<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ by Nok Wanali Wannasin</title>
      <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h</link>
      <description>ให้นักเรียนศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ในอินเตอร์เน็ต และตอบคำถามต่อไปนี้
1. เศรษฐศาสตร์ หมายถึงอะไร
2. วิชาเศรษฐศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร
3. บิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์โลกคือใคร มีแนวคิดสำคัญเรื่องใดบ้าง
4. เศรษฐศาสตร์แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
5. กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีกี่ประเภทอะไรบ้าง จงอธิบาย

ปล. โหวดถูกใจคำตอบของเพื่อนที่คิดว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องและดีที่สุด มีสิทธิโหวดได้เพียงคนละ 1 โหวดเท่านั้น
***ใส่ชื่อชั้น เลขที่ ด้วยนะคะ ทำในชั่วโมงเท่านั้น เพราะครูตรวจออนไลน์เลยนะคะ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-24 15:26:49 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-01-23 16:44:15 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Condos.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/270992516</link>
         <description><![CDATA[<div>ตัวอย่าง<br>ชื่อ นางสาววนาลี  วรรณสิน  ม.6/9 เลขที่ 109 <br>ข้อ 1<br>ตอบ<br>ข้อ 2<br>ตอบ<br>ข้อ 3<br>ตอบ<br>ข้อ 4 <br>ตอบ<br>ข้อ 5 <br>ตอบ<br>****ห้าม Copy คำตอบของเพื่อน ห้ามเหมือนกันทุกตัวอักษร มิเช่นนั้น จะไม่ได้คะแนน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-24 15:38:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/270992516</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271051913</link>
         <description><![CDATA[<div><br><em>น.ส.ปิยมน สายพฤกษ์ เลขที่ 11 ม.6/1<br><br>ข้อ 1<br></em><strong><em>ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง </em></strong>ศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด”<br><br>ข้อ 2<br>ตอบ&nbsp;<br>1.ในฐานะผู้บริโภค &nbsp;<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; รู้จักเลือกสินค้าและบริการให้สัมพันธ์กับรายได้<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ได้รับความพอใจสูงสุดในการเลือกบริโภคสินค้าและบริการ<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; เกิดการรอบอบในการใช้จ่าย<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; รู้จักวางแผนในการใช้จ่ายเงิน<br>2.ในฐานะผู้ผลิต&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</div><div>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ตัดสินใจใช้ปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนต่ำและได้ผลกำไรสูงสุด<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น<br>3.ในฐานะผู้บริหารประเทศ ( รัฐบาล )<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ใช้ในการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจของชาติ</div><div>&gt;&gt;&gt;&nbsp; จัดสรรทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; รักษาผลประโยชน์ของชาติทางด้านการค้าการลงทุน<br>4.ในฐานะพลเมือง&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; เข้าใจบทบาทการทำงานของรัฐบาล<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ให้ความร่วมมือกับการบริหารของรัฐบาล เช่น การเสียภาษีฯ<br><br>ข้อ 3<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776&nbsp;<br><br>ข้อ 4<br>ตอบ&nbsp; 2 ประเภทคือ<br>1. เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีรายได้ประชาชาติ" เป็นการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งระบบ เศรษฐกิจหรือทั้งประเทศ<br><br></div><div>2. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Micro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีราคา" เป็นการ ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วย งานย่อยๆในสังคม<br><br>ข้อ 5 <br>ตอบ <br><strong>1. การผลิต (Production)</strong> เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา&nbsp;<br>ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br><br></div><div><strong>ปัจจัยการผลิต</strong> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ที่ดิน</strong> หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แรงงาน</strong> หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน <br>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; ทุน</strong> หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ผู้ประกอบการ</strong> ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>ขั้นการผลิต</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตขั้นปฐมภูมิ</strong> เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ <br>โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นทุติยภูมิ</strong> เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม <br>และอุตสาหกรรม <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นตติยภูมิ</strong> เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br><strong>- อุปสงค์ (Demand)</strong> เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ (สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp; <br>เป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์น้อย)<br><strong>- อุปทาน (Supply)</strong> เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ</div><div>ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br><br></div><div><strong>2. การบริโภค (Consumption)</strong> หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>ชนิดของการบริโภค</div><div>2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br><br></div><div><strong>3. การกระจาย (Distribution)</strong> หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น</div><div>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br><br></div><div><strong>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange)</strong> หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น</div><div>4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br><br></div><div><br>&nbsp;<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:09:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271051913</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052634</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายชัยมณ ถนอมมิตร ม.6/1 เลขที่ 1<br>-----------------------------------------<br>ข้อ 1<br>ตอบ การศึกษาเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสนองความต้องการของคนในสังคม<br>------------------------------------------<br>ข้อ 2<br>ตอบ 1.คาดการณ์ผลที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.เพื่อศึกษาอุปสงค์อุปทาน และกลไกของราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.ใช้มองหาโอกาสในตลาด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.ใช้ควบคุมการผลิตและกลยุทธ์ในการค้าขาย<br>-----------------------------------------<br>ข้อ 3<br>ตอบ อดัม สมิธ<br><br></div><ol><li>คนในบังคับของรัฐทุกรัฐพึงจ่ายเงินค้ำจุนรัฐบาลตามส่วนกับความสามารถของตน นั่นคือ ตามส่วนกับประโยชน์ที่ตนได้รับภายใต้การคุ้มครองของรัฐ</li><li>ภาษีที่แต่ละคนต้องจ่ายพึงมีความแน่นอน ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ กำหนดเวลาชำระ วิธีชำระ และจำนวนที่ต้องชำระพึงมีความชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชำระและทุกคน</li><li>พึงเก็บภาษีทุกชนิดในเวลาหรือโดยวิธีที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้จ่าย</li><li>พึงคิดหาวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในการจัดเก็บภาษีทุกชนิดแก่ทั้งรัฐและผู้จ่ายภาษี ความสิ้นเปลืองนี้</li></ol><div><br>-----------------------------------------<br>ข้อ 4<br>ตอบ 2 ประเภท<br><strong>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (microeconomics)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เศรษฐศาสตร์จุลภาค จะศึกษาเกี่ยวกับหน่วยเศรษฐกิจขนาดเล็ก โดยจะศึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจใช่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ศึกษาว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอย่างไรเพื่อให้ตอบสนองความต้องการสูงสุดของตัวผู้บริโภค ด้วยวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด เช่น หากผู้บริโภคมีเงิน อยู่ 100 บาท ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเนื้อหมูได้ 1 กิโลกรัม หรือ เนื้อไก่ได้สองกิโลกรัม ผู้บริโภคจะเลือกซื้ออะไร และทำไม การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค จะรวมไปถึงการศึกษาองค์กรว่ามีการใช้ทรัพยากรในการผลิตอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจเกิดผลกำไรสูงสุด เป็นต้น<br><strong>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค (macroeconomics)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เศรษฐศาสตร์มหภาค เป็นการศึกษาหน่วยเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยจะศึกษาโดยรวมทั้งระบบ เช่น การศึกษารายได้ประชาชาติของทั้งประเทศ หรือการบริโภคสินค้าและบริการ ของประชาชน รวมไปถึงศึกษาภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด การค้าระหว่างประเทศและการจ้างงาน<br>-----------------------------------------<br>ข้อ 5<br>ตอบ 4 ประเภท&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;</div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:14:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052634</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052814</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาว สุมารินี บุญเจริญ ม.6/1 เลขที่ 15<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรฐศาสตร์ หมายถึง การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br>ข้อ2<br>ตอบ เพื่อมองหาโอกาสในการตลาด ศึกษาการควบคุมต้นทุน ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด &nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดสำหรับเรา<br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ มีแนวคิดสำคัญคือ รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศควรเข้าแทรกแซงการผลิตและการค้าให้น้อยที่สุด&nbsp; โดยยินยอมให้เป็นภาระหน้าที่ของเอกชน<br>ข้อ4<br>ตอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจแบ่งออกเป็น4ประเภทคือ<br>&nbsp;1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:16:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052814</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052823</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวจุฬาลักษณ์ ยอดศรีทอง ม.6/1 เลขที่ 13<br>ข้อ 1<br>ตอบ หมายถึง การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>ข้อ 2<br>ตอบ 1.นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของบุคคลระดับต่างๆทุกระดับ 2.ใช้ในระดับผู้บริหารคือการบริหารประเทศ 3.ระดับประชาชนใช้ในการบริหารจัดการภายในธุรกิจของตนหรือกิจกรรมต่างๆทางชีวิตประจำวัน<br>ข้อ 3&nbsp;<br>ตอบ อดัม สมิธ มีแนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ ได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์<br>ข้อ 4<br>ตอบ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ และผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน&nbsp; เป็นต้น<br>ข้อ 5&nbsp;<br>ตอบ 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>2. การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>3. การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br><br>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:16:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052823</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052845</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นาวสาวพรรณพฤกษา บำรุงจิตร ชั้น ม.6/1 เลขที่ 12<br><br>ข้อ 1 ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทางสังคมที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและบริการ หรือเป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด <br><br>ข้อ 2 ตอบ เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับ<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br><br>ข้อ 3 ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) แนวคิดสำคัญมีดังนี้<br>1.<em> </em>เสรีภาพทางเศรษฐกิจ (economic freedom) <br><em>2. </em>ความสนใจในผลประโยชน์ของตนเอง (self interest)<br>3<em>. </em>การแข่งขัน (competition)<br>4<em>. </em>การดำเนินการโดยเสรี (laissez faire)<br><br>ข้อ 4 ตอบ เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ&nbsp; เช่น ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม เช่น นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ 5 ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีดังนี้&nbsp;<br>1. การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้<br>2. การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;<br>3. การกระจาย (Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:16:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052845</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052922</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวประภัสสร บินบน ม.6/1 เลขที่ 14<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์<br>ข้อ2<br>ตอบ ช่วยให้มนุษย์เข้าใจหรือสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและมีระเบียบ รู้จักใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด<br>ข้อ3<br>ตอบ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ มีแนวคิดคือ1<em>. เสรีภาพทางเศรษกิจ 2.ความสนใจในผลประโยชน์ของตนเอง 3.การแข่งขัน 4.การดำเนินการโดยเสรี<br></em>ข้อ4<br>ตอบ แบ่งเป็น2ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย&nbsp;<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงินการเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน&nbsp;<br>ข้อ5<br>ตอบ มี4ประเภทคือ&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง&nbsp;</div><div>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:17:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271052922</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053062</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อนางสาวณ ภัทร ทรงบัณฑิตย์ ม. 6/1 เลขที่19<br>ข้อ1&nbsp;<br>ตอบ&nbsp;<em>เศรษฐศาสตร์</em> มาจากคำภาษากรีก <em>oikonomia</em> ่ซึ่งแปลว่าการจัดการครัวเรือน (<em>oikos</em> แปลว่าบ้านและ <em>nomos</em> แปลว่า จารีตประเพณีหรือกฎหมาย ซึ่งรวมกันหมายความว่ากฎเกณฑ์ของครัวเรือน)<br>ข้อ2<br>ตอบ เป็นวิชาทาง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">สังคมศาสตร์</a>ที่ศึกษาเกี่ยวกับ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95">การผลิต</a> <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7">การกระจาย</a> <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%84">การบริโภค</a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2">สินค้า</a>และ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1">การให้บริการ</a><br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ<br>ข้อ4<br>ตอบ เป็นแนวคิดเกี่ยวกับผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) การส่งออกไม่แน่ว่าจะเป็นประโยชน์ หรือการนำเข้าก็ไม่แน่ว่าจะเป็นการขาดทุน การค้าขายอาจจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายคู่ค้า (win-win situation) และกลไกการตลาดเปรียบเสมือน <strong>"มือที่มองไม่เห็น"</strong> (Invisible Hand) ซึ่งในระยะยาว (long run) มีแนวโน้มจะปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุล<br>ข้อ5<br>ตอบ <br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>1. การผลิต (Production)</strong> เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา&nbsp;<br>ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; ปัจจัยการผลิต</strong> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ที่ดิน</strong> หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แรงงาน</strong> หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน <br>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; ทุน</strong> หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ผู้ประกอบการ</strong> ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>ขั้นการผลิต<br><br></div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตขั้นปฐมภูมิ</strong> เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ <br>โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นทุติยภูมิ</strong> เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม <br>และอุตสาหกรรม <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นตติยภูมิ</strong> เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br><br></div><div><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br><strong>- อุปสงค์ (Demand)</strong> เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ (สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp; <br>เป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์น้อย)<br><strong>- อุปทาน (Supply)</strong> เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br><br></div><div><br>ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br><br></div><div><br>&nbsp;<br><br></div><div><strong><br>2. การบริโภค (Consumption)</strong> หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>ชนิดของการบริโภค<br><br></div><div><br>2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br><br></div><div><strong><br>3. การกระจาย (Distribution)</strong> หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br><br></div><div><br>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br><br></div><div><strong><br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange)</strong> หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br><br></div><div><br>4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br><br></div><div><br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:18:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053062</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053284</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ​ นางสาว​ อินทิรา​ ศิริสวัสดิ์​ ม.6/1 เลขที่17<br>ข้อ1 ตอบ​ ศาตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด<br>ข้อ2 ตอบ​ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต​ การกระจายบริโภคสินค้าและการให้บริการ<br>ข้อ3 ตอบ​ บิดาคือ​ อดัม​ สมิธ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แนวคิดคือ​ ความร่ำรวยของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินคงคลังแต่ขึ้นอยู่กับขนาดเศรษฐกิจ​ ซึ่งเป็นแนวคิดของมวลรวมประชาชาติ<br>ข้อ4 ตอบ​ 2ประเภท​ ได้แก่​ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5 ตอบ​ 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;</div><div><br><br>&nbsp;|&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:20:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053284</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053345</link>
