<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>2553602 by Kanrawee117</title>
      <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-11-01 06:26:32 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-03 02:27:51 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ประวัติส่วนตัว</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366045448</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวกรรวี หล่อแหลม<br>รหัสประจำตัว<br>:630112801117<br>ปี3 หมู่ 3<br>สาขา<br>:รัฐประศาสนศาสตร์<br>คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228990852/4e538a73f9bb79cba13f3a796b4a3248/BAD71F6F_6C5E_4B4C_9308_879F9152D921.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-02 04:14:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366045448</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฎหมายการปกครอง</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366046992</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://pa.bru.ac.th/2021/12/23/basic-laws/" />
         <pubDate>2022-11-02 04:15:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366046992</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หนังสือกฎปกครอง</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366183129</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228990852/1651977d6e9419a81b304250a8f6468f/2E3D057D_EEE4_4BDE_BA2A_3A0010B5EF99.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-02 06:46:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366183129</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Padlet10คะแนน</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366333454</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-02 09:09:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366333454</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบบทดสอบก่อนเรียน ครั้งที่1 4คะแนน</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366335087</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228990852/4ff721f0a1a8244c800b8055bf06dbce/3D114ED8_6EA5_4628_BDF7_6DDECFBC812C.png" />
         <pubDate>2022-11-02 09:11:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366335087</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบบทดสอบครั้งที่ 2  (11 คะเเนน)</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366336614</link>
         <description><![CDATA[<div>11 คะแนน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-02 09:13:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2366336614</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิธีการกระจายอำนาจปกครองสำหรับวิธีการในการกระจายอำนาจปกครองนั้นสามารถทำได้ใน ๒ วิธีการ</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2376316488</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>(๑) การกระจายอำนาจปกครองทางเขตแดน คือ การกระจายอำนาจปกครองโดยพิจารณาตาม<br>อาณาเขต มีการมอบอำนาจในการปกครองให้แต่ละพื้นที่ตามอาณาเขต แต่ละเขตมีอำนาจปกครอง<br>ตนเองภายในเขตนั้น ๆ จะใช้อำนาจนอกเขตไม่ได้ โดยเขตแต่ละเขตมีอิสระในการปกครองตนเอง<br>มีเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นในแต่ละเขตแยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนกลาง<br>(๒) การกระจายอำนาจปกครองตามกิจการ คือ การมอบอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการ<br>สาธารณะบางอย่างให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยองค์กรดังกล่าว<br>มีทรัพย์สิน งบประมาณ และเจ้าหน้าที่เป็นของตนเอง เช่น การมอบอำนาจในการจัดทำบริการ<br>สาธารณะในการให้บริการไฟฟ้าแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อให้บริการไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคแก่<br>ประชาชน&nbsp; (มานิตย์ จุมปา,2554 : 7 )</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-09 06:55:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2376316488</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจปกครองหลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจปกครอง มีข้อแตกต่างกันดังนี้</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2376317793</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>(๑) ความแตกต่างในด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กร กล่าวคือ หลักการแบ่งอำนาจปกครองที่มีการ<br>แบ่งอำนาจปกครองไปให้ราชการบริหารส่วนภูมิภาคนั้น เจ้าหน้าที่ของราชการบริหารสวนภูมิภาคยัง<br>คงถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของราชการบริหารส่วนกลางอยู่ เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายต่างก็อยู่ภายใน อำนาจของราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนหลักการกระจายอำนาจปกครองนั้น เจ้าหน้าที่ในราชกา<br>บริหารส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับการเลือกตั้งจากคนในท้องถิ่นนั้น ไม่ใช่แต่งตั้งโดยราชการบริหารสวนกลาง<br>(๒) ความแตกต่างในด้านการควบคุมบังคับบัญชาและการกำกับดูแล กล่าวคือ หลักการ<br>แบ่งอำนาจปกครองนั้นเป็นการแบ่งอำนาจปกครองบางอย่างจากสวนกลางไปยังส่วนภูมิภาค แต่ยัง<br>คงถือว่าราชการบริหารส่วนภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งของราชการบริหารส่วนกลางอยู่ ราชการบริหาร<br>ส่วนกลางจึงมีอำนาจในการ "ควบคุมบังคับบัญชา" ราซการบริหารส่วนภูมิภาคอย่างเต็มที่ ส่วน<br>หลักการกระจายอำนาจปกครองนั้น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการปกครอง<br>ตนเอง ราชการบริหารส่วนกลางมีอำนาจเพียง "กำกับดูแล" ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นให้ปฏิบัติการ<br>ต่าง ๆ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น &nbsp;<br>(มานิตย์ จุมปา,2554 : 8 )<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สรุปได้ว่า ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจ<br>•ด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กร<br>•ด้านดารควบคุมบังคับบังคับบัญชาและการกำกับดูแล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจปกครองและการกระจายอำนาจปกครอง หมายถึง การกระจายอำนาจภายในรัฐเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่เพื่อให้บริการบางอย่างแก่ประชาชนจากบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐบาลกลางไปยังคนอื่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่รับบริการมากกว่าฐานความคิดของการถ่ายโอนอำนาจมี 2 ด้านได้แก่เขตแดนซึ่งเป็นฐานของการกำหนดอำนาจหน้าที่ในระดับร่างตามลำดับชั้นของเขตแดนและความใกล้ชิดระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการและ 2 หน้าที่เป็นการถ่ายโอนอำนาจ ให้แก่หน่วยงานที่ทำหน้าที่เฉพาะ แต่งการแบ่งอำนาจ 1 ระบบตามหน้าที่ระบบนี้ให้ข้าราชการระดับสูงของรัฐที่เป็นตัวแทนในจังหวัดรับผิดชอบการทำหน้าที่เฉพาะรัฐเช่นการศึกษาสุขภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือการขยายการเกษตรการประสานงานเกิดขึ้นในระดับรัฐบาลกลางหรือระดับภาคและยังไม่มีตัวแทนทั่วไปของรัฐบาลกลางในระดับอำเภอหรือพื้นที่ ที่รองลงไปจากจังหวัดระบบนี้เน้นการสื่อสารตามแนวตั้งความชำนาญทางเทคนิคการแบ่งอำนาจการตามความชำนาญเฉพาะด้านและการให้บริการรูปแบบเดียวกัน 2&nbsp; ระบบจังหวัดแบบบูรณาการระบบนี้ให้ตัวแทนของรัฐบาลกลางมีอำนาจมากเช่นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบต่อการปกครองภายในจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการในจังหวัดและหัวหน้าผู้บริหารองค์การปกครองท้องถิ่นการออกแบบดังกล่าวจัดสรรหน้าที่ได้แก่การบริหารในพื้นที่ซึ่งจำกัดความเป็นอิสระของการปกครองส่วนย่อย 3 ระบบจังหวัดที่ไม่ใช่แบบบูรณาการระบบนี้ยึดจังหวัดเป็นเขตแดนแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจน้อยรับผิดชอบการประสานงาน