<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การสำรวจตรวจสอบความรู้ก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์ by Priyanuch Huansakul</title>
      <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx</link>
      <description>จงสืบค้นข้อมูลความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ในโลกยุคปัจจุบัน และสรุปองค์ความรู้ลงใน Padlet </description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-10-26 02:16:04 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-03-07 13:40:17 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f680.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>&quot;SpaceX&quot; จอดบูสเตอร์เทียบแท่นปล่อยยานสำเร็จครั้งแรก</title>
         <author>priyanuch1</author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3188188550</link>
         <description><![CDATA[<p>     ในวันที่ 13 ตุลาคม 2024 SpaceX ประสบความสำเร็จในการทดสอบเที่ยวบิน Starship ครั้งที่ 5 และไฮไลต์ในวันนี้ก็คือการที่ SpaceX สามารถให้จรวด Super Heavy บินกลับมาลงจอดด้วยการบินเข้ามายังหอคอยสำหรับปล่อย และใช้แขนกลที่ SpaceX เรียกว่า “Mechazilla” และถูกเรียกกันเล่น ๆ ว่าตะเกียบหรือ “Chopsticks” ได้สำเร็จ ความสำเร็จดังกล่าวถือว่าทำให้แผนการให้บริการด้วยจรวด Super Heavy และ Starship ใกล้ความจริงขึ้นมาทุกวัน</p><p>     การลงจอดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากกว่าการทำบูสเตอร์ของ Falcon 9 กลับมาลงจอด เนื่องจากหลักการทำงานของจรวดทั้งสองรุ่นกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ Falcon 9 จะกางขาลงจอดเพื่อรองรับตัวจรวดกับพื้น บูสเตอร์ Super Heavy ได้ใช้แขนคีบของหอส่งรับตัวจรวดกลางอากาศ</p><p><strong>ที่มา :</strong> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://spaceth.co/starship-flight-5/">https://spaceth.co/starship-flight-5/</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/fX48IhTBLqY?si=psEDLfR4Jebxm2TF">https://youtu.be/fX48IhTBLqY?si=psEDLfR4Jebxm2TF</a></p><p><strong>ตัวอย่างการลงจอดของ Falcon 9  </strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://youtu.be/8TzO5cJ2MW0?si=lg6hJem9UAFeEQ7Z">https://youtu.be/8TzO5cJ2MW0?si=lg6hJem9UAFeEQ7Z</a></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/fX48IhTBLqY?si=vLEU9IDXdEMXuWLr" />
         <pubDate>2024-10-26 02:31:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3188188550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์</title>
         <author>priyanuch1</author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205593850</link>
         <description><![CDATA[<p>ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://images.pexels.com/photos/9243255/pexels-photo-9243255.jpeg" />
         <pubDate>2024-11-07 02:59:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205593850</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดาวเคราะห์คล้ายโลก ขนาดและอุณหภูมิใกล้เคียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205679598</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>องค์การบริการการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยข้อมูลกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เทสส์” (TESS) พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่น่าสนใจดวงใหม่ มีขนาดและอุณหภูมิใกล้เคียงกับโลก มีชื่อว่า “กลิซซ์ด 12บี” (Gliese 12b) ที่อยู่ห่างออกไปจากโลกเพียงประมาณ 40 ปีแสง เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวปลาคู่ดาวเคราะห์ดวงนี้ เป็นดาวบริวารของดาวฤกษ์ที่เป็นดาวแคระแดงที่ มีขนาดเพียงแค่ร้อยละ 27 หรือ1ใน4ของดวงอาทิตย์</p><p>ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16</p><p>https://www.tnnthailan...​</p><p>https://tv.trueid.net/...​/&nbsp;tnn16/&nbsp;tnnthailand&nbsp;&nbsp;​/&nbsp;tnn16live&nbsp;&nbsp;/&nbsp;tnnthailand&nbsp;&nbsp;/&nbsp;tnn_online&nbsp;&nbsp;/&nbsp;tnnonline&nbsp;&nbsp;​</p><p>Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo​</p></blockquote>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3000954277/a18b81add211e1d94e2dbc9c1e9e375e/___________1_.jpeg" />
