<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ประวัติคีตกวีดนตรีสากล by siwapakron</title>
      <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-02-11 08:06:32 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-11 08:31:07 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>1. เลโอนิน  </title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180439</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย&nbsp; </strong><br>เกิด : ประมาณ ค.ศ. 1135<br>ตาย : ประมาณ ค.ศ. 1201<br><br><strong>สัญชาติ (Nationality)</strong><br>French<br>ฝรั่งเศส<br><br><strong>ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)</strong><br>ยุคกลาง ก่อน ค.ศ.1600<br>Middle Age or Medieval Period : before 1600<br><br><strong>ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)</strong><br> <strong>organum duplum, Dulce lignum,&nbsp; viderunt omnes</strong><br><br><strong>อัตชีวประวัติ (Biography)</strong><br>เลโอแนง หรือ เลโอนิอัส เป็นนักประพันธ์คนสำคัญคนแรกที่ประพันธ์เพลงแบบ <em>Polyphonic Organum&nbsp; </em>&nbsp;เชื่อกันว่าเขาอาจจะเป็นชาวฝรั่งเศส ซึ่งอาจจะพำนักและทำงานในปารีสที่มหาวิหารนอร์ทเทรอดาม (Notre Dame Cathedral) และยังเป็นสมาชิกรุ่นแรกๆของโรงเรียนสอนการประสานเสียง <strong>Notre Dame school of polyphony </strong>ที่มีชื่อเสียง ชื่อ Leonin ของเขามาจากคำว่า "Leoninus" ในภาษาละตินที่แปลว่า Leo หรือ <em>Leo </em>ในภาษาฝรั่งเศส<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ประวัติของเขาเท่าที่ทราบ มาจากการบันทึกของนักเรียนในรุ่นหลังๆ ของโบสถ์ที่ชื่อ <strong>Anonymous IV </strong>นักเขียนชาวอังกฤษที่ได้ฝากผลงานเขียนทฤษฎีทางดนตรีของเขาเอาไว้ โดยกล่าวถึงเลโอแนงว่าเป็นผู้ประพันธ์บทเพลงชุด <em>Magnus Liber </em>ผลงานเขียนเพลงสวดที่ยิ่งใหญ่ (The "Great book" of Organum) บทประพันธ์ส่วนใหญ่ใน Magnus Liber จะใช้เทคนิคการประพันธ์แบบ <em>Clausulae - Melistic </em>(การประพันธ์โดยใช้เสียงหลายเสียงโดยแปรเปลี่ยนท่วงทำนองเพลงสวดเดิม – การเปลี่ยนระดับเสียงโน้ตแต่ละพยางค์ในขณะร้อง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเพลงสวดแบบ <em>Gregorian Chant </em>(เพลงศาสนาดั้งเดิมที่มีระดับเสียงเดียว มีเพียงทำนองแต่ไม่มีเสียงประสาน ใช้ในพิธีทางศาสนา) ที่ถูกนำมาแยกออกเป็นหลายเพลง โดยที่ท่วงทำนองของโน้ตเดิมจะค่อนข้างช้ามาก และผสานเข้ากับท่วงทำนองที่เคลื่อนไหวเร็วกว่า นอกจากนั้น เลโอแนงยังอาจเป็นนักประพันธ์คนแรกที่ใช้เทคนิคการประพันธ์แบบ <em>Rhythmic mode </em>(รูปแบบการประพันธ์ที่ใช้อัตราจังหวะสั้นหรือยาวเพื่อกำหนดการเขียนโน้ต) และอาจเป็นไปได้ว่าเขายังเป็นผู้คิดค้นระบบการเขียนโน้ตระบบนี้ขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:11:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2. เพโรติน </title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180494</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย&nbsp; </strong><br>เกิด :&nbsp; ประมาณ ค.ศ. 1180<br>ตาย : ประมาณ ค.