<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>เล่าสืบศิลป์ ถิ่นหาดสำราญ ม.5/3 by Pariyapat Sukro</title>
      <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1</link>
      <description>วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ เรื่องเล่าจากชาวบ้านหาดสำราญ (ให้นักเรียนพิมพ์เนื้อเรื่องที่ได้ฟังมาพร้อมแนบรูปภาพประกอบ)</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-12-22 15:31:54 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-29 01:57:50 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f4da.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>เรื่อง หมาป่ากับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572069535</link>
         <description><![CDATA[<p>ในสมัยก่อนนานมาแล้ว มีหมาป่าผอมโซอยู่ตัวหนึ่งไปบนบานกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้มันกลายเป็นวัวบ้านตัวอ้วนพี พอกลายร่างเป็นวัวก็ถูกชาวบ้านใช้ไถนาก็รู้สึกเหนื่อย เลยกลับไปบนใหม่ว่าขอกลายร่างเป็นม้า พอกลายเป็นม้าก็ถูกพระราชาผู้ครองนครสั่งให้ทหารใช้มันเป็นพาหนะ เกิดความเหนื่อยขึ้นอีก จึงไปบนใหม่รอบนี้มันขอเป็นพระราชาเสียเอง พอได้เป็นราชาแล้วยังมีความต้องการอิเอาเรือลำใหญ่ เลยสั่งให้ทหารไปตัดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ พอนี้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์โกรธที่มันไม่รู้จักบุญคุณ เลยฝากบอกทหารไปว่าให้พระราชานั้นมาตัดต้นไม้เอง พอพระราชามาถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็สาปให้กลับไปเป็นหมาป่าเหมือนเดิม</p><p>(ผู้ให้ข้อมูล: วีระพงศ์ ภูริพัฒนาวงษ์, วันที่ 8 กันยายน 2568)</p><p><br/></p><p>ชื่อ: นางสาวปริยาภัทร สุขโร เลขที่ 0 ม.5/0</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4325556191/ebd962f6a404ca1860f478d021a7bbfd/IMG_8133.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-07 07:17:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572069535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่อง ผีบนต้นไม้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572143734</link>
         <description><![CDATA[<p>โรงเียนเเห่งหนึ่งในสมัยก่อนโรงเรียนที่ตั้งปัจจุบันนี้เคยเป็นวัดหรือสำนักสงค์มาก่อนแต่ยังไม่มีที่เผาศรคนตายหรือเมรุ ด้ด้านหลังของโรงเรียน มีป่าไม้สูงและมีต้นไม้มากมายแต่มีหนึ่งต้นที่สูงใหญ่มากๆ เขาเล่ากันว่า เขาจะเอาศพคนตายไปแขวนใว้ที่ต้นไม้ต้นนั้นมากมายหลายศพมาก อยู่มาวันหนึ่งย่าเดินเขาไปหาของป่าหลังโรงเรียนนั้น แล้วมีเสียงดังมาจากต้นไม้"กรอกแกรก"หลายรอบแต่ย่าก็ไม่สนใจอะไรก็เลยหาของป่าต่อ แต่เสียงนั้นก็ยังไม่หยุด แต่ย่าตะโกนไปว่า"ผีก็อยู่สวนผี"หลังตากนันเสียงนี้ก็หายไป ย่าก็หของป่าจนได้ที่แล้วก็กำลังจะเดินกลับบ้าน แต่รอบนี้เสียงมันมาเหมือนเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินตามอยู่ แแต่รอบนี้ย่าไม่พูดเสียงนั้นก็เดินกลับมาจนถึงบ้าน แล้วปู่ทักว่า ใครเดินยุข้างหลังแต่ย่าก็ไม่พูด จจนน่าเข้ามาในบ้านปู่บ ย่าก็หมดสติมือไม้อ่อนแรง หลังจากนั้นก็พาสงโรงพยาบาลแต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกใจ หมอก็ใหกลับบ้านได้</p><p>ชื่อ:น.