<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ ปวส. 1 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ by อาวุธ จุมปา</title>
      <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v</link>
      <description>ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-10-20 07:02:36 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-06 15:06:21 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ครูอาวุธ  จุมปา</title>
         <author>kruberm3990</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/198951883</link>
         <description><![CDATA[<div>ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคนเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและเราจะก้าวไปให้ทันกับยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ 21 และยุคไทยแลนด์ 4.0 </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padletuploads.blob.core.windows.net/prod/200124334/f2dc70097a4b8d6db536707632e4a090/11034305_729437900503137_3337271842149186591_n.jpg" />
         <pubDate>2017-10-20 07:08:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/198951883</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285047</link>
         <description><![CDATA[<div> นายจิตวัต คำเผ่า ปวส.1/7 เลขที่ 3 <br> </div><div>คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า<strong> Computare</strong> ซึ่งหมายถึง <strong>การนับ หรือ การคำนวณ</strong> ดังนั้นถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เครื่องคำนวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือเครื่องไฟฟ้า ต่างก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสิ้น ลูกคิดที่เคยใช้กันในร้านค้า ไม้บรรทัด คำนวณ (slide rule) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือประจำตัววิศวกรในยุคยี่สิบปีก่อน หรือเครื่องคิดเลข ล้วนเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด </div><div>ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึงเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า<strong>เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์</strong> </div><div>คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิด คำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลข และ ตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนียังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:43:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285047</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีระวัฒน์ สินสวัสดิ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285093</link>
         <description><![CDATA[<div> <br>คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ <br>ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์" </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:43:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285120</link>
         <description><![CDATA[<div> เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ (ส่วนตัวเครื่องและอุปกรณ์) และซอฟต์แวร์ (ส่วนชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน) สามารถทำงานคำนวณผล และเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง และอัตโนมัติ. </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:43:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285120</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285194</link>
         <description><![CDATA[<div>    คอมพิวเตอร์ (computer) เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อสังคมของมนุษย์เราในปัจจุบัน แทบทุกวงการ ล้วนนำคอมพิวเตอร์เข้า ไปเกี่ยวข้องกับการใช้งาน จนกล่าวได้ว่า คอมพิวเตอร์เป็นปัจจัย ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อ การดำเนินชีวิตและ การทำงานใน ชีวิตประจำวัน ฉะนั้น การเรียนรู้เพื่อทำ ความรู้จัก กับคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะ ทราบว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร <br><br>ความหมายของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div>          คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า<strong> Computare</strong> ซึ่งหมายถึง <strong>การนับ หรือ การคำนวณ</strong> ดังนั้นถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เครื่องคำนวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือเครื่องไฟฟ้า ต่างก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสิ้น ลูกคิดที่เคยใช้กันในร้านค้า ไม้บรรทัด คำนวณ (slide rule) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือประจำตัววิศวกรในยุคยี่สิบปีก่อน หรือเครื่องคิดเลข ล้วนเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด<br><br></div><div>          ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึงเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า<strong>เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์<br></strong><br></div><div><strong>            </strong>คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิด คำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลข และ ตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป นอกจากนียังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ <br><br></div><div><br><br>โครงสร้างข้อมูล (Data Structure)<br><br></div><div> ในการนำข้อมูลไปใช้นั้น เรามีระดับโครงสร้างของข้อมูลดังนี้<br><br></div><div><strong>          บิต (Bit)</strong>  คือ ข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้ งานได้ ซึ่งได้แก่ เลข 0 หรือ เลข 1 เท่านั้น<br><br></div><div>        <strong>  ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character)</strong> ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0, 1, …, 9, A, B, …, Z และเครื่องหมายต่างๆ ซึ่ง 1 ไบต์จะเท่ากับ 8 บิต หรือ ตัวอักขระ 1 ตัว เป็นต้น<br><br></div><div>          <strong>ฟิลด์ (Field)</strong> ได้แก่ ไบต์ หรือ อักขระตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไปรวมกันเป็นฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว(ID) ชื่อพนักงาน(name) เป็นต้น<br><br></div><div>        <strong>  เรคคอร์ด (Record)</strong> ได้แก่ ฟิลด์ตั้งแต่ 1 ฟิลด์ ขึ้นไป ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องรวมกันเป็นเรคคอร์ด เช่น ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัว ยอดขาย ข้อมูลของพนักงาน 1 คน เป็น 1 เรคคอร์ด<br><br></div><div>        <strong>  ไฟล์ (Files) หรือ แฟ้มข้อมู</strong>ล ได้แก่ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน เช่น ข้อมูลของประวัติพนักงานแต่ละคนรวมกันทั้งหมดเป็นไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับประวัติพนักงานของบริษัท เป็นต้น<br><br></div><div>          <strong>ฐานข้อมูล (Database)</strong> คือ การเก็บรวบรวมไฟล์ข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องกันมารวมเข้าด้วยกัน เช่น ไฟล์ข้อมูลของแผนกต่างๆ มารวมกัน เป็นฐานข้อมูลของบริษัท เป็นต้น<br><br></div><div><strong>การวัดขนาดข้อมูล<br></strong><br></div><div><strong>          </strong>ในการพิจารณาว่าข้อมูลใดมีขนาดมากน้อยเพียงไร เรามีหน่วยในการวัดขนาดของข้อมูลดังต่อไปนี้<br><br></div><div>8 Bit = 1 Byte <br>1,024 Byte = 1 KB (กิโลไบต์) <br>1,024 KB = 1 MB (เมกกะไบต์) <br>1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต์) <br>1,024 GB = 1TB (เทระไบต์)<br><br></div><div><br><br>ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div>         1.จากการที่คอมพิวเตอร์มีลักษณะเด่นหลายประการ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อ การดำเนินชีวิตประจำวัน ในสังคมเป็นอย่างมาก ที่พบเห็นได้บ่อย ที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรียกว่างานประมวลผล (word processing ) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้<br><br></div><div>        2.งานธุรกิจ เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มา ช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การ ผลิตมีคุณภาพดีขึ้นบริษัทยังสามารถรับ หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย<br><br></div><div>        3.งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนำคอมพิวเตอร์มา ใช้ในนำมาใช้ในส่วน ของการ คำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ หรืองานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็นอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น<br><br></div><div>        4.งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสาร ก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน<br><br></div><div>        5.งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรง สั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำนวณ และแสดงภาพสถาน การณ์ใกล้เคียงความจริง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ต่างๆ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน<br><br></div><div>      6.งานราชการ เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาท และหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จัดในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็นต้น<br><br></div><div>        7. การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มา ช่วยการสอนในลักษณะ บทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด<br><br></div><div> <br><br></div><div> ข้อมูลจาก หมวดวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และ <a href="http://web.ku.ac.th/schoolnet/">http://web.ku.ac.th/schoolnet/</a><br><br>ประเภทของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div>การจำแนกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะวิธีการทำงานภายในเครื่องคอมพิวเตอร์อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ<br><br></div><div><strong>แอนะล็อกคอมพิวเตอร์ (analog computer)<br></strong><br></div><div>          เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ค่าตัวเลขเป็นหลักของการคำนวณ แต่จะใช้ค่าระดับแรงดันไฟฟ้าแทน ไม้บรรทัดคำนวณ อาจถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของแอนะล็อกคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ค่าตัวเลขตามแนวความยาวไม้บรรทัดเป็นหลักของการคำนวณ โดยไม้บรรทัดคำนวณจะมีขีดตัวเลขกำกับอยู่ เมื่อไม้บรรทัดหลายอันมรประกบรวมกัน การคำนวณผล เช่น การคูณ จะเป็นการเลื่อนไม้บรรทัดหนึ่งไปตรงตามตัวเลขของตัวตั้งและตัวคูณของขีดตัวเลขชุดหนึ่ง แล้วไปอ่านผลคูณของขีดตัวเลขอีกชุดหนึ่งแอนะล็อกคอมพิวเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์จะใช้หลักการทำนองเดียวกัน โดยแรงดันไฟฟ้าจะแทนขีดตัวเลขตามแนวยาวของไม้บรรทัด<br><br></div><div>          แอนะล็อกคอมพิวเตอร์จะมีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่แยกส่วนทำหน้าที่เป็นตัวกระทำและเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ จึงเหมาะสำหรับงานคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่อยู่ในรูปของสมการคณิตศาสตร์ เช่น การจำลองการบิน การศึกษาการสั่งสะเทือนของตึกเนื่องจากแผ่นดินไหว ข้อมูลตัวแปรนำเข้าอาจเป็นอุณหภูมิความเร็วหรือความดันอากาศ ซึ่งจะต้องแปลงให้เป็นค่าแรงดันไฟฟ้า เพื่อนำเข้าแอนะล็อกคอมพิวเตอร์ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็นแรงดันไฟฟ้าแปรกับเวลาซึ่งต้องแปลงกลับไปเป็นค่าของตัวแปรที่กำลังศึกษา<br><br></div><div>          ในปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นแอนะล็อกคอมพิวเตอร์เท่าไรนักเพราะผลการคำนวณมีความละเอียดน้อย ทำให้มีขีดจำกัดใช้ได้กับงานเฉพาะบางอย่างเท่านั้น <br>  <br><strong>ดิจิทัลคอมพิวเตอร์ (digital computer)<br></strong><br></div><div>          คอมพิวเตอร์ที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน จัดเป็นดิจิทัลคอมพิวเตอร์แทบทั้งหมด ดิจิทัลคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานเกี่ยวกับตัวเลข มีหลักการคำนวณที่ไม่ใช่แบบไม้บรรทัดคำนวณ แต่เป็นแบบลูกคิด โดยแต่และหลักของลูกคิดคือ หลักหน่วย หลักร้อย และสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นระบบเลขฐานสินที่แทนตัวเลขจากศูนย์ถ้าเก้าไปสิบตัวตามระบบตัวเลขที่ใช้ในชีวิตประจำวัน<br><br></div><div>          ค่าตัวเลขของการคำนวณในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะแสดงเป็นหลักเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นระบบเลขฐานสองที่มีสัญลักษณ์ตัวเลขเพียงสองตัว คือเลขศูนย์กับเลขหนึ่งเท่านั้น โดยสัญลักษณ์ตัวเลขทั้งสองตัวนี้ จะแทนลักษณะการทำงานภายในซึ่งเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ต่างกัน การคำนวณภายในดิจิทัลคอมพิวเตอร์จะเป็นการประมวลผลด้วยระบบเลขฐานสองทั้งหมด ดังนั้นเลขฐานสิบที่เราใช้และคุ้นเคยจะถูกแปลงไปเป็นระบบเลขฐานสองเพื่อการคำนวณภายในคอมพิวเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังเป็นเลขฐานสองอยู่ ซึ่งคอมพิวเตอร์จะแปลงเป็นเลขฐานสิบเพื่อแสดงผลให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย  <br><br></div><div><br><br>องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div><strong>1.ฮาร์ดแวร์</strong><br>          หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม)7 เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงาน ได้ 4 หน่วย คือ หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน ดังภาพ<br><br></div><div><strong>2. ซอฟท์แวร์</strong> <br>          หมายถึง ส่วนที่มนุษย์สัมผัสไม่ได้โดยตรง (นามธรรม) เป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่ง ที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อ สั่งให้เครื่อง คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์เรา ก็ไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้เลย ซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น<br><br></div><div>          2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับระบบ (System Software)<br>          คือ ชุดของคำสั่งที่เขียนไว้เป็นคำสั่งสำเร็จรูป ซึ่งจะทำงานใกล้ชิดกับคอมพิวเตอร์มากที่สุด เพื่อคอยควบคุมการ ทำงาน ของฮาร์ดแวร์ทุกอย่าง และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการใช้งาน ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมระบบที่รู้จักกันดีก็คือ DOS, Windows, Unix, Linux รวมทั้งโปรแกรมแปลคำสั่งที่เขียนในภาษาระดับสูง เช่น ภาษา Basic, Fortran, Pascal, Cobol, C เป็นต้น นอกจากนี้โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบระบบเช่น Norton’s Utilities ก็นับเป็นโปรแกรมสำหรับระบบด้วยเช่นกัน<br><br></div><div>          2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)<br>          คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่นำมาให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การจัดเก็บ ข้อมูล เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ<br><br></div><div>               2.1.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนขึ้นเพื่อการทำงานเฉพาะอย่างที่เราต้องการ บางที่เรียกว่า User’s Program เช่น โปรแกรมการทำบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมระบบเช่าซื้อ โปรแกรมการทำสินค้าคงคลัง เป็นต้น ซึ่งแต่ละ โปรแกรม ก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอร์มแตกต่างกันออกไปตามความต้องการ หรือกฏเกณฑ์ของ แต่ละหน่วยงาน ที่ใช้ ซึ่งสามารถ ดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเติม (Modifications) ในบางส่วนของโปรแกรมได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่เขียน ขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่มักใช้ภาษาระดับสูงเป็นตัวพัฒนา<br><br></div><div>               2.1.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีผู้จัดทำไว้ เพื่อใช้ในการทำงานประเภทต่างๆ ทั่วไป โดย ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลของตนได้ แต่จะไม่สามารถทำการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้ ผู้ใช้ไม่จำ เป็นต้องเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม นอกจากนี้ ยังไม่ต้อง เวลามากในการฝึกและปฏิบัติ ซึ่งโปรแกรมสำเร็จรูปนี้ มักจะมีการใช้งานในหน่วยงานเรา ขาดบุคลากร ที่มีความชำนาญ เป็นพิเศษ ในการเขียนโปรแกรม ดังนั้น การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจึงเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวก และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตัวอย่างโปรแกรม สำเร็จรูปที่นิยมใช้ได้แก่ MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer และ เกมส์ต่างๆ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>3.