<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคของดนตรีสากล by 36 สราวลี แก้วประเสริฐ</title>
      <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar</link>
      <description>น.ส.สราวลี แก้วประเสริฐ ชั้น ม.5/4 ลขที่ 36</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-12-04 05:57:02 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-06-09 02:45:09 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f941.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407830969</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในช่วงสมัยของยุคกลางนั้นให้ความสำคัญกับศาสนามาก ศาสนาเป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งในสังคม การศึกษา การเมืองการปกครอง ศิลปะ และดนตรี ลักษณะของเพลงในยุคสมัยนี้จึงนิยมนำมาประกอบพิธีทางศาสนา&nbsp; Pope gregory the great คือผู้นำทางศาสนาและเป็นผู้รวบรวมบทสวดต่างๆให้เป็นหมวดหมู่ ในยุคสมัยนั้นนำบทสวดมาใส่ทำนองเพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาเรียกว่า Chant (แชนท์) ผลงานที่โดดเด่นคือ gregorian chant<br><br>- <strong>ลักษณะของเพลงยุคกลาง</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ลักษณะของเพลงในยุคนี้จะนิยมการประพันธ์แบบ Monophony คือ การประพันธ์เพลงแนวเดียว ไม่มีเสียงประสานสอดแทรก ไม่มีการกำหนดจังหวะ<br><br>- <strong>วิวัฒนาการของดนตรีในยุคกลาง</strong><br>       ช่วงแรกนั้นนิยมแบบMonophony ต่อมาในศตวรรษที่ 9 มีการพัฒนารูปแบบของเพลงโดยการเพิ่มแนวเสียงขึ้น 1 แนว เป็นการร้องแบบคู่ขนานพร้อมกับแนวทำนองหลัก ต่อมาปลายยุคกลางมีการเล่นดนตรีนอกวงการศาสนา เป็นการเล่นดนตรีที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาเรียกว่า เพลงคฤหัสถ์ เพื่อความบันเทิงเป็นการเล่นดนตรีประกอบการแสดงละคร กายกรรม เล่าเรื่องการต่อสู้ หรือนิทาน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/49c5ca70c154eeaa1abc70d03d56adb5/C8421F95_ABEB_4B2A_A7AC_6FA062971EE0.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 06:11:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407830969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407833962</link>
         <description><![CDATA[<div>กีโด แห่งเมืองอาเรซโซ (Guido of Arezzo) คือนักบวชชาวอิตาลี เป็นบุคคลสำคัญในยุคกลาง เป็นผู้นำเส้นตรงมาใช้ในระบบการบันทึกตัวโน้ตเป็นคนแรก ทำให้เกิดบรรทัด 4 เส้น และ 5 เส้นในปัจจุบัน และเป็นผู้คิดระบบการออกเสียงดนตรีเป็นชื่อตัวโน้ต โด(Ut) เร(Re) มี(Mi) ฟา(Fa) ซอล(Sol) และ ลา(La) เสียงที เกิดขึ้นมาภายหลัง และยังมีคีตกวีที่สำคัญอีกหลายท่าน ได้แก่<br>1. Leonin<br>2. Perotin หรือ Perotinus magnus<br>3. Jacapo da bologna<br>4. Francesco Landini<br>5. Guillaume de machaut</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/950bd8890eabcd217960e810bae098e4/31A7DD1C_EB42_47EC_B823_5520FA7B1F92.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 06:24:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407833962</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407838161</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; บทเพลงที่ปรากฎในยุคนี้ คือ เพลงสวด (Chant) ซึ่งเป็นบทเพลงที่ใช้ในพิธีกรรมเป็นบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ใช้เป็นสื่อกลางในการติดต่อกับพระผู้เป็นเจ้าเนื้อหาของเพลงจะเป็นการสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/ApX4DJvPpEg" />
         <pubDate>2022-12-04 06:37:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407838161</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407840342</link>