สปัทมพร แก้วจันทร์ </p><p>เลขที่:12ม.5/3</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-09-07 09:51:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572143734</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผีพลายและแมวผี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572175351</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อตอนพ่อแก่(ตา)เด็กๆ แกได้ไปนั่งรอพ่อแกที่หัวพานแถวแถวบ้านใกล้วัดแล้วตอนกลางคืนของวันนึง แกได้เจอกับผีพลาย แล้วพวกแกก็วิ่งกัน (ที่สะพานนั้นมีผีหลอกเยอะมาก แทบจะทุกคนแถวนั้นเคยเห็น จะโผล่มาให้ดูใครที่ผ่านรึอยู่แถววนั้น) แต่ช่วงที่แกเจอประมาณ50ปีที่แล้ว &nbsp; มีครั้งนึงแกไม่ไปไปเองซึ่งเป็นพ่อของแก่ไป มีนามเป็น ทวด ของหนู</p><p>ทวดได้ไปรอภรรยาของแก่ที่หัวพานตรงนั้น ทวดไปพาคบทางมะพร้าว ผีพลายนั้นมาหลอกทุกคืน แต่มีแมวตัวนึง เชื่อว่าเป็นแมวผีมาคลอเท้าทวดทุกคืนแต่คืนนั้นทวดโมโหแก่พาคบทางพร้าวไปอีกรอบพอแมวผีนั้นมาคลออีกทวดได้เอาคบมะพร้าวไปจ่อตัวแมวนั้นแล้วมันก็ดิ้นกลับไปหาบ้านที่มันอยู่ จาดนั้นแมวตัวนั้นไม่โผล่มาอีกเลย แต่ผีพลาย ณ ปัจจุบันนี้ยังมีคนเห็นอยู่อีกในเวลาคํ่าๆดึกๆ</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4326050932/d7802f1a5b0e43ca25c94a7d9961d49d/IMG_1652.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-07 10:58:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3572175351</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผีบนต้นไม้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3573739014</link>
         <description><![CDATA[<p>โรงเรียนเเห่งหนึ่งในสมัยก่อนโรงเรียนที่ตั้งปัจจุบันนี้เคยเป็นวัดหรือสำนักสงค์มาก่อนแต่ยังไม่มีที่เผาศรคนตายหรือเมรุ ด้ด้านหลังของโรงเรียน มีป่าไม้สูงและมีต้นไม้มากมายแต่มีหนึ่งต้นที่สูงใหญ่มากๆ เขาเล่ากันว่า เขาจะเอาศพคนตายไปแขวนใว้ที่ต้นไม้ต้นนั้นมากมายหลายศพมาก อยู่มาวันหนึ่งย่าเดินเขาไปหาของป่าหลังโรงเรียนนั้น แล้วมีเสียงดังมาจากต้นไม้"กรอกแกรก"หลายรอบแต่ย่าก็ไม่สนใจอะไรก็เลยหาของป่าต่อ แต่เสียงนั้นก็ยังไม่หยุด แต่ย่าตะโกนไปว่า"ผีก็อยู่สวนผี"หลังตากนันเสียงนี้ก็หายไป ย่าก็หของป่าจนได้ที่แล้วก็กำลังจะเดินกลับบ้าน แต่รอบนี้เสียงมันมาเหมือนเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินตามอยู่ แแต่รอบนี้ย่าไม่พูดเสียงนั้นก็เดินกลับมาจนถึงบ้าน แล้วปู่ทักว่า ใครเดินยุข้างหลังแต่ย่าก็ไม่พูด จจนน่าเข้ามาในบ้านปู่บ ย่าก็หมดสติมือไม้อ่อนแรง หลังจากนั้นก็พาสงโรงพยาบาลแต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ตกใจ หมอก็ใหกลับบ้านได้</p><p>ชื่อ:น.สปัทมพร แก้วจันทร์ </p><p>เลขที่:12ม.5/3</p><p>ผู้ให้ข้อมูล:นาง อารมณ์ แก้วจันทร์(ย่า)</p><p>วันที่8 กันยายน พ.ศ 2568</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4331287470/d5b53bc032f7091ea035783f375bf034/inbound7638816203333823704.jpg" />
