<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Mind map เนื้อเยื่อพืช 5/5 by Jirawat Varophas</title>
      <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv</link>
      <description>Made with magic</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-05-27 03:06:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-05-16 13:12:23 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>Stomata (ปากใบ)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2202373922</link>
         <description><![CDATA[<div>Stomata (ปากใบ) คือรูที่อยู่ระหว่าง<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">เซลล์คุม</a> (guard cell) ที่ควบคุมการเปิดปิดของปากใบ ปากใบมีหน้าที่เป็นทางเข้าออกของน้ำและ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%94%E0%B9%8C">คาร์บอนไดออกไซด์</a>ซึ่งปากใบของพืชส่วนใหญ่อยู่ล่างผิวใบเพราะพืช<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87">สังเคราะห์ด้วยแสง</a>ได้ดีในช่วงที่มีแสงแดดมาก ปากใบจึงต้องอยู่ด้านล่างเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกทางปากใบ นอกจากนี้ ผิวใบด้านบนยังมี ไขมันเคลือบอยู่หนาแน่นซึ่งช่วยลดการคายน้ำออกจากทางปากใบได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1716128353/08e6503ac0d86b22c30fb97b94545168/4041D3BE_49B4_468D_8519_30E75111D1F1.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-27 16:20:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2202373922</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sieve tube member (เซลล์หลอดตะแกรง)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2202416791</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเซลล์ชนิดพิเศษในเปลือกชั้นในซึ่งยึดขยายขนาดออกมา ตรงปลายสุดของเซลล์หลอดตะแกรงจะเชื่อมต่อกับเซลล์หลอดตะแกรงอีกเซลล์หนึ่ง ซึ่งการเชื่อมต่อนี้เองที่ทำให้เกิดการสร้างหลอดตะแกรง หน้าที่หลักของหลอดตะแกรงคือการลำเลียงคาร์โบไฮเดรต, ซูโครสส่วนใหญ่ ลำเลียงไปในพืช</div>]]></description>
         <enclosure url="https://asset.library.wisc.edu/1711.dl/A6CPU2XET2AK48K/M/h1380-4a3d9.jpg" />
         <pubDate>2022-05-27 17:10:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2202416791</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Vessel </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203223327</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเซลล์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่สั้นกว่าเทรคีด เป็นเซลล์เดี่ยวๆ ที่ปลายทั้งสองข้างของเซลล์มีลักษณะคล้ายคมของสิ่ว ที่บริเวณด้านข้างและปลายของเซลล์มีรูพรุน ส่วนของเวสเซลนี้พบมากในพืชชั้นสูงหรือพืชมีดอก ทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากรากขึ้นไปยังลำต้นและใบ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1716953583/52e7b56b21f8318ae82812a83fd3e372/xylem_Vessel.jpg" />
         <pubDate>2022-05-29 02:28:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203223327</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Xylem (ไซเลม)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203224200</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ไซเลม (Xylem) คือ </strong>เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจากดิน ผ่านรากขึ้นสู่ลำต้นไปยังใบและปลายยอดของพืช ประกอบด้วยเวสเซล (Vessel) และเทรคีด (Tracheid) ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่ตายแล้วเรียงต่อกัน ซึ่งจะสลายตัวไป เมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ ส่งผลให้ท่อลำเลียงหรือไซเลมมีลักษณะกลวงตลอดทั้งแนว โดยที่การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุจะมีทิศทางการลำเลียงขึ้นสู่ปลายยอดของต้นไม้เท่านั้น ไม่มีการลำเลียงลงกลับด้านล่าง เป็นระบบที่อาศัยการแพร่แบบออสโมซิส (Osmosis) ตั้งแต่ในรากและแรงดึงตามธรรมชาติ เช่น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1716954135/6c6ad4a9f0319d2adcf1923fb7a101af/image017.png" />
         <pubDate>2022-05-29 02:31:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203224200</guid>
      </item>
      <item>
         <title>companion cell(	คอมพาเนียนเซลล์)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203232211</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวให้พลังานแก่เซลล์หลอดตะแกรง(Sieve tube)เพื่อไม่ให้เซลล์ตัวนี้ตาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/neuxyeplanttissue/neux-yeux-thawr/Phloem.jpg?attredirects=0" />
