<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>The Ethics of Science by Hottiejun</title>
      <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience</link>
      <description>จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-01-27 15:13:25 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-14 03:33:46 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Pumpkin.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ คืออะไร</title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/149901262</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/165776251/633029bc88ce305b17ff6c60050f20aa/Ethics_of_Science.mp4" />
         <pubDate>2017-01-27 15:17:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/149901262</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นักวิทยาศาสตร์โคลนนิ่งเกาหลีอัปยศแห่งเอเชีย </title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151380216</link>
         <description><![CDATA[<div>        ฮวง วู-ซุค (Hwang Woo-Suk) เป็นนักวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ ที่เคยเป็นความหวังและดาวดวงเด่นสดใสที่สุดของเอเชียในโลกวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการทำโคลนนิงและการวิจัยทางด้านสเต็มเซลล์ (Stem Cell) กล่าวได้ว่า ช่วงปี 2004-2005 ไม่มีนักวิทยาศาสตร์ทางด้านโคลนนิงและสเต็มเซลล์คนใดในโลกจะเด่นดังเท่า ฮวง วู-ซุค จนกระทั่งนิตยสาร Time ในฉบับปี 2005 ยกย่องเขาเป็นหนึ่งใน “People Who Mattered 2004” (“บุคคลที่สำคัญแห่งปี 2004”)<br>        ฮวง วู-ซุค เริ่มมีชื่อเสียงในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999 จากการประกาศความสำเร็จของการทำโคลนนิงวัวได้สำเร็จเป็นรายที่ 5 ของโลก หลังจากนั้น ก็มีผลงานเป็นข่าวเด่นดังต่อเนื่องในเกาหลีใต้และต่อมาในโลก โดยผลงานเด่นที่สุดของเขา คือ รายงานการวิจัย 2 ชิ้น ตีพิมพ์ในวารสาร Science ฉบับวันที่ 12 มี.ค. 2004 และฉบับวันที่ 17 มิ.ย. 2005 ความสำเร็จของการสร้างสเต็มเซลล์ของมนุษย์โดยวิธีการโคลนนิง <br><br>เงินทุนสนับสนุน ชื่อเสียง เกียรตินิยมการยกย่องโดยวงการวิทยาศาสตร์โลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลและประชาชนเกาหลีใต้ เขาได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์และวีรบุรุษเกาหลีใต้ <br><br>ทว่า ในที่สุด ความจริงก็ปรากฏผลงานโด่งดังส่วนใหญ่ของเขา ถูกจับได้ว่าเป็นผลงานลวงโลก มีการใช้ข้อมูลเท็จกระบวนการวิจัยที่ไม่สามารถยืนยัน (ทำซ้ำ) ได้โดยนักวิทยาศาสตร์คนอื่น เป็นการผิดร้ายแรงทั้งจรรยาบรรณการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และกฎหมายของเกาหลีใต้เกี่ยวกับการทำโคลนนิงมนุษย์ <br><br>ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2006 ฮวง วู-ซุค ถูกจับในข้อหาการหลอกลวงทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ชื่อเสียง ทรัพย์สินและความผิดกฎหมายชีวจริยธรรม (Bioethics) ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 10 ปี สำหรับข้อหาการหลอกลวง และ 3 ปี สำหรับความผิดด้านชีวจริยธรรม เขาถูกไล่ออกจากตำแหน่งในมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (วันที่ 20 มี.ค. ค.ศ.2006) ถูกอายัดและสอบสวนเงินทุนการวิจัย ถูกถอนใบอนุญาตการวิจัยในเกาหลีใต้ ฯลฯ <br><br>การกระทำของฮวง วู-ซุค มิใช่จะเป็นเฉพาะตัวเขาเท่านั้น ที่กำลังถูกลงโทษ ความเสียหายรุนแรงที่สุด คือ ความน่าเชื่อถือจากการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ของเอเชียทั้งหมดด้วย เพราะในช่วงที่ฮวง วู-ซุค กำลังเด่นดัง แม้แต่วงการวิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตก ก็ยอมรับในความเป็นผู้นำของนักวิทยาศาสตร์เอเชียต่อวงการวิทยาศาสตร์โลกด้วย <br><br>แต่มาบัดนี้ นักวิทยาศาสตร์เอเชียก็ต้องทำงานกันหนักขึ้น ถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้น ในการสร้างผลงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก<br> <br>        </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-02-03 09:45:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151380216</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151383403</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/165776251/3973fa44818f65a9826774806a2cd799/103179467.jpg" />
