<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia by นันทนา จันทร์แจ่มศรี</title>
      <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk</link>
      <description>
ข้อมูลโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-03-04 08:48:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-03-04 10:06:04 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077607658</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เกิดจากการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงผิดปกติ เม็ดเลือดเปราะแตกง่าย ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง ทำให้หลายคนเรียกว่าโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย รวมถึงม้ามโตเนื่องจากต้องผลิตเม็ดเลือดใหม่มาทดแทนมากขึ้นโรคธาลัสซีเมียไม่ใช่โรคติดต่อแต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แบ่งออกเป็นชนิดแสดงอาการ ที่จะส่งผลต่อผู้ป่วยคือมีอาการเหนื่อยง่าย ตัวซีด อ่อนเพลีย สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ และชนิดไม่แสดงอาการ หรือเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ผู้ที่มียีนนี้จะไม่รู้ตัวและไม่เป็นอันตราย&nbsp; &nbsp;</div><ul><li>ทางเดียวที่จะรักษาโรคธาลัสซีเมียให้หายขาดคือการปลูกถ่ายไขกระดูก หรือปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem cells) ซึ่งราคาสูงและค่อนข้างเสี่ยง นอกจากนั้นก็เป็นเพียงการรักษาเพื่อประคับประคองอาการ เช่น การให้เลือดหรือทานวิตามิน</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/6f08cc600a9a2cf0768c45b8d3653d78/thalassemia_patient.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:19:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077607658</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธาลัสซีเมียแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077615142</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em><mark>1. ชนิดที่แสดงอาการ</mark></em></strong><strong> </strong>แบ่งย่อยได้อีกเป็น 3 ชนิดคือ</div><div><br></div><ul><li>ชนิดที่มีความรุนแรงน้อย เช่น ทำให้มีอาการซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย</li><li>ชนิดที่มีความรุนแรงปานกลาง โดยแรกเกิดจะปกติดี แต่จะเริ่มแสดงอาการมากขึ้นเมื่ออายุ 3-6 เดือน</li><li>ชนิดที่มีความรุนแรงมาก เช่น เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และทารกอาจเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา</li></ul><div><br></div><div><strong><em><mark>2. ชนิดที่ไม่แสดงอาการ</mark></em></strong> หรือเรียกว่าโรคธาลัสซีเมียแฝง คือผู้ที่มียีนผิดปกตินี้อยู่ในร่างกายแต่ไม่แสดงอาการ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง จึงไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ซึ่งแม้ว่าคนในกลุ่มนี้จะไม่เป็นอันตราย แต่ความผิดปกติจะสามารถถ่ายทอดพันธุกรรมสู่ลูกได้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>                          <mark>ธาลัสซีเมียแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ</mark></div><div><br></div><ul><li><strong><em><mark>อัลฟา-ธาลัสซีเมีย (α-thalassemia)</mark></em></strong><em> </em>ได้แก่ อัลฟ่า-ธาลัสซีเมีย 1 (α-thalassemia 1), อัลฟ่า-ธาลัสซีเมีย 2 (α-thalassemia 2), ฮีโมโกลบินคอนสแตนท์สปริง (Hb Constant Spring) ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่ภาวะโลหิตจางเล็กน้อยไปจนถึงเสียชีวิตในครรภ์<br><br></li><li><strong><em><mark>เบต้า-ธาลัสซีเมีย (β-thalassemia)</mark></em></strong><em> </em>ได้แก่ เบต้า-ธาลัสซีเมีย (β-thalassemia) และฮีโมโกลบินอี (Hb E) มีความรุนแรงน้อยกว่า มักมีอาการซีดและตัวเหลือง ในบางรายที่โลหิตจางมากอาจต้องให้เลือด</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-03-04 09:25:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077615142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาเหตุของโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077616864</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ธาลัสซีเมีย คือโรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์เท่านั้น ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก สามารถแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้</div><div><br></div><div><strong><em><mark>กรณีที่มีพ่อแม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย</mark></em></strong></div><div><br></div><ul><li>พ่อและแม่เป็นโรคธาลัสซีเมียทั้งคู่โดยต้องเป็นยีนเด่นทั้งคู่ ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นโรคธาลัสซีเมียเช่นเดียวกัน<br><br></li><li>พ่อหรือแม่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคธาลัสซีเมียโดยเป็นยีนเด่นแค่คนเดี่ยว ลูกที่เกิดมาจะเป็นพาหะธาลัสซีเมีย คือกลุ่มที่ไม่มีอาการใดๆปรากฏหรือแสดงอาการน้อย</li></ul><div><br></div><div><strong><em><mark>กรณีที่มีพ่อแม่เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย</mark></em></strong></div><div><br></div><ul><li>พ่อหรือแม่แค่คนใดคนหนึ่งเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ลูกจะมีความเสี่ยงในการเป็นพาหะธาลัสซีเมีย</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/25110f6d956fcea8321bd8a8feb025a8/thalassemia_family.