<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ภูมิปัญญาสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น by Gun</title>
      <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-02-20 04:01:09 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-30 02:46:40 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Simplehouse.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้</title>
         <author>gun_gunjang71</author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/233122915</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่<br></strong>1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)<br>2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)<br><strong>&nbsp; &nbsp; </strong>3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)<br>4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม </strong><br>สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ<br>และสภาพของสังคมในแต่ละภาค ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>ทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ<br><br></div><div>1. ภาคกลาง อาหารของงภาคกลางเช่นน้ำพริกปลาทู แกงเลียง ต้มโคล้ง ต้มส้ม เป็นต้น<br>&nbsp;|&nbsp; |&nbsp; |&nbsp;<br>นํ้าพริกปลาทู | แกงเลียง | ต้มโคล้งกุ้งสด | ต้มส้ม</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>2. ภาคเหนือ เช่น น้ำพริกอ่อง ขนมจจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แคบหมู ไส้อั่ว แกงโฮะ เป้นต้น<br>&nbsp;|&nbsp; |&nbsp; |&nbsp;<br>น้ำพริกอ่อง | ขนมจีนน้ำเงี้ยว | ข้าวซอย | แคบหมู</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เช่นส้มตำ ปลาร้า น้ำตก ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียว เป็นต้น<br>&nbsp;|&nbsp; |&nbsp; |&nbsp;<br>ส้มตำ | ลาบ ก้อย | ไก่ย่าง นํ้าตก | ซุบหน่อไม้</div><div>&nbsp;<br><br></div><div>&nbsp;4. ภาคใต้ เช่นข้าวยำ แกงไตปลา แกงเหลือง ผัดสะตอ เป็นต้น<br>&nbsp;|&nbsp; |&nbsp; |&nbsp;<br>ข้าวยำ | แกงไตปลา | แกงเหลือง | ผัดสะตอ</div><div><strong>ด้านขนมไทย </strong>เป็นภูมิปัญญาไทย โดยคำว่า “ขนม” มาจากคำว่า “ข้าวหนม”<br><br></div><div>&nbsp;|&nbsp; |&nbsp;</div><div><strong>ข้าวหนม</strong> เป็นข้าวผสมกับน้ำอ้อยหรือน้ำตาล คำว่า “หนม” แปลว่า หวาน เมื่อรวมคำแล้ว ข้าวหนม<br>จึงหมายถึงข้าวหวาน ต่อมาเสียงสั้นลงเป็น “ขนม”<br><strong>ขนมไทย</strong> ในสมัยโบราณ มีส่วนผสมมาจากแป้งและน้ำตาล ต่อมา ในสมัยพระสมเด็จพระนารายณ์มหาราช<br>จึงเริ่มมีการทำขนมที่มีส่วนผสมของไข่ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เป็นต้น และในปัจจุบันได้มี<br>การประยุกต์ ดัดแปลงจนทำให้มีขนมไทยหลายหลายชนิด<br><strong>ผลไม</strong>้ มีตลอดทั้งปี ทานได้ทุกฤดูกาล<br>สมุนไพร สมุนไพรของไทยหลายหลากชนิดสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ เช่น ใบเตย ตะไคร้ มะตูม<br>กระเจี๊ยบ ขิง ดอกคำฝอย เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดจะให้สรรพคุณแตกต่างกันไป อาทิเช่น น้ำขิง ช่วยขับลม<br>น้ำกระเจี๊ยบช่วยขับปัสสาวะ น้ำมะตูมทำให้เจริญอาหาร และบำรุงธาตุ เป็นต้น<br>ปัจจุบันมีผู้นิยมดื่มน้ำสมุนไพรกันมาก เพราะทำให้สุขภาพดี และมีราคาถูก ถ้านักศึกษาสนใจสรรพคุณ<br>ของสมุนไพรอื่น ๆ หาได้จากหนังสือความรู้ด้านสมุนไพรที่มีอยู่มากมายและหลากหลาย นอกจากนี้ อาจค้นคว้า<br>เพิ่มเติมได้จากอินเตอร์เน็ต<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย</strong><br>บรรพบุรุษไทยได้สั่งสมภูมิปัญญาจากกระบวนการเรียนรู้ ทดลองพัฒนาจากธรรมชาติจนสามารถผลิต<br>เส้นใยผ้า อุปกรณ์การทอผ้า ตลอดจนการย้อมผ้าให้มีสีสันที่สวยงามจากผลิตภัณฑ์ ธรรมชาติ จนกลายเป็น<br>เครื่องแต่งกายที่มีคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน เช่น<br>ต้นคราม&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ให้สีฟ้าอ่อน หรือสีคราม<br>ขี้ครั่ง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ให้สีแดง<br>แก่นขนุน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ให้สีเหลือง ถึงเหลืองอมน้ำตาล<br>ลูกมะเกลือ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ให้สีเทา น้ำตาล จนถึงดำ<br>ยอป่า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ให้สีแดง<br>เข&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ให้สีเหลือง<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย<br></strong>บ้าน คือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งนับเป็นความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การสร้างที่อยู่อาศัยของไทย มีรูปแบบที่<br>หลากหลายตามสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น การสร้างบ้านจะสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในท้องถิ่น<br>สภาพสังคม เศรษฐกิจ คติความเชื่อของผู้สร้าง แม้ว่าที่อยู่อาศัยของคนไทยทั้ง 4 ภาค จะไม่เหมือนกัน<br>ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัยของคนภาคกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง มีหน้าต่าง และช่องลม<br>จำนวนมากเพื่อรับลม คลายความร้อน ส่วนหลังคาเป็นรูปจั่ว เพื่อปกป้องความร้อนจากดวงอาทิตย์ และให้ฝน<br>ไหลลงสู่พื้นได้รวดเร็วขึ้น และเก็บน้ำฝนไว้ใช้ดื่มกิน<br>ความแตกต่างของบ้านสี่ภาค แตกต่างและมีลักษณธดังนี้<br><strong><br>1. บ้านเรือนภาคกลาง<br><br></strong><br></div><div><br></div><div>แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ<br>– เรือนเครื่องผูกเป็นเรือนที่ใช้วัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ เช่นไม้ไผ่ จาก หญ้าคา ยึดโครงด้วยตอก<br>หรือเส้นหวาย ซึ่งมีอายุใช้งานไม่มากนัก<br>– เรือนเครื่องสับ สร้างด้วยวัสดุไม้เนื้อแข็งยึดโครงด้วยการเข้าเดือย บางส่วน บางส่วนอาจยึดด้วยโลหะ<br>ลักษณะโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมของการปลูกเรือนไทยภาคกลาง<br>1. มักเป็นชุมชนที่อยู่ริมน้ำและที่ราบ บ้านมีลักษณะใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม<br>2. หลังคาจั่วสูง ชายคายื่นยาว เพื่อบรรเทาอากาศร้อน ทำให้เย็นสบาย<br>3. วัสดุที่ใช้มุงหลังคา ใช้หญ้าคา จาก ไม้ กระเบื้องดินเผา เพื่อกันความร้อน<br>4. ลักษณะบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นครอบครัวใหญ่<br><br></div><div><strong>2. บ้านเรือนภาคเหนือ</strong><br>เนื่องจากภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นการปลูกบ้านจึงต้องใช้ภูมิปัญญาเพื่อให้เกิดความอบอุ่นและความเชื่อดังนี้<br><br></div><div>&nbsp;|&nbsp; 1. เพราะอากาศหนาวเย็น การปลูกเรือน จะวางตัวเรือนขวางตะวัน หันด้านกว้างที่เป็น<br>จั่วในแนวเหนือ-ใต้เพื่อให้บ้านได้รับแสงแดดเพื่อความอบอุ่น<br>2. ความเชื่อผีบรรพบุรุษ จึงมีการแบ่งพื้นที่เรือนส่วนใน (ห้องนอน) ตั้งหิ้งบูชาผีปู่ย่า<br>และห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า<br>3. คนภายนอกเข้าออกได้เฉพาะส่วนนอกได้เฉพาะส่วนนอก เช่น &nbsp; ชานครัว เพราะ<br>ถ้าละเมิดถือว่าเป็นการผิดผี</div><div><strong>3. บ้านเรือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ </strong><br>เนื่องจากภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็น การปลูกบ้านจึงต้องใช้ภูมิปัญญาเพื่อให้เกิดความอบอุ่น<br>และความเชื่อดังนี้<br><br></div><div>&nbsp;|&nbsp; 1. ทำเลที่ตั้งของบ้านที่แตกต่างกัน เช่น ที่ราบลุ่ม ที่ดอน ใกล้ป่าละเมาะ หรือ<br>บางแห่งใกล้แหล่งน้ำบางพื้นที่แห้งแล้ง การปลูกเรือนจึงมีหลายตามพื้นที่<br>ที่สร้างบ้านและประโยชน์การใช้สอย<br>2. ความเชื่อ เช่น ห้ามถมหรือปลูกเรือนทับบ่อน้ำที่ขุดไว้เช่นใช้ร่วมกันห้ามปลูก<br>เรือนทับตอไม้หรือปลูกเรือนคร่อมจอมปลวก ทับหนองน้ำเพราะจะนำความล่มจม<br>มาสู่เจ้าของเรือน</div><div><strong>4. บ้านเรือนภาคใต้ </strong><br>เนื่องจากภาคใต้มีฝนตกชุก ทำให้ดินทรุดตัวง่าย ลักษณะบ้านจึงเป็นดังนี้<br><br></div><div>&nbsp;| 1. ภาคใต้ลักษณะอากาสมีฝนตกชุก มีลมและลมแรงตลอดปี บ้านเรื้องจึง<br>มักมีหลังคา เตี้ยลาดชันเป็นการลดการประทะของแรงลม เมื่อฝนตกจะทำ<br>ให้น้ำไหลได้เร็วขึ้นจะทำให้หลังคาแห้งไวด้วย<br>2.