<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>เทคโนโลยีการถนอมอาหาร by Setthapong Cheewarorot</title>
      <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks</link>
      <description>สร้างโดยไม่เสียใจแต่อย่างใด</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-05-30 02:26:45 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2022-05-30 03:00:14 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f61e.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>เทคโนโลยีการถนอมอาหาร</title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203971430</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="http://redd-net.org/wp-content/uploads/2020/03/10.%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg" />
         <pubDate>2022-05-30 02:37:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203971430</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การถนอมอาหาร</title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203982324</link>
         <description><![CDATA[<div>ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารมีการเปลี่ยนแปลง<br>ไปจากเดิม เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และต้องการเก็บรักษาอาหารไว้บริโภค<br>ได้นานๆ การถนอมอาหารนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยชาวโรมันค้นพบการรมควันเนื้อสัตว์ การหมัก<br>เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การทำเนยแข็ง จนกระทั่งปี ค.ศ. 1864 หลุยส์ ปาสเตอร์ ได้พบว่าไวน์ และเบียร์<br>เกิดการบูดเสียจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ที่เรียกว่า “จุลินทรีย์” มีผู้ให้คำจำกัดความ<br>ของการถนอมอาหารไว้หลายอย่าง ซึ่งอาจสรุปได้ว่า การถนอมอาหาร เป็นการเก็บรักษาอาหารไว้ให้ได้<br>นาน โดยไม่ทำให้อาหารนั้นเกิดการเสื่อมเสีย และยังคงอยู่ในสภาพที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 02:46:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203982324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความสำคัญของการถนอมอาหาร</title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203983568</link>
         <description><![CDATA[<div>การถนอมอาหารมีประโยชน์ และมีความสำคัญหลายอย่าง เช่น</div><div><br>1. ช่วยบรรเทาความขาดแคลนอาหาร เช่นการเก็บรักษา และแปรรูปอาหารในยามสงคราม<br>เกิดภัยธรรมชาติ เกิดภาวะแห้งแล้งผิดปกติ 2 ช่วยให้เกิดการกระจายอาหาร เพราะในบางประเทศไม่สามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อ<br>ความต้องการของประชากรได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยอาหารจากแหล่งผลิตอื่น</div><div>3. ช่วยให้มีอาหารบริโภคนอกฤดูกาล เช่นเมื่อพ้นฤดูการผลิตของผลิตผลเกษตรนั้นๆ ไป<br>แล้ว ก็ยังสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้มาบริโภคได้</div><div>4. ใช้อาหารเหลือให้เกิดประโยชน์ เช่น ในกระบวนการแปรรูปผลผลิตการเกษตรจะมี<br>วัตถุดิบเหลือทิ้ง ซึ่งเราสามารถนำส่วนที่เหลือนั้นมาแปรรูปเก็บไว้เป็นอาหารได้</div><div>5. ช่วยให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง โดยที่อาหารไม่เน่าเสีย สามารถพกพาไปที่ห่างไกล<br>ได้</div><div>6. ช่วยยืดอายุการเก็บอาหารไว้ให้ได้นาน เพราะอาหารที่ผ่านการแปรรูปเพื่อการถนอม<br>อาหารไว้จะมีอายุการเก็บที่ยาวนานกว่าอาหารสด</div><div>7. ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 02:47:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203983568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หลักการถนอมอาหาร</title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203985069</link>
         <description><![CDATA[<div>การถนอมอาหารมีจุดประสงค์ที่สำคัญคือ ต้องการที่จะเก็บรักษาอาหารไว้ให้นานที่สุด โดย<br>ไม่เน่าเสีย ซึ่งสาเหตุที่สำคัญในการเน่าเสียของอาหารคือ จุลินทรีย์ ดังนั้น การถนอมรักษาอาหารด้วย<br>วิธีต่างๆ จะมีหลักการดังนี้</div><div><br></div><div>1. ป้องกันหรือยืดเวลาการย่อยสลายอาหารที่เกิดจากจุลินทรีย์ เช่น<br>1.1 รักษาอาหารให้ปลอดเชื้อ<br>1.2 กำจัดจุลินทรีย์ที่มีอยู่ออกไป เช่น การล้างหรือกรองออก<br>1.3 ลดการเจริญและกิจกรรมของจุลินทรีย์ เช่น ใช้อุณหภูมิต่ำ ทำให้แห้ง หรือเก็บอาหารไว้ในสภาวะไร้ออกซิเจน<br>1.4 ทำลายจุลินทรีย์ เช่น การให้ความร้อน การฉายรังสี</div><div>2. ป้องกันหรือยืดเวลาการสลายตัวที่เกิดขึ้นเองของอาหาร<br>2.1 ทำลายหรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในอาหาร<br>2.2 เติมสารเคมี เช่น เติมสารป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในอาหาร</div><div>3. ป้องกันความเสียหายของอาหารจากแมลง</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 02:48:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203985069</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203986168</link>
