<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>143_02 มุสลิม  ชุมชนแก้วนิมิตร  by kanthika sriudom</title>
      <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-06-15 07:53:16 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-06-18 03:33:47 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สมาชิกในกลุ่ม</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322574</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/10b01ab4a9c5d040b918e5268d371fe8/messageImage_1686819503249.jpg" />
         <pubDate>2023-06-15 07:53:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322574</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเด็นที่ต้องการ</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322575</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ชื่อชุมชน ที่ตั้ง (Google Map) ชื่อและภาพศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางชุมชน<br>2. วัฒนธรรม ประเพณี เทศกาล งานบุญ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1 ประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิต (ชีวิตคน-ตั้งแต่เกิดจนตาย)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. เทศกาลงานบุญประเพณี (ฤดูกาล-กิจกรรมในแต่ละช่วงเวลาสำคัญของปี ดูตามปฏิทินทางจันทรคติ) ชื่ออะไร จัดเมื่อไร สำคัญอย่างไร ทำอะไรบ้าง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-15 07:53:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322575</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มุสลิม-ชุมชนแก้วนิมิตร</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322576</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/8c7b22e3589a5a99e2db193f673618d6/________________________.pdf" />
         <pubDate>2023-06-15 07:53:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322576</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มุสลิม-กรณีศึกษาวัฒนธรรมมุสลิมในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก</title>
         <author>kanthikasriudom60</author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322578</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1558718236/e3f8c8e60869fe9c969a523db09de32b/__________________________________.pdf" />
         <pubDate>2023-06-15 07:53:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624322578</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชุมชนแก้วนิมิตร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624400483</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อชุมชน </strong>- ชุมชนแก้วนิมิตร<br><strong>ที่ตั้ง </strong>- ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี 13180</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2073443696/a680a2b9f86c2c99fb9ea5773ec107be/___________4_.png" />
         <pubDate>2023-06-15 09:32:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624400483</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624401493</link>
