<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>4/2 วิเคราะห์นิราศนรินทร์ by Kanchanok Wutti</title>
      <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกโคลงสี่สุภาพ 1 บท จากเรื่องนิราศนรินทร์คำโคลง และวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบให้สอดคล้องกับโคลงข้างต้น</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-09-16 07:05:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-16 08:29:44 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/8.0/png/1f431.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>กรุงเทพ รัตนโกสินทร์</title>
         <author>NingKanchanok</author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121182661</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p><sub>อยุธยายศล่มแล้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลอยสวรรค์&nbsp; ลงฤๅ<br>สิงหาสน์ปรางรัตน์บรร &nbsp; เจิดหล้า<br>บุญเพรงพระหากสรรค์ &nbsp; ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ<br>บังอบายเบิกฟ้า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฝึกฟื้นใจเมือง</sub></p></blockquote><p><br></p><p><mark>ถอดความได้ว่า...กรุงศรีอยุธยาล่มสลายไปแล้ว กลับลอยลงมาจากสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง&nbsp; พระราชอาสน์ พระปรางค์ ประดับประดาด้วยแก้วมณีงามเด่นในโลก เป็นเพราะผลบุญของพระมหากษัตริย์ได้ทรงกระทำไว้แต่เก่าก่อน พระพุทธศาสนาจึงได้เจริญรุ่งเรือง ช่วยปิดทางแห่งความชั่ว เปิดทางสู่ความดี ฟื้นฟูจิตใจราษฎรให้พ้นจากความงมงายในบาปต่างๆ</mark></p><p><br></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ปฏิพากษ์&nbsp; การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือ ขัดแย้งกันมากล่าว อย่างกลมกลืนกัน เพื่อเพิ่มความหมายให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เช่น ในบทนี้ใช้คำว่า "ล่ม" กับ "ลอย"  และ "บังอบาย" กับ "เบิกฟ้า" เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ครูหนิง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1303079113/c7e338ccbe2cad9988b33c20804bcffd/image.webp" />
         <pubDate>2024-09-16 07:19:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121182661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๔๕</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121236214</link>
         <description><![CDATA[<p>ชมแขคิดใช่หน้า                 นวลนาง</p><p>เดือนตำหนิวงกลาง             ต่ายแต้ม</p><p>พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง       จักเปรียบ ใดเลย</p><p>ขำกว่าแขไขแย้ม                 ยิ่งยิ้มอัปสร</p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า  มองพระจันทร์สวยงามเท่าใดก็ยังไม่งามเท่ากับหน้าของน้องนางเพราะยังมีตำหนิเป็นรูปกระต่าย</p><p>ส่วนน้องนางของพี่นั้นงามจนหาสิ่งเปรียบไม่ได้เลยเพราะ</p><p>เวลายิ้มนั้นนางอัปสรยังด้อยกว่า</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการใช้ภ้อยคำที่สละสลวย มีการใช้สัมผัสพยัญชนะ</p><p>เช่น “พิมพ์ - พักตร์”เพื่อให้โคลงมีความสละสลวย มีการใช้พรรณาโวหารเพื่อกล่าวชมนางอันเป็นที่รัก</p><p><br/></p><p>นายนภัทร แก้วกำเนิด ม.4/2 เลขที่14</p><p>นายอธิเมศร์ อมรนิยมพงศ์ ม.4/2 เลขที่11</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747022388/3c668a7ee9f341154df9f9486eb8d8c1/IMG_7085.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 07:57:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121236214</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 22 บางยี่เรือ | เรือแผง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121239344</link>
