<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Human Land (ดินแดนเหยียดสีผิว) by Atcharaphon Raksima</title>
      <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1</link>
      <description>ทีม ผู้เขียน กลุ่ม A ++ (เอบวก)
</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-25 08:13:10 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-03-16 01:51:17 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>คุณคิดว่าปัญหาการเหยียดผิวหมดไปแล้วจริงหรือ?</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953294</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หากลองมองย้อนไปในอดีตในแวดวงโฆษณาอเมริกันเราจะเห็นอคติที่คนอเมริกามีต่อชาวอเมริกันได้อย่างชัดเจนผ่านใบปิดโฆษณาซึ่งมักจะแฝงอยู่ในภาพเหมารวมของคนผิวสีที่ต้องทำงานเป็นคนรับใช้นอกจากจะมองเป็นคนรับใช้แล้วผิวสีก็ถูกเปรียบเปรยในเรื่องความสะอาดผ่านผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่หากได้ขัดแล้วก็จะกลายเป็นคนผิวขาว ถึงแม่อเมริกาจะออกมาประกาศการเลิกเหยียดคนผิวสีแล้วแต่ก็ไม่ใช่ชาวอเมริกาทั้งหมดที่ยอมรับคนผิวสีให้มาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมชาวอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงเห็นปัญหาความขัดแย้งสีผิวอยู่ นี่หรือความเท่าเทียม? นี่หรือความยุติธรรม?  มนุษย์ทุกคนล้วนมีหัวใจและความรู้สึกการที่เราทำอะไรที่ไร้หัวใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้นเราก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากสัตว์ที่ไม่มีหัวใจ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:19:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953294</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความจริงของหนังสือ</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953323</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;<br>หัวข้อนำเสนอ อ.พิมลมาศ (Western Arts)&nbsp;<br>จริงหรือไม่ ? ที่หนังสือจะทำให้มนุษย์เท่าเทียมกัน&nbsp;<br>ในสมัยกรีก-โรมัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ต้องเป็นนักปรัชญาหรือลูกศิษย์เท่านั้นที่เข้าได้ ทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะผู้หญิง ไม่มีโอกาสได้เล่าเรียน ดังภาพของ Raphael&nbsp;<br>ภาพนี้มีชื่อว่า "The school of Athens" Raphael ต้องการที่จะรวบรวมนักปรัชญาชาวกรีกทั้งหมดรวมทั้งตัวเองเอาไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งศูนย์กลางของภาพมีการถกเถียงเชิงปรัชญาระหว่างอาจารย์กับศิษย์คือเพลโตกับอริสโตเติลในเรื่องความงามและความจริงด้วยภาษาร่างกาย จะเห็นได้ว่าในภาพมีแค่ผู้ชายที่เป็นนักปรัชญาเท่านั้นที่ได้เล่าเรียนอยู่ในเอเธนส์&nbsp;<br>พูดถึงอริสโตเติล เขายังได้สร้างห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งวิทยาการแห่งแรกของโลก แต่ถึงอย่างนั้นคนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าได้มีเพียงเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านาย ขุนนาง และชนชั้นที่ร่ำรวยเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าไปใช้บริการในห้องสมุดได้ จนถึงในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ในสหรัฐอเมริกา หลังจากอับราฮัม ลินคอห์นประกาศเลิกทาส คนผิวสีได้รับเสรีภาพ แต่ในความเป็นจริง ทางด้านการปฏิบัติในสังคมกลับมีการแบ่งแยกชัดเจน ห้องสมุดหลายแห่งไม่ต้อนรับคนผิวสี และคนผิวสีแทบจะยืมหนังสือออกจากหอสมุดแห่งชาติไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงขั้นต้องมีห้องสมุดสำหรับคนผิวสีเอง (ซึ่งแน่นอนว่าหนังสือมีจำนวนน้อยนิด)&nbsp;<br>เลยต้องยอมรับความจริงที่ว่า หนังสือเป็นสิ่งที่เราใช้แบ่งแยกตัวเรากับผู้อื่นมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว<br>เขียนโดย นางสาวเบญญทิพย์ เจริญสุข ID6155300348<br>ภาพจาก<br>https://philoflanguage.wordpress.com/about-the-header-picture/<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/f35aa2066bfedef7f8f4e66167ec9d59/0601.