         <pubDate>2024-11-07 03:57:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205679598</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คลื่นความโน้มถ่วงพื้นหลัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205687003</link>
         <description><![CDATA[<p>นักดาราศาสตร์ค้นพบหลักฐานโดยตรงชิ้นแรกที่ชี้ว่า การชนปะทะและรวมตัวกันของคู่หลุมดำมวลอภิมหายิ่งยวดในยุคบรรพกาล เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง ทั้งยังส่งผลให้ห้วงจักรวาลทั้งหมดสั่นไหวเป็นระลอกไปทั่วด้วย “คลื่นความโน้มถ่วงพื้นหลัง” (gravitational wave background)</p><p>การยืดหดตัวของปริภูมิ-เวลา (space-time) ดังกล่าว ซึ่งคล้ายกับระลอกคลื่นที่แผ่ออกไปเป็นวงกว้างหลังมีคนโยนก้อนหินลงน้ำ มักเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ทรงพลังรุนแรงในห้วงจักรวาล อย่างเช่นการชนและรวมตัวกันของหลุมดำยักษ์ใจกลางดาราจักร ซึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์หลายพันล้านเท่า โดยจะหลงเหลือร่องรอยเป็นคลื่นกระแทกความถี่ต่ำให้เรายังคงตรวจจับได้ในทุกหนแห่งจนถึงทุกวันนี้</p><p>โครงการความร่วมมือทางดาราศาสตร์วิทยุนานาชาติ “แนวร่วมจับเวลาพัลซาร์” (PTA) ได้ติดตามวัดคาบการหมุนของซากดาวฤกษ์สิ้นอายุขัยที่หมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วและเที่ยงตรงหลายร้อยครั้งต่อวินาที พร้อมทั้งส่งสัญญาณคลื่นวิทยุออกมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้พบว่ามีความบิดเบี้ยวไม่ราบเรียบอยู่ในพื้นหลังของห้วงอวกาศ โดยค่าความไม่สม่ำเสมอนั้นเล็กน้อยมาก ราว 1 ส่วนในพันล้านล้านส่วนเท่านั้น</p><p>ผลการวัดระยะทางระหว่างโลกกับพัลซาร์นับร้อยแห่ง จะเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาเล็กน้อย เมื่อระลอกคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำบรรพกาลแทรกตัวเข้ามาในแนวการส่งสัญญาณของพัลซาร์มายังโลก ทำให้ปริภูมิ-เวลาที่เป็นพื้นหลังของห้วงอวกาศยืดขยายและหดตัวอยู่เสมอ จนสัญญาณที่ส่งมาจากพัลซาร์เดินทางถึงโลกได้ช้าเร็วไม่เท่ากัน </p><p>ที่มา:https://www.bbc.com/thai/articles/c97204646vxo</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3000971618/1b806e1b14c7b9472d54b56f7c509c28/e36c06a0_a631_11ee_8f07_bbfdfa890097_png.webp" />
         <pubDate>2024-11-07 04:03:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205687003</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สร้างตัวอ่อนมนุษย์เทียมสำเร็จ โดยไม่ใช้สเปิร์มหรือไข่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205687061</link>
         <description><![CDATA[<p>ตัวอ่อนมนุษย์ หรือ เอ็มบริโอเทียมต้นแบบ ที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีอายุ 14 วัน โดยเริ่มมีโครงสร้างภายในเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีองค์ประกอบพื้นฐานที่นำไปสู่การเติบโตเป็นอวัยวะส่วนต่าง ๆ</p><p> อย่างไรก็ตาม (จาคอบ ฮานนา) หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่าผลงานชิ้นนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในหลายด้าน ๆ ส่วนขั้นตอนการสร้างตัวอ่อนมนษย์แบบไม่ใช้เสปริ์ม ไข่ หรือ มดลูก ฮานนา เปิดเผยว่าทีมงาน ได้นำสต็มเซลล์ ที่สกัดจากเซลล์ผิวหนังมนุษย์ และจากเซลล์ส่วนอื่นๆที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ เข้าสู่กระบวนการย้อนสภาพกลับไปสู่ช่วงแรกกำเนิด ที่สามารถพัฒนาเป็นเซลล์ได้หลายชนิดโดยกระบวนนี้สามารถสร้างตัวอ่อนมนุษย์ได้อายุ 14วัน เเละทำการวิจัยสำเร็จ วัน 7 กันยายน 2023</p><p>ที่มาของข้อมูล https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/205204/</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3000974150/a8ae17fb44917336071b78322d9bb7a0/1000021397.jpg" />
