียวกัน เป็นการจูงใจ เสนอเงื่อนไขพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ ผู้บริโภค, Agency, Distributor หรือ Seller ที่แตกต่างออกไปจากช่วงเวลาปกติที่ดำเนินอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคนกลางในการจัดจำหน่ายสินค้า-บริการด้วยนั่นเอง<br><br>7. สต็อกสินค้า<br><br>ปัจจุบันปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้การบริหารคลังสินค้าเกิดความยุ่งยาก และผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งบริษัทไหนที่มีคลังสินค้าหลายคลัง และมีปริมาณสินค้าเยอะส่งผลให้มีหลากหลาย SKU การจัดการระบบที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญ และเชื่อได้ว่าต้องเคยเจอปัญหาเหล่านี้มาไม่มากก็น้อย เช่นปัญหาเรื่องการจัดวาง สต็อคสินค้าขาด เพราะหาสินค้าไม่เจอทำให้เกิดการซื้อซ้ำจนสต็อกสินค้าบวมเกินความจำเป็น พอหาเจอจะเอามาใช้ก็หมดอายุไปซะแล้ว ซึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนทั้งสิ้น<br>ดังนั้นในการดำเนินการแก้ปัญหา จะเห็นได้ว่า หลายๆองค์กร เริ่มปรับตัว และได้เริ่มนำเอาซอฟแวร์มาใช้ในระบบการจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อลดต้นทุน ประหยัดเวลา และง่ายต่อพนักงานในการดำเนินงาน รวมถึง รายงานต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการดำเนินงาน เป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากยังใช้วิธีเดิมๆ ในการจดบันทึกแล้วลงตารางผ่าน Excel ละก็เตรียมตัวพบกับการเสี่ยโอกาสในการขายได้เลย เพราะการทำธุรกิจในยุค 4.0 บอกได้เลยว่าทุกอย่างต้อง Real Time ชนิดว่าใครดีใครได้กันเลยทีเดียว<br><br>8.ความแตกต่าง<br><br>สินค้าหมายถึงผลิตภัณฑ์สิ่งของเครื่องบริโภคที่จับต้องได้ที่เสนอโดย บริษัท แก่ลูกค้าเพื่อแลกกับเงิน พวกเขาเป็นรายการที่มีลักษณะทางกายภาพเช่นรูปร่างลักษณะขนาดน้ำหนัก ฯลฯ มันสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์โดยการให้ยูทิลิตี้ สินค้าบางรายการทำขึ้นสำหรับการใช้งานครั้งเดียวโดยผู้บริโภคขณะที่บางรายการสามารถใช้ซ้ำได้<br><br></div><div>สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในตลาด มีช่องว่างเวลาในการผลิตการจัดจำหน่ายและการบริโภคสินค้า เมื่อผู้ซื้อซื้อสินค้าและชำระราคาความเป็นเจ้าของจะถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ</div><pre><br></pre><div><strong><br></strong><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437097027/3ccc4d2f0001c7d8657d056fcb8f9280/padlet_image_picker_file_2e0ce64e_3e6d_4cca_8fa3_a4298727c5db.jpg" />
         <pubDate>2021-11-18 05:52:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898758670</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>raksasukflim1253</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898778294</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong>“ทำเลที่ตั้ง”</strong></h1><h1>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้</h1><div>- สภาพแวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br>- วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>-&nbsp; แนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>-&nbsp; ความรุนแรงในการแข่งขัน<br><br><strong>“การเลือกสินค้า”<br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br><strong>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)</strong></div><div>สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค<br><br></div><div><strong>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย กำไร</strong> <br>และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน ว่ามาที่ร้านแล้วได้สินค้าครบทุกครั้งทุกโอกาส ได้แก่ สินค้าใหม่ที่ออกโฆษณา, สินค้าเฉพาะที่หาซื้อยาก หรือสินค้าตามเทศกาล<br><strong>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)<br></strong>สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และดึงดูดความสนใจลูกค้า เจ้าของร้านควรพิจารณา บริการเสริมต่างๆมาให้บริการในร้าน เช่น ตู้กดน้ำ, เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ, บริการเติมเงิน เป็นต้น บริการดังกล่าวควรสอดคล้องกับความต้องการ ของลูกค้าแต่ละพื้นที่ และคำนึงถึงพื้นที่และความพร้อมของร้าน<br><br></div><h1><strong>“ราคาและกำไร”</strong></h1><div><br></div><h1>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มีความต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด(Margin Mixed) โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้</h1><div><strong>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน</strong><br>กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง</div><div><strong>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย</strong><br>กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น</div><div><strong>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br></strong>กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น<br><br><strong>“แผนผังร้านค้า”</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><br></div><div><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</strong></div><ul><li>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น</li><li>เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า</li><li>เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น</li><li>ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า</li></ul><div><strong>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า</strong></div><ol><li>ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.</li><li>ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.</li><li>ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน</li><li>แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว</li><li>ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้</li></ol><div><br><strong>“การแต่งร้านค้า”</strong><br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br><br></div><div><strong>1. การตกแต่งภายนอกร้าน<br></strong> ได้แก่ การตกแต่งหน้าร้านด้วยวัสดุท้องถิ่น การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา และการมีป้ายชื่อร้านเพื่อให้เป็นที่จดจำ เป็นต้น</div><div><strong>2. การตกแต่งภายในร้าน</strong><br>แสง &gt; แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น</div><div><br>เสียง &gt; ใช้เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า หรือเปิดดนตรีคลอเบาๆ<br>สะอาด &gt; จัดร้านสวย สะอาด ทั้งสินค้า ชั้นวาง และตู้แช่<br>สะดวก &gt; สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและต่อเนื่อง<br>สบาย &gt; ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง สบายใจเมื่อซื้อสินค้าเรา</div><div><strong>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล</strong><br>ช่วยทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์ ว่าร้านค้ามีสินค้าและบริการหลากหลาย ครบตามความต้องการตลอดทั้งปี<br><br>“<strong>ส่งเสริมการขาย</strong>”&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด และจำเป็นต้องทำสื่อโฆษณาควบคู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลดังกล่าว<br><br></div><div><strong>การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายนอกร้าน”</strong></div><div>ขนาดต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก ทำให้ลูกค้าที่ผ่านไปมาทราบสินค้าราคา พิเศษและกิจกรรมที่ร้าน จัดขึ้น</div><div><br><strong>การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายในร้าน”</strong></div><div>เป็นจุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน เช่น ติดหน้า สินค้าที่จัดรายการ, ติดหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เป็นต้น</div><div><br><strong>“สต็อกสินค้า”</strong>&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><br></div><div><strong>“สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด”</strong></div><div>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ</div><div><strong>เทคนิคการบริหารสต็อก</strong></div><ol><li>ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป</li><li>สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ</li><li>ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน</li><li>หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง</li></ol><div><br></div><div><strong>“ความแตกต่าง” </strong><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิมที่ซื้อมากขึ้น และจากลูกค้าใหม่ที่มาซื้อสินค้าที่ร้าน<br><br></div><div>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง ควรพิจารณาจากความต้องการ ของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละทำเล<br><br></div><div>1. แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ”เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา ยุติธรรม</div><div>2. แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม ส่วนการตกแต่งภายนอกร้านเน้นสีสันสดใสแปลกตา หรือใช้วัสดุท้องถิ่น มาตกแต่งร้าน</div><div>3. แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน”ได้แก่ การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร, การจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ชุมชน และการทำบุญ บริจาคในโอกาสต่างๆ</div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/676707723/63d1852edbe5d382f4255f035d9fab4f/image.png" />
         <pubDate>2021-11-18 06:10:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898778294</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่1การบริหารร้านค้าปลีก</title>
         <author>dhansa063</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898859821</link>
