<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ตอบคำถามในนี้ครับ by weerawit Glumjalreon</title>
      <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-01-22 04:06:25 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-29 16:24:27 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Growing.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223233756</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 08:57:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223233756</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223236259</link>
         <description><![CDATA[<div>1</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 09:09:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223236259</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223236267</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ ผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเนื่องจากการปรากฎตัวและการไหลของประจุไฟฟ้า มีการทำงานโด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 09:09:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223236267</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พลกาญจน์   ศรีคำพร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223254342</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า<br>-ไฟ้ฟ้่าคือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.<br>-มีการทำำงานโดยอิเอ็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน<br>-ไฟฟ้าแบ่งได้ 2 ประเภท ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้่ากระแส<br>2.อิเล็กทรอนิกส์<br>-อิเล็กทรอนิกส์คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-วงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลายรูปแบบสามารถทำได้หลายอย่างเช่นใช้ในการทำวิทยุ,โทรศัพท์,TVหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ<br>3.วงจรไฟฟ้า<br>-วงจรไฟฟ้าคือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>-การทำงานคือไฟจากขั่ว+ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่ว-<br>-วงจรไฟฟ้าแบ่งได้3ชนิดคือ1.ต่อแบบอนุกรม2.ต่อแบบขนาน3.ต่อแบบผสม<br>-เช่น<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:204,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668475064/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/2.png?height=204&amp;width=320&quot;,&quot;width&quot;:320}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668475064/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/2.png?height=204&amp;width=320" width="320" height="204"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>นี่เป็นการต่อแบบอนุกรม<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:212,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668615821/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/E9.jpg&quot;,&quot;width&quot;:350}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668615821/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/E9.jpg" width="350" height="212"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>เป็นการต่อแบบขนาน<br>4.ตัวนำไฟฟ้า<br>-ตัวนำไฟฟ้าคือสารที่ยอมให้ไฟฟ้าไหลผ่าน<br>-โดยการทำงานคือการที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ<br>-โดยส่วนมากที่เป็นตัวนำไฟฟ้าคือโลหะเช่นทองแดง,เงิน,เหล็ก<br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>-มีการทำงานโดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นแบ่งได้4ชนิดได้แก่1.อุปกรณืที่ให้พลังงานแสง2.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน3.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล4.อุปกรณืที่ให้พลังงานเสียงแต่ก็มีอุปกรณ์ไฟฟ้าบ้างชนิดที่ให้พลังงานกลายชนิดให้เครื่องเดียว<br>-เช่น โทรทัศน์,เครื่องเสียง,พัดลม,คอมพิวเตอร์,หลอดไฟ,เตาอบไฟฟ้า<br>6.สวิตช์<br>-สวิตช์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนี่ง<br>-การทำงานคือใช้เป็นตัวในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า<br>-สวิตช์มี7แบบคือ1.แบบเลื่อน2.แบบกระดก3.แบบกด4.แบบก้านยาว5.แบบหมุน6.แบบไมโคร7.แบบดิพ<br>-ในการทำงานของสวิตช์จะมี2อย่างคือวงจรเปิดกับวงจรปิด<br>วงจรเปิดคือ<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:67,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/open_cucuit_signal.jpg&quot;,&quot;width&quot;:179}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/open_cucuit_signal.jpg" width="179" height="67"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน<br>วงจรปิดคือ<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:49,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/close_cucuit_signal.jpg&quot;,&quot;width&quot;:189}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/close_cucuit_signal.jpg" width="189" height="49"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน<br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า<br>-มอเตอร์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ชนิดหนึ่ง<br>-ทำงานโดย แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>- ในการทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;<br>8.ทรานซิสเตอร์<br>-ทรานซิสเตอร์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง<br>-ในการทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากกหล่งจ่ายไฟฟ้า<br>-ทรานชิสเตอร์แบ่งออกได้เป็น2ประเภทคือ1.ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN2.ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP<br>- ลักษณะของทรานชิสเตอร์ ทรานชิกเตอร์มีสามขาโดย ขาคอลเล็กเตอร์(C), ขาอิมิตเตอร์(E), ขาเบส(B) และการนำไปใช้งานเราต้องจัดไฟให้ทรานซิสเตอร์ทำงาน เรียกว่าการไบแอส(Bias)&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 10:14:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223254342</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธนภัทร โชติรัตน์ ม.3/2   เลขที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223269409</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ไฟฟ้า&nbsp;<br>-คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่&nbsp;<br>-มีการทำงานมาจาก&nbsp; อนุภาคไฟฟ้าเล็กๆ 3 ชนิด คืออิเล็กตรอน โปรตอนและนิวตรอน&nbsp;<br>-แบ่งออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆ คือไฟฟ้าสถิต และไฟฟ้ากระแส<br>2. อิเล็กทรอนิคส์<br>-คือ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;<br>-แบ่งเป็น&nbsp; 2 ส่วนใหญ่ๆคือ ส่วนที่เป็นแอคทีพคือต้องมีกระแสไฟฟ้าป้อนให้ตลอดจึงทำงานได้ และ อีกส่วนหนึ่งคือพาสซีพคือฃทำงานได้โดยไม่ต้องมีกระแสไฟฟ้าแต่ใช้คุณสมบัติส่วนตัว&nbsp;<br>3.วงจรไฟฟ้า<br>-คือ การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด&nbsp;<br>-การทำงาน ตามปกติวงจรไฟฟ้าใด ๆ จะมีความเปลี่ยนแปลงและคุณสมบัติต่อกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าแตกต่างกันไป ตามแต่ วิธีการต่อวงจรนั้น ๆ และตามการเปลี่ยนแปลงตัวต้านทานหรืออุปกรณ์ไฟฟ้านั้นด้วย&nbsp;<br>-ประเภท คือ &nbsp; 1. การต่อแบบอนุกรม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. การต่อแบบขนาน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. การต่อแบบผสม&nbsp;<br>4.ตัวนำไฟฟ้า<br>-คือ เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ทำให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง&nbsp;<br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-คือ&nbsp; อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;<br>-มี4อย่าง&nbsp;<br>5.1ให้แสง<br>5.2ให้ความร้อน<br>5.3ให้พลังานกล<br>5.4ให้พลังงานเสียง<br><br>6.สวิตซ์<br>-คือ&nbsp; อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า&nbsp;<br>-ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร&nbsp;<br>-มีหลายประเภท ได้แก่&nbsp;<br>สวิตช์แบบเลื่อน สวิตช์แบบกด สวิตช์แบบกระดก สวิตช์แบบก้านยาว สวิตช์แบบหมุน สวิตช์แบบไมโคร และสวิตช์แบบดิพ<br><br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า<br>-คือ&nbsp; เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล&nbsp;<br>-การทำงาน&nbsp; มีขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม&nbsp;<br>-มี 2 ประเภท คือ&nbsp;<br>1. มอเตอร์กระแสตรง<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ&nbsp;<br>- มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้&nbsp;<br>&nbsp; มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์&nbsp;<br><br>8.ทรานซิสเตอร์<br>-คือ &nbsp; เป็นอุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้&nbsp;<br>- ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า&nbsp;<br>-มีทั้งแบบ NPN&nbsp; และ PNP &nbsp;<br>&nbsp;&nbsp;<br><br><br><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:14:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223269409</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายพีรดนย์ บุญซ้าย เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223270237</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปอื่นได้ เช่น พลังงานกล พลังงานความร้อน<br> มีการปฎิบัติงานโดยอิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน <br> ไฟฟ้าแบ่งได้ 2    ประเภทคือ<br> ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้่ากระแส <br>2.อิเล็กโทรนิกส์ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ<br><br> ส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ ส่วนที่เป็นแอคทีพคือต้องมีกระแสไฟฟ้าป้อนให้ตลอดจึงทำงานได้  อีกส่วนหนึ่งคือพาสซีพคือฃทำงานได้โดยไม่ต้องมีกระแสไฟฟ้าแต่ใช้คุณสมบัติส่วนตัวเช่นตัวต้านทาน <br> งจรและส่วนประกอบสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือแอนะล็อกและดิจิทัล<br><br>3. วงจรไฟฟ้าคือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม  ซึ่งมีวิธีการต่อวงจรไฟฟ้าได้ 3 แบบ คือ  <br>      1. การต่อแบบอนุกรม (Series Circuit) <br>      2. การต่อแบบขนาน (Parallel Circuit) <br>      3. การต่อแบบผสม (Compound Circuit) <br><br> 4.ตัวนำไฟฟ้า  เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าาไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า เพราะสามารถนำไฟฟ้าได้ตามแนวยาว แต่ไม่ข้ามความกว้าง  <br>การทำงาน คือเป็นตัวกลางเพื่อไปเชื่อมต่อกับอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ<br><br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า      หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มี  <br>1.ที่ให้แสง<br>2.ที่ให้ความร้อน<br>3.ที่ให้พลังงานกล<br>4.ที่ให้พลังงานเสียง<br><br>6. สวิตซ์ไฟฟ้า</div><div>สวิตซ์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้า และทำให้เกิดตวามปลอดภัย กับผู้ใช้ไฟฟ้า ถ้าเป็นชนิดที่ออกแบบโดยใช้ความร้อนและแม่เหล็กควบคุม เมื่อเกิดการลัดวงจร <br>หรือการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไปในวงจร ก็สามารถที่จะตัดวงจรไฟฟ้าได้ สวิตซ์ไฟฟ้ามีการ <br>ใช้งานกันหลายแบบได้แก่<br>1.ฟิวส์<br>2.ทอกเกิลสวิตซ์<br>3.เบรกเกอร์ </div><div><br> 7.มอเตอร์ไฟฟ้า <br> </div><div>มอเตอร์ (Motor) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม</div><div>Motor มอเตอร์<br>มอเตอร์ (Motor) มี 2 ประเภท คือ</div><div>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)</div><div>มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้</div><div>มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์</div><div><br> 8.ทรานซิสเตอร์<br>    เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่<br> ทรานซิสเตอร์ประกอบด้วยวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอย่างน้อยสามขั้วไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับวงจร ภายนอก แรงดันหรือกระแสไฟฟ้าที่ป้อนให้กับขั้วทรานซิสเตอร์หนึ่งคู่ จะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระแสที่ไหลผ่านในขั้วทรานซิสเตอร์อีกคู่หนึ่ง เนื่องจากพลังงานที่ถูกควบคุม (เอาต์พุต)จะสูงกว่าพลังงานที่ใช้ในการควบคุม (อินพุท) ทรานซิสเตอร์จึงสามารถขยายสัญญาณได้ ปัจจุบัน บางทรานซิสเตอร์ถูกประกอบขึ้นมาต่างหากแต่ยังมีอีกมากที่พบฝังอยู่ใน แผงวงจรรวม<br><br> ทรานซิสเตอร์มีสองประเภท ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในวิธีการที่ พวกมันจะถูกใช้ในวงจร แบบแรกเป็น ทรานซิสเตอร์สอง pole ที่มีขา Base, Collector และ Emitter กระแสขนาดเล็ก ที่ ขา base (ที่ไหลระหว่าง base กับ emitter) สามารถควบคุม หรือ สวิตช์ กระแสที่มีขนาดใหญ่มากที่ไหลระหว่าง collector กับ emitter. สำหรับทรานซิสเตอร์ field-effect ขาจะมีป้ายกำกับเป็น Gate, Source และ Drain แรงดันไฟฟ้าที่ gate สามารถควบคุมกระแส ระหว่าง source และ drain <br>จบแล้วครับ  ขอบคุณครับ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:17:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223270237</guid>
      </item>
      <item>
         <title> นายเมธาสิทธิ์ ปรุงวนิชพงษ์ ม.3/2 เลขที่ 12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223270502</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ไฟฟ้า คือ <strong>ไฟฟ้าเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เป็นส่วนประกอบอยู่ในวัตถุธาตุทุกชนิด เป็นที่ทราบกันว่า วัตถุธาตุชนิดต่างๆที่มีอยู่ในโลก  ประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆที่เรียกว่า ”อะตอม”  มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ชนิดของวัตถุนั้นๆ  ในแต่ละอะตอมยังประกอบด้วยโปรตอน  นิวตรอน  และอิเล็กตรอน<br>  -ชนิดของไฟฟ้า (Kind of Electricity)</strong></div><div>         ไฟฟ้าแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ</div><div><strong>         1 ไฟฟ้าสถิต (Statics  Electricity)</strong></div><div>         เป็นไฟฟ้าที่อยู่ในสภาพที่ไม่เคลื่อนที่ เกิดจากการนำเอาวัตถุสองสิ่งมาถูกัน </div><div><strong>         2 ไฟฟ้ากระแส (Current Electricity)</strong></div><div>         เป็นไฟฟ้าชนิดไหล คือ  Electron จะเคลื่อนที่ไป และ Electron ตัวต่อๆไปจะเคลื่อนที่มาแทน <br><br>2 อิเล็กเทอนิกส์ คือ สิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ทำงานให้มนุษย์เราได้หลายอย่างเช่น ทำเสียง ส่งข่าวสาร แสดงภาพ จดจำคำนวณ วัดและควบคุม เครื่องกลที่สร้างจากส่วนประกอบของล้อเฟืองและคานงัดอาจทำบางสิ่ง</div><div><br>3 วงจรไฟฟ้า คือ การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์<br>-มีประเภท 3 ประเภท คือ 1. วงจรอนุกรม 2. วงจรขนาน 3.<br> วงจรผสม<br>4 ตัวนำไฟฟ้า คือ เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">ประจุไฟฟ้า</a>ไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง <br><br>5 อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน <br>ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้า - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/light.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง</a><br>                         - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/heat.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน </a><br>                         - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/machanics.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล</a><br>                         - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/sound.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง</a><br><br>6 สวิตช์.คือ  อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า <br>-การทำงาน <br>1 <strong>วงจรเปิด</strong> หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง<figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/open_cucuit_signal.jpg" width="179" height="67"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br><strong>2  วงจรปิด</strong> หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการเปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการเปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า<figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/close_cucuit_signal.jpg" width="189" height="49"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>7 มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางทิ</div><div>-มอเตอร์ (Motor) มี 2 ประเภท คือ<br>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)</div><div>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)<br><br>8 ทรานซิสเตอร์ คือ เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานในด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ก็จะนำกระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ<br>ที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า (modulate) เป็นต้น<br><br>-ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br><br>-การทำงาน <br>1การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด NPN <br>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด NPN คือ การจ่ายไฟลบให้ขา E เมื่อเทียบกับ ที่จ่ายให้ขา B และจ่ายไฟบวกให้ขา C  <br>เมื่อเทียบกับไฟลบที่จ่ายให้ขา B มีทั้งไฟบวกและไฟลบ แต่การ เทียบศักย์ Forward นั้นจะเทียบระหว่างขา B กับขา E เท่านั้น   <br>ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร P ได้รับแรงไฟ Forward คือเป็นไฟบวกเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้นแสดงดังรูป<figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image94.png" width="567" height="176"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>2 การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด PNP <br>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด PNP โดยการจ่ายไฟบวกให้ขา E เมื่อเทียบ กับไฟลบที่จ่ายให้ขา B  และจ่ายไฟลบ<br>เข้าขา C เมื่อเทียบกับไฟบวกที่จ่ายให้ขา B ทำให้ขา B มีทั้ง ไฟลบและไฟบวก ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร N  ได้รับ Forward Bias คือ<br>เป็นลบเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น แสดงดังรูป<figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image95.png" width="567" height="175"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:19:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223270502</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223272874</link>
         <description><![CDATA[<div>1. พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.&nbsp;<br><br>2.&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:29:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223272874</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223274975</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/255590417/7eb99a1c9f94fb2e08aab6e0d32d497f/image.png" />
         <pubDate>2018-01-22 11:38:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223274975</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ดนิตา ยงพิศาลภพม.3/2 เลขที่23</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223276301</link>
         <description><![CDATA[<div><em>1.</em><strong><em>ไฟฟ้า</em></strong>คือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตรอน เเล้วเกิดเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง<br>มีการทำงาน:1.ให้ความร้อนเเละกำลังไฟฟ้า2.ทำงานทางเคมี3.ทำงานกับสนามเเม่เหล็ก<br>มี 2 ประเภทใหญ่คือ<br>1)ไฟฟ้าสถิต&nbsp;คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น<br> 2)ไฟฟ้ากระแส การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง สามารถเเบ่งย่อยได้อีก คือ<br> -กระเเสตรง (ทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอด)<br> -กระเเสสลับ (กระแสไฟฟ้าจะไหลเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงบนสุด แล้วจะค่อยๆ ลดลงมาเป็นศูนย์ ต่อจากนั้นกระแสไฟฟ้าจะไหลลดลงเรื่อย ๆ จนถึงจุดต่าสุด แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงศูนย์ตามเดิมอีกครั้งเป็นดังนี้ เรื่อย ๆ&nbsp;)<br><em>2.</em><strong><em>อิเล็กทรอนิกส์</em></strong>คือ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component<br>อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน&nbsp;<br><em>3.วงจรไฟฟ้า</em> คือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>หลักการทำงาน:การนำเอาเเหล่งจ่ายไฟฟ้าและกระเเสให้กับโหลดโดยผ่านลวดตัวนำ ใช้สวิตซ์ในการเปิดปิดวงจรจ่ายกระเเสไฟให้กับโหลด<br>ประเภท: มี 3 ประเภท<br>-วงจรอนุกรม มีการเดินของกระเเสไฟฟ้าเพียงทางเดียว(หากมีปัญหาที่จุดใดทำให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่านไม่ได้ จะดับทั้งวงจร)<br><br>-วงจรขนาน มีการเดินของกระเเสไฟฟ้าหลายทาง(หากมีปัญหาที่จุดใดกระเเสไฟฟ้าจะไม่ดับทั้งวงจร เพราะบริเวณจุดอื่นยังมีไฟฟ้าไหลผ่านอยู่)<br>-วงจรผสม การนำอนุกรมเเละขนานต่อผสมกัน<br><em>4.</em><strong><em>ตัวนำไฟฟ้า</em></strong>คือสิ่งที่ยอมรับให้ไฟฟ้าสามารถผ่านไปได้<br>วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าได้แก่ โลหะเงิน โลหะทองแดง โลหะอลูมิเนียม โลหะเงินเยอรมัน โลหะตะกั่ว และโลหะผสมต่าง ๆ<br><em>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า</em>คือ อุปกรณ์ที่นำกระเเสไฟฟ้ามาเเปรเป็นพลังงานรูปเเบบอื่นเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน<br>ประเภท:มี4ประเภท<br>-อุปกรณ์ที่เปลี่ยนจากไฟฟ้าเป็นพลังงานเเสง<br>-อุปกรณ์ที่เปลี่ยนจากไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน<br>-อุปกรณ์ที่เปลี่ยนจากไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>-อุปกรณ์ที่ให้พลังงาน<br><em>6.สวิตซ์</em>คือ&nbsp;อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร ภายในวงจรไฟฟ้า <br>การทำงาน:เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าในวงจร<br>ประเภท:มีหลายประเภทเช่น<br>-สวิตซ์โยก<br>-สวิตซ์กระดก<br>-สวิตซ์หมุน<br>-สวิตซ์เลื่อน<br>และอื่นๆ<br><em>7.มอเตอร์ไฟฟ้า</em> คืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>หลักการทำงาน:ปกติเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง<br>ประเภท: 2 ประเภทใหญ่<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสตรง<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับ<br><em>8.ทรานซิสเตอร์</em> คืออุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน<br>หลักการทำงาน:เปรียบเหมือนวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่<br>มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน<br>ประเภท:เเบ่งได้2 ประเภทคือ<br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด&nbsp;NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด&nbsp;PNP<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:43:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223276301</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กฤตภาส วิจารณ์ ม.3/2 เลขที่ 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277440</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1. ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล. มีการทำงานคือ อาศัยหลักการความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้ากับเส้นแรงแม่เหล็กในการสร้างแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำให้กับตัวนำ. มีทั้งหมด 2 ประเภท คือ ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity ) และ ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )<br>&nbsp;<br>&nbsp;2. อิเล็กทรอนิกส์ คือ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuitและ ชิ้นส่วน พาสซีฟ เช่น ตัวนำไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บประจุและคอยล์ พฤติกรรมไม่เชิงเส้นของ active component และความสามารถในการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น อิเล็กทรอนิกส์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารข้อมูลโทรคมนาคม ความสามารถของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นสวิทช์ปิดเปิดวงจรถูกนำไปใช้ในวงจร ลอจิกเกต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญหลักในระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ยังถูกนำไปใช้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ในการส่งพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลๆ การผลิตพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมต่างๆอีกมาก มีการทำงาน: เกี่ยวข้องกับการสร้าง, การกระจาย, การสวิทช์, การจัดเก็บและการแปลงพลังงานไฟฟ้าไปและมาจากพลังงานรูปแบบอื่น ๆ โดยใช้สายไฟ, มอเตอร์, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, แบตเตอรี่, สวิตช์, รีเลย์, หม้อแปลงไฟฟ้า ตัวต้านทาน มีกี่ประเภท: แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: แอนะล็อกและดิจิทัล<br>&nbsp;<br>&nbsp;3. ทรานซิสเตอร์ (TRANSISTOR) คือ สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา (TRREE LEADS) กระแสหรือแรงเคลื่อน เพียงเล็กน้อยที่ขาหนึ่งจะควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้ หมายความว่าทรานซิสเตอร์เป็นทั้งเครื่องขยาย (AMPLIFIER) และสวิทซ์ทรานซิสเตอร์<br>&nbsp;<br>&nbsp;หลักการทำงาน : ความสามารถในการใช้สัญญาณขนาดเล็กที่ป้อนให้ ระหว่างขั้วไฟฟ้าคู่หนึ่ง เพื่อควบคุมสัญญาณที่มีขนาดใหญ่กว่ามากที่อีกคู่หนึ่งของขั้วไฟฟ้า คุณสมบัติแบบนี้เรียกว่า gain (สามารถคำนวณได้จากนำสัญญาณเอาต์พุต หารด้วยอินพุท ถ้าได้ผลลัพธ์มากกว่า 1 แสดงว่าวงจรนั้นเป็นวงจรขยาย) ทรานซิสเตอร์สามารถควบคุมสัญญาณเอาต์พุตให้เป็นสัดส่วนกับสัญญาณอินพุท นั่นคือมันสามารถทำหน้าที่เป็น amplifier หรืออีกแบบหนึ่ง ทรานซิสเตอร์สามารถใช้ในการเปิดหรือปิดกระแสในวงจร(สวิตช์)ควบคุมระบบไฟฟ้าที่ปริมาณ ของกระแสไฟฟ้าจะถูกกำหนดโดยองค์ประกอบวงจรอื่น ๆ<br>&nbsp;<br>&nbsp;ประเภท : ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br>&nbsp;1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>&nbsp;2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br>&nbsp;<br>&nbsp;1.1การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด NPN&nbsp;<br>&nbsp;การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด NPN คือ การจ่ายไฟลบให้ขา E เมื่อเทียบกับ ที่จ่ายให้ขา B และจ่ายไฟบวกให้ขา C &nbsp;<br>&nbsp;เมื่อเทียบกับไฟลบที่จ่ายให้ขา B มีทั้งไฟบวกและไฟลบ แต่การ เทียบศักย์ Forward นั้นจะเทียบระหว่างขา B กับขา E เท่านั้น&nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร P ได้รับแรงไฟ Forward คือเป็นไฟบวกเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น<br>&nbsp;<br>&nbsp;1.2 การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;<br>&nbsp;การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด PNP โดยการจ่ายไฟบวกให้ขา E เมื่อเทียบ กับไฟลบที่จ่ายให้ขา B&nbsp; และจ่ายไฟลบ<br>&nbsp;เข้าขา C เมื่อเทียบกับไฟบวกที่จ่ายให้ขา B ทำให้ขา B มีทั้ง ไฟลบและไฟบวก ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร N&nbsp; ได้รับ Forward Bias คือ<br>&nbsp;เป็นลบเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น<br>&nbsp;<br>&nbsp;4.ตัวนำไฟฟ้า คือ สายไฟฟ้าหรือสื่อที่จะเป็นตัวนำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งต่อระหว่างแหล่งกำเนิดกับเครื่องใช้ไฟฟ้า หลักการทำงานคือเป็นสื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า ประเภทของตัวนำไฟฟ้ามี3ประเภท -สารกึ่งตัวนำ -ตัวนำ -ฉนวน<br>&nbsp;<br>&nbsp;5.มอเตอร์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล หลักการทำงานคือ เมื่อมีกระแสไหลในขดลวดตัวนำที่พันอยู่บนแกนอาร์เมเจอร์ จะเกิดสันแรงแม่เหล็กรอบ ๆ ตัวนำ และทำปฏิกิริยากับเส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดจากขั้วแม่เหล็กของมอเตอร์ ทำให้เกิดแรงผลักขึ้นบนตัวนำทำให้อาร์เมเจอร์หมุนไปได้ ขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าไหลและวางอยู่บนแกนของอาร์เมเจอร์ โดยวางห่างจากจุดศูนย์กลางเป็นระยะ r กำหนดให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าขดลวดที่ปลาย A และไหลออกที่ปลาย B จากคุณสมบัติของเส้นแรงแม่เหล็กจะไม่ตัดผ่านซึ่งกันและกัน ดังนั้นปริมาณของเส้นแรงแม่เหล็กจะมีจำนวนมากที่ด้านบนของปลาย A จึงทำให้เกิดแรง F1 กดตัวนำ A ลงด้านล่างและขณะเดียวกันที่ปลาย B นั้น เส้นแรงแม่เหล็กจะมีปริมาณมากที่ด้านหน้าทำให้เกิดแรง F2 ดันให้ตัวนำ B เคลื่อนที่ด้านบนของแรง F1 และ F2 นี้เองทำให้อาร์เมเจอร์ของมอเตอร์เกิดการเคลื่อนที่ไปได้ ดังนั้นการทำงานของมอเตอร์จึงขึ้นอยู่กับหลักการที่ว่า เมื่อเอาตัวนำที่มีกระแส<br>&nbsp;6. อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้ามี 4 ประเภทคือ - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง การทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าเช่น 1)มิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเครื่องวัดพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ในเดือนหนึ่ง ๆ โดยมีมอเตอร์ที่มาตรไฟฟ้าคอยหมุนตัวเลขบอกค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปเป็นกี่ กิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือยูนิต หรือหน่วย 2) ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหนึ่งทำหน้าที่ตัดไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่กำหนด ซึ่งเมื่อฟิวส์ทำงานแล้วจะต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ ฟิวส์ที่ใช้เปลี่ยนต้องมีขนาดกระแสไม่เกินขนาดฟิวส์เดิม และต้องมีขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) สูงกว่าขนาดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ไหลผ่านฟิวส์ 3)สตาร์ทเตอร์ ทำหน้าที่คล้ายเป็นสวิทช์ อัตโนมัติ เพื่อเปิดและปิดวงจรของหลอด ฟลูออเรสเซนต์ เมื่อเริ่มต้นทำงานสตาร์ทเตอร์ทำหน้าที่เปิดวงจรเพื่ออุ่นไส้หลอดให้พร้อม ที่จะทำงาน เมื่อไส้หลอดทำงาน<br>&nbsp;<br>&nbsp;7.วงจรไฟฟ้า<br>&nbsp; &nbsp;ในวงจรไฟฟ้าทั่ว ๆ ไปจะมีสิ่งที่มาเกี่ยวข้อง 3 อย่าง คือ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และความต้านทานไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะไหลไปได้หรือเคลื่อนที่ไปได้จะต้องมีตัวนำหรือสายไฟฟ้า และจะต้องมีกำลังดันหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้า(V) ดันให้กระแสไฟฟ้าไหลไป จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตัวนำ และความต้านทานประกอบกัน วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของไฟฟ้าเป็นวง ไฟฟ้าจะไหลไปตามตัวนำหรือสายไฟจนกระทั่งไหลกลับตามสายมายัง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นวงครบรอบ คือ ออกจากเครื่องกำเนิดแล้วกลับมายังเครื่องกำเนิดอีกครั้งหนึ่ง จนครบ 1 เที่ยว เรียกว่า 1 วงจร หรือ 1 Cycle&nbsp;<br>&nbsp;วงจรไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ&nbsp;<br>&nbsp;1. วงจรปิด (Closed Circuit) จากรูปจะเห็น กระแสไฟฟ้าไหลออกจากแหล่งกำเนิด ผ่านไปตามสายไฟ แล้วผ่าน สวิทช์ไฟซี่งแตะกันอยู่ (ภาษาพูดว่าเปิดไฟ) แล้วกระแสไฟฟ้าไหลต่อไปผ่านดวงไฟ แล้วไหลกลับมาที่แหล่งกำเนิดอีกจะ เห็นได้ว่ากระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านได้ครบวงจร หลอดไฟจึงติด&nbsp;<br>&nbsp;2. วงจรเปิด (Open Circuit) ถ้าดูตามรูป วงจรเปิด ไฟจะไม่ติดเพราะว่า ไฟออกจากแหล่งกำเนิดก็จะไหลไปตาม สายพอไปถึงสวิทช์ซึ่งเปิดห่างออกจากกัน (ภาษาพูดว่าปิดสวิทช์) ไฟฟ้าก็จะผ่านไปไม่ได้ กระแสไฟฟ้าไม่สามารถจะไหล ผ่านให้ครบวงจรได้<br>&nbsp;<br>&nbsp;8. สวิตช์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า โดยใช้สัญลักษณ์<br>&nbsp;สวิตช์ที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์กุญแจ ฯลฯ<br>&nbsp;เช่น&nbsp; สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp; นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:48:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277440</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ยุทธศาสตร์ บุญรอดรัมย์ ม.3/2 เลขที่13</title>