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:26:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077616864</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาการของโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077622551</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;      &nbsp;เนื่องจากธาลัสซีเมียมีหลายประเภท ผู้ป่วยจึงมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ในบางรายอาจมีแค่อาการอ่อนเพลีย หรือซีดเล็กน้อย ในขณะที่บางรายอาจมีอาการตั้งแต่เจริญเติบโตช้าผิดปกติ โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ ซีดมาก เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ตาเหลือง กระดูกพรุน หัวใจโต ตับโต ม้ามโต</div><div><br></div><div><strong><mark>อาการม้ามโตจากธาลัสซีเมีย</mark></strong></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ป่วยธาลัสซีเมียบางรายอาจมีอาการม้ามโต เนื่องจากม้ามต้องทำงานหนักเพื่อสร้างเม็ดเลือดใหม่มาทดแทน และกำจัดเม็ดเลือดที่มีความผิดปกติ จนเกิดอาการซีดที่แม้ให้เลือดบ่อยก็ยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาให้ตัดม้ามออก หลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยอาการซีดลดลง อาจไม่ต้องให้เลือดอีกเลย หรือให้เป็นบางครั้ง อย่างไรก็ตามการตัดม้ามมีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงกว่าคนปกติ จึงไม่นิยมทำในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี และผู้ป่วยจะต้องดูแลร่างกายเป็นพิเศษ หากมีไข้สูง อ่อนเพลียมาก ท้องร่วง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ยังต้องระวังการสะสมของธาตุเหล็กในอวัยวะต่างๆ เนื่องจากร่างกายมีการดูดซึมเหล็กมากขึ้น</div><div><br><strong><mark>อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์</mark></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; หากไม่ทราบว่าตนเองได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมโรคธาลัสซีเเมียมาหรือไม่ เมื่อมีอาการตัวซีด เหลือง อ่อนเพลียง่ายควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ทางที่ดีควรตรวจเลือดหายีนธาลัสซีเมียก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่เกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมีย</div><div><br><br></div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/c024bcb48415b1c08ae802b00c8184a5/1594019030.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:31:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077622551</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธาลัสซีเมียกับโลหิตจางต่างกันอย่างไร</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077623649</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;    &nbsp;<mark>ภาวะโลหิตจาง (Anemia) </mark>เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงที่น้อยกว่าปกติ จึงทำให้มีอาการซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เสียเลือดมากแบบเฉียบพลัน <a href="https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/nutritional-deficiency"><mark>ขาดสารอาหาร</mark></a> รวมถึงโรคต่างๆ ซึ่งธาลัสซีเมีย คือหนึ่งในโรคที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อรักษาต้นตอของปัญหาอย่างถูกวิธี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/4f4620995acda7e0abd04765e4736637/thalassemia_symptoms.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:32:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077623649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การรักษาโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077626567</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ธาลัสซีเมียสามารถรักษาให้หายขาดได้เพียงวิธีเดียวเท่านั้น คือการปลูกถ่ายไขกระดูก หรือปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem cells) ซึ่งต้องหาผู้ที่มีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่เข้ากับผู้ป่วยได้ดี อย่างไรก็ตามวิธีนี้นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงแล้วก็ยังมีความเสี่ยงสูงด้วย ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก จะต้องพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ โดยแพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคองไปตามอาการ เช่น การให้เลือด ให้วิตามินและยาขับธาตุเหล็ก การตัดม้าม รวมถึงรักษาอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดตามมา เช่น ติดเชื้อ ตับแข็ง <a href="https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/diabetes"><mark>เบาหวาน</mark></a> นิ่วในถุงน้ำดี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/69131121e70cc80cba29c500ad2f786d/surgery_stem_cells.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:35:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077626567</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077636283</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em><mark>Do</mark></em></strong></div><div><br></div><ul><li>รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบ <a href="https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/5-essential-nutrients"><mark>5 หมู่</mark></a> เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง</li><li>รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโฟลิก (Folic) เพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง พบมากในผักใบเขียว เช่น บร็อคโคลี่ คะน้า ธัญพืชไม่ขัดสี แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ อะโวคาโด ผลไม้รสเปรี้ยวอย่าง ส้ม มะนาว สตรอว์เบอร์รี</li><li>รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน</li><li>ดื่มชาหลังอาหาร จะช่วยลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้</li><li>ควรตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน เพราะผู้ป่วยธาลัสซีเมียมักมีอาการกระดูกเปราะ กระดูกพรุน จึงมีโอกาสที่ฟันจะผุได้บ่อย ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการถอนฟัน เพราะจะทำให้เสียเลือดมาก และอาจเป็นอันตรายในผู้ป่วยบางคน</li><li>หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ด้วยวิธีเบาๆ ที่ไม่ทำให้เหนื่อยจนเกินไป</li><li>พักผ่อนให้เพียงพอ</li><li>รักษาความสะอาด ระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อ</li><li>ไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการ</li></ul><div><br></div><div><strong><em><mark>Don’t</mark></em></strong></div><div><br></div><ul><li>งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์</li><li>หลีกเลี่ยงอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เพราะร่างกายของผู้ป่วยธาลัสซีเมียจะดูดซึมธาตุเหล็กมากกว่าคนปกติ รวมถึงบางรายที่ต้องรับการให้เลือดเป็นประจำ ทำให้เกิดการสะสมของธาตุเหล็กในร่างกายสูง และเป็นอันตรายต่อตับและหัวใจ</li><li>ไม่ควรซื้อวิตามิน อาหารเสริม ยาบำรุงเลือด มารับประทานเอง เพราะอาจมีธาตุเหล็กเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง</li><li>หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักมาก ผาดโผนจนเกินไป หรือมีผลกระทบต่อกระดูก เพราะผู้ป่วยอาจได้รับอันตรายจากการเสียเลือดและกระดูกหักได้</li></ul><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/8471caceed8b220f673262353c0ded49/l29_259.