<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กิจกรรม ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ 6/7 by Kittisak Wanngam</title>
      <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1</link>
      <description>ให้นักเรียนเลือก คำพูดของบุคคลสำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ แล้วดำเนินการ ดังนี้ 1.สืบค้นข้อมูลว่าข้อิความนั้นแปลและมีความมหายว่าอย่างไร 2.เป็นคำพูดของใคร 3.เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน 4.มีบทบาทอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ 5.จัดกระทำข้อมูลสำหรับใส่ลงไปใน padlet และนำรูปบุคคลนั้นมาประกอบ 6.ใส่แหล่งที่มา 7.เขียนชื่อ ชื่อเล่น ห้อง เลขที่ ให้เรียบร้อย</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-08-01 06:47:31 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-07 07:37:58 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) 1511 - 1574</title>
         <author>krutigerntun11</author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533610239</link>
         <description><![CDATA[<p>“Nature made him, and then broke the mold.” </p><p><br></p><p>ธรรมชาติได้สร้างเขาขึ้นมา แล้วก็ทำลายแม่พิมพ์นั้นเสีย</p><p><br></p><p>คำพูดนี้หมายความว่า </p><p>บุคคลนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติที่ไม่มีใครเทียบได้ และไม่มีใครที่สามารถเหมือนเขาได้อีกเลย เป็นการยกย่องว่าเขา “หนึ่งเดียวในโลก” (One of a kind)ผู้กล่าวคำนี้ </p><p><br></p><p><strong>ผู้กล่าว:</strong> <em>Giorgio Vasari</em> (จอร์โจ วาซารี)</p><p><strong>กล่าวถึง:</strong> <em>Michelangelo Buonarroti</em> (ไมเคิลแองเจโล)</p><p><br></p><p> เป็นนักประวัติศาสตร์ศิลปะ นักเขียน และศิลปินในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance)<br>ผู้บุกเบิกประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่</p><p><br></p><p>บทบาทของ Giorgio Vasari ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา</p><ul><li><p>เป็นผู้เขียนหนังสือ <em>“The Lives of the Most Excellent Painters, Sculptors, and Architects”</em> (1550) ซึ่งถือเป็นชีวประวัติศิลปินเล่มแรกในโลกตะวันตก</p></li><li><p>มีบทบาทสำคัญในการสร้างแนวคิดเรื่อง “ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา” (Rinascimento)</p></li><li><p>เป็นผู้นิยามและยกย่องศิลปินยุคเดียวกันอย่าง Leonardo da Vinci, Raphael และ Michelangelo</p></li><li><p>เป็นคนแรกที่มองศิลปินว่าเป็น "อัจฉริยะ" ไม่ใช่เพียงช่างฝีมือ</p></li><li><p>ออกแบบสถาปัตยกรรมสำคัญ เช่น <em>Uffizi Gallery</em> ในฟลอเรนซ์</p></li></ul><p> แหล่งที่มา</p><ol><li><p>Vasari, Giorgio. <em>The Lives of the Most Excellent Painters, Sculptors, and Architects.</em> 1550.<br>Link (ฉบับภาษาอังกฤษ)</p></li><li><p>Encyclopedia Britannica. "Giorgio Vasari."<br><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Giorgio-Vasari">https://www.britannica.com/biography/Giorgio-Vasari</a></p></li><li><p>National Gallery UK. “Giorgio Vasari.”<br><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.nationalgallery.org.uk/artists/giorgio-vasari">https://www.nationalgallery.org.uk/artists/giorgio-vasari</a></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/22/Giorgio_Vasari_Selbstportr%C3%A4t.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:13:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533610239</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดันเต อาลีเกียรี ( Dante Alighieri ) 1265–1321</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533612980</link>
         <description><![CDATA[<p>"The greatest advantage a liar has is knowing the truth."</p><p><br></p><p>"ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนโกหก ก็คือการที่เขารู้ความจริง"</p><p><br></p><p> เป็นคําพูดที่สื่อถึงบุคคลที่โกหกเก่งๆ มีมักจะเป็นคนที่รู้ความจริงเรื่องนั่นถึงจะบิดเบือนสิ่งเหล่านั่นให้คนฟังคล้อยตาม เปรียบเสมือนการใช้ปัญญาในทางผิดหรือเป็นการหลอกใช้คนอื่นโดยใช้ปัญญาของตนเอง </p><p><br></p><p>Dante Alighieri เป็น นักเขียนและกวีชาวอิตาลี</p><p>มีชีวิตอยู่ในช่วง ปลายศตวรรษที่ 13 ถึงต้นศตวรรษที่ 14 (ปี ค.ศ. 1265–1321)</p><p>ผลงานสำคัญคือ The Divine Comedy (บทกวีมหากาพย์ที่เล่าการเดินทางผ่านนรก โลกวิญญาณ และสวรรค์)</p><p>ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งภาษาอิตาเลียน" (Father of the Italian Language)</p><p><br></p><p>แม้ดันเตจะมีชีวิตอยู่ ก่อนยุคเรอเนซองส์โดยตรง, แต่เขาเป็นหนึ่งใน บุคคลสำคัญที่วางรากฐานทางวรรณกรรมและแนวคิด ซึ่งต่อมามีอิทธิพลอย่างมากในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา โดยเฉพาะส่งเสริมการใช้ภาษาอิตาเลียนท้องถิ่น แทนภาษาละตินในงานวรรณกรรมนำเสนอแนวคิดเรื่อง ศีลธรรม, ความเชื่อ, ความรู้ และการวิพากษ์สังคม ผ่านบทกวี เป็นแรงบันดาลใจแก่ศิลปิน นักเขียน นักปรัชญาในยุค Renaissance เช่น Petrarch, Boccaccio</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181667266/7b4b51176d2e0f1943f775c065ca64fc/1000007321.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:18:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533612980</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sir Francis Bacon (เซอร์ ฟรานซิส เบคอน) 1561-1626</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533614227</link>
         <description><![CDATA[<p>"Knowledge is power"</p><p>"ความรู้ทำให้เรามีอำนาจและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้"</p><p>•ผู้กล่าว</p><p>Sir Francis Bacon (เซอร์ ฟรานซิส เบคอน)เป็นชาวอังกฤษ</p><p>•กลุ่ม/ยุค</p><p>นักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์</p><p>ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)</p><p>กลุ่มนักคิดสายประจักษ์นิยม (Empiricism)</p><p>•ความหมายหลัก</p><p>การมีความรู้ทำให้เรามีพลังในการตัดสินใจ เปลี่ยนแปลง และพัฒนาตนเองหรือสังคม</p><p>•บทบาทในยุคนั้น</p><p>บิดาแห่งวิธีการทางวิทยาศาสตร์</p><p>ส่งเสริมให้ใช้การสังเกตและการทดลอง</p><p>เปลี่ยนมุมมองความรู้จากแค่ทฤษฎี มาเป็นของที่ใช้ได้จริง</p><p>•แหล่งที่มา</p><p>https://en.wikipedia.org/wiki/Francis_Bacon</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thecollector.com/francis-bacon-knowledge-is-power/">https://www.thecollector.com/francis-bacon-knowledge-is-power/</a></p><p>นายสรัล กิตติตระกูลกาล ม.6/7 เลขที่5</p>]]></description>
         <enclosure url="https://en.m.wikipedia.org/wiki/File:Somer_Francis_Bacon.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:20:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533614227</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Thales of Miletus(ทาแลส)c. 626/623 BC-c. 548/545 BC (อายุประมาณ78ปี)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533615585</link>
         <description><![CDATA[<p>“Magnets have souls, and that is why they attract iron.”</p><p>“แม่เหล็กมีวิญญาณ และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่มันดึงดูดเหล็ก”</p><p><br></p><p>ความหมายของคำพูด?</p><p>ความหมายเชิงตรรกะตามความเชื่อยุคโบราณคือ ผู้คนสมัยก่อนเห็นว่าพลังดูดของแม่เหล็กนั้นเหมือนมีชีวิตหรือวิญญาณ เพราะสามารถเคลื่อนย้ายโลหะได้โดยไม่มีผู้ควบคุม จึงอธิบายว่าแม่เหล็กมี “วิญญาณ” ข้างใน</p><p><br></p><p>เป็นคำพูดของใคร?</p><p>คำพูดนี้มาจาก ธาเลสแห่งไมลิทัส (Thales of Miletus) ชนชาติกรีกโบราณนักปรัชญาและนักคิดชาวกรีกยุคก่อนโสกราตีส ซึ่งอ้างว่าล็อดสโตนดึงดูดเหล็กเพราะมันมีวิญญาณ</p><p><br></p><p>ธาเลสเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน?</p><p>ธาเลสถือเป็นหนึ่งใน นักปรัชญาผู้บุกเบิกแห่งยุคต้นของกรีกโบราณ (pre‑Socratic philosophers) และมักถูกเรียกว่า “บิดาแห่งปรัชญาตะวันตก” คนแรก</p><p><br></p><p>มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ?</p><p>แม้ธาเลสอยู่ในยุคกรีกโบราณ แต่เรื่องแนวคิดเรื่องแม่เหล็กกับวิญญาณของเขาถูกหยิบยกในยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) โดยนักปรัชญาธรรมชาติและนักทดลองต่างๆ เช่น William Gilbert ที่ตีพิมพ์ De Magnete เมื่อปี 1600 โดยนำแนวคิดเรื่องแม่เหล็กเข้าสู่การทดลองเชิงวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง แม้จะไม่รับแนวคิดธาเลสว่าแบบมีวิญญาณ แต่การสำรวจแม่เหล็กในยุคนั้นคือแรงผลักดันสำคัญของการเปลี่ยนสู่ปรัชญาเชิงทดลองและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่</p><p><br></p><p>แหล่งที่มาหลัก:</p><p><br></p><ul><li><p>Aristotle อ้างถึงแนวคิดแม่เหล็กมีวิญญาณ</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.laphamsquarterly.org/energy/miscellany/magnet-has-soul?utm_source=chatgpt.com">https://www.laphamsquarterly.org/energy/miscellany/magnet-has-soul?utm_source=chatgpt.com</a></p></li><li><p>บทวิเคราะห์เรื่องแม่เหล็กยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เช่นงานของ William Gilbert และบทบาทในแนวคิดยุค Renaissance</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.researchgate.net/publication/322099449_Magnetism_in_Renaissance_Science?utm_source=chatgpt.com">https://www.researchgate.net/publication/322099449_Magnetism_in_Renaissance_Science?utm_source=chatgpt.com</a></p><p> </p></li><li><p>นายปิญะพงษ์ สารวัน เลขที่10 </p></li></ul><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181657862/c688ef34b465c12967e6957637f4c228/images.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:22:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533615585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มาร์ติน ลูเทอร์ (Martin Luther) 2026-2089</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533617080</link>
         <description><![CDATA[<p>“Truth must be sought from the scriptures, not tradition” </p><p>“ความจริงต้องแสวงหาจากพระคัมภีร์ ไม่ใช่จารีตประเพณี”</p><p>1.ความหมายของคำพูดนี้ : คือการเน้นย้ำว่าคัมภีร์ใบเบิ้ลเป็นแหล่งที่มาของความจริงสูงสุดเพียงแหล่งเดียว ไม่ใช่คำสอนหรือแนวปฏิบัติที่สืบทอดกันมา การเชื่อในพระคัมภีร์เท่านั้นทำให้ผู้คนสามารถตีความคำสอนได้ด้วยตนเองโดยตรง ไม่ต้องผ่านการตีความจากนักบวชหรือผู้มีอำนาจทางศาสนาเพียงอย่างเดียว </p><p>2.ข้อมูลนี้เป็นคำพูดของ : มาร์ติน ลูเทอร์ และเหล่าผู้ปฏิรูปคนอื่นๆ ซึ่งลูเทอร์เป็นผู้ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการขายใบไถ่บาปของคริสตจักรและะยืนยันว่าการรอดพ้นจากบาปมาจากการศรัทธาในพระเจ้าเพียงอย่างเดียว เป็นชาวเยอรมัน </p><p>3.เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มใด : เป็นกลุ่มที่ต้องการปฏิรูปคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่พวกเขาเห็นว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องและะห่างไกลจากคำสอนในพระคัมภีร์ไปมาก กลุ่มนี้ก่อให้เกิดนิกายโปรเตสเเตนต์ขึ้นในที่สุด</p><p>4.บทบาทสำคัญ : ด้านสังคมและวัฒนธรรม การอ่านพระคัมภีร์ด้วยตนเองส่งเสริมให้ผู้คนสนใจการรู้หนังสือมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาและะการเข้าถึงความรู้ในวงกว้าง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อศิปะและดนตรีโดยเน้นงานที่สะท้อนถึงพระคัมภีร์มากขึ้นด้วย</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา : Gemini</p><p>น.ส.ชลดา ทัพไทย พิพลอย ม.6/7 เลขที่ 25</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181641813/d034dd1fde80fefe38002e65427804ec/IMG_7942.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:25:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533617080</guid>
      </item>
      <item>
         <title>FILIPPO BRUNELLESCHI (ฟิลิปโป บรูเนลเลสกี) 1377 - 1446</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533617668</link>
         <description><![CDATA[<p>“Perspective is the reinvention of the divine eye.”</p><p><br></p><p>มุมมองเชิงทัศนียภาพคือการสร้างสรรค์ใหม่ของดวงตาอันศักดิ์สิทธิ์</p><p><br></p><p>*ข้อความนี้หมายถึง</p><p>การสร้าง "perspective" หรือ ทัศนียภาพเชิงลึก ในงานศิลปะ เป็นการคืนพลังการมองเห็นเหมือนพระเจ้าให้แก่มนุษย์</p><p>เพราะ "ดวงตาแห่งพระเจ้า" เป็นสัญลักษณ์ของการมองเห็นอย่างครอบคลุมและลึกซึ้งเหนือมนุษย์</p><p><br></p><p>ในการวาดภาพยุคกลาง งานศิลปะยังไม่มีมิติความลึก จนกระทั่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเริ่มคิดค้น "perspective" ซึ่งทำให้งานศิลปะดูมีชีวิตและใกล้ความจริงมากขึ้น เปรียบเสมือนศิลปินได้ "มอง" โลกเหมือนพระเจ้ามอง</p><p><br></p><p>*เป็นคำพูดของใคร</p><p>Filippo Brunelleschi (ฟิลิปโป บรูเนลเลสกี) ศิลปิน สถาปนิกและวิศวกร ชาวอิตาลี</p><p><br></p><p>*เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม</p><p>ศิลปินและสถาปนิกแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)</p><p><br></p><p>*บทบาทสำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>เขาเป็นผู้ คิดค้นระบบ perspective เชิงเรขาคณิต (linear perspective) ขึ้นครั้งแรกในศิลปะยุคฟื้นฟู</p><p><br></p><p>ผลงานสำคัญที่สุดของเขาคือ โดมของมหาวิหาร Florence (Santa Maria del Fiore) ซึ่งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าในสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม</p><p>เขามีอิทธิพลอย่างมากต่อศิลปินรุ่นหลัง เช่น Leonardo da Vinci และ Michelangelo</p><p>แหล่งที่มา</p><ol><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.historycrunch.com/filippo-brunelleschi-renaissance-artist.html#google_vignette">https://www.historycrunch.com/filippo-brunelleschi-renaissance-artist.html#google_vignette</a>:h</p></li><li><p>https://www.britannica.com/biography/Filippo-Brunelleschi</p></li></ol><p><br></p><p>นายศุภกฤษ ช่วยชุมชาติ ม.6/7 เลขที่ 3</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181668235/71e7c67604108841b8741ff7cc158a3e/filippo_brunelleschi.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:26:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533617668</guid>
      </item>
      <item>
         <title> Dante Alighieri (ดันเต้ อลิกิเอริ) 1265-1321</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533618635</link>
         <description><![CDATA[<p>The darkest places in hell are reserved for those who maintain their neutrality in times of moral crisis</p><p>”สถานที่อันมืดมิดที่สุดในขุมนรก มีไว้สำหรับผู้ที่ดำรงความเป็นกลาง ในห้วงเวลาแห่งวิกฤตทางศีลธรรม“</p><p>วลีนี้ มักถูกอ้างถึงว่าเป็นของ Dante Alighieri จากผลงาน The Divine Comedy โดยเฉพาะบท Inferno </p><p>แต่ ไม่ใช่คำพูดตรงตามต้นฉบับ</p><p>เป็นการสรุปหรือดัดแปลงความหมายของบทที่กล่าวถึง “ผู้ที่ไม่เลือกข้าง”คนที่ไม่เข้าข้างฝ่ายดีหรือฝ่ายเลว</p><p>ใน Inferno วงนรกชั้นนอกสุด มีผู้คนที่ ไม่เคยเลือกฝ่ายใดเลย — ทั้งในชีวิตและศึกแห่งคุณธรรม</p><p> พวกเขาไม่ได้รับเกียรติแม้แต่จะเข้าสู่นรกจริง ๆ</p><p>วิญญาณของพวกเขาถูกปล่อยให้ลอยอยู่ใน “ความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์”</p><p>พวกเขา “ไม่เคยมีชื่อเสียง” และ “โลกไม่จดจำ”</p><p>John F. Kennedy (JFK)<br>ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในสุนทรพจน์ปี 1963 ว่า:<br>“The hottest places in hell are reserved for those who in time of moral crisis preserve their neutrality.”<br>(เขาอ้างว่าเป็นคำของ Dante แต่จริง ๆ แล้วเป็นการดัดแปลง)หลังจากนั้น วลีนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานปราศรัย, สื่อ, วรรณกรรม และการเคลื่อนไหวทางการเมือง</p><p><br></p><p>แหล่งข้อมูล </p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://quoteinvestigator.com/2015/10/14/hottest-hell">quoteinvestigator.com/2015/10/14/hottest-hell</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.jfklibrary.org/about-us/join-and-support/support-the-jfk-library">https://www.jfklibrary.org/about-us/join-and-support/support-the-jfk-library</a></p></li></ul><p>นาย อรรจวิชญ์ เบนนอ เลขที่16</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181684044/77e9001232a38e7fe053b94b8ca68c9c/IMG_6831.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:28:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533618635</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์ (Christopher Marlowe) 1564 – 1593</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533618682</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><strong>“Hell is just a frame of mind.”