<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>B15 ความคิด/ความรู้สึกต่อเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ by กฤติญา ณวลัยมาศ</title>
      <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5</link>
      <description>ลองเล่าตาม PAOR ค่ะ ว่าเราคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-24 05:16:24 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-07-16 23:34:57 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>เรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ</title>
         <author>MaTongLong</author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1692932743</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383758698/8f81d27af1bb353145e3f29d85846753/Media_____________________________.mp4" />
         <pubDate>2021-08-24 05:16:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1692932743</guid>
      </item>
      <item>
         <title>PPT-เรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ</title>
         <author>MaTongLong</author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1692932744</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://1drv.ms/b/s!Aqy1ECiPxFUygd9O2878wzkwLBKKSQ?e=xwAcHY" />
         <pubDate>2021-08-24 05:16:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1692932744</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศุภกร ช้างจีน249</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1693321020</link>
         <description><![CDATA[<div>จากเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจสามารถแยกตาม PAOR ได้ ดังนี้<br>P = ครูได้ทำการวางแผนในการสอนเรื่องการตัดสินคนจากภายนอกโดยใช้ส่วนสูงมาเป็นเกณฑ์ในการแยกคนเรียนฉลาดกับเด็กอ่อนด้อย<br>A = ครูแยกเด็กตามความสูงออกเป็น 2 กลุ่มโดยเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 140cm ให้อยู่ในกลุ่มเด็กฉลาดส่วนเด็กที่มีส่วนสูงมากกว่า 140cm ให้อยู่ในกลุ่มเด็กอ่อนด้อย โดยเด็กกลุ่มอ่อนด้อยให้ใส่เสื้อกั๊กสีแดงไว้(อาจเป็นการตอกย้ำให้เด้กรู้สึกแตกแยกออกจากเพื่อนเพื่อให้้สึกมากขึ้น) นอกจากนี้ยังมีการเลือกปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเด็ก 2 กลุ่ม<br>O = สังเกตพฤติกรรมของเด็ก เช่น สีหน้า ท่าทาง ร่วมไปถึงความในใจที่เด็กรู้สึกจากการกระทำที่เลือกปฏิบัติของครู<br>R = เด็กบางคนที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ครูทำกับการกระทำของตัวเองที่ทำกับซอกแจ ทำให้เด็กนักเรียนเริ่มเข้าใจว่าไม่ควรตัดสินใครจากภายนอก ทำให้กลยุทธ์ขอครูได้ผล<br>จุดพึงระวัง : การเลือกปฏิบัติอาจทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ดีจนมีผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้จนอาจจะกระทบไปในหลายๆด้าน เช่น การไม่ชื่นชมและคอยตำหิเด็กอ่อนด้อยทั้งๆที่ก็ทำได้ไม่ต่างกับเด็กฉลาดอาจทำให้เด็กเกิดความเครียดและเรียนรู้ได้ลดลงเพราะกลยุทธ์นี้ต้องใช้เวลาในการให้เด็กเข้าใจและบรรลุถึงจุดประสงค์ของครู ดังนั้นในการเลือกวิธีมาแก้ไขควรคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านที่จะเกิดขึ้นไม่ควรทำแค่เพื่อจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาที่ 1 ได้แต่มีปัญหาที่ 2 3 4 5 ตามมา</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-24 09:20:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1693321020</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศศิธร ไข่มุกข์ 248</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1694006710</link>
         <description><![CDATA[<div>จากเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ สามารถมองหา PAOR ดังนี้</div><div>P : ครูผู้สอนภายในโรงเรียนรวมถึงผู้อำนวยการเริ่มเตรียมการและวางแผนจัดการชั้นเรียนป.4 โดยการใช้ส่วนสูงซึ่งเป็นลักษณะภายนอกเป็นเครื่องมือในการเลือกปฏิบัติกับนักเรียนที่ฉลาดและนักเรียนที่อ่อนแยกออกจากกัน</div><div>A : ครูกำหนดลักษณะความสูงที่ใช้แบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 นักเรียนที่สูงมากกว่า 140 ซม. จัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ่อน กลุ่มที่ 2 นักเรียนที่สูงต่ำกว่า 140 ซม. จัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด โดยเด็กอ่อนจะต้องใส่เสื้อกั๊กสีแดง เพื่อเป็นการทำให้นักเรียนรู้สึกถึงการแบ่งแยกกลุ่มที่ชัดเจน ซึ่งการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะทำกิจกรรมใด ครูจะชื่นชม ไม่ตำหนิและใจดีเฉพาะกับนักเรียนในกลุ่มฉลาดเท่านั้น แต่นักเรียนกลุ่มด้อยจะปฏิบัติในทางที่ไม่พอใจหรืออาจถูกตำหนิในทุกๆเรื่อง โดยทำปฏิบัติการตามแผนประมาณ 3 วัน</div><div>O : ครูทำการสังเกตปฏิกิริยาหรือพฤติกรรมของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม ซึ่งมองว่ามีความแตกต่างกัน โดยในกลุ่มที่ 1 เด็กอ่อน จะมีการแสดงท่าทางและความรู้สึกต่างๆในเชิงลบ (น้อยใจ, ร้องไห้, ทำหน้าผิดหวัง บ่นว่าไม่ยุติธรรม เป็นต้น) กลุ่มที่ 2 เด็กฉลาด มีการแสดงท่าทางและความรู้สึกต่างๆในแง่ของการดีใจ มีความสุข</div><div>R : ผลการสะท้อนกลับพบว่า นักเรียนกลุ่มด้อยรู้สึกถึงการเลือกปฏิบัติของครูอย่างชัดเจน จึงแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ รวมถึงการระบายความในใจและกล่าวถึงซอกแจ ทำให้รู้สึกว่าผลการปฏิบัติที่เกิดขึ้นสามารถสะท้อนกลับถึงการเลือกปฏิบัติกับซอกแจได้ผลดี และได้เข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เลือกปฏิบัติหรือตัดสินคนอื่นจากภายนอกที่เกิดขึ้นของนักเรียนในห้องนี้ได้</div><div>ความคิด/ความรู้สึก : รู้สึกว่าการจัดการชั้นเรียนในรูปแบบนี้ทำให้นักเรียนเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดี และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เห็นภาพชัดเจน อาจเป็นเพราะวิธีการแก้ปัญหาที่ใช้เป็นวิธีที่โยงถึงความรู้สึกของนักเรียนโดยตรง(เล่นกับความรู้สึก) จึงเห็นผลลัพธ์ออกมาไปในทางที่ดีได้ แต่กลับรู้สึกว่าวิธีนี้อาจมีผลกระทบกับนักเรียนบางกลุ่มที่อ่อนไหวง่ายก็เป็นไปได้และมองว่าควรมีการแก้ปัญหาสำรองไว้กับผลที่ตามมาเช่นนี้ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-24 16:41:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1694006710</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุทธาทิพย์ อินทร์จันทร์ 043</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1695386195</link>
