<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การสะสมอาหารในพืช ม.6/2 by ฝส.ไลยีนะห์ ดาราแม</title>
      <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือกพืชที่สนใจ เขียนชื่อ วิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งอธิบายลักษณะเเละบริเวณที่สะสมอาหาของพืชดังกล่าว </description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-08-10 08:50:57 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-12-06 13:06:16 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f431.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>หอมใหญ่</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937310088</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>หอมใหญ่<br><br>ชื่อวิทยาศาสตร์ :&nbsp; </strong><em>Allium cepa</em>&nbsp; L.<br><strong>วงศ์</strong> : &nbsp; Alliaceae<br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Onion<br><strong>ชื่ออื่น</strong> : หอมฝรั่ง&nbsp; หอมหัวใหญ่ <br>หอมหัวใหญ่นั้น ที่จริงแล้วคือส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดิน<br>ถูกจัดให้เป็นพืชหัว โดยมีลักษณะของใบที่อยู่ใต้ดิน เรียงเวียนกันไป และอัดกันแน่น จนได้รูปทรงเป็นหัวอย่างที่เราได้เห็นกัน<br><strong>ส่วนที่โผล่พ้นดิน </strong>&nbsp;แท้จริงแล้ว คือส่วนของลำต้นที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่ง ลักษณะของใบจะเป็นทรงกระบอก กลม ด้านในกลวง<br><strong>ดอก </strong>ช่อดอกของหอมหัวใหญ่ มีลักษณะ เป็นช่อๆ มีซี่คล้ายร่ม และเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ ซึ่งโดยปกติแล้ว ดอกของหอมหัวใหญ่&nbsp; จะมีประมาณ 50-200 ดอก ตามแต่ความสมบูรณ์ของหัวหอม สีของดอกหอมใหญ่ เป็นสีขาวปนเขียว แทงจากลำต้นใต้ดิน <br><strong>ผล </strong>หอมหัวใหญ่มีผลขนาดเล็ก เป็นทรงกลม เมื่อเมล็ดแห้ง และแตกจะเห็นเมล็ดอยู่ภายในประมาณ 3-6 เมล็ด<br><strong>ลักษณะ</strong> : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม รูปรียาว ใบเกร็ดที่หุ้มหัวใต้ดิน สีม่วงแแดง <strong>ใบ </strong>เดี่ยว ออกเป็นกระจุก 3-4 ใบ รูปดาบ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 20-40 ซม. เส้นใบขนาน จีบตามยาวคล้ายพัด&nbsp; <br><strong>ผล </strong>แห้ง แตกได้<br><mark>การสะสมอาหารเกิด จากกาบใบที่มีการเก็บสะสมอาหารมาเรียงซ้อนกัน อยู่ทางด้านบนของลำต้น</mark> กาบใบด้านนอกสุดมีลักษณะเป็นแผ่นแบนและแห้ง ทำหน้าที่ห่อหุ้มส่วนต่างๆ ของหัวไว้ภายใน มีสีขาว ส้ม และแสด<br><strong>ประโยชน์ </strong>:&nbsp; หัวหอมใหญ่ มีวิตามินซีสูง มีน้ำมันหอมระเหย น้ำคั้นจากหัว ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด<br><br>น.ส.วิรงค์รอง&nbsp; เพ็ชรวง์ เลขที่16 ม.6/2</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311279101/2ae7ebaf0d7212bbf5192865b2f75e3a/png_clipart_onion_onion_thumbnail.png" />
         <pubDate>2021-12-09 03:15:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937310088</guid>
      </item>
      <item>
         <title>  แครอท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937312620</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong>&nbsp; &nbsp; <em>Daucus carota L.</em><br><strong>วงศ์</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Umbelliferae <br><strong>ชื่อสามัญ</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Carrot<br><br>&nbsp; &nbsp;<strong>ลักษณะ : </strong>แครอทเป็นไม้ล้มลุก อายุ 1 - 2 ปี หัวเป็นสีส้ม และมีสารแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมาก รากยาวเรียว ใบมีลักษณะเป็นฝอย <strong>แครอท</strong> เป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบันคือสีส้ม เป็นพืชแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอ หรือที่เรียกว่าเบบี้แครอท ไปจนถึง ขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิด อยู่แถบเอเชียกลาง จนถึงทางตะวันออก ต่อมาได้เผยแพร่เข้าไปใน ยุโรป และประเทศจีน แครอทเป็นพืชสองฤดู โดยฤดูแรกเจริญทางต้น ใบ และราก&nbsp; ฤดูที่สองจะเจริญทางดอก และเมล็ด ลักษณะลำต้นเป็นแผ่นใบ จะเจริญจากลำต้น เป็นกลุ่มมีก้านใบยาว&nbsp; ประกอบด้วย เปลือกบาง(Periderm) และส่วนของเนื้อ(Cortex) ซึ่งประกอบด้วยท่ออาหาร และเป็นแหล่งเก็บ อาหารสำรอง