<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>Padlet สดใส ของฉัน by ชินดนัย พิรินทร์ยวง</title>
      <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-13 03:16:09 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-20 03:18:34 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>เมื่อพระพุทธเจ้าบรินิพพานได้ ๗ วัน ขณะรอการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระได้มีเหตุการณ์สำคัญ</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073858649</link>
         <description><![CDATA[<p>เกิดขึ้น คือ มีพระภิกษุชรารูปหนึ่งชื่อ สุภัททะ เนื่องจากบวชเมื่อแก่แล้วจึงยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย</p><p>อย่างลึกซึ้ง ไม่มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา ทำให้กล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัยและลบหลู่ พระพุทธเจ้า พระสงฆ์ผู้เป็นประมุขประธานในสมัยนั้นคือ พระมหากัสสปเถระทราบเรืองจึง</p><p>ใจว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปไม่กี่วันยังมีผู้กล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัยได้ถึงเพียงนี้หาพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ๓ เดือน พระมหากัสปเถระ จึงคัดเลือกพระอรหันต์ได้</p><p>เพื่อทำการสังคายนาพระธรรมวินัยเป็นครั้งแรก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:31:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073858649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่ ๑</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073859562</link>
         <description><![CDATA[<p>การสังคายนาครั้งที่ ๑</p><p>การสังคายนาครั้งแรกนี้มีพระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นผู้ซักถาม พระอานนท์เป็นผู้ตอบ</p><p>ข้อชักถามทางพระธรรม พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระวินัย การสังคายนาครั้งนี้เกิดขึ้นที่.</p><p>ถำสัตตบรรณ เชิงเขาเวภาระ กรุงราชคฤห์ แคว้นมดธ โดยมีพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มี</p><p>พระอรหันต์เข้าร่วมการสังคายนา ๕๐๐ องค์ ใช้เวลาทำ ๗ เดือน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:33:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073859562</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่2</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073861698</link>
         <description><![CDATA[<p>การสังคายนาครั้งที่ ๒</p><p>สามหตุที่ทำให้พระสงฆ์ทำสังคายนาครั้งนี้ เพราะมีพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งชื่อว่า วัชชีบุตร ปฏิบัติบัฏิบัติจะ</p><p>พระธรรมวินัย เช่น ฉันอาหารในเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้วและเก็บเกลือไว้ในเขาสัตว์เพื่อนำออกา</p><p>ผสมอาหารฉัน พระยสกากัณฑกบุตรเห็นว่า หากปล่อยให้พระสงฆ์ทำผิดพระธรรมวินัยเช่นนี้ต่อไป จะก็</p><p>เหตุให้เสื่อมเสีย จึงเสนอให้ทำสังคายนาเป็นครั้งที่ ๒</p><p>การทำสังคายนาครั้งที่ ๒ นี้มีขึ้นหลังจากพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นแล้ว ๑๐๐ ปี ใช้เวลาทำ ๘ เดือน</p><p>พระสงฆ์ผู้ริเริ่มในการทำคือ พระยสกากัณฑกบุตรเป็นผู้ชักชวนพระเถระทั้งหลายให้ทำสังคายๆ</p><pre><code>โดยมอบหน้าที่ให้พระเรวตเถระ เป็นผู้ซักถามพระธรรมวินัยและมีพระสัพพกามีเถระเป็นผู้ตอบคำถามคำถาม</code></pre><p>เกี่ยวกับพระวินัยทั้งหมด มีพระสงฆ์เข้าร่วมทำสังตายนาครั้งนี้ ๔๐๐ รูป</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:35:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073861698</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่3</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073863116</link>