         <pubDate>2025-09-08 11:47:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3573739014</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผีกระสือยายเมี้ยน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3573785094</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อ20กว่าปีที่แล้วในหมู่บ้านแหลมลูกไม้มักมีข่าวลือกันบ่อยๆว่ามีผีกระสืออาศัยอยู่แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใครในทุกๆเช้าชาวบ้านในหมู่บ้านของฉันที่ตื่นมาพร้อมกับความหวาดกลัวที่ได้เห็นสัตว์เลี้ยงของตนตายอย่างน่าหวาดเสียว ทุกวันชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ก็อยู่กันอย่างหวาดระแวง และกลัวว่าในทุกๆคืนผีกระสือตนนั้นจะออกมาอีกเมื่อไหร่แล้วจะมาฆ่าพวกเขาตอนไหน ทุกคนต่างพากันนอนไม่หลับเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆและมีแสงไฟสีแดงบ้างก็เป็นสีเขียวลอยไปลอยมาแถวบ้านของตนในอยู่ทุกคืน มีอยู่คืนหนึ่งยายของฉันตอนเป็นสาวเขาได้เดินออกไปนอกบ้านตอนกลางคืนแล้วได้พบกับสิ่งที่น่าหวาดกลัวมากสิ่งนั้นกำลังกินไส้และเลือดเนื้อของวัวและไก่ข้างบ้านของตนยายของฉันตกใจและกลัวจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วได้กรี๊ดออกมาดังมากจนชาวบ้านแถวนั้นได้ยินต่างพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นยายของฉันได้เล่าให้พวกเขาฟังพอชาวบ้านรู้ก็ต่างพากันหวาดกลัวอีกครั้ง ชาวบ้านก็ต่างพากันคิดว่าจะจับผีกระสือตนนั้นได้อย่างไรทั้งๆที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าผีกระสือตนนั้นเป็นใคร เมื่อยายของฉันได้ยินชาวบ้านพูดก็นึกขึ้นได้ว่าตนได้เห็นใบหน้าของผีกระสือตนนั้นและผีกระสือตนนั้นก็คือยายเมี้ยนที่อยู่ข้างบ้านของฉันเอง ชาวบ้านรู้ก็ต่างพกันไปที่บ้านของยายเมี้ยนในวันรุ่งขึ้นและจับได้ว่าตนนั้นกำลังกินของดิบเหมือนไส้เเละเครื่องในสัตว์อยู่พอดียายเมี้ยนตกใจและตั้งตัวที่จะหนีไม่ทันเขาเลยถูกชาวบ้านรุมกันจับตัวและนำไปฆ่าจนเสียชีวิตในที่สุด หลังจากวันนั้นข่าวของผีกระสือยายเมี้ยนก็เป็นที่รู้จักและชาวบ้านรุ่นต่อๆมาก็ลือกันมาจนถึงปัจจุบัน...</p><p>นางสาวปณิดา เรืองแก้ว ชั้นม.5/3เลขที่11 </p><p>(ผู้ให้ข้อมูล นางลิ่ม รงค์รัตน์)</p><p>วันที่ 8 กันยายน พศ.2568</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4331455210/4fea41a0aa0e838a147924bf027976d7/inbound30582760439379603.jpg" />
         <pubDate>2025-09-08 12:19:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3573785094</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“ประวัติวัดหนองสมาน”</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3574010636</link>
         <description><![CDATA[<p>จากคำบอกเล่าประมาณ 100 กว่าปีที่แล้วมีพระธุดงมาจากจังหวัดพัทลุงธุดงค์มาเจอชุมชนใกล้หนองน้ำขนาดใหญ่พื้นที่นี้ชาวบ้านเรียกว่าบ้านหนองวิวาทซึ่งพระธุดงได้สร้างวัดและอยู่กับชาวบ้านแต่จะคิดตั้งชื่อวัดให้เหมาะสมกับสถานที่โดยที่ ในฤดูแล้งหนองน้ำขนาดใหญ่มีปลาชุบชุมชาวบ้านที่มาจับปลาจะทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งละเลยมีแนวคิดทำยังไงให้ชาวบ้านไม่ทะเลาะกันเลยตั้งชื่อวัดว่า“วัดหนองสมาน”นับจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน…</p><p>น.ส.รวิสรา ใจบุญ ม.5/3 เลขที่15</p><p>”ผู้ให้ข้อมูล“ นายจัด ใจบุญ อายุ 92 ปี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4332196594/1626bc70c13bfed6ce7e87c98675ada2/AC6C55A9_5AEC_494B_8AF8_F0F40FC31476.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-08 14:19:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3574010636</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตำนานเสือโคร่ง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3575425871</link>