         <description><![CDATA[<p>จากมามาลิ่วล้ำ       ลำบาง</p><p>บางยี่เรือราพลาง    พี่พร้อง</p><p>เรือแผงช่วยพานาง  เมียงม่าน มานา</p><p>บางบ่รับคำคล้อง    คล่าวน้ำตาคลอ</p><p><br></p><p><strong>ถอดความได้ว่า</strong></p><p>ล่องเรือมาตามลำคลองไกลออกไปทุกที จนผ่านตำบลบางยี่เรือ เมื่อจะจากบางยี่เรือ ได้ยินคำ เรือๆ ก็เลยนึกว่าที่นี่คงมีเรือ จึงบอกกับบางยี่เรือ ช่วยให้เอาเรือแผงไปรับนางมาทีเถิด แต่บางยี่เรือก็ไม่รับคำ จึงต้องนั่งน้ำตาคลอ</p><p><br></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>เป็นการพรรณนาการเดินทางในนิราศนรินทร์คำโคลง มีการพรรณนาการเดินทางของกวีว่า จำต้องจากนางอันเป็นที่รัก ทำให้กวีเศร้าโศกเมื่อพบสิ่งใดก็จะคร่ำครวญถึงนาง และยังมีการเล่นเสียงพยัญชนะ,มีการเล่นคำซ้ำ และมีรสวรรณคดีคือ สัลลาปังคพิสัย</p><p><br></p><p>นางสาวจิรภิญญา ชันสงวนสุข เลขที่ 19 ม.4/2</p><p>นางสาวธนิษฐา ปราศราคิน เลขที่ 20 ม.4/2</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747010762/94ae649607735a30a136005f19d55453/IMG_2597.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 07:59:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121239344</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121242979</link>
         <description><![CDATA[<p>โบสถ์ระเบียงมรฑปพื้น...ไพหาร</p><p>ธรรมาสน์ศาลาลาน...........พระแผ้ว</p><p>หอไตรระฆังขาน..............ภายค่ำ</p><p>ไขประทีปโคมแก้ว...........ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>บทนี้พูดถึง</p><p>ระเบียงโบสถ์พื้นมณฑปและวิหารของศาสนสถานหรือวัดนั่นเอง เป็นการพรรณนาโวหารถึงวัตถุธรรมที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจคนในสังคม</p><p>บรรยายถึงธรรมมะที่พระนั่งเทศนาสั่งสอนธรรมแก่ประชาชนรวมทั้งองค์พระพุทธรูปที่เหลืองอร่ามผ่องแผ้วตั้งเป็นประธานอยู่ในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญนั้นต่อมา</p><p>บรรยายถึงหอไตรที่เก็บคัมภีร์พระไตรปิฎกรวมถึงหอระฆังสำหรับตีบอกเวลาทำวัตรแก่พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ในวัดทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น</p><p>ยามค่ำคืนในสมัยที่ไม่มีไฟฟ้าใช้...ก็ใช้โคมไฟตะเกียงที่มีไส้และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ตามระยะแนวระเบียงทางเดิน โดยอุปมาอุปไมยถึงขนาดว่าแสงจากโคมนี้สว่างรุ่งเรืองจนถึงท้องฟ้าแทบกลบแสงจันทร์เสียสิ้น ซึ่งตรงนี้ออกจะเป็นอติพจน์คือคำพูดเกินจริงอยู่มากแต่ในอีกความหมายหนึ่งที่แฝงอยู่ก็คือแสงแห่งพุทธธรรมนั้นส่องโลกนี้(สอนสัตว์โลก)ให้สว่างไสวไปทั้งโลกถึงขนาดข่มแสงจันทร์เสียสิ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ศัพท์ยาก </p><p>1.มรฑป-เดิมแปลว่าห้องโถง เราใช้หมายถึงสิ่งที่สร้างเป็นสี่เหลี่ยมยอดแหลม</p><p>2.ไพหาร-พิหาร วิหาร วัด ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่กับโบสถ์</p><p>3.ธรรมมาสน์-ธรรม + อาสน์ = ที่นั่งแสดงธรรม</p><p>4.หอไตร-หอไตรปิฎก กุฏิสำหรับเก็บพระธรรม</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747035460/92386141fbee144792a81e76ff07427b/1726473275249.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:02:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121242979</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บท 122</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121243963</link>