         <pubDate>2024-11-07 04:03:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205687061</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปฏิสสารร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง อย่างที่ไอน์สไตน์เคยทำนายไว้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205688481</link>
         <description><![CDATA[<p>นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่าประดิษสารมีคุณสมบัติต่างๆทางฟิสิกส์รวมทั้งตอบสนองต่อความโน้มถ่วง 3 กกตหรือว่าควาย ซึ่งหมายความว่าหากปล่อยปฏิสสารจากที่กักเก็บ มันจะไม่ร่วงหล่นลงพื้นแต่จะลอยขึ้นในทางอากาศแทน หลังที่นัดฟิสิกส์ขององค์การวิจัย นิวเคลียร์ แห่งยุโรปหรือเซิร์น(cern)​ ทำการทดลองในเครื่องอนุภาพ จนพบว่าปฏิสะสาร ตกอยู่ใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับสสารโดยร่องหล่นสู่พื้นเหมือนกัน ตามที่นักฟิสิกส์อัจฉริยะอัลเบิร์ตได้เคยทำนายไว้ด้วยทฤษฎี สัมผัสธภาพทั่วไปเมื่อ 100 กว่าปีก่อน</p><p>https://www.bbc.com/thai/articles/c97204646vxo</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3033626394/fd2620dc7e4d546fd12bd8667bd35491/_______________.jpg" />
         <pubDate>2024-11-07 04:04:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205688481</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยานสำรวจ “ยูโรปา คลิปเปอร์” ออกเดินทางค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาวแล้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205691052</link>
         <description><![CDATA[<p>ยานสำรวจที่จะออกไล่ล่าค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างดาว หรือที่เราชอบเรียกกันติดปากว่า “เอเลียน” ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากแหลมคานาเวอรัลในรัฐฟลอริดาแล้ว โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ดวงจันทร์ยูโรปา (Europa) ของดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวบริวารที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเย็นยะเยือกเกือบทั้งหมด</p><p>องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) ได้ยิงจรวดนำส่งเพื่อปล่อยยานสำรวจ “ยูโรปา คลิปเปอร์” (Europa Clipper) ให้ออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศลึก เมื่อเวลา 12.06 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งตรงกับเวลา 23.06 น. ของวันที่ 14 ต.ค. ตามเวลาในประเทศไทย หลังพายุเฮอริเคนมิลตันทำให้กำหนดปล่อยยานต้องถูกเลื่อนออกไปจากสัปดาห์ที่แล้ว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/articles/c0lw572gg2no" />
         <pubDate>2024-11-07 04:07:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205691052</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เผยโฉมหน้า &quot;มนุษย์มังกร&quot;</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205692778</link>
         <description><![CDATA[<p>ที่มาของภาพ, KAI GENG</p><p>ปิดท้ายกันที่การค้นพบมนุษย์โบราณสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเคยดำรงชีวิตอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อราว 146,000 ปีก่อน มีการตั้งชื่อให้ว่า "มนุษย์มังกร" (Homo Longi) โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นมนุษยโบราณที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดทางวิวัฒนาการกับมนุษย์ยุคปัจจุบันมากที่สุด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3000983504/0a941b4fdfe91fcde3a7bac0787f174d/IMG_3320.jpeg" />
         <pubDate>2024-11-07 04:08:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205692778</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เผยโฉมหลุมดำยักษ์กลางกาเเล็หซี่ทางช้างเผือก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205695509</link>