ฝาเรือนเป็นไม้กระดานตีเกล็ดในแนวนอน เพื่อลดแรงต้านของลม<br>3.เป็นเรือนใต้ถุนสูงเสาบ้านไม่ฝังลงดินเพราะดินทรุดง่ายจึงใช้วิธีหล่อ<br>ซีเมนต์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดโตกว่าเสาปกติความสูงประมาณ 3 ฟุต<br>เพื่อวางเสาเรียกว่า”ตีนเสา”นอกจากนี้ยังป้องกันปลวกและเชื้อราด้วย<br>4. ลักษณะพิเศษ เรือนภาคใต้สามารถเคลื่อนย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่น ๆ<br>ได้โดย ไม่ต้องรื้อ หรือถอดส่วนประกอบของเรือนอก</div><div><strong>ภูมิปัญญาไทยด้านสุขอนามัย </strong><br>ประวัติการแพทย์แผนไทย พอสรุปเป็นลำดับได้ดังนี้<br>– สมัยอยุธยา การแพทย์แผนไทยเริ่มในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีการรวบรวมตำรับยาขึ้น<br>เป็นครั้งแรก<br>– สมัยรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้มี<br>การรวบรวมและ จารึกตำรายา ตำราการนวดตามศาลาราย มีรูปฤาษีดัดตนในบริเวณวัด<br><strong>พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย </strong>มีพระบรมราชโองการให้ผู้มีความรู้เรื่องสรรพคุณยา และผู้ชำนาญการรักษาโรค และผู้มีตำรายาเข้ามาถวาย โดยให้หมอหลวงพิจารณาคัดเลือก<br><strong>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว </strong>โปรดให้มีการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณแห่งแรก คือ<br>โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์<br>แนวทางการปฏิบัติ ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาด้านสุขอนามัย มีอยู่ 3 แนวทาง คือ<br>1. ภูมิปัญญาด้านเภสัช<br>2. ภูมิปัญญาด้านเวชกรรมไทย<br>3. ภูมิปัญญาด้านการนวดแผนโบราณ<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับความคิดและความเชื่อ</strong><br>สังคมไทยมีความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม จากหลักคำสอนทางศาสนาเชื่อหลักการเวียนว่ายตายเกิด<br>อิทธิของดวงดาว จักรราศี แม้ว่าในสังคมยุคใหม่จะเชื่อในเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ความเชื่อเก่า ๆ<br>ก็ยังมีอิทธิพลของอยู่ ซึ่งสังคมไทยมีความเชื่ออยู่ 3 เรื่อง คือ<br><br></div><div><strong>&nbsp; 1. ความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับวันเกิด<br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คนไทยมีความเชื่อ วัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฝาก มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคน ดังนี้<br>คนเกิดวันอาทิตย์ มีอริยามธาตุราชสีห์ คือ มีความเป็นใหญ่ เข้มแข็ง รักความเป็นอิสระ รักเกียรติยศ ศักดิ์ศรี<br>คนเกิดวันจันทร์ ได้รับอธิพลจากดวงจันทร์ มีลักษณะนิ่มนวล อ่อนหวาน ใจเย็น มีเสน่ห์ อารมณ์อ่อนไหว<br>คนเกิดวันอังคาร มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ชอบต่อสู้<br>คนเกิดวันพุธ เชื่องช้า ความจำดี อยู่ในโอวาท สุภาพ ช่างคิด<br>คนเกิดวันพฤหัสบดี ชอบศึกษาหาความรู้ เฉลียวฉลาด มีเมตตา โอบอ้อมอารี<br>คนเกิดวันศุกร์ เป็นคนรักสงบ รักหมู่คณะ ชอบความรื่นเริง ความสวยงาม รักศิลปะ<br>คนเกิดวันเสาร์ เป็นคนอดทน รักสันโดษ ช่างสังเกต ระมัดระวัง เป็นต้น<br><br></div><div><strong>&nbsp;2. ความคิดเชื่อเรื่องการตั้งชื่อ </strong><br>โดยทั่วไปมักนำวัน เดือน ปี เวลาตกฟากไปผูกดวงชะตาและตั้งชื่อ และนำไปให้พระภิกษุที่มีความรู้<br>ตั้งชื่อให้ เพราะเชื่อว่าชื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ชื่อที่ดีไม่มีลักษณะกาลกิณี จะทำให้มีชีวิตที่ดี<br>ตรงกันข้าม ถ้าชื่อไม่เป็นมงคลกับวันเดือนปีเกิด จะทำให้ชีวิตมีอุปสรรค หรือพบกับความอัปมงคล<br><br></div><div><strong>3.