         <pubDate>2022-05-29 02:56:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203232211</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Phloem (โฟลเอ็ม)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203238702</link>
         <description><![CDATA[<div>Phloem (โฟลเอ็ม) คือ เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหาร โดยเฉพาะ “น้ำตาลกลูโคส” (Glucose) ที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงในรูปของสารละลาย นำส่งจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชที่กำลังมีการเจริญเติบโต รวมถึงการนำไปเก็บสะสมไว้ที่ใบ รากและลำต้น การลำเลียงอาหารสามารถเกิดได้ในทุกทิศทางการลำเลียงอาหารในโฟลเอมเกิดจากกลุ่มเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้ง ยังทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงให้แก่ลำต้นของพืช การลำเลียงสารของพืชมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ มากมาย เป็นการประสานงานกันระหว่างกลุ่มเนื้อเยื่อในมัดท่อลำเลียง เพื่อนำส่งน้ำ แร่ธาตุ และสารต่าง ๆ ไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมายของพืช<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1524745380/a89fb646fac56591bb438a506d9636cf/3E32C00B_B364_468F_AE83_5B72E228CD31.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-29 03:19:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203238702</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Apical Meristem (เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203386201</link>
         <description><![CDATA[<div><br>เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย apical meristem เมื่อแบ่งเซลล์จะทำให้ลำต้นยืดยาวออกไป ช่วยเพิ่มความยาว ความสูงของพืชจัดเป็นการเจริญเติบโตปฐมภูมิ primary growth เราสามารถพบได้ที่ ยอด ราก จะเรียกชื่อตามตำแหน่งที่พบนั้นๆคือ ที่รากจะเรียกว่าเนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายราก apical root meristem พบที่ยอด เรียกว่า เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายยอด apical shoot meristem<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1525579102/541eb55328fdffad148b790e76741216/BDE2DC78_293C_4F91_9B9E_2084CA18CC20.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-29 10:45:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203386201</guid>
      </item>
      <item>
         <title> collenchyma cell (คอลเลนไคมา) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203591816</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื้อเยื้อคอลเลนไคมาประกอบขึ้นจากเซลล์คอลเลนไคมา (collenchyman cell) ซึ่งเป็นเซลล์สิ่งมีชีวิต มีผนังเซลล์ปฐมภูมิ แต้มักมีความหนาแน่นของผนังเซลล์ไม่สม่ำเสมอกันทั้งเซลล์ โดยเฉพาะที่บริเวรมุมเซลล์จะมีความหนามาก นอกจากเซลล์ลูโลสซึ่งเป็นองค์ประกอบผนังเซลล์คอลเลนไคมาแล้ว เซลล์กลุ่มนี้จะมีเพกทิน(Pectin) จำนวนมากบริเวณมุมเซลล์ ทำให้มีน้ำสะสมอยู่ในผนังเซลล์ตรงมุมค่อนข้างสูง จึงส่งผลให้ผนังตรงมุมหนากว่าบริเวณอื่น และมีลักษณะมันวาวเมื่อศึกษาผ่านกล้องจุลทรรศน์ เนื้อเยื่อคอลเลนไคมาทำหน้าที่ในการสร้างความแข็งแรงให้กับส่วนของพืชที่ยังอ่อนทำให้ส่วนที่อ่อนของพืชคงรูปได้ พบมากบริเวณก้านใบ เส้นกลางใบ และลำต้นส่วนที่ยังอ่อนของพืชช้มลุกหรือไม้เลื้อยบางชนิด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1625276909/ebc9d05abae9ef62ba46231723d45bab/BE9D8BCB_C8C6_4F5A_8664_7A8DFAD6489E.png" />
         <pubDate>2022-05-29 16:53:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203591816</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อสเกลอเลงคิมา (Sclerenchyma)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203599449</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว ที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ตายแล้ว คือเมื่อเซลล์<br>เจริญเติบโตเต็มที่ไซโทลาซึม และ นิวเคลียสจะสลายไป ผนังเซลล์หนามาก มีทั้งผนัง เซลล์ปฐมภูมิและผนังเซลล์ทุติยภูมิ ซึ่งผนังเซลล์ทุติยภูมิที่หนาตัวขึ้นมา เนื่องมาจากมี การสะสมสารลิกนิน (lignin) จนทาให้ช่องในเซลล์ (lumen) แคบลงจนเกือบมองไม่ เห็น นอกจากนี้ผนังเซลล์ ด้านข้างของสเกลอเรงคิมาเซลล์มีรู (pit) ที่ใช้ติดต่อหรือ แลกเปลี่ยนสารกับเซลล์ข้างเคียง โดยมีการจาแนกสเกลอเรงคิมาเซลล์ ออกเป็น 2 ชนิดตามรูปร่างของเซลล์ คือ เซลล์เส้นใย (fiber) และ สเกลอรดี (sclereid)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1717337666/272b8fbc4a60fd824f8843a9b6bca694/7E309EB4_E284_439D_9FF4_D7367FD60003.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-29 17:05:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2203599449</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Parenchyma tissue</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2205187379</link>
