<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>พลังงานทดแทน by อังคณา ขุนทอง</title>
      <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-27 00:13:23 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-26 08:13:33 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 1 พลังงานแสงอาทิตย์</title>
         <author>manawangkana</author>
         <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985204447</link>
         <description><![CDATA[<div>-ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทางลบ ผลกระทบหลักอย่างหนึ่งคือวัสดุที่ใช้ในการผลิตระบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและแม้แต่สารเคมีหลายชนิดเช่นกรดไฮโดรฟลูออริกและโซเดียมไฮดรอกไซด์ที่ใช้ในการผลิตแผงจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างของเสีย<br><br>https://www.canva.com/design/DAE1gNfYP0g/gUMW7nRmOEwoK6fL8NrIcQ/view?utm_content=DAE1gNfYP0g&amp;utm_campaign=designshare&amp;utm_medium=link&amp;utm_source=homepage_design_menu</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-01-11 03:48:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985204447</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 3 พลังงานน้ำ</title>
         <author>manawangkana</author>
         <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985205441</link>
         <description><![CDATA[<div>- ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br>ผลกระทบที่เกิดจากการใช้พลังงานน้ำ จะมีปัญหาเนื่องจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างมหาศาลเพื่อใช้ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน การอพยพราษฎรออกจากพื้นที่ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ สัตว์ป่าสูญเสียที่อยู่อาศัยหรืออาจสูญพันธ์ แร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้<br>- แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขสิ่งแวดล้อม<br>1.ใช้น้าอย่างประหยัด หมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของน้า เพื่อลดการสูญเสียน้าอย่างเปล่าประโยชน์&nbsp;<br>2.ไม่ควรปล่อยให้น้าไหลตลอดเวลาตอนล้างหน้า แปรงฟัน โกนหนวด และถูสบู่ตอนอาบน้า เพราะจะสูญน้าไปโดยเปล่าประโยชน์ นาทีละหลายๆ ลิตร&nbsp;<br>3.ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้า เช่น ชักโครกประหยัดน้า ฝักบัวประหยัดน้า ก๊อกประหยัดน้า หัวฉีดประหยัดน้า เป็นต้น&nbsp;<br>4.ไม่ควรรดน้าต้นไม้ตอนแดดจัด เพราะน้าจะระเหยหมดไปเปล่าๆ ให้รดตอนเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ การระเหยจะต่ากว่าช่วยให้ประหยัดน้า&nbsp;<br>5.ติดตั้งระบบน้าให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเก็บและจ่ายน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานไปสูบและจ่ายน้าภายในอาคาร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-01-11 03:49:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985205441</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 4 พลังงานชีวมวล</title>
         <author>manawangkana</author>
         <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985205815</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>พลังงานทดเเทน(พลังงานชีวมวล)<br>-ปัญหาเเละผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม</strong><br>1.อาจเกิดภาวะต่อชุมชนรอบข้าง หากไม่ควบคุมมาตรฐานที่ดี<br><br>2.อาจส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตร<br><br>3.เศษวัสดุจากพืชผลทางการเกษรมีปริมาณไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับฤดูการเพาะปลูกของเกษตรกร<br><br>4.เกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ เพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืชพลังงาน<br><br>5.จำเป็นต้องใช้พื้นที่ปริมาณมากในการผลิตพลังงาน รวมถึงจัดเก็บวัตถุดิบจากพืชผล ทางการเกษตร<br><br>6.