         <description><![CDATA[<div>ประเพณีของอิสลาม เมื่อมีคนเสียชีวิตชาวบ้านก็จะช่วยกันขุดหลุมศพ ปั้นลูกดินขนาดใหญ่เพื่อใส่ในหลุม จะมีผู้คนไปร่วมหลับนอนในบ้านที่มีคนเสียชีวิตและจะมีการจุดไฟสว่างไสวเพื่อให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตไปแล้ว ในการอาบน้ำศพผู้เสียชีวิตญาติที่เป็นชายหรือบุตรผู้ตายจะเข้าไปช่วยอาบน้ำศพให้พ่อ ส่วนบุตรสาวหรือญาติที่เป็นสตรีจะเป็นผู้อาบน้ำศพให้แม่ ผู้ชายเมื่อเสียชีวิตจะห่อด้วยผ้าขาว 3 ผืน ส่วนผู้หญิงจะห่อด้วยผ้าขาว 5 ผืน ลักษณะเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อิสลามจะมีวัฒนธรรมเหมือนกันหมดโดยที่มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน ฉะนั้นคำว่าอิสลามจึงมีความหมายกว้างขวาง สำหรับมุสลิมแล้วถือว่าอิสลามเป็นวิถีชีวิต ด้วยเหตุนี้ศาสนาจึงเป็นส่วนหนึ่งของอิสลาม ในส่วนของการปฏิบัติตามหลักศาสนาจะเหมือนกันหมดสำหรับมุสลิมในประเทศไทย เช่น การถือศีลอด การไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย การออกทานบังคับหรือซะกาตร้อยละ 2.5 ในสังคมมุสลิมถือว่ามัศยิดเป็นศูนย์รวมของจิตใจ ฉะนั้นมัศยิดจึงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญเป็นสถานที่รวมตัวกัน ฉะนั้นจึงมีคำสอนของอิสลามว่าเวลาละหมาดไปทำที่มัศยิด ความมุ่งหมายเพื่อให้คนได้มารวมตัวกันให้รู้จักกันและอิสลามนั้นไม่มีการแบ่งสีผิวเผ่าพันธุ์ ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ศาสนาอิสลามมีความเรียบง่ายและการสักการะบูชานั้นจะสักการะเฉพาะพระผู้เป็นเจ้าพระองค์เดียว</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-15 09:33:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624401493</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ที่มา เกิด แต่งงาน แต่งกาย ตาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624402714</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-15 09:35:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624402714</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานบุญตามฤดูกาล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624403763</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-15 09:36:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624403763</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ศาสนสถานที่เป็นศูนย์กลางชุมชน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624635218</link>
         <description><![CDATA[<div>มัสยิดแก้วนิมิตร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2073443696/e836ba134931f713da464e81a822f3da/Picture26.png" />
         <pubDate>2023-06-15 14:45:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624635218</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบ่งกับอิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624637618</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-15 14:48:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2624637618</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วัฒนธรรม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2626385136</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัฒนธรรมการแต่งงาน<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; พิธีการแต่งงานของศาสนาอิสลามเรียกว่า นิกะหฺ ตามศัพท์คําว่า นิกะหฺ หมายถึง การรวมกัน ซึ่งในเรื่องของการแต่งงาน มีความหมายรวมถึง การร่วมเพศระหว่างหญิงและชายด้วย และเป็นการ ผูกมิติสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง เพื่อเป็นสามีภรรยากันโดยการแต่งงาน ตามหลักการของ ศาสนาอิสลาม การแต่งงานมีความหมายเก่ียวพันกับคําภาษาอาหรับว่า เอี๊ยะหฺซอน หมายถึง การปกป้อง ป้องกัน คุ้มครอง มีรากศัพท์มาจาก หะเศาะนะ แปลว่า ให้อยู่ในกําแพง ส่ิงป้องกัน ปราการ โดยเหตุนี้สตรีที่อยู่ในกรอบของศีลธรรมหรือผู้ที่แต่งงานแล้ว จึงเรียกว่า มุห์เศาะนะฮ์ แปลว่าผู้ที่ได้ รับการปกป้อง&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ดังนั้นจึงพอสรุปความหมายของการแต่งงานตามหลัก