บุคลากร(people ware)<br></strong>          หมายถึง บุคลากรในงานด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งาน สั่งงานเพื่อ ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ตามที่ต้องการ แบ่งออกได้ 4 ระดับ ดังนี้<br><br></div><div>          3.1 ผู้จัดการระบบ (System Manager)<br>คือ ผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหน่วยงาน<br><br></div><div>          3.2 นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)<br>คือ ผู้ที่ศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหม่และทำการวิเคราะห์ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในการใช้คอมพิวเตอร์กับระบบงาน เพื่อให้โปรแกรมเมอร์เป็นผู้ที่เขียนโปรแกรมให้กับระบบงาน<br><br></div><div>          3.3 โปรแกรมเมอร์ (Programmer)<br>คือ ผู้เขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเขียนตาม แผนผังที่นักวิเคราะห์ ระบบได้เขียนไว้<br><br></div><div>          3.4 ผู้ใช้ (User)<br> คือ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่อง และวิธีการใช้งานโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรม ที่มีอยู่สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการเนื่องจากเป็นผู้กำหนดโปรแกรมและใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ มนุษย์จึงเป็น ตัวแปรสำคัญในอันที่จะทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากคำสั่งและข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ได้รับจากการ กำหนดของมนุษย์ (Peopleware) ทั้งสิ้น<br><br></div><div><strong>4. ข้อมูล(data)<br></strong>          ข้อมูลเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่ต้องป้อนเข้าไปในคอมพิวเตอร์ พร้อมกับ โปรแกรมที่นักคอมพิวเตอร์เขียน ขึ้นเพื่อผลิตผลลัพธ์ที่ต้องการออกมา ข้อมูลที่สามารถนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ มี 5 ประเภท คือ ข้อมูลตัวเลข (Numeric Data) ข้อมูลตัวอักษร (Text Data) ข้อมูลเสียง (Audio Data) ข้อมูลภาพ (Images Data) และข้อมูลภาพเคลื่อนไหว (Video Data)<br><br></div><div>หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div>          คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทำงานของส่วนต่างๆที่มีความสัมพันธ์กัน เป็นกระบวนการ โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลักคือ Input   Process และ output<br><br></div><div><strong>ขั้นตอนที่ 1 : รับข้อมูลเข้า (Input)<br></strong><br></div><div>        เริ่มต้นด้วยการนำข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถผ่านทางอุปกรณ์ชนิดต่างๆ แล้วแต่ชนิดของข้อมูลที่จะป้อนเข้าไป เช่น ถ้าเป็นการพิมพ์ข้อมูลจะใช้แผงแป้นพิมพ์ (Keyboard) เพื่อพิมพ์ข้อความหรือโปรแกรมเข้าเครื่อง ถ้าเป็นการเขียนภาพจะใช้เครื่องอ่านพิกัดภาพกราฟิค (Graphics Tablet) โดยมีปากกาชนิดพิเศษสำหรับเขียนภาพ หรือถ้าเป็นการเล่นเกมก็จะมีก้านควบคุม (Joystick) สำหรับเคลื่อนตำแหน่งของการเล่นบนจอภาพ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ขั้นตอนที่ 2 : ประมวลผลข้อมูล (Process)<br></strong><br></div><div>        เมื่อนำข้อมูลเข้ามาแล้ว เครื่องจะดำเนินการกับข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ การประมวลผลอาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น นำข้อมูลมาหาผลรวม นำข้อมูลมาจัดกลุ่มนำข้อมูลมาหาค่ามากที่สุด หรือน้อยที่สุด เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ขั้นตอนที่ 3 : แสดงผลลัพธ์ (Output)<br></strong><br></div><div>        เป็นการนำผลลัพธ์จากการประมวลผลมาแสดงให้ทราบทางอุปกรณ์ที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปจะแสดงผ่านทางจอภาพ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า "จอมอนิเตอร์" (Monitor) หรือจะพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษโดยใช้เครื่องพิมพ์ก็ได้.<br><br></div><div> <br><br></div><div><br><br>ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์<br><br></div><div>เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทนข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้<br><br></div><div><strong>1. หน่วยเก็บ (Storage)<br></strong>         หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมากและเป็นเวลานาน นับเป็นจุดเด่นทางโครงสร้าง และเป็นหัวใจของการทำงานแบบอัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องด้วย<br><br></div><div><strong>2. ความเร็ว (Speed)<br></strong>         หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed) โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทาง โครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน<br><br></div><div><strong>3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting)<br></strong>         หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนดโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลก่อนการประมวลผลเท่านั้น<br><br></div><div><strong>4. ความน่าเชื่อถือ (Sure)<br></strong>        หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุดในการทำงาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้อง กับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูล ที่มนุษย์กำหนด ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือ หากมนุษย์ป้อนข้อมูล ที่ไม่ถูกต้องให้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ย่อม ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน<br><br></div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:44:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285194</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285322</link>
         <description><![CDATA[<div> หมายถึงอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเก็บและจำข้อมูลรวมถึงชุดคำสั่งในการทำงานได้ทำให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ด้วยอัตราความเร็วที่สูงมาก ใช้เพื่อประโยชน์ในการคำนวณหรือทำงานต่าง ๆ ได้เกือบทุกชนิดทุกประเภทและแสดงผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบต่าง ๆได้อย่างรวดเร็วถูกต้อง คอมพิวเตอร์มาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า Computare  <br>    <br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:44:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366285322</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธํญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286904</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 คอมพิวเตอร์ยุคหลอดสุญญากาศ</strong> หลอดสุญญากาศเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่และต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากเพื่อเผาไส้หลอดให้เกิดประจุอิเล็กตรอนวิ่งผ่านแผ่นตาราง (grid)   การทำงานของหลอดสุญญากาศเป็นวิธีการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนที่วิ่งผ่านแผ่นตารางยุคนี้คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงทำให้เครื่องมีความร้อนสูงเกิดปัญหาไส้หลอดขาดบ่อยแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก   ในปีพ.ศ. 2486 ได้มีผู้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้น และจัดได้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปเป็นเครื่องแรกของโลกมีชื่อว่าอินิแอค ( Electronic Numerical Integrator And Calculator : ENIAC)เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศและใช้งานที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียในระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้ก็มีการสร้างคอมพิวเตอร์และเครื่องคำนวณที่ใช้หลอดสุญญากาศขึ้นอีกหลายรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สร้างในยุคหลอดสุญญากาศยุคแรกนี้จะเน้นในเรื่องคำนวณการ</div>]]></description>
         <pubDate>2019-06-07 06:53:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286942</link>
         <description><![CDATA[<div> 1. <strong>คอมพิวเตอร์ยุคแรก</strong> หรือ <strong>คอมพิวเตอร์ยุคหลอดสูญญากาศ</strong> (พ.ศ. 2488-2501) <br><br>            อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย ถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC <br><br>            ในปี พ.ศ. 2486 วิศวกรสองคน คือ จอห์น มอชลี (John Mouchly) และ เจ เพรสเปอร์ เอ็ดเคิร์ท (J.Presper Eckert) ได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ และจัดได้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปเครื่องแรกของโลก ชื่อว่า อินิแอค (Electronic Numerical Intergrator And Calculator : ENIAC) <br><br>            ในปี พ.ศ. 2488 จอห์น วอน นอยแมน (John Von Neumannได้เสนอแนวคิดในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยความจำ เพื่อใช้เก็บข้อมูลและโปรแกรมการทำงานหรือชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะทำงานโดยเรียกชุดคำสั่งที่เก็บไว้ในหน่วยความจำมาทำงาน หลักการนี้เป็นหลักการที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:53:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286942</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร  เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286945</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1</strong> อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย ถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)</div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/ca99a1ea63a5de5f652bc300adcf7df9/2.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 06:53:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366286945</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287020</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>คอมพิวเตอร์ ยุคที่1</strong></div><div>เป็นการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มิใช่เครื่องคำนวณ โดยเมาช์ลีและเอ็กเคอร์ต (Mauchly and Eckert) ได้นำแนวความคิดนั้นมาประดิษฐ์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากเครื่องหนึ่งเรียกว่า ENIAC (Electronic Numericial Integrator and Calculator) ซึ่งต่อมาได้ทำการปรับปรุงการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น   และได้ประดิษฐ์เครื่อง UNIVAC (Universal Automatic Computer)ขึ้นเพื่อใช้ในการสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี จึงนับได้ว่า UNIVAC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่ถูกใช้งานในเชิงธุรกิจ ซึ่งนับเป็นการเริ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกอย่างแท้จริง เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้หลอดสุญญากาศในการควบคุมการทำงานของเครื่อง ซึ่งทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่มีขนาดใหญ่มากและราคาแพง ยุคแรกของคอมพิวเตอร์สิ้นสุดเมื่อมีผู้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสูญญากาศลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1ใช้อุปกรณ์ หลอดสุญญากาศ (Vacuum Tube) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และเกิดความร้อนสูงทำงานด้วยภาษาเครื่อง (Machine Language) เท่านั้นเริ่มมีการพัฒนาภาษาสัญลักษณ์ (Assembly / Symbolic Language) ขึ้นใช้งาน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:54:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287020</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวีระวํฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287054</link>
         <description><![CDATA[<div>    <strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1</strong></div><div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 คอมพิวเตอร์ยุคหลอดสุญญากาศ (พ.ศ. 2488  -  พ.ศ. 2501 )ภาพ หลอดสุญญยากาศ        </strong>        หลอดสุญญากาศเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่และต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากเพื่อเผาไส้หลอดให้เกิดประจุอิเล็กตรอนวิ่งผ่านแผ่นตาราง (grid)   การทำงานของหลอดสุญญากาศเป็นวิธีการควบคุมการไหลของอิเล็กตรอนที่วิ่งผ่านแผ่นตารางยุคนี้คอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงทำให้เครื่องมีความร้อนสูงเกิดปัญหาไส้หลอดขาดบ่อยแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก   ในปีพ.ศ. 2486 ได้มีผู้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้น และจัดได้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปเป็นเครื่องแรกของโลกมีชื่อว่าอินิแอค ( Electronic Numerical Integrator And Calculator : ENIAC)เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลอดสุญญากาศและใช้งานที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียในระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้ก็มีการสร้างคอมพิวเตอร์และเครื่องคำนวณที่ใช้หลอดสุญญากาศขึ้นอีกหลายรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สร้างในยุคหลอดสุญญากาศยุคแรกนี้จะเน้นในเรื่องคำนวณการ<br><strong>ภาพ คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปเป็นเครื่องแรกของโลกมีชื่อว่าอินิแอค                </strong>ในปีพ.ศ. 2488 จอห์นวอนนอยแมน (John Von Neumann) ได้สนใจเครื่องอินิแอคและได้เสนอแนวคิดในการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยความจำเพื่อใช้เก็บข้อมูลและโปรแกรมการทำงานหรือชุดคำสั่งของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์จะทำงานโดยเรียกชุดคำสั่งที่เก็บไว้ในหน่วยความจำมาทำงานหลักการนี้เป็นหลักการที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน                                               คอมพิวเตอร์ในยุคหลอดสุญญากาศได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับมีการพัฒนาหน่วยความจำถาวรที่เก็บข้อมูลได้จำนวนมากจนในที่สุดก็มีการใช้หน่วยเก็บข้อมูลในรูปจานแม่เหล็กและวงแหวนแม่เหล็กการเก็บข้อมูลในวงแหวนแม่เหล็กนี้ใช้มาจนถึงประมาณปี พ.ศ. 2513 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาวิธีการเก็บข้อมูลในรูปดรัมแม่เหล็กและเทปแม่เหล็กอีกด้วย   <strong>                                                                                                                            ลักษณะเฉพาะของคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1                </strong>1.ใช้หลอดสูญญากาศ เป็นส่วนประกอบหลัก                2.ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้กำลังไฟฟ้าสูง เกิดความร้อนสูง                3.ทำงานด้วยภาษาเครื่อง (Machine Language)                4.มีการพัฒนาภาษาสัญลักษณ์ เช่น Symbolic Language และ Assembly <br><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:54:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287054</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์ ถัดกระโทก</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287352</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อมพิวเตอร์ยุคที่ 2 คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2507)</strong></div><div><br></div><div><strong>ภาพ ทรานซิสเตอร์</strong></div><div>นักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการวิจัยเบล (Bell Laboratory) แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ได้สำเร็จทรานซิสเตอร์นี้มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการสร้างคอมพิวเตอร์ลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้คือใช้ทรานซิสเตอร์เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์และใช้วงแหวนแม่เหล็กเป็นหน่วยความจำเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่ายุคแรกราคาถูกลงต้นทุนต่ำกว่าคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่ามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่ามีความคงทนที่สำคัญคือสามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกกว่าหลอดสุญญากาศดังนั้นคอมพิวเตอร์ในยุคต่อมาจึงใช้ทรานซิสเตอร์และทำให้สิ้นสุดคอมพิวเตอร์ยุคหลอดสุญญากาศ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/e50b9e52183586ef18db11b9c57acceb/__.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 06:56:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287352</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287353</link>