         <description><![CDATA[<div>นายเนติพงษ์ กันยามา ม.6/1 เลขที่7<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง วิชาที่ศึกษากิจกรรมเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกหาแนวทางที่จะใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์ รวมถึงการกระจายและการบริโภค<br><br>ข้อ2<br>ตอบ ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์&nbsp; แบ่งได้ ดังนี้&nbsp;<br>1.ในฐานะผู้บริโภค&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &gt;&gt;&gt;&nbsp; รู้จักเลือกสินค้าและบริการให้สัมพันธ์กับรายได้<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ได้รับความพอใจสูงสุดในการเลือกบริโภคสินค้าและบริการ<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; เกิดการรอบอบในการใช้จ่าย<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; รู้จักวางแผนในการใช้จ่ายเงิน<br>2.ในฐานะผู้ผลิต&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&gt;&gt;&gt;&nbsp; เลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด (กำไร)<br>&nbsp;&gt;&gt;&gt;&nbsp; ตัดสินใจใช้ปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนต่ำและได้ผลกำไรสูงสุด<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น<br>3.ในฐานะผู้บริหารประเทศ ( รัฐบาล )<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ใช้ในการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจของชาติ<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; จัดสรรทรัพยากรให้เกิดความเป็นธรรม<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; รักษาผลประโยชน์ของชาติทางด้านการค้าการลงทุน<br>4.ในฐานะพลเมือง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; เข้าใจบทบาทการทำงานของรัฐบาล<br>&gt;&gt;&gt;&nbsp; ให้ความร่วมมือกับการบริหารของรัฐบาล เช่น การเสียภาษีฯ<br><br>ข้อ3<br>ตอบ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) เเละ มีเเนวคิดคือ&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <em>๑. เสรีภาพทางเศรษฐกิจ (economic freedom)</em>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <em>๒. ความสนใจในผลประโยชน์ของตนเอง (self interest)</em>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <em>๓. การแข่งขัน (competition)</em>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<em>๔. การดำเนินการโดยเสรี (laissez faire)</em>&nbsp; &nbsp;<br><br>ข้อที่4<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่&nbsp;<br>1.การผลิต(production)&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption)&nbsp;<br>3.การกระจาย (distribution)&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;<br><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:21:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053345</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053428</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ปภาดา ปรางจันทร์ ม.6/1 เลขที่ 10<br>ข้อ 1&nbsp;<br>ตอบ&nbsp; เศรษฐศาสตร์ หมายถึง&nbsp; ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง เรย์มอนด์บารร์ '' เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด” หรือ วิชาที่ศึกษาเรื่องการผลิต การจำหน่ายจ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ในชุมชน, แบ่งเป็น ๒ สาขา คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค และเศรษฐศาสตร์มหัพภาค.<br><br>ข้อ 2<br>ตอบ ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกันในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br><br>ข้อ 3<br>ตอบ อดัม สมิธ แนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี ตลาดเสรี คือ ตลาดในอุดมคติ ที่การตัดสินใจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของปัจเจกบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา สินค้า และบริการ กระทำด้วยความ สมัครใจ นั่นคือไม่มีการบีบบังคับและการลักทรัพย์ (บางครั้งนิยามของ "การบีบบังคับ" จะครอบคลุมถึง "การลักทรัพย์" ด้วย) เมื่อกล่าวโดยทั่วไป เศรษฐกิจตลาดเสรี หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่มีตลาดที่ ค่อนข้าง เสรี เช่นในระบบเศรษฐกิจเมื่อรัฐบาลใช้นโยบายปล่อยให้ทำไป ซึ่งจะแตกต่างกับระบบ แบบผสม หรือ แบบนิยมอำนาจรัฐ ในทางเศรษฐศาสตร์มักใช้คำว่า "ตลาด" หรือ "กลไกตลาด" เพื่อหมายถึงการจัดสรรการผลิตโดยผ่านทางอุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ 4<br>ตอบ การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ จำแนกตามเนื้อหาได้ 2 สาขา คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics)และเศรษฐศาสตร์มหภาค(Macroeconomics)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 1) เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics) เป็นแขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาถึงปัญหาและพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของสังคมในระดับหน่วยย่อยเป็นสำคัญ มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ดำเนินกิจกรรมต่างๆในระบบเศรษฐกิจ ด้านพฤติกรรมของตลาดและกลไกราคา บางครั้งเรียกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาคว่า ทฤษฎีราคา (Price Theory)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; 2) เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomics) เน้นศึกษาเรื่องราวหรือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมหรือระดับประเทศ เช่น การบริหารงบประมาณแผ่นดินประจำปี ปัญหาเงินเฟ้อ และรายได้ประชาชาติ เป็นต้น บางครั้งเรียกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาคว่า ทฤษฎีรายได้ประชาชาติ<br>ในปัจจุบันนี้ นักวิชาการนิยมศึกษาเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคควบคู่กันไป จะเห็นได้ว่ามีการนำผลวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์จุลภาคมาประยุกต์ใช้กับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาคมากขึ้น ก็เพราะเศรษฐกิจส่วนรวม ย่อมมีองค์ประกอบที่เป็นเศรษฐกิจหน่วยย่อยๆรวมกัน และพฤติกรรมของแต่ละบุคคลหรือแต่ละหน่วยผลิตซึ่งเป็นเศรษฐกิจหน่วยย่อยๆ เพราะเศรษฐกิจหน่วยย่อยนี้ก็มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมและความเป็นไปของเศรษฐกิจในระดับประเทศหรือระดับส่วนรวมของสังคม<br><br>ข้อ 5<br>ตอบ&nbsp;<br>กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หมายถึงการกระทำต่างๆของมนุษย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่&nbsp;<br>1.การผลิต(production)&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption)&nbsp;<br>3.การกระจาย (distribution)&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (exchange)<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:22:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053428</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053535</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายธนาธิป พัทธเสมา ม.6/1 เลขที่ 2<br>ข้อ1<br>ตอบ ศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด<br>ข้อ2<br>ตอบ ช่วยให้สามารถซื้อหรือใช้ บริโภคสินค้าที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้จักใช้ รู้จักออม เจ้าของปัจจัยการผลิต ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ตัดสินใจใช้ปัจจัยการผลิตที่ต้นทุนต่ำแต่เกิดกำไรสูงสุด เข้าใจสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ ใช้ความรู้ในการจัดสรรทรัพยากร กำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และรักษาผลประโยชน์ในการลงทุน การค้ากับต่างประเทศได้<br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ แนวคิดเด่นคือ 1.เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก <br>2.ตลาดเสรีสมัยใหม่ <br>3.ลำดับของแรงงาน <br>4.มือที่มองไม่เห็น <br>ข้อ4<br>ตอบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br>ข้อ5<br>ตอบ มี 4 ประเภทคือ 1.<strong>การผลิต</strong>ความหมาย การนำปัจจัยการผลิตมาสร้างสินค้าและบริการ<br>2.<strong>การบริโภค </strong>การบริโภค คือ การใช้สินค้า – บริการสนองความต้องการ<br>3.การแลกเปลี่ยน หมายถึง การนำสินค้าบริการมาแลกเปลี่ยนกันโดยวิธีการต่างๆ<br>4.<strong>การกระจาย ( การแบ่งสรร)<br></strong>สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ<br>1.การกระจายสินค้าบริการ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค<br>2.การกระจายรายได้ ให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิต</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:23:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053535</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053565</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวพัชริดา&nbsp; นาคะมนต์ ม.6/1 เลขที่21<br>ข้อ 1<br>ตอบ หมายถึง การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br>ข้อ 2<br>ตอบ&nbsp; 1.ช่วยให้สามารถซื้อหรือใช้ บริโภคสินค้าที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้จักใช้ รู้จักออม<br>2.เจ้าของปัจจัยการผลิต ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ตัดสินใจใช้ปัจจัยการผลิตที่ต้นทุนต่ำแต่เกิดกำไรสูงสุด<br>3.เข้าใจสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้<br>4.ใช้ความรู้ในการจัดสรรทรัพยากร กำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และรักษาผลประโยชน์ในการลงทุน การค้ากับต่างประเทศได้<br>ข้อ 3<br>ตอบ อดัม สมิธ แนวคิดคือ -ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์<br>-ทฤษฎีราคา<br>ข้อ 4<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br>โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ 5<br>ตอบ มี 8 ประเภท<br>1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;<br>-แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>3.ขั้นการผลิต<br>-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ<br>- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:24:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053565</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053609</link>
         <description><![CDATA[<div>ใครยังไม่เสร็จส่งภายในวันนี้นะคะนักเรียน จากครูวนาลี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:24:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053609</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053634</link>
         <description><![CDATA[<div>นายภควัต ชื่นฤดี ม.6/1. เลขที่3<br>ข้อ 1<br>ตอบ การจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด<br>ข้อ2<br>ตอบ ทำให้รู้กระบวนการ การค้า กลไกราคา การผลิต และอื่นๆ<br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก&nbsp;<br>ข้อ 4<br>ตอบ&nbsp; 2 ประเภทคือ<br>1. เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีรายได้ประชาชาติ" เป็นการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งระบบ เศรษฐกิจหรือทั้งประเทศ<br>2. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Micro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีราคา" เป็นการ ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วย งานย่อยๆในสังคม<br>ข้อ5<br>&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น</div><div>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:24:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053634</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053638</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายจิรวัฒน์ ตั้งจิตเอื้อบุญ ม.6/1 เลขที่ 4<br>ข้อ 1 เศรษฐศาสตร์หมายถึงอะไร<br>ตอบ คือ การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br>ข้อ 2 วิชาเศรษฐศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร<br>ตอบ สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกระดับ <br>ข้อ 3 บิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์โลกคือใคร แนวคิดสำคัญเรื่องใดบ้าง<br>ตอบ Adam Smith แนวคิดที่สำคัญ<br><strong>-The Theory of Moral Sentiments<br>-Price Theory<br></strong>-The Theory of Nation income<br>ข้อ 4 เศรษฐศาสตร์แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย<br>ตอบ มี 2 ประเภท คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1)&nbsp; เศรษฐศาสตร์จุลภาค&nbsp; (Microeconomics)&nbsp; เป็นแขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษาถึงปัญหาและพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของสังคมในระดับหน่วยย่อยเป็นสำคัญ&nbsp; มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ดำเนินกิจกรรมต่างๆในระบบเศรษฐกิจ&nbsp; ด้านพฤติกรรมของตลาดและกลไกราคา&nbsp; บางครั้งเรียกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาคว่า&nbsp; <strong>ทฤษฎีราคา (Price Theory)</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2)&nbsp; เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; (Macroeconomics) เน้นศึกษาเรื่องราวหรือ&nbsp; กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมหรือระดับประเทศ&nbsp; เช่น&nbsp; การบริหารงบประมาณแผ่นดินประจำปี&nbsp; ปัญหาเงินเฟ้อ&nbsp; และรายได้ประชาชาติ&nbsp; เป็นต้น&nbsp; บางครั้งเรียกทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาคว่า&nbsp; &nbsp;<strong>ทฤษฎีรายได้ประชาชาติ</strong></div><div>ข้อ 5 กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีกี่ประเภทอะไรบ้าง<br>ตอบ มี 4 ประเภทคือ<br>&nbsp; 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>&nbsp;โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา&nbsp;<br>&nbsp;ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>&nbsp;ขั้นการผลิต<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;<br>&nbsp;โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม&nbsp;<br>&nbsp;และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>&nbsp;2. การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>&nbsp;ชนิดของการบริโภค<br><br>&nbsp;2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br><br>&nbsp;2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>&nbsp;ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>&nbsp;<br>&nbsp;3. การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>&nbsp;<br>&nbsp;3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br><br>&nbsp;3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>&nbsp;<br>&nbsp;4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>&nbsp;หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>&nbsp;<br>&nbsp;4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br><br>&nbsp;4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br><br>&nbsp;4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:24:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053638</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053658</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวณัฐพร คล้าปลั่งกลาง ม.6/1 เลขที่ 9<br>ข้อ1&nbsp;<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง วิธีการจัดการทรัพยากรที่มีจำกัด เป็นการพิจารณาถึงรูปแบบการเลือกใช้จัดการทรัพยากร อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิธีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนองความต้องการมากมายและไม่มีจำกัดด้วย<br>ข้อ2<br>ตอบ มีความสำคัญในชีวิตประจำวัน ด้านความต้องการของมนุษย์ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้คุ้มค่าที่สุดในการดำรงชีวิตในชีวิตประจำวัน<br>ข้อ3<br>ตอบ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation&nbsp;<br>แนวคิด<br>1.แนวคิดเรื่องทฤษฎีมูลค่า และทฤษฎีการกระจายรายได้ของ อดัม สมิธ<br>&nbsp; &nbsp; 1.	ต้นทุนการผลิตประกอบด้วยค่าจ้าง กำไร และค่าเช่า เป็นตัวกำหนดมูลค่าของสิ่งของในระยะยาว<br>	0.	ค่าจ้างในระยะยาวของแรงงานจะเท่ากับค่าจ้างในระดับพอยังชีพ&nbsp;<br>	0.	กำไรในระยะยาวมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากประเทศมีการสะสมทุนมากขึ้น&nbsp;<br>	0.	ค่าเช่าเป็นผลตอบแทนหรือกำไรที่เกิดจากการผลิตบนที่ดิน และถูกกำหนดโดยราคาของผลิตผลบนที่ดินนั้น<br>2.แนวคิดหลักของสำนักคลาสสิก&nbsp;<br>แนวคิดหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิกคือ แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์&nbsp;<br>ข้อ4<br>ตอบ1.1ประเภทของวิชาเศรษฐศาสตร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เศรษฐศาสตร์ แบ่งเป็น 2 สาขา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS&nbsp; เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้<br>ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันโดยเฉพาะในตลาดซึ่งมีการซื้อขายสินค้าและบริการ เศรษฐศาสตร์จุลภาคศึกษาว่าพฤติกรรมและการตัดสินใจเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรต่ออุปสงค์และ<br>อุปทานของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคา และในทางกลับกัน ราคากำหนดอุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการอย่างไร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน การเงินและการ<br>ธนาคาร การพัฒนาประเทศ การค้าระหว่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาที่กว้างขวางกว่าเศรษฐศาสตร์จุลภาค เพราะว่าไม่ได้กระทบเพียงหน่วยธุรกิจเท่านั้น แต่จะ<br>กระทบถึงบุคคล หน่วยการผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เศรษฐศาสตร์มหภาคนั้นจะมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเบี้องต้น(GNP) และการว่าจ้าง<br>งาน จะหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ผลิตผลรวมและระดับการว่าจ้างงานมีการเคลื่อนไหวขึ้นลง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่างๆได้ตรงจุด เช่น ภาวะเงินเฟ้อเงินฝืด และ ปัญหาการว่างงาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:25:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053658</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053669</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวอนุศรา ศรีสวัสดิ์ ม.6/1 เลขที่20<br>ข้อ1<br>ตอบ.คำว่า “เศรษฐศาสตร์” มีผู้ให้คำนิยามไว้มากมาย แต่ในที่นี้จะขอสรุปความหมายไว้ดังนี้<br>เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากความหมายของคำว่า “เศรษฐศาสตร์” มีคำสำคัญที่ควรนำมาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของคำ ๆ นั้น อยู่หลายคำด้วยกัน ได้แก่&nbsp;<br><br>(1) การเลือก (choice)&nbsp;<br>(2) ทรัพยากรการผลิต (productive resources)&nbsp;<br>(3) การมีอยู่จำกัด (scarcity)&nbsp;<br>(4) สินค้าและบริการ (goods and services)<br>(5) ความต้องการไม่จำกัด (unlimited wants)<br><br><br>ข้อ2<br>ตอบ. ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ<br>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br><br>ข้อ3<br>ตอบ. บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์<br>ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776 แนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ทำให้เกิดแนวคิดเสรีนิยม แนวคิดทางปรัชญาการเมืองและสังคมของ อดัม สมิธ เป็นพื้นฐานและประยุกต์เข้ากับแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ในแง่ของการส่งเสริมการแข่งขันเสรี การแบ่งงานกันทำก่อให้เกิดความมั่งคั่งของประเทศ การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการแบ่งงานกันทำระหว่างประเทศ จำทำให้สวัสดิการทางเศรษฐกิจของโลกดีขึ้น<br>ถ้ามีการแข่งขันอย่างเสรมูลค่าของสิ่งของจะเท่ากัน ต้นทุนการผลิตและปัจจัยการผลิตจะได้รับผลตอบแทนเท่ากันในทุกอาชีพ แนวคิดของ อดัม สมิธ ยังคงมีอิทธิพลอยู่แม้ในปัจจุบัน เช่น แนวคิดเรื่องความมั่งคั่งของประเทศ การแข่งขันเสรี และการคลัง<br>สภาพเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้เกิดแนวคิดคลาสสิก<br>การเติบโตของการค้าและเมือง แนวคิดมนุษย์นิยมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีส่วนทำให้เกิดแนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก แนวคิดหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก คือ แนวคิดเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฎีการกระจายรายได้ และกฎของเซย์<br>กำเนิดแนวคิดคลาสสิก �ปัจจัยที่มีส่วนก่อให้เกิดแนวคิดสำนักคลาสสิก ปัจจัยที่สำคัญได้แก่ การเจริญเติบโตของการค้าและเมือง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และแนวคิดมนุษยนิยม&nbsp;<br><br>แนวคิดหลักของสำนักคลาสสิก �แนวคิดหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิกคือ แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์&nbsp;<br><br><br>ข้อ4<br>ตอบ. โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ5<br>ตอบ. กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หมายถึงการกระทำต่างๆของมนุษย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:25:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053669</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053920</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวสุภัทรา นาคประสิทธิ์ ม.6/1 เลขที่ 16&nbsp;<br>ข้อ 1<br>ตอบ การศึกษาวิธีการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม&nbsp;<br>ข้อ 2<br>ตอบ (1) การเลือก (choice)&nbsp;<br>(2) ทรัพยากรการผลิต (productive resources)&nbsp;<br>(3) การมีอยู่จำกัด (scarcity)&nbsp;<br>(4) สินค้าและบริการ (goods and services)<br>(5) ความต้องการไม่จำกัด (unlimited wants)<br>ข้อ 3<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) แนวคิดเด่นคือ เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ตลาดเสรีสมัยใหม่&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลำดับของแรงงาน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มือที่มองไม่เห็น (Invisible Hand)<br>ข้อ 4<br>ตอบ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น</div><div>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น</div><div>ข้อ 5<br>ตอบ มี 4ประเภท คือ&nbsp; 1.การผลิต(production)&nbsp; หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้&nbsp; 2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp; 3.การกระจาย (distribution)n) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ 4.การแลกเปลี่ยน (exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 03:27:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271053920</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271065196</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>น.ส.นิภาพัชร์ ชลสวัสดิ์ ม.6/1 เลขที่18</li><li>1.)ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด</li></ul><div>2.)ตอบ วิชาเศรษฐศาสตร์ ช่วยให้มนุษย์เข้าใจหรือสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและมีระเบียบ รู้จักใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีเป้าหมายต่างกันอันเนื่องจากหน่วยเศรษฐกิจต่างระดับกัน<br>ระดับผู้บริหารประเทศ ใช้วิชาเศรษฐศาสตร์ในการพิจารณาถึงการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ ที่มีอย่างจำกัดนั้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม<br>3.)ตอบ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776 <br>แนวคิด:1.เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.มือที่มองไม่เห็น<em>(invisible hand)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.ลำดับของแรงงาน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4.ตลาดเสรีสมัยใหม่<br>4.)ตอบ </em>เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>5.)ตอบ <strong>กิจกรรมทางด้านศรษฐศาสตร์มี7ประเภท<br></strong>1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;</div><div>-แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>3.ขั้นการผลิต<br>-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</div><div>- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์</div><div><br><br></div><div><strong><br></strong><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 05:49:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271065196</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271065537</link>