         <description><![CDATA[<div>Parenchyma เป็นเนื้อเยื่อที่พบทั่วไป เกือบทุกส่วนของพืช มักพบช่องว่าง ระหว่างเซลล์ (intercellular space) อยู่ภายในเนื้อเยื่อเสมอ ประกอบด้วยเซลล์ parenchyma ซึ่งเป็น เซลล์ที่มีชีวิต มี vacuole ขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมีผนังเซลล์ปฐมภูมิ (primary cell wall) หน้าที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พบ เช่น อยู่ที่ใบ ทำหน้าที่<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87">สังเคราะห์ด้วยแสง</a> ในลำต้นและ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A&amp;action=edit&amp;redlink=1">ราก</a>ช่วยในการลำเลียงและเก็บสะสมอาหาร<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1706512201/b3d811ce95a027977c8a3fc7db1e4c58/B45058AE_0F2C_470F_B3E4_2A4E3AA42800.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 00:29:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2205187379</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Parenchyma tissue</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2205187680</link>
         <description><![CDATA[<div>Parenchyma เป็นเนื้อเยื่อที่พบทั่วไป เกือบทุกส่วนของพืช มักพบช่องว่าง ระหว่างเซลล์ (intercellular space) อยู่ภายในเนื้อเยื่อเสมอ ประกอบด้วยเซลล์ parenchyma ซึ่งเป็น เซลล์ที่มีชีวิต มี vacuole ขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมีผนังเซลล์ปฐมภูมิ (primary cell wall) หน้าที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พบ เช่น อยู่ที่ใบ ทำหน้าที่<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87">สังเคราะห์ด้วยแสง</a> ในลำต้นและ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A&amp;action=edit&amp;redlink=1">ราก</a>ช่วยในการลำเลียงและเก็บสะสมอาหาร<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1706512201/b3d811ce95a027977c8a3fc7db1e4c58/B45058AE_0F2C_470F_B3E4_2A4E3AA42800.jpeg" />
         <pubDate>2022-05-31 00:29:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2205187680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อเจริญที่ข้อ (intercalary meristem)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2210358872</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ (Intercalary meristem) เป็นเนื้อเยื่อเจริญทรงกระบอกที่พบอยู่ระหว่างข้อตรงบริเวณเหนือข้อล่างหรือ โคนของปล้อง มีการแบ่งเซลล์ได้ยาวนานกว่าเนื้อเยื่อบริเวณอื่นในปล้องเดียวกันทําให้ปล้องยาวขึ้น เป็นการ เจริญเติบโตปฐมภูมิ พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น หญ้า ข้าว ข้าวโพด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1722767370/7766eb03ea82394a109fba4e4b1404b7/1758C5FC_017E_4AE9_8727_9C55D2A0F31E.jpeg" />
         <pubDate>2022-06-03 16:17:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2210358872</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โพรแคมเบียม  (Procambium)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2210970946</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่รวมเป็นกลุ่มแทรกอยู่บริเวณส่วนกลางของปลายยอดหรือปลายราก&nbsp; จะมีการเปลี่ยนสภาพไปเป็นเนื้อเยื่อท่อลำเลียงปฐมภูมิ&nbsp; คือ&nbsp; ไซเลมและโฟลเอ็ม&nbsp; นอกจากนี้อาจเปลี่ยนสภาพไปเป็นเนื้อเยื่อที่ให้กำเนิดรากแขนง&nbsp; หรือเพริไซเคิล</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1524070633/34fe58dd136b614b3101038ff35f09c0/7B4396EE_05E8_4980_9C54_0E2205267BF1.jpeg" />
         <pubDate>2022-06-04 16:31:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2210970946</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sieve tube member</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2211427755</link>