         <description><![CDATA[<div>▶️ PAOR จากเรื่องราวของซอกแจ<br>P = ทางรายการ ครูประจำชั้น และผู้อำนวยการโรงเรียนประชุมกัน และวางแผนที่จะใช้ส่วนสูงแก้ปัญหาทึ่เพื่อนๆ ไม่ชอบและแบ่งแยกซอกแจ&nbsp;<br><br>A = ครูเล่าให้นักเรียนฟังว่าการทดลองวิทยาศาสตร์<br>&nbsp;ชี้ให้เห็นว่าเด็กตัวเล็กมีกฉลาดกว่าเด็กตัวสูง และใช้เกณฑ์ ส่วนสูง ในการแบ่งเด็กเป็นเด็กฉลาด (สูงน้อยกว่า 140 cm.) และเด็กอ่อนด้อย (สูงกว่า 140 cm.) ซึ่งต้องสวมเสื้อกั๊กสีแดงไว้ตลอดเวลา เด็กทั้งสองกลุ่มจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน กลุ่มเด็กฉลาดครูจะชมเชยไม่ว่าจะทำอะไร หรือให้สิทธิพิเศษต่างๆ ส่วนเด็กอ่อนด้อยจะถูกเมินฉย ตำหนิอยู่ตลอด&nbsp;<br><br>O = ครูสังเกตพฤติกรรม/ความรู้สึกของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม รวมทั้งความรู้สึกที่เด็กได้เล่าให้ผู้ปกครองฟัง&nbsp;<br><br>R = ครูให้เด็กบอกความรู้สึก รวมทั้งสะท้อนคิดถึงสิ่งที่ได้ นักเรียนหลายคนแสดงความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รู้สึกน้อยใจ เสียใจกับการถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งในท้ายที่สุดนักเรียนก็เชื่อมโยงถึงเรื่องซอกแจได้ และแสดงความรู้สึกที่ดีต่อซอกแจมากขึ้น&nbsp;<br><br>▶️ ความรู้สึก/ความคิดเห็น :<br>&nbsp; รู้สึกว่าครูมีการวางแผนที่ดีร่วมกันทำให้สามารถดำเนินการตามได้อย่างราบรื่น และรู้สึกว่าการทำกิจกรรมนี้ทำให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องการถูกแบ่งแยกได้ด้วยตนเอง เกิดความตระหนักในการไม่ใช้อคติแบ่งแยกเพื่อนได้จริง<br>&nbsp; แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้วิธีการนี้ เพราะมีการสร้างสถานการณ์ที่ทำร้ายความรู้สึกเด็กค่อนข้างมาก และใช้เวลานานเป็นวัน เด็กบางคนอาจรับไม่ได้&nbsp; หรืออาจต่อต้านการแบ่งแยกของครูอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าสุดท้ายแล้วเด็กไม่ได้เชื่อมโยงสิ่งที่โดนกระทำเข้ากับเรื่องของซอกแจ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อีก ครูต้องแน่ใจและใส่ใจกับเด็กทุกคนว่าหลังจบกิจกรรมแล้วเด็กเข้าใจสิ่งที่ครูทำและเด็กมีทัศนคติที่ดีต่อซอกแจจริง ๆ รวมทั้งควรมีการติดตามผลระยะยาว (มากกว่า 1 สัปดาห์) ด้วย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-25 05:21:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1695386195</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดุจเพชร เขียวมณี 242</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1695869107</link>
         <description><![CDATA[<div>PAOR จากเรื่องราวของซอกแจ<br><br>P : ทางรายการประชุมพร้อมกับครูประจำชั้นและผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อร่วมกันวางแผนหาทางแก้ไขปัญหาที่ซอกแจถูกเพื่อนๆเพิกเฉยและถูกแบ่งแยก โดยใช้วิธีการแบ่งแยกนักเรียนตามส่วนสูงเป็นเครื่องมือ<br><br>A : ครูเล่าให้นักเรียนฟังว่าเด็กตัวเล็กมักฉลาดกว่าเด็กตัวสูง แล้วแยกนักเรียนเป็น 2 กลุ่มตามส่วนสูง คือ นักเรียนที่สูงต่ำกว่า 140 ซม. จัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด และนักเรียนที่สูงมากกว่า 140 ซม. จัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ่อนด้อย ซึ่งจะต้องใส่เสื้อกั๊กสีแดง และครูจะเลือกปฏิบัติกับเด็กทั้ง 2 กลุ่มแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยกลุ่มเด็กฉลาดจะได้รับคำชื่นชมอยู่เสมอ แต่ในทางกลับกันกลุ่มเด็กอ่อนด้อยจะถูกตำหนิเสมอ</div><div><br>O : ครูสังเกตพฤติกรรมและความรู้สึกของนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งในห้องเรียนรวมถึงสิ่งที่เด็กกลับไปบอกเล่าให้ผู้ปกครองฟัง<br><br>R : ครูให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกของตนเอง ผลคือนักเรียนทั้งสองกลุ่มรู้สึกไม่ดีต่อการถูกแบ่งแยกและถูกเลือกปฏิบัติ และเข้าใจถึงความรู้สึกของซอกแจ ทำให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อซอกแจ<br><br></div><h1>ความคิด/ความรู้สึก : เป็นวิธีการทดลองให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ทำให้เด็กสร้างองค์ความรู้/แนวคิดขึ้นด้วยตนเอง ซึ่งถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นไปตามเป้าหมายของครู คือ นักเรียนสามารถเรียนรู้และตระหนักถึงผลเสียของการถูกแบ่งแยกได้ แต่วิธีการนี้อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ไปทำร้ายความรู้สึกของนักเรียนคนอื่นๆ และอาจกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีฝังใจนักเรียนไปในระยะยาวได้ ถ้ามีทางเลือกอื่นควรเลือกใช้วิธีที่กระทบความรู้สึกนักเรียนน้อยกว่านี้ </h1><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1297723082/7e3820b232f3239ad7f20e4027141420/4537fa1a87c96585de03b5d911a7cebf.jpg" />
         <pubDate>2021-08-25 11:52:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1695869107</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กรกนก อยู่สุข 236</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1698890978</link>
         <description><![CDATA[<div>PAOR กรณีศึกษา ‘ซอกแจ’<br><br>P : Planning<br>มีการประชุมวางแผนระหว่างคุณครูประจำชั้น ผู้อำนวยการและทีมงานของทางรายการ ในการคิดหาวิธีแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นป.4ห้องหนึ่ง ที่เด็กๆ ในห้องเพิกเฉยและกลั่นแกล้งซอกแจ ทั้งๆ ที่ซอกแจไม่ได้ปฏิบัติตัวไม่ดีต่อเพื่อนๆ และซอกแจยังเป็นเด็กดีอีกด้วย<br><br>A : Acting<br>คุณครูประจำชั้นได้ปฏิบัติตามแผนการที่ได้วางไว้คือการแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่มโดยใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์คือเด็กฉลาด(สูงไม่เกิน140 cm.) และเด็กอ่อนด้อย(สูงเกิน140 cm.)