         <description><![CDATA[<div>6/1 ขาด พงษ์สกุล สรวิชญ์ จุฑารัตน์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 05:56:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271065537</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067410</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em>นายมังกร ศิลปขันธ์ 6/5 เลขที่1 🐉<br></em></strong><br>1.ตอบ <strong><em>เศรฐศาสตร์</em></strong> หมายถึง การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์<br>_______________________________________________<br>2.ตอบ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับ<br>_______________________________________________<br>3.ตอบ <strong><em>อดัม สมิธ (Adam Smith) </em></strong>ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776<br>_______________________________________________<br>4.ตอบ 2 ประเภทคือ<br>1. <strong><em>เศรษฐศาสตร์มหภาค</em></strong> (Macro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีรายได้ประชาชาติ" เป็นการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งระบบ เศรษฐกิจหรือทั้งประเทศ<br>2. <strong><em>เศรษฐศาสตร์จุลภาค</em></strong> (Micro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีราคา" เป็นการ ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วย งานย่อยๆในสังคม<br>_______________________________________________<br>5.ตอบ <strong>กิจกรรมทางเศรษฐกิจ</strong><br>กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หมายถึงการกระทำต่างๆของมนุษย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br><br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br><br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br><br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต<br><br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น<br>_______________________________________________<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:28:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067410</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067438</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ณัฐพล ฉิมภู ม.6/5 เลขที่7<br>1.ศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด<br>2.เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br>3.อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่งศาสตรนิพนธ์2 เรื่องคือ ทฤษฎี <br>4.โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น</div><div>นอกจากนี้เศรษฐศาสตร์ยังมีวิธีการวิเคราะห์ 2 แบบด้วยกันคือ ตามความเป็นจริง และตามสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงมีการนำแนวคิดและการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับความรู้ด้านอื่นๆ อีกมากมายหลายสาขาด้วยกัน ได้แก่ เศรษฐศาสตร์การเมือง ธุรกิจ การเงิน ศาสนา วิทยาศาสตร์ เป็นต้น</div><div>5.<br>1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า -แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>3.ขั้นการผลิต<br>-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ - อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:28:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067438</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067462</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br>น.ส.ประภากรณ์ พวงแก้ว ชั้นม.6/5 เลขที่30<br>ข้อ1 ตอบ เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์<br>แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:29:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067462</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067495</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวญาศุมิน จินดาพงษ์ ชั้นม.6/5 เลขที่17 <br>1.ตอบ  กิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด<br>2.ตอบ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์  เนื่องจากเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์  ตั้งแต่ระดับบุคคล  ระดับครอบครัว  และระดับประเทศ  มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข  ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ  หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้  และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด<br>3.ตอบ อดัม สมิธ มีแนวคิดที่สำคัญคือ<strong>แนวคิดด้านความมั่งคั่งของประเทศ การคลังของรัฐ และการค้าระหว่างประเทศของ อดัม สมิธ<br></strong><br></div><div>การแบ่งงานกันและสัดส่วนระหว่างจำนวนแรงงานที่ถูกใช้ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความมั่งคั่งของประเทศ รัฐบาลต้องนำรายได้เพื่อนำมาใช้จ่าย ในการทำหน้าที่ของรัฐบาล แหล่งรายได้ที่สำคัญของรัฐบาลคือภาษี จึงต้องมีหลักในการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม การค้าระหว่างประเทศ คือการแบ่งงานกันทำระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ประเทศคู่ค้าได้รับประโยชน์<br><br></div><div>4.ตอบ มี2ประเภท คือ 1.เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS  เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้<br><br></div><div>ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันโดยเฉพาะในตลาดซึ่งมีการซื้อขายสินค้าและบริการ เศรษฐศาสตร์จุลภาคศึกษาว่าพฤติกรรมและการตัดสินใจเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรต่ออุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคา และในทางกลับกัน ราคากำหนดอุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการอย่างไร</div><div>2.เศรษฐศาสตร์มหภาค  หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน และการเงิน<br>5.ตอบ มี4ประเภท คือ1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์ <br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น <br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต <br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น <br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:30:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067495</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067512</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย พงศ์พล มณีน่วม เลขที่3 ม.6/5<br><br>ข้อ 1 ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทางสังคมที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและบริการ หรือเป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;<br><br>ข้อ2ตอบเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข<br><br>ข้อ3ตอบ อดัม สมิธ มีแนวคิดสำคัญคือ รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศควรเข้าแทรกแซงการผลิตและการค้าให้น้อยที่สุด&nbsp; โดยยินยอมให้เป็นภาระหน้าที่ของเอกชน<br><br><br>ข้อ4ตอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน&nbsp;<br><br><br><br>ข้อ5ตอบ 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>2. การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>3. การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ&nbsp;<br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:30:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067512</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067664</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ น.ส.เบญจวรรณ วงศ์สุวรรณ ม.6/5 เลขที่ 9<br>ข้อ1<br>ตอบ <strong>เศรษฐศาสตร์</strong> เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและบริการ หรือเป็นการศึกษากิจกรรมเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกหาแนวทางที่จะใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์<br><br>ข้อ2<br>ตอบ เป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด<br><br>ข้อ3&nbsp;<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment)&nbsp;<br><br>ข้อ4&nbsp;<br>ตอบ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ</div><div>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น</div><div>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ5<br>ตอบ&nbsp; <strong>1. การผลิต (Production)</strong> เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา&nbsp;<br>ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; ปัจจัยการผลิต</strong> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ที่ดิน</strong> หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แรงงาน</strong> หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน <br>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp; ทุน</strong> หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ผู้ประกอบการ</strong> ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>ขั้นการผลิต<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตขั้นปฐมภูมิ</strong> เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ <br>โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นทุติยภูมิ</strong> เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม <br>และอุตสาหกรรม <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การผลิตชั้นตติยภูมิ</strong> เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br><strong>- อุปสงค์ (Demand)</strong> เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ (สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp; <br>เป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์น้อย)<br><strong>- อุปทาน (Supply)</strong> เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br><br></div><div>ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)&nbsp;<br><br></div><div><strong>2. การบริโภค (Consumption)</strong> หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>ชนิดของการบริโภค&nbsp;</div><div>2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น&nbsp;<br><br></div><div><strong>3. การกระจาย (Distribution)</strong> หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น&nbsp;</div><div>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br><br></div><div><strong>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange)</strong> หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น&nbsp;</div><div>4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:33:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067664</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067687</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อนางสาวอังคณารอดจ่าย ม.6/5&nbsp;เลขที่25<br>ข้อ1<br><strong>เศรษฐศาสตร์ หมายถึง<br></strong><br></div><div><em>&nbsp;</em><strong><em>เศรษฐศาสตร์ หมายถึง </em></strong><em>&nbsp;</em>ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง เรย์มอนด์บารร์”เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด”<br>ข้อ2<br>ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์</div><div><br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div><br>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div><br>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br><br></div><div><br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div><br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br><br></div><div><br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br><br></div><div><br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br><br></div><div><br>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ<br><br></div><div><br>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br><br></div><div><br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br><br></div><div><br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br></div><div><br>ข้อ3<br><strong>อดัม สมิธ</strong> (<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Adam Smith) <a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">นักปรัชญาศีลธรรม</a> และ <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">นักเศรษฐศาสตร์การเมือง</a>ผู้บุกเบิกชาว<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C">สกอตแลนด์</a> <strong>อดัม สมิธ</strong> เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เศรษฐศาสตร์</a>แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่ง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ศาสตรนิพนธ์</a>2 เรื่องคือ ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์ (พ.ศ. 2302)<br>ข้อ4<br><strong>ประเภทของวิชาเศรษฐศาสตร์</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เศรษฐศาสตร์ แบ่งเป็น 2 สาขา&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS&nbsp; เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันโดยเฉพาะในตลาดซึ่งมีการซื้อขายสินค้าและบริการ เศรษฐศาสตร์จุลภาคศึกษาว่าพฤติกรรมและการตัดสินใจเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรต่ออุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคา และในทางกลับกัน ราคากำหนดอุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการอย่างไร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน การเงินและการธนาคาร การพัฒนาประเทศ การค้าระหว่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาที่กว้างขวางกว่าเศรษฐศาสตร์จุลภาค เพราะว่าไม่ได้กระทบเพียงหน่วยธุรกิจเท่านั้น แต่จะกระทบถึงบุคคล หน่วยการผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เศรษฐศาสตร์มหภาคนั้นจะมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเบี้องต้น(GNP) และการว่าจ้างงาน จะหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ผลิตผลรวมและระดับการว่าจ้างงานมีการเคลื่อนไหวขึ้นลง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่างๆได้ตรงจุด เช่น ภาวะเงินเฟ้อเงินฝืด และ ปัญหาการว่างงาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br><strong>กิจกรรมทางด้านศรษฐศาสตร์</strong></div><div>1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า -แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>3.ขั้นการผลิต<br>-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:33:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067687</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067703</link>
         <description><![CDATA[<pre>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19</pre><div><br>ข้อ.1&nbsp;</div><blockquote>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่</blockquote><div><br>ข้อ.2</div><blockquote>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ</blockquote><div><br></div><blockquote>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี</blockquote><div><br></div><blockquote>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน</blockquote><div>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><blockquote>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชนทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาทและการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม</blockquote><div><br>ข้อ.3</div><blockquote>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด</blockquote><div><br>ข้อ.4</div><blockquote>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน</blockquote><div><br>ข้อ.5</div><blockquote>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</blockquote><div><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:33:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067703</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067706</link>
         <description><![CDATA[<div>นายเสฎฐวุฒิบุญยงค์ ม6/5 เลขที่5<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ (economics) คือ การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br>&nbsp;ข้อ2<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด&nbsp; การมีความรู้ตวามสามารถในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีไม่จำกัดในลักษณะที่ประหยัดที่สุด&nbsp; และให้ประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลและต่อส่วนรวม&nbsp; จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ<br>ข้อ3<br>ตอบ ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776&nbsp;<br>ข้อ4<br>ตอบ&nbsp; 2 ประเภทคือ<br>1. เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีรายได้ประชาชาติ" เป็นการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งระบบ เศรษฐกิจหรือทั้งประเทศ<br>2. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (Micro-Economics) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ทฤษฏีราคา" เป็นการ ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วย งานย่อยๆในสังคม<br>ข้อ5<br>ตอบ มี 4ประเภท คือ&nbsp; 1.การผลิต(production)&nbsp; หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้&nbsp; 2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp; 3.การกระจาย (distribution)n) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ 4.การแลกเปลี่ยน (exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:33:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067706</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067749</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19<br><br>ข้อ.1&nbsp;<br>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่<br><br>ข้อ.2<br>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน</div><div>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ</div><div>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br>ข้อ.3<br>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<br><br>ข้อ.4<br>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ.5<br>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:34:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067749</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067831</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19<br><br>ข้อ.1&nbsp;<br>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่<br><br>ข้อ.2<br>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน</div><div>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ</div><div>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br>ข้อ.3<br>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<br><br>ข้อ.4<br>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ.5<br>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:35:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067831</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067911</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19<br><br>ข้อ.1&nbsp;<br>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่<br><br>ข้อ.2<br>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน</div><div>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ</div><div>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br>ข้อ.3<br>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<br><br>ข้อ.4<br>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ.5<br>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:36:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067911</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067934</link>