หน่วยงานแต่ไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเขตจังหวัดสำหรับองค์การปกครองท้องถิ่นก็เช่นกันผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ให้คำแนะนำแต่ไม่สามารถสั่งการได้ในระบบนี้พยายามใช้ระบบการจัดการแบบเมตริกซ์ ซึ่งใช้การสื่อสารทั้งแนวตั้งและแนวนอน(เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ , 2558 : 205)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สรุปได้ว่าความแตกต่างระหว่างหลักการกระจายอำนาจปกครองกับหลักการแบ่งอำนาจปกครอง&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลักการรวมอำนาจปกครองการรวมอำนาจปกครองเป็นวิธีการหนึ่งในการ<br>จัดการปกครองประเทศที่มีการรวมอำนาจในการปกครองประเทศทั้งหมดไว้ที่ “ส่วนกลาง” คือ กระทรวง ทบวง กรม ของรัฐ และมีเจ้าหน้าที่ของส่วนกลางซึ่งขึ้นต่อกันตามลำดับชั้นการบังคับ บัญชาเป็นผู้ดำเนินการปกครองตลอดอาณาเขตของประเทศ การรวมอำนาจปกครองมีลักษณะ สำคัญสามประการ คือ มีการรวมกำลังในการบังคับต่างๆ คือ กำลังทหารและกำลังตำรวจให้ขึ้นต่อ ส่วนกลาง มีการรวมอำนาจวินิจฉัยสั่งการไว้ที่ส่วนกลางและมีลำดับชั้นการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่การรวมอำนาจการปกครองสามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ การรวมศูนย์อำนาจการปกครอง (concentration) และการกระจายการรวมศูนย์อำนาจการปกครอง (deconcentration)<br>การรวมศูนย์อำนาจการปกครอง&nbsp; &nbsp; ได้แก่&nbsp;<br>การปกครองภายในประเทศ รูปแบบหนึ่งที่กำหนดให้อำนาจในการตัดสินใจทั้งหลายที่เกี่ยวกับการปกครองประเทศหรือเกี่ยวกับ การจัดทำบริการสาธารณะเป็นของส่วนกลางโดยไม่มีการมอบอำนาจในการตัดสินใจในบางเรื่องไป<br>ให้แก่เจ้าหน้าที่ของส่วนกลางที่ถูกส่งไปประจำอยู่ในภูมิภาค การปกครองประเทศด้วยวิธีการรวมศูนย์ อำนาจการปกครองนี้เป็นการปกครองประเทศที่ “สร้างภาระ” ให้กับส่วนกลางเป็นอันมาก เพราะส่วนกลางจะต้องเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเองทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกครองและการจัดทำ บริการสาธารณะซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก<br><br>หลักการกระจายอำนาจปกครอง”<br>&nbsp;การกระจายอำนาจปกครองเป็นอีกวิธีการ หนึ่งในการจัดการปกครองประเทศที่รัฐมอบอำนาจการปกครองบางส่วนให้กับองค์กรอื่นนอกจาก องค์กรของส่วนกลางเพื่อจัดทำบริการสาธารณะบางอย่างโดยให้มีความเป็นอิสระ (autonome) ใน การดำเนินการและไม่อยู่ในการบังคับบัญชาของส่วนกลาง แต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแล (tutelle)ของส่วนกลางการกระจายอำนาจปกครองประกอบด้วยลักษณะสำคัญห้าประการ คือ มีการแยกหน่วยงาน ออกไปเป็นองค์กรนิติบุคคลจากส่วนกลาง มีการเลือกตั้งสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น มี ความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง มีเจ้าหน้าที่ของตนเอง และประการสุดท้ายคือ มีงบประมาณ และรายได้เป็นของตนเอง<br>การกระจายอำนาจปกครองสามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ การกระจายอำนาจทางพื้นที่และ การกระจายอำนาจทางกิจการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การกระจายอำนาจทางพื้นที่ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า การกระจาย มีที่มาจากแนวความคิดทางการเมืองซึ่งเน้นความสำคัญของการเลือกตั้ง อำนาจทางเขตแดน มีที่มาจ โดยเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ที่ทำการบริหารหรือปกครองท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ก็จะ เป็นการปกครองแบบรวมอำนาจ (centralisation) มิใช่การกระจายอำนาจ (decentralisation)ดังนั้น การกระจายอำนาจทางพื้นที่จึงต้องมีการจัดตั้งองค์กรปกครองทางเขตแดน เช่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเลือกตั้งผู้บริหาร มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เป็นอิสระจากส่วนกลางไม่อยู่ ภายใต้การบังคับบัญชาของส่วนกลาง แต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของส่วนกลาง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็จะจัดทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเองและมีงบประมาณของตนเพื่อใช้ในการจัดทำกิจกรรม