         <description><![CDATA[<p>พันเนตรภูวนาถตั้ง     ตาระวัง ใดฮา</p><p>พักตร์สี่แปดโสตฟัง    อื่นอื้อ</p><p>กฤษณนิทรเลอหลัง    นาคหลับ ฤาพ่อ</p><p>สองพิโยคร่ำรื้อ           เทพท้าวทำเมิน</p><p><br/></p><p><strong>แปล</strong></p><p>บาท ๑ พระผู้มีพันตานั้น ตั้งตาคอยระวังใครอยู่</p><p>บาท ๒ พระผู้มีสี่พักตร์แปดโสต ก็ฟังแต่เสียงอื่นเสียหมด</p><p>บาท ๓ พระนารายณ์ ก็บรรทมหลับเหนือพระยานาคหรืออย่างไร</p><p>บาท ๔ ท่านเหล่านั้นจึงได้เมินเฉยต่อความโศกเศร้า ร่ำร้องของเราทั้งสอง</p><p><br/></p><p><strong>ศัพท์</strong></p><p>- พันเนตร ;สหัสนัยน์ พระอินทร์ เจ้าแห่งอากาศเป็นเทพซึ่งคอยช่วยเหลือมนุษย์ที่ตกยาก มีชื่ออย่างอื่นเช่นเพชรปาณี สวรรคบดี เมฆวาหน</p><p>- พักตร์สี่แปดโสต ;พระพรหม</p><p>- กฤษณะ ;พระนารายณ์</p><p>- นาค ;พญาอนันตนาคราช ที่พระนารายณ์บรรทม</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>น.ส.จิดาภา เรือนแสน เลขที่ 18 4/2</p><p>น.ส.ดวงรัตน์ คงเพ็ชร เลขที่ 26 4/2</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747021416/dbee10b412857b6fe8df0366327a36f6/1000020065.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:02:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121243963</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บท 139</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121244926</link>
         <description><![CDATA[<p>    เอียงอกเทออกอ้าง      อวดองค์  อรเอย</p><p>เมรุชุบสมุทรดินลง           เลขแต้ม</p><p>อากาศจักจารผจง            จารึก  พอฤา</p><p>โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม       อยู่ร้อนฤาเห็น</p><p><br/></p><p><strong>ถอดความ</strong></p><p>     กวีมีความปรารถนาที่จะเอียงอกเพื่อเทความรักที่มีอยู่ข้างในออกมาให้นางที่รักเห็นเป็นที่ประจักษ์ ความรักที่กวีมีต่อนางนั้นมหาศาลจนยากที่จะบรรยายออกมาได้หมดสิ้น แม้จะเอาเขาพระสุเมรุเป็นปากกา เอาปรพีและน้ำในมหาสมุทรแทนหมึก เอาอากาศแทนกระดาษ ก็ไม่เพียงพอที่จะจารึกความรักของกวีที่มีต่อนางได้หมด เนื่องจากกวีไม่อาจเห็นนางได้ กวีจึงเฝ้าแต่ห่วงใยนางผู้ที่มีความงดงามดุจลอยมาจากสรวงสวรรค์ว่าจะทุกข์ร้อนมากเพียงใด</p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p>มีการใช้อติพจน์ กล่าวเกินจริงเพื่อให้ได้คุณค่าด้านอารมณ์เป็นสำคัญ คือ ใช้ เอียงอกเท แทนสิ่งที่อยู่ในใจของกวี ใช้เขาพระสุเมรุเป็นปากกาเอามาจุ่มน้ำหมึก(น้ำในมหาสมุทร)แล้วเขียนข้อความบนอากาศ ซึ่งล้วนเป็นลักษณะที่เกินไปจากความจริงและมีการใช้สัมผัสอักษรในบาทที่1 ยิ่งทำให้มีความไพเราะมากขึ้น</p><p><br/></p><p><strong>สมาชิก</strong></p><p>น.ส.กัญญณัช  สวัสดิภาพ เลขที่ 23 ม.4/2</p><p>น.ส.ญาธิดา มณีรัตน์ เลขที่ 24 ม.4/2</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747004101/eb94f98ebdb395e1718ba37e7cafcce2/513C5774_EBE9_4E1A_B2F6_87CACA6E3AE1.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:03:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121244926</guid>
      </item>
      <item>