</strong></p><p>  ”นรกเป็นเพียงกรอบความคิด“</p><p><br></p><p><strong>คำพูดนี้หมายความว่า</strong></p><p>การที่คนเราใช้ความคิดหรือจิตใจของตนสร้างการทรมานในใจเอง ไม่ใช่สถานที่จริง แต่คือสภาพจิตใจที่ยึดติดหรือกลัวจนเกิดความทุกข์ในใจตัวเอง</p><p><br></p><p><strong>ผู้กล่าว: </strong>เป็นคำพูดจากบทละคร Dr. Faustus โดย Christopher Marlowe ชาวอังกฤษ</p><p><br></p><p>Christopher Marlowe เป็นนักประพันธ์และกวีชาวอังกฤษในยุค Renaissance (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ) ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญด้านวรรณกรรมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการยุโรป</p><p><br></p><p><strong>บทบาทของ Christopher Marlowe ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา</strong></p><ul><li><p>Marlowe ทรงอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมสมัย Elizabethan</p></li><li><p>ผลงานเช่น Doctor Faustus สื่อแนวคิดเรื่องความรู้ ท้าทายขนบธรรมเนียมศาสนาแบบดั้งเดิม</p></li><li><p>สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสนใจในมนุษย์ (humanism) และคำถามเกี่ยวกับอำนาจ ความทะเยอทะยาน และศีลธรรมในยุคใหม่</p></li></ul><p><br></p><p><strong>แหล่งที่มา</strong></p><p>Chat GPT</p><p><br></p><p>นางสาวนิชานันท์ จันทาป ม.6/7 เลขที่22</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181653906/d02e472930359675a3e3686907a30179/IMG_7347.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:29:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533618682</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิโคโล มาแคคิอาเวลลี (Niccolò Machiavelli) ที่ผู้เขียน The Prince ผู้โด่งดังสมัยเรอเนซองส์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619128</link>
         <description><![CDATA[<p>        คำนิยาม     “It is better to be feared than loved, if you cannot be both”                   </p><p>เเปล “มันย่อมดีกว่าที่จะเป็นผู้น่าหวาดกลัว มากกว่าที่จะเป็นที่รัก หากคุณไม่สามารถเป็นทั้งสองอย่างได้”</p><p>           </p><p>ความหมาย    หากผู้นำไม่สามารถสร้างทั้งความรักและความหวาดกลัว ความหวาดกลัวถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า   </p><p> **แหล่ง**       *The Prince* บทที่ XVII (1532)                                                               </p><p>ผู้กล่าว    Niccolò Machiavelli (1469–1527)  เป็นชาวอิตาเลี่ยน                                                            </p><p>กลุ่ม นักปรัชญา,นักการเมือง-นักรัฐศาสตร์ยุคเรอเนซองส์ (Italian Renaissance political theory)                    </p><p><br></p><p>บทบาทในยุคบิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่ ชี้แนวทาง Realpolitik เพื่อการบริหารรัฐ                            </p><p>ความสำคัญ   เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องอำนาจจากคุณธรรมสู่ผลลัพธ์ และมีอิทธิพลต่อชื่อเสียงแนวคิด “Machiave</p><p>llian” </p><p><br></p><p>เเหล่งที่มา <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/The_Prince">https://en.wikipedia.org/wiki/The_Prince</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Niccol%C3%B2_Machiavelli">https://en.wikipedia.org/wiki/Niccol%C3%B2_Machiavelli</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.marxists.org/reference/archive/machiavelli/works/prince/ch17.htm">https://www.marxists.org/reference/archive/machiavelli/works/prince/ch17.htm</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://insights.som.yale.edu/insights/no-machiavelli-did-not-say-its-better-to-be-feared-than-loved">https://insights.som.yale.edu/insights/no-machiavelli-did-not-say-its-better-to-be-feared-than-loved</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.history.com/topics/renaissance/machiavelli">https://www.history.com/topics/renaissance/machiavelli</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://fixquotes.com/quotes/it-is-better-to-be-feared-than-loved-if-you-1048.htm">https://fixquotes.com/quotes/it-is-better-to-be-feared-than-loved-if-you-1048.htm</a></p><p><br></p><p>ชื่อ นายณภัทร  ศรีชมภู ม.6/7 เลขที่ 6</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181679352/3059fc53152b2c0279b95a9284bd470b/1000011978.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:30:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619128</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โรเจอร์ แอสแคม (Roger Ascham) 1515 - 1568</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619171</link>
         <description><![CDATA[<p>การเรียนรู้สอนเราได้มากกว่าในหนึ่งปีที่ประสบการณ์จะสอนเราได้ในยี่สิบปี</p><p><br></p><p>ความหมายของข้อความนี้?</p><p>ข้อความนี้เน้นย้ำถึงคุณค่าของการศึกษาและการเรียนรู้ที่เป็นระบบ ซึ่งมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์เพียงอย่างเดียว Roger Ascham มองว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์นั้นเป็น "ภูมิปัญญาที่ต้องแลกมาด้วยราคาแพง" เพราะต้องผ่านความผิดพลาดและความล้มเหลวมากมาย ในขณะที่การเรียนรู้จากหนังสือหรือการสอนจะช่วยให้เราได้รับความรู้ที่ตกผลึกแล้วในเวลาอันสั้น</p><p><br></p><p> เป็นคำพูดของใคร?</p><p>Roger Ascham (โรเจอร์ แอสแคม)</p><p><em>โรเจอร์ แอสแคม เป็นคน ชนชาติอังกฤษ (English)</em></p><p><br></p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน?</p><p>เขาเป็นนักมนุษยนิยม (Humanist) ชาวอังกฤษและเป็นนักการศึกษาที่มีอิทธิพลในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ของอังกฤษ</p><p><br></p><p>บทบาทสำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p> • ครูสอนพิเศษของราชินี : เป็นครูสอนภาษาละตินและภาษากรีกให้กับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ทำให้พระนางเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่มีการศึกษาดีที่สุดในยุคนั้น</p><p> • นักเขียนและนักวิชาการ : เป็นที่รู้จักจากผลงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะหนังสือชื่อ "The Scholemaster" (ตีพิมพ์หลังเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1570) ซึ่งเป็นหนังสือที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อทฤษฎีการศึกษาในอังกฤษ</p><p> • ส่งเสริมภาษาอังกฤษ : เขาเป็นผู้ส่งเสริมให้มีการใช้ภาษาอังกฤษในงานเขียนวิชาการ โดยเชื่อว่าภาษาอังกฤษมีศักยภาพเทียบเท่าภาษาละตินหรือภาษากรีก</p><p><br></p><p>7. แหล่งที่มา:</p><p>  • Wikipedia: Roger Ascham</p><p>  •  Oxford Bibliographies: Roger Ascham -  Renaissance and Reformation</p><p>  •  BrainyQuote: Roger Ascham Quotes</p><p><br></p><p>นางสาวกานตร์รวี ทอดเสียง เลขที่ 21 ม.6/7</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181647731/77288b6bfde25eb64753e1a0087b36c0/Roger_Ascham___Project_Gutenberg_eText_12788.png" />
         <pubDate>2025-08-01 07:30:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อัครสาวกเปาโล (Saint Paul the Apostle)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619181</link>
         <description><![CDATA[<p>"There is one Spirit, which is present in all things." </p><p> </p><p>“มีพระวิญญาณของพระเจ้าหนึ่งเดียว ที่อยู่และทำงานในทุกสิ่ง เพื่อรวมทุกคนและทุกสิ่งเข้าไว้ในความตั้งใจของพระเจ้า”</p><p> </p><p>มักถูกตีความว่าเป็นความเชื่อทางปรัชญาหรือจิตวิญญาณแบบพหุฐาน (pantheistic) หรือ “panentheism” ซึ่งถือว่าพลังอันศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ในสรรพสิ่งและรวมทุกสิ่งเป็นหนึ่งเดียว </p><p><br></p><p>เป็นคำพดของ อัครสาวกเปาโล </p><p>เชื้อชาติ: ยิว (เป็นชาวอิสราเอล จากเผ่าเบนยามิน)ใ</p><p><br></p><p>จความสำคัญตามแนวคิดของเปาโล</p><p><br></p><p>มี พระวิญญาณบริสุทธิ์ (Holy Spirit) เพียงองค์เดียว</p><p><br></p><p>พระวิญญาณนี้เป็นของพระเจ้า และเป็นผู้ให้ชีวิตแก่สรรพสิ่ง</p><p><br></p><p>พระวิญญาณทำให้ทุกคนในพระคริสต์เป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะต่างเชื้อชาติ ภาษา หรือสถานะ</p><p><br></p><p>การดำรงอยู่ของพระวิญญาณในทุกสิ่งหมายถึง พระเจ้าไม่จำกัดอยู่ในสถานที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ทรงสถิตในจักรวาลและในหัวใจของผู้เชื่อ:</p><p><br></p><p>สัญชาติ โรมัน (ได้รับสิทธิสัญชาติ เพราะเกิดในเมืองทาร์ซัส ซึ่งอยู่ภายใต้จักรวรรดิโรมัน)</p><p><br></p><p>ภูมิลำเนา: เมืองทาร์ซัส (Tarsus) ในแคว้นคิลีเคีย (Cilicia) ปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกี </p><p><br></p><p><br></p><p>นักปรัชญาฝรั่งเช่น Hegel หรือ Schelling ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด panentheism </p><p><br></p><p>นักปรัชญาพีระมิดอินเดีย เช่น ผู้เขียน Upanishads ที่ใช้คำว่า Atman และสอนว่ามีสาระเดียวในทุกสรรพสิ่ง </p><p><br></p><p>หากเป็นกลุ่ม Panentheism ผสมกับ Hegel/Schelling ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญในการพัฒนาปรัชญาช่วงหลังยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) และต่อมาจนถึงยุคอุดมคติของเยอรมัน โดยมีบทบาทในการคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าและจักรวาล</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา</p><p><br></p><p>Stanford Encyclopedia of Philosophy: https://plato.stanford.edu/entries/bruno/</p><p><br></p><p>Britannica: https://www.britannica.com/biography/Giordano-Bruno</p><p><br></p><p>Wikipedia: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Giordano">https://en.wikipedia.org/wiki/Giordano</a></p><p>_Bruno</p><p>นายณัฐภพ ประพันธ์ เลขที่11 มี.6/7</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181673913/ff77c8627c3a73bd773aa125489c8e1f/Screenshot_20250801_141506.jpg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:30:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533619181</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คาลิล ยิบราน(Khalil Gibran) 1883 – 1931</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533620205</link>