         <description><![CDATA[<div>       &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทเพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงร้องที่ใช้ในโบสถ์เพื่อสรรเสริญพระเจ้าเพียงอย่างเดียว โดยบางครั้งอาจเป็นการร้องสอดประสานกันบ้างประมาณ 2-3 แนวในปลายยุคและยังไม่พบการบรรเลงที่เป็นรูปแบบมาตรฐานอย่างเด่นชัด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 06:45:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407840342</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407841711</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยเรเนสซองส์ หรือ สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เริ่มประมาณ ค.ศ. 1400 – 1600 เพลงศาสนายังมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม เพลงสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความบันเทิง ความสนุกสนาน ก็เกิดขึ้นด้วย การประสานเสียงได้รับการพัฒนาให้กลมกลืนขึ้น เพลงศาสนาเป็นรากฐานของทฤษฎีการประสานเสียง เพลงในยุคนี้แบ่งเป็นสองแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่เรียกว่า อิมมิเททีฟโพลีโฟนี (Imitative Polyphony) คือ มีหลายแนว และแต่ละแนวจะเริ่มไม่พร้อมกัน ทุกแนวเสียงมีความสำคัญแบบที่สองเรียกว่า โฮโมโฟนี (Homophony) คือ มีหลายแนวเสียงและบรรเลงไปพร้อมกัน มีเพียงแนวเสียงเดียวที่เด่น แนวเสียงอื่นๆ เป็นเพียงเสียงประกอบ เพลงในสมัยนี้ ยังไม่มีการแบ่งจังหวะที่แน่นอน คือ ยังไม่มีการแบ่งห้องออกเป็น 3/4 หรือ 4/4 เพลงส่วนใหญ่ก็ยังเกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนาอยู่เพลงประกอบขั้นตอนต่างๆ ของพิธีทางศาสนาที่สำคัญ คือ เพลงแมส (Mass) และโมเต็ท (Motet) คำร้องเป็นภาษาละติน เพลงที่ไม่ใช่เพลงศาสนาก็เริ่มนิยมกันมากขึ้น ได้แก่ เพลงประเภท แมดริกัล (Madrigal) ซึ่งมีเนื้อร้องเกี่ยวกับความรัก หรือยกย่องบุคคลสำคัญ และมักจะมีจังหวะสนุกสนาน นอกจากนี้ยังใช้ภาษาประจำชาติของแต่ละชาติ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพลงบรรเลงเริ่มมีบทบาทในยุคนี้ เครื่องดนตรีที่นำมาใช้ในการบรรเลง คือ ลูท ออร์แกนลม ฮาร์พซิคอร์ด เวอจินัล ขลุ่ยเรคอร์เดอร์ ซอวิโอล องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของดนตรียุคนี้ที่ถูกนำมาใช้ คือ ความดัง - เบาของเสียงดนตรี (Dynamic)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/6d6fc5f84f82974da3e5422e1eff0f7c/CE0BB2D2_3668_4A7C_95AB_D7A34EA23BAC.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 06:49:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407841711</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407842839</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ดันสเตเบิล (John Dunstable, ค.ศ. 1390 –1453)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ ซึ่งนอกจากมีชื่อเสียงเรื่องการประพันธ์เพลงแล้ว ยังเป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ รูปแบบดนตรีของเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการดนตรีจึงกล่าวได้ว่าดันสเตเบิลเป็นบิดาของดนตรีสมัยใหม่</div><div><br></div><div><strong>2. ดูเฟย์ (Guillianum Dufay,ค.ศ. 1400-1474)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; ผู้ประพันธ์เพลงชาวเนเธอร์แลนด์ดูเฟย์เป็นหนึ่งในจำนวนนักแต่งเพลงที่มีความสามารถสูงในสมัยนี้เป็นหนึ่งของผู้ที่ริเริ่มดนตรีในสมัยรีเนซองส์ ผลงานของดูเฟย์ที่มีชื่อเสียงคือ เพลงแมส ซึ่งประพันธ์ไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเพลงโมเต็ต ซึ่งจัดเป็นเพลงที่ดูเฟย์พัฒนารูปแบบไว้</div><div><br></div><div><strong>3. โอคิกัม (Johannes Ockeghem,ค.