         <title>138</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121245395</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>ลมพัดคือพิษต้อง     ตากทรวง <br>หนาวอกรุมในดวง  จิตช้ำ <br>โฉมแม่พิมลพวง      มาเลศ กูเอย <br>มือแม่วีเดียวล้ำ        ยิ่งล้ำลมพาน</strong></p><p><strong>ถอดความได้ว่า : ลมพัดดังพิษต้องหัวใจ หนาวทั้งภายนอกและภายในก็เจ็บช้ำ คิดถึงตอนที่น้องพัดวีให้เพียงครั้งเดียวก็เย็นชื่นใจกว่าลมพัด</strong></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>คำศัพท์ </strong></p><p><strong>วี=พัด</strong></p><p><strong>พาน=พบ ต้อง ถูก</strong></p><p><strong>มาเลศ= มาลา(ดอกไม้)+อิศ</strong></p><p><strong>รุม=กรุ่นอยู่ภายใน</strong></p><p><br/></p><p><strong>วิเคราะห์คุณค่า</strong></p><p><strong>ด้านวรรณศิลป์:มีการใช้ภาพพจน์อุปลักษณ์เปรียบลมที่พัดมาว่าคือพิษที่ทำให้คิดถึงน้อง</strong></p><p><br/></p><p><strong>นางสาวหทัยกาญจน์ จาดแจ่ม เลขที่28</strong></p><p><strong>นางสาวไอศิมา แจ่มแจ้ง เลขที่ 29</strong></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747011946/d3af50db12dd6acbf807dd1b1b7983e5/IMG_3096.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:04:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121245395</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่41</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121246075</link>
         <description><![CDATA[<p>เห็นจากจากแจกก้าน &nbsp; &nbsp; แกมระกำ</p><p>ถนัดระกำกรรมจำ&nbsp; &nbsp; &nbsp; จากช้า</p><p>บาปใดที่โททำ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แทนเท่าราแม่</p><p>จากแต่คาบนี้หน้า&nbsp;  พี่น้องคงถนอม</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า...เห็นต้นจาก ต้นระกำแตกกิ่งก้าน คิดถึงกรรมที่ต้องจากน้องมา เราทั้งสองคงทำ บาปไว้ จึงตามสนองเราให้จากกัน ในวันหน้าเราทั้งสองคงได้สมหวัง</p><p><br/></p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>กวีเล่นคำที่ออกเสียงว่า จาก ซึ่งหมายถึง ต้นจากและการจากน้องมากับคำที่ออกเสียงพ้องกันว่า กำ ซึ่งหมายถึง ต้นระกำ ความระกำซ้ำใจ และเวรกรรม</p><p><br/></p><p>นายกฤษกร เพ็งประโคน เลขที่3</p><p>นายอัครวินท์ ชัยชารี เลขที่9</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747075887/6d38199028ac424a35181044274335c2/IMG_8397.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:04:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121246075</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 25 บางขุนเทียน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121246211</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า                                                      นายนรินทรมาถึงตำบลบางขุนเทียน ได้ยินคำว่า เทียน ก็นึกไปถึงเทียน เทียนที่เคยใช้จุดตามที่บ้าน และตอนที่นายนรินทรมาถึงบางขุนเทียนนี้เวลาคงบ่ายแล้ว จึงเลยนึกไปถึงเวลาค่ำว่า พอถึงเวลาค่ำ นางที่อยู่บ้าน จะจุดเทียนเข้าไปในห้องตามเคย แต่นางคงไม่พบใคร (คือนายนรินทร) แล้ว                                                                                            วิเคราะห์คุณค่า    บทนี้มีการเล่นคำ และใช้โวหารภาพพจน์ ทั้ง อุปมาโวหาร อุปลักษณ์ บุคคลวัต</p><p>และ อติพจน์ การใช้โวหารนี้ทำให้บทกลอน เต็มไปด้วยความรู้สึก และความหมาย ที่ลึกซึ้ง</p><p><br></p><p>นาย ปุญญพัฒน์ วงค์แหลมสิงห์ ม.4/2 เลขที่ 1</p><p>นาย สิรภพ เเช่มล้วน ม.4/2 เลขที่ 2</p><p><br></p><p><br></p><p>                                    </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747005700/a77deaad89f4d1596350f111bf7d51bf/IMG_1217.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:04:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121246211</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บท 141</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121247182</link>