เหล่านั้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การกระจายอำนาจทางกิจการ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า การ กระจายอำนาจทางบริการ เป็นวิธีการกระจายอำนาจโดยมอบบริการสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้องค์การซึ่งมิได้อยู่ในสังกัดของส่วนกลางรับไปจัดทำด้วยเงินทุนและเจ้าหน้าที่ขององค์การนั่นเอง บริการสาธารณะที่แยกมาจัดทำนั้นอาจเป็นบริการสาธารณะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม กีฬา หรือ วัฒนธรรม วิธีการกระจายอำนาจทางกิจการนี้ไม่ใช่การกระจายอำนาจปกครอง แต่เป็นการ “มอบ ให้องค์การของรัฐบาลไปจัดทำบริการสาธารณะโดยแยกออกมาเป็นนิติบุคคลต่างหากจากรัฐ มีทรัพย์สินของตนเองและมีผู้บริหารของตนเอง โดยนิติบุคคลกระจายอำนาจนี้จะต้องอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของรัฐเช่นกันแนวความคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กล่าวมา ข้างต้นทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่นำมาใช้กันในประเทศต่างๆ เพื่อจัดระเบียบราชการบริหารภายใน ประเทศ โดยหากประเทศใดที่สภาพพลเมืองยังไม่มีความรู้ความสามารถในการปกครองตนเองได้ ก็จะใช้หลักการรวมอำนาจปกครอง ในทางตรงข้ามหากประชาชนมีความรู้ความสามารถที่จะปกครองตนเองได้ ก็จะใช้หลักการกระจายอำนาจปกครองสำหรับประเทศไทยนั้นแม้จะมีการจัดระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นมาเป็นเวลา ร้อยปีเศษแล้วก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าเป็นการกระจายอำนาจแต่เพียงเล็กน้อย เพิ่งจะมีการกระจาย อำนาจการปกครองอย่างสมบูรณ์แบบดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 นี่เอง<br><br>หลักการแบ่งอำนาจ&nbsp;<br>นอกจากหลักการรวมอำนาจปกครองและหลักการกระจาย อำนาจปกครองแล้ว ยังมีหลักของการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอีกหลักหนึ่งซึ่งเป็นหลักที่ แทรกอยู่ในหลักการรวมอำนาจการปกครองดังที่ได้กล่าวไปบ้างแล้วข้างต้นคือหลักการแบ่งอำนาจปกครอง<br>(deconcentration)&nbsp;<br>หลักดังกล่าวเป็นหลักที่ใช้กันอยู่บ้างในบางรัฐ<br>หลักการแบ่งอำนาจ การปกครองนี้ถูกนำมาใช้กับรูปแบบของรัฐที่มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย หลักการรวมอำนาจที่ประสบปัญหาในการดำเนินงาน ด้วยเหตุที่ว่าการรวมอำนาจการ ปกครองไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมดย่อมทำให้การดำเนินการต่างๆ ของรัฐเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึงอย่างเท่า เทียมกันทั้งประเทศและในบางครั้งก็เป็นไปอย่างล่าช้า จึงได้มีการขยายหลักการรวมอำนาจ การปกครองออกไปเป็นการแบ่งอำนาจการปกครองให้ส่วนภูมิภาค โดยมีการมอบอำนาจ ในการวินิจฉัยสั่งการบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ของส่วนกลางที่ออกไปประจำในการปกครองต่างๆของประเทศ แต่เจ้าหน้าที่นั้นยังคงเป็นเจ้าหน้าที่ของส่วนกลางและอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา ของส่วนกลาง การแบ่งอำนาจจึงเป็นส่วนหนึ่งของหลักการรวมอำนาจปกครอง ไม่ใช่เป็นการกระจายอำนาจปกครอง<br>(นันทวัฒน์ บรมานันท์. 2560 : 61-63)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ความแตกต่างระหว่าง หลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจปกครองด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กรด้านการควบคุมบังคับบัญชาและการกำกับดูแล<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การบริหารราชการส่วนภูมิภาคนี้ ใช้หลักการแบ่งอำนาจ ( Deconcentration)&nbsp; คือการที่รัฐบาลกลางได้มอบอำนาจในการตัดสินใจสำหรับการปฏิบัติราชการในบางเรื่องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางที่ถูกส่งไปประจำในส่วนภูมิภาค แต่เจ้าหน้าที่ตัวแทนส่วนกลางนั้นยังอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาลกลาง และหลักการแบ่งอำนาจต้องใช้ควบคู่กับหลักการรวมศูนย์อำนาจ&nbsp;<br>ส่วนการกระจายอำนาจมีข้อแตกต่าง คือ&nbsp;<br>การบริหารส่วนท้องถิ่น ดำเนินการโดยใช้หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization) คือ การที่รัฐบาลกลางได้โอนหรือมอบอำนาจการปกครองบางส่วนให้แก่องค์กรอื่นนอกจากองค์กรหรือหน่วยงานราชการส่วนกลาง เพื่อดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะบางอย่างได้โดยอิสระตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนกลางจะมีหน้าที่เฉพาะเพียงการกำกับ ดูแล เท่านั้น (โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ , 2556:109-111)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สรุปได้ว่า ความแตกต่างระหว่างหลักการแบ่งอำนาจปกครองกับหลักการกระจายอำนาจ<br>•ด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กร<br>•ด้านดารควบคุมบังคับบังคับบัญชาและการกำกับดูแล<br><br>เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-09 06:56:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2376317793</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเขียนบรรณานุกรมจากเอกสารอ้างอิงที่เป็นกฎหมายพระราชบัญญัติ</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440462255</link>
         <description><![CDATA[<div>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542. (2542, ตุลาคม 5).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 116(94ก), 1-40.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่2) พ.ศ.2545. (2545, มีนาคม 31).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 119(29ก), 1-4.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่3) พ.ศ.2548. (2548, กุมภาพันธ์ 8).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 122(14ก), 26-29.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่4) พ.ศ.2550. (2550, สิงหาคม&nbsp; 24).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 124(46ก), 11-13.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่5) พ.ศ.2551. (2551, กุมภาพันธ์ 27).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 125(39ก), 1-3.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่6) พ.ศ.2554. (2554, เมษายน 27).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 128(29ก), 1-4.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่7) พ.ศ.2557. (2557, ธันวาคม 4).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 131(79ก), 4-10.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่8) พ.ศ.2559. (2559, เมษายน 26).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 133(36ก), 1-4.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่9) พ.ศ.2560. (2560, กันยายน 26).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 134(98ก), 5-22.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่10) พ.ศ.2561. (2561, พฤศจิกายน 21).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 135(97ก), 6-16.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่11) พ.ศ.2561. (2561, ธันวาคม 28).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 135(112ก), 8-10.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่12) พ.ศ.2562. (2562, เมษายน 30).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 136(56ก), 247-252.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่13) พ.ศ.2564. (2564, กุมภาพันธ์ 10).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 138(11ก), 10-12.<br><br>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่14) พ.ศ.2564. (2564, พฤษภาคม 26).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 138(35ก), 4-6.