         <description><![CDATA[<p>“The whole earth is our homeland.”</p><p>“ทั้งโลกคือแผ่นดินเกิดของเรา”</p><p><br></p><p>ความหมายคือโลกทั้งใบคือบ้านของเรา; ทุกคนคือพี่น้องร่วมโลก</p><p><br></p><p>ผู้พูดคือ Khalil Gibran</p><p>เป็นบุคคลสำคัญใน กลุ่มนักเขียนสายปรัชญา-กวีผู้พูดถึงมนุษยนิยม และสหภาพแห่งจิตใจของมนุษย์ เป็นชาว เลบานอน-อเมริกัน. เขาเกิดที่เลบานอนแต่ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา</p><p><br></p><p>จริง ๆ แล้ว Khalil Gibran เกิดในยุคปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงหัวศตวรรษที่ 20 ไม่ใช่สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ของยุโรป ดังนั้นเขาไม่ได้มีบทบาทในช่วงดังกล่าว แต่เป็นบุคคลสำคัญในยุคสมัยใหม่ที่กระตุ้นแนวคิดเรื่องสัจธรรม จิตใจ และจริยธรรมร่วมสมัย</p><p><br></p><p>แหล่งข้อมูล</p><p>“Spare me the political events and power struggles, as the whole earth is my homeland and all men are my fellow countrymen.” — Khalil Gibran</p><p>Chat GPT</p><p><br></p><p>นางสาวก่อนตะวัน เพ็ชรเลิศจำรัส ตะวัน ห้อง6/7 เลขที่18</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181695043/dd382396315b5a47b1b142b398ad49de/IMG_9965.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:32:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533620205</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อันเดรอัส เวซาลิอุส (Andreas Vesalius) 1514 – 1564</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621021</link>
         <description><![CDATA[<p>แปลว่า : "กายวิภาคศาสตร์ต้องศึกษาด้วยมีดผ่าตัด ไม่ใช่ด้วยตำรา"</p><p>ความหมาย : คำคมนี้ถึงความสำคัญของการลงมือปฏิบัติจริง การสังเกต และการสำรวจร่างกายมนุษย์โดยตรงแทนที่จะพึ่งพาความรู้จากตำราเพียงอย่างเดียว เป็นการท้าทายแนวคิดดั้งเดิมที่ยึดติดกับการเรียนรู้จากตำราโบราณซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่สมบูรณ์</p><p>เป็นคำพูดของ : อันเดรอัส เวซาลิอุส (Andreas Vesalius) </p><p>ชนชาติ : ชาวดัล</p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม : เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในวงการแพทย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) และได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งกายวิภาคศาสตร์สมัยใหม่"</p><p>แหลงที่มา :</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Andreas-Vesalius">https://www.britannica.com/biography/Andreas-Vesalius</a></p><p><br/></p><p>นางสาวทัชชา  นามเย็น  เลขที่27 6/7 </p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181709120/80a029e17822ac09e4b9bb91567a44b7/8B4F47A6_8A72_4552_8799_1E59F50BE01E.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:33:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621021</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) 1452 - 1519</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621144</link>
         <description><![CDATA[<p>“Learning never exhausts the mind.”</p><p><br></p><p>การเรียนรู้ไม่เคยทำให้จิตใจเหน็ดเหนื่อย</p><p><br></p><p>คำพูดนี้เหมายความว่า:</p><p>ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไร จิตใจของเรายิ่งตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า ไม่ใช่เหนื่อยล้าเหมือนร่างกาย</p><p>ซึ่งสะท้อนแนวคิดของเขาที่เป็นคนใฝ่รู้ตลอดชีวิต ทั้งในด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ กายวิภาค ดาราศาสตร์ และวิศวกรรม</p><p><br></p><p>ผู้กล่าว : ลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci)</p><p>กล่าวถึง : มนุษย์ทุกคน ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้</p><p><br></p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม Renaissance man (คนแห่งยุคเรอเนสซองส์) หรือ High Renaissance polymath ที่มีความสามารถหลากหลายทั้งด้านศิลปะ และวิทยาศาสตร์</p><p><br></p><p>บทบาทของ Leonardo da Vinci ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา</p><ul><li><p>เป็นจิตรกรสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เช่น Mona Lisa และ The Last Supper</p></li><li><p>เป็นนักศึกษาทำงานด้านกายวิภาคศาสตร์ กายภาพ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์</p></li><li><p>มีสมุดบันทึก (notebooks) บรรจุแนวคิดด้านสถาปัตยกรรม เครื่องจักร อากาศยาน ฯลฯ ที่ล้ำหน้ากว่าระบบความรู้ในยุคของเขา</p></li><li><p>จัดเป็นต้นแบบของ “มนุษย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ” ที่ผสมผสานศิลปะกับวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง</p></li></ul><p>แหล่งที่มา</p><p><br></p><ol><li><p>Goodreads – คำคมจาก Leonardo da Vinci<br>🔗 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.goodreads.com/quotes/156573-learning-never-exhausts-the-mind">https://www.goodreads.com/quotes/156573-learning-never-exhausts-the-mind</a><br>(เว็บไซต์รวมคำคมจากนักคิดทั่วโลก)</p></li><li><p>Evolution by SKF – วิเคราะห์ความหมายของคำพูด<br>🔗 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://evolution.skf.com/learning-never-exhausts-the-mind-2/">https://evolution.skf.com/learning-never-exhausts-the-mind-2/</a><br>(บทความเจาะลึกแนวคิดของลีโอนาร์โดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้)</p></li></ol><p><br></p><p><br></p><p>นายกนกโชติ แก้วชูโชติ เลขที่ 14 ม.6/7</p><p>ลีโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) เป็นชาวอิตาลี</p><p> </p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181658944/1a69ffba446726c0115b4cfbe22d47f8/IMG_6321.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:34:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621144</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) 1452-1519</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621642</link>
         <description><![CDATA[<p>"Art is never finished only abandoned"</p><p>“ศิลปะไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ เพียงแต่ถูกละทิ้งไว้เท่านั้น”</p><p><br></p><p>คำพูดนี้สะท้อนความคิดว่า ศิลปินแทบจะไม่เห็นผลงานของตนว่าถึงความสมบูรณ์แบบเต็มรูปแบบ แต่เมื่อถึงเวลาเขาเพียงเลือกที่จะหยุดสร้างและเดินหน้าต่อไปหรือยอมปล่อยวาง กล่าวคือผลงานนั้นถูก “ทิ้งไว้” ไม่ใช่ถูก “ทำให้เสร็จสิ้น”</p><p><br></p><p>ผู้พูด : เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) เป็นชาวอิตาลี</p><p><br></p><p>กลุ่ม : Renaissance (ยุคฟื้นฟูศิลปะและวิทยาศาสตร์ในอิตาลี)</p><p><br></p><p>บทบาทในยุค : เป็นศิลปินและนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นตัวแทนของ “มนุษย์ยุค Renaissance” ที่ผสมผสานศิลปะ วิทยาศาสตร์ และการศึกษาอย่างลงตัว</p><p><br></p><p>แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับคำพูด</p><p>1.https://quoteinvestigator.com/2019/03/01/abandon</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://history.stackexchange.com/questions/77012/did-da-vinci-really-say-art-is-never-finished-only-abandoned">2.https://history.stackexchange.com/questions/77012/did-da-vinci-really-say-art-is-never-finished-only-abandoned</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikiquote.org/wiki/Talk:Leonardo_da_Vinci">3.https://en.wikiquote.org/wiki/Talk:Leonardo_da_Vinci</a></p><p>ข้อมูลเกี่ยวกับ Leonardo da Vinci</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Leonardo_da_Vinci">1.https://en.wikipedia.org/wiki/Leonardo_da_Vinci</a></p><p>2.https://www.leonardodavincisinventions.com/leonardo-da-vinci-quotes</p><p><br></p><p>นายชยธัญ ทองหย่อน เลขที่1 ม.6/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181679222/7038377e0dbd8bdafbc3a0bf8889b764/images__22_.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:35:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621642</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พาราเซลซัส (Paracelsus) 1493-1541</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621971</link>