         <description><![CDATA[<div>ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนต่อความสำเร็จของธุรกิจคือ การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งที่เป็นไปได้และการเลือกทำเลที่ตั้งเฉพาะเจาะจง ทำเลที่ตั้งอาจจะเป็นปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเมื่อลูกค้าจ่ายซื้อสินค้าในร้านค้าในร้านค้าหนึ่ง เนื่องจากมีความพอใจร้านค้านั้น ๆ <br>รูปแบบของทำเลที่ตั้งของธุรกิจขนาดย่อม (Location Types) มีดังนี้<br>1) ศูนย์กลางธุรกิจ<br>2) ศูนย์การค้า<br>3) ธุรกิจตั้งขึ้นมาเองโดยลำพัง<br>4) ธุรกิจบริการ<br><strong>2.การเลือกสินค้า<br>"</strong>การเลือกสินค้า" ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)<br>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามกำไร <br>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)<br><strong>3.ราคาและกำไร<br></strong>ราคา หมายถึง “มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงออกมาในรูปจำนวนเงิน” หรือ<br>เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในรูปเงินตรา”<br>มูลค่า หมายถึง “อำนาจของผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนกับ สินค้าอีกชนิดได้โดยแสดงออกมาในรูปเชิงปริมาณ”<br>กำไร หมายถึง ส่วนต่างที่เกิดขึ้นเนื่องจากการนำ “รายได้รวม” กับ “ค่าใช้จ่ายรวม” ซึ่งมักจะเรียกอย่างเป็นทางการว่า “กำไรสุทธิ” ของธุรกิจ<br>ดังนั้น กำไรทางธุรกิจจะเกิดขึ้นได้อย่างน้อยก็ต้องมีปัจจัยที่เป็นตัวเงิน 2 ส่วน คือ “รายได้” และ “ค่าใช้จ่าย”<br>&nbsp;<strong>4.ผังร้านและการจัดเรียง<br></strong>แผนผังร้านค้า การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br>เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น<br>ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้<strong>า</strong><br><strong>5.การแต่งร้าน<br></strong>1.การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า ในมุมมองของการออกแบบและ ตกแต่ง ร้านค้า ที่ดี <br>2.เครื่องหมายสัญลักษณ์ ( logo ) ของร้าน เช่น ร้านแฮมเบอเกอร์แมคโดนัลด์ จะมีสัญลักษณ์<br>3.การ ตกแต่งภายใน ( interior design ) ดังที่กล่าว กันว่า ความประทับใจแรก พบเป็นสิ่งสำา คัญในธุรกิจค้าปลีก<br><strong>6.ส่งเสริมการขาย<br></strong>การส่งเสริมการขาย หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ทางการตลาดที่นอกเหนือจากการโฆษณา การประชาสัมพันธ์และการขายโดยพนักงานขาย การส่งเสริมการขาย หรือ Sale Promotion ก็เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายเช่นเดียวกัน เป็นการจูงใจ เสนอเงื่อนไขพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ ผู้บริโภค, Agency, Distributor หรือ Seller ที่แตกต่างออกไปจากช่วงเวลาปกติที่ดำเนินอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคนกลางในการจัดจำหน่ายสินค้า-บริการด้วยนั่นเอง <br><strong>7.สต๊อกสินค้า<br></strong>สต๊อกสินค้าคือวิธีการที่เราจัดเก็บสินค้าทั้งที่ “ผลิตเอง” และ “ทั้งที่นำเข้า หรือ สั่งภายในประเทศ” เพื่อนำมาเก็บไว้ในคลังเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรองรับและพร้อมส่งสินค้าเหล่านั้นตามออเดอร์ของลูกค้า ซึ่งถามว่าทำไมถึงเจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นต้องรู้ว่าสต๊อกสินค้าคืออะไร นั่นก็เพราะว่าการที่เราทำสต๊อกสินค้าอย่างแม่นยำจะทำให้เราสามารรถลดค่าใช้จ่าย (cost) ในเรื่องของ “ต้นทุนการผลิต”, “ต้นทุนพื้นที่จัดเก็บสินค้า” หรือ “ต้นทุนสิ้นค้าตกรุ่น หรือ <a href="https://zortout.com/stock-management">dead stock</a>” ดัง<br><strong>8.ความแตกต่าง<br></strong>1.ให้ความสำคัญกับลูกค้า<br>2. ค้นหาความต้องการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์<br>3. มุ่งผลกำไรจากความพอใจของลูกค้า<br>4. ทุกกิจกรรมมุ่งที่การตลาดเป็นหลัก<br>5. หวังกำไรระยะยาวการขาย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1433658409/19b11f9ef3c71988497fe40b5eeef047/padlet_image_picker_file_ce13a2a8_a868_4b06_a4d9_89f18481460f.jpg" />
         <pubDate>2021-11-18 07:12:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1898859821</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>tipparatprorat7</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1900245555</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1.ทำเลที่ตั้ง</strong><br>ทำเลที่ตั้ง” เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมายปัจจัยในการเลือกที่ตั้งทำเลดังนี้<br>1.สภาพแวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br>2.วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>3.แนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>4.ความรุนแรงในการแข่งขัน<br><strong>2.การเลือกสินค้า</strong><br>การเลือกสินค้า” ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)<br>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)<br>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่ใจมลูกค้าใหม่)<br><strong>3.ราคาและกำไร</strong><br>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br> กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง<br> 2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br> กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น<br> 3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br> กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น<br><strong>4.ผังร้านและจัดเรียง</strong><br>การจัดเรียงสินค้า” การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า<br><strong>5.การแต่งร้าน</strong><br>การแต่งร้านค้า” รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br>1. การตกแต่งภายนอกร้าน<br>2. การตกแต่งภายในร้าน<br>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br><strong>6.ส่งเสริมการขาย</strong><br>เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด<br><strong>7.สต๊อกสินค้า</strong><br>สต็อกสินค้า เป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br>“สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด”<br>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ<br><strong>8.ความแตกต่าง</strong><br>ความแตกต่าง” นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น ให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อ<br>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง ควรพิจ<br>1. แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ”<br>เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น<br>2. แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br>การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า<br>3. แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน”<br>ได้แก่ การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 18:13:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1900245555</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1900969033</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1 ทำเลที่ตั้ง</strong> <br>“ทำเลที่ตั้ง” เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้<br><strong>2 การเลือกสินค้า</strong> <br>“การเลือกสินค้า” ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด <br><br>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)<br>สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค <br>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)<br>สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย กำไร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน<br>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)<br>สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และดึงดูดความสนใจลูกค้า เจ้าของร้านควรพิจารณา บริการเสริมต่างๆมาให้บริการในร้าน<br><strong>3 ราคาและกำไร <br></strong>มีความต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้<br>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br>กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคา<br>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br>กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียง<strong><br>4 ผังร้านและการส</strong> <br>“แผนผังร้านค้า” การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><strong>5.การเเต่งร้าน</strong><br>ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดี<br>1)การตกแต่งภายนอกร้าน<br>การทาสีร้านให้สะดุดตา การติดป้ายและวัสดุตกแต่งที่ แปลกตา <br>2)การตกแต่งภายในร้าน<br>แสงสว่างภายในร้านช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าง่ายขึ้น เสียงเชิญชวนลูกค้า ทักทาย พูดคุยกับลูกค้า จัดร้านให้สะอาด สวยงามเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก<br>3)การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br>ทำให้ลูกค้าทราบว่าร้านค้ามีสินค้าตามเทศกาลจำหน่าย ช่วยเพิ่ม ยอดขายและสร้างภาพลักษณ์<br><br><strong>6.ส่งเสริมการขาย</strong><br>กลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้า<br>1)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายนอกร้าน” ต้องใหญ่สะดุดตา ติดอยู่หน้าร้าน ยืนอ่านได้สะดวก <br>2)การทำสื่อส่งเสริมการขาย “ภายในร้าน” จุดดึงดูดสายตาและช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า ณ จุดขาย การติดสื่อภายในร้าน<br><br><strong>7.สต็อกสินค้า</strong><br>ตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><strong>#</strong>เทคนิคการบริหารสต็อก<br>- ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน<br>- ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป<br>- สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ<br><br><strong>8.ความเเตกต่าง</strong><br>จากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ&nbsp;<br>&nbsp; 1)แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ” สินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น โดยเลือกสินค้าที่ใหม่ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคา<br>2)แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br>ตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ใช้ชั้นวางสีสันสดใส เพิ่มบรรยากาศ ด้วยเสียงเพลงและ กลิ่นหอม&nbsp;<br>3)แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน” การจัดกิจกรรมคืน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437090954/0194e549f7573adfc098442f3e861247/82A16EEC_A028_40CD_A2ED_89D6433A1D55.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-19 01:36:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1900969033</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.ทำเลที่ตั้ง</title>
         <author>suchadasarwmci54</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1907455213</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับแรกของร้านโชห่วย มินิมาร์ท ที่ต้องอยู่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยในการเลือกที่ตั้งร้านค้าอย่างรอบคอบดังนี้<br>-สภาพแวดล้อมทางกายภาพโดยรอบ<br>-วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย<br>-แนวโน้มทางเศรษฐกิจของสถานที่ตั้ง<br>-ความรุนแรงในการแข่งขัน<br><strong>2.การเลือกสินค้า<br>&nbsp; </strong>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด<br>1. สินค้าจำเป็น (กลุ่มสินค้าหลักเพื่อสร้างยอดขาย)<br>2. สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)<br>3. บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่)<br><strong>3.ราคาและกำไร<br>&nbsp; &nbsp;</strong>มีความต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด(Margin Mixed) โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้<br>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br><strong>4.ผังร้านและจัดเรียง<br>&nbsp; </strong>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>-</strong>ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>-เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br>-เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น<br><strong>การจัดเรียงสินค้า<br></strong>&nbsp;การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า<br><strong>ประโยชน์ของการจัดเรียงสินค้าที่ดี</strong><br>-เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย<br>-ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน<br>-ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด<br>-ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย<br><strong>5.การแต่งร้าน<br>&nbsp; </strong>รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br>1. การตกแต่งภายนอกร้าน<br>2. การตกแต่งภายในร้าน<br>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br><strong>6.ส่งเสริมการขาย<br></strong>&nbsp; &nbsp;เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด และจำเป็นต้องทำสื่อโฆษณาควบคู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลดังกล่าว<br>-การทำสื่อส่งเสริมการขาย ภายนอกร้าน<br>-การทำสื่อส่งเสริมการขาย ภายในร้าน<br><strong>7.สต็อกกสินค้า<br></strong>เป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br><strong>สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด</strong><br>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ<br><strong>เทคนิคการบริหารสต็อก</strong><br>-ไม่เก็บสต็อกมากเกินไป<br>-สำรวจความต้องการของลูกค้าเสมอๆ<br>-ระบายสินค้าขายช้าและนำสินค้าใหม่มาขายแทน<br>-หาแหล่งซื้อสินค้าที่มีสินค้าครบ เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทาง<br><strong>8.ความแตกต่าง<br>&nbsp; &nbsp;</strong>นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น สร้างเอกลักษณ์ให้ร้านค้าแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มจากลูกค้าเดิมที่ซื้อมากขึ้น และจากลูกค้าใหม่ที่มาซื้อสินค้าที่ร้าน<br><strong>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง<br></strong>1. แตกต่างด้วย สินค้าและบริการ<br>2. แตกต่างด้วยการ ตกแต่ง<br>3. แตกต่างด้วย ความสัมพันธ์กับชุมชน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-23 03:09:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1907455213</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1923557478</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>1. ทำเลที่ตั้ง</strong><br>การคำนวณระยะทาง และระยะเวลา ที่ลูกค้าเดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้า ซึ่งศูนย์การค้าขนาดใหญ่มักใช้ทฤษฎีนี้ผสมผสานในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์การค้า ส่วนใหญ่จะใกล้ชุมชน จังหวัด เป็นต้น การวิเคราะห์ผู้ใช้บริการจากระยะทางในรัศมีรอบๆ กิจการค้าปลีก โดยใช้แผนที่กำหนดให้ศูนย์การค้าของเราเป็นศูนย์กลาง เช่น 7-11 ตั้งในชุมชน อาคาร ริมถนน ปั้มน้ำมัน ที่ผู้คนสัญจรผ่าน ใช้หลักการวิเคราะห์ การคาดการณ์แนวโน้ม และความเป็นไปได้ของตลาด คือ การประมาณการยอดขายรวมของตลาดค้าปลีกทั้งตลาดในแต่ละพื้นที่ ถ้าทำเลพื้นที่ไหนมียอดการขายสูง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในพื้นที่นั้นๆ สูง</div><div><br></div><div><strong>2. การเลือกสินค้า</strong><br>สินค้าที่ขายดีเป็นที่ต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ และดึงให้ลูกค้ามาซื้อของในร้าน จำเป็นต้องมีขายตลอดเวลา ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค และสินค้าใหม่ สินค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย กำไร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน ว่ามาที่ร้านแล้วได้สินค้าครบทุกครั้งทุกโอกาส ได้แก่ สินค้าใหม่ที่ออกโฆษณา, สินค้าเฉพาะที่หาซื้อยาก หรือสินค้าตามเทศกาล<br><br><strong>3. ราคาและกำไร</strong><br>ตั้งราคาตามจุดขายของสินค้า ต้องรู้จักสินค้าของตัวเองก่อนว่าสินค้ามีต้นทุนต่อหน่วยเท่าไร รวมไปถึงต้องรู้ว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าประเภทไหน เป็นสินค้าสำหรับคนทั่วไปที่ซื้อง่ายขายคล่อง หรือเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีจำนวนคนซื้อที่จำกัด ซึ่งคุณสมบัติของสินค้าที่แตกต่างกันก็จะมีวิธีในการบวกกำไรในจำนวนที่มากน้อยไม่เท่ากัน จำเป็นต้องประเมินจากต้นทุน คุณสมบัติของสินค้า และความต้องการของผู้บริโภค อย่าเริ่มต้นด้วยราคาที่ต่ำจนเกินไปจริงอยู่ที่การตั้งราคาสินค้าต่ำอาจจะทำให้ขายสินค้าได้ง่าย เพราะหลายครั้งอาจทำให้ลูกค้าคิดหรือมองสินค้าของคุณไปในด้านลบ หรือทำให้ไม่มั่นใจในตัวสินค้า ทั้ง ๆ ที่คุณเองก็พยายามขายสินค้าคุณภาพดีในราคาถูกแล้วก็ตาม ส่วนข้อเสียของการตั้งราคาต่ำตั้งแต่เริ่มต้นก็คือ คุณจะไม่มีช่องว่างเหลือพอที่จะถอยหลัง ในกรณีที่เปิดตัวด้วยราคาถูกแล้วยังขายไม่ได้<br><br><strong>4. ผังร้านและจัดเรียง</strong><br>การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า</div><div>1.&nbsp; ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น</div><div>2. เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า</div><div>3.&nbsp; เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น</div><div>4. ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br><br><strong>5. การแต่งร้าน</strong><br>จัดวางสินค้าให้สะดุดตาลูกค้า ไม่ว่าร้านค้าปลีกของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ การจัดวางสินค้าก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะแม้ร้านคุณจะมีสินค้าที่ดีที่สุด ถูกที่สุด หรือสวยที่สุด สินค้าเหล่านั้นก็คงไม่มีความหมายอะไรถ้าไม่โดนใจลูกค้า ดังนั้นก่อนถึงปีใหม่ มาลองจัดสินค้าให้เตะตาลูกค้ากันดีกว่า เริ่มจากวางสินค้าประเภทต่าง ๆ ตามหมวดหมู่ จากนั้นก็แยกสินค้าลดราคากับสินค้าราคาปกติให้ชัดเจน อย่ามองข้ามผนังร้าน รู้ไหมว่าคุณสามารถใช้ผนังร้านเป็นสื่อกลางและดึงความสนใจของลูกค้าได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน เพราะฉะนั้นนอกจากชั้นวางของแล้ว คุณยังสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่บนผนังจัดแสดงสินค้าได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพด้วย เป็นวิธีตกแต่งร้านค้าปลีกขนาดเล็ก &nbsp; ใช้งบน้อยและเพิ่มโอกาสในการขายได้เป็นอย่างดี เริ่มจากเลือกสีภายในร้าน จัดวางสินค้าให้น่าสนใจ ใช้ทุกพื้นที่ในร้านให้เป็นประโยชน์ แล้วก็จัดแสงไฟเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ก็สามารถตกแต่งร้านด้วยกระถางต้นไม้เพื่อร้านให้ดูมีชีวิตชีวา หรือจะเปิดเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าช้อปได้อย่างเพลิดเพลินยิ่งขึ้นก็ได้ เท่านี้คุณก็สามารถแปลงโฉมร้านค้าปลีกขนาดเล็กให้สวยโดนใจลูกค้าและเฉิดฉายได้แบบไม่สิ้นเปลืองงบแล้ว<br><br><strong>6. ส่งเสริมการขาย</strong><br>การส่งเสริมการขายเป็นการสร้างแรงจูงใจ ชักจูงให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความต้องการซื้อสินค้า การขายเป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ให้สนใจสินค้า-บริการ เช่น 1. การแจกตัวอย่างสินค้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. การให้คูปอง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. การให้ข้อเสนอคืนเงิน หรือ Cash back</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4. การให้ส่วนลดของแถม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;5. การแข่งขันชิงรางวัล<br><br><strong>7. สต๊อกสินค้า</strong><br>1. สต๊อกสินค้าดี</div><div>สต๊อกสินค้าดีคือประเภทสินค้าที่เรารับมาหรือเราผลิตขึ้นมาแล้วมีคุณภาพที่ “ดีตามเกณ์มาตรฐาน” หรือ “สูงกว่ามาตรฐาน” ซึ่งวิธีการเช็คสต็อกสินค้าประเภทนี้นั้นง่ายมากเพียงแค่จดว่าจำนวนของสินค้าไม่ว่าจะเป็น “รับเข้ามา” หรือ “ผลติขึ้นมาเอง”<br><br>2. สต๊อกสินค้ายอดนิยม</div><div>ในส่วนของสต๊อกสินค้าชนิดนี้นั่นก็คือตรงตามชื่อเลยว่า สินค้ายอดนิยม ซึ่งการทำสต๊อกสินค้าประเภทนี้คือการเช็คดูว่า เรามีสินค้าขายดีอยู่กี่ประเภทแล้วมียอดสั่งซื้ออยู่ในแต่ละเดือนเท่าไหร่ เพื่อเราจะสามรถนำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวนเพื่อทำให้การสั่งสินค้าตรงไปตามกฏ</div><div><br><strong>8. ความแตกต่าง</strong><br>ความแตกต่างหลากหลายระหว่างราคาขายส่งและขายปลีกของสินค้าเฉพาะคือราคาขายส่งมักจะน้อยกว่าราคาขายปลีก ในธุรกิจค้าปลีกเจ้าของร้านค้าปลีกสามารถเลือกสินค้าได้อย่างอิสระซึ่งเป็นไปไม่ได้ในธุรกิจค้าส่งเนื่องจากต้องซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ขณะที่ขายสินค้าในร้านค้าปลีกลักษณะที่ปรากฏของร้านค้าและการแสดงรายการควรจะดีเพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามในการขายส่งไม่มีความต้องการเช่นนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีการผลิตผลิตภัณฑ์มันไม่ได้มาหาเราโดยตรง มีมือมากมายที่ผลิตภัณฑ์ผ่านและในที่สุดเราได้มาจากเจ้าของร้านค้าปลีก ในการค้าส่งการแข่งขันที่ไม่รุนแรงสามารถมองเห็นได้ แต่ในการค้าปลีกนั้นมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด</div><div><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://png.pngtree.com/png-vector/20190130/ourlarge/pngtree-cartoon-hotel-store-building-high-rise-elements-buildingcartoonbuildingredtreeselement-design-png-image_578209.jpg" />
         <pubDate>2021-12-01 18:47:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1923557478</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>supunsa15pon</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1925343380</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1.ทำเลที่ตั้ง<br>&nbsp;การจัดหาหรือสรรหาสถานที่ สำหรับประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึง กำไร ค่าใช้จ่าย พนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าความสะดวก ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จำนวนผู้คนตลอดทั้งวันที่ผ่านไปผ่านมา<br><br>2. การเลือกสินค้า</div><div>ควรมีสินค้าและบริการหลายหลากตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด การเลือกจำนวนสินค้าแต่ละกลุ่มสินค้าได้อย่างเหมาะสม จะสามารถทำให้ร้านค้าได้ยอดขายและกำไรสูงสุด</div><div>1.)สินค้าจำเป็น</div><div>2. ) สินค้าใหม่ สินค้าเฉพาะ และสินค้าตามเทศกาล(เพิ่มยอดขายและกำไร)</div><div>3. ) บริการเฉพาะของร้าน(เพิ่มจำนวนคนเข้าร้านและเพิ่มลูกค้าใหม่) <br><br>3.ราคาเเละกำไร<strong><br></strong>ธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไร<br>1)การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน<br>2) การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย<br>3)การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน<br><br>4.