ของอิสลามได้ดังน้ี<br>~ก. เป็นการแสดงความนอบน้อมและยอมปฏิบัติตามคําส่ังของอัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ)พระผู้เป็นเจ้าด้วยความศรัทธา<br>~ข. เป็นการทําให้การอยู่ร่วมกันของชายและหญิงมีความบริสุทธิ์ และการมีเพศสัมพันธ์ เป็นท่ีอนุมัติตามหลักการของศาสนา<br>~ค. เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายท่ีถูกต้อง (ของเจ้าบ่าว) และการยินยอมรับ (ของเจ้าสาว) โดยมีพยานรับรู้<br>~ง. เป็นข้อบังคับ ซึ่งเป็นแบบอย่างอันดีงามของท่านศาสดามูฮัมมัด(ศ็อลฯ) มุสลิมต้อง ปฏิบัติตามเป็นการยับยั้งตนเองจากการทําซินา (ผิดประเวณี)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;ในอิสลามอนุมัติให้ชายมีภรรยาได้ต้ังแต่ 1,2,3 หรือ 4 คนในกรณีพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาสังคม เช่นในยามสงครามท่ีมีหญิงมากกว่าชาย แต่สามีจะต้องให้ ความยุติธรรมในทุก ๆ เรื่อง ถ้าให้ความยุติธรรมไม่ได้อัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ) ทรงสั่งให้มีภรรยาเพียงคน เดียว การแต่งงานน้ันจะแต่งงานกับคนท่ียังไม่เคยแต่งงาน แต่ผู้นั้นจะต้องศรัทธาในอิสลาม&nbsp; แต่ห้ามการล่วงประเวณีมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานตามหลักอิสลาม ถ้าผู้ใดละเมิดใน ประเทศที่ใช้กฎหมายอิสลามปกครองจะมีโทษให้เฆี่ยน 100 ที ผู้ใดท่ี ยังไม่สามารถแต่งงานได้ ให้อดทนรอจนกระท่ังอัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ)จะทรงโปรดปราน<br><br><br>&nbsp;วัฒนธรรมการแต่งกาย<br>&nbsp; &nbsp; มุสลิมทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าท่ีสะอาด เรียบร้อยและรัดกุมปกปิด<br><br>&nbsp; &nbsp;มุสลิมต้องแต่งกายให้เรียบร้อย เสื้อผ้าท่ีใส่ต้องเพื่อปกปิดสิ่งท่ีพึงสงวน โดยชาย มุสลิม ต้องปิดตั้งแต่สะดือถึงหัวเข่า การเปิดขาอ่อนเช่น นุ่งกางเกงขาสั้นจึงเป็นสิ่งต้องห้ามไม่ว่าหญิง หรือชายรวมทั้งห้ามมิให้มองขาอ่อนท้ังของคนเป็นและคนตาย ส่วนกางเกง กระโปรงหรือผ้านุ่งต้องไม่ ยาวเกินกว่าตาตุ่ม ในส่วนการแต่งกายของผู้หญิงมุสลิม จําเป็นต้องปกปิดทั่วร่างกาย คือตั้งแต่ศีรษะ เว้นไว้แต่ใบหน้าและฝ่ามือ หญิงมุสลิมจึงจําเป็นต้องคลุมศีรษะหรือฮิญาบโดยผ้าคลุมศีรษะน้ันต้องปิด ลงมาถึงหน้าอก และเสื้อผ้าจะต้องไม่บางและรัดรูป ไม่แต่งกายโดยเพื่อโอ้อวด หญิงชราเป็นที่อนุโลม<br>หากจะแต่งกายไม่มิดชิดเท่าผู้หญิงวัยอื่นๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สมมารถใช้เครื่องหอมได้ตามเสื้อผ้าอีกท้ังต้องมีกลิ่นที่สะอาดแต่ต้องไม่ใช้กลิ่นท่ีต้องห้ามตามหลักศาสนา เช่นการใส่เครื่องหอมของหญิงเมื่อออกนอกบ้านเป็นต้น&nbsp; ชายน้ันต้องหวีแต่งทรงผมให้ดูเรียบร้อย ขริบแต่งหนวด เคราให้ดูมีระเบียบเป็นท่ีสะอาดตา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การแต่งกายนั้นต้องแสดงออกซึ่งความเป็นมุสลิมสะอาดเรียบร้อยมิดชิดผู้หญิงต้องคลุมฮิญาบผู้ชายควรไว้หนวดเคราและหากปฏิบัติตามแบบฉบับท่านศาสดามูฮัมมัด(ศ็อลฯ) คือควรสวมหมวกและโพกผ้า...ไม่โอ้อวดฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะชายต้องไม่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าท่ีทํา จากไหม &nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในเรื่องของการคลุมศีรษะหากมีคําถามว่าเหตุใดบทบัญญัติของอิสลามจึงต้องให้ ผู้หญิงคลุมศีรษะให้มิดชิด จากการพิจารณาใคร่ครวญ มนุษย์คงยอมรับว่าผมผู้หญิงน้ันเป็นสื่อหน่ึงของ อารมณ์ทางเพศ จึงได้ป้องกันสื่อนี้ด้วยการโกนผม คลุมผม ตลอดจนเกล้าผมดังที่ปรากฏ แต่สําหรับอิสลามซึ่งไม่มีสถาบันนักบวช ไม่มีสมณเพศเพื่อป้องกันสื่อแห่งอารมณ์นี้ แก่มุสลิมทุกคนใน 2 ลักษณะตาม ความเหมาะสม กล่าวคือ<br>~1. ผู้หญิงต้องคลุมศีรษะทุกคน ฉะน้ันการไม่ปฏิบัติตามถือว่าเป็นบาป<br>~2. ผู้ชายควรจะสวมหมวกโพกผ้า ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามไม่ถือว่าเป็นบาปแต่ประการใด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในเรื่องวัฒนธรรมการแต่งกายน้ี เช่น การแต่งกายของผู้หญิงมุสลิมที่ต้องแต่งกายให้ มิดชิดพร้อมด้วยการคลุมศีรษะหรือฮิญาบ...