         <description><![CDATA[<p>การสังคายนาครั้งที่ ๓</p><p>สาหตุกรทำสังตายนาครั้งนี้ เนื่องเหมืดนอกศาสมประมต้านข้ามามามพชในพระทุทตา</p><p>มากขึ้น พระโมดคัลลีบุตรติสเถระ มีความเห็นว่า อาจเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนามัวหมอง จึงได้ขอความ</p><p>ร่วมมือจากพระเจ้าอโศกมหาราช ให้ทำการสังคายนา ชำระสะสางพระพุทธศาสนาให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์</p><p>โดยมีพระสงฆ์เข้าร่วมการสังคายนาครั้งนี้จำนวน ๑,๐๐๐ รูป</p><p>การสังคายนาทำทื่อโศการามเมืองปาฏลีบุตร ใน.พ.ศ.ศ.๒๓๕ใช้เวลา ๙ เดือน มีพระเจ้าอโศกมหารา"</p><p>ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เมื่อสิ้นสุดการทำสังคายนาแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งคณะสมณทูต ๔ สาย</p><p>ออกเดินทางสู่ดินแดนต่าง ๆ ทั้งในชมพูทวีปและต่างประเทศ พระสมณทูตสำคัญที่เข้ามาเผยแผ่</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:37:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073863116</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่4</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073863985</link>
         <description><![CDATA[<p>การสังคายนาครั้งที่ ๔</p><p>การสังคายนาครั้งนี้มีขึ้นที่ถูปาราม เมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา ใน พ.ศ. ๓๖ โดยมีพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มีพระมหินทเถระเป็นประธาน และเป็นผู้ชักถามพระอริฏฐะเป็น</p><p>ผู้วิสัชนาหรือตอบ โดยมีพระสงฆ์เข้าร่วมการสังคายนาจำนวน ๖๘,๐๐๐ รูป</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:38:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073863985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่5</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073864501</link>
         <description><![CDATA[<p>การสังคายนาครั้งที่ ๕</p><p>การสังคายนาครั้งนี้เกิดขึ้นใน พ.ศ. ๔๓๓ ที่อาโลกเลณสถาน ณ มลตชนบท ในลังกาทวีป สาเหตุเกิดจากพระสงฆ์แตกแยกออกเป็น ๒ พวก คือ พวกมหาวิหาร กับพวกอภัยครีวิหาร จึงมีผู้เกรงว่าต่อไปคนรุ่นหลังจะไม่สามารถจดจำพระธรรมวินัยได้ พระสงฆ์เข้าร่วมการประชุมจำนวน๑,๐๐ รูป การสังคายนาครั้งนี้มีความสำคัญ คือ เป็นครั้งแรกที่มีการจารึกพระพุทธวจนะเป็นลายลักษณ์อักษรลงบนใบลานด้วยภาษาบาลี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:39:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073864501</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่๑ ยุคเถรวาท เป็นยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชกษัตริย์ผู้มีความยิ่งใหญ่ในประเทศอินเดียพระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองมาก มีการส่งสมณทูตออกเผยแผ่</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073872651</link>
         <description><![CDATA[<p>พระพุทธศาสนารวม ๙ สาย โดยพระสมณทูตสายที่ ๘ มีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเดินทางมาสุวรรณภูมิ ซึ่งหมายถึง ดินแดนทางตะวันออกที่มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วยพบหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับ</p><p>พระพุทธศาสนาซึ่งสันนิษฐานว่า เกิดก่อนพ.ศ. ๕ ได้แก่ สถูปเจดีย์ธรรมจักร ศิลากวางหมอบ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:49:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073872651</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่2</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073873171</link>
         <description><![CDATA[<p>ยุคที่๒ ยุคมหายาน ประมาณ พ.ศ. ๖๒ มีพระกนิษกะมหาราชทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนาครั้งที่ 2 ของฝ่ายนิกายมหายาน ที่เมืองชลันธร และได้ส่งพระสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในเอเชียกลางจนถึงประเทศจีน จาก</p><p>ปก๑๑-๑๖</p><p>ประเทศจีนก็เผยแผ่มายังอาณาจักรอ้ายลาว ซึ่งเป็นอาณาจักรที่คนไทยเคยตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้ว ใน พ.ศ. ๑๓๐๐ กษัตริย์ศรีวิชัย แห่งเกาะสุมาตราขยายอำนาจเข้าสู่ดินแดนไทยตอนใต้ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในดินแดนแถบนี้ ดังปรากฏหลักฐานเป็นพระพุทธรูป พระเทวรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระพิมพ์ต่าง ๆเมื่อขอมมีอำนาจทำให้อิทธิพลนิกายมหายานแผ่ขยายไปด้วย คนไทยจึงเปลี่ยนไปนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานเช่นเดียวกับขอมในยุคนั้นพระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองมาก พระพุทธศาสนาแบบมหายานอย่างขอมและพระพุทธศาสนาดั้งเดิมแบบเถรวาท โดยมีความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์รวมอยู่ด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:50:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073873171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค3</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073874467</link>