         <author>ohmzung_n</author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277514</link>
         <description><![CDATA[<div>1.-ไฟฟ้า คือ&nbsp; การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่<br>-มีการทำงาน คือ อิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน<br>-ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2ประเภทคือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -ไฟฟ้าสถิต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -ไฟฟ้ากระแส<br>2.-อิเล็กทรอนิกส์ คือ&nbsp; วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งที่นํามาประยุกต์ใช้กับการศึกษาวงจรไฟฟ้าที่ใช้สารกึ่งตัวนําและอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนได้ <br>-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน <br>3.วงจรไฟฟ้า &nbsp; คือการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์&nbsp; เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร <br>-วงจรไฟฟ้าแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ วงจรอนุกรม, วงจรขนานและวงจรผสม <br>- มีการทำงานคือ การไหลของไฟฟ้า สายไฟทั่วไปทำด้วยลวดตัวนำ คือ โลหะทองแดงและอะลูมิเนียม อะตอมของโลหะมีอิเล็กตรอนอิสระ ไม่ยึดแน่นกับอะตอม จึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ถ้ามีประจุลบเพิ่มขึ้นในสายไฟ อิเล็กตรอนอิสระ 1 ตัวจะถูกดึงเข้าหาประจุไฟฟ้าบวก แล้วรวมตัวกับประจุไฟฟ้าบวกเพื่อเป็นกลาง ดังนั้น อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ เมื่อเกิดสภาพขาดอิเล็กตรอนจึงจ่ายประจุไฟฟ้าลบออกไปแทนที่ ทำให้เกิดการไหลของอิเล็กตรอนในสายไฟจนกว่าประจุไฟฟ้าบวกจะถูกทำให้เป็นกลางหมด <br>4.ตัวนำไฟฟ้า&nbsp; เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า เพราะสามารถนำไฟฟ้าได้ตามแนวยาว แต่ไม่ข้ามความกว้าง <br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ <br>-<strong> อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน<br>- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล</strong>&nbsp;</div><div><strong>- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br>6.</strong><em>สวิตซ์ </em>คือ &nbsp;</div><div>สวิตซ์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้า แะทำให้เกิดตวามปลอดภัย</div><div>กับผู้ใช้ไฟฟ้า ถ้าเป็นชนิดที่ออกแบบโดยใช้ความร้อนและแม่เหล็กควบคุม เมื่อเกิดการลัดวงจร&nbsp;<br>หรือการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไปในวงจร ก็สามารถที่จะตัดวงจรไฟฟ้าได้ สวิตซ์ไฟฟ้ามีการ&nbsp;<br>ใช้งานกันหลายแบบได้แก่&nbsp;<br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp; เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>-ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก&nbsp;<br>-โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม&nbsp;<br>8.- ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานใน<br>ด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์&nbsp; ทรานซิสเตอร์ก็จะนำ<br>กระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ<br>ที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า (modulate) เป็นต้น<br>-การทำงานของทราสซิสเตอร์เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่<br>มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน<br>&nbsp;ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;<br>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/255612513/2bd093ab3ee8dfe778f7db2c448b7475/87_04_1_.jpg" />
         <pubDate>2018-01-22 11:48:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277514</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277906</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp; นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์กระดก&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สวิตช์กด &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวิตช์แบบก้านยาว (Toggle Switch) เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยโยกก้านสวิตช์ให้ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; ในการโยกก้านสวิตช์ขึ้นมักจะเป็นการต่อ (ON) และโยกก้านสวิตช์ลงมักจะเป็นการตัด (OFF)&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์แบบหมุน (Rotary Switch) หรือเรียกว่าสวิตช์แบบเลือกค่า (Selector Switch) เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม&nbsp; สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง&nbsp; มีหน้าสัมผัสสวิตช์ให้เลือกต่อมากหลายตำแหน่ง&nbsp; เช่น 2, 3, 4&nbsp; หรือ&nbsp; 5&nbsp; ตำแหน่ง เป็นต้น &nbsp;<br><br></div><div>สวิตช์แบบไมโคร &nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นสวิตช์แบบไมโคร&nbsp; (Microswitch) คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง&nbsp; แต่เป็นสวิตช์ที่สามารถใช้แรงจำนวนน้อยๆ กดปุ่มสวิตช์ได&nbsp; ก้านสวิตช์แบบไมโครสวิตช์มีด้วยกันหลายแบบ&nbsp; อาจเป็นปุ่มกดเฉยๆ&nbsp; หรืออาจมีก้านแบบโยกได้มากดปุ่มสวิตช์อีกทีหนึ่ง&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยกดปุ่มสวิตช์หรือกดก้านคันโยกเป็นการต่อ (ON) และเมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มหรือก้านคันโยกเป็นการตัด (OFF)&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>สวิตช์แบบดิพ&nbsp;<br><br></div><div>สวิตช์แบบดิพ (DIP Switch) คำว่าดิพ (DIP) มาจากคำเต็มว่าดูอัลอินไลน์แพกเกจ (Dual Inline Package) เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพ (Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อวงจรได้&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์แบบดิพจะต้องใช้ปลายมปากกาหรือปลายดินสอในการปรับเลื่อนสวิตช์&nbsp; สวิตช์แบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผ่นวงจรพิมพ์&nbsp; (Printed Cricuit Board) ใช้กับกระแสไม่เกิน 30mA ที่แรงดัน 30VD&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div><div>การทำงานของสวิตช์&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วงจรเปิด หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วงจรปิด หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการเปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการเปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;ตัวอย่างการทำงานของสวิตช์ ในวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย&nbsp;<br><br></div><div>โดยทั่วไป เมื่อเราเลื่อนสวิตช์ไฟฉายลง จะทำให้สวิตช์ในวงจรเปิด กระแสไฟฟ้าจะไม่สามารถไหลภายในวงจรได้ เนื่องจากไม่มีสะพานเชื่อมกระแสไฟฟ้าให้ไหลจากถ่านไฟฉายไปสู่หลอดไฟได้ ส่งผลให้หลอดไฟดับ ขณะเดียวกันเมื่อเราเลื่อนสวิตช์ไฟฉายขึ้น จะทำให้สวิตช์ในวงจรเปิด กระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลจากถ่านไฟฉายไปสู่หลอดไฟได้ ทำให้หลอดไฟสว่าง&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์มีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะถูกออกแบบและสร้างมาเพื่อการใช้งานในลักษณะที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้แล้วสวิตช์บางประเภทยังบอกคุณลักษณะการทนกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด จึงควรเลือกใช้สวิตช์ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และควรศึกษาคุณลักษณะเฉพาะของสวิตช์แต่ละรูปแบบให้เข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกใช้&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:49:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223277906</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223278357</link>
         <description><![CDATA[กล้ำสัญญาณ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:51:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223278357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.วัลภา คชศิลา ม.3/2 เลขที่ 33</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223279114</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>1.ไฟฟ้า คือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล การทำงาน : พลังงานสามารถกักเก็บ และปลดปล่อยออกมา พร้อมกับสามารถแปรสภาพไปเป็นความร้อน และแสงสว่างได้ประเภท : มี 2 ประเภทได้แก่ 1.ไฟฟ้าสถิต เช่น แท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด 2.ไฟฟ้ากระแส เช่น เตาหุงต้ม เตารีดไฟฟ้า&nbsp;<br><br></div><div>2.อิเล็กทรอนิกส์&nbsp; เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component การทำงาน : ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียง ประเภท : มี 2 ประเภทได้แก่ 1.วงจรอะนาล็อก เช่นเครื่องรับวิทยุ 2.วงจรดิจิทัลเช่น ลอจิกเกต&nbsp;<br><br></div><div>3.วงจรไฟฟ้า คือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม การทำงาน : การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่อยู่ภายในวงจรจะเริ่มจากแหล่งจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า ประเภท : มี 2 ประเภทได้แก่ 1.จรอนุกรมหมายถึง การนำเอาอุปกรณ์ทางไฟฟ้ามาต่อกันในลักษณะที่ปลายด้านหนึ่งต่อเข้ากับอีกด้านหนึ่งของตัวถัดไป และจะต่อลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งการต่อแบบนี้จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางเดียว 2.วงจรขนานวงจรเกิดจากการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปให้ขนานกับแหล่งจ่ายไฟ ส่วนทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าจะมีตั้งแต่ 2 ทิศทางขึ้นไป&nbsp;<br><br></div><div>4.ตัวนำไฟฟ้า เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง การทำงาน : ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ประเภท : โลหะเงิน โลหะทองแดง โลหะอลูมิเนียม โลหะเงินเยอรมัน โลหะตะกั่ว และโลหะผสมต่าง ๆ&nbsp;<br><br></div><div>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน : ทำให้เกิดพลังงานต่างๆ ประเภท : มี 4 ประเภทได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง ,ความร้อน, พลังงานกล , พลังงานเสียง<br><br></div><div>6.สวิตช์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้า และทำให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้ไฟฟ้า การทำงาน : เมื่อเกิดการลัดวงจร หรือการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไปในวงจร ก็สามารถที่จะตัดวงจรไฟฟ้าได้ ประเภท : มี 3 ประเภทได้แก่ ฟิวส์ เบรกเกอร์ ทอกเกิลสวิตช์&nbsp;<br><br></div><div>7.มอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp; เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล การทำงาน : ทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ประเภท : มี 2 ประเภทได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;<br><br></div><div>8.ทรานซิสเตอร์&nbsp; เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ การทำงาน : ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า ประเภท : มี 2 ประเภทได้แก่ 1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN 2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:54:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223279114</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.จักรพงค์ มาโต ม.3/2 เลขที่ 17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223279428</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ไฟฟ้า<br>- คือ พลังงานรูปหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมาหรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรืออนุภาคที่มีคุณสมบัติแสดงอำนาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนรือโปรตรอน ใช้ประโยชน์คือ ก่อให้เกิดพลังงานอื่นๆ เช่น  ความร้อน แสงสว่าง<br>-มีการทำงานจากอนุภาคไฟฟ้าเล็ก 3 ชนิด คือ อิเล็กตรอน โปรตรอน และ นิวตรอน<br>-แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ <br>1 ไฟฟ้าสถิต 2 ไฟฟ้ากระแส<br>2  อิเล็กทรอนิคส์<br>- คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นแอคทีพคือต้องมีกระแสไฟฟ้าป้อนให้ตลอดจึงทำงานได้และอีกส่วนคือพาสชีพคือทำงานได้โดยไม่มีกระแสไฟฟ้าแต่ใช้คุณสมบัติส่วนตัว<br>3 วงจรไฟฟ้า<br>-คือ การนำเอาแหล่งจ่ายไฟมาจ่ายแรงดันและกระแสไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านสวดตันำ และใช้สวิตซ์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด<br>-การทำงาน ตามปกติวงโคจรไฟฟ้าใดๆจะมีความเปลี่ยนแปลงและคุณสมบัติต่อกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามแต่วิธีการต่อวงจรนั้นๆและตามการเปลี่ยนแปลงตัวต้านทานหรืออุปกรณ์ไฟฟ้านั้นด้วย<br>-ประเภทคือ 1 การต่อแบบอนุกรม<br> 2 การต่อแบบขนาน<br>3 การค่อแบบผสม<br>4 ตัวนำไฟฟ้า<br>-คือ เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ทำให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>-การทำงาน ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่ายหรือวัตถุที่มีความต้านทานตํ่า<br>-ประเภท โลหะเงิน โลหะทองแดง <br>โลหะอะลูมิเนียม และ โลหะผสมต่างๆ<br>5 อุปกรณืไฟฟ้า คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่นเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>-มี 4 อย่างคือ<br>1 ให้แสง<br>2ให้ความร้อน<br>3ให้พลังงานกล<br>4ให้พลังงานเสียง<br>6 สวิตซ์ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้า และทำให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้ไฟฟ้า<br>- การทำงาน เมื่อเกิดการลัดวงจรหรือการใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไปในวงจร ก็สามารถที่ตัดวงจรไฟฟ้าได้<br>-ประเภท มี3 ประเภท ได้แก่ ฟิวส์ <br>เบรกเกอร์ ทอกเกิลสวิตซ์<br>7  มอเตอร์ไฟฟ้า<br>เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังานกล<br>- การทำงาน ทำงานร่วมกับสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง<br>-ประเภท มี 2 ประเภท คือ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตกระแสไฟฟ้า<br>8 ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถคงบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>-การทำงาน ขยายสัญาณไฟฟ้า ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่<br>-ประเภทมี2ประเภท คือ 1ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN<br>2 ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 11:56:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223279428</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ชยธร สุขกลัด ม.3/2 เลขที่ 4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223281879</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ขออิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใข้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่นเช่น พลังงานความร้อน<br>การทำงาน:คือ อิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตอน<br>ประเภท: แบ่งเป็น 2 ประเภท<br>1.ไฟฟ้าสถิต<br>2.ไฟฟ้ากระแส<br>&nbsp;<br>2.อิเล็กทรอนิกส์ คือ วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า.<br>หลักการทำงาน:ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น<br>ประเภท:มี 2 ประเภท คือ<br>1.วงจรอะนาล็อก<br>2.วงจรดิจิทัล<br><br>3.วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>หลักการทำงาน: การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่อยู่ภายในจะเริ่มจากแหล่งจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>ประเภท: มี2ประเภท<br><strong>1. วงจรอนุกรม</strong> เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือนลูกโซ่ กล่าวคือ ปลายของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 1 นำไปต่อกับต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 2 และต่อเรียงกันไปเรื่อยๆ จนหมด แล้วนำไปต่อเข้ากับแหล่งกำเนิด การต่อวงจรแบบอนุกรมจะมีทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน<br>2.<strong> วงจรขนาน</strong> เป็นการนำเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ตัวมาต่อรวมกัน และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง นำปลายสายของทุกๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับแหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ ถ้าเกิดในวงจรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งขาดหรือเปิดวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสามารถทำงานได้ ในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยปัจจุบันจะเป็นการต่อวงจรแบบนี้ทั้งสิ้น<br><br>4.ตัวนำไฟฟ้า คือ เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า เพราะสามารถนำไฟฟ้าได้ตามแนวยาว แต่ไม่ข้ามความกว้างในวัสดุโลหะนำไฟฟ้า เช่น ทองแดงหรืออะลูมิเนียม<br>หลักการทำงาน: ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย<br>ประเภท:&nbsp; เช่น เงิน&nbsp; ทองแดง&nbsp; อะลูมิเนียม&nbsp;<br><br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;<br>หลักการทำงาน: สามารถทำให้เกิดพลังงานต่างๆได้หลากหลาย<br>ประเภท:&nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br><br>6.สวิตซ์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร<br>หลักการทำงาน: ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้<br>ประเภท:เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์กุญแจ<br><br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า คือ ป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>หลักการทำงาน:การทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน<br>ประเภท: มี 2 ประเภท&nbsp;<br>1.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ A.C<br>2.&nbsp; 2. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง D.C.<br><br>8.ทรานซิสเตอร์ คือ สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา กระแสหรือแรงเคลื่อน เพียงเล็กน้อยที่ขาหนึ่งจะควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้<br>หลักการทำงาน:เปิดให้กระแสไหลผ่านโดยใช้ 2 pole คือ p-type และ n-type.<br>ประเภท; 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีสารชนิด N 2 ชั้น เรียกว่าชนิด NPN และชนิดที่มีสารชนิด P 2 ชั้น เรียกว่าชนิด PNP<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:06:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223281879</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณัฐดนัย นิติพันธ์ม3/2 เลขที่ 6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223282617</link>
         <description><![CDATA[<div>1. พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.  มี 2 ประเภทคือ ไฟฟ้ากระแส  ไฟฟ้าสถิต.<br><br>2. หลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า.  <br><br>3. วงจรไฟฟ้าคือการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์ เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร. <br><br>4. อนุภาคประจุเคลื่อนที่ได้ คือ อิเล็กตรอน ประจุบวกยังอาจเคลื่อนที่ได้เช่นกัน เช่น อิเล็กโทรไลต์แคทไอออนของแบตเตอรี หรือโปรตอนเคลื่อนที่ในตัวนำโปรตอนของเซลล์เชื้อเพลิง ส่วนฉนวนเป็นวัสดุไม่นำไฟฟ้าโดยมีประจุเคลื่อนที่น้อย และสนับสนุนกระแสไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กน้อย. <br><br>5 อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน.<br><br>6.  อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า.<br><br>7.  กลอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล. <br><br>8. สามารถนำไปใช้งานใน<br>ด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์ <br>ทรานซิสเตอร์ก็จะนำกระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า (modulate) เป็นต้น<br>การทำงานของทราสซิสเตอร์เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่<br>มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน.<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:10:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223282617</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วรากร เศรษฐโชดึก ม.3/2  เลขที่ 14</title>
         <author>fiedkrab</author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223282782</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ   พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น <br><br>มีการทำงานโดย  อิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน <br><br>มี 2 ประเภท คือ ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น<br> ไฟฟ้ากระแส การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง<br><br>2.อิเล็กตรอน คือ  วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ <br><br>3.วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br><br>ทำงานโดย  ไฟจากขั่วบวกทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่วลบ<br><br>มี 3 ประเภท คือ วงจรอนุกรม, วงจรขนานและวงจรผสม<br><br><br>4.ตัวนำไฟฟ้า<br>คือ ตัวนำไฟฟ้าคือสารที่ยอมให้ไฟฟ้าไหลผ่าน<br><br>ทำงานโดย การที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ<br><br>โดยส่วนมากที่เป็นตัวนำไฟฟ้าคือโลหะเช่นทองแดง,เงิน,เหล็ก <br><br> 5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br><br>ทำงานโดย เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น<br><br>อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นแบ่งได้4ชนิดได้แก่<br>1.อุปกรณืที่ให้พลังงานแสง<br>2.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน<br>3.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล<br>4.อุปกรณืที่ให้พลังงานเสียงแต่ก็มีอุปกรณ์ไฟฟ้าบ้างชนิดที่ให้พลังงานกลายชนิดให้เครื่องเดียว<br>-เช่น โทรทัศน์,เครื่องเสียง,พัดลม,คอมพิวเตอร์<br><br> 6.สวิตช์<br>สวิตช์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนี่ง<br><br>ทำงานโดย ใช้เป็นตัวในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า<br><br>สวิตช์มี7แบบคือ<br>1.แบบเลื่อน<br>2.แบบกระดก<br>3.แบบกด<br>4.แบบก้านยาว<br>5.แบบหมุน<br>6.แบบไมโคร<br>7.แบบดิพ<br>ในการทำงานของสวิตช์จะมี2อย่างคือวงจรเปิดกับวงจรปิด<br><br>วงจรเปิดคือ</div><div>หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน<br><br>วงจรปิดคือ</div><div>หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน <br><br> 7.มอเตอร์ไฟฟ้า<br>คืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ชนิดหนึ่ง<br><br>ทำงานโดย แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ในการทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า <br><br>มี 2 ประเภท คือ</div><div>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)</div><div>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)</div><div><br></div><div>- มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้ </div><div><br></div><div> - มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์ </div><div><br><br> 8.ทรานซิสเตอร์<br>คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง<br><br>การทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากกหล่งจ่ายไฟฟ้า<br>-ทรานชิสเตอร์แบ่งออกได้เป็น2ประเภทคือ<br>1.ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN<br>2.ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP<br>- ลักษณะของทรานชิสเตอร์ ทรานชิกเตอร์มีสามขาโดย ขาคอลเล็กเตอร์(C), ขาอิมิตเตอร์(E), ขาเบส(B) และการนำไปใช้งานเราต้องจัดไฟให้ทรานซิสเตอร์ทำงาน เรียกว่าการไบแอส(Bias) </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:10:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223282782</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223283911</link>
         <description><![CDATA[ทำงานโด]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:16:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223283911</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ. วันทนา สุขสอาด ม.3/2 เลขที่ 32</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223284732</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ&nbsp; พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น มี 2 ประเภท ได้แก่<br>&nbsp; 1. ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด <br>&nbsp; 2. ไฟฟ้ากระแสคือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า <br>2.อิเล็กทรอนิกส์ คือวิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า <br>3.วงจรไฟฟ้า คือ&nbsp; ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม มี 3 ประเภท ได้แก่ <br>&nbsp; 1. วงจรอนุกรมคือ การนำโหลดมาต่อเรียงกัน โดยให้ปลายของโหลดตัวแรก ต่อกับปลายของโหลดตัวถัดไป หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง การนำโหลดตั้งแต่สองตัวมาต่อเรียงกันไปแบบอันดับ ทำให้กระแสไหลทิศทางเดียวกัน&nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:163,&quot;url&quot;:&quot;http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u607.jpg&quot;,&quot;width&quot;:556}" data-trix-content-type="image"><img src="http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u607.jpg" width="556" height="163"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp; &nbsp;2. วงจรขนานคือ การนำโหลดมาต่อขนานกันหรือต่อคร่อมกัน ตั้งแต่สองตัวขึ้นไปโดยนำจุดต่อของปลายทั้งสองข้างของโหลดแต่ละตัวมาต่อร่วมกัน&nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:297,&quot;url&quot;:&quot;http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u613.jpg&quot;,&quot;width&quot;:513}" data-trix-content-type="image"><img src="http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u613.jpg" width="513" height="297"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp; &nbsp;3. วงจรผสมคือ การนำโหลดมาต่ออนุกรมและขนานร่วมกันภายในวงจรเดียวกัน&nbsp; &nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:335,&quot;url&quot;:&quot;http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u617.jpg&quot;,&quot;width&quot;:536}" data-trix-content-type="image"><img src="http://kpp.ac.th/elearning/elearning3/images-u/u-6/u617.jpg" width="536" height="335"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> 4.ตัวนำไฟฟ้า คือ&nbsp; สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด แต่ในสายไฟทั่วไปจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ เพราะตัวนำที่ทำจากจะเงินมีราคาแพง&nbsp;<br>5. อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มี 4 ประเภท ได้แก่<br>&nbsp; 1.&nbsp; &nbsp; อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสง ได้แก่ หลอดไฟ &nbsp;</div><div>&nbsp; 2. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงงานความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทนี้ มักจะประกอบด้วยขดลวดความร้อน โดยเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นในขดลวด<br>&nbsp; 3.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล เรียกว่า มอเตอร์ ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ขดลวด และแม่เหล็ก&nbsp; มอเตอร์จะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล โดยให้แกระแสผ่านขดลวด ทำให้ขดลวดสร้างสนามแม่เหล็กขึ้น ซ่ึงจะส่งผลกับแม่เหล็กที่มีอยู่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของแม่เหล็กขึ้น ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าหมุนหรือเคลื่อนที่ตามที่เรากำหนดไว้ เช่น พัดลม<br>&nbsp; 4.&nbsp; อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า ให้เป็นพลังงงานเสียง เช่นเครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง กระดิ่งไฟฟ้า โทรศัพท์ <br>6.สวิซต์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า หลักการทำงานของสวิซต์<strong>วงจรเปิด คือ</strong> หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:67,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/open_cucuit_signal.jpg&quot;,&quot;width&quot;:179}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/open_cucuit_signal.jpg" width="179" height="67"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>หลักการทำงานของสวิซต์<strong>วงจรปิด</strong> คือ หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน&nbsp; <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:49,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/close_cucuit_signal.jpg&quot;,&quot;width&quot;:189}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/close_cucuit_signal.jpg" width="189" height="49"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> มี 7 แบบ ได้แก่ 1.<strong>สวิตช์เลื่อน</strong>&nbsp; 2.<strong>สวิตช์กระดก</strong>&nbsp; 3.สวิตช์กด&nbsp; 4.สวิตช์แบบก้านยาว&nbsp; 5.สวิตช์แบบหมุน 6.สวิตช์แบบไมโคร 7.สวิตช์แบบดิพ<br>7.มอเตอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม&nbsp; มี 2 ประเภท ได้แก่ 1. มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้ 2. มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์ <br> 8.&nbsp; ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า เป็นต้น&nbsp; การทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากแหล่งจ่ายไฟ มี 2 ประเภท ได้แก่&nbsp; 1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด NPN คือ การจ่ายไฟลบให้ขา E เมื่อเทียบกับ ที่จ่ายให้ขา B และจ่ายไฟบวกให้ขา C&nbsp; <br>เมื่อเทียบกับไฟลบที่จ่ายให้ขา B มีทั้งไฟบวกและไฟลบ แต่การ เทียบศักย์ Forward นั้นจะเทียบระหว่างขา B กับขา E เท่านั้น&nbsp; &nbsp;<br>ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร P ได้รับแรงไฟ Forward คือเป็นไฟบวกเมื่อเทียบกับขา E&nbsp; 2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp; การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด PNP โดยการจ่ายไฟบวกให้ขา E เมื่อเทียบ กับไฟลบที่จ่ายให้ขา B&nbsp; และจ่ายไฟลบ<br>เข้าขา C เมื่อเทียบกับไฟบวกที่จ่ายให้ขา B ทำให้ขา B มีทั้ง ไฟลบและไฟบวก ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร N&nbsp; ได้รับ Forward Bias คือ<br>เป็นลบเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:1129,&quot;url&quot;:&quot;http://1.bp.blogspot.com/-7bLr59i8hQk/Ub66fxKIbkI/AAAAAAAAAGw/xidC7OCayxA/s1600/NPNvsPNP.png&quot;,&quot;width&quot;:1600}" data-trix-content-type="image"><img src="http://1.bp.blogspot.com/-7bLr59i8hQk/Ub66fxKIbkI/AAAAAAAAAGw/xidC7OCayxA/s1600/NPNvsPNP.png" width="1600" height="1129"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;<br>&nbsp;</div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:19:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223284732</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ เริ่มตั้งสกุล ม.3/2 เลขที่19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223286636</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:26:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223286636</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นนลนีย์ ดิษยาศักดิ์สกุล ม.3/2 เลขที่ 26</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223287068</link>