<br>โดยให้เด็กอ่อนด้อยใส่เสื้อกั๊กสีแดงไว้ตลอดวัน และครูมีการปฏิบัติตัวที่ลำเอียงโดยชื่นชมกลุ่มเด็กฉลาดและตำหนิกลุ่มเด็กอ่อนด้อย ให้กลุ่มเด็กฉลาดทานข้าวกลางวันก่อน พากลุ่มเด็กฉลาดออกไปนั่งเล่นนอกห้องเรียน ทิ้งกลุ่มเด็กอ่อนด้อยไว้ในห้องเรียน มีการสลับให้เด็กกลุ่มฉลาดบางคนมาอยู่ในกลุ่มเด็กอ่อนด้อยด้วย<br><br>O : Observing<br>ครูประจำชั้นและทางรายการได้มีการสังเกตลักษณะสีหน้าท่าทางของเด็กตลอดการทดลอง พบว่ากลุ่มเด็กอ่อนด้อยจะมีสีหน้าน้อยใจ ไม่พอใจ บางคนร้องไห้ เซ็งและอึดอัดกับบรรยากาศในชั้นเรียนที่มีการแบ่งแยกชัดเจน ไม่ยอมรับกับการถูกจัดเป็นเด็กกลุ่มอ่อนด้อย ส่วนซอกแจเป็นเด็กกลุ่มอ่อนด้อยเพียงคนเดียวที่รู้สึกเฉยๆ กับสิ่งที่ครูทำ โดยเขาให้เหตุผลว่าคงโดนเพิกเฉยจนชินไปเสียแล้ว ส่วนเด็กกลุ่มฉลาดที่โดนครูชมตลอดจะมีสีหน้าท่าทางดีใจ ส่วนทางรายการได้ตามไปถ่ายทำเด็กนักเรียนถึงที่บ้าน เด็กนักเรียนได้กลับไประบายความอัดอั้นที่ถูกเลือกปฏิบัติให้ผู้ปกครองได้ทราบ วอนซอกที่อยู่ในกลุ่มเด็กฉลาดเป็นคนเดียวที่รู้สึกผิดต่อเพื่อนๆในกลุ่มอ่อนด้อย เมื่อถึงวันที่ 2 ของแผนการ เด็กโดนเลือกปฏิบัติอีกครั้งและเด็กกลุ่มอ่อนด้อยได้มีการจับกลุ่มระบายความในใจกันต่อสิ่งที่โดนเลือกปฏิบัติ<br><br>R : Reflecting<br>ครูได้มีการเรียกเด็กกลุ่มอ่อนด้อยมาพบและได้ถามความในใจกับพวกเขา เด็กๆ ส่วนมากรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ครูทำ จนในที่สุดมีเด็ก 1 คน ที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ครูปฏิบัติกับสิ่งที่เพื่อนๆ ในห้องปฏิบัติต่อซอกแจได้ ครูจึงนำสิ่งที่นักเรียนคนดังกล่าวพูด มาพูดเพื่อให้นักเรียนฉุกคิดว่าทำไมซอกแจถึงถูกเพิกเฉยจากทุกคนทั้งที่ซอกแจไม่ได้ทำอะไรผิด แถมยังเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ช่วยงานห้องอีกด้วย ทำให้นักเรียนในห้องเข้าใจซอกแจเพิ่มมากขึ้น ครูจึงจัดกิจกรรมให้นักเรียนในห้องเขียนชมเพื่อนๆ บนกระดาษ 1 แผ่น ซึ่งคนที่เพื่อนๆ ต้องเขียนชมมีซอกแจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพื่อนๆ ที่รู้สึกผิดต่างเขียนคำชมให้ซอกแจ ทำให้ซอกแจมีความสุขมากๆ และเพื่อนๆในห้องก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อซอกแจอีกต่อไป<br><br>ข้อคิดเห็นต่อการแก้ปัญหาในกรณีศึกษา ‘ซอกแจ’ :&nbsp;<br>วิธีการสร้างสถานการณ์โดยให้เด็กนักเรียนเป็นผู้ที่อยู่ในสถานการณ์นั้นด้วย จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์จริงๆ และทำให้เด็กสามารถฉุกคิดถึงแก่นสารจริงๆ ที่คุณครูต้องการจะสื่อได้ เมื่อพวกเขาพบกับสถานการณ์แบบนี้อีกในอนาคตก็จะสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมเพราะเคยได้เรียนรู้มาด้วยตนเองแล้ว แต่การใช้สถานการณ์แบบนี้กับนักเรียนทุกคนนั้นอาจมีข้อที่ต้องระวังกับเด็กบางกลุ่มที่ยังอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณครูต้องการจะสื่อ แต่จะจดจำเฉพาะในตอนที่คุณครูเลือกปฏิบัติ ทำให้ส่งผลเสียต่อทัศนคติของตัวเด็กได้&nbsp; และครูไม่ควรจะใช้สถานการณ์ในแง่ลบแบบนี้เป็นเวลานานเพราะอาจทำให้เด็กบางคนไม่สามารถทนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้และจะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาขึ้นมาแทนซอกแจ<br>😔😔😔<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-26 16:58:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1698890978</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ญาณิศา ยิ่งยงยุทธ 240</title>
         <author>yanisayingyongyuth</author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1700383163</link>
         <description><![CDATA[<div><sup>จากการศึกษาเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ เพื่อหา PAOR ดังนี้<br>P การวางแผนวิจัย (Planning)<br></sup><br></div><div><sup>ครูประจำชั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน และทางรายการ ได้ประชุมร่วมหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องซอกแจไม่มีเพื่อนยอมรับ เพื่อให้ซอกแจไม่มีปมด้อย โดยครูประจำชั้นเสนอวิธีแก้ คือ การใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์ในการแยกเด็กฉลาดกับเด็กอ่อนด้อย<br></sup><br></div><div><sup>A การปฏิบัติ (Acting) ทำอย่างไรบ้าง<br></sup><br></div><div><sup>ครูเริ่มทำการวัดส่วนสูงของเด็ก โดยใช้ส่วนสูงที่ 140 เซนติเมตรเป็นเกณฑ์ในการแยกเด็กฉลาดกับเด็กอ่อนด้อย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เด็กฉลาด มีส่วนสูงน้อยกว่า 140 เซนติเมตร และกลุ่มที่ 2 เด็กอ่อนด้อย มีส่วนสูงเกิน 140 เซนติเมตร โดยกลุ่มเด็กอ่อนด้อยจะมีการสวมเสื้อกั๊กสีแดงเพื่อแบ่งแยกไว้ ในขณะเกิดการเรียนการสอนครูก็มีการเลือกปฏิบัติที่แบ่งแยกเด็กฉลาดและเด็กอ่อนด้อยอย่างชัดเจน เช่น กล่าวชื่นชมเด็กฉลาดอย่างออกนอกหน้าเมื่อสามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ แต่กลับกล่าวตำหนิและไม่พอใจเด็กอ่อนด้อยตลอดเวลาไม่ว่าจะสามารถตอบคำถามได้<br></sup><br></div><div><sup>O การสังเกต (Observing) ผลที่เกิดขึ้น เด็ก ๆ เป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไรบ้าง<br></sup><br></div><div><sup>เป็นการสังเกตพฤติกรรม และสังเกตความรู้สึกของเด็กทั้ง 2 กลุ่มที่ถูกปฏิบัติอย่างแตกต่างกัน โดยพบว่ากลุ่มเด็กฉลาดมีความสุขและรู้สึกดีใจที่ครูชมและได้รับประทานอาหารก่อนเพื่อนกลุ่มเด็กอ่อนด้อย และเด็กฉลาดบางคนมีความรู้สึกผิดต่อเพื่อนกลุ่มเด็กอ่อนด้อย ส่วนเด็กกลุ่มอ่อนด้อยมีความรู้สึกเสียใจ ไม่มีกำลังใจในการเรียน รู้สึกว่าครูไม่มีความยุติธรรม มีการเลือกปฏิบัติที่แบ่งแยก บางคนอยากย้ายโรงเรียน&nbsp;<br></sup><br></div><div><sup>R การสะท้อนกลับ (Reflecting)&nbsp;<br></sup><br></div><div><sup>กลุ่มเด็กอ่อนด้อยคนหนึ่งเข้าใจความรู้สึกที่ตนเองโดยเลือกปฏิบัติและสามารถเชื่อมโยงเข้าใจถึงความรู้สึกของซอกแจได้ โดยเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่าไม่ควรมีอคติ ตัดสินคนอื่นที่ภายนอก และไม่ควรเพิกเฉยและทอดทิ้งเพื่อน ทำให้การแก้ปัญหาของครูในครั้งนี้สำเร็จ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้<br></sup><br></div><div><sup>ความรู้สึก/ความคิดเห็น/ข้อพึงระวัง : ครูมีกลวิธีการแก้ไขที่ค่อนข้างเล่นกับความรู้สึกเด็ก หากเด็ก ๆ เข้าใจก็จะได้ผลที่ดีและสำเร็จตามเป้าหมาย แต่ถ้าไม่เข้าใจเด็กก็จะมีการเก็บพฤติกรรมหรือความรู้สึกในเชิงลบนี้ไปใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกหรือพฤติกรรมแอบแฝงก็ตาม จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยต่อจิตใจของเด็กด้วย และการสรุปเฉลยเด็ก ๆ ในตอนท้ายให้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทำทำไม ทำเพื่ออะไร </sup><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-27 07:15:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1700383163</guid>
      </item>
      <item>
         <title>PAOR กรณีศึกษาเรื่องราวของซอกแจ | กองพล ชำนาญ 238</title>
         <author>mzpr2n68ns</author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1701955196</link>