         <description><![CDATA[<div>นายธนกร วิริยะกุลก่อเกิด ม.6/5 เลขที่2<br><br>1.เศรษฐศาสตร์ หมายถึงอะไร<br>ตอบ ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง เรย์มอนด์บารร์”เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด”<br><br>2.วิชาเศรษฐศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร<br>ตอบ เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์เช่น การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต (ทรัพยากร) ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นยังศึกษาเกี่ยวกับการกระจายและการแลกเปลี่ยนผลผลิต เพื่อให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งหมดนี้เศรษฐศาสตร์อาจจะกล่าวว่า เป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดของมนุษย์และสังคม<br><br>3.บิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์โลกคือใคร มีแนวคิดเรื่องใดบ้าง<br>ตอบ <strong>อดัม สมิธ</strong> (<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Adam Smith) <a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">นักปรัชญาศีลธรรม</a> และ <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">นักเศรษฐศาสตร์การเมือง</a>ผู้บุกเบิกชาว<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C">สกอตแลนด์</a> <strong>อดัม สมิธ</strong> เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เศรษฐศาสตร์</a>แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่ง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ศาสตรนิพนธ์</a>2 เรื่องคือ ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์ (พ.ศ. 2302)<br><br>4.เศรษฐศาสตร์แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย<br>ตอบ โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น&nbsp;<br><br>5.กิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง<br>ตอบ 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;</div><div>-แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>3.ขั้นการผลิต<br>-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ&nbsp;</div><div>- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น<br>7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:36:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067934</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067939</link>
         <description><![CDATA[<div>กฤตษกร ทำใหม่ด้วยนะคะ ครูกดผิด ลบของเราไป ครูขอโทษ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:36:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271067939</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068031</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19<br><br>ข้อ.1&nbsp;<br>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่<br><br>ข้อ.2<br>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน</div><div>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ</div><div>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br>ข้อ.3<br>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<br><br>ข้อ.4<br>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ.5<br>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:37:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068031</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068070</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ไปรยา แผ่นสุวรรณ ม.6/5 เลขที่19<br><br>ข้อ.1&nbsp;<br>ตอบ&gt;&gt; คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ คำว่าเศรษฐศาสตร์ในภาษาอังกฤษคือ Economics มาจากคำว่า Oikonomia ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งมีความหมายว่า การจัดระเบียบเรื่องในบ้าน และ การบริหารจัดการภาระหน้าที่<br><br>ข้อ.2<br>ตอบ&gt;&gt;&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br><br></div><div><br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน</div><div>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ</div><div>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br>ข้อ.3<br>ตอบ&gt;&gt; อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นัก<strong>เศรษฐศาสตร์</strong>การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<br><br>ข้อ.4<br>ตอบ&gt;&gt; 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>ข้อ.5<br>ตอบ&gt;&gt; 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:38:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068070</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068084</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวศิริรัตน์ รัตนเพ็ชร ม.6/5 เลขที่14<br>ข้อ1<br>ตอบ วิชาทาง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">สังคมศาสตร์</a>ที่ศึกษาเกี่ยวกับ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95">การผลิต</a> <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7">การกระจาย</a> <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%84">การบริโภค</a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2">สินค้า</a>และ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1">การให้บริการ</a> ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง<br>ข้อ2<br>ตอบเพื่อเลือกทางเลือกอันหนึ่งอันใด หรือเมื่อมีการตัดสินคุณค่าบางสิ่งบางอย่างแบบอัตวิสัย ในทางตรงข้ามเราจะเรียกเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นวิชา<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">เชิงบรรทัดฐาน</a> (เศรษฐศาสตร์ตามที่เป็นจริง) เมื่อเศรษฐศาสตร์นั้นได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำนายและอธิบายถึงผลลัพธ์ที่ตามมาเมื่อมีการเลือกเกิดขึ้น โดยพิจารณาจาก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99">สมมติฐาน</a> และชุดของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">ข้อมูลสังเกตการณ์</a> ทางเลือกใดก็ตามที่เกิดจากการใช้สมมติฐานสร้างเป็นแบบจำลอง หรือเกิดจากชุดข้อมูลสังเกตการณ์ที่สัมพันธ์กันนั้น ก็เป็นข้อมูลเชิงบรรทัดฐานด้วยเช่นเดียวกัน<br>ข้อ3<br>ตอบ <strong>อดัม สมิธ</strong> เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">เศรษฐศาสตร์</a>แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่ง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C">ศาสตรนิพนธ์</a>2 เรื่องคือ ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์ (พ.ศ. 2302)<br>ข้อ4<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท</div><div>โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์ <br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น <br><br><br> | <br><a href="https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/sociology/10000-5602/pic1.gif"><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/sociology/10000-5602/pic1.gif" width="466" height="317"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a><br><br><a href="https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/sociology/10000-5602/pic2.gif"><figure class="attachment attachment--preview"><img src="https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/sociology/10000-5602/pic2.gif" width="176" height="173"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a> | <br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต <br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น <br><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:38:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068084</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068250</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวนภัสศรา หวลกระจาย ม.6/5 เลขที่18<br>1.ตอบ เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและการให้บริการ&nbsp;<br>2.	1	ความถนัดที่แตกต่างกันระหว่างบุคคลต่างๆ ในชุมชนทำให้การแบ่งงานซึ่งก่อให้เกิดความชำนาญ และนำไปสู่การเพิ่มปริมาณผลผลิตรวม ซึ่งทำให้ชุมชนมีความอยู่ดีกินดีมากขึ้น<br>2. การค้าระหว่างประเทศมีสาเหตุมาจากความแตกต่างของปริมาณและชนิดของทรัพยากรการผลิต และความแตกต่างในด้านความชำนาญและความเหมาะสมของปัจจัยการผลิตในแต่ละประเทศ<br>3. เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศเป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ระหว่างภูมิภาคหรืออาณาเขตทางเศรษฐกิจตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป<br>4. เศรษฐศาสตร์ทั่วไปเป็นการศึกษาที่เน้นภายในประเทศ ส่วนเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศเน้นการมองปัญหาและการวิเคราะห์ปัญหาในแง่ระหว่างประเทศ<br>5. เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศประกอบด้วย เศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ และเศรษฐศาสตร์การเงินระหว่างประเทศ<br>3.อดัม สมิธ&nbsp;<br>แนวคิดคือ&nbsp;<br>เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก&nbsp;<br>ตลาดเสรีสมัยใหม่&nbsp;<br>ลำดับของแรงงาน&nbsp;<br>มือที่มองไม่เห็น (Invisible Hand)<br>4.เศรษฐศาสตร์แยกเป็น 2 ประเภทคือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br>5.กิจกรรมทางเศรษฐกิจประกอบไปด้วยคือ<br>&nbsp; &nbsp;1.การผลิต (production) เป็นการกระทำต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดเป็นสินค้าและบริการขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งมีความต้องการที่ไม่มีขอบเขตจำกัด และสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตขึ้นมานั้นจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์<br>2.การแลกเปลี่ยน (exchange) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.1 การแลกเปลี่ยนสถานที่&nbsp; จะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ในการแลกเปลี่ยน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.2 การแลกเปลี่ยนเจ้าของ มูลค่าของสินค้าจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการเป็นเจ้าของสินค้า เช่น การค้าปลีก การค้าส่ง เป็นต้น<br>3. การกระจาย(Distribution)&nbsp; คือ การจำหน่ายสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมในการผลิต<br>&nbsp;สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ<br>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายสินค้าบริการ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค<br>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายรายได้ ให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิต<br>4.การบริโภค (consumption) เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขั้นตอนสุดท้ายคือเป็นการใช้สินค้าและบริการตามความพึงพอใจของผู้บริโภคในแต่ละคน&nbsp; สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.1 การบริโภคโดยตรง คือ ตอบสนองความต้องการของร่างกาย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.2 การบริโภคทางจิตใจ คือ การบริโภคตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.3 การบริโภคทางอ้อม คือ การนำสินค้าและบริการไปสู่การผลิตอักกระบวนการหนึ่งซางจะสามารถนำมาตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:40:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068250</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068285</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ <strong>นางสาวสิริประภา ศิริสวัสดิ์ ม.6/5 เลขที่ 8<br></strong><br><mark>ข้อที่1</mark><br><strong><em>ตอบ</em></strong> เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและบริการ หรือเป็นการศึกษากิจกรรมเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกหาแนวทางที่จะใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์<br><br><mark>ข้อที่2</mark><br><strong><em>ตอบ</em></strong> เป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด<br><br><mark>ข้อที่3</mark> <br><strong><em>ตอบ</em></strong> อดัม สมิธ (Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) <br><br><mark>ข้อที่4</mark> <br><strong><em>ตอบ</em></strong> แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br><mark>ข้อที่5</mark><br><strong><em>ตอบ</em></strong>&nbsp; <br><mark>1. การผลิต</mark> (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา <br>ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์ <br><br>ปัจจัยการผลิต <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ที่ดิน</strong> หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>แรงงาน</strong> หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ทุน</strong> หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>ผู้ประกอบการ</strong> ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร <br>ขั้นการผลิต<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ <br>โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม <br>และอุตสาหกรรม <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย <br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ (สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp; <br>เป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์น้อย)<br>- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br><br>ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน) <br><br><mark>2. การบริโภค</mark> (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>ชนิดของการบริโภค <br>2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ <br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น <br><br><mark>3. การกระจาย</mark> (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น <br>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br><br><mark>4. การแลกเปลี่ยน</mark> (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น&nbsp;<br>4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:40:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068285</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068358</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาว พันดาว พรรณา ชั้น 6/5 เลขที่ 27<br>ข้อ 1<br>ตอบ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เศรษฐศาสตร์ (economics) คือ การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br>&nbsp;<br>ข้อ 2<br>ตอบ<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br><br></div><div><br>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br><br></div><div><br>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br><br></div><div><br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br><br></div><div><br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br><br></div><div><br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br><br></div><div><br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br><br></div><div><br>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ<br><br></div><div><br>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br><br></div><div><br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br><br></div><div><br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br><br></div><div><br>ข้อ 3&nbsp;<br>ตอบ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith)&nbsp;<br>ข้อ 4<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ แบ่งเป็น 2 สาขา<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS&nbsp; เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้<br><br></div><div>ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกันโดยเฉพาะในตลาดซึ่งมีการซื้อขายสินค้าและบริการ เศรษฐศาสตร์จุลภาคศึกษาว่าพฤติกรรมและการตัดสินใจเหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรต่ออุปสงค์และ<br><br></div><div>อุปทานของสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นตัวกำหนดราคา และในทางกลับกัน ราคากำหนดอุปสงค์และอุปทานของสินค้าและบริการอย่างไร<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน การเงินและการ<br><br></div><div>ธนาคาร การพัฒนาประเทศ การค้าระหว่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาที่กว้างขวางกว่าเศรษฐศาสตร์จุลภาค เพราะว่าไม่ได้กระทบเพียงหน่วยธุรกิจเท่านั้น แต่จะ<br><br></div><div>กระทบถึงบุคคล หน่วยการผลิต อุตสาหกรรมทั้งหมด และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เศรษฐศาสตร์มหภาคนั้นจะมุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเบี้องต้น(GNP) และการว่าจ้าง<br><br></div><div>งาน จะหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ผลิตผลรวมและระดับการว่าจ้างงานมีการเคลื่อนไหวขึ้นลง เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่างๆได้ตรงจุด เช่น ภาวะเงินเฟ้อเงินฝืด และ ปัญหาการว่างงาน&nbsp;<br><br></div><div>เป็นต้น<br><br></div><div><br>ข้อ 5<br>ตอบ 4 ประเภท<br>1.<strong>การผลิต (production)</strong>เป็นการกระทำต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดเป็นสินค้าและบริการขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งมีความต้องการที่ไม่มีขอบเขตจำกัด และสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตขึ้นมานั้นจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มีอยู่ 2ประเภท คือ ทรัพย์เสรี สินค้าสาธารณะ(Public goods) หรือสินค้าเสรีที่ได้เปล่า (free goods)</div><div>ขั้นตอนการผลิตนี้สามารถแบ่งออกได้3 ขั้นตอนดังนี้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.1การผลิตขั้นต้น(Primary production) เป็นขั้นตอนการผลิตที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากธรรมชาติโดยไม่มีการดัดแปลหรือแปรสภาพ เช่น การทำเกษตร ทำป่าไม้ เป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.2การผลิตที่สอง(Secondary production) เป็นกิจกรรมการผลิตที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าของวัตถุดิบที่ได้จากการผลิตขั้นต้น เพื่อให้มีคุณค่า และราคาสูงขึ้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.3 การผลิตขั้นที่สาม(Tertiary production) เป็นกิจกรรมการให้บริการที่จะช่วยให้การจำหน่ายจ่ายแจกผลผลิตที่เกิดจากขั้นต้นและขั้นที่สองไปสู่มือผู้บริโภค ซึ่งต้องอาศัยการคมนาคมขนส่งเป็นตัวกลาง</div><div>2.<strong>การแลกเปลี่ยน (exchange)</strong>สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; /2.1 การแลกเปลี่ยนสถานที่ จะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ในการแลกเปลี่ยน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.2 การแลกเปลี่ยนเจ้าของ มูลค่าของสินค้าจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการเป็นเจ้าของสินค้า เช่น การค้าปลีก การค้าส่ง เป็นต้น</div><div>3. <strong>การกระจาย(Distribution)</strong> คือ การจำหน่ายสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมในการผลิต</div><div>&nbsp;สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ</div><div>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายสินค้าบริการ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค</div><div>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายรายได้ ให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิต</div><div>4.<strong>การบริโภค (consumption)</strong>เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขั้นตอนสุดท้ายคือเป็นการใช้สินค้าและบริการตามความพึงพอใจของผู้บริโภคในแต่ละคน&nbsp; สามารถแบ่งได้เป็น 3ลักษณะคือ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.1 การบริโภคโดยตรง คือ ตอบสนองความต้องการของร่างกาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.2 การบริโภคทางจิตใจ คือ การบริโภคตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.3 การบริโภคทางอ้อม คือ การนำสินค้าและบริการไปสู่การผลิตอักกระบวนการหนึ่งซางจะสามารถนำมาตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:41:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068358</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068427</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ชนิตา ปฏิสังข์ ม.6/5 เลขที่24<br><br>ข้อ 1 .<br>ตอบ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งในวิชาสังคมศาสตร์ โดยเป็นการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการจัดการ รวมถึงการเลือกใช้ทรัพยากรการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด ในการผลิตสินค้าและบริการให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ที่มีไม่จำกัด<br><br>ข้อ 2.<br>ตอบ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นยังศึกษาเกี่ยวกับการกระจายและการแลกเปลี่ยนผลผลิต เพื่อให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งหมดนี้เศรษฐศาสตร์อาจจะกล่าวว่า เป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดของมนุษย์และสังคม<br><br>ข้อ 3.<br>ตอบ ศาสตร์ที่ก่อตั้งขึ้นโดย อดัม สมิท (Adam Smith’cx) โดยเขาได้ทำการแต่งตำราทางเศรษฐศาสตร์ฉบับแรกของโลกขึ้นชื่อว่า “An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nation”<br><br>ข้อ 4.<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน&nbsp;การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ 5.