ศ. 1410-1497)</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ประพันธ์เพลงชาวเนเธอร์แลนด์ ลูกศิษย์ของดูเฟย์ ผู้ซึ่งรับเอาแนวคิดของดูเฟย์มาและนำเอาหลักการและความคิดของตนใส่เข้าไปทำให้ดนตรีของโอคิกัมมีเสน่ห์ชวนฟัง ทั้งนี้เนื่องจาก&nbsp;</div><div>ดูเฟย์มีแนวการประพันธ์เพลงแมสที่ขาดความอบอุ่นในอารมณ์ของมนุษย์&nbsp; ในขณะที่เพลงของโอคิกัมเน้นที่การแสดงออกของอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ทำให้ได้รับฉายาว่า “เจ้าชายแห่งดนตรี” (The Prince of music) โอคีกัมพัฒนารูปแบบของการสอดประสานทำนองโดยเน้นการล้อกันของแนวเสียงแต่ละแนว (Imitative style)</div><div><br></div><div><strong>4. จอสกิน เดอส์ เพรซ์ (Josquin des Prez,ค.ศ. 1440 -1521)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประพันธ์เพลงชาวเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ที่มีแนวการแต่งเพลงที่ละเอียดอ่อน และเป็นผู้นำการแต่งเพลงประสานเสียงผลงานของจอสกินได้รับการยกย่องเป็นสัญลักษณ์ของดนตรีในสมัยรีเนซองส์</div><div><br></div><div><strong>5. โทมัส ทัลลิส (Thomas Tallis)&nbsp;</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นนักออร์แกนและเป็นนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ เขาได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งศาสตร์หลาย ๆศาสตร์ไม่ใช่เพียงดนตรีเท่านั้น”</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/e7413765c12de561ccbd82b1300e376b/E118E9BF_A953_4AE1_B0A0_1DE3EA2635AC.webp" />
         <pubDate>2022-12-04 06:54:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407842839</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407846526</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  ดนตรียังคงเป็นลักษณะสอดประสาน ทำนองโดยมีการล้อกันของแนวทำนองที่เหมือนกัน รูปแบบการประพันธ์เพลงมีมากขึ้น ในยุคนี้ยังเน้นการร้องเป็นพิเศษสำหรับดนตรีคฤหัสถ์ (ดนตรีประชาชนทั่วไป) เริ่มมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมักเป็นเพลงร้องประกอบดนตรี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/Ctci_zhGhvY" />
         <pubDate>2022-12-04 07:07:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407846526</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407847434</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; บทเพลงในยุคนี้เริ่มมีการผสมผสานระหว่างเพลงพื้นฐานกับเพลงที่ใช้ในโบสถ์ โดยการนำเอาเทคนิคการประพันธ์เพลงพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้กับเพลงสวด ทำให้เกิดการนำเอาเครื่องดนตรีบางชนิด เข้ามาประกอบในเพลงสวดที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ออร์แกน ฮาร์ฟชิคอร์ด เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 07:10:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407847434</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407848629</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;   ดนตรีในสมัยนี้จะอยู่ประมาณ ค.ศ. 1600 – 1750 ช่วงระยะเวลานี้ ทวีปยุโรปกำลังมีการเปลี่ยนแปลงทุกด้านไปในทางที่ดีขึ้น ดนตรีในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสมบูรณ์ ดนตรีศาสนา และดนตรีของชาวบ้านมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกัน โครงสร้างของเพลงมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น สีสันในบทเพลงมีมากขึ้นวงดนตรีวงใหญ่ขึ้น มีการนำเครื่องดนตรีมาใช้อย่างหลากหลาย เพลงในยุคนี้จะมีจังหวะสม่ำเสมอมาก ทางด้านการประสานเสียงมีการใช้เสียงหลัก (Tonality) ที่แน่นอน เพลงแต่ละเพลงจะต้องอยู่ในกุญแจหนึ่ง เช่น เริ่มด้วยกุญแจ C ก็ต้องจบด้วยกุญแจ C มีกฎเกณฑ์การใช้คอร์ด นักประพันธ์เพลงในยุคนี้นิยมทำนองสั้นๆ (Motif) มาบรรเลงซ้ำๆ กัน โดยเลียนแบบให้สูงขึ้น หรือต่ำลงเป็นลำดับ หรือไม่ก็ซ้ำอยู่ในระดับเดียวกัน ในด้านจังหวะ ได้ทำให้กระชับขึ้นมาก โดยมีการใช้เครื่องหมายกำหนดจังหวะ (Time Signature) จุดสุดยอดแห่งการเขียนเพลงแบบนี้คือ เพลงประเภท ฟิวก์ (Fugue) ซึ้งใช้เป็นทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง เป็นเพลงที่มีหลายทำนองสลับซับซ้อน มีลวดลายมาก นอกจากนี้ การเขียนเพลงแบบโฮโมโฟนี คือ การประสานเสียงที่มีทำนองหลักหนึ่งแนว และมีแนวเสียงอื่นเป็นส่วนประกอบ ได้รับพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในยุคนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/1624d1e80c9a2ac5fbe119db98823d4b/7CB954F3_A601_478B_80D2_C9E48A6016E2.