         <description><![CDATA[<p>"The dose makes the poison." </p><p>ข้อความแปลว่า</p><p>= ปริมาณของสารหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นตัวกำหนดว่า มันจะเป็นพิษหรือเป็นอันตรายหรือไม่</p><p><br></p><p>ความหมาย</p><p>=﻿﻿สารบางอย่างที่ปกติไม่เป็นอันตราย หากได้รับในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้เป็นพิษได้หรือสารที่มีพิษ ก็อาจไม่เป็นอันตรายถ้าได้รับในปริมาณน้อยมากจนแทบไม่มีผล</p><p><br></p><p>เป็นคำพูดของ</p><p>=Paracelsus(พาราเซลซัส)</p><p><br></p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม</p><p>=กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา<br>การ (Renaissance) ﻿﻿ถือเป็นหนึ่งในบิดาแห่งวิชา เภสัชวิทยา<br>(Pharmacology) และ พิษวิทยา (Toxicology)</p><p>﻿﻿เป็นนักคิดที่เปลี่ยนแปลงแนวคิดทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์จากยุคกลางสู่ยุคใหม่</p><p><br></p><p>มีบทบาทสำคัญคือ</p><p>=เขาได้ปฏิวัติวงการแพทย์ด้วยการเน้นใช้ การทดลองและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แทนการอิงแค่ความเชื่อและตำราดั้งเดิม</p><p>เสนอแนวคิดว่า "ปริมาณของสารกำหนดพิษภัย" (The dose makes the poison) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพิษวิทยาสมัยใหม่</p><p>﻿﻿ส่งเสริมการใช้สารเคมีและแร่ธาตุในการรักษาโรคแทนการใช้สมุนไพรและวิธีแบบโบราณ</p><p>﻿﻿เป็นผู้ริเริ่มการใช้ยาอย่างมีหลักการและเป็นระบบมากขึ้นในยุคนั้น</p><p><br></p><p>เป็นแพทย์และนักเล่นแร่แปรธาตุชาว<strong><mark>เยอรมัน-สวิส</mark></strong> (German-Swiss) เกิดที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่มีผลงานและอิทธิพลในเยอรมนี.&nbsp;</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา</p><p>=www.gotoknow.org</p><p><br></p><p>นางสาวปัณฑิตา สังข์อุไร (แทน) 6/7 เลขที่36</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181672202/7585aa9c1cc86aba777e0b433a6bc80c/IMG_3638.webp" />
         <pubDate>2025-08-01 07:35:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533621971</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มาร์ติน ลูเทอร์ (Martin Luther) 1483-1546</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533622181</link>
         <description><![CDATA[<p>Let me not seem to have lived in vain.</p><p>ขอให้ฉันไม่ดูเหมือนว่าชีวิตนี้ได้ใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์</p><p><br></p><p>ความหมายของประโยคนี้</p><p><br></p><p>เป็นการแสดงความปรารถนาให้ชีวิตของตนเองมีคุณค่า มีความหมาย ไม่ใช่แค่ผ่านไปเปล่าๆ สื่อถึงความตั้งใจอยากจะทำสิ่งที่สำคัญหรือมีผลต่อโลก เพื่อไม่ให้ชีวิตของตนสูญเปล่า</p><p><br></p><p>ประโยคนี้เป็นคำพูดของใคร</p><p><br></p><p>ประโยคนี้เป็นคำพูดของ มาร์ติน ลูเทอร์ (Martin Luther)</p><p><br></p><p>มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นชาว<strong><mark>เยอรมัน</mark></strong>. เขาเป็นนักเทววิทยา นักบวช และนักปฏิรูปศาสนาคนสำคัญในช่วงการปฏิรูปศาสนาคริสต์ในศตวรรษที่ 16</p><p><br></p><p>มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน</p><p><br></p><p>มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นนักบวชและนักปฏิรูปศาสนา</p><p>เขาเป็นบุคคลสำคัญในช่วง ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) และยุคปฏิรูปศาสนา (Reformation)</p><p>กลุ่มของเขาคือกลุ่มนักปฏิรูปคริสต์ศาสนาในยุโรป</p><p><br></p><p>บทบาทสำคัญของมาร์ติน ลูเทอร์ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p><br></p><ul><li><p>มาร์ติน ลูเทอร์ เป็นผู้ริเริ่มการปฏิรูปคริสต์ศาสนา (Protestant Reformation) ในศตวรรษที่ 16</p></li><li><p>เขาตั้งคำถามต่อการปฏิบัติและความเชื่อของคริสตจักรคาทอลิกในเวลานั้น เช่น การขายพระบัตร (indulgences)</p></li><li><p>เขาเขียน “95 Theses” ซึ่งเป็นการประท้วงและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปในคริสตจักร</p></li><li><p>การเคลื่อนไหวของเขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาอย่างใหญ่หลวง และส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรม และการเมืองในยุโรป</p></li><li><p>นอกจากนี้เขายังช่วยส่งเสริมการอ่านและการแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น</p><p><br></p></li></ul><p>แหล่งที่มา ChatGPT </p><p>นางสาว พิชญาภา ศิรพจนกุล ม.6/7 เลขที่29</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181655021/105a5fffb836507ccc5dfc2a9e2dd674/IMG_9994.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:36:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533622181</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โยฮัน ว็อล์ฟกัง ฟ็อน เกอเทอ (Johann Wolfgang von Goethe) 1749 - 1832</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533623500</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>“</strong>Architecture is music in space, as it were a frozen music.”</p><p><br></p><p>สถาปัตยกรรมคือดนตรีในอวกาศ ราวกับดนตรีที่หยุดนิ่งอยู่</p><p><br></p><p>ความหมายของข้อความนี้คือ สถาปัตยกรรมเปรียบเสมือนดนตรีที่ถูกแปลงมาเป็นรูปร่างในพื้นที่และเวลา สถาปัตยกรรมมีจังหวะ รูปแบบ และความสุนทรีย์ที่สามารถสัมผัสได้ เช่นเดียวกับดนตรีที่ใช้เสียงและความเงียบในการสื่อสารความรู้สึก แต่ในกรณีของสถาปัตยกรรม คือการจัดวางองค์ประกอบในพื้นที่ให้เกิดความงามและความหมายแบบ “ดนตรีที่หยุดนิ่ง” ซึ่งแสดงออกด้วยรูปทรงและวัสดุ</p><p><br></p><p>ผู้กล่าว : Johann Wolfgang von Goethe (โยฮัน ว็อล์ฟกัง ฟ็อน เกอเทอ)</p><p>เป็นผู้รู้รอบด้านชาวเยอรมัน เขาเป็นทั้งนักเขียนนิยาย นักเขียนบทละคร นักสิทธิมนุษยชน นักวิทยาศาสตร์ และนักปรัชญา</p><p><br></p><p>บทบาทสำคัญของ Johann Wolfgang von Goethe ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><ul><li><p>เกอเทอเป็นกวี นักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ และนักเขียนที่มีอิทธิพลอย่างสูงในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการและยุคคลาสสิก</p></li><li><p>เขาช่วยส่งเสริมแนวคิดเรื่องความกลมกลืนของศิลปะ วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์</p></li><li><p>เกอเทอมีผลงานที่โด่งดังอย่างเช่น Faust ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นเอกของวรรณกรรมยุโรป</p></li><li><p>ผลงานของเขาส่งผลต่อความคิดทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งในความสัมพันธ์ของศิลปะหลากหลายแขนง</p></li></ul><p>แหล่งที่มา</p><p><br></p><p>1.Wikipedia (Johann Wolfgang von Goethe):<br><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Johann_Wolfgang_von_Goethe">https://en.wikipedia.org/wiki/Johann_Wolfgang_von_Goethe</a></p><p>2.BrainyQuote (คำพูด):<br><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.brainyquote.com/quotes/johann_wolfgang_von_goethe_130517">https://www.brainyquote.com/quotes/johann_wolfgang_von_goethe_130517</a></p><p>3.Britannica (Goethe):<br><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Johann-Wolfgang-von-Goethe">https://www.britannica.com/biography/Johann-Wolfgang-von-Goethe</a></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181661360/2893d163ac3d027b459d12f584f32a84/IMG_7865.