&nbsp; ความเชื่อเรื่องต้นไม้มงคล<br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเทศไทยมีต้นไม้หลายชนิดที่มีชื่อและความหมายเป็นมงคล คนไทยส่วนใหญ่จึงมีความเชื่อว่า<br>ถ้านำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะเกิดความเป็นสิริมงคล ตัวอย่างเช่น<br>ต้นขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้น สนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า<br>ต้นทองหลาง หมายถึง การมีเงินทอง มีความร่ำรวย<br>ต้นไผ่สีสุก หมายถึง ความสุขความเจริญ ปราศจากความทุกข์<br>ต้นสัก หมายถึง ความมีเกียรติ มียศถาบรรดาศักดิ์<br>ต้นราชพฤกษ์ หมายถึง ความยิ่งใหญ่ การมีอำนาจวาสนา<br><br>คำถาม<br>1 ข้อใดคือต้นไม้ศิริมงคล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1 ต้นกล้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2 ต้นมะพร้าว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3 ต้นทองหลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4 ต้นหญ้า<br>เฉลย 3 ต้นทองหลวงเพราะ ทองหลางมีความหมายว่าทองมากมาย บ้านที่ปลูกจะรวย<br>&nbsp;&nbsp;<br>2ข้อใดคืออาหารภาคกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;1นำ้พริกปลาทู<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2เเกงไตปลา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3เค้ก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4ลาบ<br>เฉลย 1<br><br>3 ข้อใดคือโรงเรียนเเพทย์เเผนโบราณเเห่งเเรกของไทย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2โรงเรียนศิริราช<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3โรงพยาบาลจุฬา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4โรงพยาบาลกำเเพงเเสน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>เฉลย 1 เพราะโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์เป็นโรงเรียนสอนเเพทย์เเผนไทยเเห่งเเรกสร้างในรัชกาลที่ 3<br>4อาคารบ้านเรือนภาคใดมีลักษณะเตี้ยลาดชัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1ภาคกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2ภาคใต้<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3ภาคเหนือ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4ภาคอีสาน</div><div>เฉลย ข้อ 2 เพราะภาคใต้ลักษณะอากาสมีฝนตกชุก มีลมและลมแรงตลอดปี บ้านเรื้องจึง<br>มักมีหลังคา เตี้ยลาดชันเป็นการลดการประทะของแรงลม เมื่อฝนตกจะทำ<br>ให้น้ำไหลได้เร็วขึ้นจะทำให้หลังคาแห้งไวด้วย<br><br>5พืชชนิดใดให้สีเเดงเมื่อสกัดออกมา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1อัญชัญ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2มะลิ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3เเก่นขนุน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4ยอป่า<br>เฉลย ข้อ 4 เพราะยอป่าเมื่อสกัดมานั้นจะมีสีเเดง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-20 04:06:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/233122915</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/352922586</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-04-21 14:05:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/352922586</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/384055559</link>
         <description><![CDATA[ลั]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-09-14 04:34:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/384055559</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/384055568</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)

ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
และสภาพของสังคมในแต่ละ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-09-14 04:34:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/384055568</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/406082731</link>
         <description><![CDATA[ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
และสภาพของสังคมในแต่ละภาค ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ

1. ภาคกลาง อาหารของงภาคกลางเช่นน้ำพริกปลาทู แกงเลียง ต้มโคล้ง ต้มส้ม เป็นต้น
 |  |  | 
นํ้าพริกปลาทู | แกงเลียง | ต้มโคล้งกุ้งสด | ต้มส้ม
 

2. ภาคเหนือ เช่น น้ำพริกอ่อง ขนมจจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แคบหมู ไส้อั่ว แกงโฮะ เป้นต้น
 |  |  | 
น้ำพริกอ่อง | ขนมจีนน้ำเงี้ยว | ข้าวซอย | แคบหมู
 

3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เช่นส้มตำ ปลาร้า น้ำตก ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียว เป็นต้น
 |  |  | 
ส้มตำ | ลาบ ก้อย | ไก่ย่าง นํ้าตก | ซุบหน่อไม้
 

 4. ภาคใต้ เช่นข้าวยำ แกงไตปลา แกงเหลือง ผัดสะตอ เป็นต้น
 |  |  | ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-11-04 06:53:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/406082731</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/406083038</link>
         <description><![CDATA[ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหา]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-11-04 06:56:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/406083038</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/424992345</link>
         <description><![CDATA[ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เคร
ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหา
ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เคร
ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
และสภาพของสังคมในแต่ละภาค ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ

1. ภาคกลาง อาหารของงภาคกลางเช่นน้ำพริกปลาทู แกงเลียง ต้มโคล้ง ต้มส้ม เป็นต้น
 |  |  | 
นํ้าพริกปลาทู | แกงเลียง | ต้มโคล้งกุ้งสด | ต้มส้ม
 

2. ภาคเหนือ เช่น น้ำพริกอ่อง ขนมจจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แคบหมู ไส้อั่ว แกงโฮะ เป้นต้น
 |  |  | 
น้ำพริกอ่อง | ขนมจีนน้ำเงี้ยว | ข้าวซอย | แคบหมู
 

3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เช่นส้มตำ ปลาร้า น้ำตก ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียว เป็นต้น
 |  |  | 
ส้มตำ | ลาบ ก้อย | ไก่ย่าง นํ้าตก | ซุบหน่อไม้
 

 4. ภาคใต้ เช่นข้าวยำ แกงไตปลา แกงเหลือง ผัดสะตอ เป็นต้น
 |  |  | 
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัย
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)

ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
และสภาพของสังคมในแต่ละ
ลั
ลั
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัย
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)

ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ บรรพบุรุษได้จัดรูปแบบอาหารได้อย่างเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
และสภาพของสังคมในแต่ละภาค ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ

1. ภาคกลาง อาหารของงภาคกลางเช่นน้ำพริกปลาทู แกงเลียง ต้มโคล้ง ต้มส้ม เป็นต้น
 |  |  | 
นํ้าพริกปลาทู | แกงเลียง | ต้มโคล้งกุ้งสด | ต้มส้ม
 

2. ภาคเหนือ เช่น น้ำพริกอ่อง ขนมจจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แคบหมู ไส้อั่ว แกงโฮะ เป้นต้น
 |  |  | 
น้ำพริกอ่อง | ขนมจีนน้ำเงี้ยว | ข้าวซอย | แคบหมู
 

3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เช่นส้มตำ ปลาร้า น้ำตก ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียว เป็นต้น
 |  |  | 
ส้มตำ | ลาบ ก้อย | ไก่ย่าง นํ้าตก | ซุบหน่อไม้
 

 4. ภาคใต้ เช่นข้าวยำ แกงไตปลา แกงเหลือง ผัดสะตอ เป็นต้น
 |  |  | 
ข้าวยำ | แกงไตปลา | แกงเหลือง | ผัดสะตอ
ด้านขนมไทย เป็นภูมิปัญญาไทย โดยคำว่า “ขนม” มาจากคำว่า “ข้าวหนม”

 |  | 
ข้าวหนม เป็นข้าวผสมกับน้ำอ้อยหรือน้ำตาล คำว่า “หนม” แปลว่า หวาน เมื่อรวมคำแล้ว ข้าวหนม
จึงหมายถึงข้าวหวาน ต่อมาเสียงสั้นลงเป็น “ขนม”
ขนมไทย ในสมัยโบราณ มีส่วนผสมมาจากแป้งและน้ำตาล ต่อมา ในสมัยพระสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
จึงเริ่มมีการทำขนมที่มีส่วนผสมของไข่ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เป็นต้น และในปัจจุบันได้มี
การประยุกต์ ดัดแปลงจนทำให้มีขนมไทยหลายหลายชนิด
ผลไม้ มีตลอดทั้งปี ทานได้ทุกฤดูกาล
สมุนไพร สมุนไพรของไทยหลายหลากชนิดสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ เช่น ใบเตย ตะไคร้ มะตูม
กระเจี๊ยบ ขิง ดอกคำฝอย เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดจะให้สรรพคุณแตกต่างกันไป อาทิเช่น น้ำขิง ช่วยขับลม
น้ำกระเจี๊ยบช่วยขับปัสสาวะ น้ำมะตูมทำให้เจริญอาหาร และบำรุงธาตุ เป็นต้น
ปัจจุบันมีผู้นิยมดื่มน้ำสมุนไพรกันมาก เพราะทำให้สุขภาพดี และมีราคาถูก ถ้านักศึกษาสนใจสรรพคุณ
ของสมุนไพรอื่น ๆ หาได้จากหนังสือความรู้ด้านสมุนไพรที่มีอยู่มากมายและหลากหลาย นอกจากนี้ อาจค้นคว้า
เพิ่มเติมได้จากอินเตอร์เน็ต

ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย
บรรพบุรุษไทยได้สั่งสมภูมิปัญญาจากกระบวนการเรียนรู้ ทดลองพัฒนาจากธรรมชาติจนสามารถผลิต
เส้นใยผ้า อุปกรณ์การทอผ้า ตลอดจนการย้อมผ้าให้มีสีสันที่สวยงามจากผลิตภัณฑ์ ธรรมชาติ จนกลายเป็น
เครื่องแต่งกายที่มีคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน เช่น
ต้นคราม              ให้สีฟ้าอ่อน หรือสีคราม
ขี้ครั่ง                  ให้สีแดง
แก่นขนุน             ให้สีเหลือง ถึงเหลืองอมน้ำตาล
ลูกมะเกลือ           ให้สีเทา น้ำตาล จนถึงดำ
ยอป่า                  ให้สีแดง
เข                       ให้สีเหลือง

ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย
บ้าน คือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งนับเป็นความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การสร้างที่อยู่อาศัยของไทย มีรูปแบบที่
หลากหลายตามสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น การสร้างบ้านจะสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในท้องถิ่น
สภาพสังคม เศรษฐกิจ คติความเชื่อของผู้สร้าง แม้ว่าที่อยู่อาศัยของคนไทยทั้ง 4 ภาค จะไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัยของคนภาคกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง มีหน้าต่าง และช่องลม
จำนวนมากเพื่อรับลม คลายความร้อน ส่วนหลังคาเป็นรูปจั่ว เพื่อปกป้องความร้อนจากดวงอาทิตย์ และให้ฝน
ไหลลงสู่พื้นได้รวดเร็วขึ้น และเก็บน้ำฝนไว้ใช้ดื่มกิน
ความแตกต่างของบ้านสี่ภาค แตกต่างและมีลักษณธดังนี้

1. บ้านเรือนภาคกลาง



แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ
– เรือนเครื่องผูกเป็นเรือนที่ใช้วัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ เช่นไม้ไผ่ จาก หญ้าคา ยึดโครงด้วยตอก
หรือเส้นหวาย ซึ่งมีอายุใช้งานไม่มากนัก
– เรือนเครื่องสับ สร้างด้วยวัสดุไม้เนื้อแข็งยึดโครงด้วยการเข้าเดือย บางส่วน บางส่วนอาจยึดด้วยโลหะ
ลักษณะโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมของการปลูกเรือนไทยภาคกลาง
1. มักเป็นชุมชนที่อยู่ริมน้ำและที่ราบ บ้านมีลักษณะใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม
2. หลังคาจั่วสูง ชายคายื่นยาว เพื่อบรรเทาอากาศร้อน ทำให้เย็นสบาย
3. วัสดุที่ใช้มุงหลังคา ใช้หญ้าคา จาก ไม้ กระเบื้องดินเผา เพื่อกันความร้อน
4. ลักษณะบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นครอบครัวใหญ่

2. บ้านเรือนภาคเหนือ
เนื่องจากภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นการปลูกบ้านจึงต้องใช้ภูมิปัญญาเพื่อให้เกิดความอบอุ่นและความเชื่อดังนี้

 |  1. เพราะอากาศหนาวเย็น การปลูกเรือน จะวางตัวเรือนขวางตะวัน หันด้านกว้างที่เป็น
จั่วในแนวเหนือ-ใต้เพื่อให้บ้านได้รับแสงแดดเพื่อความอบอุ่น
2. ความเชื่อผีบรรพบุรุษ จึงมีการแบ่งพื้นที่เรือนส่วนใน (ห้องนอน) ตั้งหิ้งบูชาผีปู่ย่า
และห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า
3. คนภายนอกเข้าออกได้เฉพาะส่วนนอกได้เฉพาะส่วนนอก เช่น   ชานครัว เพราะ
ถ้าละเมิดถือว่าเป็นการผิดผี
3. บ้านเรือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 
เนื่องจากภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็น การปลูกบ้านจึงต้องใช้ภูมิปัญญาเพื่อให้เกิดความอบอุ่น
และความเชื่อดังนี้

 |  1. ทำเลที่ตั้งของบ้านที่แตกต่างกัน เช่น ที่ราบลุ่ม ที่ดอน ใกล้ป่าละเมาะ หรือ
บางแห่งใกล้แหล่งน้ำบางพื้นที่แห้งแล้ง การปลูกเรือนจึงมีหลายตามพื้นที่
ที่สร้างบ้านและประโยชน์การใช้สอย
2. ความเชื่อ เช่น ห้ามถมหรือปลูกเรือนทับบ่อน้ำที่ขุดไว้เช่นใช้ร่วมกันห้ามปลูก
เรือนทับตอไม้หรือปลูกเรือนคร่อมจอมปลวก ทับหนองน้ำเพราะจะนำความล่มจม
มาสู่เจ้าของเรือน
4. บ้านเรือนภาคใต้ 
เนื่องจากภาคใต้มีฝนตกชุก ทำให้ดินทรุดตัวง่าย ลักษณะบ้านจึงเป็นดังนี้