         <description><![CDATA[<div>P : planning&nbsp;</div><div>ครูประจำชั้น ผู้อำนวยการและทีมงานรายการได้มีการประชุมวางแผนวิธีการแก้ไขปัญหาของซอกแจ โดยการประชุมในครั้งนเส้นทุกฝ่ายยอมรับแผนการของครูประจำชั้น โดยการสร้างสถานการณ์แบ่งนักเรียนในห้องออกเป็น 2 กลุ่มโดยใช้ความสูงของนักเรียนเป็นเกณฑ์ คือกลุ่มอ่อนด้อย และกลุ่มเด็กฉลาด และจะปฏิบัติกับเด็กกลุ่มฉลาดอย่างดี ซึ่งตรงกันข้ามกับเด็กอ่อนด้อยที่จะปฏิบัติไม่ดีกับเด็ก</div><div>A : Action</div><div>หลังจากวางแผนการในวันต่อมาครูได้ปฏิบัติตามแผนการที่วางเอาไว้ โดยแบ่งนักเรียนภายในห้องออกเป็น 2 กลุ่มโดยใช้เกณฑ์ความสูง 140 เซนติเมตร โดยกลุ่มแรกคือกลุ่มที่มีความสูงน้อยกว่า 140 เซนติเมตรถูกจัดเป็นเด็กกลุ่มฉลาด และเด็กกลุ่มที่มีความสูงมากกว่า 140 เซนติเมตรถูกจัดไว้ในกลุ่มเด็กอ่อน โดยในคาบเรียนคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนมีการเรียกเด็กกลุ่มอ่อนตอบคำถาม และครูผู้สอนแสดงท่าทีไม่พอใจในคำตอบของเด็กกลุ่มเด็กอ่อน ในทางตรงกันข้ามเมื่อกลุ่มเด็กฉลาดตอบคำถามครูผู้สอนก็จะแสดงท่าทีที่พอใจ และในวันต่อมาครูผู้สอนก็ยังทำเช่นนั้นในวิชาศิลปะ กล่าวคือ กลุ่มเด็กอ่อนไม่ว่าจะวาดรูปอย่างไร ครูก็จะแสดงความไม่พอใจและพยายามหาข้อตำหนิ ในขณะที่กลุ่มเด็กฉลาด ไม่ว่าจะวาดอย่างไรก็จะได้รับคำชมจากตัวครูผู้สอน และในช่วงพักกลางวันยังให้นักเรียนกลุ่มเด็กฉลาดกินข้าวกลางวันจนอิ่มก่อน โดยให้กลุ่มเด็กอ่อนด้อยเป็นคนตักข้าวให้กับเด็กกลุ่มฉลาด</div><div>O : Observing</div><div>ครูประจำชั้น และทางทีมงานรายการได้มีการติดตั้งกล้องเพื่อสังเกตเสีหน้าและพฤติกรรมของเด็กกลุ่มฉลาด และเด็กกลุ่มอ่อนด้อย โดยพบว่าในช่วงแรกของการเริ่มแผนการ กลุ่มเด็กอ่อนด้อยแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจ และไม่เชื่อที่ครูผู้สอนบอก และในช่วงของการเรียนคณิตศาสตตร์นักเรียนเด็กกลุ่มอ่อนด้อยก็แสดงสีหน้าที่ไม่พอใจต่อการเลือกปฏิบัติของครู และในตอนพักกลางวันพบว่ามีเด็กนักเรียนกลุ่มอ่อนด้อยบางส่วนไม่พอใจอย่างมาก ทั้งร้องไห้ออกมา ถอดเสื้อกั๊กแล้วเหวี่ยงทิ้ง รวมถึงโทรศัพท์หาผู้ปกครองเล่าเรื่องราวที่โรงเรียนให้ผู้ปกครองฟัง และขอย้ายโรงเรียนอีกด้วย&nbsp;</div><div>R : Reflecting</div><div>หลังจากการเรียนในแต่ละวัน ครูประจำชั้นได้เรียกนักเรียนกลุ่มอ่อนด้อยมาคุยด้วยเกี่ยวกับประเด็นการแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มในครั้งนี้พบว่านักเรียนกลุ่มอ่อนด้อยส่วนใหญ่แสดงความไม่พบใจอย่างมากในการเลือกปฏิบัติของครูในครั้งนี้ แต่ซอกแจกลับไม่รู้สึกอะไร เพราะที่ผ่านมาเขาถูกเพื่อนเฉยเมยมาโดยตลอด และในวันที่ 3 ของการดำเนินแผนการครูประจำชั้นได้จัดให้นักเรียนพูดถึงเหตุการณ์การแบ่งกลุ่มในนักเรียนครั้งนี้ในชั้นเรียน พบว่านักเรียนไม่พอใจการแบ่งกลุ่มครั้งนี้และการเลือกปฏิบัติของครูประจำชั้น จนมีนักเรียนคนหนึ่งพูดถึงซอกแจ ครูจึงเฉลยแผนการครั้งนี้ และให้กิจกรรมสุดท้ายแก่นักเรียนโดยการจับฉลากนักเรียน 4 คนโดยใช้นักเรียนที่เหลือเขียนชมนักเรียนทั้ง 4 คนโดยหนึางในนั้นก็มีซอกแจอยู่ด้วย</div><div>ความรู้สึก/ความคิดเห็น/ข้อพึงระวัง</div><div>การวางแผนในครั้งนี้มีการเล่นกับความรู้สึกของนักเรียนโดยตรง เพื่อให้รู้สึกเช่นเดียวกับซอกแจ เพื่อเห็นใจซอกแจและคนอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งการวางแผนครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาในชั้นเรียนที่สำคัญ เพราะในห้องเรียนของไทยก็มีกรณีนี้อยู่มากพอสมควรในทุก ๆ ระดับชั้น แต่สำหรับนักเรียนที่ศึกษาในชั้นสูง ๆ อาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล อาจจะต้องมีการปรับปรุงอยู่บ้าง โดยการวางแผนในลักษณะนี้ควรระมัดระวังในเรื่องของความรุนแรงของสถานการณ์ที่จำลองขึ้นมา โดยไม่ควรรุนแรงเกินไป เพราะอาจจะทำให้เด็กเกินแผลทางใจ และระยะเวลาในการดำเนินแผนการไม่ควรนานเกินไป เพราะความรู้สึกที่เด็กได้รับจากการดำเนินแผนการอาจจะฝังรากลึกเกินไปจนเด็กฝังใจ และเกิดเป็นพฤติกรรมในทางไม่ดีได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-28 13:34:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1701955196</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณัฐณิชา กัญญะลา 241</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1702658218</link>
         <description><![CDATA[<div>PAOR จากเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ ดังนี้</div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>P การวางแผน</strong> : จะใช้ส่วนสูงเป็นเครื่องมือในการวัดความฉลาดของนักเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อนในชั้นเรียนที่ไม่ชอบซอกแจ</div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>ข้อคิดเห็น</strong> : การทดลองที่ใช้ส่วนสูง(ตัวแปรต้น)กับความฉลาด(ตัวแปรตาม) เป็นตัวแปรที่ไม่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน โดยความสูงและความฉลาดมีอิทธิพลมาจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งตัวแปรดังกล่าวมีเงื่อนไขอื่นที่มีความเป็นไปได้มากกว่า&nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>A การปฏิบัติ</strong> : คุณครูได้เล่าถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้ฟังว่า คนตัวเล็กจะฉลาดกว่าคนตัวสูง จากนั้นคุณครูให้นักเรียนออกมาวัดส่วนสูงทีละคน และได้กำหนดเกณฑ์เพื่อแบ่งนักเรียนออกเป็นเด็กกลุ่มฉลาดและเด็กกลุ่มอ่อนด้อย โดยนักเรียนที่มีความสูงน้อยกว่า 140 cm. จะจัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด ส่วนนักเรียนที่สูงมากกว่า 140 cm. จะถูกจัดในกลุ่มเด็กอ่อนด้อย ซึ่งเด็กกลุ่มอ่อนด้อยจะต้องสวมเสื้อกั๊กสีแดงตลอดเวลา โดยครูจะปฏิบัติพฤติกรรมที่ดีต่อเด็กกลุ่มฉลาด ในทางกลับกันครูจะปฏิบัติพฤติกรรมในทางลบกับนักเรียนกลุ่มอ่อนด้อย และในวันถัดมาได้มีการจัดเด็กกลุ่มฉลาดบางส่วนมาอยู่ในกลุ่มอ่อนด้อย</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>O การสังเกต </strong>: หลังจากที่ครูเลือกปฏิบัติกับนักเรียน โดยเด็กกลุ่มอ่อนด้อยเมื่อทำอะไรจะถูกครูตำหนิ ทำให้เด็กทำหน้าเซ็ง บรรยากาศห้องเรียนดูอึดอัด บางคนน้อยใจ เสียใจจนร้องไห้ บอกว่าที่ครูทำมันไม่ยุติธรรม พร้อมทั้งไม่เชื่อว่าคนตัวสูงจะฉลาดน้อยกว่าคนตัวเล็ก และหลังจากกลับจากโรงเรียน นักเรียนบางคนได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองฟัง&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;ส่วนซอกแจ เมื่อเขาถูกจัดอยู่ในเด็กกลุ่มอ่อนและได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากครู เขามีความรู้สึกเฉย ๆ และยังคงแสดงสีหน้าปกติ</div><div>&nbsp; &nbsp;ส่วนเด็กกลุ่มฉลาดจะดีใจมาก