<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>หลักธรรมนิโรธและมรรค by วริศรา จันทร์พวง</title>
      <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6</link>
      <description>โพสต์คำตอบของคุณเกี่ยวกับหัวข้อการสนทนาโดยคลิกปุ่มบวกที่ด้านล่าง</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-06-16 23:29:17 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-13 03:49:28 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f4ac.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037076764</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อ6 วิปัสสนาญาณ9</p><p>ญาณในวิปัสสนา, ญาณที่นับเข้าในวิปัสสนาหรือที่จัดเป็นวิปัสสนา คือ เป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความเห็นแจ้ง เข้าใจ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.nirvanattain.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C.html">สภาวะของสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง</a></p><p>๑. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ (ญาณอันตามเห็นความเกิดและความดับ คือ พิจารณาความเกิดขึ้นและความดับไปแห่ง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.nirvanattain.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C.html">เบญจขันธ์</a> จนเห็นชัดว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ครั้นแล้วก็ต้องดับไป ล้วนเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปทั้งหมด)</p><p><br/></p><p>๒. ภังคานุปัสสนาญาณ (ญาณอันตามเห็นความสลาย คือ เมื่อเห็นความเกิดดับเช่นนั้นแล้ว คำนึงเด่นชัดในส่วนความดับอันเป็นจุดจบสิ้น ก็เห็นว่า<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.nirvanattain.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C.html">สังขาร</a>ทั้งปวงล้วนจะต้องสลายไปทั้งหมด)</p><p><br/></p><p>๓. ภยตูปัฏฐานญาณ (ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว คือ เมื่อพิจารณาเห็นความแตกสลายอันมีทั่วไปแก่ทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนั้นแล้ว สังขารทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นไปใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.nirvanattain.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97.html">ภพ</a>ใดคติใด ก็ปรากฏเป็นของน่ากลัว เพราะล้วนแต่จะต้องสลายไป ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น)</p><p><br/></p><p>๔. อาทีนวานุปัสสนาญาณ (ญาณอันคำนึงเห็นโทษ คือ เมื่อพิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงซึ่งล้วนต้องแตกสลายไป เป็นของน่ากลัวไม่ปลอดภัยทั้งสิ้นแล้ว ย่อมคำนึงเห็นสังขารทั้งปวงนั้นว่าเป็นโทษ เป็นสิ่งที่มีความบกพร่อง จะต้องระคนอยู่ด้วยทุกข์)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:41:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037076764</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037082956</link>
         <description><![CDATA[<p>ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม 10 คือจริยวัตร 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็น       หลักธรรม ประจำพระองค์ หรือเป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มีความเป็นไปโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้จำเพาะเจาะจงสำหรับพระเจ้าแผ่นดินหรือผู้ปกครองแผ่นดินเท่านั้น บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในทุกองค์กรก็พึงใช้หลักธรรมเหล่านี้</p><p><br/></p><p>1. ทาน หมายถึง พระราชทานพัสดุสิ่งของ หรือปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวิต แก่ผู้สมควรได้รับ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ และราษฎรผู้ยากไร้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ แก่พระราชวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามสมควรแก่ฐานะ.