         <description><![CDATA[<div>ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ (sieve tube member) เป็นเซลล์ที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว เป็นเซลล์ที่มีชีวิต ประกอบด้วย ช่องว่างภายในเซลล์ (vacuole) ขนาดใหญ่มาก เมื่อเซลล์เจริญเติบโตเต็มที่แล้วส่วนของนิวเคลียสจะสลายไปโดยที่เซลล์ยังมี ชีวิตอยู่ ผนังเซลล์ของซีฟทิวบ์เมมเบอร์มีเซลลูโลส (cellulose) สะสมอยู่เล็กน้อย ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ทำหน้าที่เป็นทางส่งผ่านของอาหารที่ได้จากกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพืช โดยส่งผ่านอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของลำต้นพืช&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1706514047/9d5bcb1b3d5a35359fb9c61c622973ad/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-06-05 16:47:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2211427755</guid>
      </item>
      <item>
         <title>phellem</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2213730413</link>
         <description><![CDATA[<div>คอร์ก (cork หรือ phellem) เป็นเซลล์ที่พบด้านนอกสุดของลำต้นกิ่งหรือรากที่มีอายุมากจากการเจริญเติบโตขั้นที่สอง (Secondary growth) มีสีน้ำตาลเป็นเซลล์ที่ซ้อนกันอยู่หลายชั้นเป็นเซลล์ที่ตายแล้วเนื่องจากมีสารพวกลินิกและซูเบอรินซึ่งเป็นขี้ผึ้งสีน้ำตาลมาเคลือบทับผนังเซลล์เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำภายในเซลล์เรียกเนื้อเยื่อคอร์ก, คอร์แคมเบียมและเฟลโลเดิร์มว่าเพอริเดร์ม (periderm) เป็นเนื้อเยื่อที่เกิดแทนที่เอพิเดอร์มิสในพืชที่มีการเจริญเต็มที่แล้วบางชนิดอยู่ชั้นนอกสุดของส่วนของพืชที่มีอายุมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1724503636/069d933ce08fd545c37baef74cf18ed6/284419828_711600143431254_8015323168264739841_n.jpg" />
         <pubDate>2022-06-07 14:51:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2213730413</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sclerenchyma (เนื้อเยื่อสเกลอเรงคิมา)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2218434238</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเซลล์ที่ให้ความแข็งแรงแก่ส่วนต่างๆของพืช มักจะกระจายอยู่เป็นกลุ่มๆ ผนังเซลล์ขั้นทุติยภูมิ ผนังเซลล์หนาและแข็งแรง เพราะมีสารพวกลิกนิน (lignin)ความหนาของ เซลล์สเกลอเรงคิมา ต่างกับ คอลเรงคิมา ที่ความหนาจะสม่ำเสมอกันตลอด ที่เซลล์มีรูเล็กๆ เรียกพิท (pit canal) เมื่อเติบโตเต็มที่แล้วเซลล์จะตาย บริเวณกลางเวลล์ที่เคยมี ไซโทพลาซึมอยู่ จะกลายเป็นที่ว่างเพราะไซโทรพลาซึมแห้งไปเรียกบริเวณกลางเซลล์ว่า ลูเมน (Lumen) </div>]]></description>
         <enclosure url="https://cdn.britannica.com/s:690x388,c:crop/85/26385-004-5F9D84AC/Cross-section-sclerenchyma-tissue-walls-plant-tissues-support.jpg" />
         <pubDate>2022-06-12 06:59:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2218434238</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (Lateral meristem)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2220746384</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มเซลล์ Meristem จะอยู่ในแนวขนานกับเส้นรอบวง มีการแบ่งเซลล์ เพื่อเพิ่มจำนวนออกทางด้านข้าง ทำให้รากและลำต้นขยายขนาดใหญ่ขึ้น การเจริญเติบโตที่เกิดจากการแบ่งเซลล์ที่ได้จากเนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง จัดเป็นการเติบโตแบบทุติยภูมิ (Secondary growth) ส่วนใหญ่พบในพืชใบเลี้ยงคู่ (Dicot plant) และในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Monocot plant) บางชนิด เช่น หมากผู้หมากเมีย จันทน์ผา เป็นต้น&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่อเยื่อเจริญชนิดนี้เรียกอีกอย่างว่า แคมเบียม (Cambium) แบ่งตามการทำหน้าที่ ได้ 2 ประเภท <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>๐ วาสคิวลาร์แคมเบียม (Vascular cambium)</strong>:: พบบริเวณเนื้อเยื่อลำเลียง (Vascular bundle) ที่มีการเจริญเติบโตขั้นปฐมภูมิ แทรกอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ (Xylem) กับ เนื้อเยื่อลำเลียงอาหาร (Phloem) มีหน้าที่แบ่งเซลล์ทำให้เกิดเนื้อเยื่อลำเลียงขั้นทุติยภูมิ</div><div>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;๐ คอร์กแคมเบียม (Cork cambium) </strong>:: พบใต้เนื้อเยื่อผิว (Epidermis) ลงมา ทำหน้าที่แบ่งเซลลสร้างเซลลคอร์ก (Cork) เพื่อทดแทนเนื้อเยื่อผิวเดิม ของพืชในกลุ่มที่สามารถเจริญในขั้นทุติยภูมิ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1731624906/e2f8deaf1e4fa95090f63be93af2cf1b/25B1E12F_DD96_4EE8_ABF6_66A02D46D324.jpeg" />