         <description><![CDATA[<p>ตำนานเสือโคร่ง เสือเป็นสัตว์ร้าย สามารถทำร้ายผู้คนได้ กินผู้คนได้แต่มาดูเรื่องราวของตัวนี้กัน ยายของฉันเล่าว่าเดิมทีเมื่อก่อนที่อยู่อาศัยเป็นป่าผู้คนมักถางหรือเอาป่าไม้ตรงนั้นออกก่อนปลูกบ้านเรือนมีสัตว์ใหญ่สัตว์มากมาย แต่เมื่อบ้านมั่นคงแล้วทุกคนเข้าอยู่แล้วในความกลัวนั้นทำให้ผู้คนปิดบ้านเรือนเมื่อเริ่มรู้สึกว่าจะค่ำแล้วนอนนิ่งเพื่อไม่ให้เสือได้ยินเสียง เมื่อเสือเดินผ่านไปแล้วทุกคนจึงหลับสนิทจนเช้า เสือตัวนี้ไม่เคยทำร้ายใคร เดินผ่านไปผ่านมาในทุกๆคืน อาจจะเป็นเพราะเป็นที่อยู่ของมัน แต่เมื่อวันหนึ่งมันหาที่อยู่ได้ที่ปลอดภัยกับมันมันก็ไปและทุกคนก็อยู่อย่าปลอดภัยไม่เคยมีใครได้เจ็บตัวเพราะเสือตัวนี้#จบตำนานเสือโค่งผู้ใจดี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4336706253/65b0e27150ee110e519cba7be3ea6048/inbound9075792685969729876.jpg" />
         <pubDate>2025-09-09 06:12:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3575425871</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องคนหายในป่าลึก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3575850211</link>
         <description><![CDATA[<p>นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งในหมู่บ้านอายุประมาณ 30 ปีได้ออกไปหาของป่ามาทำอาหารเย็นตามประสาคนสมัยก่อนตกเย็นมาชายคนนั้นก็ยังไม่ได้กลับจากป่านานหลายปีจนมาวันหนึ่งทวดของฉันได้เกิดมาอายุประมาณ 12 ปีชายคนนั้นได้ออกมาจากป่าพร้อมกับผมที่ยาวถึงดินเล็บยาวถึงดินมีหนวดเคราที่ยาวถึงดินเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยได้มาผูกแขนให้ขับทวดของฉันกลัวทวดของฉันจะตายได้มาผูกแขนเอาไว้ก่อนชายคนนั้นจะกลับเข้าไปในป่าได้ให้ขงขลังเอาหว้กับเทียดเป็ส หมอน4ทิศและผ้ายันต์ที่เขียนด้วยภาษาแขก(อาหรับ)และชายคนนั้นก็ได้หายตัวไปในป่าลึกอีกครั้ง</p><p>น.สโสภาวดี แซ่ลี้ 5/3 เลขที่16</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4338201926/a56f83b5feb9d88db6204d22fa5d6af9/inbound4165521467137877035.jpg" />
         <pubDate>2025-09-09 10:58:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3575850211</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผีกระสือ👻</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3576175725</link>
         <description><![CDATA[<p>ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูนเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ยายของฉันอาศัยอยู่ยายเล่าว่าตกเย็นของทุกวันพ่อและแม่จะนำลูกๆรีบเข้าบ้านก่อนตะวันตกดินคุณยายก็เคยสงสัยว่าทำไมต้องรีบเข้าบ้าน?