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:14:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407848629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407849671</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนี้เป็นชาวเยอรมัน คือ เจ. เอส. บาค (Johann Sebastian Bach ค.ศ. 1685 - 1750) และ แฮนเดล (George Frideric Handel ค.ศ. 1685 - 1759)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับบาคนั้น ได้แต่งเพลงต่างๆ ไว้เป็นจำนวนหลายร้อยเพลง และยังได้วางรากฐานทางดนตรีไว้มากจนได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาของดนตรีสากล” และส่วนแฮนเดลนั้น ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เขาได้แต่งเพลงร้องและเพลงบรรเลงไว้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพลงร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเพลงหนึ่ง คือ Messiah (ไทยออกเสียงว่า มิซซา) เป็นเพลงบรรยายถึงประวัติของพระเยซู เพลงนี้ใช้แสดงกันในฤดูคริสต์มาสทั่วทุกมุมโลก สำหรับเพลงบรรเลงนั้นได้เขียน คอนแชร์โต กรอสโซ (Concerto Grosso) ซึ่งเพลงไพเราะมาก ทั้งหมด 12 เพลง ที่วงดนตรีนิยมบรรเลงกันจนกระทั่งทุกวันนี้มี 2 เพลง คือ Water Music และ Fireworks Music<br>และยังมีคีตกวีทีสำคัญอีกหลายท่าน ได้แก่ <br>1. Dieterich Buxtehude<br>2. Johann Pachelbel<br>3. Alessando Scarlatti<br>4. Antonio Vivaldi<br>5. Jean Baptist Lully<br>6. Jean-Philippe Rameau<br>7. Georg Phillip Telemann<br>8.Henry Purcell</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/32da1231e4d824613fa64a61f9209b91/A08DD687_E378_4A6C_9FB7_154564E3A732.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:18:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407849671</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407852476</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; บทเพลงบรรเลงมีความสำคัญเทียบเท่ากับบทเพลงร้อง เนื่องจากเครื่องดนตรี มีการพัฒนาทั้งรูปและเสียงรูปแบบการประพันธ์เพลงในยุคนี้มีการพัฒนาและปรับปรุงจนมีลักษณะเด่นชัด โดยเฉพาะคอนแชร์โต(Concerto) ตัวบทเพลงประชันระหว่างเครื่องดนตรีประเภทเดี่ยว</div><div>กับวงดนตรีซึ่งแสดงความสามารถของผู้บรรเลงได้เป็นอย่างดี บทเพลง Concerto ที่ได้รับความนิยมคือThe Four Season ของวิวัลดี และยุคนี้เป็นจุดเริ่มต้นของบทเพลงบรรเลงประเภทต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/4rgSzQwe5DQ" />
         <pubDate>2022-12-04 07:27:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407852476</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407853641</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;   เครื่องดนตรีได้รับการพัฒนาจึงทำให้นักดนตรีมีความสามารถในการบรรเลงอย่างมาก จึงทำให้ยุคนี้มีประเภทการบรรเลงดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โชนาตา คอนแชร์โต โอเปรา เป็นต้น เริ่มมีการผสมวงออร์เคสตราเพื่อใช้ประกอบการแสดงละครเพลงหรือโอเปรา แต่ลักษณะการผสมวงของเครื่องดนตรียังไม่มีการกำหนดที่แน่นอน นอกจากนี้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายยังได้รับการพัฒนาอย่างมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 07:31:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407853641</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407854954</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดนตรีในยุคนี้ถือว่าเป็นดนตรีบริสุทธิ์ (Pure Music หรือ Absolute Music) เพลงต่างๆ นิยมแต่งขึ้นเพื่อการฟังโดยเฉพาะ มิใช่เพื่อประกอบพิธีศาสนาหรือพิธีอื่นๆ เป็นระยะเวลาแห่งดนตรีเพื่อดนตรี เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลง เพื่อฟังความไพเราะของเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เป็นลักษณะดนตรีที่ต้องใช้แสดงความสามารถในการบรรเลงมากขึ้น การประสานทำนองแบบโพลีโฟนีใช้น้อยลงไป การประสานทำนองแบบโฮโมโฟนีถูกนำมาใช้มากขึ้น มีการนำกฎเกณฑ์มาใช้ในการแต่งเพลงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งนำเอาองค์ประกอบของดนตรีมาใช้อย่างครบถ้วน มีการกำหนดอัตราจังหวะ กำหนดให้จำนวนจังหวะสม่ำเสมอเท่ากันทุกห้อง การเขียนเพลงในยุคนี้สนใจความแตกต่าง (Contrast) การใช้จังหวะ มีทั้งจังหวะช้า และเร็ว สลับกันไปตามจำนวนของท่อนเพลงการเขียนทำนองเพลง มีการพัฒนาให้มีหลักเกณฑ์และมีความสมดุล เช่น ทำนองประโยคหนึ่งจะแบ่งเป็น 2 วรรค คือ วรรคถาม และวรรคตอบ ให้มีความยาวเท่าๆ กัน ด้านเสียงประสานนั้นก็ได้พัฒนาก้าวหน้าต่อไปอีก นำการเปลี่ยนบันไดเสียงในระหว่างบทเพลงมาใช้แล้วจึงกลับมาหาบัน ไดเสียงเดิมในตอนจบเพลง ในด้านน้ำเสียงนั้นยุคนี้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ การจัดวงออร์เคสตรา ใช้เครื่องดนตรีครบทุกประเภท ได้มีการประดิษฐ์เครื่องดนตรีใหม่ๆ ที่ได้ใช้กันมาจนถึงปัจจุบันหลายเครื่องที่สำคัญที่สุด คือ เปียโน (Piano)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;    ลักษณะของดนตรีในสมัยคลาสสิกที่เปลี่ยนไปจากสมัยบาโรกที่เห็นได้ชัด คือ การไม่นิยมการสอดประสานของทำนองที่เรียกว่าเคาน์เตอร์พอยท์ (Counterpoint) หันมานิยมการเน้นทำนองหลักเพียงทำนองเดียวโดยมีแนวเสียงอื่นประสานให้ทำนองไพเราะขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/b5f0d6f0afabb1f94987fb2b0abab790/7FDB7127_67DD_401B_A159_2EED32DCD875.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:35:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407854954</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407855510</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนตรีในยุคนี้ถือว่าเป็นดนตรีบริสุทธิ์ (Pure Music หรือ Absolute Music) เพลงต่างๆ นิยมแต่งขึ้นเพื่อการฟังโดยเฉพาะ มิใช่เพื่อประกอบพิธีศาสนาหรือพิธีอื่นๆ กล่าวได้ว่าเป็นระยะเวลาแห่งดนตรี เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลง เพื่อฟังความไพเราะของเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เป็นลักษณะดนตรีที่ต้องใช้ความสามารถในการบรรเลงมากขึ้น การประสานทำนองแบบโพลี โฟนีใช้น้อยลงไป การประสานทำนองแบบโฮโมโฟนีถูกนำมาใช้มากขึ้น มีการนำกฎเกณฑ์มาใช้ในการ</div><div>แต่งเพลงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งนำเอาองค์ประกอบของดนตรีมาใช้อย่างครบถ้วน</div><div><br>การประสานเสียงได้พัฒนาต่อจากยุคคลาสสิกทำให้เกิดการคิดคอร์ดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อใช้แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก มีการนำคอร์ดที่เสียงไม่กลมกลืนมาใช้มากขึ้น มีการใช้โน้ตนอกคอร์ด บันไดเสียงที่มีโน้ตครึ่งเสียง (Chromatic Scale) การเปลี่ยนบันไดเสียงหนึ่งไปอีกบันไดเสียงหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงการประสานเสียงแบบโฮโมโฟนี (Homophony) ยังคงเป็นลักษณะเด่นสืบเนื่องมาจากยุคคลาสสิก การใช้เสียงดัง-เบา มีตั้งแต่ ppp ไปจนถึง fff คีตลักษณ์ของเพลง (form) ยังคงเป็นแบบโซนาต้าฟอร์มแบบยุคคลาสสิก แต่มีความยืดหยุ่นของโครงสร้าง<br><br></div><div>ในยุคนี้ดนตรีบรรเลง และบทเพลงสำหรับเปียโน เป็นที่นิยมประพันธ์กันมากขึ้น ลักษณะของวงออร์เคสตราจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามแต่ผู้ประพันธ์เพลงจะกำหนด เพลงคฤหัสถ์หรือเพลงสำหรับชาวบ้านเป็นที่นิยมประพันธ์กัน แต่เพลงโบสถ์ก็ยังคงมีการประพันธ์อยู่เช่นกัน ในลักษณะของเพลงแมส ที่ใช้เพื่อประกอบศาสนพิธี และเพลงเรเควียม ที่ใช้ในพิธีศพ สำหรับบทเพลงอุปรากร และเพลงร้องก็มีพัฒนาการควบคู่ไปเนื้อร้องมีตั้งแต่การล้อการเมือง ความรักกระจุ๋มกระจิ๋ม ไปจนถึงเรื่องโศกนาฏกรรม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/e6978c9d607c54837bc51834262a05db/773A1B4B_3128_4DB1_A3F8_1648D3B7DA0E.