         <description><![CDATA[<p>          <strong><em>ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง      แรมนวล นาฏฤๅ</em></strong></p><p><strong><em>เสนาะสนั่นดินครวญ         ครุ่นฟ้า</em></strong></p><p><strong><em>สารสั่งพี่กำสรวล               แสนเสน่ห์ นุชเอย</em></strong></p><p><strong><em>ควรแม่ไว้ต่างหน้า             พี่พู้นภายหลัง</em></strong></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า.....พี่ได้คร่ำครวญถึงความรักของพี่จนสั่นกึกก้องไปทั้งแผ่นดินและท้องฟ้า เป็นข้อความที่บรรยายถึงความโศกเศร้าของพี่ ข้อความเหล่านั้นขอให้น้องรับไว้เป็นต่างหน้าให้นึกถึงอดีตระหว่างเรา</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>มีการเล่นเสียงพยัญชนะ หรือการสัมผัสพยัญชนะภายในวรรคและระหว่างวรรคเพื่อเพิ่มความไพเราะเช่น ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง -แรม ,เสนาะสนั่น, สารสั่ง ,แสนเสน่ห์ ,พี่พุ้นภาย</p><p><br/></p><p>ด.ญ.โปรดปราน คชาบาล เลขที่ 17</p><p>ด.ญ.ภคพร แจ้งอรุณ เลขที่ 22</p><p>ม.4/2</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747035778/c0b6be5e22b3f1150a10e404158aa5b7/3220ec23686e6e900397ef6967c0aa8a.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:05:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121247182</guid>
      </item>
      <item>
         <title>13 บทที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121247849</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สงสารเป็นห่วงให้               แหนขวัญ แม่ฮา <br>ขวัญแม่สมบูรณ์จันทร์         แจ่มหน้า <br>เกศีนี่นิลพรร                        โณภาส <br>งามเงื่อนหางยูงฟ้า              ฝากเจ้าจงดี         </strong></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า:</p><p><br/></p><p>ฉันรู้สึกสงสารและเป็นห่วงเธอมาก ขอให้เธอมีขวัญและกำลังใจที่ดี แม่เปรียบเสมือนแสงจันทร์ที่สมบูรณ์งดงาม ผมของเธอดำขลับและเป็นประกายสวยงาม เหมือนหางนกยูงที่งดงามบนท้องฟ้า ขอให้เธอปลอดภัยและมีความสุขดีเสมอไป</p><p><br/></p><p> วิเคราะห์คุณค่า:</p><p><br/></p><p>บทกลอนนี้แสดงถึงความงดงามของภาษาและความรู้สึกห่วงใยผ่านการเปรียบเทียบอย่างสละสลวย เช่น "สมบูรณ์จันทร์แจ่มหน้า" เปรียบความงามของผู้หญิงกับแสงจันทร์ที่สมบูรณ์ และ "เกศีนี่นิลพรรณ" ที่เปรียบผมดำเงางามเหมือนสีนิล สื่อถึงความละเอียดอ่อนและงามสง่า นอกจากนี้ยังแสดงความปรารถนาดีให้ผู้ที่รักและห่วงใยผ่านคำว่า "ฝากเจ้าจงดี"</p><p><br/></p><p><br/></p><p>12 นายณัฐธนนท์ โชติบัญชา </p><p>15 นายพัชยุทธ    แสงสว่าง</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://pixabay.com/get/gb13acfe56b954e7c72903715226480c275f8b0037ff9ea7bbcab9a951369bcd98b8bc8c6cee6c08df00eef3c9be0a213.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:06:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121247849</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ ๘ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121248418</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><p>   จำใจจากแม่เปลื้อง   ปลิดอก อรเอย</p></blockquote><blockquote><p>เยียวว่าแดเดียวยก      แยกได้</p></blockquote><blockquote><p>สองซีกแล่งทรวงตก     แตกภาค ออกแม่</p></blockquote><blockquote><p>ภาคพี่ไปหนึ่งไว้           