พลังงานชีวมวลบางส่วนยังก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และควันในการผลิต<br><br>- <strong>แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากร<br>ธรรมชาติเเละเเก้ไขสิ่งเเวดล้อม<br><br></strong>- เเนวทางในการอนุรักษ์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <br>พลังงานชีวมวลเมื่อนำชีวมวลมาเผา<br>จะได้ความร้อนออกมาตามค่าความ<br>ร้อนของชนิดชีวมวลความร้อนที่ได้<br>จากการเผาสามารถนำไปใช้ในการ<br>ผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิเเละความดัน<br>สูง ไอน้ำนี้จะถูกนำไปขับกังหันไอ<br>น้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าต่อไป<br><br>-การเเก้ไข<br>(1)&nbsp; กำหนด ที่ตั้งและระยะห่างที่ชัดเจนและเหมาะสม ระหว่างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีขนาดใหญ่กำลังผลิตต่าง ๆ กับชุมชน สาธารณสถาน แหล่งน้ำสาธารณะ แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าชีวมวลโครงการอื่น โดยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชน<br><br>(2) ปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์คุณภาพน้ำทิ้งและอากาศเสียที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้า คุณภาพเชื้อเพลิง ประสิทธิภาพของเตาเผา ตะแกรงดักฝุ่นละออง รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันและลดผลกระทบ<br><br>(3) จัดทำแผนสนับสนุนให้มีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล และมีมลพิษต่ำ<br><br><strong><br><br><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1531661291/462bc5e162c60c9594af764ea6f2d2df/Energy_biomass.jpg" />
         <pubDate>2022-01-11 03:49:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985205815</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 5 พลังงานความร้อนใต้พิภพ</title>
         <author>manawangkana</author>
         <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985206257</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy) คือ </strong>พลังงานธรรมชาติที่เกิดจากความร้อน ซึ่งถูกกักเก็บอยู่ภายใต้พื้นผิวโลก และเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน (Renewable Resource) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งการใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนและการผลิตกระแสไฟฟ้า<br><strong>จุดกำเนิดความร้อนใต้พื้นผิวโลก<br></strong>ในธรรมชาติ ความร้อนใต้พิภพจะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นตามระดับความลึกลงไปจากพื้นผิวดิน โดยที่ความร้อนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นราว 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส ในทุก ๆ ระดับความลึก 1 กิโลเมตร<br>โดยที่ความร้อนที่เกิดขึ้น ณ ตรงจุดศูนย์กลางของโลกนั้น เป็นพลังงานความร้อนส่วนน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากแรงเสียดทานและแรงดึงดูดของการก่อตัวขึ้นของโลก เมื่อกว่า 4 พันล้านปีก่อน ขณะที่ความร้อนใต้พื้นผิวโลกส่วนใหญ่มาจากการสลายตัวอย่างต่อเนื่องของไอโซโทปหรือธาตุกัมมันตภาพรังสี (Radioactive Isotopes) ที่แผ่กระจายความร้อนจากแกนกลางของโลกไปยังส่วนต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการหลอมละลายของแร่ธาตุและหิน จนเกิดเป็นหินหนืด (Magma) ที่สามารถเคลื่อนตัวไปตามรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกขึ้นมาสู่ผิวดิน และกลายเป็นหินหลอมเหลวหรือลาวา (Lava) ที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟหรือตามรอยแยกใต้มหาสมุทร<br>นอกจากนี้ ความร้อนใต้พิภพยังสามารถทำให้น้ำที่ไหลและกักเก็บอยู่ใต้พื้นดินตามชั้นหินต่าง ๆ กลายเป็นน้ำร้อนและไอน้ำที่พยายามแทรกตัวขึ้นมาตามแนวรอยแตกของชั้นหินเหล่านี้ ก่อนปรากฏให้เห็นอยู่ในรูปของบ่อน้ำร้อน (Hot Springs) น้ำพุร้อน (Geysers) ไอน้ำร้อน (Fumaroles) และบ่อโคลนเดือด (Mud Pots) ในพื้นที่ต่าง ๆ <br><strong>แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพสามารถจำแนกออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้<br></strong><br></div><ul><li><strong>แหล่งที่มีไอน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก (Steam Dominated) คือ</strong> แหล่งกักเก็บความร้อนที่ประกอบด้วยไอน้ำมากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งโดยทั่วไป