ส่วนใหญ่อยู่ในรูป ของน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ 45-65% ของหัว เนือสีขาว เหลือง ส้ม แดง ม่วงและดำ ส่วนของแกน(inner core) ประกอบด้วย ท่อน้ำ(xylem) และแกน(pith) แครอท สายพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง จะมีแกนขนาดเล็ก และมีสีเดียว กับเนื้อหรือมีส่วนของเนื้อ มากกว่าส่วนของแกน การปลูกฤดูที่สองเพื่อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ลำต้นจะยืดตัว สร้างก้านดอกยาว 2-4 ฟุต บนยอดมีช่อดอก ซึ่งช่อแรกจะเจริญ จากส่วนกลางของลำต้น ต่อจากนั้นช่ออื่นๆ จะเจริญตาม การผสมเกสรจะเป็น แบบผสมข้าม ส่วนใหญ่ แมลงเป็นตัวช่วยผสมเกสร</div><div>&nbsp;  <strong>สะสมอาหารบริเวณ : </strong>ราก<br>&nbsp; <strong>สะสมอาหารในรูปแบบ : </strong>แป้งและน้ำตาล&nbsp;<br>&nbsp;นางสาวต่วนนะห์ ต่วนบอสู ม.6/2เลขที่18</div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311279247/d946f4d00e9f5d0a52424dfa7b3382bb/8403F675_B569_4687_8567_B07C30AA46AE.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:17:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937312620</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผักบุ้ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937315815</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : <em>Ipomoea aquatica</em><br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Swamp Morning Glory, Water Morning Glory <br><strong>ลักษณะ</strong> : ผักบุ้งเป็นไม้น้ำและเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเลื้อยทอดไปตามน้ำหรือในที่ลุ่มที่มีความชื้นหรือดินแฉะๆ ลำต้น กลวงสีเขียวมีข้อปล้องและมีรากออกตามข้อได้เป็นใบเดี่ยวออกแบบสลับเช่นรูปไข่รูปไข่แถบขอบขนานรูปหอก รูปหัวลูกศรขอบใบเรียบหรือมีควั่นเล็กน้อยปลายปลายใบแหลมหรือมนฐานใบเว้าป็นรูปหัวใจใบยาว3-15ซม.<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ</strong> : ใบ ลำต้น<br><strong>สะสมอาหารในรูป</strong> : แป้งและน้ำตาล<br><strong>นางสาวรมย์ธีรา บุญสม ม.6/2 เลขที่10</strong><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1363709663/3b46a722d1d1b516038ea70732a39d0e/22D9A1EA_F3FF_4475_9CF7_612BEE45ADF1.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:19:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937315815</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กระชาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937316260</link>
         <description><![CDATA[<div><br><a href="https://www.google.co.th/search?client=safari&amp;channel=iphone_bm&amp;q=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2+%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;stick=H4sIAAAAAAAAAOPgE-LUz9U3MDQzSMnQMs5OttJPyszPyU-v1M8vSk_MyyzOjU_OSSwuzkzLTE4syczPsypOzkzNKwHxFfISc1MXsTo82NH4YMfiBzs2PNjR9WDHpgc7FimAWdsf7Ox4sGPtgx3LH-zY8mDHdKAEWHoFmFz1YMdUkLadPQBbWw6KhQAAAA&amp;sa=X&amp;ved=2ahUKEwjl3vib4dX0AhXnSGwGHUHsDzgQ6BMoAHoECBQQAg"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></a><strong>: </strong><em>Boesenbergia rotunda<br></em><strong>ชื่อสามัญ :&nbsp; </strong>&nbsp;Kaempfer<br><strong>วงศ์ :&nbsp; </strong>&nbsp; Zingiberaceae<br><strong>ลักษณะ</strong> : เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะเรียว ยาวอวบน้ำ ตรงกลางเหง้าจะพองคล้ายกระสวยออกเกาะกลุ่มกันเป็นกระจุก มีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแกมส้ม เนื้อข้างในเป็นสีเหลืองมีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับกัน สีค่อนข้างแดง ใบมีขนาดยาวรีรูปไข่ ปลายใบแหลมมีขนาดใหญ่สีเขียวอ่อน โคนใบเป็นกาบหุ้มซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อที่ยอด ดอกมีสีขาวหรือสีขาวปนชมพู ผลของกระชายเป็นผลแห้ง<br><strong>บริเวณที่สะสมอาหาร : </strong>ราก ทำหน้าที่ในการสะสมอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล หรือ โปรตีนเอาไว้ <br><strong>นางสาวอนันตญา คงพูน ม.6/2 เลขที่ 9</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://1.bp.blogspot.com/-j9i-Lniq0Cs/VyTC_K5qO-I/AAAAAAAAACk/glXkQTdJoQkH-w2d5vtpMZcCfPr6H2jxACLcB/s1600/image.