</p><p><br/></p><p>2. ศีล หมายถึง การทรงศีล หรือการที่ทรงตั้งสังวรรักษาพระอาการ กาย วาจา ให้สะอาดปราศจากโทษอันควรครหา พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จออกทรงผนวช เพื่อทรงศึกษาและปฏิบัติพระธรรมวินัย อุทิศพระราชกุศลพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย.</p><p><br/></p><p>3. บริจาค หมายถึง การพระองค์พระราชบริจาคไทยธรรม หรือสิ่งของที่พระราชทานให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่พระราช     วงศานุวงศ์ และทูลข้าละอองธุลีพระบาท ตามฐานะที่ราชการฉลองพระเดชพระคุณ รวมทั้งพระราชทานแก่ประชาชนผู้ยากไร้ได้อาศัยเลี้ยงชีวิต.</p><p><br/></p><p>4. อาชวะ หมายถึง ความซื่อตรง ทรงมีพระราชอัฌชาสัย อันประกอบด้วยความซื่อตรง ดำรงในสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อพระราชสัมพันธมิตรและพระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งปวง ไม่ทรงคิดลวง ประทุษร้ายโดยอุบายผิดยุติธรรม.</p><p><br/></p><p>5. มัททวะ หมายถึง ความอ่อนโยน ทรงมีพระราชอัฌชาสัยอ่อนโยน ไม่ดื้อดึงถือพระองค์แม้มีผู้ตักเตือนในบางอย่าง ด้วยความมีเหตุผลก็จะทรงพิจารณาโดยถี่ถ้วน ถ้าถูกต้องดีชอบก็ทรงอนุโมทนา และปฏิบัติตาม ทรงสัมมาคารวะอ่อนน้อมแก่ท่านผู้เจริญโดยวัยและโดยคุณ ไม่ทรงดูหมิ่น.</p><p><br/></p><p>6. ตบะ หมายถึง ความเพียร ทรงสมาทานกุศลวัตร ด้วยการเอาพระราชหฤทัยใส่ ในการปกครองพระราชอาณาเขต และประชาชนให้มีความสุขปราศจากภยันตราย ตลอดถึงการที่ทรงมีพระอุตสาหะอันแรงกล้าในกุศลสมาทาน ระวังบาปที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพื่อจะกำจัดบาปกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เสื่อมสูญ ไม่ตั้งอยู่ในพระสันดาน.</p><p><br/></p><p>7. อักโกธะ หมายถึง ความไม่โกรธ ทรงมีพระกริยาที่ไม่โกรธโดยวิสัย มิใช่เหตุที่ควรโกรธ แม้มีเหตุที่ให้ทรงพระพิโรธ แต่ทรงข่มเสียให้อันตรธานสงบระงับไป ด้วยทรงมีพระเมตตาอยู่เสมอ ไม่ทรงปรารถนาจะก่อภัย ก่อเวรแก่ผู้ใด.</p><p><br/></p><p>8. อวิหิงสา หมายถึง ความไม่เบียดเบียน ด้วยทรงมีพระราชอัฌชาสัยกอปรด้วยพระราชกรุณา ไม่ทรงปรารถนาจะก่อทุกข์แก่ผู้ใดแม้กระทั้งสัตว์ ไม่ทรงเบียดเบียนพระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และอาณาประชาราษฎร์ ให้ลำบากด้วยเหตุอันไม่ควรกระทำ.</p><p><br/></p><p>9. ขันติ หมายถึง ความอดทน ทรงมีพระราชหฤทัยดำรงมั่นในขันติ มีความอดทนต่อสิ่งที่ควรอดทน เช่น อดทนต่อทุกข์ อดทนต่อเวทนาอันเกิดขึ้นในพระกาย และทรงมีพระขันติเมตตากรุณาธิคุณ งดโทษผู้มีความประมาท กระทำผิดล่วงพระอาญา และควรจะลงราชทัณฑ์ แต่ก็ทรงระงับด้วยความอดทนไว้ได้.</p><p><br/></p><p>10. อวิโรธนะ หมายถึง ความเที่ยงธรรม ทรงรักษาความยุติธรรมไม่ให้แปรผันจากสิ่งที่ตรง และดำรงพระอาการไม่ยินดี ยินร้าย ต่ออำนาจคติทั้งปวง หรืออีกนัยหนึ่ง คือความไม่ประพฤติผิดในขัตติยราชประเพณี ทรงดำรงอยู่ในพระราชจริยาวัตรของพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง.</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:47:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037082956</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037083287</link>
         <description><![CDATA[<p>หัวข้อ3ภิกขุอปริหาริยธรรม7</p><p>ธรรมสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการความเจริญรุ่งเรืองแก่องค์กรที่ตนเองปกครองมี 7 ประการคือ</p><p><br/></p><p>1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์</p><p><br/></p><p>2. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิก พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึ</p><p><br/></p><p>3. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลักการเดิม) ถือปฏิบัติตามวัชชีธรรม ตามที่วางไว้</p><p><br/></p><p>4. ท่านเหล่าใดเป็นใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น เห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งควรรับฟัง</p><p><br/></p><p>5. บรรดากุลสตรี กุมารีทั้งหลาย ให้อยู่โดยมิถูกข่มเหง หรือฉุดคร่าขืนใจ</p><p><br/></p><p>6. เคารพสักการบูชาเจดีย์ (ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุ ตลอดถึงอนุสาวรีย์ต่างๆ ของชาววัชชี (ประจำชาติ) ทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยทำแก่เจดีย์เหล่านั้นเสื่อมทรามไป</p><p><br/></p><p>7. จัดให้ความอารักขาคุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรมแก่พระอรหันต์ทั้งหลาย (ในที่นี้หมายความรวมถึงบรรพชิตผู้ดำรงธรรมเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนทั่วไปด้วย) โดยตั้งใจว่า ขอพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังไม่ได้มา พึงมาสู่แว่นแคว้นที่มาแล้ว ขอให้โดยผาสุกงทำ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:47:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037083287</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037084683</link>
         <description><![CDATA[<p>หัวข้อ7 วุฒิธรรม4 เเละอุบาสกธรรม5</p><p>วุฒิธรรม คือ ธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ ประการ คือ ๑. สัปปุริสูปสังเสวะ = คบคนดี ผู้ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ๒. โยนิโสมนสิการ = ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายอันแยบคาย ๓. สัทธัมมัสสวนะ = ฟังคำสั่งสอนของท่าน (คือ คนดี) โดยเคารพ ๔. ธัมมานุธัมมปฏิบัติ = ประพฤติธร</p><p>อุบาสกธรรม คือ (1) เป็น ผู้มีศรัทธา (2) เป็นผู้มีศีล (3) เป็นผู้ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล (4) ไม่แสวงหาผู้รับ ทักษิณานอกศาสนานี้ และ (5) ท าอุปการะในศาสนานี้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:49:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037084683</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037085240</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อ6 วิปัสสนาญาณ9</p><p>การแก้ปัญหาโดยใช้ อริยสัจ4</p><p>ทุกข์ (ผล)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สอบตก ทุกข์ใจเพราะการสอบตก</p><p>สมุทัย (เหตุ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่ตั้งใจเรียน ไม่อ่านหนังสือ</p><p>นิโรธ (ผล)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สอบผ่าน</p><p><br/></p><p>มรรค (เหตุ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตั้งใจเรียน อ่าน ท่องหนังสือ</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:49:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037085240</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037086781</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อ 1 ภาวนา4วิมุตติ5เเละนิพพาน</p><p>ภาวนา 4 ได้แก่ กายภาวนา สีลภาวนา จิตตภาวนา และปัญญาภาวนา เป็นหลักธรรมในการ </p><p>วิมุตติซึ่งมี5 ประการ ได้แก่ 1. วิกขัมภนวิมุตติ คือ การหลุดพ้นจากกิเลสชั่วคราว โดยอานาจของฌาน 2. ตทังควิมุตติ คือ การดับกิเลสด้วยองค์ธรรมที่ตรงกันข้าม 3. สมุจเฉทวิมุตติ คือ การหลุดพ้นโดยเด็ดขาด 4. ปฏิปัสสัมธิวิมุตติ คือ การหลุดพ้นด้วยความสงบระงับ 5. นิสสรณ์วิมุตติ คือ การดับกิเลส</p><p> นิพพานคือความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์[1] เป็นสภาพโลกุตระอันเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในศาสนาพุทธ[2]</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 03:51:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037086781</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037104771</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อ9 อธิปไตย3 อริยวัฑฒิ5</p><p>1. อัตตาธิปไตย หมายถึงการถือตนเป็นใหญ่ กระทำการโดยยึดความคิดเห็นของตนเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งเปรียบได้กับเผด็จการ</p><p>2. โลกาธิปไตย หมายถึงการถือโลกเป็นใหญ่ กระทำการโดยยึดถือกระแสของโลกเป็นประมาณ ซึ่งเปรียบได้กับประชาธิปไตย</p><p>3. ธัมมาธิปไตย หมายถึงการถือธรรมคือความถูกต้องเป็นใหญ่ กระทำการโดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ปกครองทั้งในระบอบเผด็จการ และประชาธิปไตยจะต้องยึดถือ โดยที่ผู้ปกครองในระบอบเผด็จการจะต้องมีสติคอยกำกับ การคิด การพูด และการทำตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เหลิงและหลงในอำนาจนั้น</p><p><br/></p><p>ตัวอย่าง</p><p>ปัญหา ระบบประชาธิปไตยโดนยึดครองและประโยชน์</p><p>การแก้ไข</p><p>ทุกข์ คือ ธิปไตยโดนยึดครอง</p><p>สมุทัย คือ ระบอบประชาธิปไตยไม่มีความไตร่ตรอง</p><p>นิโรธ คือ ระบบประชาธิปไตยต้องมีความไตร่ตรองรับฟังความคิดเห็นต่างๆและคิดถึงประชาชนเป็นหลัก</p><p>มรรค คือ ระบอบประชาธิปไตยต้องยึดความไตร่ตรองและนำสิ่งที่ดีมีประโยชน์มาปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก โดยยึดประโยชน์ของประเทศ และประชาชนโดยรวมเป็นหลัก ทั้งตัวผู้ปกครองเอง</p><p><br/></p><p><strong>อริยวัฑฒิ 5</strong> หมายถึง หลักปฏิบัติที่นำไปสู่ความเจริญงอกงามหรือความเป็นคนดี ประกอบด้วยคุณสมบัติ <strong>5</strong> ประการ คือ ศรัทธา คือ ความเชื่อในสิ่งที่ ควรเชื่อ เชื่อด้วยปัญญาและเหตุผล ศีล ในทางปฏิบัติคือการรักษาศีล สุตะ คือ การศึกษา และแสวงหาความรู้ จาคะ คือ การรู้จักเสียสละ แบ่งปันสิ่งของให้แก่ผู้อื่น</p><p><br/></p><p>ตัวอย่าง</p><p>เพื่เพื่อนโกหกว่าจะเงินเรา100บาท เราจะไม่ตอบรับเราจะคิดก่อนว่าเพื่อนให้เพราะอะไร คิดด้วยเหตุผลตามหลักอริยวัฑฒิ5</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-06-25 04:11:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3037104771</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3042438242</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อ2.พระสัทธรรม3และพละ5</p><p>พระสัทธรรม3</p><p><strong>1. ปริยัตติสัทธรรม สัทธรรมคือคำสั่งสอนอันจะต้องเล่าเรียน</strong></p><p><strong>2. ปฏิปัตติสัทธรรม สัทธรรมคือปฏิปทาอันจะต้องปฏิบัติ</strong></p><p><strong>3. ปฏิเวธสัทธรรม สัทธรรมคือผลที่ได้จากการปฏิบัติ</strong></p><p><strong>พละ5</strong></p><p><strong>1.สัทธา คือความเชื่อ</strong></p><p><strong>2.วิริยะ คือความเพียร</strong></p><p><strong>3.สติ คือความระลึกได้</strong></p><p><strong>4. สมาธิ คือความตั้งจิตมั่นคง</strong></p><p><strong>5ปัญญา คือความรู้ทั่วไป</strong></p><p><br/></p><p><strong>ตัวอย่าง</strong></p><p>ศรัทธาในการไปฟังธรรม มีแสดงธรรมที่ไหนก็จะอยากไป แล้วเพียรพยายามที่จะไป ความพอใจที่จะทำอะไรทำให้เรามีกำลังขึ้นมีศรัทธาและฉันทะ แล้วก็จะมีความเพียร</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-01 14:36:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3042438242</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3043891832</link>
         <description><![CDATA[<p>เรื่องพระสัทธรรม3และพละ5</p><p>นางสาวธันยมัย ตันเพ็ง เลขที่17</p><p>นางสาวชัชฎาภรณ์ น่ารัก เลขที่16</p><p>นางสาววริศรา  ขยันการ  เลขที่20</p><p>นางสาวเพ็ญนภา วงค์หาญ เลขที่19</p><p>นางสาวนันทวรรณ์ อุตะมะ เลขที่30</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-03 02:58:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3043891832</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3043910194</link>