         <description><![CDATA[<div> อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2507 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ (Transister) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และใช้วงแหวนแม่เหล็กเป็นหน่วยความจำ เป็นคอมพิเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่ายุคแรก ราคาถูกลง ต้นทุนต่ำกว่าใช้กระแสไฟฟ้าน้อย มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า</div><div> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:56:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287353</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287380</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2507)</strong></div><div><br></div><div><strong>ภาพ ทรานซิสเตอร์</strong></div><div>นักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการวิจัยเบล (Bell Laboratory) แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ได้สำเร็จทรานซิสเตอร์นี้มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการสร้างคอมพิวเตอร์ลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้คือใช้ทรานซิสเตอร์เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์และใช้วงแหวนแม่เหล็กเป็นหน่วยความจำเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่ายุคแรกราคาถูกลงต้นทุนต่ำกว่าคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่ามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่ามีความคงทนที่สำคัญคือสามารถผลิตได้ในราคาที่ถูกกว่าหลอดสุญญากาศดังนั้นคอมพิวเตอร์ในยุคต่อมาจึงใช้ทรานซิสเตอร์และทำให้สิ้นสุดคอมพิวเตอร์ยุคหลอดสุญญากาศ</div><div><strong>          เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์รุ่นแรกๆ </strong>ของบริษัทไอบีเอ็มเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงมีขีดความสามารถในเชิงการทำงานได้ดีขึ้นการเริ่มต้นใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์นี้ทำให้มีการผลิตคอมพิวเตอร์และใช้งานแพร่หลายกว่ายุคหลอดสุญญากาศมากองค์กรและหน่วยงานทั้งในภาครัฐบาลและเอกชนได้นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานและในปีพ.ศ. 2507 บริษัทไอบีเอ็มได้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเมนเฟรม (mainframe) และถือได้ว่าเป็นรากฐานการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคต่อมาจนถึงปัจจุบัน</div><div>         <strong>สำหรับในประเทศไทย</strong>มีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้เข้ามาใช้กันในปีพ.ศ. 2507 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำเข้ามาใช้ในการศึกษาในระยะเวลาเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติก็นำมาเพื่อใช้ในการทำสำมะโนประชากรนับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ในประเทศไทย</div><div>          <strong>คอมพิวเตอร์ในยุคนี้</strong>ได้ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วเช่นองค์การนาซาของสหรัฐอเมริกาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการคำนวณและควบคุมยานอวกาศต่างๆในยุคแรกและมีพัฒนาการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 คอมพิวเตอร์ยุควงจรรวม (พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2512)</div><div><strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 2</strong></div><div><br></div><div>            1.ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ (Semi-Conductor) เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เนื่องจากทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียว มีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่าหลอดสุญญากาศได้นับร้อยหลอด ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย ความร้อนต่ำ ทำงานเร็ว และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น</div><div>            2.เก็บข้อมูลได้ โดยใช้ส่วนความจำวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core)</div><div>            3.มีความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันของวินาที (Millisecond : mS)</div><div>           4.สั่งงานได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากทำงานด้วยภาษาสัญลักษณ์ (Assembly Language)                                   </div><div>           5.เริ่มพัฒนาภาษาระดับสูง (High Level Language) ขึ้นใช้งานในยุคนี้ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:56:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287380</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287382</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>ยุคที่ 2</strong>  มีการนำทรานซิสเตอร์ มาใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์จึงทำให้เครื่องมีขนาดเล็กลง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ</div><div>ในการทำงานให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในยุคนี้ยังได้มีการคิดภาษาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์</div><div>-ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ (Semi-Conductor) เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เนื่องจากทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียว มีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่าหลอดสุญญากาศได้นับร้อยหลอด ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย ความร้อนต่ำ ทำงานเร็ว และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น</div><div>-เก็บข้อมูลได้ โดยใช้ส่วนความจำวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core)</div><div>-มีความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันของวินาที (Millisecond : mS)</div><div>-สั่งงานได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากทำงานด้วยภาษาสัญลักษณ์ (Assembly Language)</div><div>-เริ่มพัฒนาภาษาระดับสูง (High Level Language) ขึ้นใช้งานในยุคนี้</div><div>เช่น ภาษาฟอร์แทน (FORTRAN) จึงทำให้ง่ายต่อการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้กับเครื่อง</div><div><br></div><div>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:56:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287382</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287402</link>
         <description><![CDATA[<div> 2. <strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง</strong> หรือ <strong>คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์</strong> (พ.ศ.2500-2507) <br><br>            คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้น โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน <br><br>            นักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการเบลแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์สำเร็จ ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการสร้างคอมพิวเตอร์ เพราะทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กใช้กระแสไฟฟ้าน้อย มีความคงทนและเชื่อถือได้สูง และราคาถูก ได้มีการผลิตคอมพิวเตอร์เรียกว่า เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ <br><br>            สำหรับประเทศไทยมีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในยุคนี้ พ.ศ. 2507 โดยจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยนำเข้ามาใช้ในการศึกษา ในระยะเวลาเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติก็นำมาเพื่อใช้ในการคำนวณสำมะโนประชากร นับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ในประเทศไทย <br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:56:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287402</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์ ถัดกระโทก</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287744</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 คอมพิวเตอร์ยุควงจรรวม (พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2512)</strong></div><div><br></div><div>       <strong>ประมาณปีพ.ศ. 2508</strong> ได้มีการพัฒนาวิธีการสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนมากลงบนแผ่นซิลิกอนขนาดเล็กและเกิดวงจรรวมบนแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่าไอซี (Integrated Circuit: IC)</div><div>          <strong>   ลักษณะของคอมพิวเตอร์</strong>ในยุคนี้คือใช้วงจรไอซีเป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถบรรจุวงจรทางตรรกะไว้แล้วพิมพ์บนแผ่นซิลิคอนเรียกว่าชิปซึ่งสามารถทำงานได้เท่ากับทรานซิสเตอร์หลายร้อยตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จึงมีขนาดเล็กลงความเร็วเพิ่มขึ้นและใช้กำลังไฟน้อย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:58:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287744</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287746</link>
         <description><![CDATA[<div> อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2513 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) หรือเรียกว่าวงจรไอซี ซึ่งเป็นสารกึ่งตัวนำที่บรรจุวงจีทางตรรกะไว้ แล้วพิมพ์บนแผ่นซิลอคอน(Silicon) เรียกว่า <em>ชิป </em>ซึ่งสามารถทำงานได้เท่ากับทรานซิสเตอร์หลายร้อยตัว เครื่องคอมพิวเตอร์จึงมีขนาดเล็กลง ความเร็วเพิ่มขึ้นและใช้กำลังไฟน้อย</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/b16a0210d3d9ccb192d61e03c1cf43bd/5.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 06:58:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287746</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีรวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287763</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3</strong></div><div><strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 คอมพิวเตอร์ยุควงจรรวม (พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2512)</strong>       <strong>ประมาณปีพ.ศ. 2508</strong> ได้มีการพัฒนาวิธีการสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนมากลงบนแผ่นซิลิกอนขนาดเล็กและเกิดวงจรรวมบนแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่าไอซี (Integrated Circuit: IC)          <strong>   ลักษณะของคอมพิวเตอร์</strong>ในยุคนี้คือใช้วงจรไอซีเป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถบรรจุวงจรทางตรรกะไว้แล้วพิมพ์บนแผ่นซิลิคอนเรียกว่าชิปซึ่งสามารถทำงานได้เท่ากับทรานซิสเตอร์หลายร้อยตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จึงมีขนาดเล็กลงความเร็วเพิ่มขึ้นและใช้กำลังไฟน้อย          <strong>ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาการทางด้านอุปกรณ์เก็บข้อมูล</strong>มาเป็นฮาร์ดดิสก์ (harddisk) โดยนำแผ่นบันทึกหลายๆแผ่นวางซ้อนกันมีหัวอ่านหลายหัวฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์จึงเป็นอุปกรณ์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีความจุในการเก็บข้อมูลได้มากและรวดเร็ว<strong>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3</strong>1.ใช้อุปกรณ์ วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) หรือ ไอซี และวงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) เป็นอุปกรณ์หลัก2.ความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านของวินาที (Microsecond : mS) (สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ประมาณ 1,000 เท่า)                3.ทำงานได้ด้วยภาษาระดับสูงทั่วไป </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:58:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287763</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287790</link>
         <description><![CDATA[<div> 3. <strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม</strong> หรือ <strong>คอมพิวเตอร์ยุควงจรรวม</strong> (พ.ศ.2508-2512) <br><br>            คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม อยู่ระหย่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่าง ๆ ทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูประบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง <br><br>            ประมาณปี พ.ศ. 2508 ได้มีการพัฒนาสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนมากลงบนแผ่นซิลิกอนขนาดเล็ก และเกิดวงจรรวมบนแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่า ไอซี การใช้ไอซีเป็นส่วนประกอบทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง จึงมีบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กลง เรียกว่า "มินิคอมพิวเตอร์" <br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:59:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287790</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287807</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>ยุคที่ 3</strong> คอมพิวเตอร์ในยุคนี้เริ่มต้นภายหลังจากการใช้ทรานซิสเตอร์ได้เพียง 5 ปี เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับวงจรรวม (Integrated-Circuit) หรือเรียกกันย่อๆ ว่า "ไอซี" (IC) ซึ่งไอซีนี้ทำให้ส่วนประกอบและวงจรต่างๆ สามารถวางลงได้บนแผ่นชิป (chip) เล็กๆ เพียงแผ่นเดียว จึงมีการนำเอาแผ่นชิปมาใช้แทนทรานซิสเตอร์ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้มาก</div><div>นอกจากนี้ยังเริ่มมีการใช้งานระบบจัดการฐานข้อมูล (Data Base Management Sy) และมีการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้หลายๆ งานในเวลาเดียวกัน และมีระบบที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับเครื่องได้หลายๆ คน พร้อมๆ กัน (Time Sharing) stems : DBMS</div><div>ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3</div><div><br></div><div>-ใช้อุปกรณ์ วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) หรือ ไอซี และวงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) เป็นอุปกรณ์หลัก</div><div>-ความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านของวินาที (Microsecond : mS) (สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ประมาณ 1,000 เท่า)</div><div><br></div><div>-ทำงานได้ด้วยภาษาระดับสูงทั่วไป </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 06:59:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366287807</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์ ถัดกระโทก</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288136</link>
         <description><![CDATA[<div>คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 คอมพิวเตอร์ยุควีแอลเอไอส (พ.ศ. 2513 - พ.ศ. 2532) ภาพ วงจรวีแอลเอสไอ เทคโนโลยีทางด้านการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างเป็นวงจรรวมที่มีขนาดใหญ่มารวมในแผ่นซิลิกอนขนาดเล็กเรียกว่าวงจรวีแอลเอสไอ ( Very Large Scale Integrated circuit : VLSI ) เป็นวงจรรวมที่สามารถนำทรานซิสเตอร์จำนวนล้านตัวมารวมกันอยู่ในแผ่นซิลิกอนขนาดเล็กและผลิตเป็นหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนเรียกว่าไมโครโพรเซสเซอร์ (microprocessor)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/d62b30ce7b0cbd28fa38671f7ef7bbe0/2.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:01:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288136</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288139</link>
         <description><![CDATA[<div> อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2514 ถึง พ.ศ. 2523 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจร LSI (Large Scale Integration) เป็นการรวมวงจรไอซีจำนวนมากลงในแผ่นซิลิคอนชิป 1 แผ่น สามารถบรรจุได้มากกว่า 1 ล้านวงจร ขนาดของเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง หรือไมโครคอมพิวเตอร์ เป็นแบบตั้งโต๊ะ หรือพกพาได้ ทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/836c89e525ede5b91ad536a8827cce27/6.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:01:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288139</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288142</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่</strong> หรือ <strong>คอมพิวเตอร์ยุควีแอลเอสไอ</strong> (พ.ศ.2513-2532) <br><br>            คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก(Very Large Scale Integration : VLSI) เช่น ไมโครโพรเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงสามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่าง ๆ ได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง <br><br>            เทคโนโลยีทางด้านการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิคส์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างวงจรรวมที่มีขนาดใหญ่มารวมในแผ่นซิลิกอน เรียกว่า วีแอลเอสไอ (Very Large Scale Intergrated circuit : VLSI) เป็นวงจรรวมที่รวมเอาทรานซิสเตอร์จำนวนล้านตัวมารวมอยู่ในแผ่นซิลิกอนขนาดเล็ก และผลิตเป็นหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน เรียกว่า ไมโครโปรเซสเซอร์ (microprocessor) </div><div>        </div><div>            การใช้ VLSI เป็นวงจรภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์สูงขึ้น เรียกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องที่แพร่หลายและมีผู้ใช้งานกันทั่วโลก </div><div><br>            การที่คอมพิวเตอร์มีขีดความสามารถสูง เพราะ VLSI เพียงชิพเดียวสามารถสร้างเป็นหน่วยประมวลผลของเครื่องทั้งระบบหรือเป็นหน่วยความจำที่มีความจุสูงหรือเป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ขณะเดียวกันพัฒนาของฮาร์ดดิสก์ก็มีขนาดเล็กลงแต่ราคาถูกลง เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์จึงมีขนาดเล็กลงปาล์มทอป (palm top) โน็ตบุ๊ค (Notebook) </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:01:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288142</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288176</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>ยุคที่ 4</strong> เป็นยุคที่นำสารกึ่งตัวนำมาสร้างเป็นวงจรรวมความจุสูงมาก (Very Large Scale Integrated : VLSI) ซึ่งสามารถย่อส่วนไอซีธรรมดาหลายๆ วงจรเข้ามาในวงจรเดียวกัน และมีการประดิษฐ์ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) ขึ้น ทำให้เครื่องมีขนาดเล็ก ราคาถูกลง และมีความสามารถในการทำงานสูงและรวดเร็วมาก จึงทำให้มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ถือกำเนิดขึ้นลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4</div><div><br></div><div>ใช้อุปกรณ์ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) และ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่มาก (Very Large Scale Integration : VLSI) เป็นอุปกรณ์หลัก</div><div>มีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันล้านวินาที (Nanosecond : nS) และพัฒนาต่อมาจนมีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านล้านของวินาที (Picosecond : pS) มาในยุคนี้</div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:01:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288176</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีระวธํฒน์ สินสวัสดดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288189</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div>ยุคที่4</div><div>    จากวงจรไอซีได้มีการพัฒนาวงจรรวมความจุสูงหรือแอลเอสไอ (Large Scale Integrated Circuit : LSI) ขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2513 ทำให้สามารถบรรจุวงจรทรานซิสเตอร์จำนวนหลายพันตัวลงบนแผ่นซิลิคอนขนาด 1/6 ตารางนิ้ว นับเป็นการเริ่มยุคที่สี่ของคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ระหว่าง พ.ศ.2513 – 2532 และในปี พ.ศ. 2518 สามารถเพิ่มปริมาณวงจรหลายหมื่นวงจรลงบนซิลิคอนขนาดเท่าเดิม เรียกว่า วงจรรวมความจุสูงมากหรือวีแอลเอสไอ (Very Large Scale Integrated Circuit : VLSI) จากการประดิษฐ์วีแอลเอสไอสามารถนำมาสร้างเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central Processing Unit : CPU) ของคอมพิวเตอร์ และสามารถลดขนาดของคอมพิวเตอร์ให้เล็กลงจนสามารถตั้งบนโต๊ะทำงานในสำนักงาน หรือพกพาไปในที่ต่างๆ เหมือนกระเป๋าหิ้วได้ เรียกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เกิดในยุคนี้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์(microcomputer) นอกจากนี้ ยังสามารถนำวงจรวีแอลเอสไอมาสร้างเป็นหน่วยความจำรองที่สามารถเก็บข้อมูลในระหว่างที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ ทำให้ได้หน่วยความจำที่มีความจุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของคอมพิวเตอร์ยุคนี้จะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนคอมพิวเตอร์นอกจากช่วยงานคำนวณแล้วยังสามารถทำงานเฉพาะทางอื่นๆ ได้มากกว่าช่วยงานคำนวณ เช่น การนำเสนอข้อมูลแบบสื่อประสม <em>คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer)</em> <em>ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor)</em>         วงจรวีแอลเอสไอที่รวมทรานซิสเตอร์ได้นับพันตัวไว้บนแผ่นซิลิคอนที่มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับมือคนนอกจากการพัฒนาในระบบฮาร์ดแวร์แล้ว ในยุคนี้ยังมีการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นมาก มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่มีการติดต่อกับผู้ใช้ในรูปของกราฟิกที่เรียกว่าจียูไอ (Graphic User Interface : GUI) แทนการติดต่อแบบรายคำสั่ง (command line interface)ที่เป็นการพิมพ์คำสั่งทีละคำสั่งเพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ทำงานเช่นในอดีต ปัจจุบันเริ่มมีการใช้เมาส์ในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ และยังมีการพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จช่วยงานจำนวนมาก ทั้งที่เป็นงานสำนักงานทั่วไปและงานเฉพาะทาง เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ซอฟต์แวร์นำเสนอ ซอฟต์แวร์เหล่านี้ก็จะมีการติดต่อกับผู้ใช้แบบจียูไอ ทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น การใช้งานคอมพิวเตอร์จึงได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในยุคนี้ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:01:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288921</link>