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 16:21:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953323</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความงามกับการเหยียดสีผิวของไทยในปัจจุบัน</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953399</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หัวข้อนำเสนอ อ.มุจลินทร์(Philosophy) <br>ทัศนติบูชาความขาวยังคงไม่หายไปจากสังคมไทย<br>เหตุผลที่น่ากลัวที่สุดคือ “เพราะค่านิยมนี้มันอยู่ในหนังสือเรียน” เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ ได้นำเสนอเรื่องตำราเรียนของเด็กประถมที่นำเสนอภาพของการ์ตูนของคนผิวดำว่าไม่สวย ตรงข้ามกับคนผิวขาวว่าสวย  จะว่าไปความสวยอยู่ที่สายตาคนมองแล้วทำไมต้องมีหน่วยงานจากส่วนกลางมาปลูกฝังเด็กให้มองว่าผิวแบบไหนสวยหรือไม่สวย ความงามในสังคมปัจจุบันยังคงมองว่าคนผิวขาวมีรายได้ดีมีฐานะการเงินดูแลตัวเองดีส่วนคนผิวดำยากจนต้องทำงานลำบาก โดยที่ผู้มองไม่เคยคำนึงถึงสภาพอากาศเมืองไทยหรือกรรมพันธุ์ เราควรปลูกฝังสังคมให้เข้าใจยอมรับความแตกต่างให้หลากหลายในสังคมมากขึ้นกันดีกว่าไหม? <br>เขียนโดย น.ส.กมลเนตร อ่อนหิรัญ<br>ID 6155300101 HTM</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/b88f3b6286c82b12b1fa89fbcf8467ec/timeline_20180803_185444.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 16:23:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953399</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สีผิวคล้ำในวรรณกรรมไทย</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953441</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หัวข้อนำเสนอ อ.ปตสร(History) <br>   สังคมไทยก็มีแนวโน้มที่จะให้คุณค่าผิวขาวมาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ในอดีตชนชั้นกษัตริย์หรือขุนนางซึ่งเป็นผู้กำหนดปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ มักมีผิวพรรณผุดผาดไม่ดำคล้ำ การนิยมความงามแบบคนขาวมีมานานมาก เช่นเรื่องอิเหนาในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่กล่าวถึงจรกาเป็นที่มาของคำว่ารูปชั่วตัวดำภาพจำเช่นนี้ทำให้อิเหนาดูเด่นกว่าขึ้นมาจากตัวเปรียบ เรื่องระเด่นลันได ที่นางประแดะมีผิวดำพิการบุคลิกไม่เหมือนมนุษย์ และดูได้จากบทประพันธ์เรื่องสาวเครือฟ้า พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่6 ที่กล่าวว่านางเอกคือผู้หญิงเหนือเป็นผู้หญิงผิวขาว อ้อนแอ้น สวย ดูน่าพิศวง แต่เราไม่ค่อยเห็นความงามของผู้หญิงอีสาน ผู้หญิงใต้ ปรากฏในวรรณกรรมไทยที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดเลย<br>เขียนโดย น.ส.กมลเนตร อ่อนหิรัญ<br>ID 6155300101 HTM</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/e4b0ada134a71bb9da0f94e349cba0fa/timeline_20180803_200900.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 16:24:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271953441</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แอฟริกากับปัญหาการถือผิว</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954383</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หัวข้อนำเสนอ อ.ปติสร(History)<br>การแบ่งแยกคนต่างเชื้อชาติในประเทศแอฟริกาใต้เริ่มต้นตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม แต่การกำหนดเป็นนโยบายแยกคนต่างผิวออกจากกันนี้ได้เป็นนโยบายของรัฐหลังจากการเลือกตั้งในปี ค.