         <description><![CDATA[<p>ดาราศาสตร์ซีกโลกใต้แห่งยุโรป (ESO) และเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ขอบฟ้าเหตุการณ์ (EHT) ที่เคยบันทึกภาพหลุมดำภาพแรกได้สำเร็จในปี 2019 ร่วมกันเผยแพร่ภาพถ่ายภาพแรกของหลุมดำมวลยิ่งยวด ซาจิตทาเรียสเอสตาร์ (SgrA*) ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก</p><p>ภาพถ่ายนี้เป็นหลักฐานเชิงรูปธรรมชิ้นแรกที่ยืนยันว่า ดาราจักรที่เราอาศัยอยู่มีหลุมดำมวลยิ่งยวดเป็นศูนย์กลางจริง หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักดาราศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลปี 2020 ได้ทำนายไว้ว่า ลักษณะการโคจรของดาวฤกษ์หลายดวงที่แถบใจกลางดาราจักร แสดงถึงการได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงมหาศาล ซึ่งมาจากวัตถุมวลมากที่มองไม่เห็น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3001009684/7fd0f097536609424bfae8bbcfc7c49f/17a34410_8225_11ed_90a7_556e529f9f89_png.webp" />
         <pubDate>2024-11-07 04:11:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205695509</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สารตั้งต้นชีวิตจากดวงดาวอันไกลโพ้น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205699980</link>
         <description><![CDATA[<p>มีการค้นพบธาตุฟอสฟอรัส (P) หนึ่งในหกธาตุสำคัญที่เป็นองค์ประกอบของสารอินทรีย์ ในรูปของเกลือโซเดียมฟอสเฟต (NA3PO4) ที่ละลายน้ำได้ บนดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ของดาวเสาร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบแร่ธาตุสำคัญดังกล่าว ภายในมหาสมุทรของดาวดวงอื่นนอกเหนือจากโลก</p><p>นักวิทยาศาสตร์พบสารอินทรีย์ดังกล่าวในเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งยานแคสสินีเก็บได้จากวงแหวนของดาวเสาร์ โดยพวกเขาสันนิษฐานว่า มันมาจากไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากมหาสมุทรใต้พื้นผิวน้ำแข็งของเอนเซลาดัส</p><p>เกลือโซเดียมฟอสเฟตนี้มีความเข้มข้นมาก จนคาดได้ว่าน่าจะมีอยู่ในมหาสมุทรของเอนเซลาดัส ในปริมาณที่สูงกว่ามหาสมุทรบนโลกถึงกว่า 100 เท่า โดยธาตุฟอสฟอรัสนั้นมีบทบาทสำคัญในการผลิตกรดอะมิโน ซึ่งเป็นโมเลกุลพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างโปรตีน อันเป็นสารตั้งต้นที่ให้กำเนิดสรรพชีวิตบนโลก</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3001016661/ed69ed3736f62d472b48e0cc22cf0b31/11829450_a632_11ee_8f07_bbfdfa890097_png.webp" />
         <pubDate>2024-11-07 04:15:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205699980</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205700524</link>
         <description><![CDATA[<p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/345279">https://www.thaipbs.or.th/news/content/345279</a></p><p><br></p><p>ท้องฟ้าเมืองไทย ในวันใกล้โลกที่สุด 70.6 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา สวยงามมองเห็นด้วยตาเปล่า ยังคงมองเห็นได้ถึงปลายต.ค.นี้13ปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันตก พาดสว่างเหนือฟ้า จ.เชียงใหม่ หากท้องฟ้าใสไร้เมฆ และอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงรบกวนน้อย สามารถเห็นหางของดาวหางได้ด้วยตาเปล่า สวยงามมาก ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส ได้กลับมาปรากฏในช่วงหัวค่ำ สังเกตได้ทางทิศตะวันตก ทันทีที่ท้องฟ้ามืดสนิท โดยจะอยู่บริเวณทางขวาของดาวศุกร์ (ดาวที่ปรากฏสว่างที่สุดในช่วงนี้ทางทิศตะวันตก)</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3001031021/9efa58deb6dfc7106ae259b713958bf0/images.jpeg" />
         <pubDate>2024-11-07 04:16:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205700524</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผลิตออกซิเจนใช้หายใจบนดาวอังคารสำเร็จ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205703405</link>