เมื่อถูกครูชื่นชม และนักเรียนบางคนได้ไปเล่าเรื่องให้ผู้ปกครองฟังและบอกว่ารู้สึกผิดต่อเพื่อนกลุ่มอ่อนด้อย</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp;<strong>R การสะท้อนกลับ</strong> : ครูให้นักเรียนอ่านสิ่งที่ตนเองเขียนให้ครูและเพื่อน ๆ ฟัง โดยนักเรียนบอกว่ารู้สึกไม่ดีที่ครูเลือกปฏิบัติกับนักเรียน และมีนักเรียนหนึ่งคนที่นึกถึงซอกแจ หลังจากที่เขาถูกแบ่งแยกจากการปฏิบัติของครู ทำให้เพื่อน ๆ เข้าใจถึงเหตุผล และรู้สึกต่อผิดต่อซอกแจ พร้อมขอโทษกับการกระทำที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ทำให้ซอกแจได้รับการยอมรับจากเพื่อนในห้อง</div><div><br></div><div><strong>ความรู้สึกต่อเรื่องราว</strong> : ดีใจที่เพื่อนในชั้นเรียนยอมรับซอกแจ ทำให้ซอกแจไม่มีปมจากการถูก bully และแบน ทำให้เขาได้มีความสุขในชีวิตในวัยเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ และยังทำให้เพื่อนได้เรียนรู้ว่าไม่ควรตัดสินคนจากภายนอก ควรมองจากการกระทำ</div><div>&nbsp; &nbsp;แต่การกระทำเช่นนี้ของครูก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นการกระทำกับความรู้สึกของเด็ก หากเด็กไม่เข้าใจถึงเจตนาที่ครูทำลงไป อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-29 13:34:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1702658218</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สานุพงศ์ กิมาคม251</title>
         <author>sanupongkmk1</author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704101739</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ สามารถหา PAOR ได้ดังนี้<br></strong><br></div><div>P : Planning วางแผน</div><div>ครูประจำชั้น ผอ.โรงเรียน และรายการได้มีการประชุมกันเพื่อแก้ปัญหาการถูกเพื่อนเลือกปฏิบัติของซอกแจ ซึ่งครูประจำชั้นเสนอวิธีการจำลองให้นักเรียนถูกเลือกปฏิบัติโดยใช้เกณฑ์ความสูงแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฉลาดและกลุ่มอ่อนด้อย ซึ่งจะถูกปฏิบัติแตกกันต่างกันออกไป&nbsp;</div><div><br></div><div>A : Acting ปฏิบัติ&nbsp;</div><div>ครูประจำชั้นได้เริ่มปฏิบัติโดยเล่าให้นักเรียนฟังเรื่องความสูงมีผลต่อความฉลาดและแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มโดยใช้ส่วนสูง 140 cm เป็นเกณฑ์</div><ul><li>นักเรียนที่สูงมากกว่า 140 cm จัดเป็นกลุ่มเด็กอ่อนด้อย ซึ่งซอกแจถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เด็กกลุ่มไม่ว่าจะปฏิบัติอย่างไร ครูประจำชั้นก็จะตำหนิเสมอ&nbsp;</li><li>นักเรียนที่สูงน้อยกว่า 140 cm ถูกจัดเป็นเด็กฉลาด ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ไม่จะปฏิบัติอย่างไรก็ได้คำชมจากครูประจำชั้นเสมอ</li></ul><div><br></div><div>O : Observing สังเกต&nbsp;</div><div>ครูสังเกตพฤติกรรม เช่น สีหน้า ท่าทาง รวมถึงความรู้สึกของเด็กทั้งสองกลุ่ม ทั้งในห้องเรียนและจากที่เด็กเล่าให้ผู้ปกครองฟัง&nbsp;</div><div><br></div><div>R : Reflecting สะท้อนกลับ</div><div>ครูให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกของตนเอง ผลที่ได้รับคือนักเรียนรู้สึกไม่ดีกับการที่ถูกแบ่งแยกและถูกครูเลือกปฏิบัติและมีนักเรียนคนหนึ่งที่นึกถึงซอกแจ ทำให้นักเรียนรับรู้ถึงความรู้สึกของซอกแจ และมีความรู้สึกผิดกับการกระทำของตน หลังจากครูให้นักเรียนได้เขียนการ์ดคำชมและให้ตัวห้อง 4 คน 1 ในนั้นมีซอกแจอยู่ด้วย จากนั้นเพื่อนคนอื่น ๆ&nbsp; ก็เริ่มปฏิบัติกับซอกแจไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;</div><div><br></div><div>ความเห็นคิดเห็นและข้อพึงระวัง&nbsp;</div><div>ผมคิดว่าการวางแผนและวิธีแก้ปัญหาของครูประจำชั้นทำให้นักเรียนเห็นภาพชัดเจนและเข้าใจถึงปัญหาการถูกแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ แต่เนื่องจากความรู้สึกของนักเรียนมีความหลากหลายและแตกต่างกัน สำหรับนักเรียนที่มีความอ่อนไหวง่ายวิธีอาจจะไม่เหมาะเพราะอาจจะส่งผลกระทบในด้านอื่น ๆ ได้ เช่น ทำให้นักเรียนรู้สึกไม่ดีจนไม่สนใจวิชาเรียนและการเรียนรู้ที่ครูสอน เป็นต้น ดังนั้นหากเกิดกรณีนี้ขึ้นมาก็ควรปรับวิธีแก้ปัญหาให้เหมาะสมและส่งผลเสียกับผู้เรียนน้อยที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-30 08:21:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704101739</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กนกพร  ทองวัฒนา 478</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704719293</link>
         <description><![CDATA[<div>PAOR จากเรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ มีดังนี้<br>P : Planning การวางแผน&nbsp;</div><div>จากกรณีของซอกแจที่เพื่อนร่วมห้องไม่ชอบ ไม่ยอมเล่นหรือคุยด้วย ทำให้ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนวางแผนแก้ไขปัญหาโดยสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็กฉลาดและเด็กอ่อน<br><br></div><div>A : Action การปฏิบัติ</div><div>ครูได้เริ่มปฏิบัติการโดยครูเล่าให้เด็กฟังถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ว่าคนตัวเล็กมักฉลาดและสมองดีกว่าคนตัวสูง จากนั้นครูได้ใช้เกณฑ์ส่วนสูงมาเป็นตัวแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. นักเรียนที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 140 cm จัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด 2. นักเรียนที่มีส่วนสูงมากกว่า 140 cm จัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ่อนซึ่งซอกแจก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โดยเด็กที่อยู่ในกลุ่มอ่อนจะใส่เสื้อกั๊กสีแดงเพื่อแบ่งแยกให้ชัดเจน และในขณะที่ครูสอนครูจะตำหนิหรือไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กกลุ่มอ่อนทำในทุก ๆ เรื่อง แต่ปฏิบัติกับเด็กลุ่มฉลาดในทางตรงข้ามกันคือไม่ว่าเด็กกลุ่มฉลาดจะตอบหรือทำอะไรครูจะชมเด็กกลุ่มนี้อยู่เสมอ<br><br></div><div>O : Observing การสังเกต</div><div>ในการปฏิบัติการครั้งนี้ครูได้สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่มซึ่งแสดงออกแตกต่างกันโดยเด็กกลุ่มอ่อนจะมีสีหน้าที่ไม่ดี อึดอัด เซ็งและไม่อยากเรียนบางคนร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ซอกแจที่อยู่ในเด็กกลุ่มอ่อนยังคงแสดงสีหน้าปกติเหมือนเป้นเรื่องปกติเพราะเขาชินกับการโดนเพิกเฉยจนชินแล้ว ส่วนเด็กกลุ่มฉลาดจะมีสีหน้าที่ดี มีความสุขแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกผิดต่อเพื่อน<br><br></div><div>R : Reflecting