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:38:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533623500</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Leon Battista Alberti (ลีออน บัตติสตา อัลแบร์ติ) 1404-1472</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533625334</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>“A man can do all things if he will”</strong></p><p><strong>- มนุษย์สามารถทำสิ่งใดก็ได้ หากเขามีความตั้งใจจริง</strong></p><p><br></p><p><strong>ความหมาย</strong> : ข้อความนี้สะท้อนแนวคิดหลักของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ คือ <strong>มนุษย์มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด</strong> หากมีความตั้งใจและความพยายาม โดยเน้นการพัฒนา รอบด้าน ทั้งในศิลปะ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา และศีลธรรม แนวคิดนี้เป็นรากฐานของ “มนุษยนิยม” (Humanism)</p><p>_______________________</p><p><strong>เป็นคำพูดของ : ลีออน บัตติสตา อัลแบร์ติ (Leon Battista Alberti)</strong>(พ.ศ. 1946–2025 / ค.ศ. 1404–1472) เป็นชาวอิตาลี เขาเป็นนักคิด สถาปนิก และนักมนุษยนิยมคนสำคัญในยุคเรอเนสซองส์ของอิตาลี</p><p>_______________________</p><p><strong>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม</strong>: นักสร้างสรรค์เชิงศิลปะและสถาปัตยกรรมในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่าง <strong>ศิลปะ วิศวกรรม และการออกแบบสถาปัตยกรรม</strong> Alberti เป็นผู้บุกเบิกการนำหลักวิชาการมาพัฒนาโครงสร้างอาคารอย่างมีระบบและช่วยวางรากฐานแนวคิดเรื่องความงามและสมดุลในงานก่อสร้างอย่างลึกซึ้ง</p><p>___________________</p><p><strong>มีบทบาทสำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการดังนี้</strong></p><p>	•	<strong>Alberti</strong> เป็นต้นแบบของ “มนุษย์รอบรู้” (Renaissance Man)</p><p>	•	เขาเขียนตำรา <em>De Re Aedificatoria</em> ว่าด้วยศิลปะการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหนังสือทฤษฎีสถาปัตยกรรมเล่มแรกของยุคใหม่</p><p>	•	เขาออกแบบอาคารที่ผสมผสานศิลปะแบบคลาสสิกกับนวัตกรรม เช่น <strong>โบสถ์ Santa Maria Novella</strong>และ <strong>โบสถ์ Sant’Andrea</strong></p><p>	•	ความคิดของเขามีอิทธิพลต่อการวางรากฐานด้าน <strong>สถาปัตยกรรม ศิลปะ และการศึกษามนุษย์แบบองค์รวม</strong></p><p>__________________</p><p><strong>แหล่งที่มา (Sources)</strong></p><p>	•	<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://Britannica.com">Britannica.com</a>: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Leon-Battista-Alberti">Leon Battista Alberti – Renaissance Man</a></p><p>	•	Alberti, <em>On the Art of Building in Ten Books</em></p><p>	•	<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://Encyclopedia.com">Encyclopedia.com</a>: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.encyclopedia.com/people/literature-and-arts/architecture-biographies/leon-battista-alberti">Leon Battista Alberti Quotes and Biography</a></p><p><br></p><p>🤍 นางสาวอัยมี่  วรพรรดิศาล ม.6/7 เลขที่ 39</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181694974/35b1da02671588a6d9efe813dc3234cc/image.png" />
         <pubDate>2025-08-01 07:42:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533625334</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Nicolaus Copernicus (นิโคลัส โคเปอร์นิคัส) 1473–1543</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533625673</link>
         <description><![CDATA[<p>"To know that we know what we know, and to know that we do not know what we do not know, that is true knowledge."</p><p>“การรู้ว่าเรารู้ในสิ่งที่เรารู้ และการรู้ว่าเรายังไม่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ นั่นคือปัญญาที่แท้จริง”</p><p><br></p><p>คำพูดนี้หมายความว่า</p><p>การมีปัญญาอย่างแท้จริง โดย รู้ชัดว่าตัวเรามีความรู้ในเรื่องใด (known knowns) และรู้ด้วยว่าเรายังไม่ได้รู้บางสิ่ง (known unknowns) การยอมรับขอบเขตของความรู้และความไม่รู้ ถือเป็นสัญญาณของการเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตัวเอง</p><p><br></p><p>ผู้กล่าว : Nicolaus Copernicus (นิโคลัส โคเปอร์นิคัส)</p><p>ซึ่ง Nicolaus Copernicus เป็น ชาวโปแลนด์ (Polish)</p><p><br></p><p>Nicolaus Copernicus เป็นนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ อยู่ในกลุ่ม นักปราชญ์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance thinkers/scientists) พร้อมกับบุคคลสำคัญอื่น ๆ เช่น Galilei, Kepler และ Vesalius   </p><p><br></p><p>บทบาทของ Nicolaus Copernicus ในการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>• Nicolaus Copernicus เป็นผู้เสนอแนวคิดว่า “โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์” (Heliocentric model) ซึ่งท้าทายแบบคิดแบบดั้งเดิม (Geocentric model)</p><p>• การค้นพบของเขาเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับจักรวาล และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่   </p><p>• Nicolaus Copernicus ไม่ได้เป็นเพียงนักดาราศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นนักคณิตศาสตร์ นักกฎหมาย แพทย์ และนักปรัชญา</p><p>• สะท้อนอุดมคติของยุค Renaissance ที่เน้น ความรู้รอบด้านและการแสวงหาความจริงด้วยเหตุผล</p><p>• ทำให้มนุษย์เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่เคยเชื่อ และกล้าคิด กล้าท้าทายอำนาจเก่าอย่างคริสตจักร และ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางปัญญาในยุโรป ที่นำไปสู่ยุคสมัยใหม่</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา</p><p>1. Quote</p><p>🔗 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://bit.ly/copernicus-quote">bit.ly/copernicus-quote</a></p><p>2. Heliocentric Theory (NASA)</p><p>🔗 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://bit.ly/copernicus-nasa">bit.ly/copernicus-nasa</a></p><p>3. Renaissance (Britannica)</p><p>🔗 <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://bit.ly/renaissance-brit">bit.ly/renaissance-brit</a></p><p><br></p><p><br></p><p>นางสาวพิยดา ชัยเชิงค้า ม.6/7 เลขที่ 33</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181731699/0fe8d4750bfceb3789112b714064d0e9/IMG_3687.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:43:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533625673</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Albrecht Dürer (อัลเบรชท์ ดือเรอร์)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533630347</link>
         <description><![CDATA[<p>Simplicity is the greatest adornment of art.</p><p>ข้อความนี้สื่อว่า ความเรียบง่ายคือความประดับสูงสุดของศิลปะ เมื่อผลงานศิลปะทำให้ดูเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ ก็เปรียบเสมือนกำลังส่องประกายความงดงามโดยไม่ต้องแต่งเติมเกินจำเป็น</p><p>ผู้กล่าว:</p><p>– Albrecht Dürer (อัลเบรชท์ ดือเรอร์) ผู้เป็นศิลปินเยอรมันยุคเรอเนสซองส์  ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน</p><p>🏛 กลุ่มและยุคสมัย:</p><p>– ดือเรอร์เป็นบุคคลสำคัญในช่วง ยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) ซึ่งเป็นยุคฟื้นฟูศิลปะและวิทยาการยุโรปในศตวรรษที่ 15–16  </p><p>– เขาถือเป็นศิลปินเยอรมันที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มศิลปินเหนือยุโรป (Northern Renaissance)</p><p>🎯 บทบาทสำคัญในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ:</p><p>ดือเรอร์มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนาศิลปะ ภาพแกะสลัก (engraving &amp; woodcut) และภาพวาด</p><p>เขาผสานเทคนิคการสร้างภาพแบบ เรขาคณิตและสัดส่วนทางกายภาพ และยกระดับศิลปะเยอรมันให้เทียบระดับกับศิลปินอิตาเลียน</p><p>ดือเรอร์ยังรับตำแหน่ง ศิลปินประจำราชสำนักจักรวรรดิจักรพรรดิ แม็กซิมิลเลียนที่ 1 (Maximilian I) และชาร์ลส์ที่ 5 (Charles V)  </p><p><strong>คำพูด:</strong>  </p><p>“*Simplicity is the greatest adornment of art.*”</p><p><strong>ผู้กล่าว:</strong>  </p><p>Albrecht Dürer (อัลเบรชท์ ดือเรอร์) – ศิลปินเยอรมันยุคเรอเนสซองส์</p><p><strong>ความหมาย:</strong>  </p><p>ความเรียบง่ายคือองค์ประกอบที่สวยงามที่สุดของศิลปะ เมื่อผลงานมีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ก็สร้างความงามโดยไม่ต้องตกแต่งเกิน</p><p><strong>บทบาท:</strong>  </p><p>– ศิลปินแกะสลักและจิตรกรยุค Northern Renaissance  </p><p>– ศิลปินประจำราชสำนักจักรวรรดิแม็กซิมิลเลียนที่ 1 และ ชาร์ลส์ที่ 5  </p><p>– นำหลักสัดส่วนและเรขาคณิตเข้าสู่ศิลปะยุคฟื้นฟูศิลปะเยอรมนี</p><p>แหล่งข้อมูล :<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.azquotes.com/quote/712353?utm_source=chatgpt.com">https://www.azquotes.com/quote/712353?utm_source=chatgpt.com</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thehistoryofart.org/albrecht-durer/quotes/?utm_source=chatgpt.com">https://www.thehistoryofart.org/albrecht-durer/quotes/?utm_source=chatgpt.com</a></p><p><br></p><p>นางสาวอชิรญา วงษ์เดอรี เลขที่26 ม6/7</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181754041/25b7ee136d77a5a815f963478296f2e1/IMG_6213.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 07:52:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533630347</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เดซิเดริอุส เอราสมุส (Desiderius Erasmus) 1466-1536</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533636464</link>