         <pubDate>2017-02-03 10:01:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151383403</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แฉห้องแล็บอังกฤษ ทารุณกระต่ายนับร้อย!!</title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613150</link>
         <description><![CDATA[<div>        <strong>สำนักข่าวซันเดย์ มิลเรอร์ เปิดเผยถึง การสืบสวนลับขององค์กรต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ ว่ามีห้องทดลองแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ได้ทำการทารุณกรรมสัตว์อย่างโหดร้าย โดยนำกระต่ายจำนวนมากมาทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์</strong><br><br>          เกี่ยวกับเรื่องนี้ องค์กรต่อต้านการทารุณสัตว์ หรือ <a href="http://www.buav.org/undercover-investigations/theuglytruth">BUAV</a>  ได้เปิดเผยว่า  พวกเขาใช้เวลา 8 เดือน ในการสืบสวนเกี่ยวกับการทรมานกระต่ายที่ห้องทดลองวิคแฮม ในฮัมพ์เชียร์ ประเทศอังกฤษ  โดยมีกระต่ายเป็นจำนวนกว่า 100 ตัว ถูกนำมาใช้ในการวิจัยเพื่อทดสอบผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ<br><br>          ซึ่งการทดลองนั้นก็จะมีการจะฉีดสารเคมีที่บริเวณหูของกระต่าย บางครั้งทำให้หูของกระต่ายอักเสบ กระต่ายบางตัวก็มีน้ำตาไหลออกมาหลังจากโดนฉีดสารเคมี แถมกระต่ายเหล่านี้ ยังถูกปล่อยให้อดอาหาร อดน้ำนานถึง 30 ชั่วโมง อีกทั้งยังถูกจับขังไว้ในกล่องขนาดเล็กให้หัวโผล่ออกมาได้เท่านั้น กระต่ายบางตัวต้องทรมานจนตาย ส่วนบางตัวที่ยังไม่ตายก็จะถูกนำมาทดลองเรื่อย ๆ  จนกว่าพวกมันจะตาย ซึ่งใช้เวลานานนับเดือนเลยทีเดียว<br>        <br>          จากการกระทำเช่นนี้นับได้ว่าเป็นการทำลายธรรมชาติของสัตว์ ซึ่งโดยปกติแล้ว กระต่ายเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง และเป็นสัตว์ที่กระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น แต่หลังจากการนำกระต่ายเหล่านี้ไปทดลองแล้ว สังเกตได้ว่ากระต่ายเหล่านี้มีอาการผิดปกติ เช่น การเคลื่อนไหวเร็วผิดปกติ และการกัดซี่ลูกกรง<br><br>          นอกจากนี้ ทางองค์กรต่อต้านการทารุณสัตว์ ยังกล่าวยืนยันอีกด้วยว่า การทดลองหลาย ๆ ครั้ง ทางห้องทดลองกระทำไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายนานาชาติได้ระบุไว้ ดังนั้นจึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ห้องทดลองแห่งนี้อย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้ทางเจ้าหน้าที่ของห้องทดลองวิคแฮมต้องทบทวนความจำเป็นของงานวิจัยบางประเภท พร้อมทั้งพิจารณาลดจำนวนการใช้สารเคมีในการทดสอบกับกระต่าย และ องค์กรต่อต้านการทารุณสัตว์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า มาตรการที่สำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือการที่สัตว์ทุกตัวในห้องทดลองมีสุขภาพที่แข็งแรง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-02-04 16:25:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613150</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613301</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/165776251/0cdb36411ce3d73a9a4277e50fcecb53/r3.jpg" />
         <pubDate>2017-02-04 16:28:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613301</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชาวเน็ตร้อง ม.ดัง เลิกทรมานสัตว์ ตัดอวัยวะลูกลิงไปทดลองทีละชิ้น</title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613566</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ทั้งนี้เนื้อหาของการรณรงค์เล่าถึงขั้นตอนการทำวิจัย เช่น มอมยาแม่ลิงที่เพิ่งจะคลอดลูกเพื่อแยกลูกลิงไปทำการทดลอง จับลูกลิงขังร่วมกรงกับงูเพื่อสังเกตพฤติกรรม หรือตัดชิ้นส่วนในร่างกายมาวิเคราะห์ และลูกลิงในห้องแลปนี้จะถูกฆ่าเมื่อหมดประโยชน์ ไม่มีตัวไหนที่มีอายุเกิน 2 ขวบ<br><br></div><div>นอกจากนี้ มีผู้ที่อ้างว่าเป็น<strong>ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน</strong> ออกมาเผยแพร่เรื่องราวความโหดร้าย  มีการระบุรายละเอียดดังนี้<br><br></div><div><strong>‘ในฐานะศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน ดิฉันรู้สึกแย่มากๆ ที่ได้รู้ว่าที่มหาวิทยาลัยมีการทดลองวิจัยอันโหดรัาย โดยมีเหยื่อ ลูกลิงตัวเล็กๆ เป็นเหยื่อที่น่าสงสาร<br></strong><br></div><div><strong>การทดลองดำเนินการโดย ดร.