         <description><![CDATA[<div>ไฟฟ้า </div><ul><li>คือ : พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.</li><li>หลักการทำงาน : เมือนำเอาตัวนำ ไปตัดผ่านเส้นแรงแม่เหล็กก็จะทำให้เกิดการผลิตแรงดันไฟฟ้าออกมาที่ตัวนำอันนั้น</li><li>มีกี่ประเภท : 2ประเภทคือ ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้ากระแส</li></ul><div><br></div><div>อิเล็กทรอนิกส์ </div><ul><li>คือ : อิเล็กทรอนิกส์คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า</li><li>หลักการทำงาน : </li><li>มีกี่ประเภท : วงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลายรูปแบบสามารถทำได้หลายอย่างเช่นใช้ในการทำวิทยุ,โทรศัพท์,TVหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ</li></ul><div><br></div><div>วงจรไฟฟ้า</div><ul><li>คือ : ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม</li><li>หลักการทำงาน : ไฟจากขั่ว+ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่ว</li><li>มีกี่ประเภท : แบ่งได้3ชนิดคือ1.ต่อแบบอนุกลม2.ต่อแบบขนาน3.ต่อแบบผสม</li></ul><div><br></div><div>ตัวนำไฟฟ้า</div><ul><li>คือ : เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง</li><li>หลักการทำงาน : โดยการทำงานคือการที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ</li><li>ส่วนใหญ่ตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะ เช่นทองแดง เงิน เหล็ก</li></ul><div><br></div><div>อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><ul><li>คือ : อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน</li><li>หลักการทำงาน : มีการทำงานโดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น</li><li>มีกี่ประเภท : แบ่งได้4ชนิด ได้แก่ 1.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานแสง 2.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน 3.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล 4.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานเสียง</li><li>เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง พัดลม  คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ</li></ul><div><br></div><div>สวิซต์</div><ul><li>คือ : อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร</li><li>หลักการทำงาน : โดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง  การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF) </li><li>มีกี่ประเภท : 7แบบ คือ 1.แบบเลื่อน 2.แบบกระดก 3.แบบกด 4.แบบก้านยาว 5.แบบหมุน 6.แบบไมโคร 7.แบบดิพ</li><li>วงจรเปิด </li></ul><div><br></div><ul><li>วงจรปิด</li></ul><div><br></div><div><br></div><div>มอเตอร์ไฟฟ้า</div><ul><li>คือ : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล</li><li>หลักการทำงาน : การทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน</li><li>มีกี่ประเภท : 2 ประเภท คือ</li></ul><div>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)</div><div>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)</div><div><br></div><div>- มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้ </div><div><br></div><div> - มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์ </div><div><br></div><div><br></div><div>ทรานซิสเตอร์</div><ul><li>คือ : อุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้</li><li>หลักการทำงาน : ทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากเเหล่งจ่ายไฟฟ้า</li><li>มีกี่ประเภท : 2ประเภท แบบ NPN  และ PNP  </li></ul><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/255591660/44d3b8eaabbcc08ae16d7e4b54d7d180/A155D54F_7D2E_4A94_88E3_EE2118A5922F.png" />
         <pubDate>2018-01-22 12:27:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223287068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ​ เริ่มตั้งสกุล ม.3/2 เลขที่​ 19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223287843</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ไฟฟ้า​ คือ​ พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา​หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน​ หรือโปรตอน​หรือสิ่งที่คล้ายกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:30:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223287843</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ​ เริ่มตั้งสกุล​ ม​.3/2 เลขที่​ 1 9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223289882</link>
         <description><![CDATA[<div>ไฟฟ้า​คือ​ พลังงาน​รูปแบบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:37:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223289882</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส.ณัฐสุภา กองมา ม.3/2 เลขที่22</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223289904</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า</div><ul><li>ไฟ้ฟ้าคือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.</li><li>มีการทำงานโดยอิเอ็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน</li><li>ไฟฟ้าแบ่งได้ 2 ประเภท ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้่ากระแส</li></ul><div><br></div><div>2.อิเล็กทรอนิกส์</div><ul><li>อิเล็กทรอนิกส์คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า</li><li>วงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลายรูปแบบสามารถทำได้หลายอย่างเช่นใช้ในการทำวิทยุ,โทรศัพท์,TVหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ</li></ul><div><br></div><div>3.วงจรไฟฟ้า</div><ul><li>วงจรไฟฟ้าคือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม</li><li>การทำงานคือไฟจากขั่ว+ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่ว</li><li>วงจรไฟฟ้าแบ่งได้3ชนิดคือ , ต่อแบบอนุกลม , ต่อแบบขนาน , ต่อแบบผสม</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:244,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.gif&quot;,&quot;width&quot;:421}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.gif" width="421" height="244"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:352,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.png&quot;,&quot;width&quot;:418}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.png" width="418" height="352"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:397,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.gif&quot;,&quot;width&quot;:256}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.gif" width="256" height="397"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>4.ตัวนำไฟฟ้า</div><ul><li>ตัวนำไฟฟ้าคือสารที่ยอมให้ไฟฟ้าไหลผ่าน</li><li>การทำงานโดยการที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ</li><li>ส่วนมากที่เป็นตัวนำไฟฟ้าคือโลหะเช่นทองแดง,เงิน,เหล็ก</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:270,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.jpeg&quot;,&quot;width&quot;:500}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200.jpeg" width="500" height="270"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><ul><li>อุปกรณ์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน</li><li>มีการทำงานโดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น</li><li>อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นแบ่งได้4ชนิดได้แก่ อุปกรณืที่ให้พลังงานแสง , อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน , อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล , อุปกรณืที่ให้พลังงานเสียงแต่ก็มีอุปกรณ์ไฟฟ้าบ้างชนิดที่ให้พลังงานกลายชนิดให้เครื่องเดียวเช่น โทรทัศน์,เครื่องเสียง,พัดลม,คอมพิวเตอร์,หลอดไฟ,เตาอบไฟฟ้า</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:384,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.jpeg&quot;,&quot;width&quot;:384}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.jpeg" width="384" height="384"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>6.สวิตช์</div><ul><li>สวิตช์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนี่ง</li><li>การทำงานคือใช้เป็นตัวในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า</li><li>สวิตช์มี7แบบคือ แบบเลื่อน , แบบกระดก , แบบกด , แบบก้านยาว , แบบหมุน , แบบไมโคร , แบบดิพ</li><li>ในการทำงานของสวิตช์จะมี2อย่างคือวงจรเปิดกับวงจรปิด</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:271,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.png&quot;,&quot;width&quot;:542}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_1.png" width="542" height="271"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>7.มอเตอร์ไฟฟ้า</div><ul><li>มอเตอร์ไฟฟ้าคืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ชนิดหนึ่ง</li><li>การทำงานโดย แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล</li><li>ในการทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:332,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_2.jpeg&quot;,&quot;width&quot;:443}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_2.jpeg" width="443" height="332"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>8.ทรานซิสเตอร์</div><ul><li>ทรานซิสเตอร์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง</li><li>ในการทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากกหล่งจ่ายไฟฟ้า</li><li>ทรานชิสเตอร์แบ่งออกได้เป็น2ประเภทคือ1.ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN2.ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP</li><li>&nbsp;ลักษณะของทรานชิสเตอร์ ทรานชิกเตอร์มีสามขาโดย ขาคอลเล็กเตอร์(C), ขาอิมิตเตอร์(E), ขาเบส(B) และการนำไปใช้งานเราต้องจัดไฟให้ทรานซิสเตอร์ทำงาน เรียกว่าการไบแอส(Bias)&nbsp;</li></ul><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:1129,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_2.png&quot;,&quot;width&quot;:1600}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://16A643F0-6222-462E-A322-E8CDEB24DB32/Pasted%20Image%200_2.png" width="1600" height="1129"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:37:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223289904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ทิชา ผ่องอำไพ ม.3/2 เลขที่241.ไฟฟ้า1.1)ไฟฟ้าคือพลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการเเยกตัวออกมาหรือกการเคลื่อนของอิเล็กตรอนหรือโปรตอน1.2)เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนจากอะตอมหนึ่งไปยังอะตอมหนึ่งอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่จากอะตอมหนึ่งไปยังอะตอมหนึ่งเป็นอิเล็กตรอนวงนอกสุด1.3)เเบ่งเป็น2ประเภทคือ ไฟฟ้าสถิตกับไฟฟ้ากระเเส2.อิเล็กทรอนิกส์2.1)หมายถึงเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นactive component2.2)ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้เเรงขึ้น3.วงจรไฟฟ้า3.1)หมายถึงทางเดินของกระเเสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากเเหล่งกำเนิดผ่านตัวนำเเละเครื่องใช้ไฟฟ้าเเล้วไหลกลับไปยังเเหล่งกำเนิดเดิม3.2)การทำงานจะต่อจากขั้วบวก→ขั้วลบเเละใช้สวิตซ์เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระเเสไฟฟ้า3.3)เเบ่งออกเป็น3ประเภทคือเเบบอนุกรม  เเบบขนานเเละเเบบผสม4.ตัวนำไฟฟ้า4.1)เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง4.2)เป็นตัวกลางในการให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่าน4.3)ตัวนำไฟฟ้าส่วนมากเป็นโลหะเช่น ทองเเดง เงิน อลูมิเนียม เเละทอง5.อุปกรณ์ไฟฟ้า5.1)คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น5.2)เเบ่งได้4ประเภทคือ-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้เเสง-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง6.สวิตซ์6.1)คืออุปกรณ์เปิด ปิด กระเเสไฟฟ้าภายในวงจร6.2)สวิตซ์เเบ่งได้หลายประเภทเช่นสวิตซ์เลื่อน สวิตซ์กระดก สวิตซ์ก้านยาว สวิตซ์เเบบหมุน สวิตซ์เเบบดิพสัญลักษณ์สวิตซ์7.มอเตอร์ไฟฟ้า7.1)เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เเปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล7.2)การทำงานเเรงดันไฟจ่ายผ่านเเปรงถ่านไปคอมมิวเตเตอร์ ผ่านไปให้ขดลวดตัวนำที่อาร์เมเจอร์ ทำให้เกิดสนามเเม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นเกิดการผลักดันกัน อาร์เมเจอร์เเละคอมมิวเตเตอร์หมุนไปทิศทางตามเข็มนาฬิกา เเปรงถ่านสัมผัสกับคอมมิวเตเตอร์ เปลี่ยนไปภายหนึ่งของขดลวด7.3)เเบ่งออกเป็น2ประเภทคือมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับเเละมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสตรง 8.ทรานซิสเตอร์8.1)คือสิ่งประดิษฐ์ทำมาจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา8.2)การทำงานควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระเเสไฟฟ้าขาออกที่มาจากเเหล่งจ่ายเเรงดัน8.3)เเบ่งออกเป็น2ประเภทคือ-ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN-ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290059</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:37:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290059</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.จุฑาพล กัลยาวุมิพงศ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290338</link>
         <description><![CDATA[<div>ม.3/2 เลขที่ 2 </div><div>ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล. <br><br></div><div>อิเล็กทรอนิกส์ (electronics) เป็นคำที่มีความเกี่ยวเนื่องกับคำว่า อิเล็กตรอน (electron) เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะเห็นได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อมีการผ่านกระแสไฟฟ้าไปในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้น ซึ่งหลายคนทราบกันดีว่า กระแสไฟฟ้าเกิดจาก การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่อยู่ในแหล่งกำเนิดหรือตัวนำนั้นๆ เพียงแต่ทิศทางของอิเล็กตรอน กับทิศทางของกระแสไฟฟ้ามีทิศทางตรงข้ามกัน เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่ง เช่น มีขนาดของกระแสไฟฟ้าลดลง มีขนาดความต่างศักย์เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้นวงจรไฟฟ้า หมายถึง ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม <br><br></div><div>การต่อวงจรไฟฟ้า <br><br></div><div>1. วงจรอนุกรม เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือนลูกโซ่ กล่าวคือ ปลายของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 1 นำไปต่อกับต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 2 และต่อเรียงกันไปเรื่อยๆ จนหมด แล้วนำไปต่อเข้ากับแหล่งกำเนิด การต่อวงจรแบบอนุกรมจะมีทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน <br><br></div><div>2. วงจรขนาน เป็นการนำเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ตัวมาต่อรวมกัน และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง นำปลายสายของทุกๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับแหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ ซึ่งเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอันต่อเรียบร้อยแล้วจะกลายเป็นวงจรย่อย กระแสไฟฟ้าที่ไหลจะสามารถไหลได้หลายทางขึ้นอยู่กับตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาต่อขนานกัน ถ้าเกิดในวงจรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งขาดหรือเปิดวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสามารถทำงานได้ ในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยปัจจุบันจะเป็นการต่อวงจรแบบนี้ทั้งสิ้น <br><br></div><div>3. วงจรผสม เป็นวงจรที่นำเอาวิธีการต่อแบบอนุกรม และวิธีการต่อแบบขนานมารวมให้เป็นวงจรเดียวกัน ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะของการต่อได้ 2 ลักษณะ <br><br></div><div>ตัวนำไฟฟ้า(Conductor) คือ สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด แต่ในสายไฟทั่วไปจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ เพราะตัวนำที่ทำจากจะเงินมีราคาแพง <br><br></div><div>อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน <br><br></div><div>     ชนิดอุปกรณ์ไฟฟ้า            - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง <br><br></div><div>                                                 - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน <br><br></div><div>                                                 - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล <br><br></div><div>                                                 -อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง <br><br></div><div>สวิตช์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า โดยใช้สัญลักษณ์ดังรูป <br><br></div><div>ชนิดของสวิตช์ เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์กุญแจ ฯลฯ <br><br></div><div>การทำงานของสวิตช์ <br><br></div><div>        วงจรเปิด หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง <br><br></div><div>      วงจรปิด หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการเปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการเปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า <br><br></div><div> <br><br></div><div>ทรานซิสเตอร์ คือ ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานในด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ก็จะนำกระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า (modulate) เป็นต้น การทำงานของทราสซิสเตอร์เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน <br><br></div><div>ชนิดของทรานซิสเตอร์  1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN   2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP          <br><br></div><div>การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด NPN <figure class="attachment attachment--preview"><img width="423" height="131"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br></div><div>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด NPN คือ การจ่ายไฟลบให้ขา E เมื่อเทียบกับ ที่จ่ายให้ขา B และจ่ายไฟบวกให้ขา C  เมื่อเทียบกับไฟลบที่จ่ายให้ขา B มีทั้งไฟบวกและไฟลบ แต่การ เทียบศักย์ Forward นั้นจะเทียบระหว่างขา B กับขา E เท่านั้น   ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร P ได้รับแรงไฟ Forward คือเป็นไฟบวกเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้นแสดงดังรูป <br><br></div><div> <br><br></div><div> <br><br></div><div>การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด PNP <figure class="attachment attachment--preview"><img width="387" height="120"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br></div><div>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด PNP โดยการจ่ายไฟบวกให้ขา E เมื่อเทียบ กับไฟลบที่จ่ายให้ขา B  และจ่ายไฟลบเข้าขา C เมื่อเทียบกับไฟบวกที่จ่ายให้ขา B ทำให้ขา B มีทั้ง ไฟลบและไฟบวก ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร N  ได้รับ Forward Bias คือเป็นลบเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น แสดงดังรูป <br><br></div><div> <br><br></div><div>มอเตอร์ไฟฟ้า คือ  อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล มอเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปต้องการความเร็ว รอบหรือกำลังงานที่แตกต่างกัน ซึ่งมอเตอร์์แต่ละชนิด จะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามลักษณะการใช้งานกระเเสไฟฟ้า <br><br></div><div>ชนิดของมอเตอร์ <br><br></div><div>1.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor)     2.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor ) <br><br></div><div>การทำงานของมอเตอร์ <br><br></div><div>การทำงานเบื้องต้นของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง มีแรงดันไฟตรงจ่ายผ่านแปรงถ่านไปคอมมิวเตเตอร์ ผ่านไปให้ขดลวดตัวนำที่อาร์เมเจอร์ ทำให้ขดลวดอาร์เมเจอร์เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมา ทางด้านซ้ายมือเป็นขั้วเหนือ (N) และ้ด้านขวาเป็นขั้วใต้ (S) เหมือนกับขั้วแม่เหล็กถาวรที่วางอยู่ใกล้ๆ เกิดอำนาจแม่เหล็กผลักดันกัน อาร์เมเจอร์หมุนไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา พร้อมกับคอมมิวเตเตอร์หมุนตามไปด้วย แปรงถ่านสัมผัสกับส่วนของคอมมิวเตเตอร์ เปลี่ยนไปในอีกปลายหนึ่งของขดลวด แต่มีผลทำให้เกิดขั้วแม่เหล็กที่อาร์เมเจอร์เหมือนกับชั้วแม่เหล็กถาวรที่อยู่ใกล้ๆอีกครั้ง ทำให้อาร์เมเจอร์ยังคงถูกผลักให้หมุนไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกาตลอดเวลา เกิดการหมุนของอาร์เมเจอร์คือมอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:38:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290338</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ทิชา ผ่องอำไพ ม.3/2 เลขที่241.ไฟฟ้า1.1)ไฟฟ้าคือพลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการเเยกตัวออกมาหรือกการเคลื่อนของอิเล็กตรอนหรือโปรตอน1.2)เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนจากอะตอมหนึ่งไปยังอะตอมหนึ่งอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่จากอะตอมหนึ่งไปยังอะตอมหนึ่งเป็นอิเล็กตรอนวงนอกสุด1.3)เเบ่งเป็น2ประเภทคือ ไฟฟ้าสถิตกับไฟฟ้ากระเเส2.อิเล็กทรอนิกส์2.1)หมายถึงเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นactive component2.2)ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้เเรงขึ้น3.วงจรไฟฟ้า3.1)หมายถึงทางเดินของกระเเสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากเเหล่งกำเนิดผ่านตัวนำเเละเครื่องใช้ไฟฟ้าเเล้วไหลกลับไปยังเเหล่งกำเนิดเดิม3.2)การทำงานจะต่อจากขั้วบวก→ขั้วลบเเละใช้สวิตซ์เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระเเสไฟฟ้า3.3)เเบ่งออกเป็น3ประเภทคือเเบบอนุกรม  เเบบขนานเเละเเบบผสม4.ตัวนำไฟฟ้า4.1)เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง4.2)เป็นตัวกลางในการให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่าน4.3)ตัวนำไฟฟ้าส่วนมากเป็นโลหะเช่น ทองเเดง เงิน อลูมิเนียม เเละทอง5.อุปกรณ์ไฟฟ้า5.1)คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น5.2)เเบ่งได้4ประเภทคือ-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้เเสง-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง6.สวิตซ์6.1)คืออุปกรณ์เปิด ปิด กระเเสไฟฟ้าภายในวงจร6.2)สวิตซ์เเบ่งได้หลายประเภทเช่นสวิตซ์เลื่อน สวิตซ์กระดก สวิตซ์ก้านยาว สวิตซ์เเบบหมุน สวิตซ์เเบบดิพสัญลักษณ์สวิตซ์7.มอเตอร์ไฟฟ้า7.1)เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เเปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล7.2)การทำงานเเรงดันไฟจ่ายผ่านเเปรงถ่านไปคอมมิวเตเตอร์ ผ่านไปให้ขดลวดตัวนำที่อาร์เมเจอร์ ทำให้เกิดสนามเเม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นเกิดการผลักดันกัน อาร์เมเจอร์เเละคอมมิวเตเตอร์หมุนไปทิศทางตามเข็มนาฬิกา เเปรงถ่านสัมผัสกับคอมมิวเตเตอร์ เปลี่ยนไปภายหนึ่งของขดลวด7.3)เเบ่งออกเป็น2ประเภทคือมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับเเละมอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสตรง 8.ทรานซิสเตอร์8.1)คือสิ่งประดิษฐ์ทำมาจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา8.2)การทำงานควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระเเสไฟฟ้าขาออกที่มาจากเเหล่งจ่ายเเรงดัน8.3)เเบ่งออกเป็น2ประเภทคือ-ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN-ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290755</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:40:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223290755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ​ เริ่มตั้งสกุล​ ม.3 /2  เลขที่​ 19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223291469</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า​คือ​พลังงาน​ที่เกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา​หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน​หรือโปรตอน​หรือสิ่งที่มีสมบัติคล้ายคลึงกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:42:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223291469</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ​ เริ่มตั้งสกุล​ ม.3/2 เลขที่​ 19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223292460</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้าคือพลังงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการ​แยกตัว​ หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน​โปรตอน​หรือสิ่งที่มีสมบัติคล้ายคลึงกัน​<br>-การทำงานของไฟฟ้า คือ​  </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:46:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223292460</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.เสาวลักษณ์ พุ่มแตงอ่อน เลขที่39</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223293142</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้า<br>&nbsp;คือ:พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน<br>&nbsp;การทำงาน: อิเลกตรอนเคลื่อนหาโปรตรอน<br>&nbsp;มี2ประเภท&nbsp;<br>&nbsp;1ไฟฟ้าสถิตคือไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทำให้เกิดพลังงานขึ้น<br>&nbsp;2ไฟฟ้ากระแสคือการไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; อิเล็กทรอนิกส์​<br>&nbsp;คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component&nbsp;<br>&nbsp;การทำงาน:การควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียง<br>&nbsp;มี2ประเภท<br>&nbsp;1วงจรแอนะล็อก ใช้สัญญาณไฟฟ้าที่ติดกันต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสัญญาณที่ไม่ติดกันต่อเนื่องในวงจรดิจิทัล<br>&nbsp;2วงจรดิจิทัลเป็นวงจรไฟฟ้าที่ทำงานกับสัญญาณที่มีระดับแรงดันไฟฟ้าที่ไม่ต่อเนื่อง<br>&nbsp; &nbsp;วงจรไฟฟ้า<br>&nbsp;คือทางเดินของกระแสไฟฟ้าไหลจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิด<br>&nbsp;การทำงาน:นำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสผ่านขดลวดตัวนำ ใช้สวิตเปิดปิดวงจรเพื่อตัดและต่อกระแสไฟที่จ่ายให้โหลด<br>&nbsp;มี3ประเภท​<br>&nbsp;1แบบอนุกรม เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือนลูกโซ่<br>&nbsp;2แบบขนาน เป็นการนำเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ตัวมาต่อรวมกัน และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง นำปลายสายของทุกๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับแหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ<br>&nbsp;3แบบผสม การต่อแบบอนุกรม และแบบขนานในวงจรเดียวกัน<br>&nbsp; &nbsp;ตัวนำไฟฟ้า<br>&nbsp;คืออุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย<br>&nbsp;การทำงาน:ให้กระแสไฟฟ้าผ่าน<br>&nbsp; &nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>&nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น<br>&nbsp;1อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>&nbsp;2 อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน&nbsp;<br>&nbsp;3 อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>&nbsp;4 อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br>&nbsp; &nbsp;สวิตช์<br>&nbsp;คืออุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า&nbsp;<br>&nbsp;การทำงาน:เปิด ปิด กระแสไฟฟ้า ในวงจร<br>&nbsp;สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์กุญแจ<br>&nbsp; &nbsp;มอเตอร์ไฟฟ้า<br>&nbsp;คืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>&nbsp;การทำงาน:เปลี่ยนพลังงาน​ไฟฟ้า​เป็น​พลังงาน​กล<br>&nbsp;1.มอเตอร์กระแสตรง<br>&nbsp;2.มอเตอร์กระแสสลับ<br>&nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์​<br>&nbsp;คืออุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>&nbsp;การทำงาน:ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า<br>&nbsp;1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>&nbsp;2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 12:48:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223293142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.