         <description><![CDATA[<p>นาซา(NASA) แถลงความสำเร็จในการใช้เครื่องผลิตออกซิเจนขนาดเล็กที่ถูกส่งไปยังดาวอังคาร สามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นออกซิเจนสำหรับหายใจได้รวม 100 นาที โดยปัจจุบันยังคงทำงานได้ดี ถือเป็นก้าวแรกเพื่อปูทางไปสู่ภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร นอกจากนี้ นาซา ยังมีกำหนดการปล่อยยานอวกาศขึ้นสู่ดวงจันทร์อีกครั้งในวันเสาร์ .</p><p>ที่มา:https://youtu.be/DA0Wy0Jqiuw?si=wVIcjYgpYYPGr2R3</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3001035988/e5662b4feae15878c137e4bd5a3cdd4b/_________.jpeg" />
         <pubDate>2024-11-07 04:18:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205703405</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิทยาศาสตร์พบวิธีใหม่ในการค้นหา&quot;อนุภาคผี&quot;ลึกลับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205708496</link>
         <description><![CDATA[<p>นักวิทยาศาสตร์พบวิธีใหม่ในการค้นหาอนุภาคลึกลับนักฟิสิกส์บางคนมีความสงสัยมาอย่างยาวนานแล้วว่าอนุภาคผี(ghost particles)ที่มีอยู่บนโลกรอบๆตัวเราล่าสุดนักวิทยาศาสตร์คิดว่าพวกเขาได้ค้นพบวิธีการที่จะพิสูจน์ว่าอนุภาคผีมีอยู่จริงหรือไม่องค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือเซิร์น(cern)ได้อนุมัติการทดลองที่ออกที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาของการมีอยู่ของพวกมันมีเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในการตรวจจับความไว้ต่ออนุภาคดังกล่าวมากกว่าเครื่องมือที่มีมาก่อนหน้านี้ถึง 1พัน เท่าเครื่องมือใหม่เดือนนี้จะใช้วิธียิงอนุภาคแค่มาชนกันเองในเครื่อง lhc(large hadon collider)ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักขององค์การเซิร์น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3001004670/add8a1711a87132f1b87234059fe8f8a/13f67220_ea9c_11ee_860f_4b0b053e4cd0_jpg.webp" />
         <pubDate>2024-11-07 04:22:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205708496</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดาวตาสีทองส่องจักรวาล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205709737</link>
         <description><![CDATA[<p>สุดยอดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งปี 2022</p><p>วันที่ 25 ธันวาคม 2565 - 10:40 น.</p><p>แม้ใครหลายคนจะมองว่าปี 2022 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ ถือเป็นปีแห่งวิกฤตที่ชาวโลกต้องเผชิญความยากลำบากอย่างหนักหนาสาหัสที่สุดอีกปีหนึ่ง แต่สำหรับแวดวงวิทยาศาสตร์แล้ว </p><p>ดวงตาสีทองส่องจักรวาล</p><p>ความก้าวหน้าทางวิทยาการดาราศาสตร์ของโลกขยับขึ้นมาอีกระดับ หลังการติดตั้งและเริ่มใช้งานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศที่สำคัญของโลกหลายประเทศ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในช่วงกลางปีที่ผ่านมา</p><p>นักดาราศาสตร์หลายคนเรียกกล้อง JWST ซึ่งมีกระจกปฐมภูมิทำจากเบริลเลียมเคลือบทองคำขนาดใหญ่ว่า “ดวงตาสีทอง” ซึ่งเป็นดวงตาคู่ใหม่ที่มนุษยชาติจะใช้สอดส่องค้นหาความเป็นมาของเอกภพ</p><p>การที่มันมีความไวต่อรังสีอินฟราเรดหรือร่องรอยความร้อนจาง ๆ ในห้วงอวกาศสูงเป็นพิเศษ ทำให้กล้องสามารถค้นพบและบันทึกแสงจากกาแล็กซีเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก ซึ่งมีอายุถึง 13,500 ล้านปีได้แล้ว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/bbc-thai/news-1158504</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3033621140/c9744658ed20e256138438d1c9b26144/b92533d0_8224_11ed_90a7_556e529f9f89__1_.png" />
         <pubDate>2024-11-07 04:24:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3205709737</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ย้อนรอยวิวัฒนาการเอกภพจนเฉียดใกล้ บิ๊กแบง มากขันโอ๊ก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3216255555</link>