ศ.1225<br><br><strong>สัญชาติ (Nationality)</strong><br>French<br>ฝรั่งเศส<br><br><strong>ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)</strong><br>ยุคกลาง ก่อน ค.ศ.1600 <br>Middle Age or Medieval&nbsp; Period : before 1600<br><br><strong>ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)</strong><br> Sederunt principes, Viderunt omnes, Nativitas<br><br><strong>อัตชีวประวัติ (Biography)</strong><br><em>เปโรแตง </em>หรือ <em>เปโรแตงผู้ยิ่งใหญ่ </em>(Perotin the Great) นักประพันธ์ชาวยุโรป สันนิษฐานกันว่าเขาอาจเป็นชาวฝรั่งเศส มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 เขาเป็นสมาชิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโรงเรียนดนตรี <strong>Notre Dame school of polyphony </strong>และเป็นนักประพันธ์เพียงไม่กี่คนในยุคนั้นที่ชื่อของเขาที่ได้รับการจดบันทึกเอาไว้ในบันทึกของนักเรียนนิรนามชาวอังกฤษที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ <em>Anonymous IV </em>ซึ่งได้เขียนเรื่องราวเปโรแตงและเลโอแนงนักประพันธ์รุ่นก่อนหน้าเขาเอาไว้ โดย Anonymous IV เรียก Perotin ว่า "Perotin Magister" ซึ่งหมายถึง “Perotin ผู้เชี่ยวชาญ” ชื่อของ Perotin มาจากคำว่า "Perotinus" ในภาษาละตินที่กลายเป็นคำว่า Petrus หรือ <em>Pierre </em>ในภาษาฝรั่งเศส<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เปโรแตงเป็นผู้บุกเบิกนำวิธีการประพันธ์เพลงสวดแบบสอดประสานหลายทำนอง (Polyphonic) มาใช้ในยุคศิลป์เก่า(Ars Antiqua)&nbsp; ซึ่งเพลงยุโรปสมัยก่อน เช่น เพลงสวดแบบ <em>Gregorian Chant </em>ดั้งเดิมมีระดับเสียงเดียว (Monophonic) มีเพียงทำนองแต่ไม่มีเสียงประสาน ใช้ในพิธีทางศาสนา &nbsp; เปโรแตงเป็นผู้บุกเบิกเพลงลักษณะแบบ <em>Organum triplum (ประสานเสียง 3 แนว) </em>และ <em>Organum quadruplum </em>(ประสานเสียง 4 แนว) ซึ่งเพลง <em>Sederunt principes </em>และเพลง <em>Viderunt omnes </em>เป็นเพลงประเภท <em>Organum quadruplum </em>เพียงไม่กี่เพลงของเขาที่เป็นรู้จักกัน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผลงานของเปโรแตงได้ถูกเก็บไว้ในบทเพลงสวดชุด <em>Magnus Liber </em>หรือ “The Great Book" เป็นเพลงสวดในโบถส์แบบเสียงประสานหลายแนว (Polyphonic) ในยุคแรกๆ ผลงานเพลงสวด Magnus Liber ชุดนี้เป็นสมบัติของของมหาวิหารนอร์ทเทอดาม (The cathedral of Notre Dame) ที่กรุงปารีส ภายในหนังสือ “The Great Book" ยังรวบรวมเอาผลงานของเลโอแนง นักประพันธ์ร่วมสมัยก่อนหน้าเขาเพียงไม่นานเอาไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม การที่นักวิชาการพยายามที่จะกล่าวว่าเปโรแตงพำนักอยู่ที่นอทเทอดามนั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ หลักฐานส่วนใหญ่จะเป็นหลักฐานแวดล้อมเท่านั้น แต่ประวัติและเรื่องราวของเขามีอยู่น้อยมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:11:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180494</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3. จาคาโป ดา โบโลนญา </title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180576</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>Jacopo ดาโบโลญญา</strong> ( <a href="https://hmong.in.th/wiki/Floruit">FL.