ตามกฎหมายอิสลามถือเป็นความจําเป็นเหนือผู้หญิงมุสลิม ทุกคนคือ ต้องแต่งกายให้มิดชิด เหลือไว้แต่ใบหน้าและฝ่ามือ ท้ังน้ีโดยต้องไม่รัดรูปทรงและผ้าที่ โปร่งบาง ดังนั้นไม่ว่าผู้หญิงมุสลิมจะอยู่ส่วนใดของของโลก จะอยู่ในสภาพภูมิอากาศ หรือฤดูกาลแบบใดก็ตาม ก็จะต้องแต่งกายด้วยรูปแบบเดียวกัน ไม่มีการยกเว้น...สําหรับผู้หญิงชาว ไทยมุสลิมในภาคกลางและภูมิภาคอื่น ๆ(ยกเว้นภาคใต้) &nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การสวมใส่เสื้อผ้า รองเท้า หวีผม ฯลฯ ท่านจะเร่ิมทําจากทางขวาก่อน และถอดออกท่านจะเร่ิมจากทางซ้าย&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การต่อผมหรือใส่ผม เช่น ใส่วิกผมและการสัก การสักคิ้ว ซึ่งกําลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ผิด รวมท้ังห้ามการสักตามร่างกายของชายและห้ามผู้หญิงเกล้าผมในลักษณะเดียว กับโหนกอูฐและห้ามมิให้เด็กมุสลมิ ท้ังชายและหญิงไว้ผมจุกคือโกนบางส่วนออกและปล่อยบางส่วน<br>ส่วนชายไม่สนับสนุนให้ถอนผมและเคราที่หงอก สนับสนุนให้ท้ังหญิงและชาย ย้อมผม และส่ิงที่นํามาใช้ย้อมคือ ใบเทียนซึ่งจะออกสีแดงและกะตัมซึ่งจะออกสีดํา<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-18 17:03:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2626385136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเกิด การตาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2626387080</link>
         <description><![CDATA[<div>1. วัฒนธรรมการเกิด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มุสลิมทั่วโลกมีความเชื่อว่าอัลลอฮฺ เป็นผู้สร้างมนุษย์ขึ้นจากก้อนดินโดยพระองค์จะทรงเป่าวิญญาณเข้าไปกลายเป็นท่านนบีอาดัม จากนั้นมนุษยชาติก่อกำเนิดขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์โดยผ่านจากการผสมกันของเชื้ออสุจิกับไข่ในมดลูก นอกจากนี้ มุสลิมยังเชื่อว่า”ลูก”เป็นของขวัญและของฝากจากอัลลอฮฺ ที่ส่งมอบให้แก่ผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่ซึ่งพระองค์จะตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้ที่เป็นพ่อแม่ต่อของฝากนี้ในวันแห่งการพิพากษาหรืออีกในหนึ่งคือพระองค์ทรงมอบให้”ลูก”มาเป็นการงาน ฉะนั้นในอิสลาม”ลูก”จึงมิใช่ห่วงที่ทำให้เกิดทุกข์แต่ลูกเป็นเสมือนเครื่องทดสอบความรับผิดชอบอันเป็นจริยธรรมอันสูงส่งประการหนึ่งของมนุษย์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สิ่งที่ปรากฏในการปฏิบัติต่อเด็กที่เกิดใหม่ตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามและซุนนะหฺของท่านศาสดามูฮำมัดพอจะสรุปได้ดังนี้&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.1 แสดงความยินดีกับบิดามารดาของเด็กที่เพิ่งเกิดและขอพรให้แก่เด็กแรกเกิด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.2 กล่าวอะซาน(การประกาศเชิญชวนสู่การละหมาด) และอิกอมะห์(การกล่าวก่อนการเริ่มต้นละหมาด) เริ่มจากข้างหูขวาและซ้ายของเด็กตามลำดับ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.3 การโกนผมไฟ ซุนนะหฺให้ทำในวันที่เจ็ดหลังคลอด อย่างไรก็ตามมีการปฏิบัติบาง อย่างที่ไม่ปรากฏในหลักการทางศาสนา เช่น ในเรื่องการโกนผมให้ลูกหรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า ”โกนผมไฟ” นั้น อดิเรก สิริสวัสดิ์ ได้ศึกษาไว้ว่า”การโกนผมไฟนั้นใครๆก็โกนได้ ผมนั้นเอาไปฝัง(ไม่ต้องใส่มะพร้าวอ่อน)พิธีรีตรองในเรื่องนี้ไม่มี”</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; แต่ เสาวนีย์ จิตต์หมวด กล่าวว่า “ การปฏิบัติในสังคมไทยมุสลิมก่อนการโกนผมมักนิยมให้ผู้อาวุโส เช่นปู่ ย่า ตา ยาย ขลิบหรือตัดผม โดยนำลูกมะพร้าวอ่อนหรือน้ำเต้ามาสลักลวดลายให้สวยงามเพื่อใช้เป็นภาชนะใส่ผมที่ขลิบออกก่อนนำไปฝัง การกระทำเช่นนี้ เข้าใจว่า ผู้ริเริ่มของด้วยเจตนาเกรงว่าซึ่งผมเด็กน้ำหนักเบาจะปลิวกระจายก่อนนำไปฝังและเพื่อให้สามารถฝังได้ทั้งหมดจึงฝังทั้งภาชนะที่ใส่โดยใช้พืชดังกล่าวเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองก็เป็นได้”</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.4 การทำอากีเก้าะฮฺ คือการเชือด แพะ หรือ แกะ เป็นการเชือดสัตว์เป็นพลีต่ออัลลอฮฺ ซึ่งถ้าเป็นลูกชายจะเชือดสัตว์คือ แพะ 2 ตัว และ 1 ตัว สำหรับหญิง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัตถุประสงค์ของอากีเก้าะฮฺ ก็คือ เป็นการขอบคุณต่อความกรุณาของอัลลอฮฺ ที่ได้ส่งให้ทารกนี้มาและขอให้พระองค์ทรงคุ้มครองรักษาทารกนี้สืบไป</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.5 การตั้งชื่อเด็ก พ่อแม่จะตั้งชื่อตามเชื้อชาติและภาษาของตน แต่เด็กจะต้องมีชื่อทางศาสนาคือ ภาษาอาหรับ ซึ่งมักนิยมตั้งชื่อตาม ศาสดา สาวก และบุคคลในประวัติศาสตร์รวมทั้งคุณลักษณะของอัลลอฮฺ สำหรับชาวไทยมุสลิมในปัจจุบันมักจะมีชื่อมากกว่า1ชื่อ การใช้ชื่อมุสลิมปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้านของชาวไทยมุสลิมมีปัญหามากที่สุดในสมัยของ จอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนอกจากจะไม่มีสิทธิ์ตั้งชื่อดังกล่าวแล้ว คนที่ใช้อยู่เดิมก็ต้องเปลี่ยนใหม่ให้เป็นแบบไทยๆ ซึ่งหลายท่านก็เปลี่ยนหรือตั้งใหม่ให้คล้ายหรือเค้าชื่อมุสลิมไว้บ้าง แต่ครอบครัวชาวไทยมุสลิมจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันคือ บางครอบครัวที่เด็กเกิดที่โรงพยาบาลสามารถให้ลูกๆมีเพียงชื่อเดียวที่เป็นชื่อมุสลิมได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายในทะเบียนบ้าน</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1.6 การทำตระหนีกคือ อินทผาลัมแล้วป้อนให้เด็กแรกเกิดเพียงเล็กน้อยด้วยการใช้นิ้วมือที่สะอาดป้ายเบาๆในปากเด็กให้ทั่ว การทำตระหนีกนี้ เป็นพิธีกรรมบางอย่างที่ประพฤติร่วมกับการโกนผมไฟ ซึ่งคนไทยจะเรียกว่า พิธีผ่าปาก นิยมให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเป็นผู้ดำเนินพิธี ผู้ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือนั้นหมายถึง ผู้รักษาคำพูด พูดเก่ง คนเชื่อในคำพูดของเขาและจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทางศาสนาอย่างเคร่งครัดและศรัทธาในหลักธรรมของอิสลาม สิ่งที่ใช้ในพิธีนี้มีน้ำตาลทรายก้อน น้ำซัม ซัม องุ่นแห้ง ลูกกุรมา ผู้ที่ทำพิธีจะนำแหวนไปถูที่ริมฝีปากเด็กและหยิบของ เปรี้ยว เค็มหวานแตะปากเด็กด้วย</div><div>2.วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการตาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.1 การปฏิบัติต่อผู้ป่วยและก่อนสิ้นชีวิต</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ท่านหญิงอุมมุ สาลมะ ได้รายงานว่าท่านศาสดากล่าวไว้ความว่า “เมื่อท่านไปเยี่ยมผู้ป่วยหรือคนตายให้พูดถ้อยคำที่ดีเพราะมลาอิกะฮฺ กล่าว”อามีน”รับคำพูดของพวกท่าน และ เมื่อผู้ป่วยจะตายต้องสอนให้เขานึกถึงอัลลอฮฺ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อไปเยี่ยมคนตายห้ามร้องไห้คร่ำครวญ ตีอกชกตัวเพราะมุสลิมถือว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องประสบให้เปิดดูหน้าผู้ตายได้จะจูบด้วยก็ได้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2 การปฏิบัติกับคนตายของมุสลิม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.1 