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:19:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937316260</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้าวโพด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937316548</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : <em>Zea mays Linn</em><br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Corn, Indian corn, Maize<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5_%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA"><br></a><strong>ลักษณะ</strong> : ป็นพืชตระกูลหญ้า มีอายุสั้นเพียงฤดูเดียว เจริญเติบโตได้ง่ายๆ ผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงกระบอก หุ้มด้วยกาบบางๆหลายชั้นรอบฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่กาบจะแห้ง มีสีน้ำตาล ข้างในมีเส้นคล้ายเส้นไหมยาว หุ้มเมล็ดอยู่ประปราย และมีเมล็ดเรียงอยู่สม่ำเสมอ เมล็ดมีลักษณะทรงกลมแบนเล็กๆ มีเยื่อหุ้มเมล็ดผิวเรียบบางใส เมล็ดมีสีนวล สีเหลือง สีขาว หรือสีม่วงดำ ตามสายพันธุ์ มีรสชาติหวานมัน เมล็ดอ่อนมีเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ เมล็ดแก่จะแข็งมาก<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ</strong> : เมล็ด<br><strong>สะสมอาหารในรูป</strong> : นํ้าตาล น้ำมัน และแป้ง<br><strong>น.ส.พิชญาภา ยอมเต็ม ม.6/2 เลขที่ 8</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461350833/4e54d1b8b476b36c46b1d9ade8bf7513/CEEA3352_2850_4B91_8143_1979BF52B6EC.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:20:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937316548</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มันเทศ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937317828</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อวิทยาศาสตร์ : <em>Ipomoea batatas</em><br>ชื่อสามัญ : Sweet potato<br>วงศ์ : Convolvulaceae<br>ลักษณะ : เป็นพืชอายุยืน ไม่มีเนื้อไม้ รากแตกตามข้อและมีรากที่ขยายใหญ่เพื่อสะสมอาหาร มีรูปร่าง ขนาด จำนวนและสีของหัวต่างกัน ตั้งแต่สีขาว สีเหลือง สีน้ำตาล สีแดง และสีม่วง ใบเดี่ยว ไม่มีหูใบ มีต่อมน้ำหวานสองต่อมตรงขั้วใบ ก้านใบด้านบนเป็นร่องลึก กลีบดอกรูปกรวยสีขาวหรือสีม่วงแดง กลีบดอกในส่วนที่เป็นหลอดมีสีม่วง รังไข่ล้อมรอบด้วยต่อมน้ำหวานสีส้มเป็นพู ยอดเกสรตัวเมียมี 2 พู สีขาวหรือสีม่วงอ่อน ผลเป็นแบบแคบซูล มันเทศที่หัวมีสีม่วงบางครั้งเรียกมันต่อเผือกด้วย<br>สะสมอาหารบริเวณ : ราก<br>สะสมอาหารในรูป : แป้งและน้ำตาล<br><br>นางสาว พฤกษา เทพพรหม ม.6/2 เลขที่7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1492520277/cb8c5a1105a84ef8ba16229dc83b7d61/inbound8530464234530541152.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:21:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937317828</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อ้อย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937317880</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong>: Saccharum officinarum<br><strong>ชื่อสามัญ :</strong>sugar cane<br><strong>วงศ์ : </strong>Poaceae<strong><br>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : </strong>อ้อยเป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร แตกกอแน่น ลำต้นสีม่วงแดงตั้งหรือมีโคนทอดเอน มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับเป็น 2 แถว กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 0.5-1 เมตร ใบตั้งหรือทอดโค้ง ใบรูปใบหอกแกมรูปแถบขอบใบมีหนามเล็กๆหยาบ ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด ช่อแยกแขนง รูปปิรามิด เปราะ ช่อดอกย่อยรูปใบหอกถึงรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน มีขนสีขาวปกคลุม ผลเป็นผลแบบผลธัญพืช แห้งและมีขนาดเล็ก<br><strong>บริเวณที่สะสมอาหาร :</strong> อ้อยจะสะสมอาหารในรูปแบบของน้ำตาลซูโครสในบริเวณลำต้น<br><br><strong><mark>นางสาว นรินธร&nbsp; ศรีเพชร เลขที่14</mark></strong><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1492540786/e84677c4e96671edf5b5b196842a6cc6/inbound8870588107163296009.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:21:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937317880</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มันสำปะหลัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937319313</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อทางวิทยาศาสตร์</strong>: <em>Manihot esculenta<br></em><strong>ชื่อสามัญ</strong>: Cassava, Yuca, Mandioa, Manioc, Tapioca<br><strong>ชื่อวงศ์</strong>: EUPHORBIACEAE<br><strong>ลักษณะ</strong>: มันสำปะหลังเป็นพืชหัวชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีอายุอยู่ได้หลายปี ปลูกง่าย ทนทานต่อความแห้งแล้ง และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญ ไม้พุ่ม สูง 1.3–5 เมตร รากแบบสะสมอาหาร (tuberous root) สายพันธุ์ที่นิยมปลูกสูงประมาณ 2.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10–1.5 เซนติเมตร ใบมีร่องลึก 3–7 ร่อง มีหูใบ ก้านใบยาว ดอกเป็นช่อดอก ผลแบบแคปซูลทรงกลม ประมาณ 1.2 เซนติเมตร มี 3 เมล็ดใน 1 ผล การจำแนกสายพันธุ์ใช้คุณลักษณะหลายอย่างช่วยในการจำแนกเช่น สีของใบอ่อน สีก้านใบ สีลำต้น ขนที่ยอดอ่อน ลักษณะทรงต้น หูใบ<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ: </strong>ราก<br><strong>สะสมอาหารในรูป</strong>: แป้ง โปรตีน หรือน้ำตาล<br><br>น.ส.ธันยธร เพชรพิมล ม.6/2 เลขที่ 6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311278620/671c448c12ca9da2ff2164d51fb7a807/FCA1FCC6_8D4D_4843_B926_913EDA351BD6.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:22:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937319313</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คะน้า ต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937320122</link>
         <description><![CDATA[<div><br><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ : </strong><em>Brassica oleracea L.Cv.</em> <br><strong>วงศ์ : </strong>CRUCIFERAE<br><strong>ชื่อสามัญ</strong> Kai-Lan (Gai-Lan), Chinese broccoli<br><strong>ลักษณะ : <br>•</strong>ต้นคะน้า มีลักษณะกลมๆ จะมีลำต้นเดี่ยว จะมีก้านใบยาว โดยรอบๆ อยู่ห่างๆบนต้นของคะน้า จะมีสีเขียวนวล<br>•ใบคะน้า มีลักษณะมีใบกว้างใหญ่ จะมีสีเขียวนวล ก้านใบยาว ใบจะออกแข็งๆ<br>•รากคะน้า มีระบบรากแก้ว มีลักษณะกลมเล็กๆ มีรากฝอยๆ จะมีสีน้ำตาล<br>•ดอกคะน้า ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาว ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด มีลักษณะช่อดอกแบบซี่ร่ม รองรับช่อดอกเล็กๆ ไว้ ดอกจะมีสีขาว<br>•เมล็ดคะน้า มีลักษณะกลมๆ มีขนาดเล็กๆ มีสีดำ<br><strong>สะสมบริเวณ : </strong>ราก ลำต้น ใบ<strong><br>สะสมรูปแบบ : </strong>วิตามินซี<br><br>นางสาวรัชดาภรณ์ แม่นมั่น ม.6/2 เลจที่11<br><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://foodfreshmart.com/wp-content/uploads/2020/06/%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2_4-1.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:22:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937320122</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้วย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937322865</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ :&nbsp; </strong>&nbsp;<em>Musa</em> ABB cv. Kluai 'Namwa'<br><strong>ชื่อสามัญ :&nbsp; </strong>&nbsp;Banana<br><strong>วงศ์ :&nbsp; </strong>&nbsp;Musaceae<br><strong>ลักษณะ</strong> ไม้ล้มลุก สูงประมาณ 3.5 เมตร ลำต้นสั้นอยู่ใต้ดิน กาบเรียงเวียนซ้อนกันเป็นลำต้นเทียม สีเขียวอ่อน ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 25-40 ซม. ยาว 1-2 เมตร ปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ด้านล่างมีนวลสีขาว เส้นใบขนานกันในแนวขวาง ก้านใบเป็นร่องแคบ ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดห้อยลง เรียกว่า หัวปลี มีใบประดับขนาดใหญ่หุ้มสีแดงเข้ม เมื่อบานจะม้วนงอขึ้น ด้านนอกมีนวล ด้านในเกลี้ยง ผล รูปรี ยาว 11-13 ซม. ผิวเรียบ ปลายเป็นจุก เนื้อในมีสีขาว พอสุกเปลือกผลเป็นสีเหลือง เนื้อมีรสหวาน รับประทานได้ หวีหนึ่งมี 10-16 ผล บางครั้งมีเมล็ด เมล็ดกลม สีดำ<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ</strong> ผล<br><strong>สะสมอาหารในรูป</strong> น้ำตาล<br>ชื่อ น.ส.ธัญพิชชา จันท์อ่อน ม.6/2 เลขที่ 19</div>]]></description>