         <description><![CDATA[<div>https://sites.google.com/site/foodtechnology2541/withyasastr-laea-thekhnoloyi-dan-paerrup-xahar/kar-thnxm-xah</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/foodtechnology2541/withyasastr-laea-thekhnoloyi-dan-paerrup-xahar/kar-thnxm-xah" />
         <pubDate>2022-05-30 02:49:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203986168</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเสียของอาหาร </title>
         <author>setthapongcheewarorot</author>
         <link>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203993484</link>
         <description><![CDATA[<div>จุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสียนั้นมีทั้งแบคทีเรีย ยีสต์ และรา ซึ่งจะพบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และ<br>อากาศ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญของจุลินทรีย์ ได้แก่</div><div>1. องค์ประกอบของอาหาร ชนิดของสารอาหารที่มีมากในอาหารชนิดนั้นๆ เช่น อาหาร<br>ประเภทโปรตีน มักเกิดการเน่าเสียจากแบคทีเรีย หรืออาหารจำพวกแป้งมักจะเน่าเสียจากเชื้อราที่ย่อย<br>แป้งได้ เช่น Aspergillus หรือ Rhizopus นอกจากนี้ วิตามินก็เป็นตัวช่วยให้จุลินทรีย์เจริญได้ดีด้วย</div><div>2. น้ำในอาหาร น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารทุกชนิดโดยอยู่ในรูปอิสระ (free water)<br>และเกาะเกี่ยวกับสารอื่น น้ำอิสระเป็นน้ำที่แทรกตัวอยู่ในช่องว่างของอาหาร อาจมีการเกาะตัวกับ<br>องค์ประกอบของอาหารบ้าง น้ำสามารถเป็นตัวทำละลายได้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี และ<br>จุลินทรีย์สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ โดยจะเรียกน้ำอิสระนี้ว่า water activity (a<sub>w</sub>) จุลินทรีย์<br>ส่วนใหญ่จะเจริญได้ดีในอาหารที่มีค่า a<sub>w</sub> สูง และมีความเข้มข้นของเกลือและน้ำตาลต่ำ</div><div>3. ค่า pH จุลินทรีย์ทุกชนิดจะมีค่า pH ที่เหมาะสมต่อการเจริญ โดยทั่วไปยีสต์ และรา<br>มีความทนทานต่อความเป็นกรดได้ดีกว่าแบคทีเรียอาหารที่มีความเป็นกรดสูงหรือมี pH ต่ำจะเก็บได้<br>นานกว่าอาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ</div><div>4. อุณหภูมิ จุลินทรีย์สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มได้ตามระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการ<br>เจริญเติบโต</div><div>4.1 Thermophilic มีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญคือ 35-55 <sup>o</sup>C<br>4.2 Mesophilic มีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญคือ 10-40 <sup>o</sup>C<br>4.3 Psychrophilic มีช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญคือ 5-15 <sup>o</sup>C</div><div>ดังนั้น การเก็บรักษาอาหารที่อุณหภูมิต่ำจะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้ดี<br>กว่าการเก็บอาหารที่อุณหภูมิสูง</div><div>สำหรับการถนอมอาหารโดยการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์นั้นสามารถแบ่งได้ดังนี้</div><div>1. การถนอมอาหารโดยใช้ความร้อน ความร้อนจะสามารถทำลายจุลินทรีย์ และเอนไซม์<br>ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารได้ แต่ก็จะทำให้โปรตีนเปลี่ยนสภาพไปด้วย การถนอมอาหารโดยใช้<br>ความร้อนอาจแบ่งได้คือ</div><div>1.1 การใช้ความร้อนระดับพลาสเจอร์ไรซ์ (pasteurization) เป็นกระบวนการ<br>ให้ความร้อนที่ไม่รุนแรง โดยอุณหภูมิที่ใช้จะต่ำกว่า 100 <sup>o</sup>C เพื่อยืดอายุของผลิตภัณฑ์อาหารให้นาน<br>หลายวัน เช่น นม น้ำผลไม้ วิธีนี้สามารถใช้ในการถนอมอาหารได้ โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์<br>และทำลายจุลินทรีย์ที่มีความทนทานต่อความร้อนต่ำ เช่น แบคทีเรียที่ไม่สร้างสปอร์ ยีสต์ และรา และ<br>ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณค่าของอาหารน้อยที่สุด แบ่งได้ 2 วิธี</div><div>1.1.1 Low temperature long time (LTLT) เป็นวิธีที่ให้ความ<br>ร้อนต่ำประมาณ 60 <sup>o</sup>C นาน 30 นาที แล้วทำให้เย็นทันที<br>1.1.2 High temperature short time (HTST) เป็นวิธีที่ให้ความ<br>ร้อนสูงประมาณ 72 <sup>o</sup>C นาน 15 วินาที แล้วทำให้เย็นทันที</div><div>1.2 การใช้ความร้อนระดับสเตอริไลซ์ (sterilization) เป็นการทำให้อาหาร<br>ปราศจากเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และทำลายจุลินทรีย์ หรือสปอร์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการ<br>เน่าเสีย ซึ่งสามารถที่จะเจริญเติบโตในอาหารได้ที่อุณหภูมิในการเก็บรักษาตามปกติ และไม่ต้องแช่<br>เย็น โดยความร้อนในการสเตอริไลซ์จะสูงกว่าจุดเดือด คือประมาณ 100-130 <sup>o</sup>C วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่มี<br>ประสิทธิภาพสูง เช่น UHT (Ultra High Temperature) โดยจะใช้อุณหภูมิ 135-150 <sup>o</sup>C เป็นเวลา<br>1-4 วินาที</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-05-30 02:55:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/setthapongcheewarorot/Bookmarks/wish/2203993484</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