สรินทร์ดา กานต์ชยทิพย์ ม.3/2 เลขที่ 36</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223297843</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า&nbsp;<br>- คือ&nbsp; พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตอนหรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่&nbsp;<br>- มีหลักการทำงานโดยอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ไปหาโปรตอน<br>- มี 2 ประเภท คือ &nbsp;<br>ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity ) ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )&nbsp;<br>- &nbsp;</div><div>ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์ พลังงานที่เกิดขึ้นเหล่านี้เรียกว่า ประจุไฟฟ้าสถิต เมื่อเกิดประจุไฟฟ้าแล้ว วัตถุที่เกิดประจุไฟฟ้านั้นจะเก็บประจุไว้ แต่ในที่สุดประจุไฟฟ้าจะถ่ายเทไปจนหมด วัตถุที่เก็บประจุไฟฟ้าไว้นั้นจะคายประจุอย่างรวดเร็วเมื่อต่อลงดิน ในวันที่มีอากาศแห้งจะทาให้เกิดประจุไฟฟ้าได้มาก ซึ่งทาให้สามารถดูดวัตถุได้ดี ประจุไฟฟ้าที่เกิดมีอยู่ 2 ชนิด คือ ประจุบวกและประจุลบ คุณสมบัติของประจุไฟฟ้าคือ ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันจะผลักกันประจุไฟฟ้าต่างชนิดกันจะดูดกัน</div><div><br><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/mechatronicett09/project-definition/3/2.jpg?attredirects=0"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:359,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859053750/project-definition/3/2.jpg&quot;,&quot;width&quot;:808}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859053750/project-definition/3/2.jpg" width="808" height="359"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> &nbsp;</div><div>ไฟฟ้ากระแสคือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานสูงจะก่อให้เกิดความร้อน เราใช้หลักการเกิดความร้อนเช่นนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เตาหุงต้ม เตารีดไฟฟ้า เป็นต้น</div><div>ไฟฟ้ากระแสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ&nbsp;</div><div>1) ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D .C )&nbsp;</div><div>2) ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C. )</div><div><br><br></div><div><br><br></div><div>1) ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D .C )</div><div>เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอดระยะเวลาที่วงจรไฟฟ้าปิดกล่าวคือกระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้วบวกภายในแหล่งกาเนิดผ่านตัวต้านหรือภาระไฟฟ้าผ่านตัวนาไฟฟ้าแล้วย้อนกลับเข้าแหล่งกาเนิดที่ขั้วลบ วนเวียนเป็นทางเดียวเช่นนี้ตลอดเวลา แหล่งกาเนิดไฟฟ้าที่เรารู้จักกันดีคือ แบตเตอรี่ ไดนาโม ดีซีเยนเนอเรเตอร์ เป็นต้น<br>&nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:256,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859054173/project-definition/3/cats.jpg?height=256&amp;width=400&quot;,&quot;width&quot;:400}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859054173/project-definition/3/cats.jpg?height=256&amp;width=400" width="400" height="256"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> &nbsp;</div><div>2) ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C. )</div><div>เป็นไฟฟ้าที่มีการไหลกลับไป กลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ คือ กระแสไฟฟ้าจะไหลไปทางหนึ่งก่อน ต่อมาก็จะไหลสวนกลับแล้วก็เริ่มไหลเหมือนครั้งแรก</div><div><br><br></div><div><a href="https://sites.google.com/site/mechatronicett09/project-definition/3/10032219194101_13010323234440.jpg?attredirects=0"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:288,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859055616/project-definition/3/10032219194101_13010323234440.jpg&quot;,&quot;width&quot;:288}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/mechatronicett09/_/rsrc/1468859055616/project-definition/3/10032219194101_13010323234440.jpg" width="288" height="288"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a>&nbsp;<br>2.อิเล็กทรอนิกส์<br>- คือ&nbsp; วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า&nbsp;<br>-&nbsp; อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยวัสดุหลายร้อยชิ้น โดยมากเป็นโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารปรอท แคดเมียม และ เบริลเลียม และสารเคมีอันตรายอย่างอื่น เช่น สารทนไฟซึ่งทำจากโบรมีน ที่รวมถึง polybrominated biphenyls (PBBs), polybrominated diphenylethers (PBDEs) และ tetrabromobisphenol-A (TBBPA หรือ TBBA) พลาสติกพีวีซีก็เป็นส่วนประกอบที่ใช้กันบ่อย&nbsp;</div><div><br>3.วงจรไฟฟ้า<br>- คือ&nbsp; การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์&nbsp; เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร วงจรไฟฟ้าเบื้องต้นที่ควรศึกษามีอยู่ 3 ลักษณะคือ วงจรอนุกรม, วงจรขนานและวงจรผสม&nbsp;<br>- มีหลักการทำงานโดยกระแสไฟจากขั้วบวกเคลื่อนที่ผ่านวงจรเข้าสู่ขั้วลบ<br>-&nbsp; การต่อวงจรไฟฟ้าได้ 3 แบบ คือ &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. การต่อแบบอนุกรม (Series Circuit)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. การต่อแบบขนาน (Parallel Circuit)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. การต่อแบบผสม (Compound Circuit)<br>&nbsp;- &nbsp;</div><div>&nbsp;1. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า</div><div><a href="https://sites.google.com/site/electronicisfun/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/2.png?attredirects=0"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:204,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668475064/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/2.png?height=204&amp;width=320&quot;,&quot;width&quot;:320}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668475064/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/2.png?height=204&amp;width=320" width="320" height="204"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> &nbsp;</div><div>&nbsp;2. วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div><a href="https://sites.google.com/site/electronicisfun/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/E9.jpg?attredirects=0"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:212,&quot;url&quot;:&quot;https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668615821/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/E9.jpg&quot;,&quot;width&quot;:350}" data-trix-content-type="image"><img src="https://sites.google.com/site/electronicisfun/_/rsrc/1463668615821/hnwy-thi-5/kd-khxng-xohm/kar-tx-wngcr-fifa-baeb-tang/E9.jpg" width="350" height="212"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a>&nbsp; 4.ตัวนำไฟฟ้า<br>-&nbsp; คือ&nbsp; เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">ประจุไฟฟ้า</a>ไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า เพราะสามารถนำไฟฟ้าได้ตามแนวยาว แต่ไม่ข้ามความกว้าง&nbsp;<br>-&nbsp; ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด แต่ในสายไฟทั่วไปจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ เพราะตัวนำที่ทำจากจะเงินมีราคาแพง&nbsp;<br><br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>- คือ&nbsp; อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>- ได้แก่&nbsp;</div><div>&nbsp;1.<a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/light.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง</a><br> 2.<a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/heat.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน </a><br> 3.<a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/machanics.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล</a><br> 4.<a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/sound.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง</a> <br>-&nbsp; &nbsp; ข้อควรระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีดังนี้ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง อย่าให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. หมั่นตรวจดูสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ถ้าไม่มีความรู้เรื่องไฟฟ้า อย่าแก้ไขหรือซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองเป็นอันขาด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4. หากพบว่าค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าว่ามีไฟรั่วหรือไม่ ซึ่งควรให้ผู้ที่มีความรู้ด้านไฟฟ้ามาตรวจสอบ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br> <em>&nbsp;หมายเหตุ นอกจากนี้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด ที่ให้พลังงานหลายชนิดพร้อมๆกัน เช่น โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ จัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานแสงและพลังงานเสียงพร้อมกัน</em>&nbsp;<br><br>6.สวิตซ์<br>-&nbsp; คือ&nbsp; อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า&nbsp;<br>-&nbsp; &nbsp;</div><div>สวิตช์ที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร ฯลฯ<br><br>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>สวิตช์เลื่อน</strong> เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp; นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:298,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/slide_switch.jpg&quot;,&quot;width&quot;:439}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/slide_switch.jpg" width="439" height="298"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp; <br> <strong>สวิตช์กระดก</strong>&nbsp; เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง ส่วนอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีตัวอักษรระบุการทำงานบนตัวสวิตช์ เช่น เปิด ปิด On-OFF เราจะพบเห็นการใช้สวิตช์กระดกนี้กับหลอดไฟ ปลั๊กราง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:240,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/kadok_switch.jpg&quot;,&quot;width&quot;:174}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/kadok_switch.jpg" width="174" height="240"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp; สวิตช์กด&nbsp; ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน คือ กดปุ่มที่อยู่ส่วนกลางสวิตช์&nbsp; กดปุ่มสวิตช์หนึ่งครั้งสวิตช์ต่อ (ON) และเมื่อกดปุ่มสวิตช์อีกหนึ่งครั้งสวิตช์ตัด (OFF) การทำงานเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา&nbsp; แต่สวิตช์แบบกดบางแบบอาจเป็นชนิดกดติดปล่อยดับ (Momentary) คือขณะกดปุ่มสวิตช์เป็นการต่อ (ON) เมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มสวิตช์เป็นการตัด (OFF) ทันที &nbsp; เช่น ปุ่มปิด เปิดโทรทัศน์ รีโมท คอมพิวเตอร์<br><br><br><br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:178,&quot;url&quot;:&quot;http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/computer.jpg&quot;,&quot;width&quot;:253}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.psptech.co.th/uploads/1988/images/computer.jpg" width="253" height="178"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp; 7.มอเตอร์ไฟฟ้า<br>- คือ &nbsp; เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล&nbsp; ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก &nbsp;<br>- มีการทำงานโดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม&nbsp;<br>-&nbsp; มี 2 ประเภท คือ<br>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)&nbsp;<br>- มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้<br><br></div><div>มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์<br><br>8.ทรานซิสเตอร์<br>- คือ&nbsp; สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา (TRREE LEADS) กระแสหรือแรงเคลื่อน เพียงเล็กน้อยที่ขาหนึ่งจะควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้ <br>-&nbsp; การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด NPN <br>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด NPN คือ การจ่ายไฟลบให้ขา E เมื่อเทียบกับ ที่จ่ายให้ขา B และจ่ายไฟบวกให้ขา C&nbsp; <br>เมื่อเทียบกับไฟลบที่จ่ายให้ขา B มีทั้งไฟบวกและไฟลบ แต่การ เทียบศักย์ Forward นั้นจะเทียบระหว่างขา B กับขา E เท่านั้น&nbsp; &nbsp;<br>ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร P ได้รับแรงไฟ Forward คือเป็นไฟบวกเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้นแสดงดังรูป<br><br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:176,&quot;url&quot;:&quot;http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image94.png&quot;,&quot;width&quot;:567}" data-trix-content-type="image"><img src="http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image94.png" width="567" height="176"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> <br> การทำงานของทรานซิสเตอร์ชนิด PNP <br>การป้อนแรงดันไฟฟ้าให้กับทรานซิสเตอร์ชนิด PNP โดยการจ่ายไฟบวกให้ขา E เมื่อเทียบ กับไฟลบที่จ่ายให้ขา B&nbsp; และจ่ายไฟลบ<br>เข้าขา C เมื่อเทียบกับไฟบวกที่จ่ายให้ขา B ทำให้ขา B มีทั้ง ไฟลบและไฟบวก ทำให้ขา B ซึ่งเป็นสาร N&nbsp; ได้รับ Forward Bias คือ<br>เป็นลบเมื่อเทียบกับขา E เท่านั้น แสดงดังรูป<br><br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:175,&quot;url&quot;:&quot;http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image95.png&quot;,&quot;width&quot;:567}" data-trix-content-type="image"><img src="http://phchitchai.wbvschool.net/wp-content/uploads/2011/02/image95.png" width="567" height="175"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>&nbsp;<br>- &nbsp; ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;<br><br></div><div><br>&nbsp;</div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:01:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223297843</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวิพัชพงษ์ แสงสุข ม.3/2 เลขที่ 15</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223300394</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า.&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; • คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; • หลักการทำงาน=เมือนำเอาตัวนำ ไปตัดผ่านเส้นแรงแม่เหล็กก็จะทำให้เกิดการผลิตแรงดันไฟฟ้าออกมาที่ตัวนำอันนั้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; • มีกี่ประเภท= มี2 ประเภท คือ ไฟฟ้าสถิตและไฟฟ้ากระแส</div><div><br></div><div>2.อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; • คือ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วย active component</div><div>เช่น ทรานซิสเตอร์ ไดโอด หลอดสูญญากาศ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •ประกอบด้วย=วงจรอิเล็กทรอนิกส์ทำได้หลายอย่างเช่นโทรศัพท์,TVหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ</div><div><br></div><div>3.วงจรไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ การนำเอาแหล่งจ่าย<strong>ไฟฟ้า</strong>มาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิด<strong>วงจร</strong>เพื่อตัดหรือต่อกระแส<strong>ไฟฟ้า</strong>ที่จ่ายให้กับโหลดและไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •หลักการทำงาน=ไฟจากขั่ว+ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่ว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •มีกี่ประเภท=3 ประเภท คือ ต่อแบบอนุกรม,ต่อแบบขนาน,ต่อแบบผสม</div><div><br></div><div>4.ตัวนำไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ สสาร วัตถุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•หลักการทำงาน=การที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•มีกี่ประเภท=ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน</div><div><br></div><div>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•หลักการทำงาน=โดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•มีกี่ประเภท=แบ่งได้ 4 ประเภท คือ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง</div><div><br></div><div>6.สวิตซ์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•หลักการทำงาน=การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•มีกี่ประเภท=มี7ประเภท คือ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบเลื่อน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบกด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบกระดก</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบก้านยาว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบหมุน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบไมโคร</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์แบบดิพ</div><div><br></div><div>7.มอเตอร์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•หลักการทำงาน=การทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์สนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•มีกี่ประเภท=2 ประเภท คือ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-มอเตอร์กระแสตรง&nbsp;<br>                      &nbsp;-มอเตอร์กระแสสลับ</div><div><br></div><div>8.ทรานซิสเตอร์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•คือ อุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•หลักการทำงาน=ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากเเหล่งจ่ายไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;•มีกี่ประเภท=มี 2 ประเภท 1.แบบ NPN</div><div>2.แบบ PNP</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:08:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223300394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.สลิลทิพย์ เจียรเจริญวัฒนา เลขที่ 37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223302220</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีหลักการทำงานโดยอิเล็กตรอน เคลื่อนที่ไปหาโปรตอน&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้าแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ไฟฟ้าสถิตกับไฟฟ้ากระแส&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้ากระแสคือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง&nbsp;</div><div>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div>เช่น ไดโอด , ทรานซิสเตอร์&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อิเล็กทรอนิกส์ มีการทำงานหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น การใช้สร้างเครื่องมือสื่อสาร&nbsp; การสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ&nbsp;</div><div>3.&nbsp; &nbsp; &nbsp; วงจรไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการทำงาน คือ กระแสไฟจากขั้วบวกเคลื่อนที่ผ่านวงจรเข้าสู่ขั้วลบ&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วงจรไฟฟ้าแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ วงจรอนุกรม วงจรขนาน วงจรผสม&nbsp;</div><div>วงจรอนุกรม&nbsp;</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:125,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image002.png&quot;,&quot;width&quot;:202}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image002.png" width="202" height="125"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br></div><div>วงจรขนาน&nbsp;<br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:131,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image004.jpg&quot;,&quot;width&quot;:203}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image004.jpg" width="203" height="131"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;</div><div>วงจรผสม&nbsp;<br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:134,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image006.jpg&quot;,&quot;width&quot;:201}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image006.jpg" width="201" height="134"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;</div><div>4.&nbsp; &nbsp; &nbsp; ตัวนำไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตัวนำไฟฟ้า คือ&nbsp; อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการทำงาน คือ เป็นทางผ่านให้กับกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด&nbsp;</div><div>5.&nbsp; &nbsp; &nbsp; อุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ&nbsp; อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการทำงานคือ การเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานต่างๆ เช่น พลังงานความร้อน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>พลังงานแสง เป็นต้น&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้าเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นแบ่งออกเป็น 4 ประเภท&nbsp;</div><div>1.)&nbsp; &nbsp; พลังงานความร้อน เช่น เตารีด ไดร์เป่าผม&nbsp;</div><div>2.)&nbsp; &nbsp; พลังงานแสง เช่น หลอดไฟ&nbsp;</div><div>3.)&nbsp; &nbsp; พลังงานกล เช่น มอเตอร์ สว่าน ไขควงไฟฟ้า&nbsp; เลื่อยไฟฟ้า&nbsp;</div><div>4.)&nbsp; &nbsp; พลังงานเสียง เช่น วิทยุ ลำโพง&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด ที่ให้พลังงานหลายชนิดพร้อมๆกัน เช่น โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ จัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานแสงและพลังงานเสียงพร้อมกัน&nbsp;</div><div>6.&nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวิตช์ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับปิด/เปิด&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการทำงาน คือ ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจรหรือการเปิด/ปิด กระแสไฟฟ้าภายในวงจร และมีการทำงาน 2 อย่าง คือ&nbsp;</div><div>วงจรเปิด&nbsp; หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:67,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image008.jpg&quot;,&quot;width&quot;:168}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image008.jpg" width="168" height="67"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;</div><div>วงจรปิด&nbsp; หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:49,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image010.jpg&quot;,&quot;width&quot;:164}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image010.jpg" width="164" height="49"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวิตช์มี 7 แบบ คือ 1. สวิตช์เลื่อน &nbsp; 2. สวิตช์กระดก&nbsp; 3. สวิตช์กด&nbsp; 4. สวิตช์แบบก้านยาว&nbsp; 5. สวิตช์แบบหมุน&nbsp; 6. สวิตช์แบบไมโคร&nbsp; 7. สวิตช์แบบดิพ &nbsp;</div><div>7.&nbsp; &nbsp; &nbsp; มอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งานตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใช้มอเตอร์ฉุดลาก เป็นต้น&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนั้นแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มอเตอร์มี 2 ประเภท คือ&nbsp;</div><div>1.)&nbsp; &nbsp; มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้&nbsp;</div><div>2.)&nbsp; &nbsp; มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์&nbsp;</div><div>8.&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทรานซิสเตอร์ คือ&nbsp; เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C">อุปกรณ์</a><a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B3&amp;action=edit&amp;redlink=1">สารกึ่งตัวนำ</a>ที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">ไฟฟ้า</a>, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุม<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">แรงดันไฟฟ้า</a>ให้คงที่, หรือ<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93&amp;action=edit&amp;redlink=1">กล้ำสัญญาณ</a>ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับ<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1">วาล์ว</a>ควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้า เพื่อปรับขนาด<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">กระแสไฟฟ้า</a>ขาออกที่จ่ายมาจาก<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9F">แหล่งจ่ายไฟ</a>&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ&nbsp;</div><div>1.)&nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN&nbsp;</div><div>2.)&nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:117,&quot;url&quot;:&quot;file:///C:\\Users\\User\\AppData\\Local\\Temp\\msohtmlclip1\\01\\clip_image012.png&quot;,&quot;width&quot;:188}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///C:\Users\User\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image012.png" width="188" height="117"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure>&nbsp;</div><div>-&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทรานซิสเตอร์มีขาต่อใช้งานทั้งหมดสามขา คือ ขาคอลเล็กเตอร์(C), ขาอิมิตเตอร์(E), ขาเบส(B) และการนำไปใช้งานเราต้องจัดไฟให้ทรานซิสเตอร์ทำงาน เรียกว่าการไบแอส(Bias)&nbsp;</div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:12:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223302220</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223302660</link>
         <description><![CDATA[ปรากฎตัวและการไหลของประจุไฟฟ้า มีการทำงานโด]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:13:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223302660</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223303586</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ. วณิชชา สามงามยา ม.3/2 เลขที่ 30<br>⚡ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล<br>มี 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1.)ไฟฟ้าสถิต 2.)ไฟฟ้ากระแส<br>⚡อิเล็กทรอนิกส์ คือ วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า<br>ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ ส่วนที่เป็นแอคทีพคือต้องมีกระแสไฟฟ้าป้อนให้ตลอดจึงทำงานได้ อีกส่วนหนึ่งคือพาสซีพคือทำงานได้โดยไม่ต้องมีกระแสไฟฟ้าแต่ใช้คุณสมบัติส่วนตัว <br>⚡วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>ตามปกติวงจรไฟฟ้าใด ๆ จะมีความเปลี่ยนแปลงและคุณสมบัติต่อกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าแตกต่างกันไป ตามแต่ วิธีการต่อวงจรนั้น ๆ และตามการเปลี่ยนแปลงตัวต้านทานหรืออุปกรณ์ไฟฟ้านั้นด้วย ซึ่งเรามีวิธีการต่อวงจรไฟฟ้าได้ 3 แบบ คือ  <br>     1. การต่อแบบอนุกรม (Series Circuit)<br>     2. การต่อแบบขนาน (Parallel Circuit) <br>     3. การต่อแบบผสม (Compound Circuit)<br>⚡ตัวนำไฟฟ้า คือ  สสาร วัตถุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด แต่ในสายไฟทั่วไปจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ เพราะตัวนำที่ทำจากจะเงินมีราคาแพง<br>⚡อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มี 4 ชนิด ได้แก่ <br>1.) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>2.) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน<br>3.) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>4.) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br>⚡สวิตซ์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า โดยใช้สัญลักษณ์<br>สวิตช์ที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์แบบก้านยาว<br>สวิตซ์แบบดิพ ฯลฯ<br>⚡มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม<br>มี 2 ประเภท ได้แก่<br>1.) มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้<br>2.) มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์<br>⚡ทรานซิสเตอร์ คือ อุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานใน<br>ด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์ๆจะนำ<br>กระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ<br>ที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า คงค่าแรงดันไฟฟ้า หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า (modulate) <br>การทำงานของทราสซิสเตอร์เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่<br>มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน<br>มี 2 ชนิด ได้แก่<br>่1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:15:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223303586</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223305806</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:20:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223305806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.นิดา ขลุ่ยศรีตระกูล ม.3/2 เลขที่28</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223307616</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล</div><div>&nbsp;• ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. ไฟฟ้าสถิต คือไฟฟ้าที่เกิดจากการขัดถูกันจากวัตถุ 2 ชนิด จนเกิดไฟฟ้าขึ้นชั่วคราว&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. ไฟฟ้ากระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กถาวรเป็นเวลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้น เราเรียกไฟฟ้าแบบนี้ว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>2.อิเล็กทรอนิกส์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า</div><div>&nbsp;</div><div>3.วงจรไฟฟ้า&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วงจรไฟฟ้า คือการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์&nbsp; เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร วงจรไฟฟ้าเบื้องต้นที่ควรศึกษามีอยู่ 3 ลักษณะคือ วงจรอนุกรม, วงจรขนานและวงจรผสม</div><div><br></div><div>4.ตัวนำไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp;ตัวนำไฟฟ้า&nbsp; คือ สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด แต่ในสายไฟทั่วไปจะใช้ทองแดงเป็นตัวนำ เพราะตัวนำที่ทำจากจะเงินมีราคาแพง</div><div>&nbsp;</div><div>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าทีาให้พลังงานกล</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง</div><div><br></div><div>6.