<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>งานกลุ่ม4 by หมี น้อย</title>
      <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt</link>
      <description>นายอโณทัยไกรสอน เลขที่8 นายวัชรพล ทองแพง เลขที่ 17  นางสาวพรพรรณ ไตรภูมิ  เลขที่32 นางสาวรุจิรา สีม่วง เลขที่34  นางสาวปภานัท เศรษฐวิไล เลขที่36</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-06-27 02:34:07 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-07-03 01:25:46 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ยุคที่1 เถรวาท</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636755547</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคที่1ยุคเถรวาท<br>เป็นยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ผู้มีความยิ่งใหญ่ในประเทศอินเดีย พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองมาก มีการส่งสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนารวม 9 สาย พอหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ได้แก่ สถูป เจดีย์ ธรรมจักร ศิลากวางหมอบ ศิลปกรรมในยุคนี้ล้วนเป็นศิลปกรรมอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช คือ ศิลปกรรมแบบทวารวดี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:15:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636755547</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ที่ 2 ยุคมหายาน</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636755834</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคที่ 2 ยุคมหายาน<br>ประมาณพ.ศ 620 มีพระเจ้ากนิษกะมาหาราช ทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนาครั้งที่ 4 ของฝ่ายนิกายมหายาน ที่เมืองชลันธร และได้ส่งพระสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในเอเชียกลางจนถึงประเทศจีน&nbsp;<br>ต่อมายังเป็นยุคมหายาน ระหว่าง พ.ศ.1454-1725 ขอมซึ่งนับถือพระพุทธศาสนานิหายมหายาน มีอำนาจครอบครองดินแดนประเทศไทยทุกวันนี้ไว้ในอำนาจทั้งหมด เมื่อขอมีอำนาจทำให้อิทธิพลนิกายมหายานแผ่ขยายไปด้วย คนไทยจึงเปลี่ยนไปนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน เช่นเดียวกับขอมในยุคนั้นพระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:16:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636755834</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่ 3 เถรวาทแบบพุกาม</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636758286</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคที่ 3 เถรวาทแบบพุกาม พ.ศ.1600 พระเจ้าอนุรุทธมหาราชเจ้าเมืองพุกามทรงมีอำนาจแผ่ขยายอาณาเขตของตนมาถึงดินแดนตอนเหนือของไทยซึ่งเป็นศาสนาสายที่มาจากพุกามประเทศอินเดียแคว้นมคจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยแถบนั้นคนไทยจึงหันไปนับถือพระพุทธศาสนาแบบพุกามอีกครั้งคนไทยฝ่ายใต้ส่วนใหญ่ยังคงนับถือพระพุทธศาสนาแบบมหายานอยู่</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:18:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636758286</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่ 4 ยุคเถรวาทแบบลังกาวงศ์</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636758613</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคที่ 4 เถรวาทแบบลังกาวงศ์เมื่อเราพ.ศ 1698 พระเจ้าตรัสกับมะภา 6 แห่งประเทศลังกาทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาโดยทรงอาราธนาพระมหากัสสปะให้ชำระพระธรรมวินัยพระพุทธศาสนาจึงกับมารุ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกจนมีชื่อเสียงแผ่ออกไปยังต่างประเทศมีชาวต่างชาติจำนวนมากพากันมาศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกเมื่อเรียนจบและจึงเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนในประเทศไทยพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงได้เข้ามาตั้งมั่นที่เมืองนครศรีธรรมราชเป็นครั้งแรก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:18:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636758613</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยสุโขทัย</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636762329</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสมัยสุโขทัยราวพ.ศ 1800ถึง 1920พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก เมื่อท่านได้ข่าวว่ามีพระสงฆ์ปฏิบัติเคร่งครัดพระธรรมวินัยพระองค์จึงโปรดเกล้าให้อารธนา พระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมายังเมืองสุโขทัยห้องดูแลพระสงฆ์อย่างดีและส่งเสริมการเรียนพระไตรปิฎก และฝ่ายพระพุทธศาสนามหายานมีผู้ศรัทธาน้อยในที่สุดจนรวมกลายเป็นนิกายเดียวกันคงไว้แต่พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทมาจนถึงปัจจุบันพระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากเป็นการสร้างวัดวาอารามและหน่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวนมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:23:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636762329</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยล้านนา</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636762773</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยล้านนา<br>พระเจ้าเกือนาทรงไปนิมนต์พระสังฆราชสุมนเถระพระยาลิไทยให้มาทำการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในล้านนา นับว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งพระพุทธศาสนา สมัยเมืองแก้ว พ.ศ.2038-2063 เป็นยุครุ่งเรืองด้านวรรณคดีมีพระสงฆ์นักปราชญ์แต่งตำราพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาภาลีจำนวนมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:23:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636762773</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยอยุธยา</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636763496</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยอยุธยาพ.ศ 1893 ถึง 2310พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์คงรุ่งเรืองกษัตริย์หลายพระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในศาสนา เช่นสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้เสด็จออกผนวชในขณะที่ครองราชย์อยู่ที่วัดจุฬามณี ส่วนในสมัยนี้มีการแต่งหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเอาไว้จำนวนมากเช่นมหาชาติคำหลวง กาพย์มหาชาติ เป็นต้น<br>ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กษัตริย์ลังกาทรงส่งทูตมาขอพระสงฆ์จากประเทศไทยเพื่อไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา โดยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงส่งพระสงฆ์มีพระอุบาลีพระอริยมุนี พร้อมด้วยคณะสงฆ์จำนวน 12 รูป ไปลังกาเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาแบบสยามวงศ์ซึ่งปรากฏอยู่ที่ประเทศลังกาจนมาถึงปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:24:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636763496</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยธนบุรี</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636764014</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยกรุงธนบุรี&nbsp;<br>พระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธรบุรีเป็นราชธานี พระองค์ทรงฟื้นฟูพระศาสนา หลังจากถูกพม่าโจมตี โดยมีการคัดเลือกพระสงฆ์ขึ้นเป็นสังฆราชโดยมีมติให้พระอาจารย์ศรี เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกของกรุงธนบุรีเพื่อรับผิดชอบการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิท</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:25:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636764014</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยรัตนโกสินทร์</title>
         <author>whaemm97</author>
         <link>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636764312</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยรัตนโกสินทร์<br><br>หลังจากปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ในปี พ.ศ. 2325 แล้วสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงใช้พระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" และได้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังฝั่งตรงข้าม และตั้งชื่อราชธานีใหม่นี้ว่า "กรุงเทพมหานคร" พร้อมๆ กับการสถาปนาราชวงศ์จักรีขึ้นมา<br><br>พระองค์ทรงฟื้นฟูขวัญกำลังใจให้กับประชาชนที่ยังหวาดผวากับศึกพม่าเมื่อครั้งสงคราวเสียกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งตลอดสมัยกรุงธนบุรี ด้วยการนำแบบแผนต่างๆของราชสำนักอยุยามาใช้ รวมทั้งอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญมาไว้ที่กรุงเทพฯด้วย วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นแบบอย่างชัดเจนที่พระองค์ทรงระดมช่างฝีมือซึ่งหลงเหลืออยู่ในเวลานั้นมาสร้างพระราชวังและพระอารามที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เสมือนยกเอายุครุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยามาไว้ยังกรุงเทพ<br><br>รัชกาลที่ 2 ยุคทองของศิลปรัตนโกสินทร์ : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ. 