         <description><![CDATA[<div> อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2524-ปัจจุบัน เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจร VLSI (Very Large Scale Integration) เป็นการพัฒนาไมโครโพรเซสเซอร์ให้มีประสิทธภาพมากขึ้น คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้เพื่อช่วยในการจัดการ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา โดยจะมีการเก็บข้อมูลไว้ เมื่อต้องการใช้งานก็สามารถเรียกข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้ในการทำงานได้ ขนาดเครื่องมีแนวโน้มเล็กลง และมีความเร็วสูงขึ้น เช่น โน๊ตบุ๊ก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/d69d2dc97b5a0f63708c7d89fd773aa4/7.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:06:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288921</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288923</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า</strong> หรือ <strong>คอมพิวเตอร์ยุคเครือข่าย </strong>(พ.ศ.2533-ปัจจุบัน) <br><br>            คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง <br><br>            เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์มีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานได้เร็ว การแสดงผล การจัดการข้อมูล สามารถประมวลได้ครั้งละมาก ๆ จึงทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลายงานพร้อมกัน (multitasking) ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์การโดยใช้เครือข่ายท้องถิ่นที่เรียกว่า Local Area Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆ กลุ่มขององค์การเข้าด้วยกันเกิดเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การ เรียกว่า อินทราเน็ต และหากนำเครือข่ายขององค์การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสากลที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก เรียกว่า อินเตอร์เน็ต (internet) <br><br>            คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันจึงเป็นคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกัน ทำงานร่วมกัน ส่งเอกสารข้อความระหว่างกัน สามารถประมวลผลรูปภาพ เสียง และวิดีทัศน์ ไมโครคอมพิวเตอร์ในยุคนี้จึงทำงานกับสื่อหลายชนิดที่เรียกว่าสื่อประสม (Multimedia) </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:06:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288925</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><br></div><div><strong>ยุคที่ 5</strong> ในยุคนี้ ได้มุ่งเน้นการพัฒนา ความสามารถในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ ความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน มีการพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กขนาดเล็ก (Portable Computer) ขึ้นใช้งานในยุคนี้</div><div><br></div><div>โครงการพัฒนาอุปกรณ์ VLSI ให้ใช้งานง่าย และมีความสามารถสูงขึ้น รวมทั้งโครงการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ โดยหวังให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ สามารถวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผล</div><div><br></div><div>องค์ประกอบของระบบปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่</div><div><br></div><div>1. ระบบหุ่นยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robotarm System)</div><div><br></div><div>คือหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ทำงานแทนมนุษย์ในงานที่ต้องการความเร็ว หรือเสี่ยงอันตราย เช่น แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์กู้ระเบิด เป็นต้น</div><div>2. ระบบประมวลภาษาพูด (Natural Language Processing System)</div><div><br></div><div>คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถสังเคราะห์เสียงที่มีอยู่ในธรรมชาติ (Synthesize) เพื่อสื่อความหมายกับมนุษย์ เช่น เครื่องคิด3. การรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition System)</div><div><br></div><div>คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ และสามารถจดจำคำพูดของมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเป็นการพัฒนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ด้วยภาษาพูด เช่น งานระบบรักษาความปลอดภัย งานพิมพ์เอกสารสำหรับผู้พิการ เป็นต้น</div><div><br></div><div>4. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System)</div><div><br></div><div>คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ รู้จักใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ความรู้ที่มี หรือจากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหนึ่ง ไปแก้ไขปัญหาอื่นอย่างมีเหตุผล ระบบนี้จำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูล (Database) ซึ่งมนุษย์ผู้มีความรู้ความสามารถเป็นผู้กำหนดองค์ความรู้ไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้จากฐานความรู้นั้น เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์วิเคราะห์โรค หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทำนายโชคชะตา เป็นต้น เลขพูดได้ (Talking Calculator) หรือนาฬิกาปลุกพูดได้ (Talking Clock)เป็นต้น</div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:06:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288925</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีรวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288945</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>ยุคที่ 5 คอมพิวเตอร์ยุคเครือข่าย (ค.ศ.1990-ปัจจุบัน)<br></strong>เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์มีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานได้เร็ว การแสดงผล การจัดการข้อมูล สามารถประมวลได้ครั้งละมาก ๆ จึงทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลายงานพร้อมกัน (multitasking) ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์การโดยใช้เครือข่ายท้องถิ่นที่เรียกว่า Local Area Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆ กลุ่มขององค์การเข้าด้วยกันเกิดเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การ เรียกว่า อินทราเน็ต และหากนำเครือข่ายขององค์การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสากลที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก เรียกว่า อินเตอร์เน็ต (internet)<br><br></div><div>คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันจึงเป็นคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกัน ทำงานร่วมกัน ส่งเอกสารข้อความระหว่างกัน สามารถประมวลผลรูปภาพ เสียง และวิดีทัศน์ ไมโครคอมพิวเตอร์ในยุคนี้จึงทำงานกับสื่อหลายชนิดที่เรียกว่าสื่อประสม (Multimedia) และคอมพิวเตอรในยุคที่ห้า นี้เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:07:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366288945</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289832</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ศธํญยวัฒน์<strong><br>ฮาร์ดแวร์<br><br> ซอฟต์แวร์ (<br></strong> </div><div><strong><br>บุคลากร</strong> <br> ข้อมูลและสารสนเทศ <br> </div><div><strong><br>กระบวนการทำงาน</strong> <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:12:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289832</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289873</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div>องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ มี 4 ส่วน คือ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์, บุคลากร, ข้อมูลและสารสนเทศ</div><div>     คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ electronic device (อิเล็กทรอนิกส์ ดีไว) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์อื่นที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง</div><div>ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ส่วน คือ <a href="https://mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/4046-what-is-hardware.html">ฮาร์ดแวร์</a>, <a href="https://mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2241-software-house-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html">ซอฟต์แวร์</a>, บุคลากร, ข้อมูลและสารสนเทศ</div><div>Hardware (ฮาร์ดแวร์)</div><div>1. Hardware (ฮาร์ดแวร์) คือ ลักษณะทางกายของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รอบข้าง peripheral (เพอริพีรีว) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ , เครื่องพิมพ์, <a href="https://mindphp.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD/73-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/2017-cpu-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html">ซีพียู</a>, เมนบอร์ด, แรม, การ์ดจอ, ไดร์ฟ ดีวีดี, เคส, จอภาพ, คีบอร์ด, เมาส์  เป็นต้น</div><div>ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วย <br>     - หน่วยรับข้อมูล จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับข้อมูลต่าง ๆ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ จากนั้นหน่วยประมวลผลกลาง จะนำไปประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกมากให้ผู้ใช้รับทราบทางหน่วยแสดงผลลัพธ์<br>     - หน่วยความจำหลัก จะทำหน้าที่เสมือนเก็บข้อมูลชั่วคราว ข้อเสียของหน่วยความจำหลักคือ หากปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในหน่วยความจำหลักจะหายไป <br>     - หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง จะไม่สูญหายตราบเท่าที่ผู้ใช้ไม่ทำการลบข้อมูลนั้น รวมทั้งหน่วยเก็บข้อมูลสำรองยังมีความจุที่สูงมาก ข้อเสียของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองคือการเรียกใช้ข้อมูลจะช้ากว่าหน่วยความจำหลักมาก</div><div>Software (ซอฟต์แวร์)</div><div>2. Software (ซอฟต์แวร์) คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจากโรงงานจะยังไม่สามารถทำงานใด ๆ เนื่องจากต้องมี Software (ซอฟต์แวร์) ซึ่งเป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงานต่าง ๆ ตามต้องการ โดยชุดคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นจะเขียนขึ้นมาจาก ภาษาคอมพิวเตอร์ Programming Language (โปรแกรมิงแลงเกท) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมี โปรแกรมเมอร์ Programmer (โปรแกรมเมอร์) หรือนักเขียนโปรแกรมเป็นผู้ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ขึ้นมา ซอฟต์แวร์ สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ <br>     - ซอฟต์แวร์ระบบ System Software (ชิสเต็ม ซอฟแวร์) โดยส่วนมากแล้วจะติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์เนื่องจากซอฟต์แวร์ระบบเป็นส่วนควบคุมทำงานต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นการทำงานอื่น ๆ ที่ผู้ใช้ต้องการได้ต่อไป<br>     - ซอฟต์แวร์ประยุกต์ Application Software (แอพพลิเคชัน ชอฟแวร์) จะเป็นซอฟต์แวร์ที่เน้นในการช่วยการทำงานต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน</div><div>บุคลากร Peopleware (พิเพิลแวร์)</div><div>3. บุคลากร Peopleware (พิเพิลแวร์) เครื่องคอมพิวเตอร์โดยมากต้องใช้บุคลากรสั่งให้เครื่องทำงาน เรียกบุคลากรเหล่านี้ว่า ผู้ใช้ หรือ user (ยูเชอร์)</div><div>ข้อมูลและสารสนเทศ Data Information (ดาต้า อิมฟอเมชัน)</div><div>4. ข้อมูลและสารสนเทศ Data Information (ดาต้า อิมฟอเมชัน) ในการทำงานต่าง ๆ จะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นตลอดเวลา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานที่ถูกเก็บรวบรวมมาประมวลผล เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาเป็นข้อมูลในการดัดแปลงข้อมูลให้ได้ประสิทธิภาพ โดยความแตกต่างระหว่าง ข้อมูล และ สารสนเทศ<br>     สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการเก็บรวบรวมและเรียบเรียง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้สารสนเทศที่ดี จะช่วยให้ ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องแม่นยำขึ้น และช่วยให้การประมาณการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือยอดขายใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นได้มากที่สุด </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289873</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจั</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289884</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289884</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289887</link>
         <description><![CDATA[<div> 1.  ฮาร์ดแวร์ (HARDWARE) <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289887</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289905</link>
         <description><![CDATA[<div> Hardware (ฮาร์ดแวร์) <br> Software (ซอฟต์แวร์) <br> บุคลากร Peopleware (พิเพิลแวร์) <br> ข้อมูลและสารสนเทศ Data Information (ดาต้า อิมฟอเมชัน) <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289905</guid>
      </item>
      <item>
         <title> วีรวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289910</link>
         <description><![CDATA[  ฮาร์ดแวร์ (HARDWARE) 
Picture
               ฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบของตัวเครื่องที่สามารถจับต้องได้ ได้แก่ วงจรไฟฟ้า ตัวเครื่อง จอภาพ เครื่องพิมพ์ คีร์บอร์ด เป็นต้นซึ่งสามารถแบ่งส่วนพื้นฐานของฮาร์ดแวร์เป็น 4 หน่วยสำคัญ
               1.1 หน่วยรับข้อมูลหรืออินพุต (Input Unit) ทำหน้าที่รับข้อมูลและโปรแกรมเข้า เครื่อง ได้แก่ คีย์บอรืดหรือแป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องสแกน เครื่องรูดบัตร Digitizer เป็นต้น
               1.2 ระบบประมวลผลกลางหรือซีพียู (CPU : Central Processing Unit) ทำหน้าที่ในการทำงานตามคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม ปัจจุบันซีพียูของเครื่องพีซี รู้จักในนามไมโครโปรเซสเซอร์(Micro Processor) ไมโครโปรเซสเซอร์ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล ในลักษณะของการคำนวณและเปรียบเทียบ โดยจะทำงานตามจังหวะเวลาที่แน่นอน เรียกว่าสัญญาณClockเมื่อมีการเคาะจังหวะหนึ่งครั้ง ก็จะเกิดกิจกรรม1ครั้ง เราเรียกหน่วยที่ใช้ในการวัดความเร็วของซีพียูว่า “เฮิร์ท”(Herzt)
               1.3 หน่วยเก็บข้อมูล (Storage) ซึ่งสามารถแยกตามหน้าที่ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1.3.1  หน่วยเก็บข้อมูลหลักหรือความจำหลัก(Primary Storage หรือ Main Memory) ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูลเพื่อเตรียมส่งให้หน่วยประมวลผลกลางทำการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลเพื่อส่งออกหน่วยแสดงข้อมูลต่อไป
1.3.2   หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง(Secondary Storage) เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล หรือโปรแกรมที่จะป้อนเข้าสู่หน่วยความจำหลักภายในเครื่องก่อนทำการประมวลผลโดยซีพียูและเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลนั้นด้วย ปัจจุบันรู้จักในนามฮาร์ดดิสก์(Hard disk) หรือแผ่นฟร็อปปีดิสก์(Floppy Disk) 
               1.4 หน่วยแสดงข้อมูลหรือเอาต์พุต(Output Unit) ทำหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล ได้แก่ จอภาพ และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น ทั้ง 4ส่วนจะเชื่อมต่อกันด้วยบัส (Bus)ere to edit.