สวิตซ์</div><div>&nbsp; &nbsp;สวิตซ์ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับปิดหรือเปิดเปลี่ยนวงจรไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp;สวิตช์ที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด เช่น สวิตช์เลื่อน สวิตช์กระดก สวิตช์หมุน สวิตช์กด สวิตช์ไมโคร สวิตช์กุญแจ ฯลฯ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div>7.มอเตอร์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม</div><div><br></div><div>8.ทรานซิสเตอร์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า เป็นต้น&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจาก แหล่งจ่ายไฟ</div><div>&nbsp; &nbsp; - ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN เป็นทรานซิสเตอร์ที่สร้างจากสารกึ่งตัวนำชนิด N ชนิด P และชนิด N มาต่อเรียงกันตามลำดับ แล้วต่อสายออกมา 3 สาย เพื่อเป็นขาต่อกับวงจรสารกึ่งตัวนำชนิด P ซึ่งอยู่ตรงกลางจะเป็นจุดร่วม สารกึ่งตัวนำชนิด N จะทำหน้าที่จ่ายอิเล็กตรอนซึ่งจะไหลเป็นกระแสในวงจรส่วนนี้เราเรียกว่า<strong> </strong>อิมิตเตอร์<strong> </strong>อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ผ่านสารกึ่งตัวนำชนิด P ซึ่งเราเรียกว่าเบสส่วนเบสนี้จะเป็นตัวคอยควบคุมอิเล็กตรอนให้ไหลไปยังสารกึ่งตัวนำชนิด N ถัดไปได้มากหรือน้อยอิเล็กตรอนส่วนที่ผ่านเบสมาก็จะเคลื่อนที่มายังสารกึ่งตัวนำชนิด N ซึ่งเราเรียกว่า<strong> </strong>คอลเลคเตอร์<strong> </strong>และกลายเป็นกระแสไหลในวงจรภายนอกต่อไป<br>ต่อกับวงจรสารกึ่งตัวนำชนิด P ซึ่งอยู่ตรงกลางจะเป็นจุดร่วม สารกึ่งตัวนำชนิด N จะทำหน้าที่จ่ายอิเล็กตรอนซึ่งจะไหลเป็นกระแสในวงจรส่วนนี้เราเรียกว่า<strong> </strong>อิมิตเตอร์<strong> </strong>อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ผ่านสารกึ่งตัวนำชนิด P ซึ่งเราเรียกว่าเบสส่วนเบสนี้จะเป็นตัวคอยควบคุมอิเล็กตรอนให้ไหลไปยังสารกึ่งตัวนำชนิด N ถัดไปได้มากหรือน้อยอิเล็กตรอนส่วนที่ผ่านเบสมาก็จะเคลื่อนที่มายังสารกึ่งตัวนำชนิด N ซึ่งเราเรียกว่า<strong> </strong>คอลเลคเตอร์<strong> </strong>และกลายเป็นกระแสไหลในวงจรภายนอกต่อไป<br>&nbsp; &nbsp;- ทรานซิสเตอร์ชนิด PNPคือทรานซิสเตอร์ที่สร้างจากสารกึ่งตัวนำชนิดพี<strong> </strong>ชนิดเอ็น<strong> </strong>และชนิดพี<strong> </strong>มาเรียงกันตามลำดับแล้วต่อสายจากแต่ละชิ้นส่วนออกมาเป็น<strong> 3 </strong>สายเพื่อต่อกับวงจรสารกึ่งตัวนำเอ็นจะเป็นจุดร่วม<br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///PNP.gif&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///PNP.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///PNP.gif&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///PNP.gif"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:24:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223307616</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223311439</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:32:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223311439</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นันท์นภัส ปึงศิริเจริญ ชั้น ม.3/2 เลขที่ 27</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223312014</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ไฟฟ้า<br>&nbsp;- คืออะไร พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน<br>&nbsp;- มีการทำงานอย่างไร พลังงานสามารถกักเก็บ และปลดปล่อยออกมา พร้อมกับสามารถแปรสภาพไปเป็นความร้อน และแสงสว่างได้<br>&nbsp;- มีกี่ประเภท มี 2 ประเภท<br>&nbsp;- อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี) <br>&nbsp;•ไฟฟ้าสถิต เกิดขึ้นจากการเสียดสี เช่น ถูลูกโป่งกับ เสื้อผ้านั้น จะเกิดไฟฟ้าสถิตขึ้น ทำให้สามารถดูดวัสดุเบาๆ ขึ้นมาได้<br>&nbsp;•ไฟฟ้ากระแส เป็นไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในบ้านพักอาศัย และในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ไฟฟ้ากระแสสามารถแบ่งได้ 2 ชนิดคือ<br>&nbsp;1) ไฟฟ้ากระแสตรง เช่น กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่<br>&nbsp;2) ไฟฟ้ากระแสสลับ เช่น มอเตอร์เครื่องสูบน้ำในการบำบัดน้ำเสีย <br>&nbsp;<br>&nbsp;2. อิเล็กทรอนิกส์<br>&nbsp;- คืออะไร การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ<br>&nbsp;- มีการทำงานอย่างไร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน<br>&nbsp;<br>&nbsp;3. วงจรไฟฟ้า<br>&nbsp;- คืออะไร&nbsp; ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>&nbsp;- มีการทำงานอย่างไร การนำเอาเเหล่งจ่ายไฟฟ้าและกระเเสให้กับโหลดโดยผ่านลวดตัวนำ ใช้สวิตซ์ในการเปิดปิดวงจรจ่ายกระเเสไฟให้กับโหลด<br>&nbsp;- มีกี่ประเภท มี 3 ประเภท<br>&nbsp;- อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี)<br>&nbsp;1) วงจรอนุกรม มีการเดินของกระเเสไฟฟ้าเพียงทางเดียว(หากมีปัญหาที่จุดใดทำให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่านไม่ได้ จะดับทั้งวงจร)<br>&nbsp;2) วงจรขนาน มีการเดินของกระเเสไฟฟ้าหลายทาง(หากมีปัญหาที่จุดใดกระเเสไฟฟ้าจะไม่ดับทั้งวงจร เพราะบริเวณจุดอื่นยังมีไฟฟ้าไหลผ่านอยู่)<br>&nbsp;3) วงจรผสม การนำอนุกรมเเละขนานต่อผสมกัน<br>&nbsp;<br>&nbsp;4. ตัวนำไฟฟ้า<br>&nbsp;- คืออะไร วัตถุที่ยอมให้ประจุไฟฟ้า (อิเล็กตรอนอิสระ)เคลื่อนที่ผ่านวัตถุนั้นได้อย่างสะดวกหรือต้านทานการเคลื่อนที่ของประจุได้น้อย<br>&nbsp;- มีการทำงานอย่างไร การยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย<br>&nbsp;- มีกี่ประเภท มีทั้ง โลหะเงิน โลหะทองแดง<br>&nbsp;โลหะอลูมิเนียม โลหะเงินเยอรมัน โลหะตะกั่ว และโลหะผสมต่าง ๆ<br>&nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611d44b3c8&quot;,&quot;width&quot;:900}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611d44b3c8" width="900"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 5. อุปกรณ์ไฟฟ้า<br> - คืออะไร อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น<br> - มีการทำงานอย่างไร เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น<br> - มีกี่ประเภท มี 4 ประเภท<br> - อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี)<br> 1) เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง เช่น หลอดไฟ<br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611de99261&quot;,&quot;width&quot;:900}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611de99261" width="900"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 2) เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน เช่น เตารีด<br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611dea0ab2&quot;,&quot;width&quot;:900}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611dea0ab2" width="900"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 3) เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล เช่น ตู้เย็น<br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611dea7b0e&quot;,&quot;width&quot;:900}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/5952e9f9-cb81-0103-0000-01611dea7b0e" width="900"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>&nbsp;<br> 4) เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียง เช่น เครื่องขยายเสียง<br>&nbsp;<br> 6. สวิตช์<br> - คืออะไร อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า<br> - มีการทำงานอย่างไร ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า ถ้าเปิดสวิตช์อยู่กระแสไฟฟ้าจะไหลภายในวงจรได้แต่ถ้าสวิตช์ปิดอยู่กระแสไฟฟ้าจะไม่สามารถไหลภายในวงจรได้<br> - มีกี่ประเภท มี 7 ประเภท<br> - อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี)<br> 1.แบบเลื่อน 2.แบบกระดก 3.แบบกด 4.แบบก้านยาว 5.แบบหมุน 6.แบบไมโคร 7.แบบดิพ<br>&nbsp;<br> 7. มอเตอร์ไฟฟ้า<br> - คืออะไร อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล&nbsp;<br> - มีการทำงานอย่างไร ทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง<br> - มีกี่ประเภท มี 2 ประเภท<br> - อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี)<br> 1) มอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสตรง<br> 2) มอเตอร์ไฟฟ้ากระเเสสลับ<br>&nbsp;<br> 8. ทรานซิสเตอร์<br> - คืออะไร สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา&nbsp;<br> - มีการทำงานอย่างไร เปรียบเหมือนวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน<br> - มีกี่ประเภท มี 2 ประเภท<br> - อธิบายและยกตัวอย่าง(มีภาพประกอบด้วยถ้ามี)<br> 1) ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br> 2) ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:33:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223312014</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ. ณฎา บุตรพา  ม.3/2  เลขที่ 21</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223316343</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือพลังงานรูปหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอีกรูปอื่่นได้<br>*แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่<br>-ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีกันของวัตถุสองสิ่ง เช่น การเอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด<br>หรือ ครั่งถูกับผ้าขนสัตว์<br>-ไฟฟ้ากระแส คือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนำไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปยังที่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง เป็นต้น<br><br>2.อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component&nbsp;<br>*วงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า<br><br>3.วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;<br>*มีการทำงานคือ ไฟฟ้าจากขั้ว+ ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรเข้าสู่ขั้ว-<br>*แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ<br>-การต่อแบบอนุกลม<br>-การต่อแบบผสม<br>-การต่อแบบขนาน<br><br>4.ตัวนำไฟฟ้า คือ วัตถุที่ยอมให้ไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง เช่นทองแดง อะลูมิเนียม&nbsp;<br>*มีการทำงานคือ เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าไปสู่อีกที่หนึ่ง<br><br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่นเพื่อนำไปใช้<br>*มีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่นเช่น พลังงานความร้อน<br>พลังงานกล เป็นต้น<br>*แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่<br>-อุปกรณ์ที่ให้พลังงานแสง<br>-อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน<br>-อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล&nbsp;<br>-อุปกรณ์ที่ให้พลังงานเสียง<br><br>6.สวิตช์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง<br>*ใช้เป็นตัวเปิด/ปิดสัญญาณของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า<br>*มีทั้งหมด 7 แบบด้วยกัน คือ<br>-แบบเลื่อน<br>-แบบกระดก<br>-แบบกด<br>-แบบก้านยาว<br>-แบบหมุน<br>-แบบไมโคร<br>-แบบดิพ<br><br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล<br>*ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นพลังงานกล<br>*แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง<br><br>8.ทรานซิสเตอร์ คือ อุปกรณ์ที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>*ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้าเปิด/ปิด และควบคุมแรงดันไฟฟ้าคงที่<br>*แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่<br>-ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>-ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:42:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223316343</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภกร หนูรัตน์ เลขที่16 ม.3/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317084</link>
         <description><![CDATA[<div>นายศุภกร หนูรัตน์ เลขที่ 16 ม.3/2<br>1ไฟฟ้า<br>ไฟฟ้าเกิดจากการเคลื่อนที่ของอนุภาคมีประจุไฟฟ้า (ไม่เป็นกลาง) หรือหมายถึงอิเล็กตรอน ซึ่งมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ แต่โดยทั่วๆไป อนุภาคหรืออะตอมใดๆ ที่มีประจุไฟฟ้าไม่เป็นกลางเมื่อเคลื่อนที่ก็จะเกิดเป็นไฟฟ้าขึ้น<br>ประโยชน์คือสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอื่นๆที่ใช้ประโยชน์ได้เช่น พลังงานแสง พลังานกล เป็นต้น<br>ประเภท<br>1 ไฟฟ้าสถิต<br>2 ไฟฟ้ากระแส<br>2อิเล็กทรอนิกส์<br>อิเล็กทรอนิกส์  เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้า<br>แบ่งออกเป็น<br>1อุปกรณ์ แอคทีฟ	<br>ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ในทิศทางเดียว<br>2อุปกรณ์ พาสซีฟ<br>ความต้านทานเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงดันไฟฟ้า (กฎของโอห์ม) และผกผันกับกระแส<br>3วงจรไฟฟ้า<br>วงจรไฟฟ้าคือการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด<br>แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือ <br>วงจรอนุกรม<br>วงจรขนาน<br>วงจรผสม<br>4ตัวนำไฟฟ้า<br>ตัวนำไฟฟ้า เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า<br>5อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ <br>1พลังงานแสง<br>2พลังงานความร้อน<br>3พลังงานกล<br>4พลังงานเสียง<br>6สวิตช์ไฟ<br>สวิตช์ไฟ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้า<br>แบ่งออกเป็น<br>1สวิตช์แบบเลื่อน<br>2สวิตช์แบบกด<br>3สวิตช์แบบก้านยาว4สวิตช์<br>แบบหมุน<br>5สวิตช์แบบไมโคร<br>6สวิตช์แบบดิพ<br>7สวิตช์แบบกระดก<br>7มอเตอร์ไฟฟ้า<br>มอเตอร์ (Motor) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม<br>มอเตอร์ มี 2 ประเภท คือ<br>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)<br>8ทรานซิสเตอร์<br>ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานใน<br>ด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ก็จะนำ<br>กระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ<br>ที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิด<br><br>ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br><br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:44:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317084</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ธนัช อภิปัจนากร ม.3/2 เลขที่ 8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317681</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า<br>o	คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน<br>o	อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ไปหาโปรตอน<br>o	แบ่งเป็น 2 ชนิด<br>ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity ) <br>ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )<br>2.อิเล็กทรอนิกส์<br>o	เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>o	ควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน<br>3.วงจรไฟฟ้า<br>o	ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>o	กระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>o	แบ่งเป็น 3 ชนิด<br>1.วงจรอนุกรม													   2.วงจรขนาน													   3.วงจรผสม<br>4.ตัวนำไฟฟ้า<br>o	เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>o	ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>o	 อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้<br>o	แบ่งเป็น 4 ประเภท<br>1.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง                                                                                                                             2.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน <br>3.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>4.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br>6.สวิตซ์<br>o	อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง<br>o	ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร<br>o	สวิตช์มี 7 แบบคือ<br>1.แบบเลื่อน<br>2.แบบกระดก<br>3.แบบกด<br>4.แบบก้านยาว<br>5.แบบหมุน<br>6.แบบไมโคร<br>7.แบบดิพ<br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า<br>o	อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง <br>o	แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>o	แบ่งเป็น 2 ประเภท<br>1.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor)<br>2.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor)<br>8.ทรานซิสเตอร์<br>o	เป็นอุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>o	ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า<br>o	แบ่งได้ 2 ชนิด<br>1.ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2.ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:45:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317681</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศุภกร หนูรัตน์ เลขที่ 16 ม.3/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317924</link>
         <description><![CDATA[<div>นายศุภกร หนูรัตน์ เลขที่ 16 ม.3/2<br>1ไฟฟ้า<br>ไฟฟ้าเกิดจากการเคลื่อนที่ของอนุภาคมีประจุไฟฟ้า (ไม่เป็นกลาง) หรือหมายถึงอิเล็กตรอน ซึ่งมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ แต่โดยทั่วๆไป อนุภาคหรืออะตอมใดๆ ที่มีประจุไฟฟ้าไม่เป็นกลางเมื่อเคลื่อนที่ก็จะเกิดเป็นไฟฟ้าขึ้น<br>ประโยชน์คือสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอื่นๆที่ใช้ประโยชน์ได้เช่น พลังงานแสง พลังานกล เป็นต้น<br>ประเภท<br>1 ไฟฟ้าสถิต<br>2 ไฟฟ้ากระแส<br>2อิเล็กทรอนิกส์<br>อิเล็กทรอนิกส์  เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้า<br>แบ่งออกเป็น<br>1อุปกรณ์ แอคทีฟ	<br>ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ในทิศทางเดียว<br>2อุปกรณ์ พาสซีฟ<br>ความต้านทานเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงดันไฟฟ้า (กฎของโอห์ม) และผกผันกับกระแส<br>3วงจรไฟฟ้า<br>วงจรไฟฟ้าคือการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด<br>แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะคือ <br>วงจรอนุกรม<br>วงจรขนาน<br>วงจรผสม<br>4ตัวนำไฟฟ้า<br>ตัวนำไฟฟ้า เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า<br>5อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ <br>1พลังงานแสง<br>2พลังงานความร้อน<br>3พลังงานกล<br>4พลังงานเสียง<br>6สวิตช์ไฟ<br>สวิตช์ไฟ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้า<br>แบ่งออกเป็น<br>1สวิตช์แบบเลื่อน<br>2สวิตช์แบบกด<br>3สวิตช์แบบก้านยาว4สวิตช์<br>แบบหมุน<br>5สวิตช์แบบไมโคร<br>6สวิตช์แบบดิพ<br>7สวิตช์แบบกระดก<br>7มอเตอร์ไฟฟ้า<br>มอเตอร์ (Motor) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม<br>มอเตอร์ มี 2 ประเภท คือ<br>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)<br>8ทรานซิสเตอร์<br>ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้น หมายถึงสามารถนำไปใช้งานใน<br>ด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยการป้อนสัญญาณที่มีขนาดเล็กให้ทรานซิสเตอร์  ทรานซิสเตอร์ก็จะนำ<br>กระแสได้มากที่สามารถทำให้เกิดสัญญาณขนาดใหญ่ทางขาออกได้สบายๆ เเละทรานซิสเตอร์ยังเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ<br>ที่สามารถทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า เปิด/ปิด<br><br>ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ<br><br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:45:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223317924</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.นงนภัส จุลขันธ์ ม.3/2 เลขที่25</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223320459</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>1.ไฟฟ้า คือ&nbsp;</mark></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่</div><div>&nbsp;<br><mark>&nbsp;2.ไฟฟ้ามีกี่ประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ ได้ดังนี้<br> -ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity )<br>&nbsp; &nbsp;คือไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบาง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างมาถูกันจะทำให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์ พลังงานที่เกิดขึ้นเหล่านี้เรียกว่า ประจุไฟฟ้าสถ</div><div>&nbsp;-ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )<br>&nbsp; &nbsp;คือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ <br>&nbsp; &nbsp;• ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D .C ) เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอ<br>&nbsp; &nbsp;•ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C. ) เป็นไฟฟ้าที่มีการไหลกลับไป กลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ <br>&nbsp;<br><mark>&nbsp;3.อิเล็กทรอนิกส์ คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component<br> <br> <mark>4.วงจรไฟฟ้า คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br> <br><mark>&nbsp;5.วงจรไฟฟ้า มีกี่ประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การต่อวงจรไฟฟ้าสามารถแบ่งวิธีการต่อได้ 3 แบบ คือ<br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.)วงจรอนุกรม เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือนลูกโซ่ กล่าวคือ ปลายของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 1 นำไปต่อกับต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 2 และต่อเรียงกันไปเรื่อยๆ จนหมด แล้วนำไปต่อเข้ากับแหล่งกำเนิด การต่อวงจรแบบอนุกรมจะมีทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-คุณสมบัติที่สำคัญของวงจรอนุกรม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; •กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเท่ากันตลอดวงจร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; •แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมส่วนต่างๆ ของวงจร เมื่อนำมารวมกันแล้วจะเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่แหล่งกำเนิด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; •ความต้านทานรวมของวงจร จะมีค่าเท่ากับผลรวมของความต้านทานแต่ละตัวในวงจรรวมกัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.)วงจรขนาน เป็นการนำเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ตัวมาต่อรวมกัน และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง นำปลายสายของทุกๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับแหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ ซึ่งเมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอันต่อเรียบร้อยแล้วจะกลายเป็นวงจรย่อย กระแสไฟฟ้าที่ไหลจะสามารถไหลได้หลายทางขึ้นอยู่กับตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาต่อขนานกัน ถ้าเกิดในวงจรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งขาดหรือเปิดวงจร เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสามารถทำงานได้ ในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยปัจจุบันจะเป็นการต่อวงจรแบบนี้ทั้งสิ้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-คุณสมบัติที่สำคัญของวงจรขนาน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •กระแสไฟฟ้ารวมของวงจรขนาน จะมีค่าเท่ากับกระแสไฟฟ้าย่อยที่ไหลในแต่ละสาขาของวงจรรวมกัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •แรงดันไฟฟ้าตกคร่อมส่วนต่างๆ ของวงจร จะเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่แหล่งกำเนิด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; •ความต้านทานรวมของวงจร จะมีค่าน้อยกว่าความต้านทานตัวที่น้อยที่สุดที่ต่ออยู่ในวงจร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.)วงจรผสม เป็นวงจรที่นำเอาวิธีการต่อแบบอนุกรม และวิธีการต่อแบบขนานมารวมให้เป็นวงจรเดียวกัน ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะของการต่อได้ 2 ลักษณะดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -วงจรผสมแบบอนุกรม-ขนาน เป็นการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดไปต่อกันอย่างอนุกรมก่อน แล้วจึงนำไปต่อกันแบบขนานอีกครั้งหนึ่ง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; -วงจรผสมแบบขนาน-อนุกรม เป็นการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดไปต่อกันอย่างขนานก่อน แล้วจึงนำไปต่อกันแบบอนุกรมอีกครั้งหนึ่ง<br> 5.ตัวนำไฟฟ้า คือ<br>&nbsp; &nbsp; คือ สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน<br><mark>&nbsp;6.อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br><br><mark>7.อุปกรณ์ไฟฟ้า มีกี่ประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp;- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ได้แก่ หลอดไฟ ซึ่งหลอดไฟในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ หลอดธรรมดาหรือหลอดแบบมีไส้ (Incandescent Lamp) และหลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp)<br>&nbsp; &nbsp;- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;•เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า หัวแร้งบัดกรี เครื่องเป่าผม เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp;- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;•เช่น พัดลม เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องเล่น VCD ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp;- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• เช่นเครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง กระดิ่งไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น<br> <br><mark>&nbsp;8.สวิตซ์ คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร<br> <br><mark>&nbsp;9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp; ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้<br><mark><br>10.สวิตซ์ มีกีประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-สวิตซ์เลื่อน เป็นสวิตซ์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์ นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย<br>&nbsp; &nbsp; -สวิตซ์กระดก เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง เราจะพบเห็นการใช้สวิตช์กระดกนี้กับหลอดไฟ ปลั๊กราง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; -สวิตซ์กด ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน เช่น ปุ่มปิด เปิดโทรทัศน์ รีโมท คอมพิวเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-สวิตซ์แบบก้านยาว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-สวิตซ์แบบหมุน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นสวิตซ์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม&nbsp; สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง&nbsp; มีหน้าสัมผัสสวิตช์ให้เลือกต่อมากหลายตำแหน่ง&nbsp; เช่น 2, 3, 4&nbsp; หรือ&nbsp; 5&nbsp; ตำแหน่ง เป็นต้น&nbsp; <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-สวิตซ์แบบไมโคร&nbsp; <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง&nbsp; แต่เป็นสวิตช์ที่สามารถใช้แรงจำนวนน้อยๆ กดปุ่มสวิตช์ได้&nbsp; <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-สวิตซ์แบบดิพ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพ (Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อวงจรได้&nbsp; &nbsp;<br><br><mark>11.มอเตอร์ไฟฟ้า คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br> <br> <mark>12.มอเตอร์ไฟฟ้ามีการทำงานอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง<br> <br> <mark>13.มอเตอร์ไฟฟ้า มีกี่ประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; มอเตอร์ไฟฟ้าแบ่งออกตามการใช้ของกระแสไฟฟ้าได้ 2 ชนิดดังนี้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง<br> <br><mark>&nbsp;14.ทรานซิสเตอร์ คือ</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา (TRREE LEADS) กระแสหรือแรงเคลื่อน เพียงเล็กน้อยที่ขาหนึ่งจะควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้ หมายความว่าทรานซิสเตอร์เป็นทั้งเครื่องขยาย (AMPLIFIER) และสวิทซ์ทรานซิสเตอร์<br> <br> <mark>15.ทรานซิสเตอร์ มีการทำงานอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้ <br> <br> <mark>16.ทรานซิสเตอร์ มีกี่ประเภท</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แบ่งตามโครงสร้างของสารที่นำมาใช้แบ่งได้ 2 แบบ คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ทรานซิสเตอร์ชนิด พีเอ็นพี(PNP):เป็นทรานซิสเตอร์ที่จ่ายไฟเข้าที่ขาเบสให้มีความต่างศักย์ต่ำกว่าขาอิมิตเตอร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; -ทรานซิสเตอร์ชนิด เอ็นพีเอ็น(NPN)<br> เป็นทรานซิสเตอร์ที่จ่ายไฟเข้าที่ขาเบสให้มีความต่างศักย์สูงกว่าขาอิมิเตอร์<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:51:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223320459</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321491</link>
         <description><![CDATA[
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 add
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:53:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321491</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321500</link>
         <description><![CDATA[
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 add
 add
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:53:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321500</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321512</link>
         <description><![CDATA[
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

  8.สวิตซ์ คือ ค
 
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 add
 
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 
 
 8.สวิตซ์ คือ
    คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร
 
 9.สวิตซ์ มีการทำงานอย่างไร
    ส่วนประกอบพื้นฐานของสวิตช์จะมีส่วนที่เรียกว่า หน้าสัมผัส อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้
 

 add
 add
 add
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:53:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223321512</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ช.ฉัตรชัย วุฒิเกษตรกิจ ม.3/2 เลขที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223324750</link>