</a> 1340 - c. 1386) เป็นนักแต่งเพลงของอิตาลี<a href="https://hmong.in.th/wiki/Trecento">Trecento</a>ระยะเวลาบางครั้งเรียกว่าอิตาเลี่ยนอาร์โนวา<a href="https://hmong.in.th/wiki/Music_of_the_Trecento"><em> </em></a>เขาเป็นหนึ่งในนักประพันธ์เพลงแรกของกลุ่มนี้ทำให้เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Gherardello_da_Firenze">Gherardello da Firenze</a>และ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Giovanni_da_Cascia">Giovanni da </a>Firenze เขาส่วนใหญ่กระจุกตัวใน<a href="https://hmong.in.th/wiki/Madrigal_(Trecento)">มาดริกาล</a>รวมทั้ง<a href="https://hmong.in.th/wiki/Canon_(music)">ยอมรับ</a> (caccia-บทกวี) และประเภทที่ไม่ยอมรับ แต่ยังประกอบด้วยตัวอย่างเดียวของแต่ละ caccia, <a href="https://hmong.in.th/wiki/Laude">Lauda</a> - <a href="https://hmong.in.th/wiki/Ballata">ballata</a>และเต็ต<a href="https://hmong.in.th/wiki/Motet"> </a><a href="https://hmong.in.th/wiki/Jacopo_da_Bologna"><sup><br></sup></a><br></div><div>ฉาก<em>Non al suo amante ของ</em>เขาซึ่งเขียนขึ้นเมื่อราวปี 1350 เป็นเพียงฉากเดียวที่รู้จักกันในบทกวีของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Petrarch">Petrarch </a><a href="https://hmong.in.th/wiki/Jacopo_da_Bologna"><sup><br></sup></a><br></div><div>อุดมคติของ Jacopo คือ "เพลงที่ไพเราะและไพเราะ" (ท่วงทำนองที่ไพเราะและอ่อนโยน) สไตล์ของเขาถูกทำเครื่องหมายด้วยส่วนเสียง texted อย่างเต็มที่ที่ไม่เคยข้าม<a href="https://hmong.in.th/wiki/Voice_crossing"> </a>ข้อความที่ไม่ได้เขียนซึ่งเชื่อมแนวข้อความในเพลงมาดริกาลหลายๆ บทของเขาก็มีความสำคัญเช่นกัน <a href="https://hmong.in.th/wiki/Jacopo_da_Bologna"><sup><br></sup></a><br></div><div>เขาเป็นตัวแทนอย่างดีใน<a href="https://hmong.in.th/wiki/Squarcialupi_Codex">Squarcialupi Codex</a>ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นเพลงขนาดใหญ่ในศตวรรษที่ 14 ที่ครอบครัว<a href="https://hmong.in.th/wiki/Medici">เมดิชิ</a>เป็นเจ้าของมายาวนาน มีการประพันธ์เพลงของเขาถึง 29 เพลงในแหล่งนั้น ซึ่งเป็นแหล่งที่มาหลักของเพลงของอิตาลี<a href="https://hmong.in.th/wiki/Ars_nova"><em>ars nova</em></a>ควบคู่ไปกับดนตรีโดย<a href="https://hmong.in.th/wiki/Francesco_Landini">Francesco Landini</a>และคนอื่นๆ พบภาพเหมือนของ Jacopo ในต้นฉบับนี้ และอีกภาพหนึ่งที่เป็นไปได้พบได้ในต้นฉบับภาษาอิตาลีตอนเหนือ, Fulda, Landesbibliothek, Hs. D23, ฟอล. 302. อย่างไรก็ตาม การระบุว่าจาโคโปเป็นหัวข้อของภาพวาดในแหล่งหลังถูกสร้างขึ้นด้วยมือช้ากว่าผู้คัดลอกต้นฉบับ ทำให้เกิดข้อสงสัยในความน่าเชื่อถือ <a href="https://hmong.in.th/wiki/Jacopo_da_Bologna"><sup><br></sup></a><br></div><div>นอกเหนือจากการ<em>เรียบเรียง</em>ของเขา Jacopo ยังเขียนบทความเชิงทฤษฎีสั้น ๆ<em>L'arte del biscanto misurato</em> , ซึ่งได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีสัญกรณ์ภาษาฝรั่งเศส