 Picture
2 ซอฟต์แวร์ (SOFTWARE)
Picture
               ซอฟต์แวร์ คือโปรแกรมหรือชุดคำสั่ง ที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน รวมไปถึงการควบคุมการทำงาน ของอุปกรณ์แวดล้อมต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม การ์ดอินเตอร์เฟสต่าง ๆ เป็นต้น ซอฟต์แวร์ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่รับรู้การทำงานของมันได้ ซึ่งต่างกับ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่สามารถจับต้องได้  ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
               2.1  ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) คือโปรแกรม ที่ใช้ในการควบคุมระบบการ ทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เช่น การบูตเครื่อง การสำเนาข้อมูล การจัดการระบบของดิสก์ ชุดคำสั่งที่เขียนเป็นคำสั่งสำเร็จรูป โดยผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีมาพร้อมแล้วจากโรงงานผลิต การทำงานหรือการประมวลผลของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ระบบของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ออกแบบมาเพื่อการปฏิบัติควบคุม และมีความสามารถในการยืดหยุ่น การประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
2.1.1 โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมและติดต่อกับอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการจัดการระบบของดิสก์ การบริหารหน่วยความจำของระบบ ถ้าขาดซอฟต์แวร์ชนิดนี้ จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Unix Linux  DOS และ Windows (เวอร์ชั่นต่าง ๆ เช่น 95 98 XP Vista ) เป็นต้น
2.1.2  ตัวแปลภาษา (Translator) จาก Source Code ให้เป็น Object Code (แปลจากภาษาที่มนุษย์เข้าใจ ให้เป็นภาษาที่เครื่องเข้าใจ) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง ซึ่งเป็นภาษาใกล้เคียงภาษามนุษย์ ให้เป็นภาษาเครื่องก่อนที่จะนำไปประมวลผล ตัวแปลภาษาแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ คอมไพเลอร์ (Compiler) และอินเตอร์พีทเตอร์ (Interpeter) คอมไพเลอร์จะแปลคำสั่งในโปรแกรมทั้งหมดก่อน แล้วทำการลิ้ง(Link) เพื่อให้ได้คำสั่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ ส่วนอินเตอร์พีทเตอร์จะแปลทีละประโยคคำสั่ง แล้วทำงานตามประโยคคำสั่งนั้น การจะเลือกใช้ตัวแปลภาษาแบบใดนั้น จะขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
2.1.3  ยูติลิตี้ โปรแกรม (Utility Program) คือซอฟต์แวร์เสริมช่วยให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพ มากขึ้น เช่น ช่วยในการตรวจสอบดิสก์ ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลในดิสก์ ช่วยสำเนาข้อมูล ช่วยซ่อมอาการชำรุดของดิสก์ ช่วยค้นหาและกำจัดไวรัส ฯลฯ เป็นต้น
2.1.4  ติดตั้งและปรับปรุงระบบ (Diagonostic Program) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการติดตั้งระบบ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อและใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาติดตั้งระบบ ได้แก่ โปรแกรมSetupและ Driver ต่าง 
               2.2  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
2.2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน(Special Purpose Software)  คือ โปรแกรมซึ่งเขียนขึ้นเพื่อการทำงานเฉพาะอย่างที่เราต้องการ บางที่เรียกว่า User’s Program เช่น โปรแกรมการทำบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมระบบเช่าซื้อ โปรแกรมการทำสินค้าคงคลัง เป็นต้น ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอร์มแตกต่างกันออกไปตามความต้องการหรือกฏเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานที่ใช้ 
2.2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป(General Purpose Software) เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีผู้จัดทำไว้ เพื่อใช้ในการทำงานประเภทต่างๆ ทั่วไป โดยผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลของตนได้ แต่จะไม่สามารถทำการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม  ดังนั้นการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจึงเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตัวอย่างโปรแกรมสำเร็จรูปที่นิยมใช้ได้แก่ MS-Office, Adobe Photosho, Internet Explorer และ เกมส์ต่างๆ เป็นต้น

 Picture
3 บุคลากร (PEOPLEWARE)
Picture
               บุคลากรจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดถึงประสิทธิภาพถึงความสำเร็จและความคุ้มค่าในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งบุคลากรตามหน้าที่เกี่ยวข้องตามลักษณะงานได้ 6 ด้าน ดังนี้
               3.1  นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (Systems Analyst and Designer  :  SA) ทำหน้าที่ศึกษาและรวบรวมความต้องการของผู้ใช้ระบบ และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้ระบบและนักเขียนโปรแกรมหรือปรับปรุงคุณภาพงานเดิม  นักวิเคราะห์ระบบต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ พื้นฐานการเขียนโปรแกรม และควรจะเป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
               3.2  โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือบุคคลที่ทำหน้าที่เขียนซอฟต์แวร์ต่างๆ(Software) หรือเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งงานให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะห์ระบบได้เขียนไว้
               3.3  ผู้ใช้ (User) เป็นผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติหรือกำหนดความต้องการในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ว่าทำงานอะไรได้บ้าง ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้เครื่อง และวิธีการใช้งานโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมที่มีอยู่สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ
               3.4  ผู้ปฏิบัติการ (Operator) สำหรับระบบขนาดใหญ่  เช่น เมนเฟรม  จะต้องมีเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ที่คอยปิดและเปิดเครื่อง  และเฝ้าดูจอภาพเมื่อมีปัญหาซึ่งอาจเกิดขัดข้อง  จะต้องแจ้ง System  Programmer ซึ่งเป็นผู้ดูแลตรวจสอบแก้ไขโปรแกรมระบบควบคุมเครื่องอีกทีหนึ่ง 
               3.5  ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA) บุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลข้อมูลผ่านระบบจัดการฐานข้อมูล ซึ่งจะควบคุมให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังทำหน้าที่กำหนดสิทธิการใช้งานข้อมูล พร้อมทั้งดูแลดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ให้ทำงานอย่างปกติด้วย
               3.6  ผู้จัดการระบบ (System Manager) คือ ผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหน่วยงาน  เป็นผู้ที่มีความหมายต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานเป็นอย่างมาก

 Picture

4 ข้อมูลและสารสนเทศ
4.1 ข้อมูล (DATA)
Picture
หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วใช้ตัวเลขตัวอักษร 
หรือสัญลักษณ์ ต่างๆ ทำความหมายแทนสิ่งเหล่านั้น เช่น
·         คะแนนสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียน
·         อายุของพนักงานในบริษัทชินวัตรจำกัด
·         ราคาขายของหนังสือในร้านหนังสือดอกหญ้า
·         คำตอบที่ผู้ถูกสำรวจตอบในแบบสอบถาม

4.2 สารสนเทศ (INFORMATION)
Picture
หมายถึง ข้อสรุปต่างๆ ที่ได้จากการนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ หรือผ่านวิธีการที่ 
ได้กำหนดขึ้น ทั้งนี้เพื่อนำข้อสรุปไปใช้งานหรืออ้างอิง เช่น
·         เกรดเฉลี่ยของวิชาภาษาไทยของนักเรียน
·         อายุเฉลี่ยของพนักงานในบริษัทชินวัตรจำกัด
·         ราคาขายสูงสุดของหนังสือในร้านหนังสือดอกหญ้า
·         ข้อสรุปจากการสำรวจคำตอบในแบบสอบถาม
5  กระบวนการทำงาน (PROCEDURE)
Picture
องค์ประกอบด้านนี้หมายถึงกระบวนการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ 
ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ผู้ใช้จำเป็นต้องทราบขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ได้งานที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะมีขั้นตอนสลับซับซ้อนหลายขั้นตอน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีคู่มือปฏิบัติงาน เช่น คู่มือผู้ใช้ ( user manual ) หรือคู่มือผู้ดูแลระบบ ( operation manual ) เป็นต้น

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
ระบบการทํางานของคอมพิวเตอร์ การทํางานของคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
           ทําหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคําสั่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจํา เพื่อเตรียมประมวลผลข้อมูลที่ต้องการ  ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการนําข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น  มีอยู่หลายประเภทด้วยกันสําหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ดังต่อไปนี้
           - Keyboard
           - Mouse
           - Disk Drive
           - Hard Drive
           - CD-Rom
           - Magnetic Tape
           - Card Reader
           - Scanner
2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
           ทําหน้าที่ในการคํานวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย คือ
           - หน่วยควบคุม  ทําหน้าที่ในการดูแล ควบคุมลําดับขั้นตอนของการประมวลผล และการทํางานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง  และช่วยประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง กับอุปกรณ์นําเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจําสํารอง
           - หน่วยคํานวณและตรรก ทําหน้าที่ในการคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ส่งมาจากหน่วยควบคุม และหน่วยความจํา
3. หน่วยความจำ (Memory)
           ทําหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือคําสั่งต่างๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ เพื่อประมวลผลและยังเก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็นหน่วยความจํา เป็นหน่วยความจําที่มีอยู่ ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ในการเก็บคําสั่งหรือข้อมูล แบ่งออกเป็น
           - ROM หน่วยความจําแบบถาวร
           - RAM หน่วยความจําแบบชั่วคราว
           - หน่วยความจําสํารอง    เป็นหน่วยความจําที่อยู่นอกเครื่อง มีหน้าที่ช่วยให้หน่วยความจําหลักสามารถเก็บ ข้อมูลได้มากขึ้น
4. หน่วยแสดงผล (Output Unit)
           ทําหน้าที่ในการแสดงผลลัทธ์ที่ได้หลังจากการคํานวณและประมวลผล สําหรับอุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้
           - Monitor จอภาพ
           - Printer เครื่องพิมพ์
           - Plotter เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการลงกระดาษ       
 Picture]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289910</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289973</link>
         <description><![CDATA[<div>นายจิตวัต คำเผ่า<br> 1.  ฮาร์ดแวร์ (HARDWARE) <br> </div><div>2. ซอฟต์แวร์ (SOFTWARE)</div><div><br>  3.บุคลากร (PEOPLEWARE) <br> 4 ข้อมูลและสารสนเทศ <br><br></div><div><br> 5  กระบวนการทำงาน (PROCEDURE) </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:13:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366289973</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290719</link>
         <description><![CDATA[<div>1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)</div><div>    หน่วยรับข้อมูล ทำหน้าที่ดัดแปลงข้อมูลและคำสั่งต่างๆที่รับเข้ามาผ่านอุแกรณ์นำข้อมูลเข้า เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องแสกนเนอร์ ปากกาแสง เป็นต้น ให้อยู๋ในรูปแบบดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ จากนั้นจะนำข้อมูลส่งต่อไปยังหน่วยประมวลผลกลาง<br> </div><div>2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)</div><div>หน่วยประมวลผลกลาง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์เปรียบได้กับสมองของมนุษย์ ทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลตามชุดคำสั่ง <br> </div><div>3. หน่วยเก็บข้อมูล</div><div>                          หน่วยเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและสารสนเทศ ที่ผ่านการประมวลผลแล้ว <br> </div><div>4. หน่วยแสดงผล       </div><div>                           หน่วยแสดงผล  ทำหน้าที่แสดงข้อมูล หรือผลลัพธ์ ที่ได้ประมวลผลแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์แสดงผล  ได้แก่ จอภาพ (monitor) เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น ผลลัพธ์ที่อยู่ในรูปของสิ่งพิมพ์ เรียกว่า “ฮาร์ดก๊อปปี” (hard  copy) และแฟ้มข้อมูลต่างๆ ที่แสดงผลทางจอภาพ เรียกว่า ซอฟต์ก๊อปปี (soft copy) นอกจากสามารถแสดงผลในลักษณะของข้อความแล้ว ยังแสดงผลในรูปแบบอื้นๆ เช่น รูปภาพ เสียงภาพเคลื่อนไหว </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:18:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290719</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290751</link>
         <description><![CDATA[<div>  ฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบของตัวเครื่องที่สามารถจับต้องได้ ได้แก่ วงจรไฟฟ้า ตัวเครื่อง จอภาพ เครื่องพิมพ์ คีร์บอร์ด เป็นต้นซึ่งสามารถแบ่งส่วนพื้นฐานของฮาร์ดแวร์เป็น 4 หน่วยสำคัญ</div><div>               1.1 หน่วยรับข้อมูลหรืออินพุต (Input Unit)</div><div>ทำหน้าที่รับข้อมูลและโปรแกรมเข้า เครื่อง ได้แก่ คีย์บอรืดหรือแป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องสแกน เครื่องรูดบัตร Digitizer เป็นต้น</div><div>               1.2 ระบบประมวลผลกลางหรือซีพียู (CPU : Central Processing Unit) </div><div>ทำหน้าที่ในการทำงานตามคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม ปัจจุบันซีพียูของเครื่องพีซี รู้จักในนามไมโครโปรเซสเซอร์(Micro Processor) ไมโครโปรเซสเซอร์ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล ในลักษณะของการคำนวณและเปรียบเทียบ โดยจะทำงานตามจังหวะเวลาที่แน่นอน เรียกว่าสัญญาณClockเมื่อมีการเคาะจังหวะหนึ่งครั้ง ก็จะเกิดกิจกรรม1ครั้ง เราเรียกหน่วยที่ใช้ในการวัดความเร็วของซีพียูว่า “เฮิร์ท”(Herzt)</div><div>               1.3 หน่วยเก็บข้อมูล (Storage) </div><div>               1.4 หน่วยแสดงข้อมูลหรือเอาต์พุต(Output Unit)</div><div>ทำหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล </div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:18:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีระวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290761</link>