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 07:47:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440462255</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิธีการกระจายอำนาจปกครอง</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440471918</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>วิธีการกระจายอำนาจปกครอง<br>สำหรับวิธีการในการกระจายอำนาจปกครองนั้นสามารถทำได้ใน ๒ วิธีการ คือ"<br>(๑) การกระจายอำนาจปกครองทางเขตแดน คือ การกระจายอำนาจปกครองโดยพิจารณาตาม<br>อาณาเขต มีการมอบอำนาจในการปกครองให้แต่ละพื้นที่ตามอาณาเขต แต่ละเขตมีอำนาจปกครอง<br>ตนเองภายในเขตนั้น ๆ จะใช้อำนาจนอกเขตไม่ได้ โดยเขตแต่ละเขตมีอิสระในการปกครองตนเอง<br>มีเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นในแต่ละเขตแยกต่างหากจากราชการบริหารส่วนกลาง<br>(๒) การกระจายอำนาจปกครองตามกิจการ คือ การมอบอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการ<br>สาธารณะบางอย่างให้องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยองค์กรดังกล่าว<br>มีทรัพย์สิน งบประมาณ และเจ้าหน้าที่เป็นของตนเอง เช่น การมอบอำนาจในการจัดทำบริการ<br>สาธารณะในการให้บริการไฟฟ้าแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อให้บริการไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคแก่<br>ประชาชน&nbsp; (มานิตย์ จุมปา,2554 : 7 )<br>&nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วิธีการกระจายอำนาจมีด้วยกัน 3 รูปแบบดังนี้<br>1. การกระจายอำนาจทางการปกครอง คือ การที่รัฐบาลกลางมอบอำนาจบางส่วนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ในการบริการสาธารณะหรือไปทำภารกิจในพื้นที่เขตปกครองตามที่กฎหมายกำหนด<br>2. การกระจายอำนาจทางการเมือง เป็นการกระจายอำนาจที่ให้ความอิสระในการตัดสินใจให้ไปอยู่ระดับล่างหรือระดับรอง มีการแทรกแซงอำนาจจากส่วนกลางน้อย<br>3. การกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ เป็นการที่รัฐบาลกลางมอบอำนาจบางส่วนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรที่อยู่ในระดับเมืองทำหน้าที่ในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างอิสระในระดับหนึ่ง<br>(รงค์ บุญสวยขวัญ, 2561 : 73-74)<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การกระจายอำนาจปกครองสามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ การกระจายอำนาจทางพื้นที่และ การกระจายอำนาจทางกิจการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.1 การกระจายอำนาจทางพื้นที่ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า การกระจาย อำนาจทางเขตแดน มีที่มาจากแนวความคิดทางการเมืองซึ่งเน้นความสำคัญของการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ที่ทำการบริหารหรือปกครองท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ก็จะ เป็นการปกครองแบบรวมอำนาจ (centralisation) มิใช่การกระจายอำนาจ (decentralisation) การเมืองต่างๆ เป็นผู้ปฏิบัติแทนโดยตลอด กิจการที่ฝ่ายบริหารปฏิบัติในฐานะของฝ่ายปกครอง ก็คือ กิจการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่ของกระทรวงทบวงการเมืองต่างๆ เช่น การรักษาความสงบ เรียบร้อยของประชาชน การป้องกันประเทศ การสาธารณสุข การคมนาคม การเกษตร การ อุตสาหกรรม การเศรษฐกิจ เป็นต้น ดังนั้น การกระจายอำนาจทางพื้นที่จึงต้องมีการจัดตั้งองค์กรปกครองทางเขตแดน เช่น องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเลือกตั้งผู้บริหาร มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เป็นอิสระจากส่วนกลางไม่อยู่ ภายใต้การบังคับบัญชาของส่วนกลาง แต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของส่วนกลาง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็จะจัดทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเองและมีงบประมาณของตนเพื่อใช้ในการจัดทำกิจกรรม เหล่านั้น<br>2.2.2 การกระจายอำนาจทางกิจการ หรืออีกนัยหนึ่งที่เรียกกันว่า กระจายอำนาจทางบริการ เป็นวิธีการกระจายอำนาจโดยมอบบริการสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้องค์การซึ่งมิได้อยู่ในสังกัดของส่วนกลางรับไปจัดทำด้วยเงินทุนและเจ้าหน้าที่ขององค์การนั่นเอง บริการสาธารณะที่แยกมาจัดทำนั้นอาจเป็นบริการสาธารณะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม กีฬา หรือ วัฒนธรรม วิธีการกระจายอำนาจทางกิจการนี้ไม่ใช่การกระจายอำนาจปกครอง แต่เป็นการ “มอบ” ให้องค์การของรัฐบาลไปจัดทำบริการสาธารณะโดยแยกออกมาเป็นนิติบุคคลต่างหากจากรัฐ มีทรัพย์สินของตนเองและมีผู้บริหารของตนเอง โดยนิติบุคคลกระจายอำนาจนี้จะต้องอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของรัฐเช่นกัน การ แนวความคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กล่าวมา ข้างต้นทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่นำมาใช้กันในประเทศต่างๆ เพื่อจัดระเบียบราชการบริหารภายใน ประเทศ โดยหากประเทศใดที่สภาพพลเมืองยังไม่มีความรู้ความสามารถในการปกครองตนเองได้ ก็จะใช้หลักการรวมอำนาจปกครอง ในทางตรงข้ามหากประชาชนมีความรู้ความสามารถที่จะ ปกครองตนเองได้ ก็จะใช้หลักการกระจายอำนาจปกครอง(นันทวัฒน์ บรมานันท์, 2560 : 61-62)<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; วิธีการกระจายอำนาจปกครอง หมายถึง การถ่ายโอนอำนาจให้แก่หน่วยงานที่ทำหน้าที่เฉพาะจากฐานความคิดดังกล่าวแบ่งการกระจายอำนาจได้เป็น 3 ประเภทได้แก่ 1 การกระจายอำนาจภายในโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นทางการ เช่นรัฐบาลกลางกระจายอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมให้กับการปกครองท้องถิ่น เรียกว่าการถ่ายโอนอำนาจ&nbsp;<br>2 การกระจายอำนาจภายในโครงสร้างทางการบริหารของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐเช่นกระทรวงมอบอำนาจให้จังหวัดและอำเภอเรียกว่าการแบ่งอำนาจ<br>3การกระจายอำนาจจากสถาบันของรัฐไปยังหน่วยงานนอกภาครัฐเช่นการขายสายการบินแห่งชาติให้กับผู้ถือหุ้นเอกชนเรียกว่าการแปรรูป (เรืองวิทย์เกษสุรรณ.2558: 203)<br>&nbsp;&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มานิตย์ จุมปา. (2554). คำอธิบายกฎหมายปกครองว่าด้วยการจัดระเบียบราชการบริหาร. (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นันทวัฒน์ บรมานันท์.( 2560 ).กฎหมายปกครอง.(พิมพ์ครั้งที่5).กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์วิญญูชนจำกัด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2558). การบริหารพัฒนา . อุบลราชธานี : บพิธการพิมพ์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;รงค์ บุญสวยขวัญ.(2561).การบริหารจัดการ การเมือง ท้องถิ่นและเมือง:ณัฐการ การพิมพ์.</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 07:56:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440471918</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ใบรับรอง (ประกาศนียบัตร ก.พ.)</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440474969</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228990852/36d78d580d8b1c649e06d4249b7af792/2EDDD94D_D6F8_44D0_9AF9_9992E802A767.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-11 07:59:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440474969</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440515433</link>
         <description><![CDATA[<div>พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551. (2551, มกราคม 23).<br>ราชกิจจานุเบกษา, 125(22ก), 1-51.<br><br>พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558. (2558 พฤษภาคม 21). ราชกิจจานุเบกษา, 132(43 ก), 1-3.<br><br>พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่3) พ.ศ.2562. (2562, เมษายน 4). ราชกิจจานุเบกษา, 136(43ก), 1-3</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-11 08:41:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2440515433</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คดีเด็ด7บรรทัด</title>
         <author>630112801117</author>
         <link>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2447001863</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228990852/daa892c176af5ed4c890d7ae639a91d9/D16F7F96_6ACD_40F6_9ABB_A84C54A336AE.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-17 15:17:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/630112801117/Kanrawee02/wish/2447001863</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