 | 1. ภาคใต้ลักษณะอากาสมีฝนตกชุก มีลมและลมแรงตลอดปี บ้านเรื้องจึง
มักมีหลังคา เตี้ยลาดชันเป็นการลดการประทะของแรงลม เมื่อฝนตกจะทำ
ให้น้ำไหลได้เร็วขึ้นจะทำให้หลังคาแห้งไวด้วย
2.ฝาเรือนเป็นไม้กระดานตีเกล็ดในแนวนอน เพื่อลดแรงต้านของลม
3.เป็นเรือนใต้ถุนสูงเสาบ้านไม่ฝังลงดินเพราะดินทรุดง่ายจึงใช้วิธีหล่อ
ซีเมนต์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดโตกว่าเสาปกติความสูงประมาณ 3 ฟุต
เพื่อวางเสาเรียกว่า”ตีนเสา”นอกจากนี้ยังป้องกันปลวกและเชื้อราด้วย
4. ลักษณะพิเศษ เรือนภาคใต้สามารถเคลื่อนย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่น ๆ
ได้โดย ไม่ต้องรื้อ หรือถอดส่วนประกอบของเรือนอก
ภูมิปัญญาไทยด้านสุขอนามัย 
ประวัติการแพทย์แผนไทย พอสรุปเป็นลำดับได้ดังนี้
– สมัยอยุธยา การแพทย์แผนไทยเริ่มในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีการรวบรวมตำรับยาขึ้น
เป็นครั้งแรก
– สมัยรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้มี
การรวบรวมและ จารึกตำรายา ตำราการนวดตามศาลาราย มีรูปฤาษีดัดตนในบริเวณวัด
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระบรมราชโองการให้ผู้มีความรู้เรื่องสรรพคุณยา และผู้ชำนาญการรักษาโรค และผู้มีตำรายาเข้ามาถวาย โดยให้หมอหลวงพิจารณาคัดเลือก
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้มีการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณแห่งแรก คือ
โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์
แนวทางการปฏิบัติ ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาด้านสุขอนามัย มีอยู่ 3 แนวทาง คือ
1. ภูมิปัญญาด้านเภสัช
2. ภูมิปัญญาด้านเวชกรรมไทย
3. ภูมิปัญญาด้านการนวดแผนโบราณ

ภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับความคิดและความเชื่อ
สังคมไทยมีความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม จากหลักคำสอนทางศาสนาเชื่อหลักการเวียนว่ายตายเกิด
อิทธิของดวงดาว จักรราศี แม้ว่าในสังคมยุคใหม่จะเชื่อในเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ความเชื่อเก่า ๆ
ก็ยังมีอิทธิพลของอยู่ ซึ่งสังคมไทยมีความเชื่ออยู่ 3 เรื่อง คือ

  1. ความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับวันเกิด
             คนไทยมีความเชื่อ วัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฝาก มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคน ดังนี้
คนเกิดวันอาทิตย์ มีอริยามธาตุราชสีห์ คือ มีความเป็นใหญ่ เข้มแข็ง รักความเป็นอิสระ รักเกียรติยศ ศักดิ์ศรี
คนเกิดวันจันทร์ ได้รับอธิพลจากดวงจันทร์ มีลักษณะนิ่มนวล อ่อนหวาน ใจเย็น มีเสน่ห์ อารมณ์อ่อนไหว
คนเกิดวันอังคาร มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ชอบต่อสู้
คนเกิดวันพุธ เชื่องช้า ความจำดี อยู่ในโอวาท สุภาพ ช่างคิด
คนเกิดวันพฤหัสบดี ชอบศึกษาหาความรู้ เฉลียวฉลาด มีเมตตา โอบอ้อมอารี
คนเกิดวันศุกร์ เป็นคนรักสงบ รักหมู่คณะ ชอบความรื่นเริง ความสวยงาม รักศิลปะ
คนเกิดวันเสาร์ เป็นคนอดทน รักสันโดษ ช่างสังเกต ระมัดระวัง เป็นต้น

 2. ความคิดเชื่อเรื่องการตั้งชื่อ 
โดยทั่วไปมักนำวัน เดือน ปี เวลาตกฟากไปผูกดวงชะตาและตั้งชื่อ และนำไปให้พระภิกษุที่มีความรู้
ตั้งชื่อให้ เพราะเชื่อว่าชื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ชื่อที่ดีไม่มีลักษณะกาลกิณี จะทำให้มีชีวิตที่ดี
ตรงกันข้าม ถ้าชื่อไม่เป็นมงคลกับวันเดือนปีเกิด จะทำให้ชีวิตมีอุปสรรค หรือพบกับความอัปมงคล