         <description><![CDATA[<div>  ฮาร์ดแวร์เป็นองค์ประกอบของตัวเครื่องที่สามารถจับต้องได้ ได้แก่ วงจรไฟฟ้า ตัวเครื่อง จอภาพ เครื่องพิมพ์ คีร์บอร์ด เป็นต้นซึ่งสามารถแบ่งส่วนพื้นฐานของฮาร์ดแวร์เป็น 4 หน่วยสำคัญ<br>               1.1 หน่วยรับข้อมูลหรืออินพุต (Input Unit) ทำหน้าที่รับข้อมูลและโปรแกรมเข้า เครื่อง ได้แก่ คีย์บอรืดหรือแป้นพิมพ์ เมาส์ เครื่องสแกน เครื่องรูดบัตร Digitizer เป็นต้น<br>               1.2 ระบบประมวลผลกลางหรือซีพียู (CPU : Central Processing Unit) ทำหน้าที่ในการทำงานตามคำสั่งที่ปรากฏอยู่ในโปรแกรม ปัจจุบันซีพียูของเครื่องพีซี รู้จักในนามไมโครโปรเซสเซอร์(Micro Processor) ไมโครโปรเซสเซอร์ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล ในลักษณะของการคำนวณและเปรียบเทียบ โดยจะทำงานตามจังหวะเวลาที่แน่นอน เรียกว่าสัญญาณClockเมื่อมีการเคาะจังหวะหนึ่งครั้ง ก็จะเกิดกิจกรรม1ครั้ง เราเรียกหน่วยที่ใช้ในการวัดความเร็วของซีพียูว่า “เฮิร์ท”(Herzt)<br>               1.3 หน่วยเก็บข้อมูล (Storage) ซึ่งสามารถแยกตามหน้าที่ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ<br>1.3.1  หน่วยเก็บข้อมูลหลักหรือความจำหลัก(Primary Storage หรือ Main Memory) ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมหรือข้อมูลที่รับมาจากหน่วยรับข้อมูลเพื่อเตรียมส่งให้หน่วยประมวลผลกลางทำการประมวลผล และรับผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลเพื่อส่งออกหน่วยแสดงข้อมูลต่อไป<br>1.3.2   หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง(Secondary Storage) เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล หรือโปรแกรมที่จะป้อนเข้าสู่หน่วยความจำหลักภายในเครื่องก่อนทำการประมวลผลโดยซีพียูและเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลนั้นด้วย ปัจจุบันรู้จักในนามฮาร์ดดิสก์(Hard disk) หรือแผ่นฟร็อปปีดิสก์(Floppy Disk) <br>               1.4 หน่วยแสดงข้อมูลหรือเอาต์พุต(Output Unit) ทำหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล ได้แก่ จอภาพ และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น ทั้ง 4ส่วนจะเชื่อมต่อกันด้วยบัส (Bus)ere to edit. </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:18:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290761</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290804</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div><strong>          ฮาร์ดแวร์ (Hardware)</strong>  คือลักษณะทางกายของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์รอบข้าง (peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วย<br><br></div><div><br></div><div><strong>          1 หน่วยรับข้อมูลเข้า (Input Unit):  </strong>หน่วยรับข้อมูลเข้า เป็นหน่วยที่ทําหน้าที่รับข้อมูล หรือคําสั่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์นําข้อมูล หรือคําสั่งดังกล่าวไปประมวลผลกลางต่อไป ตัวอย่างของอุปกรณ์ที่จัดอยู่ในหน่วยรับข้อมูลเข้าได้แก่<br><br></div><div><strong>             </strong>- แป้นพิมพ์ (Keyboard)<br><br></div><div><strong>             </strong>- เมาส์ (Mouse)<br><br></div><div><strong>             </strong>- ไมโครโฟน (Microphone)<br><br></div><div><strong>             </strong>- แสกนเนอร์ (Scanner)<br><br></div><div><strong>             </strong>- กล้องดิจิตอล<br><br></div><div><strong>             </strong>- ตัวอย่างของหน่วยรับข้อมูลเข้าแสดงในรูป<br><br></div><div><strong>          2 หน่วยประมวลผล (Central Process Unit):  </strong>หน่วยประมวลผลกลาง เป็นหน่วยที่สําคัญที่สุด เปรียบได้กับสมองของคอมพิวเตอร์มีหน้าที่ประมวลผลของมูล หรือคําสั่งต่าง ๆ และมีหน้าที่ควบคุมระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ ให้ทุกหน่วยทํางานสอดคล้องกัน ซึ่งหน่วยประมวลผลการจะประกอบด้วยหน่วยย่อย ๆ ดังต่อไปนี้<br><br></div><div><strong>             1.หน่วยความจํา (Memory Unit)<br></strong><br></div><div><strong>                – รีจิสเตอร์ (Register)</strong> คือ หน่วยความจําที่อยู่ภายใน CPU ทําหน้าที่เก็บข้อมูลที่ส่งมาจากหน่วยความจําหลัก และจะนําข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผล<br><br></div><div><strong>                – รอม (Read Only Memory: ROM)</strong> คือ หน่วยความจําหลักชนิดถาวรของคอมพิวเตอร์ทําหน้าที่เก็บคําสั่งต่าง ๆ ไม่สามารถแก้ไข้ข้อมูลในรอมได้ เปรียบได้กับหนังสือที่จะเก็บความรู้ต่าง ๆ เอาไว้<br><br></div><div><strong>                – แรม (Random Access Memory: RAM)</strong> คือ หน่วยความจําหลักชนิดหนึ่งของคอมพิวเตอร์ทําหน้าที่เก็บข้อมูล หรือคําสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการประมวลผล สามารถแก้ไขข้อมูลในแรมได้ และข้อมูลจะหายไปเมื่อปิดเครื่อง<br><br></div><div><strong>                </strong>คอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับกระดาษทดหน่วยคํานวณ และ    ตรรกะ (Arithmetic and Login Unit: ALU) เป็นหน่วยที่ทําหน้าที่คํานวณทางด้านคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร หรือคํานวณทางตรรกะศาสตร์ เช่น เปรียบเทียบข้อเท็จ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>          2.หน่วยควบคุม (Control Unit)  เป็นหน่วยที่ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานทุกๆ</strong> หน่วยในCPU และอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ทํางานได้อย่างสัมพันธ์กัน<br><br></div><div><strong>          3 หน่วยแสดงผล (Output Unit):  </strong>หน่วยแสดงผลเป็นหน่วยที่ทําหน้าที่นําผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลกลางไปแสดงตัวอย่างอุปกรณ์ที่จัดเป็นชนิดหน่วยแสดงผลได้แก่<br><br></div><div><strong>             </strong>- จอภาพ<br><br></div><div><strong>             </strong>- เครื่องพิมพ์<br><br></div><div><strong>             </strong>- ลําโพง<br><br></div><div><strong>          4 หน่วยเก็บข้อมูลสํารอง (Secondary Storage):  </strong>หน่วยเก็บข้อมูลสํารอง คือ สื่อในการเก็บบันทึกข้อมูล เช่น Hard disk, CD-ROM,Tape, Floppy disk เป็นต้น<br><br></div><div> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:18:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290804</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290917</link>
         <description><![CDATA[<div>มี 2 ประเภท ได้แก่ 1.อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบภายนอก ได้แก่ อุปกรณ์นำเข้าข้อมูล (เช่น คียบอร์ด เมาส์) อุปกรณ์แสดงผลข้อมูล (เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์) ตัวถัง (case) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (cd, dvd, sd-card)2.อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบภายใน ได้แก่ ซีพียู หน่วยความจำ เมนบอร์ด</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><a href="http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/sub%20hard1.htm"><strong>หน่วยประมวลผลกลาง </strong></a><br>หน่วยประมวลผลกลางหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ซีพียู (CPU) เป็นหน่วยที่เปรียบเสมือนสมองของระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นหน่วยที่มีความซับซ้อนที่สุด ส่วนประกอบต่าง ๆในหน่วยประมวลผลกลางเป็นตัวกำหนดความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วยประมวลผลกลางรุ่นใหม่ ๆ จะมีขนาดเล็กลงในขณะที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น</div><div><br></div><div><br><a href="http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/sub%20hard2.htm"><strong>หน่วยความจำหลัก </strong></a><br>เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดจำข้อมูล และโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ บางครั้งเรียกว่า หน่วยเก็บข้อมูลหลัก (Primary Storage)<br><a href="http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/sub%20hard3.htm"><strong>หน่วยรับข้อมูล </strong></a><br>ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่หน่วยความจำหลัก ปัจจุบันมีสื่อต่าง ๆ ให้เลือกใช้ได้มากมาย<br><a href="http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/sub%20hard4.htm"><strong>หน่วยแสดงผล</strong></a><br>ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากคอมพิวเตอร์<br><a href="http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/sub%20hard5.htm"><strong>หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง</strong></a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:19:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366290917</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291854</link>
         <description><![CDATA[<div>เมาส์ (Mouse) ...<br>จอภาพ<strong>(Monitor</strong><br>ซีพียู CPU<br> <strong> คีย์บอร์ด (Keyboard)</strong> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/3ab7867dfaf2e786b60ac2556c10c588/download.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:24:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291854</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291873</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า(Input Device)</strong> เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลเข้าไปสู่หน่วยประมวลผลกลาง ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลคำสั่งต่างๆผ่านอุปกรณ์ เหล่านี้ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ ได้แก่</div><div>1.               <strong>แป้นพิมพ์(Keyboard)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับข้อมูลที่สามารถพิมพ์หรือเคาะได้ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร</div><div>2.               <strong>เมาส์(Mouse)</strong> เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลจากการชี้ตำแหน่งบนจอภาพ</div><div>3.               <strong>แทร็กบอล(Track Ball) </strong>เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล โดยการชี้และเลือกข้อมูลผ่านทางจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์แต่  แทร็กบอลจะเลื่อนตัวชี้โดยการหมุนลูกบอลที่อยู่ด้านบน</div><div>4.               <strong>จอยสติก  (Joy Stick)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลมีลักษณะเป็นคันโยกขึ้นลง  ซ้ายขวา  เพื่อควบคุมตำแหน่งของตัวชี้ </div><div>5.               <strong>เครื่องอ่านบาร์โค๊ต  (Bar Code Reader)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากรหัสของเลขฐานสองที่อยู่ในรูปของรหัสแถบ (Bar Code)ซึ่งประกอบด้วยแถบสีดำและยาว ความกว้างของแถบสีดำตัวกำหนดรหัสที่แทนค่าของตัวเลข</div><div>6.               <strong>สแกนเนอร์ (Scanner)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูล  โดยการอ่านหรือสแกน(Scan) ข้อมูลที่ต้องการ  เครื่องสแกนจะมีเซลล์ไวแสงที่ตรวจจับความเข้มของแสงที่สะท้อนจากข้อมูล  แล้วแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ดำเนินการต่อไป </div><div>7.               <strong>เครื่องอ่านอักขระด้วยแสง  (Optical Character Reader:  OCR</strong>) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่เป็นอักขระจากเอกสารต่างๆ เช่น ตัวอักษรบนเช็ค  ตัวอักษรบนเอกสารอื่นๆ</div><div>8.               <strong>เครื่องอ่านหมึกพิมพ์แม่เหล็ก (Magcnetic Ink Character Reader: MICR)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่พัฒนาเพื่อใช้สำหรับการอ่านสัญลักษณ์ที่พิมพ์จากหมึกพิมพ์ที่ผสมกับผงเหล็กออกไซด์ </div><div>9.               <strong>ปากกาแสง (Light Pen)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลอีกชนิดหนึ่งโดนการแตะปากกาแสงไปตามตำแหน่งหรือทิศทางที่ต้องการ  มักใช้ในงานออกแบบ </div><div>10.         <strong>จอสัมผัส  (Touch Screens)  </strong>เป็นอุปกรณ์สามารถทำงานได้ทั้งการรับและการแสดงผลการรับข้อมูลจะใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอ  เพื่อเลือกเมนู เช่น หน้าจอของเครื่อง ATM</div><div>11.         <strong>กล้องถ่ายภาพดิจิตอล  (Digital Camera) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลโดยการถ่ายภาพ  ข้อมูลที่ได้จะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิตอลแล้วเก็บข้อมูลดิจิตอลนั้นไว้ในอุปกรณ์ CCD (Charge Coupled Device) แล้วส่งข้อมูลไปประมวลผลในคอมพิวเตอร์</div><div>12.         <strong>ไมโครโฟน (Microphone) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากเสียงพูดโดยตรง  เสียงที่ได้จะถูกแปลงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอล  เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้</div><div><br><br><strong>อุปกรณ์ของหน่วยประมวลผล มีหน้าที่อะไรและมีอุปกรณ์อะไรบ้าง     </strong></div><div>หน่วยประมวลผลจะทำหน้าที่ควบคุมและปฏิบัติการตามขั้นตอนของโปรแกรม ในขณะที่หน่วยความจำจะเป็นที่พักของโปรแกรม ข้อมูลนำเข้า และผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก่อนนำออกไปแสดงทางอุปกรณ์แสดงผล  ได้แก่</div><div>1.             <strong>เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape)</strong>  เป็นหน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน  ลักษณะของเทปแม่เหล็กบันทึกข้อมูลคล้ายกับเทปแม่เหล็กที่ใช้ในการบันทึกเสียง</div><div>2.             <strong>จานแม่เหล็ก (Magnetic  Disk)</strong>  เป็นหน่วยความจำที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง (DASD: Direct Access Storage Device)การบันทึกและการอ่านข้อมูลบนจานแม่เหล็กใช้หลักการเดียวกับเทปแม่เหล็ก  แต่การเข้าถึงเนื้อที่เก็บข้อมูลนั้นๆ อาศัยตำแหน่งที่ถูกกำหนดโดยระบบปฏิบัติการ</div><div>3.             <strong>จานแม่เหล็กแบบอ่อนหรือดิสก์เก็ต (Floppy Disk: Diskette)</strong> เป็นจานแม่เหล็กชนิดหนึ่งที่สร้างจากแผ่นไมลาร์ (Mylar) ฉาบด้วยเหล็กออกไซด์  เป็นจานแม่เหล็กแผ่นเดียว  และห่อหุ้มด้วยพลาสติก</div><div>4.             <strong>ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)</strong> เป็นหน่วยความจำสำรองที่มีหลักการเช่นเดียวกับจานแม่เหล็กส่วนที่เก็บข้อมูลทำจากแผ่นโลหะ  เรียกว่า  แพลตเตอร์ (Platters)  และฉาบด้วยเหล็กออกไซด์ ส่วนที่เป็นเครื่องอ่านฮาร์ดดิสก์ถูกออกแบบให้เป็นชุดเดียวกันกับส่วนเก็บข้อมูล</div><div>5.             <strong>ซีดีรอม  (CD-ROM: Compact Disk Read Only Memory)</strong> เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล  โดยใช้เทคโนโลยีแสงเลเซอร์  เป็นเทคโนโลยีเดียวกับซีดีเพลง  การบันทึกข้อมูลบน CD-ROM ต้องใช้เครื่องมือพิเศษจากบริษัทผู้ผลิต  ข้อมูลบน CD-ROM จะถูกเรียงกันเป็นแถวยาวจับเป็นก้นหอย</div><div>6.             <strong>ซีดี- อาร์ (CD-R: CD-Recordable) เป็น CD</strong> ที่สามารถบันทึกข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่ เรียกว่า CD-R Drive โดยการติดตั้งไดร์ฟนี้เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์  ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลจากการประมวลผล  ลงบนCD-R ได้  รวมทั้งการอ่านข้อมูลจาก CD-R ได้ด้วย</div><div>7.             <strong>วอร์มซีดี (WORM CD: Write One Read Many CD) เป็น</strong> CD ที่บันทึกข้อมูลได้ครั้งเดียว  แต่สามารถอ่านข้อมูลกี่ครั้งก็ได้  ความจุตั้งแต่ 600 MB  ถึง 3 GB ขึ้นไป  ซึ่งเมื่อบันทึกข้อมูลจากเครื่องใดจะต้องใช้เครื่องอ่านรุ่นเดียวกัน </div><div>8.             <strong>เอ็มโอดิสก์ (MO: Magneto Optical  Disk)</strong> เป็นจานแม่เหล็กที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กและเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ร่วมกัน  ทำให้การบันทึกและการอ่านข้อมูลทำได้หลายครั้งเช่นเดียวกับจานแม่เหล็กทั่วไป  ขนาดของดิสก์ใกล้เคียงกับดิสก์เก็ต 3.5 นิ้ว  แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย</div><div>9.             <strong>ดีวีดี (DVD: Digital Versatile Disk)</strong> เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับอุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูล  แผ่นดีวีดีสามารถเก็บข้อมูลได้ต่ำสุดที่ 4.7 GB  ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเป็น 600 KB ต่อวินาที  เครื่องอ่านดีวีดีสามารถใช้กับซีดีรอมได้ด้วย </div><div><br><strong>อุปกรณ์แสดงผลมีหน้าที่อะไรและมีอุปกรณ์อะไรบ้าง </strong></div><div><strong>อุปกรณ์แสดงผล</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับผลจากการประมวลผลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำหลัก  ออกแสดงตามลักษณะของอุปกรณ์  ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ประเภทที่นิยมใช้ คือ</div><div>1.               <strong>จอภาพ  (Monitor) </strong>เป็นอุปกรณ์แสดงผลที่สามารถติดต่อกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ทันทีที่มีการประมวลผลเกิดขึ้น </div><div>2.               <strong>เครื่องพิมพ์ (Printer)</strong>  เป็นอุปกรณ์แสดงผลออกทางกระดาษ สามารถแบ่งเครื่องพิมพ์ตามวิธีการพิมพ์ได้   2 ประเภท คือ  1. เครื่องพิมพ์ประเภทกระทบ  2. เครื่องพิมพ์ชนิดไม่กระทบ<strong> </strong></div><div>3.               <strong>เครื่องวาดรูปพลอตเตอร์ </strong>เป็นอุปกรณ์แสดงผลลัพธ์  โดยการสร้างรูปภาพแบบทางวิศวกรรม  ทางสถาปัตยกรรม  ซึ่งเป็นภาพขนาดใหญ่  มีรายละเอียดเช่นเดียวกับระบบเคด หรือพิมพ์เขียว</div><div>4.               <strong>เครื่องแสดงผลลัพธ์ด้วยเสียง  ลำโพง  </strong> เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลลัพธ์ด้วยเสียง  ที่เกิดจากการ์ดเสียง  หน้าที่หลักคือ เมื่อการ์ดเสียงเปลี่ยนสัญญาณเสียงดิจิตอลให้เป็นกระแสไฟฟ้า  ผ่านมายังลำโพงทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของแม่เหล็กและเกิดการสั่นสะเทือนของลำโพง  มีผลทำให้เกิดเสียงในระดับต่างๆ </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/387207743/cdf50cd2a20027a6c2fe64b167260811/razer_ouroboros_011.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:24:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291873</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291902</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า(Input Device) มีหน้าที่อะไรและมีอุปกรณ์อะไรบ้าง</strong></div><div><strong>อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า(Input Device)</strong> เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลเข้าไปสู่หน่วยประมวลผลกลาง ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลคำสั่งต่างๆผ่านอุปกรณ์ เหล่านี้ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ ได้แก่<br>1.               <strong>แป้นพิมพ์(Keyboard)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับข้อมูลที่สามารถพิมพ์หรือเคาะได้ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร2.               <strong>เมาส์(Mouse)</strong> เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลจากการชี้ตำแหน่งบนจอภาพ3.               <strong>แทร็กบอล(Track Ball) </strong>เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล โดยการชี้และเลือกข้อมูลผ่านทางจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์แต่  แทร็กบอลจะเลื่อนตัวชี้โดยการหมุนลูกบอลที่อยู่ด้านบน4.               <strong>จอยสติก  (Joy Stick)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลมีลักษณะเป็นคันโยกขึ้นลง  ซ้ายขวา  เพื่อควบคุมตำแหน่งของตัวชี้ 5.               <strong>เครื่องอ่านบาร์โค๊ต  (Bar Code Reader)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากรหัสของเลขฐานสองที่อยู่ในรูปของรหัสแถบ (Bar Code)ซึ่งประกอบด้วยแถบสีดำและยาว ความกว้างของแถบสีดำตัวกำหนดรหัสที่แทนค่าของตัวเลข6.               <strong>สแกนเนอร์ (Scanner)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูล  โดยการอ่านหรือสแกน(Scan) ข้อมูลที่ต้องการ  เครื่องสแกนจะมีเซลล์ไวแสงที่ตรวจจับความเข้มของแสงที่สะท้อนจากข้อมูล  แล้วแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ดำเนินการต่อไป 7.               <strong>เครื่องอ่านอักขระด้วยแสง  (Optical Character Reader:  OCR</strong>) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่เป็นอักขระจากเอกสารต่างๆ เช่น ตัวอักษรบนเช็ค  ตัวอักษรบนเอกสารอื่นๆ8.               <strong>เครื่องอ่านหมึกพิมพ์แม่เหล็ก (Magcnetic Ink Character Reader: MICR)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่พัฒนาเพื่อใช้สำหรับการอ่านสัญลักษณ์ที่พิมพ์จากหมึกพิมพ์ที่ผสมกับผงเหล็กออกไซด์ 9.               <strong>ปากกาแสง (Light Pen)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลอีกชนิดหนึ่งโดนการแตะปากกาแสงไปตามตำแหน่งหรือทิศทางที่ต้องการ  มักใช้ในงานออกแบบ 10.         <strong>จอสัมผัส  (Touch Screens)  </strong>เป็นอุปกรณ์สามารถทำงานได้ทั้งการรับและการแสดงผลการรับข้อมูลจะใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอ  เพื่อเลือกเมนู เช่น หน้าจอของเครื่อง ATM11.         <strong>กล้องถ่ายภาพดิจิตอล  (Digital Camera) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลโดยการถ่ายภาพ  ข้อมูลที่ได้จะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิตอลแล้วเก็บข้อมูลดิจิตอลนั้นไว้ในอุปกรณ์ CCD (Charge Coupled Device) แล้วส่งข้อมูลไปประมวลผลในคอมพิวเตอร์12.         <strong>ไมโครโฟน (Microphone) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากเสียงพูดโดยตรง  เสียงที่ได้จะถูกแปลงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอล  เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/af37a01012d5cb149c1d264122baf14d/___.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:24:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291902</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วีรวัฒน์ สินสวัสดิ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291959</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า(Input Device)</strong> เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลเข้าไปสู่หน่วยประมวลผลกลาง ผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลคำสั่งต่างๆผ่านอุปกรณ์ เหล่านี้ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ ได้แก่</div><div>1.               <strong>แป้นพิมพ์(Keyboard)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับข้อมูลที่สามารถพิมพ์หรือเคาะได้ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร</div><div>2.               <strong>เมาส์(Mouse)</strong> เป็นอุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลจากการชี้ตำแหน่งบนจอภาพ</div><div>3.               <strong>แทร็กบอล(Track Ball) </strong>เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล โดยการชี้และเลือกข้อมูลผ่านทางจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์แต่  แทร็กบอลจะเลื่อนตัวชี้โดยการหมุนลูกบอลที่อยู่ด้านบน</div><div>4.               <strong>จอยสติก  (Joy Stick)</strong>  เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลมีลักษณะเป็นคันโยกขึ้นลง  ซ้ายขวา  เพื่อควบคุมตำแหน่งของตัวชี้ </div><div>5.               <strong>เครื่องอ่านบาร์โค๊ต  (Bar Code Reader)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากรหัสของเลขฐานสองที่อยู่ในรูปของรหัสแถบ (Bar Code)ซึ่งประกอบด้วยแถบสีดำและยาว ความกว้างของแถบสีดำตัวกำหนดรหัสที่แทนค่าของตัวเลข</div><div>6.               <strong>สแกนเนอร์ (Scanner)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูล  โดยการอ่านหรือสแกน(Scan) ข้อมูลที่ต้องการ  เครื่องสแกนจะมีเซลล์ไวแสงที่ตรวจจับความเข้มของแสงที่สะท้อนจากข้อมูล  แล้วแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ดำเนินการต่อไป </div><div>7.               <strong>เครื่องอ่านอักขระด้วยแสง  (Optical Character Reader:  OCR</strong>) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่เป็นอักขระจากเอกสารต่างๆ เช่น ตัวอักษรบนเช็ค  ตัวอักษรบนเอกสารอื่นๆ</div><div>8.               <strong>เครื่องอ่านหมึกพิมพ์แม่เหล็ก (Magcnetic Ink Character Reader: MICR)</strong> เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่พัฒนาเพื่อใช้สำหรับการอ่านสัญลักษณ์ที่พิมพ์จากหมึกพิมพ์ที่ผสมกับผงเหล็กออกไซด์ </div><div>9.               <strong>ปากกาแสง (Light Pen)  </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลอีกชนิดหนึ่งโดนการแตะปากกาแสงไปตามตำแหน่งหรือทิศทางที่ต้องการ  มักใช้ในงานออกแบบ </div><div>10.         <strong>จอสัมผัส  (Touch Screens)  </strong>เป็นอุปกรณ์สามารถทำงานได้ทั้งการรับและการแสดงผลการรับข้อมูลจะใช้นิ้วสัมผัสที่หน้าจอ  เพื่อเลือกเมนู เช่น หน้าจอของเครื่อง ATM</div><div>11.         <strong>กล้องถ่ายภาพดิจิตอล  (Digital Camera) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลโดยการถ่ายภาพ  ข้อมูลที่ได้จะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิตอลแล้วเก็บข้อมูลดิจิตอลนั้นไว้ในอุปกรณ์ CCD (Charge Coupled Device) แล้วส่งข้อมูลไปประมวลผลในคอมพิวเตอร์</div><div>12.         <strong>ไมโครโฟน (Microphone) </strong>เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลจากเสียงพูดโดยตรง  เสียงที่ได้จะถูกแปลงสัญญาณเป็นสัญญาณดิจิตอล  เพื่อให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้</div>]]></description>
         <pubDate>2019-06-07 07:24:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291959</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291991</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>คีย์บอร์ด (Keyboard)</strong> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383407332/f7436adce65312815912f093f22a462e/download1.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:24:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366291991</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292550</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. ซีพียู (CPU)</strong> คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ</div><div><br><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div>2. Rom เป็นหน่วยความจำแบบสารกึ่งตัวนำชั่วคราวชนิดอ่านได้อย่างเดียว ใช้เป็นสื่อบันทึกในคอมพิวเตอร์ เพราะไม่สามารถบันทึกซ้ำได้ </div><div><br><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br></div><div>3. <strong>Ram</strong> หน่วยความจำแรม ทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าข้อมูล (Input) หรือ การนำออกข้อมูล (Output)</div><div><br><br></div><div><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div>4. <strong>เมนบอร์ด (Mainboard, mother board)</strong> หรือ แผงวงจรหลัก เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่อยู่ภายในเครื่อง เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาจะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่วางนอนอยู่ </div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br><br></div><div><br></div><div><strong>5. ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) </strong>เป็นอุปกรณ์ประเภทจานแม่เหล็ก จะแบ่งเป็นวงรอบ เรียกว่า แทรค ซึ่งจะเก็บข้อมูลเป็นวงรอบหลายๆวง ถือได้ว่าฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์หลักในการเก็บรักษาข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถจุข้อมูลได้มากและสามาระบันทึกข้อมูลทับได้หลายครั้ง</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/b7a7f3c371bdbf467906a698faeef811/____.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:28:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292588</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ซีพียู (CPU)</strong> <br><br></div><div>คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์ โดย จะเป็นตัวกำหนดความสำคัญของอุปกรณ์ว่าตัวใดมีความสำคัญมากกว่าซึ่งหากติดตั้งอุปกรณ์ 2 ตัวที่อินเทอรัพ, การแจ้งกับซีพียูว่าจะขอเฉพาะอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากกว่าเท่านั้น ส่วนตัวที่สำคัญน้อยกว่าจะไม่สามารถใช้งานได้ เช่น ถ้าเราต่อการ์ดจอภาพกับการ์ดเสียงที่อินเทอรัพเดียวกัน ซีพียู จะเลือกให้ใช้ได้เฉพาะการ์ดจอภาพเท่านั้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/387207743/745422979e680787b786afd4c9f36979/30.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:28:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292588</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292628</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ซีพียู (CPU)</strong> คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383407332/d2101e531638a39b1829c827680f7334/download.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:28:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292628</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีระวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292647</link>