แนบเนื้อนวลถนอม</p></blockquote><p><br/></p><pre><code>ถอดความได้ว่า…จำใจต้องจากนางอันเป็นที่รัก ราวกับว่าหัวใจของพี่ถูกพรากไปจากนาง ถ้าหากว่าดวงใจของพี่สามารถแบ่งแยกได้ หากแบ่งใจของพี่ออกเป็นสองดวงได้ ก็ขอแบ่งดวงหนึ่งเอาไว้กับตัวพี่ขณะเดินทาง ส่วนอีกดวงหนึ่งฝากไว้ให้น้องเก็บแนบใจ</code></pre><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p> บทประพันธ์นี้ปรากฏรสวรรณคดีสัลลาปังคพิสัย</p><p> มีการใช้อติพจน์ เพื่อกล่าวถึงแบบเกินจริงถึงการจะแยกหัวใจเป็นสองซีกให้ความรู้สึกสะเทือนและเน้นการมองเห็นภาพความลึกซึ้งของอารมณ์ที่ปรากฏในห้วงของความรักและต้องมีการพลัดพรากจากนางอันเป็นที่รัก</p><p> เกร็ดความรู้จากบท</p><p>เปลื้องปลิดอก หมายถึง การเอาหัวใจออกจากตัว</p><p>เยียว หมายถึง หากว่า</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><ol><li><p>นางสาวจิรัชญา จิตรวัฒนะ เลขที่25 4/2</p></li><li><p>นางสาวศศิภา เชาว์รัตน์ เลขที่27 4/2</p></li></ol><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747026088/6c89729113bc87384dc593a6048a66db/IMG_0510.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:06:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121248418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121255536</link>
         <description><![CDATA[<p>     โฉมควรจักฝากฟ้า   ฤาดิน ดีฤา</p><p>เกรงเทพไท้ธรณินทร์    ลอบกลํา</p><p>ฝากลมเลื่อนโฉมบิน      บนเล่า นะเเม่</p><p>ลมจะชายชักช้ำ            ชอกเนื้อเรียมสงวน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ถอดความได้ว่า...จะฝากนางไว้กับฟากฟ้าหรือผืนดินดี เพราะกลัวว่าพระเจ้าแผ่นดินจะมาลอบเชยชมนาง จะฝากนางไว้กับสายลมช่วยพัดพานางบินหนีไปบนฟ้า แต่ก็กลัวลมพัดทำให้ผิวนางมีรอยช้ำ</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า...มีการใช้โวหารอติพจน์หรือโวหารที่กล่าวเกินความจริง เพื่อสร้างและ เน้นความรู้สึกและอารมณ์ทาให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภาพพจน์ชนิดนี้ นิยมใช้กันมากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็นการกล่าวที่ทาให้เห็นภาพได้ง่ายและ แสดงความรู้สึกของกวีได้อย่างชัดเจน</p><p>นอกจากนี้ยังมีการใช้โวหารนารีปราโมทย์หรือโวหารที่ใช้การแต่งบทร้อยกรองให้มีเนื้อความและ ท่วงทำนอง ฝากรักและแสดงความรักต่อนางอันเป็นที่ต้องใจ บทโอ้โลม เกี้ยวพาราสี การแสดงความรัก รวมถึงบทสังวาส</p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายอภิรักษ์ รัตนเมธาประศาสน์ เลขที่ 8 ม4/2</p><p>นายวิรัล วงศ์อยู่ เลขที่ 16 ม.4/2</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747035513/8e667235dbbeaa433788679c78bee61e/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:11:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121255536</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121258031</link>
         <description><![CDATA[<p>  อยุธยายศล่มแล้ว              ลอยสวรรค์  ลง</p><p>สิงหาสน์ปรางรัตน์บรร-       เจิดหล้า</p><p>บุญเพรงพระหากสรรค์         ศาสน์รุ่ง  เรืองเเฮ</p><p>บังบายเบิกฟ้า                     ฝึกฟื้นใจเมือง</p><p><br/></p><p>ถอดได้ว่า: ผู้แต่งคำประพันธ์มีความรู้สึกชื่นชมในบุญบารมีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ที่พระองค์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้กลับมาเจริญรุ่งเรือง กรุงเทพมหานครจึงงดงามดุจ จำลองกรุงศรีอยุธยาลงมาจากสวรรค์ และทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ฟื้นฟู