         <enclosure url="https://static.wixstatic.com/media/c8a905_0f6ff489e5f2489abe4e324d4792fb96~mv2.jpg/v1/fill/w_800,h_533,al_c,q_90/c8a905_0f6ff489e5f2489abe4e324d4792fb96~mv2.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:24:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937322865</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กระเทียม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937324599</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : <em>Allium sativum L.</em><br><strong>ชื่อวงศ์</strong> : LILIACEAE (ALLIACEAE)<br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Garlic,Common Garlic<br><strong>ลักษณะ : </strong>ไม้ล้มลุก มีกลิ่นแรง มีหัวใต้ดิน ลักษณะกลมแป้น ใบเดี่ยวขึ้นมาจากดิน เรียงซ้อนสลับ แบนเป็นแถบแคบ ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ประกอบด้วยตะเกียงรูปไข่เล็กๆ จำนวนมากอยู่ปะปนกับดอกขนาดเล็กซึ่งมีจำนวนน้อย มีใบประดับใหญ่ 1 ใบ ลักษณะบางใส แห้ง เป็นจะงอยแหลมหุ้มช่อดอกขณะที่ยังตูมอยู่ ก้านช่อดอกเป็นก้านโดด เรียบ รูปทรงกระบอกตัน ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบรวม 6 กลีบ สีขาวหรือขาวอมชมพู ผลเล็กเป็นกระเปาะสั้นๆ รูปไข่หรือค่อนข้างกลม มี 3 พู เมล็ดเล็ก สีดำ<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ </strong>: ใบเกล็ด<br><strong>สะสมอาหารในรูป : </strong>แป้ง น้ำตาล ไขมัน โปรตีน<strong><br></strong>น.ส. ญารินดา ยา ม.6/2 เลขที่13<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1490592404/03662a2099c335897c08d935a2f749ac/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvMS84MDA1L2dhcmxpY3NfMS5qcGc_.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:26:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937324599</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กะหล่ำดอก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328176</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>มีชื่อวิทยาศาสตร์</strong>:<em> Brassica oleracea<br></em><strong><em>ชื่อสามัญ</em></strong><em> :</em>Cauliflower<br><strong>อยู่ในวงศ์</strong> : Brassicaceae</div><div><strong>มีลักษณะ:</strong>กลมๆ มีขนาดใหญ่อวบ จะมีใบหุ้มโดยรอบๆ จะมีสีเขียว มีนวล ดอกอยู่เป็นช่อ เป็นดอกเดี่ยว มีดอกขนาดเล็กๆ อยู่รวมกันเป็นช่ออัดตัวกันแน่น ในดอกเดียวกัน ดอกมีหลายช่อเกาะกลุ่มแน่นเป็นช่อๆ อยู่เป็นกระจุกกลม สีขาว สีเหลือง สีม่วง ตามสายพันธุ์ มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ก้านดอกสั้น อยู่ปลายของลำต้น เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว กะหล่ำดอกมีพันธุ์ใหม่ๆ หลากหลายสี เช่น สีส้ม สีเขียว และสีม่วง เพื่อให้มีสารต้านออกซิเดชันมากขึ้น</div><h1>ข้าวกะหล่ำดอก เมนูแปลงร่างกะหล่ำดอกให้กลายเป็นข้าว</h1><div>ข้าวกะหล่ำดอก ข้าวที่ทำจากกะหล่ำดอก เป็นข้าวที่มีรูปร่างและสัมผัสคล้ายข้าวสวย แต่ให้ปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นอาหารคีโต (Keto Friendly) ที่นิยมทำกินกันในกลุ่มคนสายคีโตเจนิก<br><strong>สะสมในบริเวณ</strong>ใบ<br><br>นางสาว กัสตีนา อุเซ็ง ม.6/2 เลขที่17</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1363704576/a2e65dccfc21bbf71bb2a8a3a882fff2/_________.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:28:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บีทรูท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328605</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อสามัญ</strong> :&nbsp; Chard, Beetroot, Sugarbeet, Mangel-wurzel<br><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ : </strong>&nbsp;<em>Beta vulgaris&nbsp; L.