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:37:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407855510</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407855875</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนตรีในยุคนี้มีความหลากหลายมาก<br>เนื่องจากสภาพสังคมที่เป็นอยู่ ตกวี<br>พยายามที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา<br>มีการทดลองการใช้เสียงแบบแปลกๆ การ<br>ประสานทำนองเพลงมีทั้งรูปแบบเดิม และ<br>รูปแบบใหม่ มีการใช้เสียงประสานอย่าง<br>อิสระ ไม่เป็นไปตามกฎของดนตรี จัด<br>ลำดับคอร์ดตามความต้องการ ทำนอง<br>ไม่มีแนวที่ชัดเจนรัดกุม เหมือนในยุค<br>คลาสสิค หรือโรแมนติค ฟังเพลงเหมือน<br>ไม่มีกลุ่มเสียงหลัก<br>ในครึ่งหลังของสมัยนี้ การดนตรีก้าวหน้า<br>ไปอย่างไม่ลดละ นอกจากมีการฝ่าฝืนกฎ<br>เกณฑ์ทางด้านทฤษฎีแล้ว ยังมีการใช้<br>เครื่องไฟฟ้าเข้ามาประกอบด้วย เช่น มี<br>การใช้เสียงซึ่งทำขึ้นโดยระบบไฟฟ้า เป็น<br>สัญญาณเสียงในระบบอนาล็อกหรือ<br>ดิจิตอล หรือใช้เทปอัดเสียงในสิ่ง<br>แวดล้อมต่างๆ มาเปิดร่วมกับดนตรีที่แส<br>ดงสดๆ บนเวที และเสียงอื่นๆ อีกมาก ยุค<br>นี้จึงเป็นสมัยของการทดลองและบุกเบิก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/16bf217a06e51a609349882fb0443439/2FDD6562_6536_4EAD_8CBD_502946D3CBC0.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:38:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407855875</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858290</link>
         <description><![CDATA[<div>1. Franz Joseph Haydn</div><div>    ผู้นี้ได้วางรากฐานทางด้านเพลงชิมโฟนีไว้มากมาย และแต่งเพลงชิมโฟนีไว้ถึง 104 เพลง จนได้รับฉายาว่าเป็น "บิดาแห่งเพลงชิมโฟนี" และยังได้ปรับปรุงสตริงควอเตท (String Quartet) ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</div><div><br></div><div>2. Wolfgang Amadeus Mozart</div><div>  เป็นนักประพันธ์ดนตรีชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก เขามีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้นรวมทั้งอุปรากร(ดนตรีซึ่งมีเนื้อเรื่อง) ชื่อดอนโจวันนี และ ขลุ่ยวิเศษ</div><div><br></div><div>3. Ludwig Van Beethoven</div><div>เป็นคีตกวีและนักเปียโนชาวเยอรมัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/d57f3c697cc59e74338120c130b64fc2/8EE1EA92_2F6C_4DE3_95FC_CEBA58D2FB89.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 07:45:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858290</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858357</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นยุคที่สำคัญมากของดนตรีตะวันตก<br>เนื่องจากรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ<br>ประพันธ์เพลง การผสมวง หรือบทเพลง<br>บรรเลง มีความเป็นแบบแผนอย่างมาก<br>รูปแบบการประพันธ์บทเพลงในยุคนี้<br>ได้แก่ โซนาตา คอนแชร์โต ชิมโฟนี และ<br>การผสมวงได้แก่ วงเชมเบอร์-มิวสิก และ<br>ออร์เคสตรา ทุกอย่างล้วนจัดให้มี<br>มาตรฐานทั้งสิ้น นอกจากนี้ ละครร้องหรือ<br>โอเปรา (Opera) ก็ได้รับการพัฒนาจนได้<br>รับความนิยมทั่วไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/o_NuGdb7yf0" />