         <description><![CDATA[<p>ย้อนรอยวิวัฒนาการเอกภพจนเฉียดใกล้ “บิ๊กแบง” มากขึ้นอีก</p><p>ในรอบปีที่ผ่านมา กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ (JWST) สามารถตรวจจับและบันทึกภาพรังสีอินฟราเรดของกาแล็กซียุคบรรพกาล ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 13,500 ล้านปีได้หลายแห่ง โดยกาแล็กซีเหล่านี้ล้วนมีมวลมหาศาลและมีขนาดใหญ่มหึมายิ่งกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ถือกำเนิดหลังเหตุการณ์บิ๊กแบงผ่านไปได้เพียง 300-500 ล้านปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ไม่นานนักสำหรับวิวัฒนาการของจักรวาล</p><p>ภาพตัวอย่างของกาแล็กซีหลายพันแห่งที่กล้อง JWST ได้ทำการสำรวจ </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3033644715/7b060d2d7e8eedfcaf50d8b281ba8111/00_A5B2820814C2E480.webp" />
         <pubDate>2024-11-14 02:32:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3216255555</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นักดาราศาสตร์พบลวดลายคล้าย &quot;สายรุ้ง&quot; บนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะfrom ESA</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3237655472</link>
         <description><![CDATA[<p>นักดาราศาสตร์ชี้ว่า พวกเขาตรวจพบสัญญาณของลวดลายที่คล้ายรุ้งกินน้ำลึกลับบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งนอกระบบสุริยะ</p><p><br></p><p>ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า "วงแสงรุ้งกลอรี" (glory effect) ซึ่งพบเห็นได้บ่อยครั้งบนดาวเคราะห์โลก และถูกพบเห็นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นเพียงครั้งเดียวบนดาวศุกร์</p><p><br></p><p>ทีมนักดาราศาสตร์ รวมถึงนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์ริกของสหราชอาณาจักร เชื่อว่า แสงนี้น่าจะส่องมาจากดาวเคราะห์ขนาดใหญ่คล้ายดาวพฤหัสบดีที่ร้อนจัด ดาวเคราะห์ดวงนั้นมีชื่อว่า WASP-76b และอยู่ห่างออกไปประมาณ 637 ปีแสง</p><p><br></p><p>"มีเหตุผลที่ไม่เคยพบวงแสงรุ้งกลอรีนี้นอกระบบสุริยะของเรามาก่อน เพราะมันต้องการสภาวะที่เฉพาะเจาะจงมาก" โอลิเวียร์ ดีมันเจียน จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์และอวกาศศาสตร์ ในโปรตุเกสกล่าว</p><p><br></p><p>วงแสงรุ้งเกิดขึ้นเมื่อแสงผ่านช่องแคบ อาทิ ระหว่างหยดน้ำในเมฆ ทำให้เกิดการเลี้ยวเบนของแสงและสร้างเป็นลวดลายเป็นวง</p><p><br></p><p>Skip เรื่องแนะนำ and continue reading</p><p>เรื่องแนะนำ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet.com/priyanuch1/padlet-nml54aruhofp9unx" />
         <pubDate>2024-11-28 03:42:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3237655472</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เปิด 4 หอดูดาว “ชมดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัส”</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3237667761</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชม ดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัส วันนี้ ที่หอดูดาว 4 แห่ง ทั้งอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เข้าร่วมกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันนี้ (19 ต.ค. 67) ตั้งแต่เวลา 18:00 - 19:30 น.                       ที่มา"เปิด 4 หอดูดาว “ชมดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัส” มองเห็นได้ถึง 25 ต.ค." <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.tnnthailand.com/news/sci/179132/">https://www.tnnthailand.com/news/sci/179132/</a></p><p>อรจิรา ศรีอาจชัย</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3099857224/d5a31468192abacb358e3c6ac22716fa/cf5034c1_ac60_4917_85af_2f8898831ec6_0_.jpg" />
         <pubDate>2024-11-28 03:53:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3237667761</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สหรัฐฯผลิตพลังนิวเคลียร์ได้มากกว่าที่ใช้ตั้งต้นปฏิกิริยาฟิวชัน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3284742047</link>