         <description><![CDATA[<p>วุฑฒิ ๔</p><p><br/></p><p>น. ธรรมเป็นเครื่องเจริญ ๔ ประการ คือ </p><p>๑. สัปปุริสูปสังเสวะ = คบคนดี ผู้ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา </p><p>๒. โยนิโสมนสิการ = ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายอันแยบคาย </p><p>๓. สัทธัมมัสสวนะ = ฟังคำสั่งสอนของท่าน (คือ คนดี) โดยเคารพ </p><p>๔. ธัมมานุธัมมปฏิบัติ = ประพฤติธร</p><p><br/></p><p>พระพุทธพจน์ที่กล่าวถึงบทบาทของอุบาสกอุบาสิกา ไว้ในอุบาสกจัณฑาลสูตรว่า อุบาสกประกอบ ด้วยธรรม 5 ประการ เป็นอุบาสกแก้ว เป็นอุบาสกปทุม และเป็นอุบาสกบุณฑริกธรรม คือ </p><p>(1) เป็น ผู้มีศรัทธา </p><p>(2) เป็นผู้มีศีล </p><p>(3) เป็นผู้ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล </p><p>(4) ไม่แสวงหาผู้รับ ทักษิณานอกศาสนานี้ และ (5) ท าอุปการะในศาสนา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-03 03:12:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3043910194</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3045799188</link>
         <description><![CDATA[<p>มงคล ๓๘ ประการ</p><p>มงคล คือเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัติ นำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญหรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการได้แก่</p><p>๑. การไม่คบคนพาล</p><p>๒. การคบบัญฑิต</p><p>๓. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา</p><p>๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร</p><p>๕. เคยทำบุญมาก่อน</p><p>๖. การตั้งตนชอบ</p><p>๗. ความเป็นพหูสูต</p><p>๘. การรอบรู้ในศิลปะ</p><p>๙. มีวินัยที่ดี</p><p>๑๐.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต</p><p>๑๑.การบำรุงบิดามารดา</p><p>๑๒.การสงเคราะห์บุตร</p><p>๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา</p><p>๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง</p><p>๑๕.การให้ทาน</p><p>๑๖.การประพฤติธรรม</p><p>๑๗.การสงเคราะห์ญาติ</p><p>๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ</p><p>๑๙.ละเว้นจากบาป</p><p>๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา</p><p>๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย</p><p>๒๒.มีความเคารพ</p><p>๒๓.มีความถ่อมตน</p><p>๒๔.มีความสันโดษ</p><p>๒๕.มีความกตัญญู</p><p>๒๖.การฟังธรรมตามกาล</p><p>๒๗.มีความอดทน</p><p>๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย</p><p>๒๙.การได้เห็นสมณะ</p><p>๓๐.การสนทนาธรรมตามกาล</p><p>๓๑.การบำเพ็ญตบะ</p><p>๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์</p><p>๓๓.การเห็นอริยสัจ</p><p>๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน</p><p>๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม</p><p>๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก</p><p>๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส</p><p>๓๘.มีจิตเกษม</p><p><br/></p><p>นาย พงษ์พิชญ์  อัศวกฤษนาวิน  ชั้น ม.4/4  เลขที่10</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-05 02:06:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3045799188</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3055280499</link>
         <description><![CDATA[<p>มงคล ๓๘ ประการ</p><p>มงคล คือเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึงปฏิบัติ นำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญหรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการได้แก่</p><p>๑. การไม่คบคนพาล</p><p>๒. การคบบัญฑิต</p><p>๓. การบูชาบุคคลที่ควรบูชา</p><p>๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร</p><p>๕. เคยทำบุญมาก่อน</p><p>๖. การตั้งตนชอบ</p><p>๗. ความเป็นพหูสูต</p><p>๘. การรอบรู้ในศิลปะ</p><p>๙. มีวินัยที่ดี</p><p>๑๐.กล่าววาจาอันเป็นสุภาษิต</p><p>๑๑.การบำรุงบิดามารดา</p><p>๑๒.การสงเคราะห์บุตร</p><p>๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา</p><p>๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง</p><p>๑๕.การให้ทาน</p><p>๑๖.การประพฤติธรรม</p><p>๑๗.การสงเคราะห์ญาติ</p><p>๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ</p><p>๑๙.