ผังร้านเเละจัดเรียง<br>วางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด<br><strong>#</strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br>- ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br>- ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>- เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br><strong>#</strong>การจัดเรียงสินค้า<br>การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์<br><br>5.การแต่งร้าน<br>การแต่งร้านค้า” รูปลักษณ์ร้านค้าภายในและภายนอกร้านเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างความประทับใจและเชือ้เชิญ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มาอุดหนุนที่ร้าน นอกเหนือจากอัธยาศัยและบริการที่ดีของเจ้าของร้าน<br>1. การตกแต่งภายนอกร้าน<br>2. การตกแต่งภายในร้าน<br>3. การตกแต่งร้านตามเทศกาล<br><br>6.ส่งเสริมการขาย<br>เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยจูงใจลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้ หลายรูปแบบ หลายช่วงเวลา ผู้ประกอบการควรจัดรายการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความ ต้องการของลูกค้ามากที่สุด<br><br>7.สต๊อกสินค้า<br>สต็อกสินค้า เป็นตัววัดความสำเร็จของร้านค้านอกจากการเพิ่ม ยอดขาย เพิ่มกำไร จำนวนสต็อกที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้ามีเงิน หมุนเวียนและ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร<br>“สต็อกต่ำสุดที่เหมาะสม คือกำไรสูงสุด”<br>หมายถึง สินค้าที่มีไว้ขายตรงความต้องการลูกค้า ทำให้สามารถเปลี่ยนเป็น เงินได้เร็ว สต็อกมี ไม่มากเกินไป ทำให้สินค้าในร้านใหม่ สด สะอาดเสมอ<br><br>8.ความแตกต่าง<br>ความแตกต่าง” นอกจากหลักการจัดการร้านค้าพื้นฐาน ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์หาจุดเด่น ให้ลูกค้าจดจำ เกิดความประทับใจ และมาอุดหนุนอย่างต่อ<br>เทคนิคการสร้างความแตกต่าง ควรพิจ<br>1. แตกต่างด้วย “สินค้าและบริการ”<br>เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านอื่น<br>2. แตกต่างด้วยการ “ตกแต่ง”<br>การตกแต่งภายในร้านเน้นความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า<br>3. แตกต่างด้วย “ความสัมพันธ์กับชุมชน”<br>ได้แก่ การเป็นศูนย์การในการกระจายข่าวสาร</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/674912098/ac906a528746147144cd7dd6080d1f22/image.png" />
         <pubDate>2021-12-02 14:55:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1925343380</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1954665625</link>
         <description><![CDATA[<div>จำนวนประชากร ความหนาแน่นของประชากร ถ้ามีความหนาแน่นมาก จุดผู้คนสัญจรผ่าน จะได้เปรียบ เช่น 7-11 จะใช้ปัจจัยเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเปิดสาขาในแต่ละพื้นที่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ของประชากรในแต่ละพื้นที่ อำนาจการซื้อของผู้บริโภคบริเวณนนั้น เช่น ทำเลในเมืองจะมีอำนาจการซื้อที่ดีกว่า ย่านชานเมือง อำนาจซื้อของประชากร ในอาณาบริเวณนั้นเป็นผู้มีงานทำ มีรายได้เป็นส่วนมาก ทั้งหญิงชาย อาจเป็นย่านที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากจะมีอำนาจซื้อมาก พฤติกรรมการซื้อผู้บริโภคอยู่ในเมือง หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีความต้องการซื้อสินค้ามาก<br>&nbsp;<br>2. การเลือกสินค้า<br><br></div><div>หลักการเลือกซื้อสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเลือกซื้อสินค้าและบริการ&nbsp; เราควรปฏิบัติตามหลักการ&nbsp; ดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.&nbsp; พิจารณางบประมาณ&nbsp; การเลือกซื้อสินค้าควรสำรองงบประมาณว่ามีเท่าใดเพียงพอต่อการซื้อสินค้าหรือไม่&nbsp; ถ้าสินค้ามีราคาแพงให้เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูก&nbsp; แต่สามารถใช้ประโยชน์ทดแทนกันได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.&nbsp; ความจำเป็นในการซื้อ&nbsp; พิจารณาว่าสินค้าที่จะซื้อมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด&nbsp; และควรคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าเป็นสำคัญ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.&nbsp; สำรวจราคาของสินค้า&nbsp; ก่อนซื้อสินค้า&nbsp; ควรเปรียบเทียบราคาของสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันจากร้านค้าหลาย ๆ แห่ง&nbsp; ว่าร้านใดจำหน่ายสินค้าที่ราคาถูกกว่ากัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.&nbsp; คุณภาพของสินค้า&nbsp; ควรศึกษาความรู้เกี่ยวกับลักษณะของสินค้าว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร&nbsp; เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.&nbsp; การให้บริการ&nbsp; ควรคำนึงถึงการให้บริการก่อนและหลังการขายว่ามีหรือไม่และเป็นอย่าไรบ้าง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.&nbsp; ระยะเวลาในการซื้อสินค้า&nbsp; ควรเลือกซื้อสินค้าที่มีตามฤดูกาล&nbsp; เพราะจะได้สินค้าที่มีราคาถูก&nbsp; เช่น&nbsp; ผัก&nbsp; ผลไม้&nbsp; เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 7.&nbsp; พิจารณาคำแนะนำและฉลากของสินค้า&nbsp; ก่อนเลือกซื้อสินค้าควรพิจารณาคำแนะนำและฉลากของสินค้า&nbsp; โดยสังเกตจากประโยชน์ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซิ้อสินค้าชนิดนั้น<br><br>3. ราคากำไร<br><br>ตั้งราคาขาย อย่างไรดี? เป็นอีกหนึ่งคำถามของการทำธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งถ้าเราลองค้นหาคำตอบดู จะเห็นว่ามีกลยุทธ์ในการตั้งราคามากมาย ตั้งแต่ การตั้งราคาตามสินค้าหรือบริการในตลาด ตั้งราคาจากต้นทุนแล้วบวกกำไร หรือการให้ลูกค้าเป็นผู้ช่วยกำหนดราคา ไปจนถึงพ่วงด้วยการใช้กลยุทธ์ต่างๆ อีกมากมาย&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>แต่ไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์แบบไหน เทคนิคตั้งราคาแบบใด สิ่งที่ต้องกลับไปตั้งต้นให้ถูกต้องเป็นอันดับแรก คือ การคิดต้นทุนของสินค้าหรือบริการนั้น&nbsp;</div><div>เลือกอ่านได้เลย!<br><br></div><div><strong>ต้นทุนมาจากไหน</strong></div><div>&nbsp;</div><div>เมื่อพูดถึงต้นทุน หลายคนจะนึกถึงต้นทุนขาย เช่น ต้นทุนในการซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือต้นทุนหลักๆ ที่ทำให้ได้มาซึ่งสินค้า แต่ความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนที่ว่านั้นต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนตามการประกอบของธุรกิจ โดยคิดจากต้นทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้แก่</div><div>&nbsp;</div><ul><li>ต้นทุนคงที่ต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าพนักงานที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน</li><li>ต้นทุนผันแปร เช่น วัตถุดิบ สินค้า ค่าใช้จ่ายที่ทำให้ได้สินค้ามา</li><li>ต้นทุนอื่นๆ ในการจัดการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าโฆษณา ฯลฯ&nbsp;</li></ul><div>&nbsp;</div><div>ถ้าหากธุรกิจไม่สามารถระบุได้ว่า ต้นทุนทั้งหมดเป็นเท่าไร ย่อมมีความเสี่ยงในการขาดทุน แม้ว่าจะขายได้ตามเป้าหมายที่คิดไว้ก็ตาม&nbsp;</div><div>&nbsp;<br>4. ผังร้านและจัดเรียง</div><div><br></div><div><strong>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า</strong></div><div><strong>1. ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.<br>2. ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.<br>3. ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน<br>4. แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว<br>5. ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้<br><br>5.การแต่งร้าน</strong></div><ol><li><strong>รายละเอียดของการตกแต่ง ร้านนำสิ่งที่เกี่ยวข้องมาดัดแปลง ประยุกต์ใหม่ เพื่อให้ได้เป็นการใช้งานหน้าที่ใหม่ในหน้าตาแบบดั้งเดิม</strong></li></ol><ul><li>การตกแต่งเพดาน นำวัสดุพื้นบ้านประเภท เครื่องจักสาน มาประยุกต์แขวนแต่งเพดาน รวมถึงนำมาเป็นโคมไฟแขวนเพดานเพื่อส่องสว่าง</li><li>ลวดลายของเบาะรองนั่ง ใช้ลวดลายที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมนั้นๆ</li><li>ของกระจุกกระจิก นำเครื่องจักสานมาเป็นภาชนะบรรจุ หรือใส่ของ</li></ul><div>6. ส่งเสริมการขาย<br><br>การส่งเสริมการขาย หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ทางการตลาดที่นอกเหนือจากการโฆษณา การประชาสัมพันธ์และการขายโดยพนักงานขาย การส่งเสริมการขาย หรือ Sale Promotion ก็เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายเช่นเดียวกัน เป็นการจูงใจ เสนอเงื่อนไขพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ ผู้บริโภค, Agency, Distributor หรือ Seller ที่แตกต่างออกไปจากช่วงเวลาปกติที่ดำเนินอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคนกลางในการจัดจำหน่ายสินค้า-บริการด้วยนั่นเอง<br><br>7. สต็อกสินค้า<br><br>ปัจจุบันปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้การบริหารคลังสินค้าเกิดความยุ่งยาก และผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งบริษัทไหนที่มีคลังสินค้าหลายคลัง และมีปริมาณสินค้าเยอะส่งผลให้มีหลากหลาย SKU การจัดการระบบที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญ และเชื่อได้ว่าต้องเคยเจอปัญหาเหล่านี้มาไม่มากก็น้อย เช่นปัญหาเรื่องการจัดวาง สต็อคสินค้าขาด เพราะหาสินค้าไม่เจอทำให้เกิดการซื้อซ้ำจนสต็อกสินค้าบวมเกินความจำเป็น พอหาเจอจะเอามาใช้ก็หมดอายุไปซะแล้ว ซึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนทั้งสิ้น<br>ดังนั้นในการดำเนินการแก้ปัญหา จะเห็นได้ว่า หลายๆองค์กร เริ่มปรับตัว และได้เริ่มนำเอาซอฟแวร์มาใช้ในระบบการจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อลดต้นทุน ประหยัดเวลา และง่ายต่อพนักงานในการดำเนินงาน รวมถึง รายงานต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการดำเนินงาน เป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากยังใช้วิธีเดิมๆ ในการจดบันทึกแล้วลงตารางผ่าน Excel ละก็เตรียมตัวพบกับการเสี่ยโอกาสในการขายได้เลย เพราะการทำธุรกิจในยุค 4.0 บอกได้เลยว่าทุกอย่างต้อง Real Time ชนิดว่าใครดีใครได้กันเลยทีเดียว<br><br>8.ความแตกต่าง<br><br>สินค้าหมายถึงผลิตภัณฑ์สิ่งของเครื่องบริโภคที่จับต้องได้ที่เสนอโดย บริษัท แก่ลูกค้าเพื่อแลกกับเงิน พวกเขาเป็นรายการที่มีลักษณะทางกายภาพเช่นรูปร่างลักษณะขนาดน้ำหนัก ฯลฯ มันสามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์โดยการให้ยูทิลิตี้ สินค้าบางรายการทำขึ้นสำหรับการใช้งานครั้งเดียวโดยผู้บริโภคขณะที่บางรายการสามารถใช้ซ้ำได้<br><br></div><div>สินค้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในตลาด มีช่องว่างเวลาในการผลิตการจัดจำหน่ายและการบริโภคสินค้า เมื่อผู้ซื้อซื้อสินค้าและชำระราคาความเป็นเจ้าของจะถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1441062626/63a90606f59cefc42693c0a059054b8a/FC6DC0B9_AEBE_46DF_9553_485E2DC7F73B.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-18 09:20:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1954665625</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่ 2 28/12/64</title>
         <author>rattanaporn8</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966146418</link>