         <description><![CDATA[<p>ยุคที่๓ เถรวาทแบบพุกม พ.ศ. ๑๐๐ พระเจ้าอนรุทธมหาราช เจ้าเมืองพุกาม แห่งประเทศพม่า ทรงมีอำนาจแผ่ขยายอาณาเขตของตนมาถึงดินแดนตอนเหนือของไทย เข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยแถบนั้นด้วย คนไทยจึงหันไปนับถือพระพุทธศาสนาแบบพุกามอีกครั้ง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:52:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073874467</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุค4</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073874936</link>
         <description><![CDATA[<p>ยุคที่ ๔ เถรวาทแบบลังกาวงศ์ เมื่อราว พ.ศ. ๑๖๙๘ พระเจ้าปรักกมพาหุ แห่งประเทศลังกาทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาโดยทรงอาราธนาพระมหากัสสปะให้ชำระพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาจึงกลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกจนมีชื่อเสียงแผ่ออกไปยังต่างประเทศ มีชาวต่างชาติจำนวนมากพากันมาศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:52:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073874936</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยสุโขทัย</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073878751</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยสุโขทัย</p><p>ในสมัยสุโขทัย ราว พ.ศ. ๑๘๐๐-๑๙๒๐ พ่อขุนรามคำแหง-</p><p>มหาราชทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เมื่อทรงทราบข่าวจากเมืองนครศรีธรรมราชว่ามีพระสงฆ์ปฏิบัติเคร่งครัดพระธรรมวินัย พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมายังเมืองสุโขทัยพระองค์ทรงทำนุบำรุงพระสงฆ์และทรงส่งเสริมการเรียนพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีผู้เลื่อมใสน้อยลงในที่สุดจึงรวมเป็นนิกายเดียวกันคงไว้แต่พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทมาจนถึงทุกวันนี้ พระพุทธศาสนาในสมัยสุโขทัย มีความเจริญรุ่งเรื่องมาก มีการสร้างวัดวาอารามและหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวนมาก</p><p>ต่อมาใน พ.ศ. ๑๘๙๗ เมื่อพระยาลิไทยขึ้นครองราชย์ ทรงนิมนต์พระสงฆ์ชาวลังกา นามว่า พระสวามี-สังฆราชมาจากเมืองลังกา ชื่อ พระสุมนะ เข้ามาสู่กรุงสุโขทัย พระยาลิไทยทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก จึงเสด็จออกผนวช ณ วัดป่ามะม่วง เขตอรัญญิก และพระราชนิพนธ์หนังสือเตภูมิกถา หรือไตรภูมิพระร่วง ซึ่งเป็นหนังสือที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อของประชาชนในเรื่อง การทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วเรื่องนรก สวรรค์ ทรงสั่งสอนประชาชนด้วยพระองค์เองนับว่าเป็นยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญยั่งยืนในประเทศไทยอย่างแท้จริง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:56:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073878751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยล้านนา</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073880664</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยล้านนา</p><p>ในสมัยล้านนา ประมาณ พ.ศ. ๑๙๑๓ พระเจ้าก็อนา ทรงส่งพระสมณฑูตไปนิมนต์พระสังฆราชสุมน-เถระจากพระยาลิไทย ให้มาทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนานับเป็นการเริ่มต้นแห่งพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ในดินแดนแห่งนี้</p><p>สมัยพระเจ้าติโลกราชทรงส่งคณะสงฆ์ไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีลังกา พระองค์ทรง อุปถัมภ์การทำสังคายนาที่วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด</p><p>สมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. ๒๐๓๘-๒๐๖๓ เป็นยุครุ่งเรืองด้านวรรณคดีมีพระสงฆ์นักปราชญ์แต่งตำราพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาบาลีจำนวนมาก เ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 03:58:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073880664</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยอยุธยา</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073882734</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยอยุธยา</p><p>สมัยอยุธยาระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๓-๒๓๑๐ พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ยังคงรุ่งเรืองอยู่ กษัตริย์หลายพระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในศาสนา ดังเช่น สมเด็จพระนาราย์มหาราช ได้เสด็จออกผนวชในขณะที่ครองราชย์อยู่ที่วัดจุหามณี เมืองลพบุรี ในสมัยนี้มีการแต่งหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้จำนวนมาก เช่น มหาชาติคำหลวง ภาพย์มหาชาติ พระมาลัยคำหลวง นันโทปนันทสูตร ปุณโณวาทคำฉันท์สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโภค กษัทริย์สังกาทรงส่งทุตมาขอพระสงฆ์จากประเทศไทย เพื่อไปพื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงส่งพระสงฆ์มีพระอุบาลีและพระอริยมุนีพร้อมด้วยคณะสงฆ์จำนวน ๑๒ รูป ไปลังกาเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาแบบสยามวงศ์ ซึ่งปรากฏอยู่ที่ประเทศศรีลังกามาจนถึงปัจจุบันนี้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 04:01:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073882734</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยกรุงธนบุรี</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073883466</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยกรุงธนบุรี</p><p>เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนา</p><p>กรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี พระองค์ทรงพื้นฟู</p><p>พระพุทธศาสนาที่เสื่อมลงหลังจากที่พม่าเข้าดีกรุงศรีอยุธยาจนแตก โดยการอาราธนาพระสงฆ์ที่อยู่กระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกันในพระอาราม ต่าง ๆ มีการรวบรวมพระสงฆ์ที่ทรงคุณธรรมจาก หัวเมืองให้มาประชุมร่วมกันที่วัดบางหว้าใหญ่</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 04:02:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073883466</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยรัตนโกสินทร์</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073883803</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยรัตนโกสินทร์</p><p>สมัยรัชกาลที่๑ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินท์ขึ้นเป็นราชธานีแล้ว พระองค์ทรงบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆ ทรงอาราธนาพระสงฆ์ ผู้มีความชำนานู่ใ</p><p>พระไตรปิฎกจำนวน๒๑๘ รูป กับราชบัณฑิต๓๒ คน ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดมหรากรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลา ๕ เดือน และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอมณเทียรธรรมในพระบรมมหารน์เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก แล้วให้คัดลอกไปไว้ตามพระอารามหลวงต่าง ๆ อีกมากมายหลายวัดสมัยรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรสารีริกธาตุกับต้นพระศรีมหาโพธิ์จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐานที่ประเทศไทย นอกจากน้นรังการคัดเลือกพระสงฆ์ รูป เพื่อส่งไปสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีลังกาอีกด้วยสมัยรัชกาลที่๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมพระไดริฐฉบับต่าง ๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบ และตรวจสอบกับฉบับของไทย นอกจากนั้นยังมีคณะสงฆ์ธรรมผู้นิกายเกิดขึ้น โดยมีพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏ (รัชกาลที่ ๔) ทรงริเริ่มเป็นองค์แรก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-13 04:02:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3073883803</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิก</title>
         <author>kengchsseo</author>
         <link>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3080860427</link>
         <description><![CDATA[<p>ชินดนัย พิรินทร์ยวง เลขที่22</p><p>เธียรพงษ์ อิทธิผล เลขที่13</p><p>ภูวดล โถทอง เลขที่21</p><p>เจ้านาย หนูชนะ เลขที่2</p><p>กษิดิ์ ตนดี เลขที่ 25</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-20 03:18:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kengchsseo/hukr6f13mzqqycu2/wish/3080860427</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