</em><br><strong>วงศ์</strong> : Chenopodiaceae<br><strong>ลักษณะของบีทรูท<br></strong>บีทรูท เป็นพืชที่หัวอยู่ใต้ดิน มีสีแดงฉ่ำ&nbsp; รากอวบน้ำ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวสลับ ก้านยาว ใบรูปหัวใจรี ดอก เป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อ มีสีเขียวอ่อน ขนาดเล็ก ผล มีขนาดเล็ก<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ : ราก<br>สะสมอาการในรูปแบบ : แป้งและน้ำตาล<br></strong>รากหรือ หัวพืชที่สะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกลมป้อม เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร เนื้อด้านใน<br>ฉ่ำน้ำเป็นชั้น ๆ สีแดงเลือดหมู ม่วงแดง และเหลือง บีทรูท รับประทานได้หมดทั้งต้น หัว ก้าน ใบ เมื่อปอกเปลือก<br>สีแดงจะติดมือ สารสีแดงในหัวบีทรูท คือ เบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญ<br>เติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง<br><strong>นางสาวณัฐริกา พรหมเกิด 6/2 เลขที่ 5</strong><br><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1354508205/d7a5f47a77e612f3eba585502d6fd877/___________4_.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:29:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328605</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ถั่ว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328870</link>
         <description><![CDATA[<div>มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า 👉🏽 <em>Vigna radiata</em> (L.) R. Wilczek <br>ลักษณะ 👇🏾<br>เป็นถั่วเมล็ดแห้ง (<a href="http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1358/legume-%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87">legume</a>) สีเปลือกนอกส่วนใหญ่เป็นสีเขียว อาจมีสีอื่นด้วยขึ้นอยู่กับพันธุ์ ส่วนที่นำมาบริโภคคือใบเลี้ยง (cotyledons) ซึ่งสะสมอาหารไว้ให้ต้นอ่อน ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เกลือแร่ และวิตามินต่างๆ มีไขมันต่ำกว่าถั่วเหลือง&nbsp;<br>ประโยชน์ 👇🏾</div><ul><li>เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย</li><li>ช่วยบำรุงลำไส้ และบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้อง</li><li>ช่วยบำรุงกระดูกและยังบรรเทาอาการปวดข้อต่าง ๆ</li><li>ช่วยป้องกันและลดอาการเหน็บชา</li><li>ช่วยบำรุงช่องคลอดและมดลูก</li><li>ช่วยบำบัดอาการประจำเดือนผิดปกติของสตรี</li><li>ช่วยกำจัดหนองและอาการผื่นคันตามผิวหนัง</li></ul><div><br>นายอารูวี บินมะมิง ม.6/2 เลขที่1 🙏🏻<br><br></div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311292938/2094b78f8dc4b044ada66206cbd1a508/C27EDFC4_EA84_4E2E_A430_73E0C4A1EE07.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:29:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937328870</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มะพร้าว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937331773</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า </strong><strong><em>Cocos nucifera</em></strong><br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Coconut. <br><strong>วงศ์ </strong>: Palmae.<br><strong>ลักษณะ</strong> : มะพร้าวเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นทรงกระบอก เจริญเติบโตทางสูงขึ้นด้านบน ลำต้นไม่มีเยื่อที่เจริญเป็นกิ่งแตกข้างลำต้น เป็นไม้เนื้ออ่อน ลำต้นเป็นปล้องมีเปลือกหุ้มลำต้น ใบมีลักษณะเป็นแฉกๆ คล้ายขนนก แผ่กว้างตามขนาดของใบ รากเป็นระบบรากฝอยไม่มีรากแก้ว โดยแผ่กว้างรอบโคนต้น และหยั่งลึกลงไปจากผิวดินถึงใต้ดิน ๑-๒ เมตร <br><strong>สะสมอาหารบริเวณ : </strong>เมล็ดมะพร้าว(เอ็นโดสเปิร์ม)<br><strong>สะสมอาหารในรูป</strong> : น้ำตาล<br>นางสาว ไปรยาพร ศรีสุวรรณ์ 6/2 เลขที่15</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1490583257/b74d938f6eec4072279bff6379accc19/________________________pobpad.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:31:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937331773</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เงาะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937332860</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> :<em> Nephelium lappaceum L.</em><br><strong>วงศ์</strong> : Sapindaceae<br><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Rambutan<br><strong>ลักษณะ</strong> :<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้าน ใบ เป็นใบประกอบรูปขนนก ใบย่อยรูปโค้ง หรือรูปไข่กลับ ดอก ออกช่อที่ปลายยอด เป็นกลุ่มย่อย ช่อดอกมีกิ่ง แขนง ดอกย่อยออกเป็นกลุ่ม ดอกมีสีนวล อ่อน ๆ ผล รูปร่างกลมรี มีขนยาว เมื่อยังไม่สุกขนและ ผิวมีสีเขียว เมื่อสุกบางพันธุ์ผิวผลและขน มีสีแดง บางพันธุ์ผิวผลแดงขนมีสีเขียว อมเหลือง เนื้อสีขาวมีรสหวาน หรือหวาน อมเปรี้ยว เมล็ดเป็นรูปขอบชนวน คลุมด้วย เนื้อเยื่อใสสีขาว<br><strong>สะสมอาหารที่ : </strong>ผล<br><strong>สะสมอาหารในรูปแบบ</strong> : น้ำตาล<br>นางสาว ณัฐฐินันท์&nbsp; พาพันธ์ &nbsp;ม.6/2  เลขที่4<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311278525/8e48142d4a1fa0497275da23341d6412/image.png" />