         <pubDate>2022-06-14 12:38:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2220746384</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Epidermis </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2222907920</link>
         <description><![CDATA[<div>เอพิเดอร์มิส epidermis เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบขึ้นมาจากเซลล์เอพิเดอร์มอล epidermal cell ที่มีลักษณะแบน ซึ่งกลุ่มเซลล์จะเรียงตัวกันเพียงชั้นเดียว โดยมีการเรียงตัวอัดแน่นจนไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ ไม่มีคลอโรพลาสต์ และมักพบคิวตินมาเคลือบทับเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ แต่จะไม่พบในราก ซึ่งเอพิเดอร์มิสเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่รอบนอกสุดของส่วนต่างๆของพืช พบได้ทั่วไปตามส่วนต่างๆของพืชที่มีอายุน้อยๆ ทำหน้าที่ป้องกันเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านใน สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้เช่น เซลล์คุม guard cell ขนราก root hair ขนหรือหนาม trichome</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1733331741/964d6e066a257540715f63d7835f9e89/inbound3488390034132256758.jpg" />
         <pubDate>2022-06-16 09:32:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2222907920</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Stomata (ปากใบ)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223043458</link>
         <description><![CDATA[<div>stoma หรือปากใบ ตามความหมายดั้งเดิม คือโครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากคู่ของ guard cell (เซลล์คุม) 1 คู่ และรูหรือช่องเปิดที่อยู่ระหว่างคู่ของ guard cell เรียก stomatal pore (รูปากใบ)<br><br>แต่ในปัจจุบันทั้งตำราไทย (บางเล่ม) ตำราฝรั่ง (บางเล่ม) หรือแม้แต่บทความวิจัย (บางฉบับ) มักจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า stoma คือรูหรือช่องเปิดที่อยู่ระหว่างคู่ของ guard cell<br><br>stoma เป็นโครงสร้างที่พบบน epidermis (เนื้อเยื่อผิว) และเรามักจะเข้าใจในวิวัฒนาการของพืช stoma ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการคายน้ำ (transpiration) เพราะเราถูกให้ข้อมูลมาว่าการคายน้ำเกิดขึ้นที่ปากใบ<br>แต่หน้าที่หลักที่แท้จริงของ stoma คือการแลกเปลี่ยนก๊าซ (gas exchange) เนื่องจากพืชบกมีวิวัฒนาการในการสร้างชั้น cuticle (คิวติเคิล) เคลือบปิดผนังเซลล์ด้านนอกของ epidermal cell (เซลล์ผิว) เอาไว้ เพื่อลดอัตราการสูญเสียน้ำจากโครงสร้างภายในออกสู่บรรยากาศภายนอก เพราะพืชบกจำเป็นต้องรักษาระดับปริมาณน้ำภายในเซลล์เอาไว้ให้พอดีที่เซลล์จะรักษาแรงดันเต่งเอาไว้ได้ และทำให้เซลล์ทำงานได้ตามปกติ แต่ cuticle ก็ป้องกันไม่ให้ก๊าซภายนอกแพร่เข้าสู่โครงสร้างภายในของพืชด้วยเช่นกัน ดังนั้นพืชจำเป็นต้องมีช่องทางที่จะแลกเปลี่ยนก๊าซ เพื่อนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จำเป็นต้องใช้ใน photosynthesis (กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง) เข้ามา&nbsp;<br><br>stoma คือโครงสร้างที่วิวัฒนาการมาเพื่อหน้าที่นี้<br>แต่เมื่อ stoma เปิดทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซ ย่อมเป็นช่องทางที่ทำให้ไอน้ำภายในโครงสร้างระเหยออกมาสู่บรรยากาศภายนอกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดกลไกของการคายน้ำทางปากใบ และเป็นสาเหตุทำให้เกิด transpiration pull (แรงดึงจากการคายน้ำ) เกิดขึ้นภายในเนื้อเยื่อท่อลำเลียงน้ำ และดูน้ำจากรากให้ลำเลียงขึ้นมาเป็นสายสู่ด้านบนได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1733658703/df61d12235bf82f9b0681afcd85ea921/1_2.jpeg" />
         <pubDate>2022-06-16 13:04:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223043458</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เอนโดเดอร์มิส(Epidermis) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223104388</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านนอกของเนื้อเยื่อลำเลียงของราก เซลล์มีรูปร่างคล้ายเซลล์พาเรงคิมา ที่ผนังเซลล์มีสารลิกนิน และ ซูเบอริน มาพอกหนาทั้งทางด้านรัศมีและด้านขวาง มีลักษณะเป็นแถบ เรียกว่า แถบแคสพาเรียนสตริพ (Casparianstrip) เซลล์เรียงตัวกันแน่นไม่มีช่องว่าง</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1733676947/473e5b1686c6ab223474f4e126ee9df6/inbound1891176434.jpg" />