         <description><![CDATA[<div>ให้นักเรียนอธิบายความหมายของคำว่า "การบริหารจัดการสินค้า" พร้อมภาพประกอบ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-28 03:50:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966146418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่2การบริหารจัดการสินค้า</title>
         <author>dhansa063</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966152254</link>
         <description><![CDATA[<div>การจัดการสินค้าคงคลังคือการรักษาจำนวนสินค้าให้ถูกต้องตามสถานการณ์ คำว่า “สินค้า” ไม่ได้หมายความเฉพาะผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่นๆ ที่มีมูลค่าทางการเงิน การจัดการสินค้าคงคลังมีความสำคัญในการทำธุรกิจและสามารถแบ่งออกได้เป็นการจัดการสต๊อกและสินค้าคงคลัง</div><div><strong>การจัดการสต๊อก</strong></div><div>หมายถึงการระบุตำแหน่ง ปริมาณ และสถานะของสินค้า รวมถึงการจัดการปัจจัยต่างๆ เช่น รายการสินค้าและปริมาณสินค้าด้วยข้อมูลวัตถุตามจริงและข้อมูลในบัญชี ผู้คนมักจะคิดว่าการจัดการสินค้าคงคลังจะคล้ายกับการจัดการสต๊อก แต่วัตถุประสงค์จริงๆ ก็คือเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าในสต๊อกเป็นปริมาณที่เเหมาะสมอยู่เสมอ นั่นคือ ไม่มากหรือน้อยเกินไป</div><div><strong>สินค้าคงคลัง</strong></div><div>หมายถึงผลิตภัณฑ์ งานที่ยังไม่แล้วเสร็จ ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ วัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอื่นๆ เช่น ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปในกิจกรรมการขายและกิจกรรมการจัดการทั่วไป โดยจะประเมินราคาจากการทำให้สินค้าคงคลังเป็นทรัพยากรที่ใช้ในการหารายได้ ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังจึงรวมถึงการปรับปริมาณและสถานะของสินค้าคงคลังให้เหมาะสมอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1433658409/a5a95a3194e84e20b94d071e02f65716/padlet_image_picker_file_6e709e20_561e_4a7e_ad6c_b65949bfe30b.png" />
         <pubDate>2021-12-28 03:57:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966152254</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การบริหารและจัดการสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966156309</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในการทำธุรกิจออนไลน์นั้น ร้านค้าต่างก็มีวิธีบริหารจัดการสินค้า การหาสินค้า สั่งซื้อสินค้า และส่งสินค้าหลากหลายวิธีแตกต่างกันไปตามข้อจำกัดของแต่ละร้าน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตัวอย่างเช่น ร้านที่ขายสินค้าแบบพรีออเดอร์ อาจจะขายสินค้าที่มีราคาสูง ไม่มีความต้องการในปริมาณมากหรือเป็นสินค้าที่ค่อนข้างเฉพาะตัว หาซื้อยาก ต้องสั่งผลิต หรือไปซื้อเมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา ร้านค้าประเภทนี้จะสต๊อกสินค้าไว้น้อยมากหรือแทบจะไม่สต๊อกเลย<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนร้านค้าที่ขายสินค้าพร้อมส่งนั้น ส่วนใหญ่ขายสินค้าที่คนนิยม มีสินค้าที่ผลิตหรือสั่งซื้อไว้รอขายอยู่แล้ว ซึ่งข้อดีของการขายสินค้าพร้อมส่งนั้น คือ โอกาสที่ลูกค้าจะกดสั่งซื้อสินค้ามีสูงกว่า เพราะลูกค้าต่างต้องการใช้สินค้าในเวลาอันรวดเร็ว หากร้านค้าสามารถจัดส่งสินค้าได้ทันที ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และด้วยการส่งของได้เร็วตามเวลาหรือเร็วกว่าเวลาที่แจ้งนั้น ยิ่งสร้างความประทับใจ ความพึงพอใจและโอกาสในการกลับมาซื้อสินค้าที่ร้านเรามากขึ้นด้วย<br><br></div><div>&nbsp;&nbsp;<br><br></div><div><br>4 สิ่งควรรู้<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.รู้จักลูกค้า<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รู้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร มีไลฟ์สไตล์แบบไหน ต้องการสินค้าอะไรเพื่อมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเขา เพื่อให้เราสามารถลงทุนนำสินค้ามาขายได้อย่างตรงจุด<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.รู้จักตัวเอง&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการทำธุรกิจ รู้ศักยภาพของตนเองในการทำธุรกิจ เช่น จำนวนเงินลงทุนที่สามารถนำมาหมุนเวียนในธุรกิจ จำนวนพนักงานและความเร็วในการจัดการงานต่างๆ ตั้งแต่ลงสินค้า รับรายการสั่งซื้อ ส่งสินค้า ไปจนถึงการให้บริการต่างๆ กับลูกค้า<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3.รู้จักสินค้า&nbsp;<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทำการประเมินการขายสินค้าแต่ละประเภทว่ามีเทรนด์หรือแนวโน้มที่จะขายดี หรือสินค้าตัวไหนที่คนเริ่มไม่นิยมแล้ว จากนั้นทำการวิเคราะห์และวางแผนการเพิ่มสต๊อกสินค้าเดิมที่ยังขายดีอยู่ และการนำสินค้าใหม่มาขาย เพื่อให้ร้านค้าสามารถเพิ่มรายได้ มีกำไร สามารถระบายสินค้าออกขายได้ดีขึ้น และลดความเสียหายของสินค้าค้างสต๊อกที่เป็นต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลงได้<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.รู้จักตลาด<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ศึกษาตลาด เรียนรู้คู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ และทำการสำรวจราคาสินค้าที่ร้านอื่นๆ ขายเหมือนเรา หากในตลาดมีการลดราคาสินค้าที่ใกล้ราคาต้นทุนมากแล้ว ร้านค้าอาจจะต้องชะลอการสั่งซื้อสินค้าประเภทนั้นเข้ามาขายและระบายของออกให้เร็ว เพราะร้านค้าจะได้กำไรน้อยลงเรื่อยๆ จนอาจทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุนได้<br><br></div><div>&nbsp;&nbsp;<br><br></div><div><br>8 วิธีจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1.แยกประเภทสินค้าด้วยรหัสสินค้า<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทำการแยกประเภทสินค้าด้วยรหัสสินค้าและติดป้าย Label หรือ Barcode (ถ้ามี)ให้กับสินค้าทุกชิ้น และทำการอ้างอิงให้ตรงกับรายการสินค้าที่ลงขายในร้านค้าออนไลน์<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.แยกประเภทสินค้าด้วยความเร็วในการขาย<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แยกประเภทสินค้าที่ขายเร็ว-ช้าออกจากกัน และจัดให้สินค้าขายเร็ว อยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้สะดวกในการนำสินค้ามาบรรจุหีบห่อ<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.จัดการ Stock Keeping Unit (SKU)<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กำหนด Stock Keeping Unit (SKU) ให้กับสินค้าที่ขายให้มีความแตกต่างกันชัดเจน เพื่อความสะดวกสำหรับคนจัดสินค้าให้สามารถจัดสินค้าที่ผู้ซื้อสั่งได้ถูกต้องตรงตามรายการสั่งซื้อ และช่วยให้การจัดการสต๊อคในระบบหลังร้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4.กำหนดจำนวนสินค้าในคลัง<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบุจำนวนสินค้าแต่ละประเภทที่มีในคลังสินค้าจริง โดยส่วนใหญ่ร้านค้าจะสามารถจัดส่งสินค้าที่มีในคลังได้รวดเร็ว จึงทำให้ร้านสามารถกำหนดระยะเวลาเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่งในระบบได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับผู้ซื้อที่ต้องการสินค้าเร็ว<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;5.รู้ระยะเวลาจัดส่งสินค้าจากผู้ผลิต<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;กำหนดระยะเวลาในการสั่งสินค้าแต่ละตัว ในกรณีมีรายการสั่งซื้อเข้ามาเกินจำนวนสินค้าในคลังจริง และยังมีความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าสามารถปรับเพิ่มจำนวนสินค้าในคลังที่ระบบหลังร้าน เพื่อให้ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อได้ แต่ควรปรับเพิ่มระยะเวลาเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่งให้สอดคล้องกับวันที่สินค้าจากผู้ผลิตจะมาส่งที่ร้านค้า เพื่อไม่ให้การจัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อขอคืนเงินหรือให้คะแนนความพึงพอใจในระดับต่ำได้<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;6.จัดระเบียบให้กับสถานที่เก็บสินค้า<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;6.1 ทำรายการสถานที่เก็บสินค้าทุกชิ้น เช่น สถานที่ตั้งคลังสินค้า เลขที่ชั้นวางสินค้า<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;6.2 ทำป้ายกำกับชั้นวางสินค้า โดยมีเลขที่ชั้นวางสินค้ากำกับในทุกชั้น<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;6.3 ทำรายการสินค้าทั้งหมดที่วางอยู่ในชั้นวางสินค้าแต่ละชั้นพร้อมบอกจำนวนชิ้นทั้งหมด<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;6.4 หากมีการนำสินค้าออกจากชั้นวาง ให้ทำการหักจำนวนสินค้าออกจากรายการที่หน้าชั้นวางและหักจากรายการสินค้าที่บันทึกไว้ด้วย เพื่อการตรวจสอบสต๊อกสินค้าในภายหลัง<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;7.ตรวจสอบคลังสินค้าประจำ<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ร้านค้าควรกำหนดวันที่ต้องเช็คสต๊อก เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงคลัง เปรียบเทียบกับจำนวนสินค้าที่ขายได้ และนำมาคำนวณยอดรายได้ กำไร และวางแผนการสั่งซื้อสินค้าต่อไป<br><br></div><div><strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;8.เตรียมกล่องพัสดุล่วงหน้า<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จัดซื้อกล่องพัสดุสำหรับส่งสินค้าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การบรรจุและจัดส่งสินค้าทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ร้านค้าควรเตรียมกล่องในหลายขนาดที่เพียงพอในการบรรจุสินค้าชิ้นเดียว และหลายชิ้นใน 1 รายการสั่งซื้อ โดยทำการประเมินจากรายการสั่งซื้อที่เคยเกิดขึ้น แต่อย่าเผื่อกล่องหลายขนาดเกินไป เพราะร้านค้าต้องลงทุนซื้อกล่องด้วยเงินสดล่วงหน้า หากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็จะทำให้ต้นทุนจมอยู่ที่จุดนี้มากไป<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1517005108/6d5cc6a5aba5445a5509b704d70720d3/WeStock_04.jpg" />
         <pubDate>2021-12-28 04:03:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966156309</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การบริหารจัดการสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966159393</link>
         <description><![CDATA[<div>คือการดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลังคือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิตไป กระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437092490/89ab27cd82ce1f85bb713402d3fffdd8/39BBE95A_133A_4065_B26D_44A8679AB84B.png" />
         <pubDate>2021-12-28 04:07:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966159393</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การบริหาร</title>
         <author>suchadasarwmci54</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966190835</link>
         <description><![CDATA[<div>การจัดการสินค้าคงคลังคือการรักษาจำนวนสินค้าให้ถูกต้องตามสถานการณ์ คำว่า “สินค้า” ไม่ได้หมายความเฉพาะผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่นๆ ที่มีมูลค่าทางการเงิน การจัดการสินค้าคงคลังมีความสำคัญในการทำธุรกิจและสามารถแบ่งออกได้เป็นการจัดการสต๊อกและสินค้าคงคลัง</div><div><strong>การจัดการสต๊อก</strong></div><div>หมายถึงการระบุตำแหน่ง ปริมาณ และสถานะของสินค้า รวมถึงการจัดการปัจจัยต่างๆ เช่น รายการสินค้าและปริมาณสินค้าด้วยข้อมูลวัตถุตามจริงและข้อมูลในบัญชี ผู้คนมักจะคิดว่าการจัดการสินค้าคงคลังจะคล้ายกับการจัดการสต๊อก แต่วัตถุประสงค์จริงๆ ก็คือเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าในสต๊อกเป็นปริมาณที่เเหมาะสมอยู่เสมอ นั่นคือ ไม่มากหรือน้อยเกินไป</div><div><strong>สินค้าคงคลัง</strong></div><div>หมายถึงผลิตภัณฑ์ งานที่ยังไม่แล้วเสร็จ ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ วัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และอื่นๆ เช่น ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปในกิจกรรมการขายและกิจกรรมการจัดการทั่วไป โดยจะประเมินราคาจากการทำให้สินค้าคงคลังเป็นทรัพยากรที่ใช้ในการหารายได้ ดังนั้นการจัดการสินค้าคงคลังจึงรวมถึงการปรับปริมาณและสถานะของสินค้าคงคลังให้เหมาะสมอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1433658409/a5a95a3194e84e20b94d071e02f65716/padlet_image_picker_file_6e709e20_561e_4a7e_ad6c_b65949bfe30b.png" />
         <pubDate>2021-12-28 04:50:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966190835</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่2</title>
         <author>jt08012021</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966205317</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สินค้าคงคลัง หรือสินค้าคงเหลือ (Inventory) เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ เพราะจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนรายการหนึ่งซึ่งธุรกิจพึงมีไว้เพื่อให้การผลิตหรือการขาย สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น&nbsp; การมีสินค้าคงคลังมากเกินไปอาจเป็นปัญหากับธุรกิจ ทั้งในเรื่องต้นทุนการเก็บรักษาที่สูง สินค้าเสื่อมสภาพ หมดอายุ ล้าสมัย ถูกขโมย หรือสูญหาย นอกจากนี้ยังทำให้สูญเสียโอกาสในการนำเงินที่จมอยู่กับสินค้าคงคลังนี้ไปหาประโยชน์ในด้านอื่นๆ &nbsp;<br><br></div><div>แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าธุรกิจมีสินค้าคงคลังน้อยเกินไป ก็อาจประสบปัญหาสินค้าขาดแคลนไม่เพียงพอ (Stock out) สูญเสียโอกาสในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้า เป็นการเปิดช่องให้แก่คู่แข่งขัน และก็อาจต้องสูญเสียลูกค้าไปในที่สุด นอกจากนี้ถ้าสิ่งที่ขาดแคลนนั้นเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ การดำเนินงานทั้งการผลิตและการขายก็อาจต้องหยุดชะงัก ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจในอนาคตได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการในการจัดการสินค้าคงคลังของตนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป เพราะการลงทุนในสินค้าคงคลังต้องใช้เงินจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบถึงสภาพคล่องของธุรกิจได้<br><br></div><div><strong>ความหมาย ของสินค้าคงคลังและการบริหารสินค้าคงคลัง<br></strong><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สินค้าคงคลัง (Inventory) หมายถึงวัสดุหรือสินค้าต่างๆ ที่เก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน อาจเป็นการดำเนินงานผลิต ดำเนินการขาย หรือดำเนินงานอื่นๆ สินค้าคงคลังแบ่งได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1. วัตถุดิบ (Raw Material) คือสิ่งของหรือชิ้นส่วนที่ซื้อมาใช้ในการผลิต&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. งานระหว่างทำ (Work-in-Process) คือชิ้นงานที่อยู่ในขั้นตอนการผลิตหรือรอคอยที่จะผลิตหรือรอคอยที่จะผลิตในขั้นตอนต่อไป โดยที่ยังผ่านกระบวนการผลิตไม่ครบทุกขั้นตอน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. วัสดุซ่อมบำรุง (Maintenance/Repair/Operating Supplies) คือชิ้นส่วนหรืออะไหล่เครื่องจักรที่สำรองไว้เผื่อเปลี่ยนเมื่อชิ้นส่วนเดิมเสียหรือหมดอายุการใช้งาน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4. สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) คือปัจจัยการผลิตที่ผ่านทุกกระบวนการผลิตครบถ้วนพร้อมที่จะขายให้ลูกค้าได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ถ้าหากไม่มีสินค้าคงคลัง การผลิตอาจจะไม่ราบรื่น โดยทั่วไปฝ่ายขายค่อนข้างพอใจหากมีสินค้าคงคลังจำนวนมากๆ เพราะให้ความรู้สึกมั่นใจว่าอย่างไรก็มีสินค้าให้พอขาย แต่หน้าที่ของสินค้าคงคลังคือ รักษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ทำให้เกิดการประหยัด ต่อขนาด (Economy of Scale) เพราะการสั่งซื้อจำนวนมากๆ เป็นการลดต้นทุน และคลังสินค้าช่วยเก็บสินค้าปริมาณมากนั้น<br><br></div><div><strong>การบริหารสินค้าคงคลัง หมายถึง<br></strong><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -&nbsp; การเก็บทรัพยากรไว้ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคต เพื่อให้การดำเนินการของกิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น ผ่านการวางแผนกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -&nbsp; การจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายการสินค้าในคลัง ตั้งแต่รวบรวม จดบันทึกสินค้าเข้า-ออก การควบคุมให้มีสินค้าคงเหลือในปริมาณที่เหมาะสม มีระเบียบ เพื่อให้สินค้าที่มีอยู่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านแบบ สี ขนาด แฟชั่น &nbsp; โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อรายงานแก่ผู้บริหารว่า “รายการสินค้าใดขายดี สินค้าใดขายไม่ดี สินค้าใดควรสั่งซื้อเพิ่ม หรือสินค้าใดควรลดราคาล้างสต็อก หรือควรตัดสต็อก เพราะสินค้าเสื่อมคุณภาพ-ล้าสมัยแล้ว”&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>tag : บัญชี, ตรวจสอบบัญชี , ภาษี , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ใบกำกับภาษี , ภาษีซื้อ , ภาษีซื้อต้งห้าม ,สอบบัญชี&nbsp; ,การตรวจสอบบัญชี ,การสอบ บัญชี , ผู้สอบบัญชี ,&nbsp; ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ,สอบบัญชี , บริษัท ตรวจ สอบ บัญชี<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1437097027/f5fa28cb1e52c21f056d959c9c5f3b4c/padlet_image_picker_file_b27f157f_fe5b_457e_a2fc_25cf4d0d430c.jpg" />
         <pubDate>2021-12-28 05:12:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966205317</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966277011</link>
         <description><![CDATA[<div>การบริหารจัดการสินค้า คือการดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลังคือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิตไป กระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/675029318/2a7c26cf78c78559c09269785800ffad/3A296BF5_981F_4F3C_A695_4598B4470D97.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-28 06:55:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966277011</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966401521</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/675039645/96675c7f4c9595f78e0261cd37e4608d/167421A8_86D0_49D2_B571_90C568B10162.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-28 10:02:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966401521</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966403149</link>
         <description><![CDATA[<div>ทำเลที่ตั้ง<br>&nbsp;หมายถึง แหล่งที่จะทำให้ธุรกิจสามารถประกอบกิจกรรมทางธุรกิจได้สะดวกที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ทุกด้านที่จะได้รับ เช่น กำไร ค่าใช้จ่าย <br>การติดต่อสื่อสารต่าง ๆ และสิ่งแวดล้อมภายนอก จนสิ้นสุดการดำเนินธุรกิจนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินใจจะทำธุรกิจใดแล้วมักจะกำหนดวัตถุประสงค์ของกิจการไว้ชัดเจนว่าจะผลิตอะไร <br><br>&nbsp; &nbsp;2.การเลือกสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แนวทางในการซื้อสินค้าและบริการได้อย่างประหยัด&nbsp; คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; มีดังนี้<strong>&nbsp; &nbsp; 1. เปรียบเทียบสินค้าประเภทและชนิดเดียวกัน</strong>&nbsp; &nbsp; โดยคำนึงถึงหลักสินค้าที่ใช้แทนกันได้ &nbsp; ถ้าสินค้าชนิดใดแพงกว่า&nbsp; ก็หันไปซื้อสินค้าชนิดเดียวกันที่คุณภาพใกล้เคียงและ ราคาถูกกว่า&nbsp;</div><div><strong>&nbsp; &nbsp;2. เปรียบเทียบร้านค้าต่างๆ</strong>&nbsp; &nbsp;ในปัจจุบันร้านค้าต่างๆ มีเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแข่งขันในด้านการค้าสูง&nbsp; ผู้บริโภคควรเปรียบเทียบสินค้าและบริการของร้านค้าต่าง ๆ &nbsp; ทั้งในด้านราคาและคุณภาพ &nbsp; โดยวิธีการตรวจสอบจากโฆษณาและการไปยังร้านค้ามากกว่า&nbsp; &nbsp; &nbsp;1 &nbsp; แห่ง&nbsp;</div><div><strong>3. คำนึงถึงความจำเป็น</strong> <strong>&nbsp; คุณค่า</strong> <strong>&nbsp; ราคา และคุณภาพ</strong> ในการเลือกซื้อสินค้าควรคำนึงถึงความจำเป็น &nbsp; ความคุ้มค่า &nbsp; อีกทั้งราคาและคุณภาพสินค้าเป็นสำคัญ <br><strong><br>3ราคาและกำไร</strong></div><div><strong>“ราคาและกำไร” มีความสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกที่ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ส่วนผสมของกลุ่มสินค้าที่เราเลือกเข้ามาขายในร้านกับ การตั้งราคาขายแต่ละกลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้ามีผลกำไรสูงสุด(Margin Mixed) โดยคำนึงหลักพื้นฐาน ดังนี้<br></strong><br></div><div><br></div><div><strong>1. การตั้งราคาเพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรหลักของร้าน&nbsp;<br>กลุ่มสินค้าจำเป็นต้องตั้งราคาเท่ากับหรือต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าร้านค้าเราขายของไม่แพง<br></strong><br></div><div><strong>2. การตั้งราคาเพื่อสร้างผลกำไรและภาพลักษณ์ความทันสมัย&nbsp;<br>กลุ่มสินค้าใหม่หรือสินค้าตามเทศกาล สามารถตั้งราคาเต็มเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น<br></strong><br></div><div><strong>3. การตั้งราคาแบบสร้างความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;<br>กลุ่มสินค้าหรือบริการเฉพาะที่ร้านใกล้เคียงไม่มี สามารถตั้งราคาสูงกว่าสินค้าปกติ เพื่อเพิ่มผลกำไรของร้านโดยรวมมากขึ้น<br>แผนผังร้านค้า” การวางแผนผังร้านค้าที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพ และเป็นการบริหารพื้นที่ภายในร้านให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับสินค้าทุกกลุ่มภายในร้าน<br></strong><br></div><div><br></div><div><strong>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี<br></strong><br></div><div><strong>* ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้มากขึ้น<br>* เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า<br>* เพิ่มโอกาสในการขายเนื่องจากลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้น<br>* ลดความสูญเสียที่เกิดจากการจัดเก็บสินค้า<br></strong><br></div><div><br></div><div><strong>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า<br></strong><br></div><div><strong>1. ความกว้างทางเดินระหว่างชั้น ประมาณ 60-90 ซม. และความกว้างระหว่างตู้แช่กับชั้นวางควรกว้าง 90-120 ซม.