<br>ตอบ 1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:42:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068427</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068473</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวอริสา ประสพรัตน์ เลขที่22 ชั้น6/5<br>ข้อ1 :เศรษฐศาสตร์ หมายถึง&nbsp; ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง เรย์มอนด์บารร์”เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด”<br>ข้อ2:ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br>ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>ของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br>ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ &nbsp; เพื่อสนองความต้องการของ<br>ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด&nbsp; เป็นต้น&nbsp; นอกจากนี้ยังทำให้<br>ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ&nbsp; สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp; และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br>ข้อ3อดัม สมิธ<br>￼แนวคิดด้านการเปิดให้กลไกตลาดดำเนินงานอย่างเสรีโดยเชื่อว่า กลไกตลาดนั้นจะเป็นเครื่องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่างโดยตัวมันเอง การแบ่งงานกันทำโดยใช้หลักที่ว่าใครถนัดอะไรก็ให้ทำสิ่งนั้น และการลดการแทรกแซงของรัฐ<br>ข้อ3:โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ4:&nbsp;<br>￼<br><br>รูปแบบของเศรษฐกิจ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบเศรษฐกิจสามารถจำแนกออกเป็น 4 ระบบด้วยกัน คือ ระบบทุนนิยม สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ และแบบผสม โดยมีลักษณะสำคัญและข้อดี-ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้<br>1. ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี (Free Economy) หรือทุนนิยม (Capitalism) &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นระบบเศรษฐกิจที่เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยที่รัฐบาลจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รัฐทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและการจัดสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ดังนั้นเอกชนจึงเป็นผู้ตัดสินแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยใช้ระบบราคาหรือระบบตลาดช่วยในการตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ทั้งนี้ราคาเป็นตัวกำหนดว่ามีผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดหรือมีผู้ผลิตจำนวนเท่าใด ณ ราคานั้นๆ กำไรคือแรงจูงใจของการผลิต จึงทำให้ระบบเศรษฐกิจนี้มีการแข่งขันทางราคาสูงมากและเป็นไปอย่างเสรี ทั้งนี้เพราะราคาถูกกำหนดขึ้นมาจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ใช้ระบบนี้ เพราะมีความรุ่งเรืองทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมมาก่อน ประชาชนชาวอังกฤษเองก็มีอาชีพทางด้านการค้ามาช้านานโดยใช้ทรัพยากรทั้งในและนอกประเทศมีอาณานิคมอยู่รอบโลก และภายใต้ระบบเศรษฐกิจในลักษณะนี้บุคคลมีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ที่จะถือทรัพย์สินส่วนตัว มีเสรีภาพที่จะเลือกการบริโภคการตัดสินใจในการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จะทำโดยผ่านระบบตลาดแข่งขัน โดยที่ราคาในตลาดจะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความต้องการของสังคม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบเสรี ในระบบแบบเสรีมีหลักการที่สำคัญพอสรุปได้ดังนี้<br>1.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การถือสิทธิ์ในทรัพยากร ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม หรือทุนนิยมยอมรับเรื่องกรรมสิทธิ์ คือ ยอมให้หน่วยธุรกิจหรือเอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตได้ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เหล่านี้จึงมีสิทธิเสรีภาพในการจัดกระทำใดๆ กับทรัพย์ของตนก็ได้<br>2.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เสรีภาพในการประกอบการ ทั้งปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เป็นองค์การหรือหน่วยธุรกิจ ต่างมีเสรีภาพอย่างเต็มเปี่ยมในการประกอบการใดๆ เพื่อจัดดำเนินการกับปัจจัยการผลิตและทรัพย์สินของตนได้อย่างอิสระ ปราศจากการบังคับควบคุมจากสิ่งใดทั้งสิ้น<br>3.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กำไรเป็นเครื่องจูงใจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรี กำไรซึ่งเป็นส่วนของผลได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญในการจูงใจให้หน่วยธุรกิจผู้ผลิตทำการผลิต โดยมุ่งนำเทคนิคใหม่ๆ ที่มาช่วยลดต้นทุนการผลิตมาใช้ในการดำเนินการ เพื่อที่จะได้กำไรสูงสุด ส่วนผู้บริโภคจะยึดเกณฑ์การเลือกบริโภคสินค้าและบริการที่จะนำความพอใจสูงสุด ด้วยการจ่ายเงินน้อยที่สุด โดยทำการเปรียบเทียบความต้องการของตนเองจากบรรดาสินค้าชนิดค่างๆ<br>4.&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กลไกของราคา ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีใช้ราคาเป็นตัวตัดสินปัญหาพื้นฐานด้านการผลิต คือ ผู้ผลิตตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร เป็นจำนวนเท่าใด โดยดูแนวโน้มความต้องการของผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าชนิดต่างๆ และดูระดับราคาสินค้าที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายซื้อ ถ้าผู้บริโภคต้องการสินค้าชนิดใดมากก็จะใช้เงินซื้อสินค้านั้นมาก แม้ราคาจะสูงก็ยังจะซื้ออยู่ เมื่อเป็นดงนั้นผู้ผลิตก็จะทุ่มทุนกำลังการผลิต ผลิตสินค้าชนิดนั้น เพราะแน่ใจว่าขายได้แน่นอน วิธีดูแนวโน้มของราคาและพฤติกรรมของผู้บริโภคนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:43:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068473</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068477</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ธัญญารัตน์ ยะตะโคตร เลขที่29 ม.6/5<br>ข้อ1<br>ตอบ ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าเเละบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>ข้อ2<br>ตอบ&nbsp; <br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>ข้อ3<br>ตอบ บิดาเเห่งวิชาเศรษฐศาสตร์คือ อดัม สมิธ<br>1.เเ<strong>นวคิดด้านความมั่งคั่งของประเทศ การคลังของรัฐ และการค้าระหว่างประเทศของ อดัม สมิธ2.เรื่องทฤษฎีมูลค่า และทฤษฎีการกระจายรายได้ของ อดัม สมิธ3.</strong>แนวคิดเกี่ยวกับการแข่งขันเสรี <br>ข้อ4 <br>ตอบ 2ประเภทตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมี4ประเภท ได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:43:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068477</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068509</link>
         <description><![CDATA[<div>ข้อ1<br>ตอบ.เป็นศาสตร์วิชาที่ศึกษาเรื่องการผลิต การจำหน่ายจ่ายแจก เกี่ยวข้องกับวิธีการนำทรัพย์พยากรซึ่งมีอยู่มาทำให้เกิดสินค้าและบริการ<br>ข้อ2.<br>ตอบ.ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์เช่น การเลือกปัจจัยการผลิต<br>ข้อ3<br>ตอบ.Adam Smith สภา<strong>พเศรษฐกิจสังคม</strong> ตั้งแต่ประมาณช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ผลของการพัฒนาของวิทยาการต่างๆ การยอมรับแนวคิดมนุษย์นิยม ปัจเจกชนนิยม การปฏิรูปทางศาสนา ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ได้ทำให้ประชาชน พ่อค้า นักอุตสาหกรรม เริ่มมีสิทธิ์มีเสียง และมีความพยายามประท้วงต่อต้านการแทรกแซงและผูกขาดของภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าเสรี อาทิ การตั้งกฏเกณฑ์ข้อบังคับ การผูกขาดให้อภิสิทธิ์กับชนชั้นสูง เป็นต้น รวมทั้งเรียกร้องเสรีภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดเสรีนิยมซึ่งเป็นพื้นฐานของแนวคิดคลาสสิค</div><div><strong>บิดาของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิค</strong> ผู้ที่วางรากฐานแนวความคิดของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิค ได้แก่ อดัม สมิท ( Adam Smith ) ซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือเศรษฐศาสตร์การเมืองเล่มสำคัญ คือ “An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations” (1776) เพื่อมุ่งตอบปัญหาที่ว่าจะทำอย่างไรประเทศจึงจะมีความมั่งคั่ง โดยสมิทเสนอว่ามือที่มองไม่เห็น ( Invisible hand ) เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆของสังคมเข้าด้วยกันอันจะนำพามาซึ่งความมั่งคั่งแก่สังคมโดยรวม โดยมีพื้นฐานอยู่บนการที่แต่ละบุคคลทำการตัดสินใจเพื่อให้ได้รับประโยชน์ส่วนตนสูงสุด และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเอกชนแต่อย่างใด ดังนั้นสมิธจึงสนับสนุนให้มีการค้าเสรีที่ใช้กลไกตลาด ต่อต้านแนวคิดของพาณิชยนิยมดั้งเดิมที่เน้นการแทรกแซง ควบคุม หรือผูกขาดการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรัฐด้วยวิธีการต่างๆทั้งทางด้านการผลิต การบริโภค และการค้า</div><div><br></div><div><br>ข้อ4<br>ตอบ.2ประเภท คือเศรษฐศาสตร์จุลภาค,จุลเศรษฐศาสตร์<br>ข้อ5<br>ตอบ.4 คือ -การผลิต(Production) -การบริโภค(Consumption) -การกระจาย(distribution) -แลกเปลี่ยน (exchange)<br><br>นางสาว สินีนาฏ บาตรสุวรรณ ม.6/5 เลขที่15</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:43:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068509</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068516</link>
         <description><![CDATA[<div>มีคนลอกห้อง1มาส่งด้วย😠</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:43:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068516</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068548</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อน.ส สุธาสินี บุญเสริม ม.6/5 เลขที่16&nbsp;<br><br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ (economics) คือ การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสังคม<br><br>ข้อ2<br>ตอบ ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br><br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ (อังกฤษ: Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนด<br>แนวคิด เศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่งศาสตรนิพนธ์ เรื่องคือ ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์ (พ.ศ. 2302)<br><br>ข้อ4<br>ตอบ ออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ5<br>ตอบ มี 4 ประเภท<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ&nbsp;<br><br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:44:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068548</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068801</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/297186335/de10b57474c527004d5c5a6f8033a17f/media.jpeg" />
         <pubDate>2018-07-25 06:48:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271068801</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271069242</link>
         <description><![CDATA[<div>นายกษิดิ์เดช ก้งเส้ง <br>ข้อ1<br>ตอบ.เป็นศาสตร์วิชาที่ศึกษาเรื่องการผลิต การจำหน่ายจ่ายแจก เกี่ยวข้องกับวิธีการนำทรัพย์พยากรซึ่งมีอยู่มาทำให้เกิดสินค้าและบริการ<br>ข้อ2.<br>ตอบ.ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์เช่น การเลือกปัจจัยการผลิตต่างๆ<br>ข้อ3<br>ตอบ.Adam Smith สภา<strong>พเศรษฐกิจสังคม</strong> ตั้งแต่ประมาณช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ผลของการพัฒนาของวิทยาการต่างๆ การยอมรับแนวคิดมนุษย์นิยม ปัจเจกชนนิยม การปฏิรูปทางศาสนา ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ได้ทำให้ประชาชน พ่อค้า นักอุตสาหกรรม เริ่มมีสิทธิ์มีเสียง และมีความพยายามประท้วงต่อต้านการแทรกแซงและผูกขาดของภาครัฐที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าเสรี อาทิ การตั้งกฏเกณฑ์ข้อบังคับ การผูกขาดให้อภิสิทธิ์กับชนชั้นสูง เป็นต้น รวมทั้งเรียกร้องเสรีภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดเสรีนิยมซึ่งเป็นพื้นฐานของแนวคิดคลาสสิค</div><div><strong>บิดาของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิค</strong> ผู้ที่วางรากฐานแนวความคิดของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิค ได้แก่ อดัม สมิท ( Adam Smith ) ซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือเศรษฐศาสตร์การเมืองเล่มสำคัญ คือ “An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations” (1776) เพื่อมุ่งตอบปัญหาที่ว่าจะทำอย่างไรประเทศจึงจะมีความมั่งคั่ง โดยสมิทเสนอว่ามือที่มองไม่เห็น ( Invisible hand ) เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆของสังคมเข้าด้วยกันอันจะนำพามาซึ่งความมั่งคั่งแก่สังคมโดยรวม โดยมีพื้นฐานอยู่บนการที่แต่ละบุคคลทำการตัดสินใจเพื่อให้ได้รับประโยชน์ส่วนตนสูงสุด และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเอกชนแต่อย่างใด ดังนั้นสมิธจึงสนับสนุนให้มีการค้าเสรีที่ใช้กลไกตลาด ต่อต้านแนวคิดของพาณิชยนิยมดั้งเดิมที่เน้นการแทรกแซง ควบคุม หรือผูกขาดการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรัฐด้วยวิธีการต่างๆทั้งทางด้านการผลิต การบริโภค และการค้า</div><div><br></div><div><br>ข้อ4<br>ตอบ.2ประเภท คือเศรษฐศาสตร์จุลภาค,จุลเศรษฐศาสตร์<br>ข้อ5<br>ตอบ.4 คือ -การผลิต การบริโภค การกระจายแลกเปลี่ยน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 06:56:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271069242</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271091197</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ปัณฑิตา บัณฑิตธรรม.&nbsp; ม6/5 เลขที่13<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากความหมายของคำว่า “เศรษฐศาสตร์” มีคำสำคัญที่ควรนำมาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของคำ ๆ นั้น&nbsp;<br>ข้อ2<br>ตอบเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp;<br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith)&nbsp;<br>ข้อ4<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 13:45:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271091197</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271094927</link>
         <description><![CDATA[ชื่อ นางสาว พจนีย์ พรมมา ม.6/5 เลขที่10
ข้อ 1
ตอบ เศรษฐศาสตร์   Economics  หมายถึง  การศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด  เพื่อนำมาผลิตสินค้าและบริการ  ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด  ให้เกิดประโยชน์สูงสุด         
ข้อ 2
ตอบ วิชาเศรษฐศาสตร์  เป็นวิชาทางด้านสังคมศาสตร์  ที่ศึกษาถึงพฤติกรรมของมนุษย์ในแง่ของการทำให้เกิดการกินดีอยู่ดีของมนุษย์ในสังคม  วิชาเศรษฐศาสตร์จึงเกี่ยวข้องกับการทำมาหากินของมนุษย์โดยตรง  เมื่อผู้คนมาอยู่รวมกันมีการผลิตผลซึ่งกันและกันเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่มากมายไม่จำกัด  ในขณะที่โลกมีทรัพยากรที่ใช้ทำการผลิตอยู่อย่างจำกัด  ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  โดยให้มีการใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าและบริการอย่างประหยัด  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและจำแนกแจกจ่ายให้ผู้คนใช้บำบัดความต้องการได้อย่างทั่วถึงกันเพื่อให้มนุษย์ได้มีความอยู่ดีกินดี
ข้อ 3
ตอบ อดัม  สมิธ (Adam  Smith) คัดค้านแนวความคิดของพวกพาณิชย์นิยม  
ข้อ 4
ตอบ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น
2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น
ข้อ 5
ตอบ   4  ประการ  ดังนี้   
การผลิต  (Production)  คือ  การนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาแปรรูปเป็นสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์  ทำให้มนุษย์ได้รับความพึงพอใจจากสินค้าและบริการที่มนุษย์ผลิตขึ้น
การบริโภค  (Consumption)  คือ  การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์   เช่น  เมื่อหิวก็รับประทานอาหาร  เมื่อเจ็บป่วยก็รับการรักษา  จากแพทย์  เป็นต้น
การกระจาย  (Distribution)  คือ  การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าและบริการ  ซึ่งเป็นผลผลิตไปยังผู้บริโภค  ตลอดจนการแบ่งสรรผลตอบแทนไปยังผู้มีส่วนร่วมในการผลิต  ซึ่งแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  คือ
- การกระจายสินค้า  คือ  การจำหน่ายจ่ายแจกผลผลิตไปยังผู้บริโภคที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ
-การกระจายรายได้  คือ  การจ่ายผลตอบแทนของปัจจัยการผลิต  (ค่าเช่า  ค่าจ้าง  ดอกเบี้ย  กำไร)  
                                         ไปยังเจ้าของปัจจัยการผลิต  (ที่ดิน  แรงงาน  ทุน  ผู้ประกอบการ)
การแลกเปลี่ยน  (Exchange)  ในทางเศรษฐศาสตร์  คือ  การเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของสินค้าและบริการต่าง ๆ  โดยการนำเอาสินค้าและบริการอย่างหนึ่งไปแลกกับสินค้าและบริการอีกอย่างหนึ่ง  ด้วยวิธีการหรือรูปแบบต่าง ๆ  ในระบบเศรษฐกิจมีวิวัฒนาการของการแลกเปลี่ยนเป็น  3   ขั้น  ดังนี้
- การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า  (Barter  system)  เป็นการนำเอาสินค้าและบริการมาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง  แต่มีปัญหาต่าง ๆ  เกิดขึ้น  เช่น  ฝ่ายหนึ่งอาจมีสินค้าและบริการที่ไม่ตรงกับความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง  สินค้าที่แลกเปลี่ยนกันแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยไม่ได้  ขาดหน่วยนับที่ใช้วัดมูลค่าสินค้าที่จะแลกเปลี่ยนกัน  และสินค้าบางอย่างเก็บไว้นานไม่ได้  เป็นต้น  การแลกเปลี่ยนโดยวิธีนี้ไม่สะดวก  จึงนำไปสู่การแลกเปลี่ยนแบบอื่น
 - การแลกเปลี่ยนแบบใช้สื่อกลาง  สื่อกลางที่ใช้  คือ  สิ่งที่มีค่าในตัวเองซึ่งอาจเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ตกลงยอมรับกันซึ่งในปัจจุบัน  เงินตรา  (Money)  เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทำให้เกิดการคล่องตัว
-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ  คือ  การใช้สิ่งต่าง ๆ  แทนเงิน  ได้แก่  ตั๋วแลกเงิน  บัตรเครดิต  เช็ค  บัตรสินเชื่อต่าง ๆ  การซื้อขายสินค้าโดยจ่ายเงินชำระหนี้ภายหลัง  ปัจจุบันนี้มีบทบาทมากขึ้น

]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 14:21:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271094927</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271094965</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>ชื่อ นางสาว พจนีย์ พรมมา ม.6/5 เลขที่10&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 1&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ เศรษฐศาสตร์&nbsp; Economics&nbsp; หมายถึง&nbsp; การศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp; เพื่อนำมาผลิตสินค้าและบริการ&nbsp; ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด&nbsp; ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 2&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ วิชาเศรษฐศาสตร์&nbsp; เป็นวิชาทางด้านสังคมศาสตร์&nbsp; ที่ศึกษาถึงพฤติกรรมของมนุษย์ในแง่ของการทำให้เกิดการกินดีอยู่ดีของมนุษย์ในสังคม&nbsp; วิชาเศรษฐศาสตร์จึงเกี่ยวข้องกับการทำมาหากินของมนุษย์โดยตรง&nbsp; เมื่อผู้คนมาอยู่รวมกันมีการผลิตผลซึ่งกันและกันเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่มากมายไม่จำกัด&nbsp; ในขณะที่โลกมีทรัพยากรที่ใช้ทำการผลิตอยู่อย่างจำกัด&nbsp; ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp; โดยให้มีการใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าและบริการอย่างประหยัด&nbsp; เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและจำแนกแจกจ่ายให้ผู้คนใช้บำบัดความต้องการได้อย่างทั่วถึงกันเพื่อให้มนุษย์ได้มีความอยู่ดีกินดี&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 3&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ อดัม&nbsp; สมิธ (Adam&nbsp; Smith) คัดค้านแนวความคิดของพวกพาณิชย์นิยม&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 4&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>&nbsp;2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/สกุลเงินอาเซียน/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 5&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ&nbsp; มี 4&nbsp; ประการ&nbsp; ดังนี้&nbsp; &nbsp;<br><br></div><div><strong>การผลิต</strong>&nbsp; (Production)&nbsp; คือ&nbsp; การนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาแปรรูปเป็นสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp; ทำให้มนุษย์ได้รับความพึงพอใจจากสินค้าและบริการที่มนุษย์ผลิตขึ้น&nbsp;<br><br></div><div><strong>การบริโภค</strong>&nbsp; (Consumption)&nbsp; คือ&nbsp; การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ &nbsp; เช่น&nbsp; เมื่อหิวก็รับประทานอาหาร&nbsp; เมื่อเจ็บป่วยก็รับการรักษา&nbsp; จากแพทย์&nbsp; เป็นต้น&nbsp;</div><div><strong>การกระจาย</strong>&nbsp; (Distribution)&nbsp; คือ&nbsp; การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าและบริการ&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตไปยังผู้บริโภค&nbsp; ตลอดจนการแบ่งสรรผลตอบแทนไปยังผู้มีส่วนร่วมในการผลิต&nbsp; ซึ่งแบ่งออกเป็น 