การสะท้อนกลับ&nbsp;</div><div>ครูใช้วิธีการถามความรู้สึกของนักเรียนกลุ่มอ่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง และนักเรียนทุกคนเขียนสิ่งที่ต้องการจะบอกกับครูและเพื่อน ๆ&nbsp; แล้วให้นักเรียนที่ต้องการพูดให้ลุกขึ้นพูดในชั้นเรียนซึ่งมีเด็กคนหนึ่งได้เขียนถึงซอกแจว่าเขาเข้าใจซอกแจว่ารู้สึกอย่างไรแล้ว จากนั้นครูจึงบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมครูถึงทำแบบนั้นและให้นักเรียนเขียนการ์ดคำชมต่อเพื่อน 4 คนและมีซอกแจอยู่ในนั้นด้วย เพื่อน ๆ ทุกคนเขียนคำชมให้กับซอกแจและเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับซอกแจ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ทางรายการได้ไปเยี่ยมซอกแจอีกครั้งและสิ่งที่เกิดขึ้นคือซอกแจเข้ากับเพื่อนได้ดีมาก<br><br></div><div>ความรู้สึก/ความคิดเห็น : นิสิตคิดว่าการใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบนี้อาจส่งผลกระทบต่อเด็กที่ไม่สามารถรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากการแบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มเด็กฉลาดและอ่อน ในการปฏิบัติเช่นนี้เด็กกลุ่มอ่อนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็โดนตำหนิอาจจะเป็นการสร้างบาดแผลในใจเด็กคนนั้นไปจนโตได้ เด้กอาจไม่กล้สตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นอะไรอีกถึงแม้ว่าครูจะมาเฉลยทีหลังว่าเป็นสถานการณ์ที่สร้างขึ้นก็ตาม และเด็กกลุ่มฉลาดถึงแม้ว่าเขาจะได้รับคำชมแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกผิดต่อเพื่อนที่ได้รับคำชมซึ่งนี่อาจเป็นการทำให้เมื่อเด็กได้รับคำชมในครั้งต่อไปเด็กจะไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมีคุณค่าจริงหรือไม่ และเด็กอาจไม่กล้าตอบคำถามอีกก็ได้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ควรระวังเพราะในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องคำนึงด้วยว่าวิธีการนั้นจะมีผลกระทบอื่นตามมาหรือไม่ถ้าเราแก้ปัญหาที่ต้องการได้แต่เกิดปัญหาใหม่ตามมาแทน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-30 15:06:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704719293</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศุภิสรา พรมสุวรรณ์ 250</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704854565</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องราวในชั้นเรียนของซอกแจ (PAOR)<br>P = ครูในรร.ร่วมกันประชุมหาทางแก้ปัญหาที่เพื่อนในห้องเพิกเฉยต่อซอกแจ เพื่อไม่ให้ซอกแจมีปมด้อย โดยครูประจำชั้นได้เสนอ การใช้ส่วนสูง ในการแก้ไขปัญหา<br>A = ครูพูดถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ว่าคนตัวเล็กมักจะฉลาดและสมองดีมากกว่าตัวสูงและมีการให้นักเรียนออกมาวัดส่วนสูงทีละคนโดยแบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่มคือเด็กฉลาดและเด็กอ่อน<br>เมื่อเข้าสู่วิชาเรียนในวิชาต่างๆไม่ว่ากลุ่มเด็กอ่อนจะตอบอะไรหรือทำอะไรก็จะถูกครูตำหนิหรือไม่พอใจส่วนกลุ่มเด็กเก่งไม่ว่าจะทำอะไรก็จะได้รับความชื่นชมอย่างออกอ่ะทำให้กลุ่มเด็กเก่งมีความดีใจเป็นอย่างมาก<br>O = ครูสังเกตุเห็นว่าเด็กในกลุ่มอ่อนทุกคนจะรู้สึกอึดอัดและรู้สึกไม่ดีบางคนถึงกับเสียใจและร้องไห้บางคนไม่พอใจถึงขั้นถอดเสื้อทิ้งแต่มีเด็กเพียงคนเดียวที่ยังมีความรู้สึกปกตินั่นก็คือ ซอกแจ เนื่องจากเขาได้ชินกับการเพิกเฉยไปแล้วส่วนเด็กในกลุ่มฉลาดก็จะแสดงอาการดีใจและร่าเริงอยู่เสมอ<br>R = ครูให้นักเรียนได้พูดถึงความรู้สึกของตนเองที่ถูกคุณครูแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติซึ่งเป็นการสะท้อนความรู้สึกโดยมีนักเรียนคนหนึ่งที่ได้พูดว่าการกระทำของคุณครูทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของซอกแจ จากนั้นคุณครูได้ให้นักเรียนเขียนการ์ดคำชมโดยจับฉลากเลือกนักเรียนสี่คนมาซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของซอกแจด้วย ทำให้เพื่อนหลายหลายคนได้เขียนการ์ดความรู้สึกและขอโทษซอกแจ&nbsp;<br>ความรู้สึก = รู้สึกเศร้าใจที่บนโลกใบนี้ยังมีเด็กแบบซอกแจที่ได้รับการเพิกเฉยจากเพื่อน ๆ ถึงขั้นบุลลี่ ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องส่งผลต่อความรู้สึกของเด็กกลุ่มนี้ในอนาคตแน่นอน และรู้สึกชื่นชมวิธี การแก้ปัญหาของคุณครูที่ทำให้เพื่อนเพื่อนเข้าใจความรู้สึกของซอกแจ&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-30 16:04:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1704854565</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธีรภัทร 245</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1705058559</link>
         <description><![CDATA[<div>P = ครูทั้งโรงเรียน (ผอ. ครูที่ปรึกษา และครูท่านอื่น ๆ) และทีมงานรายการช่วยกันแก้ไขปัญหาการเพิกเฉยและกลั่นแกล้งซอกแจของเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน โดยใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์ในการแยกออกเป็นกลุ่มเด็กฉลาด (สูงกว่า 140 cm) กับกลุ่มเด็กอ่อนด้อย (ต่ำกว่า 140 cm)</div><div>&nbsp;</div><div>A = ครูทำการวัดส่วนสูงของเด็ก โดยเล่าให้นักเรียนฟังว่า คนตัวเล็กจะฉลาดกว่าคนตัวสูง จากนั้นให้กลุ่มเด็กอ่อนด้อยสวมเสื้อกั๊กสีแดง และในขณะการสอนครูจะแสดงพฤติกรรมทางลบเพื่อให้กลุ่มเด็กอ่อนด้อยรู้สึกแย่ แต่ครูจะแสดงพฤติกรรมทางบวกเพื่อให้กลุ่มเด็กฉลาดรู้สึกสบายใจ หลังจากนั้นในวันถัดมาครูได้ทำการจัดกลุ่มเด็กฉลาดบางส่วนไปอยู่ในกลุ่มอ่อนด้อย</div><div>&nbsp;</div><div>O = ครูประจำชั้นร่วมมือกับทางรายการช่วยกันสังเกตพฤติกรรมและความรู้สึกของเด็กทั้ง 2 กลุ่ม โดยในกลุ่มเด็กอ่อนด้อยจะมีอาการน้อยใจ, ร้องไห้, ทำหน้าผิดหวัง บ่นว่าไม่ยุติธรรม ส่วนกลุ่มเด็กฉลาดจะมีอาการดีใจหรือมีความสุข<br><br></div><div>R = ครูประจำชั้นให้เด็กสะท้อนความรู้สึกของตนเอง โดยที่กลุ่มเด็กอ่อนด้อยรู้สึกได้ถึงความรู้สึกแย่ของซอกแจที่ถูกเพื่อนในห้องเมิน และรู้สึกเสียใจกับการกระทำ ส่วนกลุ่มเด็กฉลาดรู้สึกผิดที่ตนเองได้รับสิทธิพิเศษมากจนเกิดไป เกิดการเห็นใจเพื่อนในห้องรวมถึงซอกแจด้วย จากนั้นครูได้ให้นเด็กในห้องเขียนชมเพื่อน บนกระดาษ 1 แผ่น ซึ่งบังเอิญว่า ซอกแจเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพื่อนทุกคนที่รู้สึกผิดกับซอกแจได้เขียนคำชื่นชมให้ซอกแจ ทำให้ซอกแจมีความสุขมาก และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ทางรายการได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้ง พบว่าเพื่อนในห้องไม่ได้เพิกเฉยต่อซอกแจอีกต่อไป<br><br></div><div>คหสต. = วิธีในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาได้อย่างรอบคอบและเฉียบขาด ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนมาอย่างดี รัดกุม รวมถึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากการแก้ไขปัญในครั้งนี้เกิดความผิดพลาด อาจทำให้พฤติกรรมของเด็กถูกแสดงออกต่อเพื่อในชั้นเรียนในเชิงลบมากยิ่งขึ้นได้        ***ควรระมัดระวังเป็นอย่างสูง****<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-30 17:43:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1705058559</guid>