         <pubDate>2022-12-04 07:46:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858427</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;     ดนตรีในยุคนี้ถือว่าเป็นดนตรีบริสุทธิ์ (Pure Music หรือ Absolute Music) เพลงต่างๆ นิยมแต่งขึ้นเพื่อการฟังโดยเฉพาะ มิใช่เพื่อประกอบพิธีศาสนาหรือพิธีอื่นๆ กล่าวได้ว่าเป็นระยะเวลาแห่งดนตรี เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลง เพื่อฟังความไพเราะของเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เป็นลักษณะดนตรีที่ต้องใช้ความสามารถในการบรรเลงมากขึ้น การประสานทำนองแบบโพลี โฟนีใช้น้อยลงไป การประสานทำนองแบบโฮโมโฟนีถูกนำมาใช้มากขึ้น มีการนำกฎเกณฑ์มาใช้ในการ</div><div>แต่งเพลงอย่างเคร่งครัด รวมทั้งนำเอาองค์ประกอบของดนตรีมาใช้อย่างครบถ้วน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 07:46:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407858427</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878576</link>
         <description><![CDATA[<div>1. Gioacchino Rossini<br>ผู้ประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียน รอสชินีมีชื่อเสียงจากการประพันธ์โอเปร่า มีแนวการ<br>แต่งเพลงแบบค่อย ๆ พัฒนาความสำคัญของเนื้อหาดนตรีทีละน้อยไปจนถึงจุดสุด<br>ยอดในที่สุดผลงานที่มีชื่อเสียง ได้แก่ La Scala di Seta, La Gazza Ladra, La<br>Cenerentola, Semiramide, The Baber of Seville และWilliam Tell<br><br>2. Frederic Francios Chopin<br>ผู้ประพันธ์เพลงและนักเปียโนเลือดผสมฝรั่งเศส - โปแลนด์ ชื่อเสียงของโชแปงโด่งดังเพราะเขาได้พัฒนาบทเพลงสั้น ๆสำหรับเบียโนหรือที่เรียกกันว่า "Character Piece" ซึ่งเขาแสดงอารมณ์เพลงโดยใช้ลักษณะการประสานเสียงและใช้ทำนองเพลง ดนตรีของโชแปงเป็นดนตรีโรแมนติกตามความหมายโดยแท้ๆ เป็นดนตรีที่แสดงอารมณ์ของผู้ประพันธ์อย่างอิสระ ผลงานของโชแปงแทบทั้งหมดเป็นประเภทดนตรีสำหรับเบียโนที่แสดงออกถึงความรู้สึกโรแมนติกซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามและการกลั่นกรองให้เป็นผลงานคุณภาพทั้งสิ้นและยังมีคีตกวีที่สำคัญอีกหลายท่าน ได้แก่<br>3. Franz Peter Schubert<br>4. Hector Berlioz<br>5. Edvard Hagerup Grieg<br>6.Felix Mendelssohn-Batholdy<br>7. Robert Alexander Schumann<br>8. Franz Liszt<br>9. Richard Wagner<br>10. Giuseppe Verdi</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/b0472b97b82b408c4425605a27e61c49/6F4EDEE3_6B51_47BC_8768_16E4CB323759.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 08:50:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878576</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878653</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคนี้เป็นยุคที่นำหลักการของยุคคลาสสิกมาใช้ผสมผสานกับการใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในบทเพลง ทำให้บทเพลงมีความไพเราะ สง่างาม อ่อนหวาน ในขณะหนึ่งก็สะเทือนอารมณ์ของผู้ฟังได้เช่นกัน<br>สำหรับวงออร์เคสตรา มีการเพิ่มขนาดของวงให้ใหญ่ขึ้น เพื่อความสมบูรณ์แบบของเสียง ในวงดนตรียุคนี้ทำนองของบทเพลงเน้นแนวทำนองหลักและใช้การประสานเสียงเพื่อให้มีความไพเราะบทเพลงที่นิยมในยุคนี้ คือ ดนตรีบรรยายเรื่องราว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/tWrtgYWj-aQ" />
         <pubDate>2022-12-04 08:50:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878653</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878768</link>
         <description><![CDATA[<div>ในยุคนี้ เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับ<br>การพัฒนารูปร่างจนสามารถบรรเลงด้วย<br>วิธีการและเทคนิคต่างๆ ที่หลากหลายได้<br>เป็นอย่างดีในส่วนของการผสมวงออร์เคส<br>ตรา ยังคงใช้หลักการผสมวงออร์เคสตรา<br>ตามยุคคลาสสิก และเพิ่มขนาดโดยการ<br>เพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีให้มีความยิ่งใหญ่<br>ขึ้น เพื่อให้อารมณ์ของบทเพลงมีความ<br>หลากหลายและสามารถสื่อถึงผู้ฟังได้<br>อย่างเด่นชัด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 08:50:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407878768</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407896897</link>