         <description><![CDATA[<div>ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>- คือ : พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.</div><div>- หลักการทำงาน : เมือนำเอาตัวนำ ไปตัดผ่านเส้นแรงแม่เหล็กก็จะทำให้เกิดการผลิตแรงดันไฟฟ้าออกมาที่ตัวนำอันนั้น</div><div>- มีกี่ประเภท : 2ประเภทคือ ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้ากระแส</div><div><br></div><div>อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</div><div>- คือ : อิเล็กทรอนิกส์คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div>- หลักการทำงาน :&nbsp;</div><div>- มีกี่ประเภท : วงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหลายรูปแบบสามารถทำได้หลายอย่างเช่นใช้ในการทำวิทยุ,โทรศัพท์,TVหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ</div><div><br></div><div>วงจรไฟฟ้า</div><div>- คือ : ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม</div><div>- หลักการทำงาน : ไฟจากขั่ว+ทำการเดินทางผ่านอุปกรณ์ที่ต่อเป็นวงจรแล้วไปเข้าสู่ขั่ว</div><div>- มีกี่ประเภท : แบ่งได้3ชนิดคือ1.ต่อแบบอนุกลม2.ต่อแบบขนาน3.ต่อแบบผสม</div><div><br></div><div>ตัวนำไฟฟ้า</div><div>- คือ : เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง</div><div>- หลักการทำงาน : โดยการทำงานคือการที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ</div><div>- ส่วนใหญ่ตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะ เช่นทองแดง เงิน เหล็ก</div><div><br></div><div>อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div>- คือ : อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน</div><div>- หลักการทำงาน : มีการทำงานโดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น</div><div>- มีกี่ประเภท : แบ่งได้4ชนิด ได้แก่ 1.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานแสง 2.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน 3.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล 4.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานเสียง</div><div>- เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง พัดลม&nbsp; คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ</div><div><br></div><div>สวิซต์</div><div>- คือ : อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร</div><div>- หลักการทำงาน : โดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp;</div><div>- มีกี่ประเภท : 7แบบ คือ 1.แบบเลื่อน 2.แบบกระดก 3.แบบกด 4.แบบก้านยาว 5.แบบหมุน 6.แบบไมโคร 7.แบบดิพ</div><div>- วงจรเปิด</div><div>- วงจรปิด</div><div><br></div><div>มอเตอร์ไฟฟ้า</div><div>- คือ : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล</div><div>- หลักการทำงาน : การทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งาน</div><div>- มีกี่ประเภท : 2 ประเภท คือ</div><div>1. มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)</div><div>2. มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)</div><div><br></div><div>- มอเตอร์กระแสตรง เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้กระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp;- มอเตอร์กระแสสลับ เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div>ทรานซิสเตอร์</div><div>- คือ : อุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้</div><div>- หลักการทำงาน : ทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้าเพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากเเหล่งจ่ายไฟฟ้า</div><div>- มีกี่ประเภท : 2ประเภท แบบ NPN&nbsp; และ PNP &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 13:59:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223324750</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อัจฉริยา มีชำนาญ ม.3/2 เลขที่40</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223327572</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ?<br>&nbsp;พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่<br>&nbsp; -ประเภทของไฟฟ้า?<br>&nbsp;1 ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity ) <br>&nbsp;ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด<br>&nbsp;2 ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )<br>&nbsp;การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนำไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า<br>&nbsp;<br>&nbsp;2.อิเล็กทรอนิกส์?<br>&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์ คือ&nbsp; วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งที่นํามาประยุกต์ใช้กับการศึกษาวงจรไฟฟ้าที่ใช้สารกึ่งตัวนําและอุปกรณ์อื่น ๆ <br>&nbsp;-ควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนได้<br>&nbsp;- เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;3.วงจรไฟฟ้า คือ?<br>&nbsp; &nbsp;วงจรไฟฟ้า หมายถึง ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br>&nbsp;-การทำงาน?<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การนำแหล่งจ่ายไฟฟ้า จ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลดโดยใช้ลวดตัวนำ<br>&nbsp;<br>&nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/9309c09b-b869-b710-0000-01611d90a1ed&quot;,&quot;width&quot;:608}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/9309c09b-b869-b710-0000-01611d90a1ed" width="608"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง จะต่อจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ และใช้สวิตช์ เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระแสไฟฟ้า&nbsp; การที่จะทำให้แรงดัน และกระแสไหลผ่านโหลดได้<br> - ประเภท<br> วงจรไฟฟ้ามีด้วยกันอยู่ 3 ประเภท คือ<br> 1.วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม&nbsp; (Series Electrical Circuit)<br> 2.วงจรไฟฟ้าแบบขนาน&nbsp; &nbsp; (Parallel Electrical Circuit)<br> 3.วงจรไฟฟ้าแบบผสม&nbsp; &nbsp; &nbsp; (Series-Parallel Electrical Circuit)<br> <br> 4.ตัวนำไฟฟ้า?<br>&nbsp; &nbsp;คือ วัตถุที่มีความต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าน้อยมาก&nbsp; คุณสมบัติของวัตถุชนิดนี้จะนำกระแสไฟฟ้าได้ดี&nbsp; สารที่เป็นโลหะจะนำไฟฟ้าได้ดี&nbsp; &nbsp; <br>&nbsp; -การทำงาน วัตถุจะให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br> -เช่น เงิน&nbsp; ทองแดง&nbsp; อะลูมิเนียม&nbsp; ฯลฯ<br> <br> 5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>&nbsp; อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br> -การทำงาน ใช้แปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น<br> -ประเภท<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง<br> -เช่น ฟิวส์ สายดิน เบรกเกอร์ เต้ารับ เต้าเสียบ เป็นต้น<br> <br> 6.สวิตซ์&nbsp; คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนที่ต้องการ&nbsp; ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ&nbsp; สวิตซ์แต่ละแบบจะทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ไม่เท่ากัน<br>&nbsp; &nbsp;-ประเภท<br>&nbsp; &nbsp;1.สวิตซ์แบบเลื่อน<br>&nbsp; &nbsp;2.สวิตซ์แบบกด<br>&nbsp; &nbsp;3.สวิตซ์แบบกระดก<br>&nbsp; &nbsp;4.สวิตซ์แบบก้านยาว<br>&nbsp; &nbsp;5.สวิตซ์แบบหมุน<br>&nbsp; &nbsp;6.สวิตซ์แบบไมโคร<br>&nbsp; &nbsp;7.สวิตซ์แบบดิพ<br> - การทำงานใช้ เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า<br> <br> 7.มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล มอเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปต้องการความเร็ว รอบหรือกำลังงานที่แตกต่างกัน <br> - มอเตอร์์แต่ละชนิด จะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามลักษณะการใช้งานกระเเสไฟฟ้า<br> 1.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor) หรือเรียกว่าเอ.ซี มอเตอร์ (A.C. MOTOR) <br> 2.มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor ) หรือเรียกว่าดี.ซี มอเอตร์ (D.C. MOTOR)<br>&nbsp; - เป็นการทำงานแบบ&nbsp; การทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งานตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใช้มอเตอร์ฉุดลาก เป็นต้น <br> <br> 8.ทรานซิสเตอร์ &nbsp; เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า<br> ทรานซิสเตอร์มี 3 ขา คือ ขาเบส ขาอิมิตเตอร์และขาคอลเลคเตอร์<br> - ทรานซิสเตอร์แบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภท คือ ทรานซิสเตอร์แบบ npn (npn Transistor) และทรานซิสเตอร์แบบ pnp(pnp Transistor)<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;content://com.samsung.android.memo/file/9309c09b-b869-b710-0000-01611e2e6524&quot;,&quot;width&quot;:608}" data-trix-content-type="image"><img src="content://com.samsung.android.memo/file/9309c09b-b869-b710-0000-01611e2e6524" width="608"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:04:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223327572</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิณภัสสร คิดเข่ม ม.3/2 เลขที่ 29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223328741</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:06:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223328741</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223329923</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:08:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223329923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.วีรภัทรา สมบูรณ์วงศ์ เลขที่ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223330559</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า <br>&nbsp;• ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้อง กับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่<br>&nbsp;• มีการทำงานจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตรอน<br>&nbsp;•ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1 )ไฟฟ้าสถิต คือไฟฟ้าที่เกิดจากการขัดถูกันจากวัตถุ 2 ชนิด จนเกิดไฟฟ้าขึ้นชั่วคราว <br>&nbsp;2 )ไฟฟ้ากระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กถาวรเป็นเวลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้น เราเรียกไฟฟ้าแบบนี้ว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ มีไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่าแบตเตอรี่ ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีกับโลหะจนเกิดไฟฟ้ขึ้น เซลล์ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือเซลล์ไฟฟ้าแห้งทำจากสารเคมีหลายชนิดบรรจุไว้ในก้อนเมื่อใช้งานจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เช่นถ่านไฟฉาย เราเรียกไฟฟ้าชนิดนี้ว่าไฟฟ้ากระแสตรง <br>&nbsp;<br>&nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4de6f519-0e15-4d95-8826-809354dc7cb9.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4de6f519-0e15-4d95-8826-809354dc7cb9.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 2. อิเล็กทรอนิกส์<br> • อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit และ ชิ้นส่วน พาสซีฟ&nbsp; เช่น ตัวนำไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บประจุ และคอยล์ พฤติกรรมไม่เชิงเส้นของ active component และความสามารถในการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/5f41cde5-ccc6-4b86-95c8-4c465dda1b17.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/5f41cde5-ccc6-4b86-95c8-4c465dda1b17.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน<br> 3. วงจรไฟฟ้า<br> • วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br> • มีการทำงานโดยไฟฟ้าจากขั้วบวกเดินไปยังขั้วลบ โดยใช้สวิตช์ เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระแสไฟฟ้า<br> • มี 3 แบบ ดังนี้<br>&nbsp; 1) วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/457ff2e1-4cb3-4ce6-9c3f-c16c97f9634f.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/457ff2e1-4cb3-4ce6-9c3f-c16c97f9634f.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br>&nbsp; &nbsp;2) วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/af5ce3a2-c9ae-4abc-bbdf-0950c8e41168.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/af5ce3a2-c9ae-4abc-bbdf-0950c8e41168.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> <br> 3) การต่อแบบผสม (Compound Circuit)<br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การต่อแบบผสม คือ การต่อวงจรทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานเข้าไปในวงจรเดียว การต่อแบบนี้ โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กัน เพราะเกิดความยุ่งยาก จะใช้กันแต่ในทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ตัวต้านทานตัวหนึ่ง ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานอีกตัวหนึ่ง แล้วนำตัวต้านทานทั้งสองไปต่อขนานกับตัวต้านทานอีกชุดหนึ่ง ดังในรูป <br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/2afaac73-070c-4945-864c-69d65520f7c1.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/2afaac73-070c-4945-864c-69d65520f7c1.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 4. ตัวนำไฟฟ้า<br> • ตัวนำไฟฟ้า คือ วัตถุที่มีความต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าน้อยมาก คุณสมบัติของวัตถุชนิดนี้จะนำกระแสไฟฟ้าได้ดี สารที่เป็นโลหะจะนำไฟฟ้าได้ดี เช่น เงิน ทองแดง อะลูมิเนียม ฯลฯ<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a722b9ff-4ac3-4ce1-ad50-01569816834d.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a722b9ff-4ac3-4ce1-ad50-01569816834d.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยเป็นทางให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่าน<br> 5. อุปกรณ์ไฟฟ้า<br> • อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบอื่น<br> • โดยเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ ดังนี้<br> 1)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง ได้แก่ หลอดไฟ <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4477c16a-d0a0-490d-8b61-f613c2221b4e.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4477c16a-d0a0-490d-8b61-f613c2221b4e.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า หัวแร้งบัดกรี เครื่องเป่าผม เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/03b75e14-edde-4a42-a61b-b142376e62c2.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/03b75e14-edde-4a42-a61b-b142376e62c2.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 3)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล เช่น พัดลม เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องเล่น VCD ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/1844042b-a466-4fb0-9c16-126c7046428c.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/1844042b-a466-4fb0-9c16-126c7046428c.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 4) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เช่นเครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง กระดิ่งไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/7c85113c-fd05-4bc5-9e2f-9b1af3af4038.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/7c85113c-fd05-4bc5-9e2f-9b1af3af4038.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 6. สวิตช์<br> • สวิตช์ คือ อุปกรณ์ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนที่ต้องการ ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ<br> • มีการทำงานโดยต่ออนุกรมเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า<br> • มี 2 ประเภท คือ<br> 1) สวิตช์ทางเดียว สามารถปิด-เปิดวงจรไฟฟ้าส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น วงจรของหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่ง เป็นต้น<br> 2) สวิตช์สองทาง สามารถบังคับการไหลของกระแสไฟฟ้าได้สองทาง คือ ถ้ากระแสไหลทางใดทางหนึ่งอีกทางหนึ่งจะไม่มีกระแสไหล เช่น สวิตช์ของไฟที่บันไดที่สามารถเปิด-ปิดได้ทั้งอยู่ชั้นบนและชั้นล่าง ทำให้สะดวกในการใช้<br> - ไม่ควรใช้สวิตช์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เพราะกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสวิตช์มากเกินไปจะทำให้จุดสัมผัสเกิดความร้อนสูงและทำให้สวิตช์ไหม้ได้<br> 7. มอเตอร์ไฟฟ้า<br> • มอเตอร์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล มอเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปต้องการความเร็ว รอบหรือกำลังงานที่แตกต่างกัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br> • มี 2 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้<br> 1)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor) หรือเรียกว่าเอ.ซี มอเตอร์ (A.C. MOTOR) <br> 2)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor ) หรือเรียกว่าดี.ซี มอเอตร์ (D.C. MOTOR) <br> 8.ทรานซิสเตอร์<br> • ทรานซิสเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ มีหน้าที่ในการคอนโทรลการไหลของกระแสไฟฟ้า(ทั้งอนุญาตให้ไหล และบล็อคไม่ให้ไหลผ่าน) ซึ่งคล้ายๆกับไดโอด แต่ทรานซิสเตอร์สามารถทำอะไรได้มากกว่า เพราะนอกจากจะคอนโทรลทิศทางการไหลได้แล้ว ยังสามารถควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าได้ด้วย, ความสามารถดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะสารกึ่งตัวนำภายในตัวมัน<br> • มีการทำงานโดยคอนโทรลทิศทางและปริมาณกระแสไฟฟ้า <br> • แบ่งได้ 2 ประเภท คือ<br> 1) NPN <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด N 2 ตัวและชนิด P 1 ตัววางตัวสลับกันหรืออาจเรียกได้ว่า (Negative-Positve-Negative)<br> N<br> P<br> N<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a216bd7e-84a5-4e78-9e91-27db55eb7b4a.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a216bd7e-84a5-4e78-9e91-27db55eb7b4a.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2) PNP <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด P 2 ตัวและชนิด N 1 ตัววางตัวสลับกัน (Positve-Negative-Positve)<br> P<br> N<br> P<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/f7f2285c-2728-4d49-9daf-dde8aecd68b9.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/f7f2285c-2728-4d49-9daf-dde8aecd68b9.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:09:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223330559</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ เริ่มตั้งสกุล ม.3/2 เลขที่ 19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223330933</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้าคือพลังงานรูปหนึ่งที่เกี่ยวกับการแยกตัวหรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตอนหรือสิ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน<br>- ไฟฟ้าทำงานคลื่นที่อิเล็กตรอนไปยังโปรตรอน<br>- ไฟฟ้ามี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ<br>&nbsp; 1. ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกกัน พลังงานนี้สามารถดูดสิ่งของเบา ๆ ได้<br>&nbsp;2. ไฟฟ้ากระแส คือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนำไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปยังแหล่งที่ต้องการไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือกระแสตรงและกระแสสลับ กระแสตรงจะมีทิศทางการไหลของไฟฟ้าไปทางเดียวกันตลอดส่วนกระแสสลับจะมีการไหลกลับไปกลับมา แต่ขนาดและแรงดันของ&nbsp;</div><div>ไฟฟ้าไม่เปลี่ยนแปลง<br><br>2.อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจร&nbsp;</div><div>ไฟฟ้ ประกอบด้วยอุปกรณ์&nbsp;</div><div>ไฟฟ้าต่าง ๆ&nbsp;<br>- แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนที่เป็นแอคทีพและส่วนที่เป็นพาสซีพด้วยส่วนที่เป็นแอคทีพต้องมีกระแสไฟฟ้าจึงจะทำงานส่วนที่เป็นพาสซีพไม่จำเป็นต้องมีกระแสไฟฟ้า<br><br>3.วงจรไฟฟ้าคือการเชื่อมต่อเข้าด้วยกันของอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>- ทำงานโดยกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาจากแหล่งกำเนิดถ่านตัวนำและเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดแล้วไหลกลับไปตำแหน่งเดิม<br>- แบ่งเป็น 3 แบบ คือ&nbsp;<br>&nbsp;1. วงจรอนุกรมเป็นการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อัน มาเรียงกันเหมือนลูกโซ่<br>2. วงจรขนานเป็นการเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกตัวมาต่อรวมกันแล้วต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่งนำปลายสายของทุกตัวมารวมกันและต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดอีกจุุดที่เหลือโดยการต่อแบบนี้ถ้ามีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งขาดตัวที่เหลือยังสามารถทำงานต่อได้<br>3.วงจรผสมเป็นการนำเอาวิธีการต่อแบบอนุกรมและขนานมารวมกัน<br><br>4. ตัวนำไฟฟ้า คือ วัสดุที่นำไฟฟ้าอนุภาพบรรจุให้เคลื่อนที่ได้มีการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าน้อย<br>- ทำงานช่วยให้บรรจุไฟฟ้าไหลไปได้หนึ่งทางหรือหลายทิศทาง<br><br>5. อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังอื่น เช่น พลังงานความร้อน เสียง กล แสง&nbsp;<br><br>6. สวิทช์ คือ อุุปกรณ์ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า<br>- เปิด ปิด สัญญาณไฟฟ้า ป้องกันการถูกดูด<br>- มีหลายชนิด เช่น สวิทช์เลื่อน สวิทช์กระดก สวิทช์กด สวิทช์ก้านยาว สวิทช์หมุน สวิทช์ไมโคร สวิทช์ดิพ&nbsp;<br><br>7. มอเตอร์ไฟฟ้า คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล<br>- ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างลวดแม่เหล็กทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกนและเมื่อสลับขั้วการหมุนจะหมุนกลับไปทิศทางเดิม<br>- มี 2 ประเภท คือ มอเตอร์<br>&nbsp; 1. มอเตอร์กระแสสลับต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ<br>&nbsp; 2. มอเตอร์กระแสตรงต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรง<br><br>8. ทรานซิสเตอร์ คือ&nbsp; สารกึ่งตัวนำชนิด P และชนิด N มารวมกันทำให้เกิดรอยต่อระหว่างเนื้อสาร2รอยต่อกัน<br>- การทำงานเปรียบเสมือนวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้าเพื่อปรับขนาดไฟฟ้าขาออก<br>- แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ<br>1.ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2.ทรานซิสเตอร์ชนิดย PNP&nbsp;<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:10:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223330933</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223332245</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้า คือ พลังงา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:12:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223332245</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223332553</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ.วีรภัทรา สมบูรณ์วงศ์ เลขที่ 34<br>&nbsp;1.ไฟฟ้า <br>&nbsp;• ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้อง กับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่<br>&nbsp;• มีการทำงานจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตรอน<br>&nbsp;•ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1 )ไฟฟ้าสถิต คือไฟฟ้าที่เกิดจากการขัดถูกันจากวัตถุ 2 ชนิด จนเกิดไฟฟ้าขึ้นชั่วคราว <br>&nbsp;2 )ไฟฟ้ากระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กถาวรเป็นเวลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้น เราเรียกไฟฟ้าแบบนี้ว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ มีไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่าแบตเตอรี่ ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีกับโลหะจนเกิดไฟฟ้ขึ้น เซลล์ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือเซลล์ไฟฟ้าแห้งทำจากสารเคมีหลายชนิดบรรจุไว้ในก้อนเมื่อใช้งานจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เช่นถ่านไฟฉาย เราเรียกไฟฟ้าชนิดนี้ว่าไฟฟ้ากระแสตรง <br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;2. อิเล็กทรอนิกส์<br>&nbsp;• อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit และ ชิ้นส่วน พาสซีฟ&nbsp; เช่น ตัวนำไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บประจุ และคอยล์ พฤติกรรมไม่เชิงเส้นของ active component และความสามารถในการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น<br>&nbsp;<figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/5f41cde5-ccc6-4b86-95c8-4c465dda1b17.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/5f41cde5-ccc6-4b86-95c8-4c465dda1b17.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน<br> 3. วงจรไฟฟ้า<br> • วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br> • มีการทำงานโดยไฟฟ้าจากขั้วบวกเดินไปยังขั้วลบ โดยใช้สวิตช์ เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระแสไฟฟ้า<br> • มี 3 แบบ ดังนี้<br>&nbsp; 1) วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/457ff2e1-4cb3-4ce6-9c3f-c16c97f9634f.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/457ff2e1-4cb3-4ce6-9c3f-c16c97f9634f.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br>&nbsp; &nbsp;2) วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/af5ce3a2-c9ae-4abc-bbdf-0950c8e41168.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/af5ce3a2-c9ae-4abc-bbdf-0950c8e41168.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> <br> 3) การต่อแบบผสม (Compound Circuit)<br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การต่อแบบผสม คือ การต่อวงจรทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานเข้าไปในวงจรเดียว การต่อแบบนี้ โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กัน เพราะเกิดความยุ่งยาก จะใช้กันแต่ในทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ตัวต้านทานตัวหนึ่ง ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานอีกตัวหนึ่ง แล้วนำตัวต้านทานทั้งสองไปต่อขนานกับตัวต้านทานอีกชุดหนึ่ง ดังในรูป <br> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/2afaac73-070c-4945-864c-69d65520f7c1.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/2afaac73-070c-4945-864c-69d65520f7c1.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 4. ตัวนำไฟฟ้า<br> • ตัวนำไฟฟ้า คือ วัตถุที่มีความต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าน้อยมาก คุณสมบัติของวัตถุชนิดนี้จะนำกระแสไฟฟ้าได้ดี สารที่เป็นโลหะจะนำไฟฟ้าได้ดี เช่น เงิน ทองแดง อะลูมิเนียม ฯลฯ<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a722b9ff-4ac3-4ce1-ad50-01569816834d.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a722b9ff-4ac3-4ce1-ad50-01569816834d.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยเป็นทางให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่าน<br> 5. อุปกรณ์ไฟฟ้า<br> • อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบอื่น<br> • โดยเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ ดังนี้<br> 1)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง ได้แก่ หลอดไฟ <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4477c16a-d0a0-490d-8b61-f613c2221b4e.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/4477c16a-d0a0-490d-8b61-f613c2221b4e.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า หัวแร้งบัดกรี เครื่องเป่าผม เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/03b75e14-edde-4a42-a61b-b142376e62c2.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/03b75e14-edde-4a42-a61b-b142376e62c2.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 3)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล เช่น พัดลม เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องเล่น VCD ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/1844042b-a466-4fb0-9c16-126c7046428c.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/1844042b-a466-4fb0-9c16-126c7046428c.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 4) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เช่นเครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง กระดิ่งไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/7c85113c-fd05-4bc5-9e2f-9b1af3af4038.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/7c85113c-fd05-4bc5-9e2f-9b1af3af4038.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 6. สวิตช์<br> • สวิตช์ คือ อุปกรณ์ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนที่ต้องการ ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ<br> • มีการทำงานโดยต่ออนุกรมเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า<br> • มี 2 ประเภท คือ<br> 1) สวิตช์ทางเดียว สามารถปิด-เปิดวงจรไฟฟ้าส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น วงจรของหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่ง เป็นต้น<br> 2) สวิตช์สองทาง สามารถบังคับการไหลของกระแสไฟฟ้าได้สองทาง คือ ถ้ากระแสไหลทางใดทางหนึ่งอีกทางหนึ่งจะไม่มีกระแสไหล เช่น สวิตช์ของไฟที่บันไดที่สามารถเปิด-ปิดได้ทั้งอยู่ชั้นบนและชั้นล่าง ทำให้สะดวกในการใช้<br> - ไม่ควรใช้สวิตช์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เพราะกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสวิตช์มากเกินไปจะทำให้จุดสัมผัสเกิดความร้อนสูงและทำให้สวิตช์ไหม้ได้<br> 7. มอเตอร์ไฟฟ้า<br> • มอเตอร์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล มอเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปต้องการความเร็ว รอบหรือกำลังงานที่แตกต่างกัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br> • มี 2 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้<br> 1)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor) หรือเรียกว่าเอ.ซี มอเตอร์ (A.C. MOTOR) <br> 2)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor ) หรือเรียกว่าดี.ซี มอเอตร์ (D.C. MOTOR) <br> 8.ทรานซิสเตอร์<br> • ทรานซิสเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ มีหน้าที่ในการคอนโทรลการไหลของกระแสไฟฟ้า(ทั้งอนุญาตให้ไหล และบล็อคไม่ให้ไหลผ่าน) ซึ่งคล้ายๆกับไดโอด แต่ทรานซิสเตอร์สามารถทำอะไรได้มากกว่า เพราะนอกจากจะคอนโทรลทิศทางการไหลได้แล้ว ยังสามารถควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าได้ด้วย, ความสามารถดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะสารกึ่งตัวนำภายในตัวมัน<br> • มีการทำงานโดยคอนโทรลทิศทางและปริมาณกระแสไฟฟ้า <br> • แบ่งได้ 2 ประเภท คือ<br> 1) NPN <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด N 2 ตัวและชนิด P 1 ตัววางตัวสลับกันหรืออาจเรียกได้ว่า (Negative-Positve-Negative)<br> N<br> P<br> N<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a216bd7e-84a5-4e78-9e91-27db55eb7b4a.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a216bd7e-84a5-4e78-9e91-27db55eb7b4a.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2) PNP <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด P 2 ตัวและชนิด N 1 ตัววางตัวสลับกัน (Positve-Negative-Positve)<br> P<br> N<br> P<br> <figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/f7f2285c-2728-4d49-9daf-dde8aecd68b9.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/f7f2285c-2728-4d49-9daf-dde8aecd68b9.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:13:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223332553</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223333564</link>