เน็ต คาร์ลิง ขั้นตอนจะเริ่มต้นจากการมอมยาแม่ลิงหลังคลอดลูก เพื่อลักเอาลูกลิงตาดำๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลกออกจากอกแม่มากักบริเวณให้อยู่ตามลำพัง<br></strong><br></div><div><strong>ในการทดลอง พวกมันจะถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าต่างๆ เพื่อวัดความกลัว ความวิตกกังวัล เช่น จับลูกลิงขังให้อยู่กับงู ตัดชิ้นส่วนจากร่างกายมาตรวจสอบในแลป สแกนคลื่นความเครียดในสมอง หลังจากผ่านการทดลองด้วยวิธีต่างๆ เรียบร้อยแล้ว พวกมันก็จะถูกฆ่า ….ซึ่งส่วนใหญ่แล้วลูกลิงที่ถูกจับมาอยู่ที่นี่ จะมีชีวิตรอดไม่เกินอายุ 2 ขวบ<br></strong><br></div><div><strong>ในอดีต มหาวิทยาลัยวิสคอนซินฯ ก็เคยมีประวัติฉาวเมื่อ แฮรี่ ฮาโลว เป็นผู้ริเริ่มการทดลองกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยการแยกตัวแม่ออกจากลูกตั้งแต่ตัวลูกยังเป็นทารกแรกเกิด จนมาถึงการทดลองในครั้งนี้ มันไม่มีอะไรดีเลย …ลูกลิงจะอยู่ในภาวะช็อก พวกมันจะหดตัวคุดคู้อยู่ในกรง บางตัวกอดตัวเองเอาไว้แน่น เขย่ากรง โยกและกระแทกร่างกายตัวเองไปมาจนอวัยวะในร่างกายพิกลพิการ ใช้งานไม่ได้<br></strong><br></div><div><strong>วิธีการทดลองแบบนี้มันมากเกินไป และก็ผิดศีลธรรม ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามหาวิทยาลัยชื่อของผู้เจริญแล้ว จะอนุญาตให้มีการศึกษาวิจัยที่ใช้วิธีที่ป่าเถื่อนและโหดร้ายเป็นที่สุดอย่างนี้ ความจริงแล้วมหาวิทยาลัยวิสคอนซินฯ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการทรมานสัตว์อย่างนี้เลยเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความผิดปกติทางความคิด เพราะมันยังมีอีกหลายหลายวิธีให้เลือก โดยที่ไม่ต้องมีสัตว์ตัวไหนต้องเสียเลือดเนื้อ</strong></div><div><strong><br>มีนักวิจัยได้เคยสรุปไว้ว่า วิธีการแยกแม่ออกจากลูกถือเป็นการทดลองวิจัยที่ “สิ้นคิด โหดร้ายและล้าหลัง” เอามากๆ<br></strong><br></div><div><strong>นอกจากนี้ มีแหล่งข่าวบอกว่าผู้ทำวิจัยจงใจตัดชื่อคณะกรรมการวิจัยด้านจริยธรรมหลายคนที่ไม่สนับสนุนงานวิจัยของตน – นี่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และผิดกฎหมายอีกด้วย! หน่วยงานกองทุนปกป้องสัตว์อย่าง The Animal Legal Defense Fund (ALDF) จึงได้ขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐ ลงมาตรวจสอบเรื่องนี้<br></strong><br></div><div><strong>ดิฉันในฐานะอดีตบุคลากรและผู้ตรวจสอบของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ดิฉันเคยทำวิจัยโดยใช้ทุนสาธารณะ ดิฉันเข้าใจดีว่างานวิจัยแต่ละชิ้นจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดกฎระเบียบบางอย่างของรัฐ แต่การทดลองวิจัยของมหาวิทยาลัยวิสคอนซินฯ ไม่ได้เป็นไปตามกฎระเบียบเลย<br></strong><br></div><div><strong>โปรดช่วยกันประนามการกระทำในครั้งนี้ และร่วมลงชื่อให้มหาวิทยาลัยวิสคอนซินฯ ยกเลิกการทำทารุณกับลูกลิง’<br><br>cr. </strong>Dr. Ruth Decker  <a href="http://news.mthai.com/world-news/474761.html">http://news.mthai.com/world-news/474761.html</a><strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-02-04 16:33:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613566</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>tanhathaibhalapreuk</author>
         <link>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613724</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/165776251/9bbed7fb5175ef9d5c48352623ec9e5b/cats17.jpg" />
         <pubDate>2017-02-04 16:35:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/tanhathaibhalapreuk/tanhathai_EthicsScience/wish/151613724</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