ยายจึงได้ถามแม่ของยายแม่ยายได้ตอบว่าพอตะวันตกดินท้องฟ้าจะมืดจะมีดวงไฟดวงใหญ่ๆลอยไปมาในทุ่งนาและบางครั้งดวงไฟนั้นก็มักจะเข้ามาในหมู่บ้านเข้ามาหาอาหารกินบางครั้งก็มากินหมูกินเป็ดของชาวบ้านตายเป็นจำนวนมากยายจึงถามแม่ของยายไปว่ามันคือตัวอะไรแม่ของยายตอบว่าเขาเรียกว่า“ผีกระสือ”ซึ่งมันมักจะออกหากินในเวลากลางคืนมันมีลักษณะมีหัวติดกับไส้ดวงตาสีแดงปากมีฟันแหลมคมเพื่อไว้กัดกินอาหารต่อมามีอยู่วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมลูกบ้านทุกคนเพื่อที่จะช่วยกันกำจัดผีกระสือให้ออกไปจากหมู่บ้านและได้มีลูกบ้านคนหนึ่งมีข้อเสนอให้กำจัดโดยการใช้กระทะที่ร้อนเอาไปครอบบนหัวของกระสือและได้เริ่มปฏิบัติการโดยไปดักรอที่ทุ่งนาและคอกสัตว์ก่อนตะวันตกดินพอตกดึกกระสือออกมาที่ทุ่งนาชาวบ้านก็ต่างพากันวิ่งเอากระทะไปครอบบนหัวมันและดวงไฟนั้นก็หายไปต่อมาวันรุ่งขึ้นผู้ใหญ่บ้านนำชาวบ้านเดินไปตรวจตราทุกบ้านว่าบ้านหลังไหนที่มีคนหัวล้านและมีแผลผลุพองบนหัวแสดงว่าคนนั้นคือผีกระสือชาวบ้านก็จะช่วยกันนำลวดหนามไปขึงไปปิดประตูหน้าต่างไว้เพื่อไม่ให้กระสือออกมาได้แต่จะนำอาหารสดไปให้กินในเวลากลางวันและตอนนี้กระสือคนนั้นก็ได้เสียชีวิตไปแล้วด้วยอายุ100ปีและก็ไม่มีทายาทสืบต่อ#จบเรื่องเล่า</p><p>ผู้เล่า:นางคนึงนิตย์ ณ ลำพูน(คุณยาย)</p><p>ชื่อน.ส.นาตาชา เสียมใหม เลขที่10 ม.5/3</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4339158177/6d9c6c3891d3c36922dc1d1308a29994/49A4A7EC_EE2C_4A2C_80CC_D4A06916D13F.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-09 14:07:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3576175725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เกาะเหลา​เหลียง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595197796</link>
         <description><![CDATA[<p>จากคำบอกเล่าของชาวประมงหาดสำราญ​ เกาะเหลาเหลียงหรืออีกชื่อเรียกว่าเกาะสองพี่น้อง​</p><p>เมื่อหลายสิปปีก่อน​ มีการเปิดท่องเที่ยว​ที่เกาะนั้น​ เเละมีผู้คนมากมายเข้าไปเยี่ยม​ชม​ที่เกาะ​ จนมาครั้งหนึ่งเกิดมีคนพบเห็นปลาตัวใหญ่ภายในถ้ำหลายสิบเมตร​ เเละชาวประมงยังเล่าต่ออีกว่า​ ปลายักษ์​ที่ว่านั้นใด้ลากหญิงสาวคนนึงที่มีอายุมากเเล้วไปกิน​ หลังจากนั้นพอเรื่องเเพร่หลายออกไป​ เกาะก็ได้ทำการปิดตัวลง​ เเละไม่มีใครกล้าเข้าในเกาะอยู่อีกนานชาวประมงสันนิษฐาน​ว่าปลายักษ์​ตัวนั้นอาจจะตายไปเเล้ว​ เเต่อีกมุมนึงก็อาจคิดว่าปลาตัวนั้นยังอยู่เเต่เเค่ไม่ออกมาให้ใครเห้นเเละไม่มีใครเข้าไปในถ้ำนั้นอีกเลย​  เเละเรื่องเล่าเรื่องนี้ก็ค่อยๆห่างหายออกไป</p><p>ปัจจุบัน​อยู่​ในความดูเเลของหมู่เกาะเพตรา</p><p>#เรื่องราวนี้เป็นเเค่เรื่องเล่าบางส่วนเท่านั้นยังหาข้อเท็จจริง​ไม่ใด้​ #</p><p>นาย​ นวดล​ ขม​ 5/3​ เลขที่23</p><p>#ผู้เล่า​ นาง​สาว​ นวล​ ทนมี​</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4409868255/049e2e27f42427608153170c9411e109/PEuvdu1.jpg" />
         <pubDate>2025-09-20 17:14:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595197796</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🌟ตำนานหลวงพ่อแก้ววัดในเขา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595458746</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านบ้าหวี อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง มีชาวบ้านผู้หนึ่งชื่อ “ทิดเหียน” ผู้มีฝีมือปั้นพระ แม้ไม่ได้ร่ำเรียนศิลปะ แต่ด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา เขาได้ปั้นพระพุทธรูปองค์หนึ่งขึ้นจากปูนซีเมนต์ ด้วยจิตอธิษฐานให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านในละแวกนั้น</p><p><br/></p><p>พระพุทธรูปองค์นั้นงดงามนัก ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อแก้ว” ด้วยเชื่อว่าเปล่งประกายแห่งเมตตาและความศักดิ์สิทธิ์ดุจแก้วมณี</p><p><br/></p><p>แต่ไม่นานนัก วัดที่ตั้งอยู่ถูกทิ้งร้าง ที่ดินเปลี่ยนมือ พระพุทธรูปองค์นั้นถูกปล่อยทิ้งอยู่กลางสวนยางพาราและใกล้ป่าช้า นานนับสิบ ๆ ปี … ทว่ามหัศจรรย์นัก แม้จะมีการโค่นต้นไม้ ปรับพื้นที่ หรือทำสวนใหม่สักกี่ครั้ง ไม่มีใครทำลายหลวงพ่อแก้วได้ พระองค์ยังคงสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางป่า</p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>✨ ปาฏิหาริย์เรียกกลับวัด</p><p><br/></p><p>เมื่อกาลเวลาล่วงเลยเกือบครึ่งศตวรรษ พระมหารัตนากร ปวโร เจ้าอาวาสวัดในเขา ได้เดินผ่านสวนยางนั้น และพบพระพุทธรูปที่ถูกทิ้งไว้ ท่านเกิดศรัทธาและตั้งจิตอธิษฐานว่า</p><p><br/></p><p>&gt; “ถ้าหลวงพ่อแก้วปรารถนาจะกลับสู่วัด ขอให้มีญาติโยมมาช่วยบูรณะองค์พระในไม่ช้านี้”</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ไม่น่าเชื่อ เพียง เจ็ดวันถัดมา มีชาวบ้านมาหาท่านที่วัด บอกว่าอยากบูรณะพระพุทธรูป และยังบังเอิญว่ามีลูกชายเป็นช่างปั้นพอดี เรื่องนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าหลวงพ่อแก้ว “บันดาล” ให้ทุกอย่างสำเร็จ</p><p><br/></p><p><br/></p><p>🪷 การอัญเชิญ</p><p><br/></p><p>วันที่ 27 เมษายน 2566 ตรงกับวันพระ ญาติโยมพร้อมใจกันอัญเชิญหลวงพ่อแก้วจากสวนยางกลับมาประดิษฐาน ณ วัดในเขา มีการทำพิธีอย่างสมเกียรติ ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ด้วยน้ำตาแห่งความปีติ</p><p><br/></p><p>ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านเชื่อว่า หลวงพ่อแก้วเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครอง ใครอธิษฐานขอพรเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง หรือแม้แต่โชคลาภ มักสมหวังอย่างน่าอัศจรรย์</p><p><br/></p><p>🕯️ ความศรัทธาที่สืบต่อ</p><p><br/></p><p>ตำนานเล่าขานว่า หลวงพ่อแก้วมิได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเพียงปูนและหิน แต่สร้างขึ้นจาก แรงศรัทธาและพลังแห่งบุญกุศล ที่ไม่เสื่อมคลาย แม้ถูกทิ้งไว้กลางป่าช้านานนับสิบปี ก็ยังกลับคืนสู่วัดได้อย่างสง่างาม</p><p><br/></p><p>ทุกวันนี้ ชาวบ้านหาดสำราญยังคงเล่าเรื่องนี้แก่ลูกหลานว่า —</p><p><br/></p><p>&gt; “เมื่อใดที่เรามีศรัทธาบริสุทธิ์ พระย่อมไม่ทอดทิ้งลูกหลาน … เหมือนเช่นหลวงพ่อแก้วที่กลับมาสู่บ้านเรา”</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>อยากให้ผมทำเป็น ฉบับตำนานเล่าแบบสั้น ๆ สำหรับเด็กนั</p><p>กเรียน ด้วยไหมครับ? จะทำให้อ่านง่ายและเข้าใจเร็ว ✨</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4411345959/3b1356d9b8da68125bd587aead2fcef3/inbound7836387018809854062.jpg" />
         <pubDate>2025-09-21 03:07:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595458746</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595687629</link>