ศ. 1948 โดยแบ่งแยกพลเมืองในประเทศออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้แก่ พวกผิวดำ ผิวขาว ผิวสี และพวกอินเดีย ที่อยู่อาศัยของประชาชนจะต้องจัดแบ่งแยกกันและถูกบังคับให้โยกย้าย ชนผิวดำถูกกีดกันออกจากสถานะความเป็นพลเมือง ราวหนึ่งในสิบแยกตัวออกไปปกครองตนเอง เรียกว่า บันตูสถาน (Bantustan) ในจำนวนนี้มีการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ 4 แห่ง การแบ่งแยกของรัฐบาลรวมไปถึงการกำหนดการศึกษา การรักษาพยาบาล บริการสาธารณะต่างๆ โดยที่คนผิวดำจะได้รับบริการที่ด้อยกว่าคนผิวขาว<br>เขียนโดย น.ส.กมลเนตร อ่อนหิรัญ<br>ID6155300101 HTM</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/68efb413876195cdb1f6d936057b06cc/timeline_20180804_223211.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 16:54:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954383</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954466</link>
         <description><![CDATA[<div> ตั๊ก ลีลา ถูกเหยียดสีผิวกลางรายการ "The Mask Singer" ในเชิงล้อเลียนกันแบบขำขำ ซึ่งหลายคนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติใครๆก็ทำกัน หลายคนอาจเห็นว่าทำกันแค่ในรายการทีวี เค้าขอโทษกันหลังจบรายการ หลายคนเห็นว่าไม่สมควร เหยียด และล้อเลียนกันแบบนั้น ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในรายการทีวีหลายๆคนเหยียดสีผิวและล้อเลียนคนอื่นจริงๆในชีวิตจริงเพียงเพราะเห็นว่าในรายการทีวีทำกันก็ตลกดีแต่ในที่นี้เป็นการล้อเลียนกันแบบขำขำ ซึ่งในส่วนของตั๊ก ลีลาเองนั้นไม่ได้โกรธหรือเคืองแต่อย่างใดเพราะคิดว่าเป็นแค่การล้อเลียนกันแบบขำขันเพื่อความบันเทิงในรายการ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/1854de7c27e6b397b127811e9643965b/timeline_20180804_100817.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 16:56:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954466</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หนุ่มลูกครึ่งเอเชียสุดทน! โดนตะโกนด่าเหยียดผิวกลางถนน ซ้ำถูกไล่กลับประเทศ</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954506</link>
         <description><![CDATA[<div><br>24 พ.ค.เว็บไซต์ข่าวเซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานข่าว หญิงวัยกลางคนชาวอเมริกันตะโกนด่าเหยียดเชื้อชาติอดีตทหารผ่านศึกลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกันกลางถนนว่า “กลับไปประเทศจีนเฮงซวยของแกซะ!” พร้อมกับทำท่าทางล้อเลียน<br>เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาบัญชีผู้ใช้ยูทูป James A ได้โพสต์คลิปวิดีโอทั้งหมด 2 คลิปลงบนโลกออนไลน์ ปรากฏภาพนาทีที่เขาถูกคุกคามด้วยคำพูดจากหญิงวัยกลางคนบนถนน<br><br>ภายหลังทราบว่าชายผู้โพสต์คลิปมีชื่อว่านาย เจมส์ อาห์น อดีตนายทหารผ่านศึกสังกัดกองทัพอากาศลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน โดยเขาเล่าว่าในขณะที่ขับรถผ่านย่านฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่แล้วเขาก็ถูกหญิงวัยกลางคนจากรถคันข้างๆคุกคามด้วยคำพูดที่หยาบคาย ด้วยการตะโกนเหยียดสีผิวและเชื้อชาติใส่เขาในคลิปวิดีโอคลิปแรกว่า..<br><br>“กลับไปประเทศจีนเฮงซวยของแกซะ”<br>“นี่คือประเทศของฉัน นี่ไม่ใช่ที่ของคนจีน”<br>พร้อมกับแสดงท่าทางล้อเลียนด้วยการใช้มือดึงเปลือกตาให้เล็กลง และพูดซ้ำว่า..“โอ้ พระเจ้า คนจีนน่าเกลียด คนจีนน่าเกลียดจริงๆ”<br>ส่วนในคลิปที่ 2 ก็ปรากฏภาพของหญิงวัยกลางคนรายเดิมตะโกนขึ้นมาอีกครั้งว่า..<br><br>“กลับไปประเทศจีนเฮงซวยของแกซะ แกเป็นคนจีนที่น่าเกลียด แกมันจีนเฮงซวย กลับไปประเทศแกเลยนะ ไอ้งั่ง!”