         <pubDate>2021-12-09 03:32:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937332860</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บรอกโคลี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937352985</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : <em>Brassica oleracea var. italica</em></li><li><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Broccoli</li><li><strong>วงศ์</strong> : Brassicaceae</li><li><strong>ลักษณะภายนอกของบรอกโคลี </strong><br>จะมีใบกว้างสีเขียวเข้มออกเทา ริมขอบใบเป็นหยัก ทรงพุ่มใหญ่เก้งก้าง ลำต้นใหญ่และอวบ ดอกอยู่รวมกันเป็นกลุ่มช่อหนาแน่นดูเป็นฝอย ๆ สีเขียวเข้ม ดอกมีขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 16 เซนติเมตร</li><li><strong>สะสมอาหาร</strong>ในส่วนของลำต้นและใบ</li><li><strong>สะสมอาหาร</strong>ในรูปของวิตามิน</li></ul><div><strong>- น.ส.ชญานี อินทกาญจน์ ม.6/2 เลขที่ 3 -</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1311292109/2c52e21168770d5f51574fe384c612bc/bloccoli.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:46:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937352985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กะเพา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937358474</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> | Ocimum tenuiflorum L.<br><strong>ชื่อพ้อง</strong> | Ocimum sanctum L.<br><strong>ชื่อวงศ์</strong> | LABIATAE<br><strong>ชื่อสามัญ</strong> | Holy basil, Thai basil, Sacred basil.<br><strong>ชื่ออื่นๆ</strong><br>เชียงใหม่ | ก้อมก้อ, ก้อมก้อดง<br>กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน | ห่อกวอซู, ห่อตูปลู<br>เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน | อิ่มคิมหลำ<br>ภาคกลาง | กะเพรา, กะเพราขน, กะเพราขาว, กะเพราแดง<br>ภาคอีสาน | อีตู่ไทย<br><strong>กะเพรา</strong> (<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>: <em>Ocimum tenuiflorum</em>) เป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขา สูง 60-120 เซนติเมตร นิยมนำใบมาประกอบอาหารคือ ผัดกะเพรา กะเพรามี 3 พันธุ์ คือ <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87">กะเพราแดง</a> <a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1">กะเพราขาว</a>และ กะเพราลูกผสมระหว่างกะเพราแดงและกะเพราขาว<br>ลักษณะ<br>เป็น<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2&amp;action=edit&amp;redlink=1">ไม้พุ่มเตี้ย</a>ความสูงประมาณ 1-3 ฟุต ต้นค่อนข้างแข็ง แตกกิ่งก้านสาขามาก ก้านเป็นขน ก้านใบยาว รูปใบเรียว โคนใบรูดในลักษณะเรียวปลายมนรอบขอบใบเป็นหยัก พื้นใบด้านหน้าสีเขียว หรือแดงแก่กว่าด้านหลัง ซึ่งมี<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กระดูก</a>ใบนูนเห็นได้ชัด ดอกออกเป็นช่อตั้งขึ้นคล้าย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3">ฉัตร</a> ออกบริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง ดอกย่อยมีขนาดเล็ก รูปคล้ายระฆัง กลีบดอกมีทั้งชนิดสีขาวลายม่วงแดงและสีขาว <a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94&amp;action=edit&amp;redlink=1">เมล็ด</a>อยู่ภายในกลีบ <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87">กลีบเลี้ยง</a>สีม่วง ผลแห้งแล้วแตกออก เมื่อ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94&amp;action=edit&amp;redlink=1">เมล็ด</a>แก่สีดำ เมื่อนำไปแช่น้ำเปลือกหุ้มเมล็ดพองออกเป็นเมือก<br>บริเวณที่สะสมอาหาร ทั้งต้น อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะวิตามินเอ และก็เบต้าแคโรทีน รองลงมาได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมันวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน น้ำ วิตามินซี ธาตุเหล็ก แคลเซียมธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก<br><br>นายณัฐวุฒิ พันธุ์ไพโรจน์ ม.6/2 เลขที่2<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1492529524/227f6bfa404ad213f922ec3298773f10/EA0F60C8_903D_4CA6_9E2C_705463EDDB23.