2&nbsp; ประเภท&nbsp; คือ&nbsp;</div><div><strong>- การกระจายสินค้า</strong>&nbsp; คือ&nbsp; การจำหน่ายจ่ายแจกผลผลิตไปยังผู้บริโภคที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ&nbsp;</div><div><strong>-การกระจายรายได้</strong>&nbsp; คือ&nbsp; การจ่ายผลตอบแทนของปัจจัยการผลิต&nbsp; (ค่าเช่า&nbsp; ค่าจ้าง&nbsp; ดอกเบี้ย&nbsp; กำไร)&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไปยังเจ้าของปัจจัยการผลิต&nbsp; (ที่ดิน&nbsp; แรงงาน&nbsp; ทุน&nbsp; ผู้ประกอบการ)&nbsp;</div><div><strong>การแลกเปลี่ยน</strong>&nbsp; (Exchange)&nbsp; ในทางเศรษฐศาสตร์&nbsp; คือ&nbsp; การเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของสินค้าและบริการต่าง ๆ&nbsp; โดยการนำเอาสินค้าและบริการอย่างหนึ่งไปแลกกับสินค้าและบริการอีกอย่างหนึ่ง&nbsp; ด้วยวิธีการหรือรูปแบบต่าง ๆ&nbsp; ในระบบเศรษฐกิจมีวิวัฒนาการของการแลกเปลี่ยนเป็น 3 &nbsp; ขั้น&nbsp; ดังนี้&nbsp;</div><div><strong>- การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า</strong>&nbsp; (Barter&nbsp; system)&nbsp; เป็นการนำเอาสินค้าและบริการมาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง&nbsp; แต่มีปัญหาต่าง ๆ&nbsp; เกิดขึ้น&nbsp; เช่น&nbsp; ฝ่ายหนึ่งอาจมีสินค้าและบริการที่ไม่ตรงกับความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง&nbsp; สินค้าที่แลกเปลี่ยนกันแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยไม่ได้&nbsp; ขาดหน่วยนับที่ใช้วัดมูลค่าสินค้าที่จะแลกเปลี่ยนกัน&nbsp; และสินค้าบางอย่างเก็บไว้นานไม่ได้&nbsp; เป็นต้น&nbsp; การแลกเปลี่ยนโดยวิธีนี้ไม่สะดวก&nbsp; จึงนำไปสู่การแลกเปลี่ยนแบบอื่น&nbsp;</div><div><strong>&nbsp;- การแลกเปลี่ยนแบบใช้สื่อกลาง</strong>&nbsp; สื่อกลางที่ใช้&nbsp; คือ&nbsp; สิ่งที่มีค่าในตัวเองซึ่งอาจเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ตกลงยอมรับกันซึ่งในปัจจุบัน&nbsp; เงินตรา&nbsp; (Money)&nbsp; เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทำให้เกิดการคล่องตัว&nbsp;</div><div><strong>-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ</strong>&nbsp; คือ&nbsp; การใช้สิ่งต่าง ๆ&nbsp; แทนเงิน&nbsp; ได้แก่&nbsp; ตั๋วแลกเงิน&nbsp; บัตรเครดิต&nbsp; เช็ค&nbsp; บัตรสินเชื่อต่าง ๆ&nbsp; การซื้อขายสินค้าโดยจ่ายเงินชำระหนี้ภายหลัง&nbsp; ปัจจุบันนี้มีบทบาทมากขึ้น&nbsp;</div><div>&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-25 14:21:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271094965</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271199890</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวปพิชญา เพ็งสวัสดิ์ ม.6/3 เลขที่ 11</div><div>ข้อ 1<br>&nbsp;ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>ข้อ 2<br>&nbsp;ตอบ ความสำคัญเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>&nbsp;1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี&nbsp; ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>&nbsp;ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกิดความเป็นธรรมในสังคม<br>&nbsp;2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชนทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ&nbsp; &nbsp;</div><div>ข้อ 3<br>&nbsp;ตอบ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์<br>&nbsp;ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. <a href="tel:1776">1776</a><br> แนวคิดสำคัญ เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก ,<br> ตลาดเสรีสมัยใหม่ , ลำดับของแรงงาน ,<br> มือที่มองไม่เห็น (Invisible Hand)</div><div>ข้อ 4<br>&nbsp;ตอบ เศรษฐศาสตร์ แบ่งเป็น 2 สาขา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS&nbsp; เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน การเงินและการ</div><div>ข้อ 5<br>&nbsp;ตอบ กิจกรรมทางด้านศรษฐศาสตร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.ขั้นการผลิต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-26 13:43:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271199890</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271366080</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div><div>นายธีร์สรัล ทัพธนารัชต์ ม.6/3 เลขที่3 &nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 1&nbsp;</div><div>ตอบ เศรษฐศาสตร์ คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมและกระจายทรัพยากรของมนุษย์ เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและการให้บริการ ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 2&nbsp;</div><div>ตอบ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด&nbsp; การมีความรู้ตวามสามารถในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีไม่จำกัดในลักษณะที่ประหยัดที่สุด&nbsp; และให้ประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลและต่อส่วนรวม&nbsp; จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 3&nbsp;</div><div>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) แนวคิดของเขามีดังนี้&nbsp;</div><div>1.ต้นทุนการผลิตประกอบด้วยค่าจ้าง กำไร และค่าเช่า เป็นตัวกำหนดมูลค่าของสิ่งของในระยะยาว&nbsp;</div><div>2.ค่าจ้างในระยะยาวของแรงงานจะเท่ากับค่าจ้างในระดับพอยังชีพ&nbsp;</div><div>3.กำไรในระยะยาวมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากประเทศมีการสะสมทุนมากขึ้น&nbsp;</div><div>4.ค่าเช่าเป็นผลตอบแทนหรือกำไรที่เกิดจากการผลิตบนที่ดิน และถูกกำหนดโดยราคาของผลิตผลบนที่ดินนั้น&nbsp;</div><div>&nbsp;</div><div>ข้อ 4 &nbsp;</div><div>ตอบ 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ&nbsp;</div><div>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น&nbsp;</div><div>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น&nbsp;<br><br></div><div>ข้อ 5&nbsp;</div><div>ตอบ 4 ประเภท ดังนี้</div><div>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-29 12:42:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271366080</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>nok_y_c_club</author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271521191</link>
         <description><![CDATA[<div>6/6 ทำให้เรียบร้อยนะคะ ✌️</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:31:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271521191</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271521819</link>
         <description><![CDATA[<div>บ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:39:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271521819</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522109</link>
         <description><![CDATA[<div>อภิชาติ &nbsp; ศรีพันธ์&nbsp; ม6/6 เลขที่5<br><br>ข้อ1<br>ตอบ การศึกษาเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและก่อไห้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสนองความต้องการของคนในสังคม...........<br>ข้อ2<br>ตอบ 1คาดการณ์ผลที่เกิดจากนโบายของรัฐบาล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2เพื่อศึกษาอุปทาน และกลไกลของราคาสินค้า<br>3ใช้มองหาโอกาศในตลาด<br>4ใช้ควบคุมการผลิตและกลยุทธ์ในการค้าขาย<br>ข้อ 3<br><br></div><ol><li>คนในบังคับของรัฐทุกรัฐพึงจ่ายเงินค้ำจุนรัฐบาลตามส่วนกับความสามารถของตน นั่นคือ ตามส่วนกับประโยชน์ที่ตนได้รับภายใต้การคุ้มครองของรัฐ</li><li>ภาษีที่แต่ละคนต้องจ่ายพึงมีความแน่นอน ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ กำหนดเวลาชำระ วิธีชำระ และจำนวนที่ต้องชำระพึงมีความชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชำระและทุกคน</li><li>พึงเก็บภาษีทุกชนิดในเวลาหรือโดยวิธีที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้จ่าย</li><li>พึงคิดหาวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในการจัดเก็บภาษีทุกชนิดแก่ทั้งรัฐและผู้จ่ายภาษี ความสิ้นเปลืองนี้</li></ol><div><br>-----------------------------------------<br>ข้อ 4<br>ตอบ 2 ประเภท<br><strong>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค (microeconomics)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เศรษฐศาสตร์จุลภาค จะศึกษาเกี่ยวกับหน่วยเศรษฐกิจขนาดเล็ก โดยจะศึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจใช่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ศึกษาว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอย่างไรเพื่อให้ตอบสนองความต้องการสูงสุดของตัวผู้บริโภค ด้วยวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด เช่น หากผู้บริโภคมีเงิน อยู่ 100 บาท ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเนื้อหมูได้ 1 กิโลกรัม หรือ เนื้อไก่ได้สองกิโลกรัม ผู้บริโภคจะเลือกซื้ออะไร และทำไม การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค จะรวมไปถึงการศึกษาองค์กรว่ามีการใช้ทรัพยากรในการผลิตอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจเกิดผลกำไรสูงสุด เป็นต้น<br><strong>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค (macroeconomics)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เศรษฐศาสตร์มหภาค เป็นการศึกษาหน่วยเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยจะศึกษาโดยรวมทั้งระบบ เช่น การศึกษารายได้ประชาชาติของทั้งประเทศ หรือการบริโภคสินค้าและบริการ ของประชาชน รวมไปถึงศึกษาภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด การค้าระหว่างประเทศและการจ้างงาน<br>-----------------------------------------<br>ข้อ 5<br>ตอบ 4 ประเภท&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;</div><div><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:43:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522109</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522113</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ภูชิชย์ ปราบรัตน์ เลขที่ 3 ชั้น 6/6<br><br>ข้อ 1<br>&nbsp;ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>ข้อ 2<br>&nbsp;ตอบ ความสำคัญเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>&nbsp;1. ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp; ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี&nbsp; ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก&nbsp; มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต&nbsp; ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>&nbsp;ในทางเศรษฐกิจ&nbsp; และเกิดความเป็นธรรมในสังคม<br>&nbsp;2. ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp; ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด&nbsp; ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชนทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ&nbsp; &nbsp;</div><div>ข้อ 3<br>&nbsp;ตอบ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์<br>&nbsp;ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776<br>แนวคิดสำคัญ เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก ,<br>ตลาดเสรีสมัยใหม่ , ลำดับของแรงงาน ,<br>มือที่มองไม่เห็น (Invisible Hand)</div><div>ข้อ 4<br>&nbsp;ตอบ เศรษฐศาสตร์ แบ่งเป็น 2 สาขา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์จุลภาค หรือ จุลเศรษฐศาสตร์ : MICROECONOMICS&nbsp; เป็นเศรษฐศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจของบุคคล ครัวเรือน และบริษัท ในการใช้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; - เศรษฐศาสตร์มหภาค&nbsp; หรือมหเศรษฐศาสตร์ : MACROECONOMICS เป็นการศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนรวม เช่น ผลผลิตรวมของประเทศ การจ้างงาน การเงินและการ</div><div>ข้อ 5<br>&nbsp;ตอบ กิจกรรมทางด้านศรษฐศาสตร์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. การผลิต (Production<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.ขั้นการผลิต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้ากฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการกฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5.ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการชนิดของการบริโภค<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 7.การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 8.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:43:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522113</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522669</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย อรรณพ พงษ์คีรี ม6/6 เลขที่ 4<br><br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ คือ การศึกษาเกี่ยวกับวิธีการควบคุมเเละกระจายทรพยากรมนุษย์<br><br>ข้อ 2<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ มีความสำคัญต่อชีวิตของมนุษย์ เพราะเป็นการพัฒนาทรัพยากร เเละกระจายทรัพยากรของมนุษย์<br><br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ ( Adam Smith)​มีเเนวคิดว่าต้นทุนการผลิตด้วยค่าจ้าง กำไร เเละค่าเช่าเป็นตัวกำหนด ค่าจ้างในระยะยาวของเเรงงานจะเท่ากับพอยังชีพ<br><br>ข้อ 4<br>ตอบ ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา<br>คือ 1 เศรษฐศาสตร์จุลภาค<br>2 เศรษฐศาสตร์มหภาค<br><br>ข้อ5<br>ตอบ 4 ประเภท คือ<br>1.การผลิต<br>2.การบริโภค<br>3.การกระจายสินค้า<br>4.การเเลกเปลี่ยนสินค้า<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:49:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522669</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522777</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ น.ส. จิราพร การัมย์ ม.6/6 เลขที่ 34<br>●ข้อ1<br>*<mark>ตอบ</mark> เศรษฐศาสตร์ (Economics) หมายถึง การศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อนำมาผลิตสินค้าและบริการ ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br><br>●ข้อ2<br>*<mark>ตอบ</mark> ช่วยให้สามารถซื้อหรือใช้ บริโภคสินค้าที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด รู้จักใช้ รู้จักออม เจ้าของปัจจัยการผลิต ใช้ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ตัดสินใจใช้ปัจจัยการผลิตที่ต้นทุนต่ำแต่เกิดกำไรสูงสุด เข้าใจสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ ใช้ความรู้ในการจัดสรรทรัพยากร กำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และรักษาผลประโยชน์ในการลงทุน การค้ากับต่างประเทศได้<br><br>●ข้อ3<br>*<mark>ตอบ</mark> อดัม สมิธ แนวคิดเด่นคือ 1.เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก <br>2.ตลาดเสรีสมัยใหม่ <br>3.ลำดับของแรงงาน <br>4.มือที่มองไม่เห็น<br> <br>●ข้อ4<br>*<mark>ตอบ</mark> แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน<br><br>●ข้อ5<br>*<mark>ตอบ </mark>มี 4 ประเภทคือ 1.<strong>การผลิต</strong>ความหมาย การนำปัจจัยการผลิตมาสร้างสินค้าและบริการ<br>2.<strong>การบริโภค </strong>การบริโภค คือ การใช้สินค้า – บริการสนองความต้องการ<br>3.การแลกเปลี่ยน หมายถึง การนำสินค้าบริการมาแลกเปลี่ยนกันโดยวิธีการต่างๆ<br>4.<strong>การกระจาย ( การแบ่งสรร)<br></strong>สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ<br>1.การกระจายสินค้าบริการ จากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค<br>2.การกระจายรายได้ ให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:50:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522777</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522891</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวสุภาวดี ชำนาญเรียน ม. 6/6 เลขที่12<br><br>ข้อ1<br>ตอบ งานอันเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายจ่ายแจก และการบริโภคใช้สอยสิ่งต่างๆ ของชุมชน<br><br>ข้อ2<br>ตอบ&nbsp; เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์เช่น การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต (ทรัพยากร) ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นยังศึกษาเกี่ยวกับการกระจายและการแลกเปลี่ยนผลผลิต เพื่อให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งหมดนี้เศรษฐศาสตร์อาจจะกล่าวว่า เป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดของมนุษย์และสังคม<br><br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith)&nbsp;<br>(1) การเลือก (choice)&nbsp;<br>(2) ทรัพยากรการผลิต (productive resources)&nbsp;<br>(3) การมีอยู่จำกัด (scarcity)&nbsp;<br>(4) สินค้าและบริการ (goods and services)<br>(5) ความต้องการไม่จำกัด (unlimited wants)<br><br>ข้อ4&nbsp;<br>ตอบ รูปแบบของเศรษฐกิจ</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบเศรษฐกิจสามารถจำแนกออกเป็น 4 ระบบด้วยกัน คือ ระบบทุนนิยม สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ และแบบผสม โดยมีลักษณะสำคัญและข้อดี-ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้</div><div><br></div><div>1. ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี (Free Economy) หรือทุนนิยม (Capitalism) &nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นระบบเศรษฐกิจที่เอกชนเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต มีเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยที่รัฐบาลจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รัฐทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและการจัดสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ดังนั้นเอกชนจึงเป็นผู้ตัดสินแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยใช้ระบบราคาหรือระบบตลาดช่วยในการตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ทั้งนี้ราคาเป็นตัวกำหนดว่ามีผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดหรือมีผู้ผลิตจำนวนเท่าใด ณ ราคานั้นๆ กำไรคือแรงจูงใจของการผลิต จึงทำให้ระบบเศรษฐกิจนี้มีการแข่งขันทางราคาสูงมากและเป็นไปอย่างเสรี ทั้งนี้เพราะราคาถูกกำหนดขึ้นมาจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อังกฤษเป็นประเทศแรกที่ใช้ระบบนี้ เพราะมีความรุ่งเรืองทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมมาก่อน ประชาชนชาวอังกฤษเองก็มีอาชีพทางด้านการค้ามาช้านานโดยใช้ทรัพยากรทั้งในและนอกประเทศมีอาณานิคมอยู่รอบโลก และภายใต้ระบบเศรษฐกิจในลักษณะนี้บุคคลมีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ที่จะถือทรัพย์สินส่วนตัว มีเสรีภาพที่จะเลือกการบริโภคการตัดสินใจในการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ จะทำโดยผ่านระบบตลาดแข่งขัน โดยที่ราคาในตลาดจะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความต้องการของสังคม</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบเสรี ในระบบแบบเสรีมีหลักการที่สำคัญพอสรุปได้ดังนี้</div><div><br></div><div>1. การถือสิทธิ์ในทรัพยากร ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม หรือทุนนิยมยอมรับเรื่องกรรมสิทธิ์ คือ ยอมให้หน่วยธุรกิจหรือเอกชนเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตได้ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เหล่านี้จึงมีสิทธิเสรีภาพในการจัดกระทำใดๆ กับทรัพย์ของตนก็ได้</div><div><br></div><div>2. เสรีภาพในการประกอบการ ทั้งปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคลที่เป็นองค์การหรือหน่วยธุรกิจ ต่างมีเสรีภาพอย่างเต็มเปี่ยมในการประกอบการใดๆ เพื่อจัดดำเนินการกับปัจจัยการผลิตและทรัพย์สินของตนได้อย่างอิสระ ปราศจากการบังคับควบคุมจากสิ่งใดทั้งสิ้น</div><div><br></div><div>3. กำไรเป็นเครื่องจูงใจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรี กำไรซึ่งเป็นส่วนของผลได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญในการจูงใจให้หน่วยธุรกิจผู้ผลิตทำการผลิต โดยมุ่งนำเทคนิคใหม่ๆ ที่มาช่วยลดต้นทุนการผลิตมาใช้ในการดำเนินการ เพื่อที่จะได้กำไรสูงสุด ส่วนผู้บริโภคจะยึดเกณฑ์การเลือกบริโภคสินค้าและบริการที่จะนำความพอใจสูงสุด ด้วยการจ่ายเงินน้อยที่สุด โดยทำการเปรียบเทียบความต้องการของตนเองจากบรรดาสินค้าชนิดค่างๆ</div><div><br></div><div>4. กลไกของราคา ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีใช้ราคาเป็นตัวตัดสินปัญหาพื้นฐานด้านการผลิต คือ ผู้ผลิตตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร เป็นจำนวนเท่าใด โดยดูแนวโน้มความต้องการของผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าชนิดต่างๆ และดูระดับราคาสินค้าที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายซื้อ ถ้าผู้บริโภคต้องการสินค้าชนิดใดมากก็จะใช้เงินซื้อสินค้านั้นมาก แม้ราคาจะสูงก็ยังจะซื้ออยู่ เมื่อเป็นดงนั้นผู้ผลิตก็จะทุ่มทุนกำลังการผลิต ผลิตสินค้าชนิดนั้น เพราะแน่ใจว่าขายได้แน่นอน วิธีดูแนวโน้มของราคาและพฤติกรรมของผู้บริโภคนี้เองเป็นตัวกำหนดที่ผู้ผลิตใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร ในปริมาณเท่าใด ราคาในระบบเศรษฐกิจเสรีจึงทำหน้าที่บ่งชี้และควบคุมการทำงานภายในระบบเศรษฐกิจจนกล่าวกันว่า ราคาทำหน้าที่แทนผู้บริโภค ชี้ทางให้ผู้ผลิตผลิตเฉพาะสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการ</div><div><br></div><div>5. บทบาทของรัฐ ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี รัฐจะไม่มีบทบาทในทางเศรษฐกิจเลย รัฐทำหน้าที่เพียงด้านความยุติธรรมและป้องกันประเทศ โดยที่รัฐบาลจะเป็นฝ่ายให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เอกชนหรือผู้ผลิตสินค้าและบริการ ดังเช่น อดัม สมิธ ได้กำหนดและวางหน้าที่บางอย่างแก่รัฐ ดังนี้&nbsp;</div><div>การป้องกันประเทศจากการรุกรานโดยใช้กำลัง ไม่ว่ารูปแบบใดๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ&nbsp;</div><div>การคุ้มครองมิให้พลเมืองได้รับความอยุติธรรม หรือการกดขี่ข่มเหงจากการกระทำของพลเมืองด้วยกันเอง&nbsp;</div><div>การสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อประชาชน</div><div><br></div><div>&nbsp;</div><div><br></div><div>2. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (Socialism) หรือระบบเศรษฐกิจแบบวางแผน (Planned Economy) &nbsp;</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐเข้าไปควบคุมการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมในการกระจายผลผลิตแก่ประชาชน นอกจากนี้รัฐบาลยังเป็นผู้ตัดสินใจในการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยมีการวางแผนการดำเนินงานทางเศรษฐกิจจากส่วนกลาง ในระบบเศรษฐกิจแบบนี้รัฐบาลจะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ แต่ยังคงให้เอกชนมีสิทธิในการถือครองทรัพย์สินส่วนตัว อาทิ ที่พักอาศัย</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม หรือระบบเศรษฐกิจแบบวางแผน มีหลักที่สำคัญ 2 ประการ คือ กรรมสิทธิ์ในปัจจัยการผลิตเป็นขององค์การหรือหน่วยงานสาธารณะ (คือรัฐบาลและองค์การบริหารต่างๆ) ทั้งนี้เพื่อให้กิจกรรมผลิตสำคัญที่มีขนาดใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมดำเนินการในวิถีทางที่จะยังผลประโยชน์แก่ส่วนรวม</div><div><br></div><div>1. รัฐเป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชาติทั้งด้านการผลิตและการจำหน่าย ทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติเป็นงานหน้าที่ของรัฐ โดยมีเป้าหมายให้บรรลุแผนเศรษฐกิจรวมของชาติ เพื่อยกมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น</div><div><br></div><div>&nbsp;ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีดังนี้คือ</div><div><br></div><div>ประชาชนมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจมากกว่าระบบที่ต่างคนต่างอยู่</div><div>ประชาชนมีรายได้ใกล้เคียงกัน § เศรษฐกิจไม่ค่อยผันแปรขึ้นลงมากนัก</div><div>รัฐจะครอบครองปัจจัยขั้นพื้นฐานไว้ทั้งหมด และความคุมกิจการสาธารณูปโภคทั้งหมด</div><div>ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีดังนี้</div><div><br></div><div>แรงจูงใจในการทำงานต่ำ เพระกำไรตกเป็นของรัฐ คนงานจะได้รับส่วนแบ่งตามความจำเป็น</div><div>ผู้บริโภคไม่มีโอกาสเลือกสินค้าได้มาก</div><div>ประชาชนไม่มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการทำธุรกิจที่ตนเองมีความรู้ ความสามารถหรือต้องการจะทำ</div><div>ไม่ค่อยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพราะไม่มีการแข่งขัน สินค้าอาจไม่มีคุณภาพ</div><div>3.ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ (Communism)</div><div><br></div><div>ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ หมายถึง ระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่รัฐเป็นเจ้าของทุนแลละปัจจัยการผลิตทุกชนิด โดยรัฐเป็นผู้กำหนดการตัดสินใจในทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมด ซึ่งเป็นระบบที่ตรงกันข้ามกับระบบทุนนิยมโดยสิ้นเชิง รัฐจะเข้ามาควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจไว้ทั้งหมด โดยจะกำหนดว่าจะผลิตสินค้าและบริการอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร เอกชนไม่มีสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินเพื่อการผลิตต่างๆ เช่น การถือครองที่ดิน เป็นต้น ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์นั้นพัฒนามาจากแนวความคิดทางเศรษฐกิจของคาร์ล มาร์ค (Karl Marx) นักเศรษฐศาสตร์ผู้ซึ่งได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์” และวาลาดิเนีย อิสยิช อัลยานอบ (Vladinir Ilych Ulyanov) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในนามของ เลนิน (Lenin) นักปฏิวัติโซเวียต ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงการปกครองและนำระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์มาใช้กับสหภาพรัสเซียเป็นประเทศแรก</div><div><br></div><div>&nbsp;ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์มีลักษณะที่แตกต่างจากระบบทุนนิยม ที่เห็นได้เด่นชัด ดังนี้</div><div><br></div><div>1. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการเลือกสรรบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ตามความพอใจของตน เพระรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดสินค้าและบริการต่างๆ ให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคตามความเหมาะสมและความจำเป็นเท่านั้น</div><div><br></div><div>2. ประชาชนไม่มีกรรมสิทธิ์ในการถือครองและเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งสามารถนำไปผลิตสินค้าและบริการต่างๆ หรือนำไปแสวงหารายได้ เช่น ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ฯลฯ</div><div><br></div><div>3. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการเลือกทำงานหรืออาชีพตามอำเภอใจเพราะรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดการทำงานและค่าจ้างให้แก่ประชาชนตามความสามารถ ประชาชนจึงมีสภาพเป็นลูกจ้างของรัฐบาลทุกคน</div><div><br></div><div>4. รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดการผลิตสินค้าและบริการ ว่าจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ปริมาณมากน้อยเท่าใด เอกชนไม่มีเสรีภาพในการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ ได้เอง ทั้งนี้สืบเนื่องจากปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่จะใช้ผลิตสินค้าและบริการเป็นของรัฐ การกำหนดราคาสินค้าและบริการต่างๆ รัฐจะเป็นผู้กำหนดโดยไม่ใช้กลไกราคาดังเช่น ระบบทุนนิยม</div><div><br></div><div>&nbsp;ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์</div><div><br></div><div>ไม่เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบของประชาชนในเชิงเศรษฐกิจ</div><div>เกิดความเสมอภาค เพราะรัฐเป็นผู้แจกจ่ายผลผลิต ให้แก่บุคคลต่างๆ ในสังคมโดยเท่าเทียมกัน</div><div>ไม่เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยผลิตรายใด</div><div>ข้อเสียของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตามที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์นั้น ความแตกต่างในฐานะทางเศรษฐกิจมีน้อยกว่าระบบทุนนิยม เพราะประชาชนเป็นลูกจ้างของรัฐ แต่จากอดีตที่เป็นความจริง ปรากฏว่าระบบนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ คือ</div><div><br></div><div>ประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการไม่พัฒนาเจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรทั้งนี้เพราะขาดแรงจูงใจในการผลิตไม่มีผลกำไรที่เป็นสิ่งล่อใจ</div><div>สิทธิและเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัดโดยรัฐบาล</div><div>การดำเนินงานล่าช้าเพราะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย มีลักษณะคล้ายกับระบบราชการ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปัจจุบันประเทศที่พอจะอนุโลมให้เป็นแบบอย่างของระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ได้แก่ สหภาพโซเวียต (ซึ่งปัจจุบันล่มสลายไปแล้ว) สาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้เนื่องจากระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์จริงๆ นั้นเป็นเพียงอุดมคติยังไม่มีประเทศใดก้าวไปถึง</div><div><br></div><div>&nbsp;4.ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economy)</div><div><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ระบบเศรษฐกิจแบบผสม หมายถึง ระบบเศรษฐกิจที่รวมเอาลักษณะสำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและสังคมนิยมเข้าไว้ด้วยกัน ระบบเศรษฐกิจแบบผสม หรือที่เรียกกันโดยทั่วๆ ไปอีกอย่างหนึ่งว่า ”ระบบเศรษฐกิจแบบ ทุนนิยมใหม่” เป็นระบบเศรษฐกิจที่ทั้งรัฐบาลและเอกชนรับผิดชอบร่วมกันในการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อันได้แก่จะผลิตอะไร ในปริมาณเท่าใด ผลิตอย่างไร และแบ่งปันผลผลิตในหมู่สมาชิกของสังคมอย่างไร ระบบนี้รัฐบาลจะเข้ามามีบทบาทในการวางแผนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประการ ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้เอกชนดำเนินการทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่โดยอาศัยกลไกราคาเป็นเครื่องนำทาง</div><div><br></div><div>ลักษณะที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีดังนี้</div><div><br></div><div>1. เอกชนและรัฐบาลมีส่วนร่วมกันในการวางแผนเศรษฐกิจของประเทศว่าจะเป็นการผลิตสินค้าและบริการอะไร ปริมาณมากน้อยเท่าใด และการกระจายสินค้าและบริการที่ผลิตได้ไปสู่ใครอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการร่วมมือกันทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล</div><div><br></div><div>2. ทั้งเอกชนและรัฐบาลสามารถจะเป็นเจ้าของปัจจัยในการผลิตสินค้าและบริการอย่างเสรี แต่อาจมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการผลิตสินค้าและบริการบางประเภทที่รัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าหากปล่อยให้เอกชนดำเนินงานอาจไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงของชาติ หรือเอกชนอยู่ใน</div><div><br>ข้อ5<br>ตอบ</div><div>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;</div><div>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:52:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271522891</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523096</link>
         <description><![CDATA[<pre><strong><em>นางสาวลัดดาวัลย์ ชมภูรัตน์ ชั้น ม.6/6 เลขที่ 28</em></strong></pre><div><strong><em>ข้อ1</em></strong><br><strong>ตอบ</strong> เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การกระจาย การบริโภคสินค้าและบริการ หรือเป็นการศึกษากิจกรรมเศรษฐกิจของมนุษย์ในการเลือกหาแนวทางที่จะใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์<br><br><strong><em>ข้อ2</em></strong><br><strong>ตอบ</strong> เป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด<br><br><strong><em>ข้อ3</em></strong> <br><strong>ตอบ</strong> อดัม สมิธ (Adam Smith) นักปรัชญาศีลธรรม และ นักเศรษฐศาสตร์การเมืองผู้บุกเบิกชาวสกอตแลนด์ อดัม สมิธ เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) <br><br><strong><em>ข้อ4</em></strong> <br><strong>ตอบ</strong> แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br><strong><em>ข้อ5</em></strong><br><strong>ตอบ</strong>&nbsp; 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ เช่น ประโยชน์จากรูปร่าง ประโยชน์จากสถานที่ ประโยชน์จากเวลา&nbsp;<br>ประโยชน์จากกรรมสิทธิ์&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจัยการผลิต&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ดิน หมายถึงที่ดินและทรัพยากรที่อยู่ในดินและเหนือพื้นดิน ค่าตอบแทนคือ ค่าเช่า&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; แรงงาน หมายถึง แรงงานที่เกิดจากกำลังกายและสติปัญญาของมนุษย์ ค่าตอบแทนคือ ค่าจ้าง หรือเงินเดือน&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทุน หมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับแรงงาน เช่น เครื่องจักร ค่าตอบแทนคือ ดอกเบี้ย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ผู้ประกอบการ ผู้ที่นำเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ค่าตอบแทนคือ กำไร&nbsp;<br>ขั้นการผลิต<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตขั้นปฐมภูมิ เป็นการผลิตขั้นแรกโดยนำทรัพยากรธรรมชาติ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;<br>โดยใช้แรงงาน เช่น การประมง การเกษตร&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตชั้นทุติยภูมิ เป็นการนำเอาผลผลิตขั้นต้น มาแปรสภาพเป็นสินค้าได้แก่ หัตถกรรม&nbsp;<br>และอุตสาหกรรม&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การผลิตชั้นตติยภูมิ เป็นการผลิตในรูปบริการ เช่น การขนส่ง การท่องเที่ยว การประกันภัย&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกำหนดราคาและปริมาณการผลิต ผู้ผลิต อาจคาดคะเนผลผลิตจากการคาดคะเนอุปสงค์และอุปทานของสินค้าในตลาด<br>- อุปสงค์ (Demand) เป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ขึ้นกับราคาสินค้า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปสงค์ คือ อุปสงค์แปรผันโดยอ้อมหรือผูกพันกับราคาสินค้าและบริการ (สินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต &nbsp;<br>เป็นสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์น้อย)<br>- อุปทาน (Supply) เป็นปริมาณความต้องการที่จะขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะขึ้นกับราคาของสินค้าและบริการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; กฎทั่วไปของอุปทาน คือ อุปทานจะแปรผันโดยตรงกับราคาสินค้าและบริการ<br>ราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ<br><br>ราคาสินค้าแพงนั้น เกิดขึ้นเมื่อ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (ภาวะอุปสงค์ส่วนเกิน)<br>ราคาสินค้าถูกลง &nbsp; เกิดขึ้นเมื่อ อุปทานมากกว่าอุปสงค์ (ภาวะอุปทานส่วนเกิน)&nbsp;<br><br>2. การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>ชนิดของการบริโภค&nbsp;<br>2.1 สินค้าคงทน ได้แก่ สินค้าที่เก็บไว้ใช้ได้นานเป็นปี เข่น ปากกา นาฬิกา กระเป๋า<br>2.2 สินค้าไม่คงทน ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปภายใน 1 ปี เช่น อาหาร น้ำมัน เชื้อเพลิง กระดาษ&nbsp;<br>ถ้ารายได้ต่ำ ความสามารถในการบริโภคจะถูกจำกัดลง และถ้ามีรายได้สูง ความสามารถในการบริโภคจะสูงขึ้น&nbsp;<br><br>3. การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น&nbsp;<br>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br><br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง จึงแบ่งออกเป็น&nbsp;<br>4.1 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้า<br>4.2 การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อเงินตราหรือใช้สื่อกลาง<br>4.3 การแลกเปลี่ยนแบบใช้สินเชื่อ เช่น เช็ค ตั๋วแลกเงิน ดราฟท์</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 04:55:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523096</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523673</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นางสาวเพ็ญนภา&nbsp; อัมฤทธิ์ ม6/6 เลขที่21<br>ข้อ1<br>ตอบ เป็นการศึกษาถึงวิธีการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลิตสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่อย่างไม่จำกัด<br>-----------------------------------------------------<br>ข้อ2<br>ตอบ มุ้งเน้นการให้ความรู้แกบุคคลต่างๆ ดังนี้<br>-ผู้บริโภค(ทำให้ผู้บริโภครู้จักตัดสินใจ)<br>-ผู้ประกอบหารผลิต(ทำให้ผู้ประกอบกาารมีความรู้ความสามารถในการวางแผนการผลิต)<br>-ผู้บริหารในองค์กรของรัฐ(ช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรของรัฐมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรอย่างอย่างเหมาะสม<br>---------------------------<br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation<br>มีแนวคิดคือ ทำอย่างไรประเทศจึงจะร่ำรวย<br>-------------------------<br>ข้อ4<br>ตอบ 2 ประเภท<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>-------------------------<br>ข้อ5<br>ตอบ 4 ประเภท<br>1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ&nbsp; มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 05:03:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523673</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523703</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวสุกัญญา แสนสุภา ม.6/6 เลขที่23<br>ข้อ1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีอย่างไม่จำกัด<br>😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎😎<br>ข้อ2<br>ตอบ ช่วยให้มนุษย์เข้าใจหรือสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและมีระเบียบ รู้จักใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีเป้าหมายต่างกันอันเนื่องจากหน่วยเศรษฐกิจต่างระดับกัน<br>💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸💸<br>ข้อ3<br>ตอบ&nbsp; อดัม สมิธ<br>มีแนวคิดคือ<br>แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์ <br>🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈🎈<br>ข้อ4<br>ตอบ2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทานุปสงค์และอุปทาน<br>🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝🍝<br>ข้อ5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่&nbsp;<br>1.การผลิต(production)&nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption)&nbsp;<br>3.การกระจาย (distribution)&nbsp;<br>4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>🍞1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>🍞2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br><br>🍞3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>🍞4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;<br>🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞🍞</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 05:03:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523703</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523790</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาวธิดารัตน์ สีใส ม.6/6 เลขที่ 19<br>ข้อ 1<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นการศึกษาถึงวิธีการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จํากัด เพื่อผลิต<br>สินค้าและบริการต่างๆ และเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>ข้อ 2&nbsp;<br>ตอบ วิชาเศรษฐศาสตร์ ช่วยให้เราสามารถซื้อหรือใช้ของได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการทำธุรกิจ และสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้<br>ข้อ 3&nbsp;<br>ตอบ อดัม สมิธ เป็นบิดาแห่งเศรษฐศาสตร์ โดยท่านมีแนวคิดที่ว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศควรแทรกแซงการผลิตและการค้าให้น้อยที่สุด โดยให้ทางเอกชนเป็นผู้ทำหน้าที่ยินยอม ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ เป็นการสะท้อนแนวคิดแบบเสรีนิยม &nbsp;<br>ข้อ 4&nbsp;<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>- เศรษฐศาสตร์จุลภาค เป็นการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนย่อย ในครัวเรือน หรือบุคคล เป็นเรื่องเกี่ยวกับราคาการตลาดต่างๆ<br>- เศรษฐศาสตร์มหาภาค เป็นการศึกษาเศรษฐกิจส่วนร่วมทางสังคม เช่น รายได้ประชาชาติ การกระจายรายได้เป็นต้น<br>ข้อ 5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ<br>- การผลิต คือ การสร้างทรัพยาการตามความต้องการของมนุษย์<br>- การบริโภค คือ การซื้อหรือใช้ทรัพยากรตามความต้องการของมนุษย์<br>- การกระจาย คือ การแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าไปยังผู้บริโภค รวมถึงการกระจายรายได้ไปยังนายทุน<br>- การแลกเปลี่ยน คือ การเปลี่ยนเจ้าของระหว่างกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 05:05:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271523790</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271524190</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย พัลลภ พิมพงาน เลขที่ 2 ชั้น 6/6<br><br>ข้อ 1<br>ตอบ หมายถึง การศึกษาวิธีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>ข้อ 2<br>ตอบ 1.นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของบุคคลระดับต่างๆทุกระดับ 2.ใช้ในระดับผู้บริหารคือการบริหารประเทศ 3.ระดับประชาชนใช้ในการบริหารจัดการภายในธุรกิจของตนหรือกิจกรรมต่างๆทางชีวิตประจำวัน<br>ข้อ 3&nbsp;<br>ตอบ อดัม สมิธ มีแนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ ได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์<br>ข้อ 4<br>ตอบ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ และผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน&nbsp; เป็นต้น<br>ข้อ 5&nbsp;<br>ตอบ 1. การผลิต (Production) เป็นการสร้างสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์<br>2. การบริโภค (Consumption) หมายถึงการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการ<br>3. การกระจาย (Distribution) หมายถึงการจำนวนจ่ายแจกสินค้าและบริการ แบ่งเป็น<br><br>3.1 การกระจายสินค้าและบริการ ไปสู่ผู้บริโภค<br>3.2 การกระจายรายได้ เป็นการกระจายผลตอบแทนไปสู่ปัจจัยการผลิต<br>4. การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึง การนำสินค้าและบริการไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการอื่น&nbsp;<br>หรือแลกเปลี่ยนกับสื่อกลาง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-31 05:10:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271524190</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271944005</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นาย ฐปนรรย์ บุญรุ่ง ชั้น ม.6/3 เลขที่ 4<br>ข้อ 1<br>ตอบ&nbsp; เป็นสาขาวิชาหนึ่งของสังคมศาสตร์ <br>ที่ศึกษาเกี่ยวกับหลักในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่มีจำกัดในการที่จะสนองความต้องการของมนุษย์<br>ข้อ 2<br>ตอบ -ผู้บริโภค 》 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการเลือกซื้อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; -เจ้าของปัจจัยการผลิต 》ทำให้รู้ความต้องการของคน และทำให้เกิดต้นทุนที่จะก่อให้เกิดกำไร รวมถึงคำนึงถึงผู้บริโภค สนองความต้องการของผู้บริโภค<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; -หน่วยธุรกิจ 》จัดสรรหาผลประโยชน์ให้ผู้บริโภค และผู้ผลิต เพื่อให้เป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ<br>รัฐบาล<br>ข้อ 3 <br>ตอบ&nbsp; <strong>อดัม สมิธ</strong> เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวตลาดเสรี เป็นบุคคลสำคัญในขบวนการที่เป็นที่รู้จักในชื่อว่า "ยุคสว่างของสกอตแลนด์" (Scottish Enlightenment) โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้แต่งศาสตรนิพนธ์2 เรื่องคือ ทฤษฎีว่าด้วยศีลธรรมเร้าอารมณ์ (พ.