         <description><![CDATA[<p>สหรัฐประกาศความสำเร็จ ผลิตพลังงานจากนิวเคลียร์ฟิวชั่น นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถผลิตพลังงานออกมามากกว่าพลังงานที่ใช้สร้างปฏิกิริยาฟิวชั่น</p><p><br></p><p>วันที่ 14 ธันวาคม 2565 กระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการทดลองผลิตพลังงานด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น (Nuclear fusion) โดยเป็นครั้งแรกของโลกที่สามารถผลิตพลังงานออกมาได้มากกว่าพลังงานที่ใช้ในการสร้างปฏิกิริยาฟิวชั่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติก้าวเข้าใกล้การมีแหล่งพลังงานสะอาด ที่เกือบจะไร้ขีดจำกัด คล้ายกับดวงอาทิตย์ไปอีกขั้น</p><p><br></p><p>นิวเคลียร์ฟิวชั่นคืออะไร</p><p>ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นนั้น เป็นปฏิกิริยาแบบเดียวกับที่เกิดในดวงอาทิตย์ เกิดจากการที่นิวเคลียสของอะตอมของธาตุหลอมรวมกันเป็นธาตุใหม่ พร้อมให้พลังงานมหาศาลออกมา โดยไม่มีก๊าซเรือนกระจก ในขณะที่กากกัมมันตรังสีจากปฏิกิริยานี้ใช้เวลาสลายตัวเพียง 50-100 ปี และมีปริมาณน้อย อีกทั้งสามารถใช้ธาตุที่พบได้ทั่วไปอย่างไฮโดรเจนมาเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงไม่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์เนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานจะทำให้ปฏิกิริยาฟิวชั่นหยุดลง</p><p><br></p><p>แตกต่างจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิสชั่น (Nuclear fission) ซึ่งใช้อยู่ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เป็นการแตกตัวของนิวเคลียสของธาตุต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เป็นลูกโซ่ ซึ่งได้กากกัมมันตรังสีใช้เวลาสลายตัวหลายพันปี และหากเกิดความผิดพลาดปฏิกิริยาจะเกิดต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ทำให้เตาปฏิกรณ์หลอมละลาย จนสารกัมมันตรังสีรั่วไหล... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/world-news/news-1148102</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3247353178/e2bda7f72864429c3965621673c30839/26091_728x486.jpg" />
         <pubDate>2025-01-09 03:54:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3284742047</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สหรัฐฯผลิตพลังนิวเคลียร์ได้มากกว่าที่ใช้ตั้งต้นปฏิกิริยาฟิวชัน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3284749176</link>
         <description><![CDATA[<p>ทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (LLNL) ในสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันได้ 3.15 เมกะจูล ซึ่งมากกว่าพลังงานตั้งต้น 2.05 เมกะจูล นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ปฏิกิริยาฟิวชันสร้างพลังงานสุทธิเกินค่าพลังงานที่ใช้จุดชนวน แม้พลังงานที่ได้ยังมีขนาดเล็ก แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาพลังงานสะอาดไร้สิ้นสุดในอนาคต</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3247349526/11fffd8284af29f244822be84b2e44b4/1000011821.webp" />
         <pubDate>2025-01-09 04:02:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3284749176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาซาใช้ยานอวกาศพุ่งชนเบี่ยงทิศทางดาวเคราะห์น้อยได้แล้ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3344634232</link>