      </item>
      <item>
         <title>PAOR ซอกแจ / นายประกายเพชร จันทฑีโร 246</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1705977626</link>
         <description><![CDATA[<div>P : ทีมงานของรายการและทีมครูประจำชั้นได้ร่วมมือกับผอ.รร. เพื่อที่จะวางแผนการในการให้นักเรียนทุกคนได้รู้ตัวว่าการเลือกปฏิบัติต่อเพื่อนเป็นสิ่งที่ไม่ดี เหมือนที่นักเรียนในห้องเรียนทำต่อซอกแจ โดยครูได้เริ่มแผนการโดยการบอกว่า ได้รู้สิ่งใหม่มาว่า เด็กที่มีส่วนสูงมากกว่า 140 cm.นั้นเป็นเด็กที่มีความรู้น้อย ส่วนเด็กที่สูงกว่า 140 cm. เป็นเด็กที่มีความรู้มาก ครูจึงทำการแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือเด็กที่อยู่ในกลุ่มมีความรู้น้อยคือเด็กกลุ่มอ่อนด้อย ส่วนอื่นกลุ่มคือเด็กฉลาด<br><br>A : (วันที่1)สูงน้อยกว่า 140 cm หรือเด็กกลุ่มอ่อนด้อย ต้องใส่เสื้อกั๊ก ที่บ่งบอกว่าเป็นเด็กอ่อนด้อย และเมื่อเริ่มชั้นเรียนครูทำการเลือกให้เด็กทั้งสองกลุ่มตอบคำถามชั้นเรียน แต่ครูได้ทำการเลือกปฏิบัติต่อนักเรียน คือถึงแม้เด็กกลุ่มอ่อนด้อยจะตอบได้ดีแค่ไหน ก็จะโดยตำหนิ ส่วนเด็กที่อยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด ทำสิ่งไหนก็จะได้รับคำชมเฉยเสมอ และเมื่อเวลาทานข้าว เด็กกลุ่มอ่อนด้อยต้องตักข้าวและกินข้าวหลังเด็กกลุ่มฉลาด<br>(วันที่ 2 ) ครูได้บอกว่าได้รับเรื่องว่าเด็กกลุ่มฉลาดมีมากเกินไป จึงให้เด็กที่อยู่ฝั่งนึงของห้องทั้งหมดถูกจัดเป็นกลุ่มเด็กอ่อนด้อยโดยไม่สนใจส่วนสูง แล้วก็ได้เลือกปฏิบัติดั่งวันแรก จึงทำให้เด็กรู้สึกสับสนอย่างมาก<br>(วันที่3) ครูให้นักเรียนเขียนความในใจต่อการกระทำของครู แล้วจนมีเด็กคนนึงได้พูดถึงการกระทำที่ซอกแจได้รับจากเพื่อนๆ<br><br>O : สังเกตุความรู้สึก และการกระทำของนักเรียนหลังจากที่ได้ทำการเลือกปฏิบัติต่อนักเรียนแล้ว เห็นได้ว่าเด็กที่ถูกจัดอยู่ในเด็กกลุ่มอ่อนด้อยนั่น บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ไม่มีความสุขในห้องเรียน หรือบางคนถึงขั้นได้ขอพ่อแม่ให้ย้ายรร.ให้ ส่วนเด็กที่ได้อยู่ในกลุ่มฉลาดมีความสุขและยิ้มแย้มที่ได้รับคำชม แต่ก็มีบางคนก็มีความสงสารในกลุ่มเพื่อนๆเอง<br><br>R : ครูได้ทำการสรุปการกระทำทั้งหมดของครู สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำของนักเรียนที่ทำต่อซอกแจ ว่าหากเราทำการเลือกปฏิบัติต่อเพื่อนแบบนี้แล้ว ความรู้สึกที่นักเรียนได้รู้สึกนั่นก็คือความรู้สึกเดียวกับซอกแจ หลังจากที่ครูได้ทำการพูดเสร็จ จึงได้ทำการจับฉลากการเขียนคำชมให้ส่ง เพื่อเป็นการทำให้อีกฝ่ายมีความสุข และท้ายที่สุดเพื่อนเขียนการ์ดขอโทษซอกแจ แล้วรวมเป็นสมุดบันทึกเก็บไว้<br><br>ความรู้สึกที่ได้อ่าน : ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่การมองบุคคล และตัดสินบุคคลจากภายนอก ร่างกายตามแบบทุนนิยม ( ต้องขาว ต้องผอม ต้องสูง เป็นต้น) จึงจะได้รับการยอมรับจากผู้อื่น และการกระทำของครูในคลิปนี้ได้เป็นเเรงขับเคลื่อนที่ทำให้นิสิตจะนำไปปรับใจเมื่อเจอปัญหานี้ในห้องเรียน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-31 02:45:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1705977626</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สิตาพัชร์ เกียรติบรรจง 481</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706120904</link>
         <description><![CDATA[<div>P : รายการ ครูประจำชั้นและผอ.โรงเรียน เพื่อแก้ปัญหาที่เพื่อนในห้องเพิกเฉยและไม่ชอบซอกแจ โดยครูจะใช้ส่วนสูง 140 ซม.เป็นเกณฑ์แบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คนสูงกว่าเกณฑ์เป็นเด็กฉลาด และคนสูงต่ำกว่าเป็นเด็กอ่อน&nbsp;<br>A : ครูเล่าถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ให้เด็กฟังว่า เด็กที่สูง140 ซม.ขึ้นไปจะมีความฉลาดมากกว่าคนที่สูงน้อยกว่า และให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คนสูงกว่าเกณฑ์เป็นเด็กฉลาด และคนสูงต่ำกว่าเป็นเด็กอ่อน โดยไม่ว่ากลุ่มเด็กอ่อนจะทำอะไร ครูก็จะแสดงออกว่าไม่ค่อยพอใจนัก แตกต่างจากกลุ่มเด็กฉลาดที่ครูจะค่อนข้างชื่นชม ไม่พากลุ่มเด็กอ่อนออกไปเล่นข้างนอก และให้กลุ่มเด็กอ่อนตักข้าวให้กลุ่มเด็กฉลาดกินก่อน<br>O : นักเรียนกลุ่มเด็กอ่อนเกิดความน้อยใจที่ครูเลือกปฏิบัติ และแสดงอาการร้องไห้ ฟ้องผู้ปกครอง ขอร้องผู้ปกครองให้ย้ายโรงเรียนให้ และเขวี้ยงเสื้มคลุมสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มเด็กอ่อน<br>R : ครูให้นักเรียนเด็กอ่อนระบายความรู้สึกของตัวเองก่อนจะกลับบ้านให้ครูฟัง โดยนักเรียนตอบว่ารู้สึกไม่ดีเพราะครูเลือกปฏิบัติมากเกินไป เสียใจและรู้สึกน้อยใจ และนึกถึงซอกแจว่าตัวเองก็เคยทำแบบนี้กับซอกแจเหมือนกันซึ่งไม่ถูกต้องและไม่มีเหตุผล ครูจึงเฉลยให้ฟังว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมครูจึงทำแบบนั้น และให้นักเรียนเขียนคำชมให้เพื่อน 4 คนที่จับฉลากขึ้นมาได้ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือซอกแจ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ทางรายการได้กลับเข้าไปดูอีกครั้งและพบว่าซอกแจมีความสุขและเล่นกับพื่อนได้เหมือนเด็กปกติ มีความสัมพันธ์ภายในห้องที่ดี และไม่มีใครโดนเพิกเฉยหรือแกล้งจากเพื่อน<br><br>ข้อคิดเห็นของนิสิต  :  ควรระมัดระวังเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก และประชุมร่วมกับผู้ปกครองให้ผู้ปกครองช่วยให้คำแนะนำลูกเพิ่มเติม เพราะอาจะทำให้เกิดอคติที่ไม่ดีกับผู้สอนได้ซึ่งจะทำให้บรรยากาศภายในห้องหลังจากเฉลยความจริงไม่เหมือนเดิม </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-31 03:41:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706120904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อนันดา จันทคัต 253</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706225442</link>