         <pubDate>2022-06-16 14:07:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223104388</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อเจริญ (meristematic tissue)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223217770</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยเซลล์เจริญ meristematic cell ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่มีผนังเซลล์ปฐมภูมิซึ่งมีลักษณะบางสม่ำเสมอกัน มักมี nucleus ใหญ่มองเห็นได้ชัด มี vacuole เล็ก ไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ intercellular spaces และกลุ่มเซลล์เจริญนี้สามารถแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ตลอดชีวิตของเซลล์จึงเป็นเหตุทำให้เนื้อเยื่อเจริญมีการแบ่งตัวแบบไมโทซิสได้ตลอดชีวิต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:18:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223217770</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223219492</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สเคอเรงคิมา sclerenchyma เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบขึ้นมาจากเซลล์สเคอเรงคิมา sclerenchyma cell เป็นเซลล์ที่ไม่มีชีวิตแล้วมีผนังเซลล์ทั้งสองขั้นที่ค่อนข้างหนาหรือหนามาก ช่วยพยุงและให้ความแข็งแรงให้กับพืช สามารถจำแนกตามรูปร่างเซลล์ได้เป็น 2 ชนิด คือ ถ้าเป็นเส้นใย รูปร่างเรียวยาว หัวท้ายแหลม&nbsp;เรียกว่า ไฟเบอร์ fiber ถ้ารูปร่างไม่ยามมากนัก มีหลายแบบเช่น รูปดาว หลายเหลี่ยม เรียกว่าสเกลอรีด sclereid</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/aboutplanttissue/_/rsrc/1359532413880/home/prapheth-khxng-neuxyeux-phuch/neuxyeux-thawr/skhelxreng-khi-ma/0113an1328377745465.jpg" />
         <pubDate>2022-06-16 16:20:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223219492</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อถาวร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223223600</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:25:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223223600</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว (simple permanent tissue)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223223898</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:26:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223223898</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อถาวรเชิงซ้อน (complex permanent tissue)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223224139</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:26:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223224139</guid>
      </item>
      <item>
         <title> เซลล์ลำเลียงอาหาร (sieve element)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223232465</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:37:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223232465</guid>
      </item>
      <item>
         <title> เซลล์ท่อลำเลียงน้ำ  (tracheary element)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223233855</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:40:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223233855</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อพาเรงคิมา (Parenchyma)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223236359</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-06-16 16:42:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223236359</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนื้อเยื่อพืช (plant tissue)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223237546</link>
         <description><![CDATA[<div>ต่อโดย บีม จุ็บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1733827487/c5ff869b40218204f0fb6dc03b1fe792/image.jpg" />
         <pubDate>2022-06-16 16:44:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2223237546</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ground meristem</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2234819619</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ถัดโพรโทเดิร์มเข้าไป จะเจริญแปรสภาพไปเป็นเนื้อเยื่อถาวรซึ่งเป็นเซลล์พื้นของรากและลำต้น ได้แก่ พาเรงคิมา คอลเลงคิมา สเกลอเรงคิมา ในบริเวณคอร์เทกซ์และไส้ในหรือพิธ&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.pinimg.com/originals/8b/7b/f8/8b7bf802f1a7631de1b886d04d6118b6.jpg" />
         <pubDate>2022-07-01 03:45:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/20a_pcshscr_educator001/kftt1f7ety480fvv/wish/2234819619</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