         <description><![CDATA[<div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;url&quot;:&quot;file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a6459929-65dd-415a-b451-c77c62e904c7.jpg&quot;}" data-trix-content-type="image"><img src="file:///storage/emulated/0/Android/data/com.samsung.android.app.notes/files/share/a6459929-65dd-415a-b451-c77c62e904c7.jpg"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:14:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223333564</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายธีรพัฒน์ เทพทิพย์ 3/2 เลขที่ 9</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223333969</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div>1.ไฟฟ้า <br><br>คือ      พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล <br><br> การทำงาน <br><br></div><div>การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน <br><br>ประเภท <br><br></div><div>1.  ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity )ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้  เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์ <br><br></div><div>2.  ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น ไหลจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่งที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิดแสงสว่าง เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดความต้านทานสูงจะก่อให้เกิดความร้อน เราใช้หลักการเกิดความร้อนเช่นนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เตาหุงต้ม เตารีดไฟฟ้า เป็นต้น <br><br>2.อิเล็กทรอนิกส์ <br><br></div><div>คือ   วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่ และประโยชน์ในหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า <br><br></div><div>การทำงาน <br><br></div><div>เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit และ ชิ้นส่วน พาสซีฟ (อังกฤษ: passive component) เช่น ตัวนำไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บประจุ และคอยล์ <br><br></div><div>ประเภท <br><br></div><div>1.วงจรอนาลอก เช่นครื่องรับวิทยุ <br>2.วงจรดิจิทัล<strong> เช่น</strong>เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป, นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์และควบคุมโปรแกรมลอจิก </div><div><br> 3.วงจรไฟฟ้า </div><div><br>คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม </div><div><br>การทำงาน </div><div><br>การนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ และใช้สวิตช์ในการเปิดปิดวงจรเพื่อตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด ในทางปฏิบัติจะมีฟิวส์ในวงจรเพื่อป้องกันปัญหาข้อผิดพลาดที่จะเกิดกับวงจรและอุปกรณ์ เช่น โหลดเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร </div><div><br>ประเภท </div><div>1.วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า <br><br></div><div>2.  วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า </div><div><br>3.การต่อแบบผสม คือ การต่อวงจรทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานเข้าไปในวงจรเดียว การต่อแบบนี้ โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กัน เพราะเกิดความยุ่งยาก จะใช้กันแต่ในทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ตัวต้านทานตัวหนึ่ง ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานอีกตัวหนึ่ง แล้วนำตัวต้านทานทั้งสองไปต่อขนานกับตัวต้านทานอีกชุดหนึ่ง </div><div><br>4.ตัวนำไฟฟ้า </div><div><br>คือ ในวิชาฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง ตัวอย่างเช่น สายหุ้มฉนวนเป็นตัวนำไฟฟ้า เพราะสามารถนำไฟฟ้าได้ตามแนวยาว แต่ไม่ข้ามความกว้าง </div><div>การทำงาน </div><div>ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง </div><div><br>ประเภท </div><div><br>มีหลายแบบเช่น  เหล็ก  ทองแดง ฯลฯ </div><div><br> 5.อุปกรณ์ไฟฟ้า  </div><div>คือ  อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน </div><div> </div><div> การทำงาน </div><div><br>เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้พลังงานรูปแบบต่างๆ </div><div><br>ประเภท </div><div><br>มี4 ประเภท ไดแก่ </div><div>- <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/light.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง</a>  เช่น  หลอดไฟ<br> - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/heat.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน </a>   เช่น  กาน้ำร้อน<br> - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/machanics.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล</a>  เช่น  พัดลม<br>  - <a href="http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type1/science03/11/Electricity-web/html/content-html/device-html/sound.html">อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง</a>   เช่น  ลำโพง </div><div><br>6.สวิตช์ </div><div><br>คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับปิดเปิด หรือตัดต่อวงจรไฟฟ้า, เครื่องปิดเปิดวงจรไฟฟ้า. </div><div>การทำงาน </div><div>ใช้ตัดต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อให้มีการจ่ายแรงดันเข้าวงจร </div><div><br>ประเภท </div><div><br>         <strong>สวิตช์เลื่อน</strong> เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง  การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)  นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย </div><div><br>        <strong>สวิตช์กระดก</strong>  เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง ส่วนอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีตัวอักษรระบุการทำงานบนตัวสวิตช์ เช่น เปิด ปิด On-OFF เราจะพบเห็นการใช้สวิตช์กระดกนี้กับหลอดไฟ ปลั๊กราง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ </div><div>  <br>        สวิตช์กด  ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน คือ กดปุ่มที่อยู่ส่วนกลางสวิตช์  กดปุ่มสวิตช์หนึ่งครั้งสวิตช์ต่อ (ON) และเมื่อกดปุ่มสวิตช์อีกหนึ่งครั้งสวิตช์ตัด (OFF) การทำงานเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา  แต่สวิตช์แบบกดบางแบบอาจเป็นชนิดกดติดปล่อยดับ (Momentary) คือขณะกดปุ่มสวิตช์เป็นการต่อ (ON) เมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มสวิตช์เป็นการตัด (OFF) ทันที   เช่น ปุ่มปิด เปิดโทรทัศน์ รีโมท คอมพิวเตอร์ </div><div><br>           สวิตช์แบบก้านยาว (Toggle Switch) เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์  การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยโยกก้านสวิตช์ให้ขึ้นบนหรือลงล่าง  ในการโยกก้านสวิตช์ขึ้นมักจะเป็นการต่อ (ON) และโยกก้านสวิตช์ลงมักจะเป็นการตัด (OFF) </div><div><br>           สวิตช์แบบหมุน (Rotary Switch) หรือเรียกว่าสวิตช์แบบเลือกค่า (Selector Switch) เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม  สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง  มีหน้าสัมผัสสวิตช์ให้เลือกต่อมากหลายตำแหน่ง  เช่น 2, 3, 4  หรือ  5  ตำแหน่ง เป็นต้น  </div><div><br>           สวิตช์แบบไมโคร  (Microswitch) คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง  แต่เป็นสวิตช์ที่สามารถใช้แรงจำนวนน้อยๆ กดปุ่มสวิตช์ได  ก้านสวิตช์แบบไมโครสวิตช์มีด้วยกันหลายแบบ  อาจเป็นปุ่มกดเฉยๆ  หรืออาจมีก้านแบบโยกได้มากดปุ่มสวิตช์อีกทีหนึ่ง  การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยกดปุ่มสวิตช์หรือกดก้านคันโยกเป็นการต่อ (ON) และเมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มหรือก้านคันโยกเป็นการตัด (OFF) <br> <br>           สวิตช์แบบดิพ (DIP Switch) คำว่าดิพ (DIP) มาจากคำเต็มว่าดูอัลอินไลน์แพกเกจ (Dual Inline Package) เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพ (Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อวงจรได้  การควบคุมตัดต่อสวิตช์แบบดิพจะต้องใช้ปลายมปากกาหรือปลายดินสอในการปรับเลื่อนสวิตช์  สวิตช์แบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผ่นวงจรพิมพ์  (Printed Cricuit Board) ใช้กับกระแสไม่เกิน 30mA ที่แรงดัน 30VD</div><div> </div><div>7.มอเตอร์ไฟฟ้า</div><div>คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม</div><div><br>การทำงาน</div><div><br>ส่วนที่เคลื่อนที่คือโรเตอร์ ซึ่งจะหมุนเพลาเพื่อจ่ายพลังงานกล โรเตอร์มักจะมี ขดลวดตัวนำพันอยู่โดยรอบ ซึ่งเมื่อมีกระแสไหลผ่าน จะเกิดอำนาจแม่เหล็กที่จะไปทำปฏิกิริยากับ สนามแม่เหล็กถาวรของสเตเตอร์ ขับเพลาให้หมุนได้ อย่างไรก็ตามโรเตอร์บางตัวจะเป็นแม่เหล็กถาวรและสเตเตอร์จะมีขดลวดตัวนำสลับที่กัน</div><div><br>ประเภท</div><div><br>1.มอเตอร์กระแสตรง      เป็นต้นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรมเพราะมีคุณสมบัติที่ดีเด่นในด้านการปรับความเร็วได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำสุดจนถึงสูงสุด นิยมใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานทอผ้า</div><div>2.มอเตอร์กระแสสลับ     มอเตอร์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้ากระแสสลับ  เป็นเครื่องกลไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล</div><div><br>8.ทรานซิสเตอร์</div><div>คือ  อุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ ใช้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่</div><div><br>การทำงาน</div><div><br>การทำงานของทรานซิสเตอร์เปรียบได้กับ<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1">วาล์ว</a>ควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้า เพื่อปรับขนาด<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2">กระแสไฟฟ้า</a>ขาออกที่จ่ายมาจาก<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9F">แหล่งจ่ายไฟ</a></div><div><br>ประเภท</div><div><br>แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่</div><div>1.ทรานซิสเตอร์ชนิดNPN</div><div>2.ทรานซิสเตอร์ชนิดPNP    </div><div>            <strong>การทำงานของทรานซิสเตอร์</strong><br>รูปแสดงทรานซิสเตอร์ชนิด NPN และชนิด PNP จากภาพขยายจะเห็นว่าทรานซิสเตอร์นั้นจะประกอบด้วยไดโอดจำนวน 2 ตัว ได้แก่ เบส - คอลเลคเตอร์ไดโอด และเบส-อิมิตเตอร์ไดโอด โดยเมื่อเป็นทรานซิสเตอร์ชนิด NPN ไดโอดทั้งสองจะต่อกันแบบหลังชนหลัง แต่ถ้าเป็นทรานซิสเตอร์ชนิด PNP ไดโอดทั้งสองจะชี้เข้าไปยังขาเบส<br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://www.chontech.ac.th/~electric/e-learn/unit12/pic/t6.gif" width="404" height="285"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure> </div><div> </div><div><br> <br><br></div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:15:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223333969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.วีรภัทรา สมบูรณ์วงศ์ เลขที่34</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223334888</link>
         <description><![CDATA[<div><br> 1.ไฟฟ้า <br> • ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้อง กับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง การเคลื่อนที่<br> • มีการทำงานจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตรอน<br> •ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1 )ไฟฟ้าสถิต คือไฟฟ้าที่เกิดจากการขัดถูกันจากวัตถุ 2 ชนิด จนเกิดไฟฟ้าขึ้นชั่วคราว <br> 2 )ไฟฟ้ากระแส คือไฟฟ้าจากการหมุนของขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กถาวรเป็นเวลานานจนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าขึ้น เราเรียกไฟฟ้าแบบนี้ว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ มีไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากเซลล์ไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่าแบตเตอรี่ ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารเคมีกับโลหะจนเกิดไฟฟ้ขึ้น เซลล์ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งคือเซลล์ไฟฟ้าแห้งทำจากสารเคมีหลายชนิดบรรจุไว้ในก้อนเมื่อใช้งานจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น เช่นถ่านไฟฉาย เราเรียกไฟฟ้าชนิดนี้ว่าไฟฟ้ากระแสตรง <br> <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 2. อิเล็กทรอนิกส์<br> • อิเล็กทรอนิกส์ คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit และ ชิ้นส่วน พาสซีฟ  เช่น ตัวนำไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บประจุ และคอยล์ พฤติกรรมไม่เชิงเส้นของ active component และความสามารถในการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวนำเพื่อควบคุมการทำงานของอิเล็กตรอน<br> 3. วงจรไฟฟ้า<br> • วงจรไฟฟ้า คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม<br> • มีการทำงานโดยไฟฟ้าจากขั้วบวกเดินไปยังขั้วลบ โดยใช้สวิตช์ เป็นตัวเปิดปิดการไหลของกระแสไฟฟ้า<br> • มี 3 แบบ ดังนี้<br>  1) วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br>   2) วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า<br> <br>                                                        <br> <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> <br> 3) การต่อแบบผสม (Compound Circuit)<br> <br>        การต่อแบบผสม คือ การต่อวงจรทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานเข้าไปในวงจรเดียว การต่อแบบนี้ โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กัน เพราะเกิดความยุ่งยาก จะใช้กันแต่ในทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ตัวต้านทานตัวหนึ่ง ต่ออนุกรมกับตัวต้านทานอีกตัวหนึ่ง แล้วนำตัวต้านทานทั้งสองไปต่อขนานกับตัวต้านทานอีกชุดหนึ่ง ดังในรูป <br> <br>                             <br> <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br> 4. ตัวนำไฟฟ้า<br> • ตัวนำไฟฟ้า คือ วัตถุที่มีความต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าน้อยมาก คุณสมบัติของวัตถุชนิดนี้จะนำกระแสไฟฟ้าได้ดี สารที่เป็นโลหะจะนำไฟฟ้าได้ดี เช่น เงิน ทองแดง อะลูมิเนียม ฯลฯ<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> • มีการทำงานโดยเป็นทางให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่าน<br> 5. อุปกรณ์ไฟฟ้า<br> • อุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบอื่น<br> • โดยเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ ดังนี้<br> 1)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง ได้แก่ หลอดไฟ <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า หัวแร้งบัดกรี เครื่องเป่าผม เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 3)อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล เช่น พัดลม เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องเล่น VCD ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 4) อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง เช่นเครื่องรับวิทยุ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง กระดิ่งไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 6. สวิตช์<br> • สวิตช์ คือ อุปกรณ์ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้าในส่วนที่ต้องการ ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ<br> • มีการทำงานโดยต่ออนุกรมเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า<br> • มี 2 ประเภท คือ<br> 1) สวิตช์ทางเดียว สามารถปิด-เปิดวงจรไฟฟ้าส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น วงจรของหลอดไฟฟ้าหลอดใดหลอดหนึ่ง เป็นต้น<br> 2) สวิตช์สองทาง สามารถบังคับการไหลของกระแสไฟฟ้าได้สองทาง คือ ถ้ากระแสไหลทางใดทางหนึ่งอีกทางหนึ่งจะไม่มีกระแสไหล เช่น สวิตช์ของไฟที่บันไดที่สามารถเปิด-ปิดได้ทั้งอยู่ชั้นบนและชั้นล่าง ทำให้สะดวกในการใช้<br> - ไม่ควรใช้สวิตช์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เพราะกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสวิตช์มากเกินไปจะทำให้จุดสัมผัสเกิดความร้อนสูงและทำให้สวิตช์ไหม้ได้<br> 7. มอเตอร์ไฟฟ้า<br> • มอเตอร์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังกล มอเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไปต้องการความเร็ว รอบหรือกำลังงานที่แตกต่างกัน <br> • มีการทำงานโดยเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br> • มี 2 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้<br> 1)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current Motor) หรือเรียกว่าเอ.ซี มอเตอร์ (A.C. MOTOR) <br> 2)มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Motor ) หรือเรียกว่าดี.ซี มอเอตร์ (D.C. MOTOR) <br> 8.ทรานซิสเตอร์<br> • ทรานซิสเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ มีหน้าที่ในการคอนโทรลการไหลของกระแสไฟฟ้า(ทั้งอนุญาตให้ไหล และบล็อคไม่ให้ไหลผ่าน) ซึ่งคล้ายๆกับไดโอด แต่ทรานซิสเตอร์สามารถทำอะไรได้มากกว่า เพราะนอกจากจะคอนโทรลทิศทางการไหลได้แล้ว ยังสามารถควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าได้ด้วย, ความสามารถดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะสารกึ่งตัวนำภายในตัวมัน<br> • มีการทำงานโดยคอนโทรลทิศทางและปริมาณกระแสไฟฟ้า <br> • แบ่งได้ 2 ประเภท คือ<br> 1) NPN <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด N 2 ตัวและชนิด P 1 ตัววางตัวสลับกันหรืออาจเรียกได้ว่า (Negative-Positve-Negative)<br> N<br> P<br> N<br> <br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> 2) PNP <br> • สารกึ่งตัวนำของทรานซิสเตอร์ประเภทนี้ ประกอบด้วยสารชนิด P 2 ตัวและชนิด N 1 ตัววางตัวสลับกัน (Positve-Negative-Positve)<br> P<br> N<br> P<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><br> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:16:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223334888</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.ไฟฟ้า คือ..พลังงานรูปเเบบหนึ่งที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโปรตรอน นิวตรอน อิเล็กตรอน-มี 2 ประเภท  =ไฟฟ้าสถิต คือ= ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์ เมื่อนำกระดาษหรือฟางข้าวมาใกล้ๆกับเเท่งยางจะทำให้เเท่งยางดูดเศษกระดาษขึ้นมา  =ไฟฟ้ากระแสคือ= การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่น เเหล่งกำเนิดไฟ้ฟ้าไหลไปยังเเหล่งที่ต้องการไฟฟ้าทำให้เกิดเเสงสว่าง2.อิเล็กทรอนิกส์   คือ..การนำสัญญาณไฟฟ้าไปใช้งาน การควบคุมและออกแบบสัญญาณไฟฟ้าอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานสัญญาณไฟฟ้าให้ เป็นไปตามที่ออกแบบไว้-อิเล็กทรอนิกส์มีวิธีการทำงานที่หลากหลายเเละยังมีรูปเเบบมากมาย  เช่น ทีวี โทรศัพท์ หม้อหุงข้าว ฯลฯ3.วงจรไฟฟ้าคือ..ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม-มี 3 ประเภท : วงจรอนุกรม    การต่อวงจรแบบอนุกรมจะมีทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน : วงจรขนาน กระแสไฟฟ้าที่ไหลจะสามารถไหลได้หลายทางขึ้นอยู่กับตัวของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาต่อขนานกัน : วงจรผสม เป็นการนำเอาคุณสมบัติของวงจรอนุกรม และคุณสมบัติของวงจรขนานมารวมกัน4.ตัวนำไฟฟ้าคือ..  สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย-มีการทำงานโดนการเป็นทางผ่านให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่านไปยังอุปกรณ์อีกอย่างหรืออีกชิ้น-โดยส่วนใหญ่ตัวนำไฟฟ้าจะเปนโลหะ เช่น ทองเเดง เหล็ก ฯลฯ5.อุปกรณ์ไฟฟ้าคือ..อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน -มีหลักการทำงานโดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปเเบบอื่น เช่น พัดลม ทีวี เเอร์ หม้อหุงข้าว ฯลฯ-มี 4 ประเภท : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใหัพลังงานกล : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเเสง : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง6. สวิตช์ คือ..อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร -มีหลักการทำงาน คือ หน้าสัมผัสที่อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด ได้-มี 7 ประเภท :  สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ที่ใช้เปิด-ปิดการทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน : สวิตช์กระดก เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง เมื่อต้องการปิดสวิตช์ให้กดอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้นระบุว่าเป็นการปิด :  สวิตช์กด  ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน : สวิตช์แบบก้านยาว  เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์   : สวิตช์แบบหมุน เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม    : สวิตช์แบบไมโคร  คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง  : สวิตช์แบบดิพ  เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพที่มีขนาดเล็ก7.มอเตอร์ไฟฟ้าคือ..เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล -มีหลักการทำงาน คือ เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม- มี 2 ประเภท คือ : มอเตอร์กระแสตรง  -มี 4 ประเภท : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใหัพลังงานกล : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเเสง : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง6. สวิตช์ คือ..อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร -มีหลักการทำงาน คือ หน้าสัมผัสที่อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด ได้-มี 7 ประเภท :  สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ที่ใช้เปิด-ปิดการทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน : สวิตช์กระดก เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง เมื่อต้องการปิดสวิตช์ให้กดอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้นระบุว่าเป็นการปิด :  สวิตช์กด  ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน : สวิตช์แบบก้านยาว  เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์   : สวิตช์แบบหมุน เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม    : สวิตช์แบบไมโคร  คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง  : สวิตช์แบบดิพ  เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพที่มีขนาดเล็ก7.มอเตอร์ไฟฟ้าคือ..เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล -มีหลักการทำงาน คือ เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม- มี 2 ประเภท คือ : มอเตอร์กระแสตรง  -มี 4 ประเภท : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานความร้อน : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใหัพลังงานกล : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเเสง : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานเสียง6. สวิตช์ คือ..อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร -มีหลักการทำงาน คือ หน้าสัมผัสที่อยู่ภายในซึ่งคล้ายกับสะพานเชื่อมให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรไฟฟ้าได้ สวิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด ได้-มี 7 ประเภท :  สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ที่ใช้เปิด-ปิดการทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน : สวิตช์กระดก เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง เมื่อต้องการปิดสวิตช์ให้กดอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้นระบุว่าเป็นการปิด :  สวิตช์กด  ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน : สวิตช์แบบก้านยาว  เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์   : สวิตช์แบบหมุน เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม    : สวิตช์แบบไมโคร  คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง  : สวิตช์แบบดิพ  เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพที่มีขนาดเล็ก7.มอเตอร์ไฟฟ้าคือ..เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล -มีหลักการทำงาน คือ เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม- มี 2 ประเภท คือ : มอเตอร์กระแสตรง  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223335729</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;พิณภัสสร คิดเข่ม เลขที่ 29&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:18:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223335729</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223336444</link>
         <description><![CDATA[พ ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:19:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223336444</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวศตนันท์ ปรีชาสุนทรรัตน์ เลขที่ 35 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223337043</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;1.ไฟฟ้า&nbsp;<br>คือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล มีการทำงานโดยอิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน<br>แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ไฟฟ้าสถิตและไฟฟ้่ากระแส&nbsp;<br><br>&nbsp;2.อิเล็กทรอนิกส์<br>คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component&nbsp;<br>การทำงาน-ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนทำให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียง&nbsp;<br>มี 2 ประเภทได้แก่ 1.วงจรอะนาล็อก เช่นเครื่องรับวิทยุ 2.วงจรดิจิทัลเช่น ลอจิกเกต&nbsp;<br><br>&nbsp;3.วงจรไฟฟ้า&nbsp;<br>คือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม&nbsp;<br>การทำงาน-การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่อยู่ภายในวงจรจะเริ่มจากแหล่งจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า มี 2 ประเภทได้แก่&nbsp;<br>1.วงจรอนุกรมหมายถึง การนำเอาอุปกรณ์ทางไฟฟ้ามาต่อกันในลักษณะที่ปลายด้านหนึ่งต่อเข้ากับอีกด้านหนึ่งของตัวถัดไป และจะต่อลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งการต่อแบบนี้จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางเดียว&nbsp;<br>2.วงจรขนาน-เกิดจากการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปให้ขนานกับแหล่งจ่ายไฟ ส่วนทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าจะมีตั้งแต่ 2 ทิศทางขึ้นไป&nbsp;<br><br>&nbsp;</div><div>4.ตัวนำไฟฟ้า<br>คือวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>การทำงาน-โดยการทำงานคือการที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าเพื่อไปต่อกับอุปกรณ์ต่างๆส่วนใหญ่ตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะ เช่นทองแดง เงิน เหล็ก</div><div><br>&nbsp;</div><div>5.อุปกรณ์ไฟฟ้า<br>คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>การทำงาน-มีการทำงานโดยแปลเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานอื่นเช่นพลังงานความร้อน พลังงานกลเป็นต้น<br>แบ่งได้4ชนิด ได้แก่&nbsp;<br>1.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานแสง 2.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานความร้อน 3.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานกล&nbsp;<br>4.อุปกรณ์ที่ให้พลังงานเสียง<br>เช่น-โทรทัศน์ เครื่องเสียง พัดลม&nbsp; คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ<br><br>6. สวิตช์<br>คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนี่ง<br>การทำงาน-ใช้เป็นตัวในการเปิดปิดสัญญาณไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า<br>มี7แบบคือ<br>1.แบบเลื่อน<br>2.แบบกระดก<br>3.แบบกด<br>4.แบบก้านยาว<br>5.แบบหมุน<br>6.แบบไมโคร<br>7.แบบดิพ<br>ในการทำงานของสวิตช์จะมี2อย่างคือวงจรเปิดและวงจรปิด<br>-วงจรเปิดคือ</div><div>หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน<br>-วงจรปิดคือ</div><div>หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน&nbsp;<br><br>7.มอเตอร์ไฟฟ้า&nbsp;</div><div>คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล&nbsp;</div><div>การทำงาน-ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งานตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใช้มอเตอร์ฉุดลาก เป็นต้น&nbsp; นอกจากนั้นแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า&nbsp;</div><div>มอเตอร์มี 2 ประเภท คือ&nbsp;</div><div>1.มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้&nbsp;</div><div>2.มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์&nbsp;</div><div>&nbsp;<br>8.ทรานซิสเตอร์&nbsp;<br>คืออุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิด/ปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า&nbsp;</div><div>การทำงาน-เปรียบได้กับวาล์วควบคุมที่ทำงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าที่ขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่จ่ายมาจากแหล่งจ่ายไฟ&nbsp;</div><div>สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ&nbsp;</div><div>1.)&nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN&nbsp;</div><div>2.)&nbsp; &nbsp; ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP&nbsp;</div><div>&nbsp;ทรานซิสเตอร์มีขาต่อใช้งานทั้งหมดสามขา คือ&nbsp;<br>-ขาคอลเล็กเตอร์(C)<br>-ขาอิมิตเตอร์(E)<br>-ขาเบส(B)&nbsp;<br>และการนำไปใช้งานเราต้องจัดไฟให้ทรานซิสเตอร์ทำงาน เรียกว่าการไบแอส(Bias)&nbsp;</div><div><br>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:20:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223337043</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223338767</link>
         <description><![CDATA[1.ไฟฟ้า
-ไฟ้ฟ้่าคือพลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ในการสร้างพลังงานอื่น เช่น พลังงานความร้อน พลังงานกล.