3.  ความเชื่อเรื่องต้นไม้มงคล
      ประเทศไทยมีต้นไม้หลายชนิดที่มีชื่อและความหมายเป็นมงคล คนไทยส่วนใหญ่จึงมีความเชื่อว่า
ถ้านำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะเกิดความเป็นสิริมงคล ตัวอย่างเช่น
ต้นขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้น สนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า
ต้นทองหลาง หมายถึง การมีเงินทอง มีความร่ำรวย
ต้นไผ่สีสุก หมายถึง ความสุขความเจริญ ปราศจากความทุกข์
ต้นสัก หมายถึง ความมีเกียรติ มียศถาบรรดาศักดิ์
ต้นราชพฤกษ์ หมายถึง ความยิ่งใหญ่ การมีอำนาจวาสนา

คำถาม
1 ข้อใดคือต้นไม้ศิริมงคล
     1 ต้นกล้วย
     2 ต้นมะพร้าว
     3 ต้นทองหลาง
     4 ต้นหญ้า
เฉลย 3 ต้นทองหลวงเพราะ ทองหลางมีความหมายว่าทองมากมาย บ้านที่ปลูกจะรวย
  
2ข้อใดคืออาหารภาคกลาง
       1นำ้พริกปลาทู
       2เเกงไตปลา
       3เค้ก
       4ลาบ
เฉลย 1

3 ข้อใดคือโรงเรียนเเพทย์เเผนโบราณเเห่งเเรกของไทย
     1โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์
     2โรงเรียนศิริราช
     3โรงพยาบาลจุฬา
     4โรงพยาบาลกำเเพงเเสน
     
เฉลย 1 เพราะโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์เป็นโรงเรียนสอนเเพทย์เเผนไทยเเห่งเเรกสร้างในรัชกาลที่ 3
4อาคารบ้านเรือนภาคใดมีลักษณะเตี้ยลาดชัน
     1ภาคกลาง
     2ภาคใต้
     3ภาคเหนือ 
     4ภาคอีสาน
เฉลย ข้อ 2 เพราะภาคใต้ลักษณะอากาสมีฝนตกชุก มีลมและลมแรงตลอดปี บ้านเรื้องจึง
มักมีหลังคา เตี้ยลาดชันเป็นการลดการประทะของแรงลม เมื่อฝนตกจะทำ
ให้น้ำไหลได้เร็วขึ้นจะทำให้หลังคาแห้งไวด้วย

5พืชชนิดใดให้สีเเดงเมื่อสกัดออกมา
     1อัญชัญ
     2มะลิ
     3เเก่นขนุน
     4ยอป่า
เฉลย ข้อ 4 เพราะยอป่าเมื่อสกัดมานั้นจะมีสีเเดง]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-17 14:20:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/424992345</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/425774598</link>
         <description><![CDATA[ะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสิ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-19 04:33:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/425774598</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/425774631</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)

ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-19 04:33:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/425774631</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/438654328</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัย
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-31 09:53:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/438654328</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/442873221</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-10 06:47:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/442873221</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/444322135</link>
         <description><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เช่นส้มตำ ปลาร้า น้ำตก ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ข้าวเหนียว เป็นต้น]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-12 13:59:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/444322135</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/445866954</link>
         <description><![CDATA[ลักษณะศิลปวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่สำคัญมีดังนี้
ภูมิปํญญาไทยกับปัจจัยสี่
1. ภูมิปัญญาไทยด้านอาหารเครื่องดื่ม (อาหาร)
2. ภูมิปัญญาไทยด้านการแต่งกาย (เครื่องนุ่งห่ม)
    3. ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย)
4. ภูมิปัญญาไทยด้านสุขภาพอนามัย (ยารักษาโรค)

ภูมิปัญญาไทยด้านอาหาร เครื่องดื่ม 
สังคมไทยมีความอุดมสมบรูณ์ ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-15 03:12:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/445866954</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522300252</link>
         <description><![CDATA[2 เดือน]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-04-22 08:22:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522300252</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522301078</link>
         <description><![CDATA[น้อยกว่าหนึ่งนาที
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-04-22 08:23:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522301078</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522303957</link>
         <description><![CDATA[
รูปประจำตัวของ Gun
Gun
 +  10
●
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-04-22 08:24:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/522303957</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/1261884026</link>
         <description><![CDATA[0]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-03-03 03:43:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/1261884026</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/1328373753</link>
         <description><![CDATA[แบบ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-03-19 02:39:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/gun_gunjang71/k2ymovw650ro/wish/1328373753</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