ขวัญและกำลังใจให้กับอาณาประชาราษฎร์</p><p><br/></p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า: ใช้คำในลักษณะขัดแย้งกันมีการเลือกใช้คำที่งดงามทั้งรูปและะความหมายมีเนื้อหาสาระที่จรรโลงวัฒนธรรมของสังคงโดยพูดถึงความ</p><p>เจริญรุ่งเรืองหลังจากการทำนุบำรุง</p><p>บ้านเมืองศาสนา และะฟื้นฟูขวัญกำลังใจให้กับ</p><p>ราษฎร์ของรัชการ2</p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายทรงภูมิ กองเเก้ว ม.4/2 เลขที่4</p><p>นายวิชญ์ธรรม ฟูเฟื่อง ม.4/2 เลขที่7</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747018624/a8014ae1b1b9dcb7433409b4d6d1bc5a/IMG_3920.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:13:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121258031</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121260213</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>    บ้านบ่อน้ำบกแห้ง       ไป่เห็น</strong></p><p><strong>บ่อเนตรคงขังเป็น            เลือดไล้</strong></p><p><strong>อ้าโฉมแม่แบบเบญ-       จลักษณ์ เรียมเอย</strong></p><p><strong>มาซับอัสสุชลให้              พี่แล้วจักลา</strong></p><p><strong>   </strong></p><p><strong>   ถอดความว่า: </strong>ถึงบ้านบ่อน้ำแต่น้ำแห้งจนไม่เห็นน้ำ มีแต่บ่อน้ำตาของพี่ที่ล้นจนเป็นเลือด ให้หญิงงามทั้ง 5 ประการมาซับน้ำตาให้แล้วพี่ก็จะจากลา</p><p><br/></p><p>   <strong>วิเคราะห์คุณค่า: </strong>มีการใช้อติพจน์โวหารคือการกล่าวเกินจริง ตรงที่น้ำตาไหลเป็นเลือดไปทั่ว ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าน้ำตาออกเป็นเลือดจริงๆ แต่เศร้ามากๆ</p><p><br/></p><p>  <strong> คำศัพท์: </strong></p><p>บก- แห้ง</p><p>ไล้-ลูบ</p><p>เบญจลักษณ์- ลักษณะงดงาม 5 ประการของผู้หญิง</p><p>ผมงาม เนื้องาม ฟันงาม ผิวงาม วัยงาม</p><p><br/></p><p>นายพงศ์ปณต ปราบโจร เลขที่ 6 ม.4/2</p><p>นายเจตน์ นามสุโพธิ์ เลขที่ 13 ม.4/2</p><p>   </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747038659/e551fe153535658d81dbd7144f4c0b17/image.jpeg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:15:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121260213</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทที่ 118 ตะนาวศรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121264612</link>
         <description><![CDATA[<p>ถอดความได้ว่า</p><p>เดินทางมาถึงตะนาวศรีความโศกเศร้าก็กระหน่ำซ้ำเติมเข้ามา ความโศกเศร้าที่จากนางไม่ว่าจะเดินผ่านทุ่งนา ป่า ท้องน้ำ หรือสถานที่ใด ไม่ว่าจะเป็นทางบกผ่านทุ่งผ่านป่าหรือผ่านห้วงน้ำ ก็สามารถสั่งความไปถึงนางได้ตลอด</p><p><br/></p><p>วิเคราะห์คุณค่า</p><p>คุณค่าด้านกลวิธีการแต่ง</p><p>มีการเรียงสัมผัสทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษรภายในวรรค และ ระหว่างวรรค เพื่อเพิ่มความไพเราะ</p><p>เช่นสัมผัสสระ</p><p>หน่ำ-ซ้ำ ,ดง-ทุ่ง</p><p>สัมผัสอักษร</p><p>ตระนาว-ตระหน่ำ ,อร-เอย ,ศึก-โศก,เดิน-ดง</p><p>สัมผัสระหว่างวรรค</p><p>ซ้ำ-สง (สาร) ,นาน-เนิ่น ,</p><p>หญ้า-ย่าน</p><p><br/></p><p>สมาชิก</p><p>น.ส.ปุณณภา เถาธรรมพิทักษ์ เลขที่ 21 ม.4/2</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2747102606/8f9f62101688bd26ee0d33a780388396/1726474141785.jpg" />
         <pubDate>2024-09-16 08:18:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/NingKanchanok/nihxkr8ojp2wf4uo/wish/3121264612</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