         <description><![CDATA[<p>ยานอวกาศในภารกิจ DART ขององค์การนาซา ได้ทดสอบพุ่งเข้าชนดาวเคราะห์น้อย “ไดมอร์ฟอส” ความกว้าง 160 เมตร จนพบว่าสามารถเบี่ยงเบนทิศทางของมันออกจากวงโคจรเดิมได้สำเร็จ</p><p>ยานดังกล่าวได้ทำลายตัวเองหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในการทดสอบหาวิธีเปลี่ยนเส้นทางดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อโลก</p><p>ก่อนการพุ่งชนนั้น ยานอวกาศซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 22,000 กม./ชม. ต้องจำแนกดาวเคราะห์น้อยดวงเล็ก ออกจากเป้าหมายที่เป็นดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ จากนั้นซอฟต์แวร์นำวิถีบนยานจะปรับทิศทาง เพื่อให้แน่ใจยานจะพุ่งปะทะกับดาวเคราะห์น้อยอย่างเที่ยงตรง</p><p>“เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นยุคที่เรามีความสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม อย่างดาวเคราะห์น้อยที่อาจพุ่งชนโลกได้ มันช่างเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ เราไม่เคยมีศักยภาพนั้นมาก่อน” ดร.ลอรี เกลซ ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ของนาซากล่าว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3462425188/5ffaf0d5f9d2ae8c1e6f555d0b7950d7/1000010584.webp" />
         <pubDate>2025-02-27 04:06:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3344634232</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พบน้ำเป็นมหาสมุทรอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3353584667</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p>วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2567 คณะนักดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เบิร์กลีย์ ตีพิมพ์รายงานในวารสารProceedings of the National Academy of Sciences ผลการศึกษาสภาพภายในดาวอังคารของยาน InSight Lander ของนาซา พบว่า มีน้ำเป็นปริมาณมากอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร ถึงระดับเป็นมหาสมุทรครอบคลุมพื้นผิวทั้งหมดของดาวอังคาร</p><p>ยาน InSight Lander ถูกส่งไปสำรวจสภาพภายในของดาวอังคาร ระหว่างปี พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2565 โดยวิธีการศึกษาผลจากแรงสั่นสะเทือนภายในของดาวอัคารยาน InSight Lander ถูกส่งไปสำรวจสภาพภายในของดาวอังคารระหว่างปี พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2565 โดยวิธีการศึกษาผลจากแรงสั่นสะเทือนภายในของดาวอังคารเมื่อถูกชน ในลักษณะเดียวกับวิธีการบนโลก ที่นักวิทยาศาสตร์สำรวจสภาพภายในของโลก จากแรงสั่นสะเทือนบนผิวโลก ที่ทะลุผ่านเข้าไปในชั้นต่างๆ ภายในของโลก (ถึงใจกลางโลก) แล้วสะท้อนกลับขึ้นมาบนผิวโลกที่ตำแหน่งต่างๆ เป็นวิธีการที่คณะนักสำรวจค้นหาแหล่งทรัพยากร เช่น น้ำมัน ใต้พื้นผิวโลก</p><p>สำหรับผลการศึกษาใหม่ พบน้ำในสภาพของเหลวอยู่ในรูพรุนของชั้นหินของดาวอังคารเป็นปริมาณมาก ถึงระดับเทียบเท่ากับน้ำเป็นมหาสมุทร ครอบคลุมพื้นผิวดาวอังคารทั้งหมด ลึกระหว่าง 1 ถึง 2 กิโลเมตร</p><p><br></p><p>การค้นพบน้ำบนดาวอังคารมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการตั้งอาณานิคมมนุษย์บนดาวอังคาร เพราะบนพื้นผิวดาวอังคารในปัจจุบันแห้งผาก คือ ไม่มีน้ำเลย แต่การจะใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำที่พบบนดาวอังคารนี้ก็เป็นเรื่องยากมากเนื่องจากแหล่งน้ำที่พบอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคารลึกลงไปถึงประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งแม้แต่บนโลก การขุดเจาะหาแหล่งน้ำหรือน้ำมันในปัจจุบันก็ขุดเจาะลงไปได้เพียงประมาณหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น</p><p>อย่างไรก็ตาม ถึงแม้แหล่งน้ำที่พบบนดาวอังคารจะอยู่ลึกมาก แต่ก็...มีอยู่...และย่อมเป็นแหล่งความหวังสำหรับมนุษย์ในอนาคตได้</p><p>สำหรับประเด็นคำถามว่า แหล่งน้ำที่พบอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคารนั้นมาจากไหน?</p><p>คณะนักดาราศาสตร์เจ้าของรายงานกล่าวว่า น่าจะมาจากน้ำบนพื้นผิวดาวอังคารเองในอดีต ที่มีเป็นปริมาณมาก แล้วต่อมาน้ำบนพื้นผิวดาวอังคารส่วนหนึ่งก็ระเหยหายไปในอวกาศเมื่อประมาณสามพันล้านปีก่อน แต่ก็มีส่วนหนึ่งซึมลงใต้พื้นผิวดาวอังคาร และยังเหลืออยู่ดังที่ถูกค้นพบในปัจจุบัน</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3494459005/297dcfd727ca9eceaae836e04cdc3d91/image.png" />
         <pubDate>2025-03-06 04:08:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/priyanuch1/nml54aruhofp9unx/wish/3353584667</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