<br>2. ชั้นกลางร้านควรสูงไม่เกิน 150 ซม. และชั้นวางริมผนังควรสูง 180 ซม.<br>3. ตำแหน่งตู้แช่ควรอยู้ด้านหลังร้าน และมองเห็นได้ชัดเจน<br>4. แคชเชียร์ควรอยู่บริเวณที่มองเห็นได้ทั่วร้าน และมีทางเข้าออกทางเดียว<br>5. ควรวางแผนผังร้านโดยแยกของกินออกจากของใช้</strong><br><br></div><div><strong>“การจัดเรียงสินค้า” การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า<br>4 ผังร้านและจัดเรียง</strong></div><div><strong>ประโยชน์ของการจัดเรียงสินค้าที่ดี</strong></div><div><strong>* เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย<br>* ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน<br>* ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด<br>* ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย<br>5การแต่งร้าน<br>1. การแต่งนอกร้าน ให้ดูดี สวยงาม สะดุดตาการติดป้ายวัสดุตกแต่งแปลกตา มีชื่อร้านที่น่าจดจำ<br>2. การตกแต่งภายในร้าน แสงสว่างในร้านให้ลูกค้ามองเห็นง่ายขึ้นมีสัญญาลักษณ์ที่ชัดเจน<br><br><br>6 ส่งเริมการขาย<br></strong>การส่งเสริมการขาย หมายถึง กิจกรรมการส่งเสริมการตลาดที่นอกเหนือไปจากการ โฆษณา การตลาดทางตรง การขายโดยใช้พนักงานขายและการประชาสัมพันธ์ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว เพื่อกระตุ้นความสนใจ การทดลองใช้ หรือการซื้อของลูกค้าขั้นสุดท้าย บุคคลในช่องทางการตลาด <strong><br>7สต๊อกสินค้า</strong></div><div>1.<strong>สต๊อกสินค้าดี</strong></div><div>สต๊อกสินค้าดีคือประเภทสินค้าที่เรารับมาหรือเราผลิตขึ้นมาแล้วมีคุณภาพที่ “ดีตามเกณ์มาตรฐาน” หรือ “สูงกว่ามาตรฐาน” ซึ่งวิธีการเช็คสต็อกสินค้าประเภทนี้นั้นง่ายมากเพียงแค่จดว่าจำนวนของสินค้าไม่ว่าจะเป็น “รับเข้ามา” หรือ “ผลติขึ้นมาเอง” นั้นมีจำนวนเท่าไหร่ แล้วเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสามารถนำส่งให้ลุกค้าอยู่เท่าไหร่ ซึ่งข้อดีของการทำสต๊อกสินค้าประเภทนี้สามารถทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า ต้นทุนของสินค้าสามารถสร้างรายได้และกำไรให้เราได้เท่าไหร่ พร้อมกับรู้อีกว่าต้นทุนนั้นมีสินค้าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานกี่ชิ้นซึ่งจะทำให้เราสามารถคำนวนทั้งรายรับและรายจ่ายได้ดีขึ้น</div><div>2 <strong>สต๊อกสินค้าเสีย</strong></div><div>สินค้าเสียนั้นตรงตามชื่อเลย นั่นก็คือสต็อกสินค้าที่ถูกจดไว้ว่าเป็นสินค้าที่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน หรือ เป็นสินค้าที่เกิดปัญหาในส่วนของไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “การจัดส่ง” หรือ “การใช้งาน” ซึ่งข้อดีของวิธีการเช็คสต็อกสินค้าประเภทนี้นั่นก็คือเราสามรถ คำนวนได้ว่าค่าความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในตัวของสินค้าระหว่าง “การจัดส่ง” หรือ “การใช้งาน” นั้นมีมากน้อยขนาดไหน แล้วเราจะหาทางแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร ซึ่งอีกมุมหนึ่งนั่นก็คือการที่เราได้รู้ปัญหาผ่านการทำสต๊อกสินค้านั่นเอง</div><div>3<strong>สต๊อกสินค้ายอดนิยม</strong></div><div>ในส่วนของสต๊อกสินค้าชนิดนี้นั่นก็คือตรงตามชื่อเลยว่า สินค้ายอดนิยม ซึ่งการทำสต๊อกสินค้าประเภทนี้คือการเช็คดูว่า เรามีสินค้าขายดีอยู่กี่ประเภทแล้วมียอดสั่งซื้ออยู่ในแต่ละเดือนเท่าไหร่ เพื่อเราจะสามรถนำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวนเพื่อทำให้การสั่งสินค้าตรงไปตามกฏและรายละเอียดของ EOQ หรือ Economic Oder Quantity ซึ่งก็คือการที่เราลดหรือประหยัดต้นทุนผ่านการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละรอบ โดยคำนวนประมาณสินค้าที่ต้องการสั่งซื้อให้เหมาะสมจากการคำนวนยอดขาย นั่นเอง<br>8ความแตกต่าง<br>ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคมองเห็น ทั้งในเชิงกายภาพ และเชิงรับรู้ ผ่านการโฆษณา โดยความแตกต่างของผลิตภัณฑ์มีหลายรูปแบบ เช่น คุณสมบัติของสินค้า, ประสิทธิภาพของสินค้า, ความทนต่อการใช้งานของสินค้า, ความน่าเชื่อถือของสินค้าและการรับประกันสินค้า7 ก.พ. 2564</div><div><strong><br></strong><br></div><div><strong><br><br></strong><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/675039645/b559e82f47c1da9149e625815d706a51/096D8014_501A_4DB4_A68B_89863FA68006.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-28 10:05:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966403149</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่ 2</title>
         <author>supunsa15pon</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966405900</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การบริหารสินค้าคงคลัง<br></strong><br></div><div>การบริหารสินค้าคงคลัง คือการดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลังคือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิตไป กระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย<br><br></div><div><strong>รายการหลักของสินค้าคงเหลือแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ<br></strong><br></div><div><strong>วัตถุดิบ (Raw materials) </strong>– วัตถุดิบเป็นสิ่งของที่ผู้ผลิตใช้ในการประกอบหรือแปรรูปในการสร้างสินค้าสำเร็จรูปขึ้นมาเพื่อขายภายหลัง โดยอาจจะรวมถึงสิ่งของที่บริษัทซื้อมาจากบริษัทอื่น จัดหาด้วยตัวเอง หรือประกอบมาจากวัตถุดิบอื่นอีกที<br><br></div><div><strong>งานในกระบวนการ (Work in progress) </strong>– สำหรับสินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน บางครั้งบริษัทก็ต้องมีการจัดเก็บ ‘งานในกระบวนการ’ ก่อนที่จะเข้าไปในกระบวนการผลิตสินค้าสำเร็จรูปออกมา งานในกระบวนการ คือสินค้าคงคลังที่ถูกผลิต แปรรูป หรือประกอบมาจากวัตถุดิบ แต่ก็ยังอยู่ในลักษณะไม่สมบูรณ์แบบ รอการผลิต แปรรูป หรือประกอบอีกรอบเพื่อให้เป็นสินค้าที่พร้อมจำหน่าย<br><br></div><div><strong>สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) </strong>– สินค้าสำเร็จรูป สินค้าที่ถูกแปรรูป ประกอบ หรือผลิตมาสมบูรณ์แบบและพร้อมที่จะถูกขายให้กับลูกค้าแล้ว เพราะฉะนั้นสินค้าสำเร็จรูปก็คือสต๊อกของสินค้าที่พร้อมจะนำไปขายให้กับลูกค้านั้นเอง<br><br></div><div><strong>อะไหล่และวัสดุสำหรับการซ่อมบำรุง </strong>– สิ่งของที่ถูกใช้ในการสนับสนุนหรือซ่อมแซมการผลิตสินค้าสำเร็จรูป แต่ไม่ได้ถูกใช้ในกระบวนการสร้างโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้กับเครื่องจักรในโรงงาน หรือถุงมือแพทย์ที่ใช้ประกอบการผ่าตัด<br><br></div><div><strong>การบริหารสินค้าคงเหลือให้เหมาะสมกับกิจการได้ มีแนวทางการจัดการดังนี้<br></strong><br></div><div><strong>กำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสมกับกิจการ (กำหนด Safety stock)</strong> ด้วยการจดบันทึกสินค้าเข้า-ออก ในคลัง โดยรวบรวมการเบิกจ่ายในอดีต ดูยอดขาย เพื่อให้มีสต๊อกเพียงพอตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านแบบ สี และขนาด โดยเก็บข้อมูลว่ารายการสินค้าใดขายดี สินค้าใดขายไม่ดี วัตถุดิบประเภทใดควรสั่งซื้อเพิ่ม หรือสินค้าสำเร็จรูปประเภทใดควรลดราคาล้างสต็อก หรือควรตัดสต็อก เพราะเสื่อมคุณภาพและล้าสมัยแล้ว<br><br></div><div><strong>มีการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบที่ดี โดยหาค่าปริมาณการสั่งซื้อที่มีต้นทุนต่ำที่สุด</strong> โดยหาค่าEconomic Order Quantity หรือเรียกสั้นๆว่า EOQ เป็นวิธีที่แพร่หลายและใช้กันมานานเพราะเป็นการคำนวณหาปริมาณการสั่งซื้อที่ทำให้ประหยัดทั้งต้นทุนในการสั่งซื้อ และต้นทุนในการเก็บรักษา และบอกถึงปริมาณที่ควรสั่งซื้อจำนวนเท่าใดจึงจะประหยัดที่สุด โดยใช้สูตรคำนวณดังนี้<br><br></div><div><strong>หาจุดสั่งซื้อ (reorder point)</strong> คือจุดที่ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าใหม่ และเป็นจุดที่ใช้เตือนสำหรับการสั่งซื้อในรอบถัดไป มีสูตรการคำนวณดังนี้<br><br></div><div><strong>เจรจาต่อรองขอส่วนลดเมื่อซื้อปริมาณวัตถุดิบจำนวนมาก</strong> ผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบใดอย่างสม่ำเสมอและทราบปริมาณการใช้ที่แน่นอน ควรเจรจากับผู้ขายโดยตกลงเป็นตัวเลขของปริมาณการใช้วัตถุดิบนี้ทั้งปี แต่ให้ผู้ขายทยอยส่งของให้ทุกเดือนโดยทำสัญญาเป็นรายปีเพื่อได้ส่วนลดมากขึ้น กรณีแบบนี้ธุรกิจขนาดเล็กมักไม่กล้าเจรจา ทาง BSC เคยแนะนำผู้ขายกาแฟสดรายหนึ่งที่มีสาขาหลายแห่ง ได้แนะนำให้ไปเจรจาและทำสัญญาซื้อนมสด นมข้นหวานเป็นรายปี ผู้ประกอบการรายนี้ได้ไปเจรจาและได้ส่วนลดมากกว่าเดิมถึงร้อยละ 5 ของราคาเดิมทำให้มีกำไรมากขึ้น<br><br></div><div><strong>บริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่ให้มี Dead stock</strong> เพื่อให้วัตถุดิบไม่เสื่อมสภาพและล้าสมัย<br><br></div><div><strong>มีการตรวจนับสินค้าคงคลังอย่างสม่ำเสมอ</strong> อย่างน้อยควรตรวจทุกรายการปีละ 1 ครั้งและสุ่มตรวจบางรายการทุกเดือนเพื่อให้ทราบว่าสินค้าคงคลังที่บันทึกในบัญชีไว้ตรงกับสินค้าคงคลังที่เก็บไว้ในโกดังหรือไม่ และเพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือฉ้อโกงจากพนักงานของกิจการด้วย นอกจากนั้นการตรวจนับจะช่วยให้พนักงานที่ดูแลต้องเอาใจใส่ในการเก็บรักษาด้วย<br><br></div><div><strong>จัดสถานที่เหมาะสมในการเก็บสินค้าคงคลังมีเอกสารการเบิกจ่ายสินค้าคงคลัง</strong> เพื่อควบคุมการซื้อและเบิกจ่ายสินค้าคงคลังไดโดยออกแบบให้มีช่องอนุมัติให้เบิกสินค้าคงเหลือได้เพื่อควบคุมการรั่วไหล<br><br></div><div><strong>จัดสถานที่เหมาะสมในการเก็บสินค้าคงคลัง </strong>การคำนึงถึงลักษณะการจัดวางรูปแบบสินค้า และการวางสินค้าให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ทางด้านความชื้นและความสะดวกต่อการขนย้าย<br><br></div><div><strong>มีเอกสารการเบิกจ่ายสินค้าคงคลัง</strong> เพื่อควบคุมการซื้อและเบิกจ่ายสินค้าคงคลังไดโดยออกแบบให้มีช่องอนุมัติให้เบิกสินค้าคงเหลือได้เพื่อควบคุมการรั่วไหล<br><br></div><div><strong>นำระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ควบคุมสต๊อก</strong> ในกรณีที่เป็นธุรกิจขนาดกลางซึ่งมียอดขายสูง มีการผลิตสินค้าหลายแบบ และมีรายการที่เป็นวัตถุดิบจำนวนมาก เพื่อใช้ควบคุมและนำมาบริหารงานให้ดีขึ้น<br><br></div><div><strong>ieProsoft โซลูชั่นครบวงจรด้านการบริหารการผลิตในอุตสาหกรรม<br></strong><br></div><div>บริษัท ไออี บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด (IEBS) เป็นผู้ให้บริการระบบซอฟแวร์ทางด้านการจัดการอุตสาหกรรม การวางแผนการผลิตโดยลงลึกไปจนถึงการจัดตารางการผลิต มาตรฐานการการทำงาน การจัดสมดุลการผลิต รวมไปถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า ครอบคุลมการบริการในด้านต่างๆที่สำคัญต่อการนำระบบไปใช้ในภาคธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดูแลตั้งแต่การติดตั้ง การให้ปรึกษา การนำไปใช้งานจริง (Implementation) รวมถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ต่างๆ เราสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ยุค ดิจิทัล ด้วยเครื่องมือในกลุ่ม ieProsoft อาทิเช่น ieSmart WI, ieLineBalancing, ie<a href="https://www.bytebrain.co.th/amanda-stock-manager/index.html?https://www.bytebrain.co.th/amanda-stock-manager/index.html&amp;gclid=CjwKCAjwo4mIBhBsEiwAKgzXOKd_Sg20w5rHQovK9uwBi8afyyj1lzeqczWwSvFy7ex_5d177NOLWxoCYggQAvD_BwE">Inventory</a> และ ieInventory ซึ่งซอฟแวร์ทั้งหมดนี้ เป็นตัวช่วยให้สามารถบริหารการจัดการผลิตได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำไรให้บริษัทได้เป็นอย่างดี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/674912098/33789f9189e5d709c95da95ace3d0b64/image.png" />