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:43:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077636283</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การป้องกันโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077639370</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>-</strong> สำหรับคนที่สงสัยว่าจะเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือเข้าข่ายเสี่ยง มีพ่อแม่ พี่น้อง เป็นโรคธาลัสซีเมียหรือเป็นพาหะธาลัสซีเมีย สามารถเข้ารับการตรวจ เพื่อจะได้สามารถดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี<br><br></div><div><strong>-</strong> เนื่องจากธาลัสซีเมีย คือโรคทางพันธุกรรม วิธีป้องกันที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่งก็คือการตรวจเลือดและ DNA ก่อนตั้งครรภ์ แพทย์ถึงจะสามารถประเมินอัตราความเสี่ยงและความรุนแรงของการเกิดโรคธาลัสซีเมียในบุตรได้</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/84f9fbcb98f2e5b3376562788d67976d/images.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:45:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077639370</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย</title>
         <author>s6411166217</author>
         <link>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077642294</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em><mark>1. พาหะธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม?</mark></em></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียยังมีโอกาสที่จะมีลูกได้ แต่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์ก่อน เพื่อดูว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมียประเภทไหน แพทย์จะประเมินความเสี่ยงรวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีโอกาสถึง 80% ที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ และยังมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย พาหะธาลัสซีเมีย หรือเสียชีวิตได้อีกด้วย หากตัดสินใจที่จะมีลูกแล้วก็ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด</div><div><br></div><div><strong><em><mark>2. ธาลัสซีเมียแฝงอันตรายไหม?</mark></em></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ธาลัสซีเมียแฝงไม่เป็นอันตรายและจะพบก็ต่อเมื่อไปตรวจเท่านั้น เพราะผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะไม่มีอาการ ร่างกายแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องรักษาหรือรับประทานยาใดๆ เพียงแค่ดูแลสุขภาพให้ดีและแข็งแรงตามหลักทั่วไป เช่น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ</div><div><br></div><div><strong><em><mark>3. โรคธาลัสซีเมียรักษาหายไหม?</mark></em></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ธาลัสซีเมียคือโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายด้วยการรับประทานยา เมื่อเป็นแล้วก็จะเป็นไปตลอดชีวิต วิธีการรักษาให้หายขาดมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น คือการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งจะต้องหาเซลล์ต้นกำเนิดที่เข้ากับผู้ป่วยได้ โดยวิธีการคือจะทำลายเซลล์ต้นกำเนิดเดิมและใส่เซลล์ต้นกำเนิดใหม่เข้าไปแทน จึงทำให้วิธีการนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะอาจเกิดภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรง ภาวะต่อต้านหรือปฏิเสธเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับและผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดได้ อย่างไรก็ตามหากการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นไปได้ด้วยดี ผู้ป่วยก็จะหายขาดจากโรคนี้โดยสิ้นเชิง</div><div><br></div><div><strong><em><mark>4. โรคธาลัสซีเมียติดต่อได้ไหม?</mark></em></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โรคธาลัสซีเมีย รวมถึงพาหะธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่ถ่ายทอดและติดต่อกันผ่านทางพันธุกรรมเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อกันทางการสัมผัส การหายใจ สารคัดหลั่ง หรืออื่นๆ ได้ ผู้ป่วยจึงสามารถใช้ชีวิตในสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ</div><div><br></div><div><strong><em><mark>5. พาหะธาลัสซีเมียบริจาคเลือดได้ไหม?</mark></em></strong></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมีย จะต้องผ่านการตรวจค่าความเข้มข้นของเลือดก่อนบริจาคทุกครั้งเหมือนกับคนทั่วไป หากค่าดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะสามารถบริจาคเลือดได้ตามปกติ แต่หากค่าความเข้มข้นของเลือดจางและธาตุเหล็กต่ำ สามารถทานธาตุเหล็กเสริมได้ แต่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และระวังธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์โดยให้เน้นโปรตีนเป็นหลัก เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1611764362/fe5d07c6ee2b62d9b66398415c8e5fd1/639268_img_1351338861_1.jpg" />
         <pubDate>2022-03-04 09:48:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/s6411166217/nos927u3ptnqsmqk/wish/2077642294</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