         <description><![CDATA[<p>"In the land of the blind, the one-eyed man is king.“</p><p><br></p><p>ในดินแดนคนตาบอด คนตาเดียวคือราชา</p><p><br></p><p>คำพูดนี้หมายความว่า</p><p>ในสถานที่หรือกลุ่มคนที่ไม่มีความรู้ ความสามารถ หรือไม่มีข้อมูลเลย คนที่มีความรู้นิดหน่อยหรือความสามารถเพียงเล็กน้อยก็สามารถโดดเด่นและมีอำนาจเหนือผู้อื่นได้</p><p><br></p><p>ผู้กล่าว: Desiderius Erasmus(เดซิเดริอุส เอราสมุส) เป็นชาวดัตซ์หรือเนเธอร์แลนด์และเป็นนักมนุษยนิยมคนสำคัญในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p><br></p><p>บทบาทของ Desiderius Erasmus ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>• เป็นผู้นำแนวคิด Christian Humanism แนวคิดนี้เน้น ความรู้ ศีลธรรม และการใช้เหตุผลในการเข้าใจศาสนา ซึ่งเป็นหัวใจของ “มนุษยนิยมยุคฟื้นฟู”</p><p>• เป็นผู้เขียนหนังสือ “In praise of Folly”ได้วิพากษ์วิจารณ์ความโง่เขลา ความหลงผิด และความเสื่อมทรามของสังคมและศาสนจักรในยุคของเขา</p><p>• Erasmus ได้ศึกษาและแปลพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษากรีก และได้ตีพิมพ์ฉบับภาษาละตินที่ได้รับการแก้ไข งานของเขาเป็นพื้นฐานสำหรับการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นภาษาอื่นๆ เช่นภาษาเยอรมันโดย Martin Luther และภาษาอังกฤษโดย William Tyndale</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา :</p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Erasmus-Dutch-humanist">https://www.britannica.com/biography/Erasmus-Dutch-humanist</a></p></li></ul><p><br></p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.quora.com/What-does-the-phrase-In-the-land-of-the-blind-the-one-eyed-man-is-king-mean">https://www.quora.com/What-does-the-phrase-In-the-land-of-the-blind-the-one-eyed-man-is-king-mean</a></p></li></ul><p><br></p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://plato.stanford.edu/entries/erasmus/">https://plato.stanford.edu/entries/erasmus/</a></p></li></ul><p><br></p><p>นางสาวธัญชนก วัฒนะ เลขที่24</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4181767293/bbc191ed5d2dc9df8cc7f6d5c3c726a1/IMG_2195.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 08:04:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533636464</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มิแคลันเจโล ดิ โลโดวิโค บัวนาร์โรตี ซิโมนี(Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni) 1475-1564</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533754653</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>“I saw the angel in the marble and carved until I set him free”</p><p> เป็นคำพูดเชิงเปรียบเทียบ ที่สะท้อนแนวคิดในการ “ปลดปล่อย” ศักยภาพจากสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์</p><p><br></p><p><strong>1.ความหมายของคำพูดนี้ (ในแง่สถาปัตยกรรม)</strong></p><p>Michelangelo มองว่าศิลปะหรือโครงสร้างที่สวยงาม “มีอยู่แล้ว” ภายในวัสดุ เช่น หินอ่อน หรือแผนผังเมือง</p><p>หน้าที่ของเขาคือ เผยความงามนั้นออกมา โดยไม่ฝืนธรรมชาติ แต่ปรับปรุงให้งดงามและสมดุล</p><p><strong> 2.ข้อมูลนี้เป็นคำพูดของ</strong></p><p>Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni</p><p>ศิลปินและสถาปนิกยุคเรอเนสซองส์ ชาวอิตาลี</p><p>3.<strong>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน</strong></p><p>เขาเป็นบุคคลสำคัญของกลุ่ม ศิลปินและสถาปนิกยุค High Renaissance</p><p>และจัดอยู่ในกลุ่ม “Renaissance Men” — ผู้มีความสามารถหลากหลาย</p><p><strong>4.มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (ด้านสถาปัตยกรรม)</strong></p><ul><li><p>เป็นผู้ออกแบบ โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและสถาปัตยกรรมของโลกตะวันตก</p></li><li><p>เขาเปลี่ยนการออกแบบดั้งเดิมให้ดู “หนักแน่น มีพลัง และงดงาม”</p></li></ul><p>แหล่งที่มา : </p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Michelangelo">Wikipedia - Michelangelo</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.historyextra.com/period/renaissance/michelangelo-architecture-st-peters-basilica/?utm_source=chatgpt.com">HistoryExtra - Michelangelo’s Architecture</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Michelangelo">Britannica - Michelangelo Biography</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://stpetersbasilica.info/">The Vatican - St. Peter’s Basilica</a></p></li></ul><p><br></p><p>ชื่อ น.ส.ศุภกานต์ บุญถนอมสิทธิ์ เลขที่23 ม.6/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4182357854/c58ce701b7212acadf13b093d045fa76/IMG_3583.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-01 13:14:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3533754653</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Leonardo da Vinci(ลีโอนาร์โด ดา วินซี) ค.ศ.1452-1519</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534108397</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p><strong>คำกล่าวที่ว่า "Simplicity is the ultimate sophistication."</strong></p><p><strong>แปลว่า : </strong>ความเรียบง่ายคือความงามอันประณีตสูงสุด</p><p><strong>มีความหมายว่า : </strong>ความเรียบง่ายไม่ได้แปลว่าธรรมดา แต่คือผลลัพธ์ของการกลั่นกรองอย่างลึกซึ้ง จนสามารถแสดงความงดงาม และประสิทธิภาพอย่างมีระดับได้โดยไม่ต้องซับซ้อน</p><p><br></p><p>คำพูดนี้เป็นของ<strong> Leonardo da Vinci </strong>เป็นบุคคลต้นแบบของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ<strong>(Renaissance man)</strong> ชนชาติอิตาเลียน</p><p>มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เช่น </p><ul><li><p>สร้างผลงานศิลปะระดับโลกอย่าง Mona Lisa </p></li><li><p>พัฒนางานวาดเชิงวิทยาศาสตร์</p></li><li><p>ออกแบบเครื่องกลและแบบจำลอง เช่น เครื่องบิน กล้อง</p></li><li><p>เป็นต้นแบบของ<strong>การเรียนรู้แบบสหวิทยาการ(Interdisciplinary Learning) </strong>คือ การเรียนรู้ที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่วิชาเดียว ซึ่งเป็นหัวใจของยุค Renaissance</p></li></ul><p><br></p><p><strong>แหล่งที่มา : </strong>ChatGPT โดย OpenAI ซึ่งอิงจาก<strong> </strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://quoteinvestigator.com"><strong>quoteinvestigator.com</strong></a></p><p><br></p><p><strong>ชื่อ </strong>นายสิน   ชำนาญกิจ  <strong>ชั้น </strong>ม.6/7  <strong>เลขที่ </strong>9</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188835043/ae1a7ff33918af0068c8dd1c3e2d09a4/article_2125571_05656E4F000005DC_877_638x646.jpg" />
         <pubDate>2025-08-02 09:38:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534108397</guid>
      </item>
      <item>
         <title>William Shakespeare ( ค.ศ.1564-ค.ศ.1616)</title>
         <author>newpoompoom</author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534871473</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ข้อความต้นฉบับ (อังกฤษ):</strong></p><p>“Cowards die many times before their deaths; the valiant never taste of death but once.”</p><p><br></p><p><strong>แปลไทย:</strong></p><p>คนขี้ขลาดตายหลายครั้งก่อนตายจริง แต่คนกล้าหาญจะลิ้มรสการตายเพียงครั้งเดียว</p><p><br></p><p><strong>ผู้พูด:</strong> Julius Caesar (ตัวละครในบทละคร Julius Caesar โดย Shakespeare)</p><p><strong>ฉาก:</strong> Act 2, Scene 2</p><p><br></p><p><strong>ความหมายเชิงลึก:</strong></p><p>- คนขี้ขลาด “ตาย” ทางใจซ้ำหลายครั้ง</p><p>- คนกล้ามองความตายครั้งเดียว คือการเผชิญหน้าไม่หนี</p><p>- สื่อถึงการกล้าเผชิญหน้า ความกลัว และความเข้มแข็งในตัวเอง</p><p><br></p><p><strong>ความสำคัญในยุค Renaissance:</strong></p><p>- Shakespeare สะท้อนแนวคิดยุคฟื้นฟูเกี่ยวกับความเข้มแข็งทางจิตใจและการเลือกเป็นผู้กระทำ (agency)</p><p>- ส่งเสริมค่านิยมเรื่องความกล้า ความคิดอิสระ และการเผชิญโลก</p><p><br></p><p><strong>แหล่งที่มา:</strong></p><p>- Shakespeare, <em>Julius Caesar</em>, Act 2 Scene 2&nbsp;</p><p>- บทความอธิบายความหมายและการตีความ เช่น Quotation Celebration และ Two Minute English </p><p><br></p><p>ชื่อ: ศุภณัฐ ตั้งสถิตย์วัฒนากุล</p><p>ชื่อเล่น: นิว  </p><p>ห้อง: 6/7</p><p>เลขที่: 17</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4043094190/21de16950c158dc4c07c6e31f0f2a00f/IMG_6158.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:00:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534871473</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Giovanni Boccaccio (โจวานนี บอกคัชชิโอ) นักเขียนชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1313–1375</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534878688</link>