         <description><![CDATA[<div>P(planning)<br>รายการ ครูประจำชั้น และผอ. ร่วมกันประชุม เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาการถูกเพื่อนล้อ เพิกเฉยและถูกเลือกปฏิบัติของซอกแจ ซึ่งใช้เกณฑ์ความสูงเพื่อแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มเด็กฉลาด และกลุ่มเด็กอ่อนด้อย โดยครูจะปฏิบัติดีกับเด็กฉลาด และปฏิบัติตรงข้ามกับเด็กอ่อนด้อย<br><br>A(action)<br>ครูประจำชั้นมีการเล่าเรื่องผลวิจัยบอกว่าความสูงมีผลต่อความฉลาด ซึ่งคนสูงจะฉลาดน้อยกว่าคนตัวเล็ก จากนั้นครูใช้เกณฑ์ความสูงที่ 140 ซม. แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม โดยเด็กที่สูงกว่า 140 ซม. จัดว่าเป็นเด็กอ่อนด้อยและต้องใส่เสื้อสีแดงไว้ตลอด ซึ่งแจซอกเป็นหนึ่งในนั้น ส่วนเด็กที่สูงน้อยกว่า 140 ซม. จัดว่าเป็นเด็กฉลาด เด็กฉลาดไม่ว่าจะทำอะไรจะถูกชมเสมอ ส่วนเด็กอ่อนด้อยจะถูกตำหนิเสมอ<br><br>O(observing)<br>ครูประจำชั้นมีการสังเกตปฏิกิริยาของเด็กในห้อง เช่น การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง รวมไปถึงจากที่เด็กเล่าให้ผู้ปกครองฟัง<br><br>R(reflecting)<br>ครูให้นักเรียนเขียนและอ่านความรู้สึกที่ตนเองได้รับจากการถูกเลือกปฏิบัติในชั้นเรียน ซึ่งนักเรียนรู้สึกไม่ดี มีนีกเรียนบางคนเริ่มนึกซอกแจ และรู้สึกผิดต่อซอกแจ จากนั้นครูให้นักเรียนเขียนบัตรชมตัวแทนนักเรียน 4 คน 1 ในนั่นมีซอกแจด้วย นักเรียนคนอื่นๆเริ่มขอโทษและปฏิบัติดีกับซอกแจ<br><br>ความคิดเห็นและข้อพึงระวัง<br>การแก้ปัญหาของคุณครู เป็นวิธีที่เห็นภาพชัดเจนและเกิดประสบการณ์โดยตรงต่อนักเรียน สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ แต่หากเราจะนำวิธีการแก้ปัญหานี้ไปใช้ ต้องคำนึงว่า นักเรียนของเราโตพอที่จะสามารถเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อหรือไม่ เช่น เด็กที่ถูกจัดว่าอ่อนด้อยบางคนอาจจะอ่อนไหวง่ายและมีทัศนคติไม่ดีต่อครูได้ หรือเด็กที่ถูกจัดว่าฉลาด อาจจะยิ่งรู้สึกเหนือกว่าเพื่อนที่อ่อนด้อยและอาจทำให้มีปัญหาตามมาได้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-31 04:31:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706225442</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อภิชัย 254</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706453089</link>
         <description><![CDATA[<div>P = ครูประจำชั้น ผอ.โรงเรียน และทางรายการ ร่วมประชุมกันเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาการเพิกเฉยและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อซอกแจ โดยมีแนวทางในการใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเด็กออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มเด็กอ่อนและกลุ่มเด็กฉลาด<br><br>A = ครูประจำชั้นกล่าวถึงการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์และยืนยันว่า คนตัวเล็กมักฉลาดกว่าคนตัวสูง จากนั้นครูวัดส่วนสูงของนักเรียนทุกคนโดยใช้เกณฑ์ที่ 140 ซม. เพื่อแบ่งนักเรียนเป็นสองกลุ่ม คือ นักเรียนที่มีความสูงต่ำกว่า 140 ซม. เป็นกลุ่มเด็กฉลาด และนักเรียนที่มีความสูงมากกว่า 140 ซม. เป็นกลุ่มเด็กอ่อนจะต้องใส่เสื้อกั๊กสีแดง ซึ่งครูจะเลือกปฎิบัติต่อนักเรียนทั้ง 2 กลุ่มอย่างมาก โดยนักเรียนกลุ่มฉลาดจะได้รับคำชมจากครูตลอด ในทางตรงกันข้ามเด็กกลุ่มอ่อนมักจะโดนตำหนิ&nbsp;<br><br>O = ครูประจำชั้นสังเกตพฤติกรรมและความรู้สึกของนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม และสอบถามจากทางผู้ปกครอง<br><br>R = ครูประจำชั้นให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกจากการที่โดนเลือกปฎิบัติ ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าใจถึงการกระทำของครู และมองย้อนกลับไปถึงความรู้สึกของซอกแจที่โดนเพื่อนเพิกเฉย ทำให้นักเรียนคนอื่น ๆ มีความรู้สึกที่ดีต่อซอกแจมากขึ้น<br><br>ความคิดเห็น : ครูมีความใส่ใจในการสังเกตพฤติกรรมหรือความรู้สึกของนักเรียน เมื่อมองเห็นปัญหาก็สามารถวางแผนและแก้ไขปัญหาได้ โดยใช้วิธีการให้นักเรียนได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการโดนเพิกเฉยจริง ทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจสิ่งที่ครูต้องการจะบอกจากประสบการณ์ตรง แต่วิธีการนี้อาจจะไม่เหมาะกับนักเรียนทุกคน เนื่องจากนักเรียนบางคนอาจจะไม่เข้าใจวิธีการของครู ทำให้เด็กมีทัศนคติคติที่ไม่ดีต่อครูและเพื่อนร่วมชั้น รวมไปถึงอาจทำให้ไม่อยากมาโรงเรียนอีก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-31 06:24:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706453089</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โสตถิวัตร ทองอำไพ 252</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706732064</link>
         <description><![CDATA[<div>P : ครูประจำชั้น รายการ และผู้อำนวยการโรงเรียนได้ประชุมกันเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาเรื่องซอกแจ โดยใช้วิธีเรื่องส่วนสูงในการแก้ไขปัญหานี้ โดยแบ่งนักเรียนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ส่วนสูงมากกว่า 140 ซม จะเป็นกลุ่มเด็กอ่อนด้อย และกลุ่มที่มีส่วนสูงน้อยกว่า140 ซม จะเป็นเด็กกลุ่มฉลาด<br><br>A : ครูประจำชั้นได้ไปเล่าเรื่องส่วนสูงมีผลต่อความฉลาดว่าคนตัวเล็กมักจะฉลาดและสมองดีมากกว่าคนตัวสูง โดยครูให้เด็กมาวัดส่วนสูงใครเกิน 140 ซม. จะเป็นเด็กกลุ่มอ่อนด้อย และกลุ่มอ่อนด้อยจะต้องสวมเสื้อกั๊กสีแดงเอาไว้ตลอด และไม่ว่าเด็กกลุ่มด้อยจะทำอะไรจะโดนตำหนิไปทุกเรื่อง และวันต่อมาครูได้สลับเด็กกลุ่มฉลาดให้ย้ายมาเป็นเด็กกลุ่มด้อยแทน และครูยังทำเดลหมือนเดิม จนวันสุดท้ายครูให้นักเรียนเขียนความรู้สึก และมีเด็กคนหนึ่งเขียนถึงซอกแจด้วยจากการกระทำของครู<br><br>O : ครูประจำชั้นได้มีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กทั้งสองกลุ่ม และก่อนกลับบ้านจะเรียกเด็กกลุ่มอ่อนด้อยมาถามถึงความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร<br><br>R : ครูประจำชั้นให้นักเรียนเขียนความรู้สึกที่โดนจัดกลุ่มแบบนี้ และมีเด็กพูดถึงซอกแจทำให้เพื่อนในห้องมองซอก จใหม่ และมีการจับฉลากให้มีคนๆหนึ่งโดนเขียนจดหมายชมจมกเพื่อนในห้องและจับได้ซอกแจ และเพื่อนๆก็เขียนจดหมายชม<br><br>ความคิดเห็น : การแบ่งกลุ่มเด็กเป็นสองกลุ่มแบบนี้อาจทำให้เด็กไม่เข้าใจและต่อต้านครูได้ และอาจเกิดปัญหาที่ตามมาได้ แต่ในเหตุการณ์นี้มีเด็กคิดได้ก็ทำให้แผนการนี้สำเร็จ <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-08-31 09:15:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/MaTongLong/n31adf8z1iuivvk5/wish/1706732064</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