<br><br>ทั้งนี้นาย เจมส์ กล่าวว่า ผู้หญิงรายนี้ไม่พอใจและเริ่มตะโกนด่า ภายหลังที่เขาลดความเร็วของรถลงให้ไม่เกินตามป้ายที่กฎหมายกำหนด ซึ่งดูเหมือนจะเร็วไม่ทันใจรถของพวกเธอที่ขับตามมาข้างๆ ก่อนจะขับปาดไปมา ทำท่าเหมือนจะขยี้รถผม<br><br>หลังจากคลิปวิดีโอเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ ก็ทำให้ชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์กับการกระทำของหญิงวัยกลางคนรายนี้ว่าเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ในการไม่เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นและความหัวโบราณของเธอที่ยังเหยีดเชื้อชาติแม้ว่าจะปีนี้โลกจะมาพัฒนามาถึงปี 2018 แต่ยังมีจิตใจคับแคบ<br>นอกจากนี้จับผิดในสำเนียงภาษาอังกฤษของหญิงวัยกลางคนรายนี้ ว่าไม่น่าจะใช่สำเนียงอเมริกันท้องถิ่น ชาวเน็ตจึงคาดเดากันว่าหญิงรายนี้ก็น่าจะเป็นผู้ลี้ภัยที่เขามาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 16:57:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954506</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความจริงของเบื้องหลัง</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954632</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หัวข้อนำเสนอ อ.พิมลมาศ (Western Arts)<br>ภาพหญิงเปลือยของClaude Monet : แสดงถึงการวาดรูปร่างในสมัยใหม่เปลี่ยนไปจากยุคเก่าที่นิยมวาด “วีนัส”<br>จากรูปเป็นภาพเปลือยของหญิงโสเภณีชาวปารีส นอนเปลือยกายบนเตียงนอน เรือนร่างของเธอมีเพียงของประดับไม่กี่ชิ้น ดอกไม้ทัดหู โบว์สีดำผูกคอ ตุ้มหูมุก กำไลทอง และรองเท้า เบื้องหลังเธอคือหญิงรับใช้ผิวดำถือช่อดอกไม้ <br>แม้กระทั่งโสเภณียังมีคนรับใช้หรือทาส คนรับใช้พวกนี้มาจากไหน? ทำไมทาสส่วนใหญ่ถึงเป็นคนผิวดำ?<br>ต้องยอมรับความจริงว่าทาสมีมานานหลายปีมาแล้ว ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ชาวยุโรปก็เริ่มใช้แรงงานชาวแอฟริกัน ในเริ่มแรกนั้นพวกเขาเป็นคนรับใช้ให้กับคนรวย ชาวยุโรปอ้างว่า การนำทาสชาวแอฟริกันมาเป็นขี้ข้ารับใช้นั้น เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเป็นชาวคริสเตียน จนในช่วงศตวรรษที่ 17 ก็ได้มีการนำชาวแอฟริกันเข้าพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเป็นคริสเตียนได้อย่างเต็มตัว และในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึงช่วงกลางๆศตวรรษที่ 19 และมีการลำเลียงทาสซึ่งประเมินได้ว่าผู้คน 11 ล้านคนเป็นชาวแอฟริกัน ชาวอังกฤษได้สร้างท่าเรือชายฝั่งในแอฟริกาเพื่อที่พวกเขาจะทำการจับกุมชาวแอฟริกันเข้าเรือลำเลียงทาสได้ ทาสหลายคนโดยทั่วไปนั้น บริเวณขาด้านขวาสามารถใช้การได้ แต่ขาข้างซ้ายจะโดนล่ามโซ่เอาไว้ จากการล่ามโซ่นี้ทำให้พวกเขาเดินได้อย่างเชื่องช้ามาก ทาสทุกๆ 4 คนก็จะมีการผูกรัดคอเข้าด้วยกัน พวกเขาถูกล่ามทุกๆเช้าบริเวณต้นมะขาม ทำให้พวกเขามีแรงจูงใจในการร้องเพลงเพื่อปลุกจิตวิญญาณของตัวเองขึ้นมา แม้ว่าบางคนจะประสบความทุกข์ยากลำบากจากสถานการณ์แบบนี้ แต่บางคนรู้สึกสิ้นหวังมาก และก็นั่งอยู่ทั้งวันด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองพร้อมกับจ้องมองลงดูที่พื้น<br>เขียนโดย นางสาวเบญญทิพย์ เจริญสุข ID615300348<br>ภาพจาก<br>https://en.m.wikipedia.org/wiki/File:Edouard_Manet_-_Olympia_-_Google_Art_Project_3.jpg<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/296227649/232550ad7a2911422423964446078243/__jpg_640x640.jpg" />
         <pubDate>2018-08-04 17:01:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954632</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จัดทำโดย</title>
         <author>acharaporn_ru</author>
         <link>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954882</link>
         <description><![CDATA[<div>ภัทรภร พูลเจริญ 6155300020<br>กมลเนตร อ่อนหิรัญ 6155300101<br>ชญานิศ วงเวียน 6155300291<br>ชลธิชา จันทร์นพคุณ 6155300496<br>ศศิโสม เอกอุฬารพันธ์ 6155300585<br>เบญญทิพย์ เจริญสุข 6155300348<br>อัชราพร รักษ์สิมา 6155300194</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 17:09:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/acharaporn_ru/nm5klkubvnv1/wish/271954882</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