         <pubDate>2021-12-28 10:09:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1966405900</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่2 การบริหารจัดการสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967183539</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>- การเก็บทรัพยากรไว้ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคต เพื่อให้การดำเนินการของกิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น ผ่านการวางแผนกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม&nbsp;</strong></div><div><strong>- การจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายการสินค้าในคลัง ตั้งแต่รวบรวม จดบันทึกสินค้าเข้า-ออก การควบคุมให้มีสินค้าคงเหลือในปริมาณที่เหมาะสม มีระเบียบ เพื่อให้สินค้าที่มีอยู่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านแบบ สี ขนาด แฟชั่น &nbsp;<br>โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อรายงานแก่ผู้บริหารว่า “รายการสินค้าใดขายดี สินค้าใดขายไม่ดี สินค้าใดควรสั่งซื้อเพิ่ม หรือสินค้าใดควรลดราคาล้างสต็อก หรือควรตัดสต็อก เพราะสินค้าเสื่อมคุณภาพ-ล้าสมัยแล้ว”&nbsp;<br>- สต็อคเพื่อความปลอดภัย (Safety Stock) เป็นสต็อคที่ต้องสำรองไว้กันสินค้าขาดเมื่อสินค้าถูกใช้และปริมาณลดลงจนถึงจุดสั่งซื้อ (Reorder point) เป็นจุดที่ใช้เตือนสำหรับการสั่งซื้อรอบถัดไป เมื่ออุปสงค์สูงกว่าสินค้าคงคลังที่เก็บไว้ เป็นการป้องกันสินค้าขาดมือไว้ล่วงหน้า หรืออีกคำอธิบายหนึ่งเป็นการเก็บสะสมสินค้าคงคลังในช่วงของรอบเวลาในการสั่งซื้อ<br>- จุดสั่งซื้อ (Reorder point) จุดสั่งซื้อใหม่ในอัตราความต้องการสินค้าคงคลังคงที่และรอบเวลาคงที่ เป็นสภาวะที่ไม่เสี่ยงที่จะเกิดสินค้าขาดมือเลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างแน่นอน&nbsp;</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.ryt9.com/img/files/20200825/iqd90117b5ab270d7475c2c3287b6c6772.jpg" />
         <pubDate>2021-12-29 01:56:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967183539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่ 2 28/12/64</title>
         <author>raksasukflim1253</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967327198</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การบริหารสินค้าคงคลัง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>คือการดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลังคือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิตไป กระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; -&nbsp;สินค้าคงคลังหรือสินค้าคงเหลือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจการผลิตและธุรกิจซื้อมาขายไปเป็นอย่างมาก เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นในการผลิตสินค้าที่ไม่ขาดตอน ธุรกิจก็ต้องสต๊อกวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการผลิตและยังต้องเก็บสต๊อกสินค้าสำเร็จรูปไว้เผื่อขายด้วย วัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเหล่านี้เรารวมเรียกว่าสินค้าคงคลังหรือสินค้าคงเหลือนั่นเอง กิจการที่มีสต๊อกจำนวนมากก็เป็นปัญหาทั้งสถานที่เก็บและยังเป็นปัญหาที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากอีกด้วย การบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อให้มีสินค้าขายและมีต้นทุนการเงินที่ต่ำไปด้วย<strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/676707723/b2f1e775aa10071574f75eaa0aeb2430/______1.png" />
         <pubDate>2021-12-29 04:23:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967327198</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่2 การบริหารสินค้าคงคลัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967364793</link>
         <description><![CDATA[<div>สินค้าคงคลังหรือสินค้าคงเหลือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจการผลิตและธุรกิจซื้อมาขายไปเป็นอย่างมาก เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นในการผลิตสินค้าที่ไม่ขาดตอน ธุรกิจก็ต้องสต๊อกวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการผลิตและยังต้องเก็บสต๊อกสินค้าสำเร็จรูปไว้เผื่อขายด้วย วัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเหล่านี้เรารวมเรียกว่าสินค้าคงคลังหรือสินค้าคงเหลือนั่นเอง กิจการที่มีสต๊อกจำนวนมากก็เป็นปัญหาทั้งสถานที่เก็บและยังเป็นปัญหาที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากอีกด้วย การบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อให้มีสินค้าขายและมีต้นทุนการเงินที่ต่ำไปด้วย<strong><br></strong><br></div><div><strong>การบริหารสินค้าคงคลัง<br></strong><br></div><div>การบริหารสินค้าคงคลัง คือการดูแล วางแผน และจัดการทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ขายหรือ สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และสต๊อกสินค้า โดยที่เป้าหมายของการบริหารสินค้าคงคลังคือการดูการไหลเวียนของสินค้าจากกระบวนการผลิตไป กระบวนการจัดเก็บ จนไปถึงกระบวนการขาย<br><br></div><div><strong>รายการหลักของสินค้าคงเหลือแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ<br></strong><br></div><div><strong>วัตถุดิบ (Raw materials) </strong>– วัตถุดิบเป็นสิ่งของที่ผู้ผลิตใช้ในการประกอบหรือแปรรูปในการสร้างสินค้าสำเร็จรูปขึ้นมาเพื่อขายภายหลัง โดยอาจจะรวมถึงสิ่งของที่บริษัทซื้อมาจากบริษัทอื่น จัดหาด้วยตัวเอง หรือประกอบมาจากวัตถุดิบอื่นอีกที<br><br></div><div><strong>งานในกระบวนการ (Work in progress) </strong>– สำหรับสินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน บางครั้งบริษัทก็ต้องมีการจัดเก็บ ‘งานในกระบวนการ’ ก่อนที่จะเข้าไปในกระบวนการผลิตสินค้าสำเร็จรูปออกมา งานในกระบวนการ คือสินค้าคงคลังที่ถูกผลิต แปรรูป หรือประกอบมาจากวัตถุดิบ แต่ก็ยังอยู่ในลักษณะไม่สมบูรณ์แบบ รอการผลิต แปรรูป หรือประกอบอีกรอบเพื่อให้เป็นสินค้าที่พร้อมจำหน่าย<br><br></div><div><strong>สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) </strong>– สินค้าสำเร็จรูป สินค้าที่ถูกแปรรูป ประกอบ หรือผลิตมาสมบูรณ์แบบและพร้อมที่จะถูกขายให้กับลูกค้าแล้ว เพราะฉะนั้นสินค้าสำเร็จรูปก็คือสต๊อกของสินค้าที่พร้อมจะนำไปขายให้กับลูกค้านั้นเอง<br><br></div><div><strong>อะไหล่และวัสดุสำหรับการซ่อมบำรุง </strong>– สิ่งของที่ถูกใช้ในการสนับสนุนหรือซ่อมแซมการผลิตสินค้าสำเร็จรูป แต่ไม่ได้ถูกใช้ในกระบวนการสร้างโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้กับเครื่องจักรในโรงงาน หรือถุงมือแพทย์ที่ใช้ประกอบการผ่าตัด<br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1517850359/30d48d826a8d3e2d68f5da4ccc735863/padlet_image_picker_file_230b6d52_6c7f_447d_a82c_da839ebe63cf.jpg" />
         <pubDate>2021-12-29 05:20:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1967364793</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบงานที่2การบริหารจัดการสินค้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1970424248</link>
         <description><![CDATA[<div>-การเก็บทรัพยากรไว้ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคต เพื่อให้การดำเนินการของกิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น ผ่านการวางแผนกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม&nbsp;</div><div>- การจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายการสินค้าในคลัง ตั้งแต่รวบรวม จดบันทึกสินค้าเข้า-ออก การควบคุมให้มีสินค้าคงเหลือในปริมาณที่เหมาะสม มีระเบียบ เพื่อให้สินค้าที่มีอยู่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในด้านแบบ สี ขนาด แฟชั่น<br>โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อรายงานแก่ผู้บริหารว่า “รายการสินค้าใดขายดี สินค้าใดขายไม่ดี สินค้าใดควรสั่งซื้อเพิ่ม หรือสินค้าใดควรลดราคาล้างสต็อก หรือควรตัดสต็อก เพราะสินค้าเสื่อมคุณภาพ-ล้าสมัยแล้ว”</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1520247032/7b7a5674e6ac95640184d3654949f07f/padlet_image_picker_file_ae8b8344_b8e3_4b42_8aef_9c86dee61774.jpg" />
         <pubDate>2022-01-02 03:02:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/1970424248</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>best290544</author>
         <link>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/2087439829</link>
         <description><![CDATA[<div>การจัดเรียงสินค้า” การจัดเรียงสินค้าที่ดี ต้องคำนึงความสะดวกสบายของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละกลุ่มต่อเนื่องกัน เป็นการใช้พื้นที่แต่ละชั้นวางให้เป็นประโยชน์ และสร้างยอดขายสูงสุดให้ร้านค้า</div><div><br></div><div>ประโยชน์ของการวางผังร้านที่ดี</div><div>เกิดความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า เพิ่มโอกาสในการขาย</div><div>ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเรียง ทำให้สามารถเพิ่มสินค้าใหม่ๆเข้ามาขายในร้าน</div><div>ทำให้ทราบอัตราการขายสินค้า เพื่อเพิ่ม-ลดจำนวนขาในการจัดเรียงให้เกิดประโยชน์และสร้าง ยอดขายสูงสุด</div><div>ตรวจสอบปริมาณสินค้าคงเหลือได้ง่าย</div><div>เทคนิค 5 ประการในการวางแผนผังร้านค้า</div><div>แบ่งสินค้าให้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน โดยจัดเรียงลงมาในแนวดิ่ง</div><div>จัดเรียงสินค้าสัมพันธ์และต่อเนื่องกัน</div><div>สินค้าขายดีวางระดับสายตา และสินค้าราคาแพงควรวางใกล้แคชเชียร์</div><div>สินค้าชิ้นเล็ก น้ำหนักเบาควรจัดเรียงด้านบน สินค้าน้ำหนักมากขนาดใหญ่ควรจัดเรียงด้านล่าง</div><div>ไม่ควรเรียงสินค้าประเภทของใช้และสารเคมีปนกับสินค้าประเภทอาหาร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/675006476/221cd057cc62522b9f63d64e0ee7591d/6DB88504_BC20_401B_A6EB_57C1BE338B66.png" />
         <pubDate>2022-03-10 03:14:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rattanaporn8/oa24mm3y59qqcd2r/wish/2087439829</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