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-09 03:51:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937358474</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บัวหิมะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937358753</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อวิทยาศาสตร์ : <em>Smallanthus sonchifolius</em><br>ชื่อสามัญ : Yacon&nbsp;<br>อยู่ในวงศ์ : Asteraceae<br>ลักษณะ : เป็นพืชล้มลุก อยู่วงศ์เดียวกับดอกทานตะวัน มีลำต้นคล้ายต้นดอกทานตะวันแต่เล็กกว่า มีลำต้นแทงออกจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน มีขนอ่อนๆปกคลุม มีสีเขียว รากมีระบบรากฝอย ออกแผ่กระจายโดยรอบๆ รากเป็นหัวสะสมอาหาร คล้ายหัวมันเทศ มีลักษณะทรงกรวย ทรงกลมรี ทรงกระบอก ยาวรี มีเปลือกบาง มียางเหนียว มีสีน้ำตาล เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ มีสีเหลืองอ่อน รสชาติหวานกรอบ ต้นนึงจะมีอยู่หลายหัว และมีหน่อมีตาเล็กๆอยู่จำนวนมาก ใช้สำหรับขยายพันธุ์ต่อไป ใบมีลักษณะรูปหัวใจ มีขนาดใหญ่ มีสีเขียว ดอกคล้ายดอกทานตะวันแต่เล็กกว่า กลีบดอกมีสีเหลือง ใช้หัวนำมารับประทานสดๆ หรือประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้หลายเมนู ประเทศไทยมีปลูกหลายสายพันธุ์<br>สะสมอาหารบริเวณ : ราก<br>สะสมอาหารในรูป : มีคาร์โบไฮเดรต มีโพแทสเซียม มีฟอสฟอรัส มีวิตามินเอ มีวิตามินซี มีวิตามินบี1 มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีวิตามินบี5 มีวิตามินบี6 มีแคลเซียม มีเหล็ก มีแมงกานีส มีโซเดียม มีไขมัน มีน้ำตาล มีโปรตีน มีสังกะสี มีพลังงาน มีลูทีน มีซีแซนทีน มีแมกนีเซียม มีซีลีเนียม<br>ชื่อ น.ส. อรณิชา พรหมพูล ม.6/2 เลขที่ 20<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461363175/565a0125d66ece4a7542c73af68513d4/5fca18c5N7c631bb7_png_q70.png" />
         <pubDate>2021-12-09 03:51:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937358753</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เผือก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937447337</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> Colocasia esculenta<br><strong>วงศ์</strong> Araceae<br><strong>ชื่อสามัญ </strong>Taro <br><strong>ลักษณะ</strong> ลำต้น เป็นพืชล้มลุก คล้ายต้นบอน มีอายุสั้นฤดูเดียว แต่สามารถปลูกได้หลายรุ่น มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดิน จะเก็บสะสมอาหาร หัวมีลักษณะทรงกลมรี หัวเล็กหรือหัวใหญ่ ตามสายพันธุ์ มีเปลือกบางหรือมีขนขรุขระ ตามสายพันธุ์ มีสีน้ำตาลเข้ม มีเนื้อข้างในสีขาวนวล สีม่วง หรือสีขาวอมม่วง ตามสายพันธุ์ มีเนื้อแน่นฉ่ำน้ำ มีรสชาติกรอบมัน มีกลิ่นหอม มีก้านใบใหญ่ยาวอวบน้ำ มีสีเขียว แทงออกมาจากฐานลำต้น จะมีลูกเผือกเล็กๆ อยู่หลายหน่อออกแยกอยู่รอบๆ ต้นแม่<br><br></div><div>ราก มีระบบรากฝอย จะมีรากแขนงเล็กๆ ออกรอบๆหัวแม่ จะขยายเป็นลูกเผือกเล็กๆ อยู่หลายหน่อออกแยกอยู่รอบๆต้นแม่ มีสีน้ำตาล<br><br></div><div>ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ มีลักษณะรูปหัวใจ โคนใบกว้าง ปลายรี มีก้านใบใหญ่ยาวอวบน้ำ มีสีเขียว แทงออกมาจากดินจากฐานลำต้น<br><br></div><div>ดอก ออกดอกเป็นช่อ มีลักษณะทรงกรวยยาว มีกาบใหญ่สีเหลือง มีก้านยาวใหญ่รองรับ มีดอกสีขาวครีม หรือสีเหลืองอ่อน ตามสายพันธุ์ เริ่มบานจากที่โคนก่อนแล้วไปที่ปลายยอด<br><br></div><div>ผล มีเนื้อเป็นแน่นอวบน้ำ มีลักษณะทรงกรวย มีเปลือกบาง ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีน้ำตาล มีเมล็ดเล็กๆอยู่ข้างใน<br><br></div><div>เมล็ด จะอยู่ภายในผล จะมีเมล็ดเล็กๆอยู่ข้างใน เมล็ดมีลักษณะเล็กๆ เมล็ดมีสีดำ<br><strong>สะสมอาหารบริเวณ&nbsp; </strong>ลำต้น<strong><br>สะสมอาหารในรูป </strong>แป้ง<br>นางสาว ซัยบะห์ มะนาวี ม.6/2 เลขที่12<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://tarotodessert.com/wp-content/uploads/2017/11/taro3.jpg" />
         <pubDate>2021-12-09 05:10:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/1960100157751/l66lifnxql10xlqw/wish/1937447337</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