มักเป็นแหล่งที่อยู่ใกล้กับหินหลอมเหลวซึ่งดันตัวขึ้นมาใกล้ผิวโลก อุณหภูมิของไอน้ำร้อนอาจสูงถึง 240 องศาเซลเซียส จึงเป็นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพที่นำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด</li><li><strong>แหล่งที่มีน้ำร้อนเป็นองค์ประกอบหลัก (Hot Water Dominated) คือ</strong> แหล่งกักเก็บความร้อนที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบนโลก ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 100 องศาเซลเซียสขึ้นไป อาจมีก๊าซธรรมชาติปะปนอยู่บ้าง</li><li><strong>แหล่งหินร้อนแห้ง (Hot Dry Rock) คือ</strong> แหล่งสะสมพลังงานความร้อนในรูปของหินเนื้อแน่นที่ไม่มีน้ำร้อนหรือไอน้ำเกิดขึ้นเลย นับเป็นแหล่งที่มีค่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตามระดับความลึก ดังนั้นในการนำพลังงานความร้อนมาใช้ประโยชน์จึงต้องมีการอัดน้ำลงไปตามหลุมที่ขุดเจาะ เพื่อให้น้ำได้รับความร้อนจากหินร้อนเหล่านั้น ก่อนทำการสูบน้ำร้อนขึ้นมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า</li></ul><div>&nbsp;      <strong>ข้อดี </strong>การผลิตพลังความร้อนใต้พิภพแทบไม่ก่อมลพิษหรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเลย พลังงานนี้เงียบและน่าเชื่อถืออย่างที่สุด โรงงานไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพผลิตพลังงานประมาณร้อยละ 90 ตลอดเวลาเมื่อเทียบกับร้อยละ 65-75 ของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล&nbsp;</div><div><strong>&nbsp; &nbsp;   ข้อเสีย</strong> หากพิจารณาในแง่สิ่งแวดล้อมแล้วก็อาจจะมีผลกระทบได้เช่นเดียวกับการใช้พลังงานชนิดอื่น ๆ เช่น ถ้าน้ำจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพมีปริมาณแร่ธาตุอยู่ในระดับสูง เมื่อนำน้ำมาใช้แล้วระบายลงในแหล่งน้ำธรรมชาติตามผิวดินอาจเกิดผลกระทบต่อน้ำผิวดินที่ใช้ประโยชน์ในด้านอุปโภค บริโภค และน้ำในระบบบาดาลได้&nbsp;</div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1531661306/c47e44a82b2268d85108b4e34856a402/cover_1.jpg" />
         <pubDate>2022-01-11 03:49:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1985206257</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กลุ่มที่ 2 พลังงานลม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1993313267</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>พลังงานทดแทน(พลังงานลม)</strong></div><div><strong>- ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong></div><div>1.ผลเสียต่อทัศนียภาพ เนื่องจากต้องใช้กังหันขนาดใหญ่ อาจบดบังส่วนต่างๆของพื้นที่ไป<br>2.การเกิดมลภาวะทางเสียง เมื่อใบพัดขนาดใหญ่ทำงานจะเกิดเสียงดังมากรบกวนผู้อยู่ใกล้เคียง<br>3.การรบกวนคลื่นวิทยุ ซึ่งเกิดจากใบพัดส่วนใหญ่ทำจากโลหะเมื่อหมุนทำให้เกิดการรบกวนคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ในระยะ 1 – 2 กิโลเมตร<br>4.ผลกระทบต่อระบบนิเวศ เมื่อติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่อาจทำให้สิ่งมีชีวิตใกล้เคียงอพยพไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่ได้มีผลกระทบมากไปกว่าพลังงานทดแทนประเภทอื่น<br>5.ไม่สามารถควบคุมความสม่ำเสมอของพลังงานได้<br>6.สามารถใช้ได้ในบางพื้นที่เท่านั้น<br>7.ความเร็วลมต้องมากกว่า 21 กิโลเมตรต่อชั่วโมง<br>8.ทำให้เกิดการรบกวนในการส่งสัญญาณโทรทัศน์และไมโครเวฟ<br>9.แหล่งพลังงานลมที่เหมาะสมมีอยู่จำกัดซึ่งอาจอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า พลังลมจะมีเฉพาะบางช่วงเวลาหรือฤดูกาลเท่านั้น รวมถึงปัญหาเรื่องเสียงรบกวน และปัญหาด้านทัศนียภาพ</div><div><strong>-แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขสิ่งแวดล้อม<br></strong>พลังงานลมไม่จำเป็นต้องอนุรักษ์​เพราะพลังงานลมไม่มีวันหมดสิ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1531672906/8a8c9964ad3a9cf6e6759a9b6b87d9a9/5eca1f43b6568981b89601e96b49a457.jpg" />
         <pubDate>2022-01-15 06:07:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/manawangkana/n2cekm3pho44mcxi/wish/1993313267</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