ศ. 2302)<br>ข้อ 4&nbsp;<br>ตอบ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ<br>1.เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือน หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ฯลฯ<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน ฯลฯ<br>ข้อ 5<br>ตอบ<br> 1.การผลิต (production) หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ และเกิดเป็นประโยชน์&nbsp; แบ่งเป็น 2 จำพวก คือ<br> - เศรษฐทรัพย์ เช่น ปัจจัย 4 จำพวกอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ&nbsp; การร้องเพลงการแสดง เป็นต้น&nbsp;<br> -ทรัพย์เสรี เป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่น น้ำในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ &nbsp;<br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการกิน การใช้บริการต่างๆ ฯลฯ<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต<br>4.การแลกเปลี่ยน(Exchange) คือ เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเหมือนกับสมัยอดีต คือ มีการเปลี่ยนเจ้าของสินค้านั้นๆเพื่อให้เกิดความสมดุลของสิ่งมีชีวิต เช่น บ้านนี้มีปลาแต่ไม่มีข้าว ส่วนอีกบ้านมีข้าวแต่ไม่มีปลา ทั้ง 2 บ้านนี้ก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้&nbsp; ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-04 11:17:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271944005</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271981835</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาว รัชนีกร จันทร์หอม&nbsp; ม.6/3 เลขที่13</div><div>ข้อ1</div><div>ตอบ เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด</div><div>ข้อ2</div><div>ตอบ 1.ระดับผู้บริหารประเทศ&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ</div><div>ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ&nbsp; ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.ระดับประชาชน&nbsp; เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ</div><div>ในชีวิตประจำวัน&nbsp; เช่น&nbsp; ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ</div><div>ของตลาด</div><div>ข้อ3</div><div>ตอบ อดัม สมิธ เป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะเป็นเจ้าของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ลัทธิเสรีนิยมที่ประณามสมาคมอาชีพในยุโรป สมิธเชื่อในสิทธิ์ของบุคคลที่จะสามารถใช้อิทธิพลของตนเองสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องตกเป็นหุ่นเชิดของสมาคมอาชีพหรือของรัฐ ทฤษฎีของสมิธมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐศาสตร์เดิมของยุโรป ทำให้ยุโรปส่วนใหญ่เกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการค้าเสรี ที่ยอมให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันได้ อดัม สมิธได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์"</div><div>ข้อ4</div><div>ตอบ เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ</div><div>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ&nbsp;</div><div>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน&nbsp;</div><div>ข้อ5<br><br></div><div>ตอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มี4ประเภท ได้แก่<br><br></div><div>1.การผลิต หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์&nbsp;<br><br></div><div>2.การบริโภค หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง&nbsp;<br><br></div><div>3.การกระจาย หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค&nbsp;<br><br></div><div>4.การแลกเปลี่ยน หมายถึง การเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-05 11:14:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/271981835</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/272088450</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวนันทพร ใจดี ม.6/3 เลขที่ 10                                                                                          ข้อ 1 ตอบ เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์หรือวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำทรัพยากรซึ่งมีอยู่จำกัดมากระทำให้เกิดสินค้าและบริการ  เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีอยู่ไม่จำกัด                                                                     ข้อ 2 ตอบ วิชาเศรษฐศาสตร์มีความสำคัญ คือ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์  เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์  ตั้งแต่ระดับบุคคล  ระดับครอบครัว  และระดับประเทศ  มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข  ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ  หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้  และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด  การมีความรู้ตวามสามารถในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีไม่จำกัดในลักษณะที่ประหยัดที่สุด  และให้ประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลและต่อส่วนรวม  จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ                                                                                                    ข้อ 3 ตอบ บิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์โลกคือ  อดัม สมิธ    มีแนวคิดสำคัญเรื่อง  </div><h1>แนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ  แนวคิดด้านความมั่งคั่งของประเทศ การคลังของรัฐ และการค้าระหว่างประเทศของ อดัม สมิธ  แนวคิดเรื่องทฤษฎีมูลค่า และทฤษฎีการกระจายรายได้ของ อดัม สมิธ </h1><div>ข้อ 4 ตอบ เศรษฐศาสตร์แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน เติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น                                                                                                                    ข้อ 5 ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมี 4 ประเภท ได้แก่  </div><div>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์ </div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น </div><div>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต </div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น </div><div><br> </div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-06 15:14:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/272088450</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/273351026</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวรุ่งไพลิน บุญศรี ม.6/3 เลขที่7<br><br>ข้อ1<br>ตอบ&nbsp;<em>&nbsp;</em><strong><em>เศรษฐศาสตร์ หมายถึง </em></strong><em>&nbsp;</em>ตามคำจำกัดความของนักเศรษฐศาสตร์และนักการเมือง เรย์มอนด์บารร์”เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด เศรษฐศาสตร์พิจารณาถึงรูปแบบที่พฤติกรรมมนุษย์ได้เลือกในการบริหารทรัพยากรเหล่านี้ อีกทั้งวิเคราะห์และอธิบายวิถีที่บุคคลหรือบริษัททำการจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายและไม่จำกัด”<br><br>ข้อ2<br>ตอบ เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์เช่น การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต (ทรัพยากร) ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนั้นยังศึกษาเกี่ยวกับการกระจายและการแลกเปลี่ยนผลผลิต เพื่อให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งหมดนี้เศรษฐศาสตร์อาจจะกล่าวว่า เป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดของมนุษย์และสังคม<br><br>ข้อ3<br>ตอบ อดัม สมิธ&nbsp; แนวคิดหลักของสำนักคลาสสิกสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (laissez-faire) โดยการจำกัดบทบาทของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจเพราะมีความเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม จะทำให้ประเทศพัฒนาไปได้ด้วยดี เศรษฐกิจของประเทศจะมีความมั่งคั่งก็ต่อเมื่อรัฐบาลแทรกแซงหรือมีบทบาทในกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้น้อยที่สุดหรือไม่แทรกแซงเลยดีที่สุด รัฐบาลควรมีหน้าที่เพียงแต่คอยอำนวยความสะดวก รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และป้องกันประเทศ ส่วนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจควรปล่อยให้เอกชนจัดการกันเองอย่างเสรี นั่นคือ สมิทเชื่อใน <strong>พลังของกลไกตลาด (ราคา)</strong> หรือที่เขาเรียกว่า <strong>มือที่มองไม่เห็น (invisible hand)<br><br>ข้อ4<br>ตอบ </strong>การศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br><br>ข้อ5<br>ตอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หมายถึงการกระทำต่างๆของมนุษย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br><br>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br><br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br><br>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-15 21:37:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/273351026</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/273389344</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวพิจิตรา เจริญจิตต์ ม.6/3 เลขที่12<br>ข้อ1<br>ตอบ<br>เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด<br>ข้อ2<br>ตอบ<br>เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด&nbsp; การมีความรู้ตวามสามารถในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีไม่จำกัดในลักษณะที่ประหยัดที่สุด&nbsp; และให้ประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลและต่อส่วนรวม&nbsp; จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ<br>ข้อ3<br>ตอบ<br>อดัม สมิธ<br>ความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (Laissez&nbsp; Faire) ซึ่งให้ความสำคัญแก่ภาคเอกชนโดยเห็นว่ารัฐไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวในทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่ควรปล่อยให้เอกชนดำเนินธุรกิจต่าง&nbsp; ๆ โดยอิสระ<br>ข้อ4<br>ตอบ<br>เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการ<a href="http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">เงิน</a> การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>ข้อ5<br>ตอบ<br>กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;</div><div>1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;</div><div>2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;</div><div>4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-08-16 03:03:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/273389344</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/282789159</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ สรวิชญ์ แสวงผล ม.6/1 เลขที่6<br>&nbsp;ข้อ1<br>&nbsp;ตอบ.คำว่า “เศรษฐศาสตร์” มีผู้ให้คำนิยามไว้มากมาย แต่ในที่นี้จะขอสรุปความหมายไว้ดังนี้<br>&nbsp;เศรษฐศาสตร์ หมายถึง ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลือกหนทางในการใช้ทรัพยากรการผลิตอันมีอยู่จำกัด สำหรับการผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากความหมายของคำว่า “เศรษฐศาสตร์” มีคำสำคัญที่ควรนำมาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลของคำ ๆ นั้น อยู่หลายคำด้วยกัน ได้แก่&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;(1) การเลือก (choice)&nbsp;<br>&nbsp;(2) ทรัพยากรการผลิต (productive resources)&nbsp;<br>&nbsp;(3) การมีอยู่จำกัด (scarcity)&nbsp;<br>&nbsp;(4) สินค้าและบริการ (goods and services)<br>&nbsp;(5) ความต้องการไม่จำกัด (unlimited wants)<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;ข้อ2<br>&nbsp;ตอบ. ความสำคัญของเศรษฐศาสตร์<br>&nbsp;เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของบุคคลในทุกระดับดังนี้<br>&nbsp;1. ระดับผู้บริหารประเทศ เศรษฐศาสตร์จะเข้าไปมีบทบาทในการพิจารณาวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ<br>&nbsp;ที่มีอยู่อย่างจำกัดของประเทศ ให้ได้ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ให้ประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี<br>&nbsp;ดำรงชีวิตด้วยความผาสุก มีปัจจัยต่างๆ เพียงพอที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ไม่มีการเอาเปรียบกัน<br>&nbsp;ในทางเศรษฐกิจ และเกืดความเป็นธรรมในสังคม<br>&nbsp;2. ระดับประชาชน เศรษฐศาสตร์จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการพิจารณาและตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ<br>&nbsp;ในชีวิตประจำวัน เช่น ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าโดยใช้วิธีใดจึงจะเสียต้นทุนต่ำสุดและสอดคล้องกับความต้องการ<br>&nbsp;ของตลาด ผู้บริโภคจะตัดสินใจได้ว่าควรบริโภคสินค้าใด ราคาใดจึงจะได้รับประโยชนย์มากที่สุดประชาชน<br>&nbsp;ทั่วไปก็จะต้องพิจารณาถึรายได้และรายจ่ายของตนในการซื้อสินค้าและบริการ เพื่อสนองความต้องการของ<br>&nbsp;ตนเองให้เพียงพอและเหมาะสมกับรายได้และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้<br>&nbsp;ประชาชนเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เข้าใจบทบาท<br>&nbsp;และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และให้ความร่วมมือโดยเต็มใจในฐานะเป็นพลเมืองดีของสังคม<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;ข้อ3<br>&nbsp;ตอบ. บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์<br>&nbsp;ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับสากล คือ อดัม สมิธ (Adam Smith) ซึ่งผู้นี้เป็นผู้เขียนตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก มีชื่อว่า An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of the Nation เมื่อปี ค.ศ. 1776 แนวคิดคลาสสิกของอดัม สมิธ<br>&nbsp;สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 ทำให้เกิดแนวคิดเสรีนิยม แนวคิดทางปรัชญาการเมืองและสังคมของ อดัม สมิธ เป็นพื้นฐานและประยุกต์เข้ากับแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ในแง่ของการส่งเสริมการแข่งขันเสรี การแบ่งงานกันทำก่อให้เกิดความมั่งคั่งของประเทศ การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการแบ่งงานกันทำระหว่างประเทศ จำทำให้สวัสดิการทางเศรษฐกิจของโลกดีขึ้น<br>&nbsp;ถ้ามีการแข่งขันอย่างเสรมูลค่าของสิ่งของจะเท่ากัน ต้นทุนการผลิตและปัจจัยการผลิตจะได้รับผลตอบแทนเท่ากันในทุกอาชีพ แนวคิดของ อดัม สมิธ ยังคงมีอิทธิพลอยู่แม้ในปัจจุบัน เช่น แนวคิดเรื่องความมั่งคั่งของประเทศ การแข่งขันเสรี และการคลัง<br>&nbsp;สภาพเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้เกิดแนวคิดคลาสสิก<br>&nbsp;การเติบโตของการค้าและเมือง แนวคิดมนุษย์นิยมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีส่วนทำให้เกิดแนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก แนวคิดหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิก คือ แนวคิดเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฎีการกระจายรายได้ และกฎของเซย์<br>&nbsp;กำเนิดแนวคิดคลาสสิก �ปัจจัยที่มีส่วนก่อให้เกิดแนวคิดสำนักคลาสสิก ปัจจัยที่สำคัญได้แก่ การเจริญเติบโตของการค้าและเมือง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และแนวคิดมนุษยนิยม&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;แนวคิดหลักของสำนักคลาสสิก �แนวคิดหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิกคือ แนวคิดเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทฤษฎีมูลค่า ทฤษฏีค่าจ้าง การสะสมทุน ทฤษฎีค่าเช่าและการลดน้อยถอยลงของผลได้ ทฤษฎีกำไร และกฏของเซย์&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;ข้อ4<br>&nbsp;ตอบ. โดยการศึกษาเศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>&nbsp;1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>&nbsp;2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>&nbsp;<br>&nbsp;ข้อ5<br>&nbsp;ตอบ. กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หมายถึงการกระทำต่างๆของมนุษย์เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>&nbsp;1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>&nbsp;2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>&nbsp;4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-09-18 09:59:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/282789159</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/282790338</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายพงษ์สกุลถนอมมิตร เลขที่5<br>&nbsp;ข้อ1<br>&nbsp;ตอบ<br>&nbsp;เศรษฐศาสตร์คือศาสตร์แห่งการจัดการทรัพยากรอันมีจำกัด<br>&nbsp;ข้อ2<br>&nbsp;ตอบ<br>&nbsp;เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญสำหรับมนุษย์&nbsp; เนื่องจาเป็นวิชาที่มีขอบข่ายครอบคลุมการจัดการทรัพยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมนุษย์&nbsp; ตั้งแต่ระดับบุคคล&nbsp; ระดับครอบครัว&nbsp; และระดับประเทศ&nbsp; มนุษย์ทุกคนจะดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp; ย่อมต้องการสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถสนองความต้องการ&nbsp; หรืออำนวยประโยชน์แก่ตนได้&nbsp; และภายใต้เงื่อนไขที่ทรัพยากรในโลกมีจำนวนจำกัด&nbsp; การมีความรู้ตวามสามารถในการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งมีไม่จำกัดในลักษณะที่ประหยัดที่สุด&nbsp; และให้ประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลและต่อส่วนรวม&nbsp; จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ<br>&nbsp;ข้อ3<br>&nbsp;ตอบ<br>&nbsp;อดัม สมิธ<br>&nbsp;ความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (Laissez&nbsp; Faire) ซึ่งให้ความสำคัญแก่ภาคเอกชนโดยเห็นว่ารัฐไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวในทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่ควรปล่อยให้เอกชนดำเนินธุรกิจต่าง&nbsp; ๆ โดยอิสระ<br>&nbsp;ข้อ4<br>&nbsp;ตอบ<br>&nbsp;เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันตามลักษณะเนื้อหา คือ<br>&nbsp;1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค คือ องค์ประกอบพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ครัวเรือย หน่วยธุรกิจ ผู้ซื้อ ผู้ขาย เป็นต้น<br>&nbsp;2. เศรษฐศาสตร์มหภาค คือ สภาพเศรษฐกิจในภาครวม ได้แก่ นโยบายการเงิน การเติบโตของเศรษฐกิจ การว่างงาน อุปสงค์และอุปทาน เป็นต้น<br>&nbsp;ข้อ5<br>&nbsp;ตอบ<br>&nbsp;กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้แก่ 1.การผลิต(production) 2.การบริโภค (consumption) 3.การกระจาย (distribution) 4.การแลกเปลี่ยน (exchange)&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;1.การผลิต (production) หมายถึง การสร้างเศรษฐทรัพย์ขึ้นเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ คำว่า เศรษฐทรัพย์ หมายถึง สิ่งของ หรือบริการที่เป็นประโยชน์ สามารถนำมาบำบัดความต้องการของมนุษย์ได้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค กระแสไฟฟ้าหรือพลังงาน และบริการต่างๆ เช่นการสอนหนังสือ การตัดผม การร้องเพลงหรือเล่นดนตรีบนเวทีการแสดง เป็นต้น แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่มีอยู่มากมายโดยไม่ต้องซื้อหา เช่นน้ำ ในแม่น้ำ อากาศที่เราหายใจ เราเรียกว่า ทรัพย์เสรี ไม่ถือว่าเป็นเศรษฐทรัพย์&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;2.การบริโภค (consumption) หมายถึง การกินหรือการใช้สินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์โดยตรง เช่นการรับประทานอาหาร การใช้บริการช่างตัดผม บริการของแพทย์ การใช้บริการรถประจำทาง เป็นต้น&nbsp;<br>&nbsp;3.การกระจาย(Distribution) หมายถึง การจำหน่ายจ่ายแจกสินค้า หรือบริการที่ผลิตขึ้นมาไปยังผู้บริโภค และรวมถึงการนำรายได้จากการจำหน่ายจ่ายแจกสินค้าหรือบริการนั้นๆ มาแบ่งสรรปันส่วนให้แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตที่มีส่วนร่วมการผลิต&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;4.การแลกเปลี่ยน (Exchange) หมายถึงการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือบริการระหว่างกัน ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าชาวนาชาวไร่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนเอาสินค้าอื่นมาบำบัดความต้องการของตนด้วย จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-09-18 10:03:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nok_y_c_club/kv8ylwrj6w0h/wish/282790338</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