นอกจากนี้เขายังอาจจะได้รับการใช้งานเป็นกวีที่จะตัดสินจากตำราอัตชีวประวัติของมาดริกาล<em>ไอโอฉันดวงอาทิตย์ยกเลิก che</em> , <em>Oselleto salvazo</em>และ<em>Vestìseลา </em>cornachia <a href="https://hmong.in.th/wiki/Jacopo_da_Bologna"><sup><br></sup></a><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:12:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477180576</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1. ดันสเตเบิล</title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185710</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย</strong><br>เกิด : ค.ศ. 1390&nbsp; เมือง Dunstable&nbsp; ในอาณาบริเวณพื้นที่ด้านตะวันออกของอังกฤษที่มีชื่อเรียกว่า Bedfordshire<br>ตาย : ค.ศ.1453<br><br><strong>สัญชาติ (Nationality)</strong><br>English<br>อังกฤษ<br><br><strong>ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)</strong><br>ยุคเรอเนซองส์ ค.ศ.1450 - 1600<br>Renaissance Period 1450 - 1600<br><br><strong>ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)</strong><br>&nbsp; <em>Missa Rex seculorum</em> ,&nbsp; Salve scema sanctitatis, Quam pulchra es, Agincourt Hymn,<br><br><strong>อัตชีวประวัติ (Biography)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; จอห์น ดันสเตเบิ้ล เป็นสังคีตกวีชาวอังกฤษ ผลงานของเขาจะอยูในช่วงระหว่าปลายยุคกลาง และต้นยุคเรอเนซองส์&nbsp; ดันสเตเบิ้ลเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในอังกฤษและภาคพื้นยุโรป รวมทั้งกลุ่มนักประพันธ์เบอร์กันดี(Burgandian school คือกลุ่มของนักประพันธ์เพลงในศตวรรษที่ 15&nbsp; พื้นที่ปัจจุบันคือบริเวณประเทศฝรั่งเศส&nbsp; เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ ) แต่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลงานของเขาได้ถูกทำลายไปหลายส่วนเนื่องมาจากผลของการทำสงครามในประเทศอังกฤษ&nbsp; ผลงานที่ยังหลงเหลืออยู่ได้นำมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น เยอรมัน และอิตาลี&nbsp; &nbsp; &nbsp; ดันสเตเบิ้ล เป็นนักปะพันธ์เพลงที่ต้องการให้ทำนองเพลงมีความเด่นชัดมากกว่าแนวทำนองอื่น ๆ เขาเป็นคนแรกที่นำทำนองเดียวมาใช้เป็น firmus cantus ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้จะเป็นหลายทำนองสอดสลับกัน ตัวอย่างเด่นชัดคือเพลง <em>Missa Rex seculorum</em>&nbsp; นอกจากนั้นเขายังได้นำวิธีการประสานเสียงในระยะขั้นคู่ 3 และขั้นคู่ 6 มาใช้ พร้อมทั้งยังมีการนำคอร์ดที่มีเสียงกระด้างมาใช้ในบทเพลงด้วย จึงถือได้ว่า ดันสเตเบิ้ลเป็นผู้นำแนวดนตรีในยุคใหม่ ที่จะมีผลต่อการประพันธ์เพลงในยุคต่อมา&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:27:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185710</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2. ดูเฟย์</title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185737</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>&nbsp;ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย&nbsp; </strong><br>เกิด : ประมาณ&nbsp; ค.ศ.1397<br>ตาย : ประมาณ ค.