รับสภาพการณ์หรือข่าวการตายของมุสลิมตายลง ด้วยการกล่าวว่า “ อินนาลิลลา ฮิวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน” หมายความว่า “แท้จริงเราเป็นของอัลลอฮฺ และแท้จริงเราเป็นผู้กลับไปหาพระองค์”</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.2 การเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้ตายเพื่อให้ความช่วยเหลือตามสมควร</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.3 อาบน้ำชำระร่างกายให้กับผู้ตายพร้อมกับอาบน้ำละหมาด ทำดังนี้ก่อนอาบน้ำมัยยิตให้กดท้องน้อยเพื่อรีดอุจจาระหรือสิ่งสกปรกออกแล้วล้างทวารทั้งสองให้สะอาด ด้วยถุงมือจากนั้นให้อาบน้ำละหมาด้วจึงรดน้ำทางเบื้องขวารดตอๆไปจนทั้วเป็น3ครั้ง หรือ5ครั้ง 7ครั้ง เมื่อล้างด้วยน้ำเปล่าสะอาดดีแล้ว ให้ใช้น้ำใบพุทราราดอีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าขาว3-5ชิ้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.4 การละหมาดญานาซะหฺให้แกามัยยิต ซึ่งถือเป็นการฟัรดูกิฟายะหฺ คือข้อบังคับของศาสนาให้ปฏิบัติ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.5 ให้ไปส่งมัยยิตที่กุโบร ซึ่งเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของมุสลิม การฝังมัยยิตจนแล้วเสร็จนั้น เป็นการดี เพราะได้ช่วยขอพรต่ออัลลอฮฺให้ผู้ตาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2.6 ให้บืนขึ้นเมื่อมัยยิตถูกยกขึ้นหรือเมื่อมีมัยยิตผ่าน ไม่ว่ามัยยิตนั้นจะอยู่ในศาสนาไหนก็ตาม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.3 การฝังมัยยิต</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อิสลามจะไม่ใช้ไฟเผาเพราะถือว่าเป็นของร้อน รวมทั้งไม่เผามัยยิตผู้ตายที่นับถือศาสนาอื่นด้วยเช่นกัน ด้วยความเชื่อทางศาสนาที่ว่า มนุษย์ถูกสร้างจากดิน มนุษย์จึงกลับลงไปในดิน และมนุษย์ก็จะถูกให้ฟื้นขึ้นจากนั้นอีกครั้งหนึ่งในวันสิ้นโลก การฝังมุสลิมที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นการสนับสนุนความเชื่อดังกล่าว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ท่านศาสดามูฮำมัด ได้กล่าวถึงพิธีที่ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับคนตายไว้ว่า “ เมื่อมีผู้เสียชีวิตในพวกท่าน จงอย่าถ่วงมัยยิตไว้ จงรีบนำไปฝัง ณ สุสานโดยเร็ว” “สามสิ่งที่จะล่าช้าไม่ได้ คือ การละหมาดเมื่อเข้าเวลา รีบฝังมัยยิต และการแต่</div><div>งานของสาวที่ไม่มีสามี เมื่อพบผู้ที่เหมาะสมและคู่ควร”&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ดังนั้น มัยยิตมุสลิม จึงต้องรีบจัดการสั่งให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ตามความเชื่อเรื่องการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์และการฝังมัยยิตในสุสาน ก็ต้องหันหน้าไปทางทิศกิบลัต</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ อิสลามยังห้ามครอบครัวผู้ตายเลี้ยงอาหารหรือให้เงินแก่ผู้มาเยี่ยมเพราะในศาสนาอิสลามไม่มีการจ้างงานให้คนทำความดี ไม่สอนให้คน เห็นแก่กิน เห็นแก่ได้ และในอิสลามไม่มีการไว้ทุกข์หรือการทำบุญ เจ็ดวันหรือ100 วันให้กับผู้ตาย นี่คือข้อปฏิบัติที่มุสลิมให้แก่ผู้ตายซึ่งเราจะช่วยเหลืออะไรนอกจากนี้ไม่ได้เพราะการงานของเขากับโรคนี้ได้ถูกตัดขาดแล้วที่ท่านศาสดามูฮำมัด ได้กล่าวไว้ว่า “เมื่อมนุษย์ตายลงการงานของเขาถูกตัดขาด นอกจากสามประการ คือ (1)การบริจาคเพื่อสาธารณะกุศล (2)ความรู้ที่มีประโยชน์และ (3)ลูกที่ดีขอพรให้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-18 17:11:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2626387080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627341726</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2073443696/b7b9ad27ba0f396c0f53763cf0f0432c/________________.pdf" />