ละเว้นจากบาป</p><p>๒๐.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา</p><p>๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย</p><p>๒๒.มีความเคารพ</p><p>๒๓.มีความถ่อมตน</p><p>๒๔.มีความสันโดษ</p><p>๒๕.มีความกตัญญู</p><p>๒๖.การฟังธรรมตามกาล</p><p>๒๗.มีความอดทน</p><p>๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย</p><p>๒๙.การได้เห็นสมณะ</p><p>๓๐.การสนทนาธรรมตามกาล</p><p>๓๑.การบำเพ็ญตบะ</p><p>๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์</p><p>๓๓.การเห็นอริยสัจ</p><p>๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน</p><p>๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม</p><p>๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก</p><p>๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส</p><p>๓๘.มีจิตเกษม</p><p>นายรณวีร์ ชลานุชพงศ์ เลขที่11</p><p>นายจิตติโชค ศรีเสริม เลขที่1</p><p>นายศิวกร ศรีตะชัย เลขที่2</p><p>นายชาญเดช อริพงษ์ เลขที่7</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-07-17 03:13:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3055280499</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3117870733</link>
         <description><![CDATA[<p>มงคล ๓๘ ประการ</p><p><br/></p><p>มงคล คือเหตุแห่งความ</p><p><br/></p><p>สุข ความก้าวหน้าในการ</p><p><br/></p><p>ดำเนินชีวิต ซึ่ง</p><p><br/></p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึง ปฏิบัติ นำมาจากบทมงคล สูตรที่พระพุทธเจ้าตรัส ตอบปัญหาเทวดาที่ถาม ว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ ชีวิตประสบความเจริญ หรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการได้แก่</p><p><br/></p><p>๑. การไม่คบคนพาล</p><p>๒. การคบบัญฑิต</p><p>๓. การบูชาบุคคลที่ควร บูชา</p><p>๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร</p><p>มงคล ๓๘ ประการ</p><p>มงคล คือเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการ</p><p><br/></p><p>ดำเนินชีวิต ซึ่ง</p><p><br/></p><p>พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้พึง ปฏิบัติ นำมาจากบทมงคล สูตรที่พระพุทธเจ้าตรัส ตอบปัญหาเทวดาที่ถาม ว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ ชีวิตประสบความเจริญ หรือมี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ๓๘ ประการได้แก่</p><p><br/></p><p>๑. การไม่คบคนพาล</p><p>๒. การคบบัญฑิต</p><p>๓. การบูชาบุคคลที่ควร บูชา</p><p>๔. การอยู่ในถิ่นอันสมควร</p><p>๕. เคยทำบุญมาก่อน</p><p>๖. การตั้งตนชอบ</p><p>๗. ความเป็นพหูสูต</p><p>๘. การรอบรู้ในศิลปะ</p><p>๙. มีวินัยที่ดี</p><p>๑๐.กล่าววาจาอันเป็น สุภาษิต</p><p>๑๑.การบำรุงบิดามารดา</p><p>๑๒.การสงเคราะห์บุตร</p><p>๑๓.การสงเคราะห์ภรรยา</p><p>๑๔.ทำงานไม่ให้คั่งค้าง</p><p>๑๕.การให้ทาน</p><p>๑๖.การประพฤติธรรม</p><p>๑๗.การสงเคราะห์ญาติ</p><p>๑๘.ทำงานที่ไม่มีโทษ</p><p>๑๙.ละเว้นจากบาป</p><p>๒๐.สำรวมจากการดื่ม</p><p>น้ำเมา</p><p>๒๑.ไม่ประมาทในธรรมทั้ง หลาย</p><p>๒๒.มีความเคารพ</p><p>๒๓.มีความถ่อมตน</p><p>๒๔.มีความสันโดษ</p><p>๒๕.มีความกตัญญู</p><p>๒๖.การฟังธรรมตามกาล</p><p>๒๗.มีความอดทน</p><p>๒๘.เป็นผู้ว่าง่าย</p><p>๒๙.การได้เห็นสมณะ๓๑.การบำเพ็ญตบะ</p><p>๓๒.การประพฤติพรหมจรรย์</p><p>๓๓.การเห็นอริยสัจ</p><p>๓๔.การทำให้แจ้งซึ่งพระ</p><p>นิพพาน</p><p>๓๕.มีจิตไม่หวั่นไหวใน</p><p>โลกธรรม</p><p>๓๖.มีจิตไม่เศร้าโศก</p><p>๓๗.มีจิตปราศจากกิเลส</p><p>๓8.มีจิตเกษม</p><p><br/></p><p>ธันวา กลิ่นแก้ว ม.4/6เลขที่19</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-13 03:49:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/std64121100126/inxrh8ayflw403o6/wish/3117870733</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