ศ. 1474<br><br><strong>สัญชาติ (Nationality)</strong><br>Nederlanders (Dutch)<br>เนเธอร์แลนด์<br><br><strong>ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)</strong><br>ยุคเรอเนซองส์&nbsp; ค.ศ.1450 - 1600<br>Renaissance Period 1450 - 1600<br><br><strong>ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)</strong><br> Ce moys de may, Salve Regina,&nbsp; Anima mea liquefacta est, Mon chier amy<br><br><strong>อัตชีวประวัติ (Biography)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ดูเฟย์เป็นชาวเนเธอร์แลนด์ แต่เป็นผู้นำดนตรีทั้งในฝรั่งเศส และอิตาลี เพลงที่แต่งมีทั้งเพลงคฤหัสถ์และเพลงโบสถ์ เพลงคฤหัสถ์ที่ได้ประพันธ์ไว้ได้แก่ เพลงชองซง (chanson)&nbsp; ผลงานด้านเพลงโบสถ์ที่ประพันธ์ไว้เป็นจำนวนมากคือเพลงประเภท แมส (Mass)&nbsp; นอกจากนั้นยังได้พัฒนารูปแบบการประพันธ์เพลงโมเต็ท (Motet) ไว้ให้ผู้ประพันธ์เพลงรุ่นหลัง ๆ นำมาใช้ด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:27:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185737</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3. โอคิกัม</title>
         <author>siwapakron</author>
         <link>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185783</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ระยะเวลา สถานที่ เกิดและตาย</strong><br>เกิด : ค.ศ. 1410<br>ตาย : ค.ศ. 1497<br><br><strong>สัญชาติ (Nationality)</strong><br>Netherlanders<br>เนเธอร์แลนด์<br><br><strong>ยุคสมัยดนตรีและระยะเวลา (Style / Period)</strong><br>ยุคเรอเนซองส์ ค.ศ.1450 - 1600<br>Renaissance Period 1450 - 1600<br><br><strong>ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง (Famous Works)</strong><br> Missa Caput - Kyrie, Missa Mi-mi - Gloria, Requiem: Sicut cervus,<br>Quant de vous seul je pers la veue (Rondeau),<br>Ma bouche rit et ma pensee pleure - Jean Fouquet.<br><br><strong>อัตชีวประวัติ (Biography)</strong><br>&nbsp; &nbsp;โยฮันเนส ออคเคอเกม เป็นสังคีตกวีชาวเนเธอร์แลนด์ในยุคเรอเนซองส์ นามสกุลของเขามีการเขียนหลายแบบ ออกเสียงต่าง ๆ กันไป ได้แก่ <strong>Okeghem</strong>, <strong>Ogkegum</strong>, <strong>Okchem</strong>, <strong>Hocquegam</strong>, <strong>Ockegham&nbsp; </strong>ออคเคอเกม เป็นลูกศิษย์ของกิโยม ดูเฟย์ เขารับแนวคิดของดูเฟย์มาผสมผสานกับแนวคิดของตนเอง จึงมีผลทำให้บทเพลงของออคเคอเกมมีความสมบูรณ์มากกว่านักประพันธ์ในรุ่นก่อน&nbsp;<br>ออคเคอเกมได้นำการล้อเลียนทำนอง (imitative style) มาใช้ในการเขียนเพลง ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการเขียนเพลงฟิวก์ (Fugue) ในยุคบาโรก ผลงานของออคเคอเกมมีทั้งเพลงศาสนาและเพลงฆราวาส ได้แก่ แมสจำนวน 14 บท&nbsp; รีเควียม 1 บท&nbsp; โมเต็ท จำนวน 10 บท ชองซงสำหรับ 2 เสียงจำนวน 1 บท สำหรับ 3 เสียงจำนวน 19 บท&nbsp; สำหรับ 4 เสียงจำนวน 2 บท&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-11 08:27:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/siwapakron/ngz70cimvvrnk1tv/wish/2477185783</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