         <description><![CDATA[<div><br> </div><div><strong>1. ซีพียู (CPU)</strong> คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ</div><div><br><br></div><div><br></div><div><br> </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383410759/3b1ccec2e8f4e339eb06e7221eb5ab6f/download.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:28:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292647</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292769</link>
         <description><![CDATA[<div>ซีพียู (<strong>CPU</strong>) หรือ ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) นั้น ย่อมาจากคำว่า Central Processing Unit ซึ่งหมายความว่าเป็นหน่วยประมวลผลกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของคอมพิวเตอร์ในการทำหน้าที่ตัดสินใจหรือคำนวณ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/de65ac1e82ea3577f7e20c491953e71f/download__1_.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:29:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366292769</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293245</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>จอภาพ (Monitor)<br></strong> จอภาพเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงข้อมูลที่มนุษย์จับต้องไม่ได้ (Softcopy Output Device) ในลักษณะของข้อความและรูปภาพ หลักการในการแสดงภาพหรือข้อมูลบนจอ จะคล้ายกับการทำงานของจอโทรทัศน์ คือ เกิดจากการที่คอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณให้เกิดการยิงแสงอิเล็กตรอนไปยังพื้นผิวของจอภาพ ซึ่งฉาบไว้ด้วยสารฟอสฟอรัสที่สามารถเรืองแสงได้เมื่อโดนอิเล็กตรอนตกกระทบ แต่ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างจอภาพกับจอโทรทัศน์ก็คือ คุณภาพและความละเอียดของภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอ โดยภาพบนจอภาพของคอมพิวเตอร์จะต้องมีคุณภาพที่ดีกว่า เนื่องจากลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องอยู่ใกล้ชิดจอคอมพิวเตอร์มากกว่านั่นเอง จอภาพสี (Colour) เป็นจอภาพที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งลักษณะการแสดงผลจะอาศัยสัญญาณดิจิตัล เช่นกัน แต่จะแยกออกเป็น 3 สัญญาณ ตามแม่สีของแสง คือ แดง เขียว และน้ำเงิน (Red, Green, Blue : RGB) ซึ่งจะทำให้เกิดสีต่างๆ มากมายตามหลัการผสมของแม่สีนั่นเอง ขนาดความกว้างของจอภาพมีหลายขนาด ซึ่งก็จะมีความละเอียดในการแสดงผลมากน้อยไม่เท่ากัน โดยความละเอียดของภาพจะมีหน่วยวัดเป็นจุดภาพหรือที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) ในแนวตั้งและแนวนอนของจอภาพ เช่น 640x480, 800x600, 1,024x768 และ 1,280x1,024 เป็นต้น ยิ่งมีขนาดของพิกเซลมากขนาดของภาพจะมีความละเอียดสูงมากขึ้น ภาพที่ปรากฏจะมีความสวยงามมากขึ้น และขนาดของภาพที่แสดงผลบนจอจะเล็กลง ทำให้มีเนื้อที่ใช้งานบนจอมากขึ้น การทำงานของจอภาพต้องใช้ร่วมกับแผงวงจรควบคุมจอภาพ (Graphic Adapter Card) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า การ์ดแสดงผล ซึ่งเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เสียบเข้าไปในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับคำสั่งในการแสดงผลจากโปรแกรมต่างๆ แล้วแปลงสัญญาณนั้นเป็นสัญญาณที่จอภาพเข้าใจได้ จากนั้นจึงส่งสัญญาณที่แปลงแล้วไปยังจอภาพ นอกจากนี้ยังมีจอภาพอีกประเภทที่มีลักษณะพิเศษ นั่นคือ จอภาพระบบสัมผัส (Touch Screen Monitor) ซึ่งเป็นจอภาพที่มีลักษณะไวต่อการรับรู้ โดยการส่งผ่านข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์อาศัยการสัมผัสที่จอภาพ ซึ่งมักทำเป็นลักษณะรายการ (Menu) ให้ผู้ใช้เลือก โดยที่ตัวผิวจอจะถูกปกคลุมด้วยแผ่นพลาสติกที่มีลำแสงอินฟาเรด ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ สัญญาณที่เกิดจากการสัมผัสกับลำแสงอินฟาเรดก็จะส่งเข้าสู่ระบบเพื่อตีความหมาย และประมวลผล จากนั้นจึงแสดงผลออกมาทางจอภาพเดียวกัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้ก่อให้เกิดความรวดเร็วและสะดวกในการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/8b72326bd327989195067ec4e5d0435f/sw.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293245</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293277</link>
         <description><![CDATA[<div>ลำโพ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293277</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293280</link>
         <description><![CDATA[<div>ลำโ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293280</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293283</link>
         <description><![CDATA[<div>ลำโพง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293283</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293290</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>จอภาพ (Monitor</strong> <br> <strong>เครื่องพิมพ์ (Printer)</strong> <br> <strong>ลำโพง (Speaker)</strong> <br> <strong>พล็อตเตอร์ (Plotter)</strong> </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293290</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293333</link>
         <description><![CDATA[<div> จอภาพ ซี อาร์ ที (CRT : Cathode Ray Tube) จอภาพ ซี อาร์ ที มีลักษณะคล้ายกับจอโทรทัศน์ โดยได้นำหลอดรังสีแคโทด (Cathode Ray Tube) เป็นหลอดแก้วขนาดใหญ่มาใช้เป็นหลอดภาพในการแสดงผล เทคโนโลยีชนิดนี้ได้พัฒนามาจากหลอดภาพโทรทัศน์ และจอภาพแบบ ซี อาร์ ที จอภาพรับสัญญาณภาพแบบแอนะล็อก (Analog) แต่เนื่องจากการแสดงผลสำหรับจอภาพแบบ ซี อาร์ ที ที่ได้ใช้หลอดแก้วในการแสดงผล จึงทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงและส่งผลทำให้จอภาพเกิดความร้อน เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/387207743/9b6d742550345ba0ee525d2a996a9de1/n4g_image13.png" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293333</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293335</link>
         <description><![CDATA[<div>  หูฟัง (Headphone) <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383407332/fed71cd2c5448de27c907cd520607921/1362013510_TX465_o.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:32:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีระวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293529</link>
         <description><![CDATA[<div> จอภาพ แอล ซี ดี (LCD Monitor : Liquid Crystal Display) จอภาพ แอล ซี ดี เป็นจอแสดงผลมีลักษณะเป็นจอแบบแบน และบางการแสดงผลจะไม่ใช้หลอดแก้วแบบจอภาพ ซี อาร์ ที แต่จะใช้วัตถุที่เป็น “ผลึกเหลว (Liquid Crystal)” และใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ สำหรับการการผลิตแสงสว่าง ทำให้จอภาพ แอล ซี ดี ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า จอภาพ ซี อาร์ ที นิยมใช้จอภาพชนิดนี้กับคอมพิวเตอร์แบบพกพา เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพีดีเอ เพราะเป็นจอภาพที่มีน้ำหนักเบา ในปัจจุบันได้นิยมนำมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ เพราะสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและประหยัดพื้นที่ใช้งาน ปัจจุบัน LCD เป็นมาตรฐานการใช้งานของอุปกรณ์ Computer</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383410759/6e28364da2f9f5f0f65f7dd745e22c5b/crt.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:33:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366293529</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายจิตวัต คำเผ่า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294947</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk)<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383407332/03bce36443a98a2004582b6a47dfc7f8/rq2__1_.webp" />
         <pubDate>2019-06-07 07:42:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294947</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วีรวัฒน์ สินสวัสดิ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294961</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk)</strong><br>เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากมีความจุข้อมูลสูงและราคาไม่แพง ถือเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหลักที่จำเป็นต้องมีในเครื่องคอมพิวเตอร์  มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะกลมเคลือบด้วยแถบแม่เหล็กหลายแผ่นซ้อนกัน  ติดตั้งอยู่ในเคสร่วมกับแผงวงจรหลัก  หน่วยความจำ  และหน่วยประมวลผลกลาง(CPU)   เพื่อบันทึกข้อมูลและโปรแกรม  มีความจุข้อมูลมากกว่าอุปกรณ์บันทึกข้อมูลรูปแบบอื่นๆ  และสามารถเรียกค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว  </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383410759/be2ec616132d410a12afd8a7ab282b9a/AH552_2_HI_Custom.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:42:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294961</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ศธัญยวัฒน์</title>
         <author>bastlove225</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294996</link>
         <description><![CDATA[<div> floppy disk </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383406752/f74d004fdaf7a3a8335f8c8cb4587d95/_____.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:42:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366294996</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทราพร  เวียงลอ</title>
         <author>o_o_n56150</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366295025</link>
         <description><![CDATA[<div> อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลการนำข้อมูลเข้าสูระบบคอมพิวเตอร์โดยผ่านทางอุปกรณ์นำข้อมุลเข้าชนิดต่างๆ นั้นเมื่อนำข้อมูลไปประมูลผลแล้ว ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ผ่ายในหน่วยความจำหลัก คือ แรม (RAM) แต่เมื่อปิดเครื่องข้อมูลที่อยู่ภายในแรมก็จะถูกลบทิ้งไป ทำให้ไม่สามารถเรียกข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ได้อีก ดังนั้น เมื่อข้อมูลที่ผ่านการประมูลผลแล้ว และถูกนำไปไว้ในหน่วยความจำหลัก ถ้าเราต้องการที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อีกในอนาคต จะต้องทำการย้ายข้อมูลหน่วยความจำหลักไปเก็บไว้ในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Seondary storage) โดยจะมีสื่อที่ใช้ในการเก็บข้อมูลสำรองหลายชนิด ได้แก่ ฟลอปปีดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดี หน่วยความจำชนิดแฟลช เป็นต้น </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/383444047/7103771c363950ffe9bf0e8c16a92056/download__2_.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:43:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366295025</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาว อรพิมล เผ่าเต็ม</title>
         <author>aornpimol_p</author>
         <link>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366295194</link>
         <description><![CDATA[<div><strong> โซลิดสเตตไดรฟ์ หรือ เอสเอสดี</strong></div><div><strong>                </strong>โซลิดสเตตไดรฟ์ (อังกฤษ: Solid state drive, SSD) หรือ เอสเอสดี คือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ชิปวงจรรวมที่ประกอบรวมเป็น หน่วยความจำ เพื่อจัดเก็บข้อมูลแบบถาวรเหมือนฮาร์ดดิสก์ เทคโนโลยีของโซลิดสเตตไดรฟ์ถูกสร้างมาเพื่อทดแทนฮาร์ดดิสก์จึงทำให้มีอินเทอร์เฟส อินพุต/เอ้าพุต เหมือนกันและสามารถใช้งานแทนกันได้ และเนื่องจากโซลิดสเตตไดรฟ์ถูกสร้างด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่มีชิ้นส่วนจักรกลใดๆที่มีการเคลื่อนที่ (หลักการของ ฮาร์ดดิสก์ และ ฟรอปปี้ดิสก์ คือใช้จานแม่เหล็กหมุน) ส่งผลให้ความเสียหายจากแรงกระแทกของโซลิดสเตตไดรฟ์นั้นน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ (หรือทนต่อการแรงสั่นสะเทือนได้ดี) โดยการเปรียบเทียบจากการที่โซลิดสเตตไดรฟ์ไม่ต้องหมุนจานแม่เหล็กในการอ่านข้อมูลทำให้อุปกรณ์กินไฟน้อยกว่า และใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูล (access time) และเวลาในการหน่วงข้อมูล (latency) น้อยกว่าเนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลในตำแหน่งต่างๆ ได้รวดเร็วและทันทีโดยไม่ต้องรอการหมุนจานแม่เหล็กให้ถึงตำแหน่งของข้อมูล </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/387207743/c2d31aa1570cafa4b3f99f90e7dafb2d/images.jpg" />
         <pubDate>2019-06-07 07:44:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruberm3990/i66sr882n28v/wish/366295194</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