         <description><![CDATA[<div>1. Arnold Schoenberg<br>ผู้ประพันธ์เพลงไว้หลายรูปแบบตามแนว<br>ความคิดในช่วงปลายสมัยโรแมนติก<br>สไตล์การแต่งเพลงของ โชนเบิร์กเป็น<br>เอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเขาได้ริเริ่มคิด<br>การแต่งเพลงโดยใช้แนวคิดใหม่ คือ ใช้<br>ระบบ Twelve Tone<br>นอกจากผลงานด้านดนตรีแล้วโชนเบิร์ก<br>ยังมีผลงานเขียนด้วย ได้แก่ "ทฤษฎีแห่ง<br>เสียงประสาน" (Harmonielehre) และยัง<br>เป็นอาจารย์สอนการประพันธ์ดนตรีใน<br>โรงเรียนและมหาวิทยาลัย หลาย ๆ แห่ง<br>ถือว่ามีคุณค่าต่อวงการดนตรีต่อ ๆ มา<br>2. Bela Bartok<br>บาร์ตอคเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีหลักการ<br>ประพันธ์เพลงเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง<br>ซึ่งทำให้มีชื่อเสียงในฐานะผู้ประพันธ์เพลง<br>ชั้นแนวหน้าผู้หนึ่งในสมัยศตวรรษที่ 20<br>เพลงที่บาร์ตอคประพันธ์ขึ้นมีแนวการ<br>ประพันธ์เพลงสมัยใหม่ โดยใช้เพลงพื้น<br>เมืองของฮังการีและรูมาเนียเป็นวัตถุดิบ<br>เป็นส่วนใหญ่ซึ่งท้ายที่สุดทำให้เขามี<br>กิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วนานาชาติว่า เป็นผู้<br>รอบรู้ในดนตรีพื้นเมืองอย่างดียิ่ง<br>และยังมีคีตกวีที่สำคัญอีกหลายท่าน ได้แก่<br>3. Igor Stravinky<br>4. Aban Berg<br>5. Sergei Prokofiev<br>6. Paul Hindemith<br>7. George Gershwin<br>8. Aaron Copland<br>9. Dmitri Shostakovich<br>10. Karlheinz Stockhausen<br>11. Philip Glass</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/0f8005abdf785aad3cda7008462c6d17/27B1AE22_531E_4F9C_B879_DB48A975DCD4.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-04 09:36:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407896897</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407896928</link>
         <description><![CDATA[<div>ยุคนี้เป็นยุคเปลี่ยนแปลงดนตรีชาติตะวัน<br>ตก มีการเน้นรูปแบบจังหวะมากขึ้น เริ่มมี<br>การใช้บันไดเสียง 12 เสียง หลักการใน<br>การประพันธ์บทเพลงมีความแตกต่างจาก<br>ยุคก่อนนี้ เริ่มมีการประสานเสียงทำให้ฟัง<br>แล้วรู้สึกไม่สบายหู เริ่มมีการทดลอง<br>ทฤษฎีแปลกๆใหม่ๆ ซึ่งทำให้กฎเกณฑ์<br>ทางดนตรีมีความหลากหลาย ถือได้ว่ายุค<br>นี้เป็นยุคการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นผลมา<br>จากสภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง<br>มากมายตามที่ได้พบเห็นในปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/7nI54Q5c0xA" />
         <pubDate>2022-12-04 09:36:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407896928</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• ลักษณะของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407897000</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนตรีมีการผสมผสานรูปแบบใหม่ขึ้น ซึ่ง<br>มีการนำเสียงจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์มา<br>ใช้เป็นเครื่องดนตรีด้วย ส่วนดนตรีคลาส<br>สิกก็ยังคงใช้รูปแบบการผสมวงตามยุค<br>คลาสสิก ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะ<br>เน้นที่รูปแบบการประพันธ์เพลงมากกว่า<br>และในยุคนี้เริ่มมีวงดนตรีผสมผสานรูป<br>แบบใหม่ซึ่งผสมผสานระหว่างแอฟริกา<br>ตะวันตก อเมริกา และยุโรป ที่เรียกว่า วง<br>ดนตรีแส (Jazz) เครื่องดนตรีที่ใช้ในวง<br>มักประกอบด้วย ทรัมเป็ต คลาริเน็ต<br>ทรอมโบน ทูบา และกลองประเภทต่างๆ<br>เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-04 09:37:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/lglentzn996tc8ar/wish/2407897000</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