         <description><![CDATA[<p>เรื่อง ผีปาดคอ ที่ปากทางหินคอกควาย เรื่องเล่าผีปาดคอชาวบ้านรุ่นเก่าเล่าว่า สมัยก่อนมีชายหนุ่มถูกโจรทำร้าย ถูกปาดคอเสียชีวิต บริเวณปากทาง เพราะพื้นที่ตรงนั้นค่อนข้างเปลี่ยวและเป็นทางผ่านของคนค้าขายกลางคืน พอตายไปอย่างทรมาน วิญญาณจึงไม่สงบหลายคนเล่าว่า เวลาเดินหรือขี่รถผ่านตอนดึก ๆ มักเห็น ชายร่างสูงยืนกุมคอตัวเอง มีเลือดไหลทะลักบางคนขับรถผ่านแล้วเหมือนมีใครมากระชากไหล่จากเบาะหลัง ทำให้หันไปเจอ ผีปาดคอในสภาพเต็มไปด้วยเลือดที่น่ากลัวคือ บางคืนมีเสียงครวญครางช่วยด้วย...ช่วยด้วยลอยมาตามลม แต่พอหันไปทางนั้นกลับไม่เจอใครเพราะเหตุนี้เอง คนในพื้นที่ถึงบอกกันว่า ถ้าต้องผ่านปากทางหินคอกควายตอนกลางคืน อย่าหันซ้ายขวาเยอะ และ ห้ามมองกระจกหลัไม่อย่างนั้นอาจได้เห็นเขายืนกุมคออยู่ข้างหลัง(นางสาว อรพรรณ นาคสุวรรณ์) เลขที่17</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4412609793/afb8d12dda0bf5e34a66f78555ba2de0/inbound7222475316234396325.jpg" />
         <pubDate>2025-09-21 11:01:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3595687629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องเล่าผีในวัดป่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3608262789</link>
         <description><![CDATA[<p>หลายสิบปีก่อน มีวัดป่าแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางหมู่บ้านเล็กๆ ชาวบ้านเล่าว่าในอดีตมีพระรูปหนึ่งมรณภาพลงอย่างกะทันหันในกุฏิ แต่เพราะเป็นกุฏิไม้เก่า จึงไม่ได้มีการใช้ต่อ ปล่อยให้รกร้างมานาน</p><p><br/></p><p>คืนวันพระ มีเด็กกลุ่มหนึ่งแอบไปลองพิสูจน์ความจริง พวกเขาเดินผ่านโบสถ์เก่าไปยังเขตสังฆาวาส ขณะนั้นรอบๆ เงียบจนได้ยินเสียงแมลงชัดๆ จู่ๆ ก็มีลมเย็นวูบหนึ่งพัดมา ทั้งที่อากาศไม่ควรจะเย็นถึงขนาดนั้น</p><p><br/></p><p>พอถึงหน้ากุฏิ เด็กคนหนึ่งผลักประตูเบาๆ มันกลับ เอี๊ยดดดดด ดังลั่น ข้างในมืดสนิท เหมือนมีเงาดำเลือนๆ เคลื่อนไหวอยู่ตรงมุมห้อง ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์เบาๆ ดังขึ้น แต่ไม่ชัด เหมือนพระกำลังสวดบทใดบทหนึ่ง</p><p><br/></p><p>เด็กทั้งกลุ่มยืนตัวแข็ง ขนลุกไปทั้งตัว คนหนึ่งใจกล้าเงยหน้ามองเข้าไปลึกๆ ในกุฏิ แล้วเห็นเงาร่างในผ้าเหลืองนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น หน้าไม่ชัด เหมือนเลือนๆ แต่พอเงานั้นเงยหน้าขึ้นมา ตากลับว่างเปล่าและขาวโพลนทั้งหมด…</p><p><br/></p><p>เสียงสวดหยุดทันที เหลือเพียงเสียงระฆังดัง ก๊อง… ก๊อง… จากข้างวิหาร ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น</p><p><br/></p><p>เด็กๆ วิ่งหนีออกมาแทบไม่ทัน และตั้งแต่นั้นมา กุฏิหลังนั้นก็ถูกปิดตาย ชาวบ้านเล่าว่าถ้าใครเดินผ่านยามดึก มักจะเห็นเงาพระนั่งสวดมนต์อยู่ในความมืดเหมือนเดิม</p><p>น.ส นัชชา วาศิวต เลขที่20 ม.5/3</p><p>คนเล่า น.ส บุญเรือน มีเจริญ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4461573336/6a8adfee4fb674d688a854fdaf900a03/inbound3460581069472070246.jpg" />
         <pubDate>2025-09-29 01:57:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/pariyapat0041/jgczor1enx7a2wz1/wish/3608262789</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