2352-2367) พระราชโอรสองค์โตได้ครองราชสมบัติสืบมาเป็นรัชกาลที่ 2 พระองค์ทรงใฝ่พระทัยในศิลปวัฒนธรรมมาก ทั้งทางด้านวิจิตรศิลป์และวรรณคดี พระองค์ได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ผู้เป็นอัครศิลปิน ทรงสร้างและบูรณะวัดวาอารามจำนานมาก ที่สำคัญที่สุดคือโปรดเกล้าฯให้บูรณะวัดสลักใกล้พระราชวังเดิมฝั่งธนบุรี จนยิ่งใหญ่สวยสง่ากลายเป็นวักประจำรัชกาลของพระองค์และพระราชทานนามว่า "วัดอรุณราชวรารามมหาวิหารรัชกาลที่ 3 ยุคพ่อค้าวาณิช : กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ได้ครองครองราชสมบัติต่อจากพระบิดา ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2367-2394) ทรงมีความเชี่ยวชาญในการค้าขายกับต่างประเทศมาก โดยเฉพาะกับประเทศจีน ในรัฐสมัยของพระองค์ ราชสำนักสยามและจีนมีสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้น สยามแต่งสำเภาเดินทางไปค้าขายกับจีนปีละมากลำ ยุคสมัยของพระองค์นับเป็นยุคทองของการค้าขาย ทรงทำให้เศรษฐกิจของประเทศมั่งคั่งขึ้น เงินทองเต็มท้องพระคลัง และทรงเก็บพระราชทรัพย์บางส่วนไว้ในถุงแดงซุกซ่อนไว้ตามบัลลังก์ ซึ่งในเวลาต่อมาทรัพย์ในถุงแดงนี้มีส่วนในการกู้ชาติสยาม<br><br>รัชกาลที่ 3 เป็นกษัตริย์ผู้ทรงเคร่งครัดในศาสนาพุทธ ชาวตะวันตกมักมองว่าพระองค์ ตึงและต่อต้าน ศาสนาอื่น แม้กระนั้นก็ทรงอนุญาตให้มิชชั่นนารีจากอเมริกานำการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ได้<br><br>การเปิดประเทศในรัชกาลที่ 4 :&nbsp; ความจริงในสมัยรัชกาลที่ 3 ประเทศสยามต้องรับบรรดาทูตต่างๆจากชาติตะวันตกที่เข้ามาทำสัญญาทางการค้าบ้างแล้ว โดยเฉพาะการมาถึงของ เซอร์จอห์น เบาริ่ง จากอังกฤษที่เข้ามาทำสัญญาเบาริ่ง อันส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศสยามในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามผลจากการเปิดประเทศมาปรากฏอย่างเด่นชัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งทรงสนพระทัยในศิลปวิทยาการของตะวันตกมาก พระองค์ทรงศึกษาวิชาการต่างๆ อย่างแตกฉานทรงเข้าใจภาษาบาลีเป็นอย่างดีตั้งแต่ครั้งที่ออกผนวชเป็นเวลาถึง 27 พรรษาก่อนทรงขึ้นครองราชย์ ส่วนภาษาอังกฤษนั้นทรงได้เรียนกับมิชชันนารีจนสามารถตรัสได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีความรู้ในวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆโดยเฉพาะดาราศาสตร์ ในยุคสมัยของพระองค์<br><br>การปฏิรูปในสมัยรัชกลที่ 5 : เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระราชโอรสของรัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยพระชนมายุเพียง 15 ชันษา พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ในยุคสมัยที่บ้านเมืองจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และทรงต้องเผชิญกับการกดดันจากหลายด้านทั้งฐานอำนาจของกลุ่มวังหน้าและฝ่ายขุนนางที่นำโดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในขณะที่แรงกดดันจากประเทศนักล่าอาณานิคมก็มิได้ลดละ แต่โชคดีที่พระองค์รวมทั้งพระประยูรญาติได้รับการปูพื้นฐานมาเป็นอย่างดี ในสมัยของพระองค์บรรดาขุนนางต่างพระเนตรพระกรรณที่ พระองค์มีพระบรมราชโองการอยู่เสมอก็คือพระอนุชาของพระองค์ เป็นส่วนใหญ่ ขุนนางซึ่งมีบทบาทอย่างมากในสมัยนี้ก็คือ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กรมพระยาเทววงศ์วโรปกรณ์ กรมหลวงประจักษ์ศิลปคม เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นพระอนุชาของพระองค์ทั้งสิ้น ในยุคสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประเทศสยาม พระองค์ถือเป็นกษัตริย์ที่ทรงปฏิรูปสังคมครั้งใหญ่ ทรงยกเลิกระบบทาสและการเกณฑ์แรงงานไพร่ หันมาใช้ระบบเก็บส่วนภาษีแทน<br><br>การเปลี่ยนแปลงในรัชกาลที่ 7 : หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ว่าจะทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอีตันของอังกฤษ แต่ดูเหมือนรัชกาลที่ 7 จะโปรดการทหารมากกว่า พระองค์ทรงเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ รัชกาลที่ 7 ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรอย่างมาก ในรัชสมัยของพระองค์สยามได้นำระบบไปรษณีย์และ โทรเลขมาใช้ เริ่มมีการสร้างสนามบินขึ้นที่ทุ่งดอนเมือง น่าเสียดายที่ช่วงเวลานั้นไม่เปิดโอกาสให้พระองค์ได้ทรงทำตามแนวคิดในการบริหารประเทศของพระองค์ เพราะทรงครองราชย์ ในสมัยที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังตกต่ำภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ข้าวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศราคาตกต่ำอย่างมาก ภาวะเงินเฟ้อที่ระบาดไปทั่วโลกส่งผลกระทบต่อรัฐบาลของพระองค์อย่างหลีก เลี่ยงไม่ได้ประกอบกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเนื่องจากการใช้จ่าย อย่างฟุ่มเฟือยในรัชกาลก่อนหน้า</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-07-03 01:25:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/whaemm97/mxx4y4n28r89s1qt/wish/2636764312</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