-มีการทำำงานโดยอิเอ็กตรอนเดินทางไปหาโปรตรอน
-ไฟฟ้าแบ่งได้ 2 ประเภท ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้่ากระแส]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:23:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223338767</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.สุรารักษ์ โตสกุล เลขที่38</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223341551</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ไฟฟ้าคือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน ให้เกิดพลังงาน<br>ประเภท:เเบ่งออกได้ 2 คือ<br>1.ไฟฟ้าสถิต=เกิดจากการเสียดสีของสิ่งของ<br>2.ไฟฟ้ากระเเส=เเบ่งออกเป็นกระเเสตรงเเละกระเเสสลับ<br><br>2.อิเล็กทรอนิกส์คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่เป็น active componentเช่น&nbsp;<br>-หลอดสูญญากาศ -ทรานซิสเตอร์&nbsp;<br>-ไดโอด<br>-Integrated Circuit&nbsp;<br>-ชิ้นส่วน พาสซีฟ<br><br>3.วงจรไฟฟ้าคือทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิด<br>&nbsp;มี3ประเภท<br>1.การต่อเเบบอนุกรมการต่อวงจรแบบอนุกรมจะมีทางเดินของกระแสไฟฟ้าได้ทางเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งเปิดวงจรหรือขาด จะทำให้วงจรทั้งหมดไม่ทำงาน<br>2.การต่อเเบบขนาน กระเเสไฟฟ้าผ่านได้หลายทาง<br>3.การต่อเเบบผสม(รวมอนุกรมเเละขนาน)<br><br>4.ตัวนำไฟฟ้า วัสดุที่ยอมให้กระเเสไฟฟ้าไหลผ่าน<br>วัสดุที่ใช้เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่น&nbsp;<br>-โลหะเงิน&nbsp;<br>-โลหะทองแดง<br>-โลหะผสมต่าง ๆ&nbsp;<br><br>5.อุปกรณ์ไฟฟ้าอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>หลักการทำงานจะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นไปตามประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสง&nbsp;<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงานกล<br>-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้พลังงาน<br><br>6.สวิตซ์อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร&nbsp;<br>หลักการทำงาน:เปิดปิดกระเเสไฟฟ้าในวงจร<br>ประเภท:มีหลายประเภท เช่น สวิตซ์เลื่อน สวิตซ์กด สวิตซ์ก้านยาว สวิตซ์หมุน&nbsp;<br><br>7.มอเตอร์ไฟฟ้าคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไฟฟ้าเป็นพลังงานกล<br>หลักการทำงาน:ขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม<br>ประเภท:มี 2 ประเภท คือ<br>1. มอเตอร์กระแสตรง &nbsp;<br>2. มอเตอร์กระแสสลับ&nbsp;<br><br>8.ทรานซิสเตอร์ คือเป็นอุปกรณ์สารกึงตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน<br>การทำงานของทราสซิสเตอร์เปรียบได้กับวาลว์ที่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟฟ้าขาเข้า เพื่อปรับขนาดกระแสไฟฟ้าขาออกที่มาจากแหล่งจ่ายแรงดัน<br>ประเภท:เเบ่งออกได้ 2 ประเภท<br>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN<br>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:28:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223341551</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด..</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223344031</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:33:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223344031</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223345412</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:35:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223345412</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ชญาดา วัฒนไพดรจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223346788</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:38:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223346788</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.ชญาดา วัฒนไพโรจน์ ม.3/2 เลขที่ 20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223347706</link>
         <description><![CDATA[<div>•ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;พลังงานรูปหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปอื่นได้ เช่น พลังงานกล พลังงานความร้อน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประจุเคลื่อนที่ผ่านตัวนำไฟฟ้า ในหนึ่งหน่วยพื้นที่หน้าตัด ในหนึ่งหน่วยเวลา</div><div><br></div><div>ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity )&nbsp;</div><div>ไฟฟ้าสถิต คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น ซึ่งพลังงานนี้สามารถดูดเศษกระดาษหรือฟางข้าวเบา ๆ ได้ เช่น เอาแท่งยางแข็งถูกับผ้าสักหลาด หรือครั่งถูกับผ้าขนสัตว์</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:359,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://677b1ad9-0baa-44b9-9158-77395672acc6/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:808}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://677b1ad9-0baa-44b9-9158-77395672acc6/imagepng" width="808" height="359"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div>ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity )</div><div>ไฟฟ้ากระแสคือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D .C )&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอดระยะเวลาที่วงจรไฟฟ้าปิด<br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:292,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://147c6b16-b089-49c8-93fb-339e8405857b/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:456}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://147c6b16-b089-49c8-93fb-339e8405857b/imagepng" width="456" height="292"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;-ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C. )</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นไฟฟ้าที่มีการไหลกลับไป กลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ<br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:288,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://c38de5de-5b5a-42a1-a93e-76a5897bddd1/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:288}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://c38de5de-5b5a-42a1-a93e-76a5897bddd1/imagepng" width="288" height="288"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•อิเล็กทรอนิกส์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div>•วงจรไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทางเดินของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวนำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด แล้วไหลกลับไปยังแหล่งกำเนิดเดิม</div><div><br></div><div>วงจรอนุกรม เป็นการนำเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดหลายๆ อันมาต่อเรียงกันไปเหมือนลูกโซ่ กล่าวคือ ปลายของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 1&nbsp; นำไปต่อกับต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวที่ 2 &nbsp; และต่อเรียงกันไปเรื่อย ๆ จนหมด แล้วนำไปต่อเข้ากับแหล่งกำเนิด&nbsp;</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:166,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://9c67d208-eca0-4dcd-b642-301eab07f521/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:706}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://9c67d208-eca0-4dcd-b642-301eab07f521/imagepng" width="706" height="166"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>วงจรขนาน&nbsp; เป็นการนำเอาต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ตัวมาต่อรวมกัน และต่อเข้ากับแหล่งกำเนิดที่จุดหนึ่ง&nbsp; นำปลายสายของทุก ๆ ตัวมาต่อรวมกันและนำไปต่อกับแหล่งกำเนิดอีกจุดหนึ่งที่เหลือ</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:158,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://9b49921c-868a-4ba9-af98-27ceeb1fa86e/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:698}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://9b49921c-868a-4ba9-af98-27ceeb1fa86e/imagepng" width="698" height="158"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>วงจรผสม&nbsp; เป็นวงจรที่นำเอาวิธีการต่อแบบอนุกรม และวิธีการต่อแบบขนานมารวมให้เป็นวงจรเดียวกัน</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:184,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://8300eba8-4a98-4501-9e7e-02b1116beb13/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:665}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://8300eba8-4a98-4501-9e7e-02b1116beb13/imagepng" width="665" height="184"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•ตัวนำไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำ ได้แก่ ทองแดง อลูมิเนียม ทอง และเงิน</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•อุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน</div><div><br></div><div>1.เมนสวิทช์ (Main Switch)</div><div>ใช้สำหรับต่อวงจรของสายเมนเข้าอาคารกับสายภายในทังหมด เป็นอุปกรณ์สับปลดวงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากมิเตอร์&nbsp;</div><div>หน้าที่ของเมนสวิทช์ คือ คอยควบคุมการใช้ไฟ้าให้เกิดความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้าเกิน หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร</div><div>2.เบรกเกอร์ (เซอร์กิตเบรคเกอร์) หรือสวิทช์อัตโนมัติ หมายถึงอุปกรณ์ที่สามารถใช้สับหรือปลดวงจรไฟฟ้าได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถปลดวงจรที่มีการใช้กระแสไฟฟ้าเกิน และกระแสลัดวงจรได้โดยอัตโนมัติ โดยกระแสลัดวงจรนั้นต้องไม่เกินขนาดพิกัดในการตัดกระแสลัดวงจรของเครื่อง (IC)</div><div>3.ฟิวส์ เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินชนิดหนึ่งโดยจะตัดวงจรไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่กำหนด และเมื่อฟิวส์ทำงานแล้วจะต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ ขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) ของฟิวส์ต้องไม่ต่ำกว่าขนาดกระแสลัดวงจรที่ผ่านฟิวส์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.เครื่องตัดไฟรั่ว หรือ เครื่องตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน (ELCB, GFCI, RCD, RCCB, RCBO) หมายถึง สวิทช์อัตโนมัติที่สามารถปลดวงจรได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อมีกระไฟ้ารั่วไหลลงดินในปริมาณมากกว่าค่าที่กำหนดไว้ เครื่องตัดไฟรั่วมักจะใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสริมกับระบบสายดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้มีไฟรั่วเกิดขึ้น</div><div>&nbsp;5.สายดินเพือ่ความปลอดภัย สายเขียว สายดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าสายดินเครื่องใช้ไฟฟ้า (Equipment Grounding Conductor หรือ Protective Conductor หรือ P.E.) มักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า สายดิน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;6.หลักดิน (Ground rod หรือ Grounding Electrode หรือ Earth Electrode) หมายถึง แท่งหรือแผ่นโลหะที่ฝังอยู่ในดินเพื่อทำหน้าที่แพร่หรือกระจายประจุไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าให้ไหลลงสู่ดินได้โดยสะดวก วัตถุที่จะนำมาใช้เป็นหลักดิน&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;7.สายต่อหลักดิน (Grounding Electrode Conductor หรือ Earthing Conductor) คือ สายตัวนำที่ใช้ต่อระหว่างหลักดินกับส่วนที่ต้องการต่อลงดิน ซึ่งในที่นี้หมายถึงสายที่ต่อระหว่างหลักดินกับขั้วต่อสายศูนย์หรือขั้วต่อสายดินในแผงสวิทช์ประธาน (ตู้เมนสวิทช์) เพื่อให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการต่อลงดิน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;8.เต้ารับ หรือปลั๊กตัวเมีย คือ ขั้วรบสำหรับหัวเสียบจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติเต้ารับจะติดตั้งกับที่ เช่น ติดอยู่กับผนังอาคารเป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;9.เต้าเสียบ หรือปลั๊กตัวผู้ คือ ขั้วหรือหัวเสียบจากเครื่องไฟฟ้าเพื่อเสียบเข้ากับเต้ารับทำให้สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นได้</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•สวิตซ์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้า</div><div><br></div><div>หลักการทำงาน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วงจรเปิด หน้าสัมผัสไม่เชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเอง</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:67,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://8197aebf-4fb4-4035-9319-86fc844c8006/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:179}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://8197aebf-4fb4-4035-9319-86fc844c8006/imagepng" width="179" height="67"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วงจรปิด หน้าสัมผัสเชื่อมต่อกัน กระแสไฟฟ้าสามารถไหลในวงจรได้ ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงาน แต่เรามักจะเรียกกันว่าเป็นการเปิดสวิตช์ ซึ่งหมายถึงการเปิดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า</div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:49,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://2f3c8af2-fc1a-4d61-bd01-62101ec96737/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:189}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://2f3c8af2-fc1a-4d61-bd01-62101ec96737/imagepng" width="189" height="49"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div>ประเภท</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)&nbsp; นิยมใช้เป็นอุปกรณ์เปิด ปิด สิ่งของประเภทของเล่นเด็ก และเครื่องใช้ต่างๆ เช่น นาฬิกาปลุก ไฟฉาย</div><div><br></div><div>สวิตช์กระดก&nbsp; เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง ส่วนอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีตัวอักษรระบุการทำงานบนตัวสวิตช์ เช่น เปิด ปิด On-OFF เราจะพบเห็นการใช้สวิตช์กระดกนี้กับหลอดไฟ ปลั๊กราง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สวิตช์กด&nbsp; ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน คือ กดปุ่มที่อยู่ส่วนกลางสวิตช์&nbsp; กดปุ่มสวิตช์หนึ่งครั้งสวิตช์ต่อ (ON) และเมื่อกดปุ่มสวิตช์อีกหนึ่งครั้งสวิตช์ตัด (OFF) การทำงานเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา&nbsp; แต่สวิตช์แบบกดบางแบบอาจเป็นชนิดกดติดปล่อยดับ (Momentary) คือขณะกดปุ่มสวิตช์เป็นการต่อ (ON) เมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มสวิตช์เป็นการตัด (OFF) ทันที&nbsp; เช่น ปุ่มปิด เปิดโทรทัศน์ รีโมท คอมพิวเตอร์</div><div><br></div><div>สวิตช์แบบก้านยาว</div><div>สวิตช์แบบก้านยาว (Toggle Switch) เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยโยกก้านสวิตช์ให้ขึ้นบนหรือลงล่าง&nbsp; ในการโยกก้านสวิตช์ขึ้นมักจะเป็นการต่อ (ON) และโยกก้านสวิตช์ลงมักจะเป็นการตัด (OFF)&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>สวิตช์แบบหมุน</div><div>สวิตช์แบบหมุน (Rotary Switch) หรือเรียกว่าสวิตช์แบบเลือกค่า (Selector Switch) เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม&nbsp; สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง&nbsp; มีหน้าสัมผัสสวิตช์ให้เลือกต่อมากหลายตำแหน่ง&nbsp; เช่น 2, 3, 4&nbsp; หรือ&nbsp; 5&nbsp; ตำแหน่ง เป็นต้น &nbsp;</div><div><br></div><div>สวิตช์แบบไมโคร &nbsp;</div><div>เป็นสวิตช์แบบไมโคร&nbsp; (Microswitch) คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง&nbsp; แต่เป็นสวิตช์ที่สามารถใช้แรงจำนวนน้อยๆ กดปุ่มสวิตช์ได&nbsp; ก้านสวิตช์แบบไมโครสวิตช์มีด้วยกันหลายแบบ&nbsp; อาจเป็นปุ่มกดเฉยๆ&nbsp; หรืออาจมีก้านแบบโยกได้มากดปุ่มสวิตช์อีกทีหนึ่ง&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์&nbsp; ทำได้โดยกดปุ่มสวิตช์หรือกดก้านคันโยกเป็นการต่อ (ON) และเมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มหรือก้านคันโยกเป็นการตัด (OFF)&nbsp;</div><div><br></div><div>สวิตช์แบบดิพ&nbsp;</div><div><br></div><div>สวิตช์แบบดิพ (DIP Switch) คำว่าดิพ (DIP) มาจากคำเต็มว่าดูอัลอินไลน์แพกเกจ (Dual Inline Package) เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพ (Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อวงจรได้&nbsp; การควบคุมตัดต่อสวิตช์แบบดิพจะต้องใช้ปลายมปากกาหรือปลายดินสอในการปรับเลื่อนสวิตช์&nbsp; สวิตช์แบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผ่นวงจรพิมพ์&nbsp; (Printed Cricuit Board) ใช้กับกระแสไม่เกิน 30mA ที่แรงดัน 30VD&nbsp;</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•มอเตอร์ไฟฟ้า</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ประกอบด้วยขดลวดที่พันรอบแกนโลหะที่วางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก โดยเมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็ก จะทำให้ขดลวดหมุนไปรอบแกน และเมื่อสลับขั้วไฟฟ้า การหมุนของขดลวดจะหมุนกลับทิศทางเดิม</div><div>&nbsp;มอเตอร์ (Motor) มี 2 ประเภท คือ</div><div>1.มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor)</div><div>เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงผ่านเข้าไปในขดลวดอาร์เมเจอร์เพื่อทำให้เกิดการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดมอเตอร์จึงหมุนได้</div><div>2.มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor)เป็นมอเตอร์ที่ต้องใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ โดยใช้หลักการดูดและผลักกันของแม่เหล็กถาวรกับแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดมาทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>•ทรานซิสเตอร์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาจากไดโอด ซึ่งคุณสมบัติของทรานซิสเตอร์นั้นสามารถนำไปใช้งานในด้านขยายสัญญาณ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง&nbsp;</div><div>ทรานซิสเตอร์สามารถเเบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ประเภทคือ</div><div>1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN</div><div>2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP<br><br><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:903,&quot;url&quot;:&quot;webkit-fake-url://c313abb5-0105-436d-81d4-6a183cd47cb7/imagepng&quot;,&quot;width&quot;:1280}" data-trix-content-type="image"><img src="webkit-fake-url://c313abb5-0105-436d-81d4-6a183cd47cb7/imagepng" width="1280" height="903"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:39:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223347706</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223349314</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:42:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223349314</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จุฑามาศ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223350301</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:44:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223350301</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด.ญ.จิณห์วรา หิรัญรัตน์ ม.3/2 เลขที่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223356855</link>
         <description><![CDATA[<div>-ไฟฟ้า-<br>&gt;คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน<br>&gt; มีหลักการทำงาน : อิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตอน<br>&gt; โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ<br>3.1 ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity )&nbsp;<br>3.2 ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity)<br><br>-อิเล็กทรอนิกส์-<br>&gt; คือ วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่<br>&gt; โดยวงจรอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: แอนะล็อกและดิจิทัล&nbsp;<br>&gt; อิเล็กทรอนิกส์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารข้อมูลโทรคมนาคม เช่น วิทยุ&nbsp;<br><br>-วงจรไฟฟ้า-<br>&gt; คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวต้านทาน และเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วกลับไปที่เดิม<br>&gt; มีหลักการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ<br>&gt; วงจรไฟฟ้ามีด้วยกันอยู่ 3 ประเภท คือ<br>1.วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม&nbsp; (Series Electrical Circuit)<br>2.วงจรไฟฟ้าแบบขนาน&nbsp; &nbsp; (Parallel Electrical Circuit)<br>3.วงจรไฟฟ้าแบบผสม&nbsp; &nbsp; &nbsp; (Series-Parallel Electrical Circuit)<br>&nbsp;<br>-ตัวนำไฟฟ้า-<br>&gt;เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>&gt;การทำงานเป็นตัวกลางการไหลของไฟฟ้า เพื่อให้วงจรไฟฟ้านั้นเป็นวงจรปิด<br>&gt;ตัวอย่างตัวนำไฟฟ้า<br>-โลหะ อลูมิเนียม<br>-กรดกำมะถัน<br>-ทองแดง<br>-เงิน<br><br>-อุปกรณ์ไฟฟ้า-<br>&gt; คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>&gt; ทำงานโดยเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้า ให้เป็นพลังงานในรูปแบบอื่นๆ เช่น เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานความร้อน เป็นต้น<br>&gt;แบ่งเป็น 4 ประเภท<br>-ให้แสง<br>-ให้ความร้อน<br>-ให้พลังงานกล<br>-ให้พลังงานเสียง<br>&gt;ตัวอย่างอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-เตารีด<br>-เครื่องซักผ้า<br>-โทรทัศน์<br><br>-สวิตซ์-<br>&gt; คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร&nbsp;<br>&gt;ทำงานโดยควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า<br>&gt;มีหลายประเภท<br>เช่น สวิตซ์แบบกด สวิตซ์แบบก้านยาวฯ<br><br>-มอเตอร์ไฟฟ้า-<br>&gt;คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานกล&nbsp;<br>&gt;ทีหลักการทำงานใช้ควบคุมเครื่องจักรชนิดอื่น<br>&gt;ประเภท แบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง<br><br>-ทรานซิสเตอร์-<br>&gt;คือ อุปกรณ์สางกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>&gt;โดยจะ ใช้ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิดปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า<br>&gt;ประเภท<br>-Bipolar Junction Transistor (BJT)<br>-Field-Effect Transistor (FET)<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:55:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223356855</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223358283</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ.จิณห์วรา หิรัญรัตน์ ม.3/2 เลขที่ 18<br>-ไฟฟ้า-<br>&gt;คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน<br>&gt; มีหลักการทำงาน : อิเล็กตรอนเดินทางไปหาโปรตอน<br>&gt; โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ<br>3.1 ไฟฟ้าสถิต ( Static Electricity )&nbsp;<br>3.2 ไฟฟ้ากระแส ( Current Electricity)<br><br>-อิเล็กทรอนิกส์-<br>&gt; คือ วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งว่าด้วยหลักการเกี่ยวกับคุณสมบัติอิเล็กตรอน ตลอดจนการผลิต และการควบคุมอิเล็กตรอนให้ทำหน้าที่<br>&gt; โดยวงจรอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม: แอนะล็อกและดิจิทัล&nbsp;<br>&gt; อิเล็กทรอนิกส์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารข้อมูลโทรคมนาคม เช่น วิทยุ&nbsp;<br><br>-วงจรไฟฟ้า-<br>&gt; คือ ทางเดินของกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาจากแหล่งกำเนิดผ่านตัวต้านทาน และเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วกลับไปที่เดิม<br>&gt; มีหลักการนำเอาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาจ่ายแรงดันและกระแสให้กับโหลด โดยผ่านลวดตัวนำ<br>&gt; วงจรไฟฟ้ามีด้วยกันอยู่ 3 ประเภท คือ<br>1.วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม&nbsp; (Series Electrical Circuit)<br>2.วงจรไฟฟ้าแบบขนาน&nbsp; &nbsp; (Parallel Electrical Circuit)<br>3.วงจรไฟฟ้าแบบผสม&nbsp; &nbsp; &nbsp; (Series-Parallel Electrical Circuit)<br>&nbsp;<br>-ตัวนำไฟฟ้า-<br>&gt;เป็นวัตถุหรือประเภทของวัสดุที่ให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้หนึ่งหรือหลายทิศทาง<br>&gt;การทำงานเป็นตัวกลางการไหลของไฟฟ้า เพื่อให้วงจรไฟฟ้านั้นเป็นวงจรปิด<br>&gt;ตัวอย่างตัวนำไฟฟ้า<br>-โลหะ อลูมิเนียม<br>-กรดกำมะถัน<br>-ทองแดง<br>-เงิน<br><br>-อุปกรณ์ไฟฟ้า-<br>&gt; คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน<br>&gt; ทำงานโดยเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้า ให้เป็นพลังงานในรูปแบบอื่นๆ เช่น เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานความร้อน เป็นต้น<br>&gt;แบ่งเป็น 4 ประเภท<br>-ให้แสง<br>-ให้ความร้อน<br>-ให้พลังงานกล<br>-ให้พลังงานเสียง<br>&gt;ตัวอย่างอุปกรณ์ไฟฟ้า<br>-เตารีด<br>-เครื่องซักผ้า<br>-โทรทัศน์<br><br>-สวิตซ์-<br>&gt; คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร&nbsp;<br>&gt;ทำงานโดยควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า<br>&gt;มีหลายประเภท<br>เช่น สวิตซ์แบบกด สวิตซ์แบบก้านยาวฯ<br><br>-มอเตอร์ไฟฟ้า-<br>&gt;คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานกล&nbsp;<br>&gt;ทีหลักการทำงานใช้ควบคุมเครื่องจักรชนิดอื่น<br>&gt;ประเภท แบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ<br>-มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง<br><br>-ทรานซิสเตอร์-<br>&gt;คือ อุปกรณ์สางกึ่งตัวนำที่สามารถควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้<br>&gt;โดยจะ ใช้ขยายสัญญาณไฟฟ้า, เปิดปิดสัญญาณไฟฟ้า, ควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ หรือกล้ำสัญญาณไฟฟ้า<br>&gt;ประเภท<br>-Bipolar Junction Transistor (BJT)<br>-Field-Effect Transistor (FET)<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 14:57:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223358283</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.ไฟฟ้า                                        คือ พลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการ เคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน หรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงอํานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดพลังงานอื่น                                  ประเภทของไฟฟ้า       1.ไฟฟ้าสถิต  คือ ไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีเมื่อเอาวัตถุบางอย่างมาถูกันจะทาให้เกิดพลังงานขึ้น          2.ไฟฟ้ากระแส คือ การไหลของอิเล็กตรอนภายในตัวนาไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ                                   -ไฟฟ้ากระแสตรง  เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลไปทางเดียวตลอด               -ไฟฟ้ากระแสสลับหรือ  เป็นไฟฟ้าที่มีการไหลกลับไป กลับมา ทั้งขนาดของกระแสไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ                                                                                                                    2. อิเล็กทรอนิกส์                          เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ใช้สารกึ่งตัวนําและอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนได้                                                  การทำงาน เป็นอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนวงจรไฟฟ้า                                               ประเภทของวงจรไฟฟ้า     3 แบบ     1. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเรียงลำดับกันไป โดยนำปลายด้านใดด้านหนึ่งของอุปกรณ์ตัวที่หนึ่งมาต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สอง จากนั้นนำปลายที่เหลือของอุปกรณ์ที่สอง ไปต่อกับอุปกรณ์ตัวที่สาม และต่อในลักษณะที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ จนถึงอุปกรณ์ตัวสุดท้ายให้ต่อปลายที่เหลือเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า                               2. วงจรไฟฟ้าแบบขนาน หมายถึง การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาต่อเรียงแบบขนานกัน โดยนำปลายด้านเดียวกันของอุปกรณ์แต่ละตัวมาต่อเข้าด้วยกัน แล้วต่อปลายของอุปกรณ์แต่ละตัวที่ต่อกันแล้วนั้นเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้      3.วงจรผสมเป็นการนำเอาคุณสมบัติของวงจรอนุกรม และคุณสมบัติของวงจรขนานมารวมกัน                                         ตัวนำไฟฟ้า คือ  คือ สสาร วัตถุ วัสดุ หรือ อุปกรณ์ที่สามารถยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่าย หรือวัตถุที่มีความต้านทานต่ำการทำงาน ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ง่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปอื่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้า1.เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน2. .เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง3. .เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล4. .เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเสียงสวิตช์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าภายในวงจร หรือกล่าวง่าย ๆ คือ อุปกรณ์เปิด ปิดกระแสไฟฟ้าภายในวงจรไฟฟ้าการทำงาน วิตช์ทำหน้าที่เปิด ปิด วงจรไฟฟ้า ทำให้วงจรไฟฟ้าเกิดการทำงานอยู่ 2 ลักษณะคือ วงจรเปิดและวงจรปิด วงจรเปิด คือลักษณะที่หน้าสัมผัสของสวิตช์ไม่เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลไปในวงจรได้ และวงจรปิด คือ การที่หน้าสัมผัสของสวิตช์เชื่อมต่อกันทำให้กระแสไฟฟ้าไหลในวงจรได้มี 7 ชนิด       สวิตช์เลื่อน เป็นสวิตช์ชนิดหนึ่งที่ใช้เปิด ปิด การทำงานของอุปกรณ์ ใช้งานโดยการเลื่อน การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยผลักเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนหรือลงล่าง  การเลื่อนสวิตช์ขึ้นบนเป็นการต่อ (ON) การเลื่อนสวิตช์ลงล่างเป็นการตัด (OFF)          สวิตช์กระดก  เป็นสวิตช์ที่ใช้งานโดยการกด เมื่อต้องการเปิดสวิตช์ก็ให้กดด้านที่ระบุว่าเป็นการเปิดสวิตช์ลง ส่วนอีกด้านที่เหลือก็จะกระดกขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีตัวอักษรระบุการทำงานบนตัว      สวิตช์กด  ใช้งานโดยการกดเปิด ปิด ในปุ่มเดียวกัน คือ กดปุ่มที่อยู่ส่วนกลางสวิตช์  กดปุ่มสวิตช์หนึ่งครั้งสวิตช์ต่อ (ON) และเมื่อกดปุ่มสวิตช์อีกหนึ่งครั้งสวิตช์ตัด (OFF) การทำงานเป็นเช่นนี้ตลอดเวลา  แต่สวิตช์แบบกดบางแบบอาจเป็นชนิดกดติดปล่อยดับ (Momentary) คือขณะกดปุ่มสวิตช์เป็นการต่อ (ON) เมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มสวิตช์เป็นการตัด (OFF)   สวิตช์แบบก้านยาว              สวิตช์แบบก้านยาว (Toggle Switch) เป็นสวิตช์ที่เวลาใช้งานต้องโยกก้านสวิตช์ไปมาโดยมีก้านสวิตช์โยกยื่นยาวออกมาจากตัวสวิตช์  การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยโยกก้านสวิตช์ให้ขึ้นบนหรือลงล่าง  ในการโยกก้านสวิตช์ขึ้นมักจะเป็นการต่อ (ON) และโยกก้านสวิตช์ลงมักจะเป็นการตัด (OFF) สวิตช์แบบหมุน            สวิตช์แบบหมุน (Rotary Switch) หรือเรียกว่าสวิตช์แบบเลือกค่า (Selector Switch) เป็นสวิตช์ที่ต้องหมุนก้านสวิตช์ไปโดยรอบเป็นวงกลม  สามารถเลือกตำแหน่งการตัดต่อได้หลายตำแหน่ง  มีหน้าสัมผัสสวิตช์ให้เลือกต่อมากหลายตำแหน่ง  เช่น 2, 3, 4  หรือ  5  ตำแหน่ง เป็นต้น  สวิตช์แบบไมโคร              เป็นสวิตช์แบบไมโคร  (Microswitch) คือสวิตช์แบบกดชนิดกดติดปล่อยดับนั่นเอง  แต่เป็นสวิตช์ที่สามารถใช้แรงจำนวนน้อยๆ กดปุ่มสวิตช์ได  ก้านสวิตช์แบบไมโครสวิตช์มีด้วยกันหลายแบบ  อาจเป็นปุ่มกดเฉยๆ  หรืออาจมีก้านแบบโยกได้มากดปุ่มสวิตช์อีกทีหนึ่ง  การควบคุมตัดต่อสวิตช์  ทำได้โดยกดปุ่มสวิตช์หรือกดก้านคันโยกเป็นการต่อ (ON) และเมื่อปล่อยมือออกจากปุ่มหรือก้านคันโยกเป็นการตัด (OFF)สวิตช์แบบดิพ สวิตช์แบบดิพ (DIP Switch) คำว่าดิพ (DIP) มาจากคำเต็มว่าดูอัลอินไลน์แพกเกจ (Dual Inline Package) เป็นสวิตช์ขนาดเล็กใช้งานร่วมกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นในรูปชิพ (Chip) ที่มีขนาดเล็กๆ หรือใช้งานกับไอซี (IC = Integrated Circuit) ลักษณะสวิตช์สามารถตัดหรือต่อวงจรได้  การควบคุมตัดต่อสวิตช์แบบดิพจะต้องใช้ปลายมปากกาหรือปลายดินสอในการปรับเลื่อนสวิตช์  สวิตช์แบบดิพมักถูกติดตั้งบนแผ่นวงจรพิมพ์  (Printed Cricuit Board) ใช้กับกระแสไม่เกิน 30mA ที่แรงดัน 30VD มอเตอร์ (Motor) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลในรูปของการหมุนเคลื่อนที่มี2ประเภท คือ1.กระแสตรง2.กระแสสลับทรานซิสเตอร์ (TRANSISTOR) คือ สิ่งประดิษฐ์ทำจากสารกึ่งตัวนำมีสามขา (TRREE LEADS) กระแสหรือแรงเคลื่อน เพียงเล็กน้อยที่ขาหนึ่งจะควบคุมกระแสที่มีปริมาณมากที่ไหลผ่านขาทั้งสองข้างได้การทำงาน ควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนได้มี 2 ประเภทคือ NPN และ PNP</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223360273</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ญ.วรลักษณ์ ปิ่นทอง ม.3/2 เลขที่ 31<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-01-22 15:01:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/223360273</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นันท์นภัส ปึงศิริเจริญ 27พิณภัสสร คิดเข่ม 29วรลักษณ์ ปิ่นทอง 31วีรภัทรา สมบูรณ์วงศ์ 34สลิลทิพย์ เจียรเจริญวัฒนา 37</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/225478769</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/255616567/7619910a308b684991daf78f79f3a14d/20180129_105518.jpg" />
         <pubDate>2018-01-29 03:56:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/weerawit_ptw/qa32/wish/225478769</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