         <pubDate>2023-06-19 18:40:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627341726</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627342050</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2073443696/1992201fc1bbb39c6ca7b8c4f490085c/__________________1_.pdf" />
         <pubDate>2023-06-19 18:41:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627342050</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เทศกาลของชาวมุสลิม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627983190</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อีดิ้ลฟิตริ” งานเฉลิมฉลองหลังการถือศีลอด</strong><br><br>แต่ละปีมุสลิมทั่วโลกจะถือศีลอดพร้อมกันในเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม ทุกๆ ปีจะมีการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันเริ่มต้นถือศีลอดในแต่ละพื้นที่โดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากปฏิทินอิสลามนั้นเป็นแบบจันทรคติ การเห็นหรือไม่เห็นดวงจันทร์ในวันที่ถูกกำหนดขึ้นให้เป็น “วันดูดวงจันทร์” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง <br><br>สำหรับประเทศไทย จะมีสำนักจุฬาราชมนตรีเป็นผู้กำหนดวันดูดวงจันทร์ และจะออกประกาศให้พี่น้องมุสลิมทราบโดยทั่วกันว่า ผลการดูดวงจันทร์เป็นอย่างไร นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ผู้นำศาสนา และประชาชนในแต่ละท้องที่คอยเฝ้าดูดวงจันทร์ แต่อย่างไรก็ตาม จะยึดถือคำประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรีเป็นหลัก<br><br><strong>กิจกรรมที่สำคัญเกี่ยวกับวันอีดิ้ลฟิตริ คือ การจ่ายซะกาต หรือการบริจาคทานเมื่อมีทรัพย์สินครบถึงจำนวนที่กำหนด ทั้งนี้ สามารถเทียบเคียงได้กับการจ่ายภาษีให้แก่สังคมนั่นเอง ถือเป็นการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว และเติมเต็มช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคมให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน<br><br>อีดิ้ลอัฎฮา” เทศกาลเชือดสัตว์ชำระล้างจิตใจ</strong><br><br><strong>ถัดจาก “วันอีดิ้ลฟิตริ” ไปอีก 2 เดือน 10 วัน โดยอ้างอิงจากปฏิทินจันทรคติแบบเดิม จะมีงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่อีกครั้ง เรียกว่า “วันอีดิ้ลอัฎฮา” ซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ซึ่งเป็นเดือนที่ 12 ของปฏิทินอิสลาม โดยในวันดังกล่าวนี้จะตรงกับช่วงเวลาที่มุสลิมทั่วโลกเดินทางไปทำฮัจญ์ หรือแสวงบุญ ณ นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ชาวไทยมุสลิมจึงนิยมเรียกกันว่า “วันรายาฮัจญี” “วันรายอฮัจญี” “วันอีดใหญ่” หรือ “ฮารีรายากุรบาน” ทั้งนี้ เนื่องจากสิ่งสำคัญที่มุสลิมต้องทำเนื่องใน “วันอีดิ้ลอัฎฮา” คือ การเชือดสัตว์เพื่อเป็นพลีทาน หรือทำ “กุรบาน”สำหรับผู้ที่มีกำลังความสามารถ หรือมีทุนทรัพย์มากพอ</strong><br><br><strong>“กุรบาน” คือ การเชือดสัตว์ซึ่งได้แก่ แพะ แกะ วัว หรืออูฐ แจกจ่ายแก่ครอบครัว เครือญาติ ผู้ขัดสน หรือสังคม โดยสัตว์ที่นำมาเชือดจะต้องมีลักษณะสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่พิการ หรือมีตำหนิที่น่ารังเกียจ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของนบีอิรอฮีม ซึ่งเป็นศาสดาที่สำคัญอีกท่านหนึ่งของศาสนาอิสลาม ผู้ซึ่งเคยถูกพระองค์อัลลอฮฺทดสอบจิตใจ และความศรัทธาของพระองค์โดยการใช้ให้เชือดบุตรชายอันเป็นที่รัก</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-06-20 08:47:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kanthikasriudom60/js8s42o4a39ultzk/wish/2627983190</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