         <description><![CDATA[<p>"While farmers generally allow one rooster for ten hens, ten men are scarcely sufficient for one woman."</p><p>1. แปลข้อความเป็นภาษาไทย</p><p>“ในขณะที่เกษตรกรทั่วไปให้ไก่ตัวผู้หนึ่งตัวต่อไก่ตัวเมียสิบตัว ผู้ชายสิบคนยังแทบไม่พอสำหรับผู้หญิงหนึ่งคน”</p><p>2. ความหมายของข้อความ</p><p>เป็นการเปรียบเปรยแบบขำขันและประชดประชัน</p><p>ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อน ความต้องการ หรืออารมณ์ของผู้หญิงที่มากมายและลึกซึ้ง จนแม้ผู้ชายหลายคนก็ยังไม่อาจตอบสนองหรือเข้าใจได้อย่างเพียงพอ แตกต่างจากสัตว์ที่ใช้สัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว</p><p>3. เป็นคำพูดของใคร</p><p>Giovanni Boccaccio (โจวานนี บอกคัชชิโอ)</p><p>นักเขียนชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1313–1375</p><p>4. เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มใด</p><p>อยู่ในกลุ่ม นักมนุษยนิยม (Humanists) และ นักเขียนยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance Writers)</p><p>เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญยุคเรอเนซองส์ของอิตาลี</p><p>5. มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>	•	ผู้ประพันธ์ผลงานวรรณกรรมชื่อดัง The Decameron ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อวรรณกรรมยุโรป</p><p>	•	สนับสนุนแนวคิด มนุษยนิยม ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ ความรู้สึก และคุณค่าของมนุษย์</p><p>	•	เป็นเพื่อนสนิทและผู้ร่วมแนวคิดกับ Petrarch และ Dante Alighieri</p><p>	•	มีบทบาทในการ เปลี่ยนวรรณกรรมยุคกลาง ที่เน้นศาสนา ไปสู่ วรรณกรรมยุคใหม่ ที่เน้นความเป็นมนุษย์</p><p>6. แหล่งที่มา</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Boccaccio">https://en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Boccaccio</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.poetrysoup.com/giovanni_boccaccio">https://www.poetrysoup.com/giovanni_boccaccio</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://wordsworth-editions.com/book-author/boccaccio-giovanni">https://wordsworth-editions.com/book-author/boccaccio-giovanni</a></p><p><br/></p><p>ชื่อ นางสาวลักษิกา สุวรรณจินดา</p><p>ชื่อเล่น ลูกปัด</p><p>ห้อง 6/7</p><p>เลขที่ 19</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188888840/3dc324d4eac7013422775c260b59fcb9/IMG_6440.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:12:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534878688</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มิเชล เดอ มงแตญ ( Michel de Montaigne ) 1533-1592 สัญชาติ ฝรั่งเศษ (French)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534884585</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p>คำพูดต้นฉบับภาษาอังกฤษ</p><p>“I prefer the company of peasants because they have not been educated sufficiently to reason incorrectly.”</p><p><br></p><p>แปลคำพูด(ความหมายของคำพูด)</p><p>“ข้าพเจ้าชอบอยู่กับชาวบ้าน เพราะพวกเขายังไม่ได้รับการศึกษามากพอที่จะใช้เหตุผลผิด ๆ ได้ </p><p><br></p><p>ความหมายของคำพูด</p><p>คำพูดนี้สะท้อนแนวคิดเสียดสีเกี่ยวกับการศึกษาและเหตุผลของมนุษย์ ผู้พูดมองว่าคนธรรมดา (เช่น ชาวนา) มีความคิดที่เป็นธรรมชาติและซื่อสัตย์ เพราะไม่ได้รับอิทธิพลจากการศึกษาแบบผิด ๆ หรืออคติที่ซับซ้อน เหมือนชนชั้นปัญญาชนหรือชนชั้นสูง</p><p><br></p><p>ผู้ที่กล่าว</p><p>Michel de Montaigne เป็นนักปรัชญา นักมนุษยนิยม และนักเขียนชาวฝรั่งเศส</p><p>เขาเกิดในปี ค.ศ. 1533 และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1592</p><p>เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)</p><p><br></p><p>ความสำคัญ</p><p>Michel de Montaigne เป็นนักคิดผู้กล้านำ “ตัวเอง” มาเป็นศูนย์กลางของความรู้ ช่วยเปลี่ยนมุมมองจาก อำนาจและศาสนา → มนุษย์และความคิดของตนเอง ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสมัยใหม่ และ Michel de Montaigne เป็นผู้บุกเบิกการเขียน “Essay” หรือบทความในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นงานเขียนแบบสะท้อนความคิดส่วนตัว ตั้งคำถามกับสังคมและตัวเอง</p><p>→ เขาเป็นคนแรก ๆ ที่นำคำว่า “Essay” มาใช้ในความหมาย “การทดลองความคิด”</p><p><br></p><p>แหล่งที่มา</p><p><br></p><ul><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://plato.stanford.edu/entries/montaigne/">https://plato.stanford.edu/entries/montaigne/</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Michel-de-Montaigne">https://www.britannica.com/biography/Michel-de-Montaigne</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikiquote.org/wiki/Michel_de_Montaigne">https://en.wikiquote.org/wiki/Michel_de_Montaigne</a></p></li><li><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%A5_%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD_%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%8D">https://th.wikipedia.org/wiki/มิเชล_เดอ_มงแตญ</a></p></li><li><p>ภาพจาก Wikimedia Commons</p></li></ul><p>        และ Chatgpt</p><p><br></p><p>ชื่อ : ศรัณย์บุณ อิทธิบูรณ์วัฒนา </p><p>ชื่อเล่น : วิน</p><p>ห้อง 6/7</p><p>เลขที่ 7</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188845115/bcef97485b118287b45110e68d08eb37/IMG_2809.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:17:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534884585</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Sir Philip Sidney (เซอร์ ฟิลิป ซิดนีย์)  ค.ศ. 1554 – ค.ศ. 1586</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534886209</link>
         <description><![CDATA[<p>“หากต้องการเป็นผู้สูงศักดิ์อย่างแท้จริง ต้องเชี่ยวชาญทั้งด้านการรบ (arms) และด้านความรู้หรือวรรณกรรม (letters)”</p><p><br></p><p><strong>ความหมายโดยรวม</strong></p><p>เป็นแนวคิดที่เชื่อว่า บุคคลที่สูงศักดิ์หรือเป็น “สุภาพบุรุษที่สมบูรณ์” ควรมีคุณสมบัติครบทั้ง ความเก่งในศิลปะการรบ และ ความรู้ในวรรณกรรมหรือปรัชญา ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น</p><p><br></p><p>Sir Philip Sidney (เซอร์ ฟิลิป ซิดนีย์) เป็น ชาวอังกฤษ (English)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>คำพูดของใคร</strong></p><p>ไม่มีหลักฐานว่าเป็นคำพูดตรงๆ จากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่อุดมการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนโดย Sir Philip Sidney ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของ “Gentleman who excelled in arms and letters”</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน</strong></p><p>Sir Philip Sidney (1554–1586) เป็นนักวิชาการ poet, diplomat และ soldier ในกลุ่มชนชั้นสูง (courtiers) แห่งยุค Elizabethan อังกฤษ เป็นตัวอย่างของแนวคิด เรื่อง gentleman-scholar‑warrior</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>บทบาทสำคัญในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)</strong></p><ul><li><p>Sidney เป็นนักรบ (arms) และนักเขียนบทกวีรวมถึงงานวรรณกรรม (letters) เช่น Astrophel and Stella และ Arcadia</p></li><li><p>เขาเป็นตัวอย่างของการรวมกันระหว่าง คุณงามความดีแบบกษัตริย์และความรู้ระดับมนุษย์ฟื้นฟูศิลปวิทยา</p></li><li><p>แนวคิดของเขาสอดคล้องกับหนังสือแนว courtesy เช่น The Compleat Gentleman ของ Henry Peacham ที่สรุปคุณสมบัติสุภาพบุรุษที่ครบเครื่องทั้งคุณธรรมและความรู้</p></li></ul><p><br></p><p><strong>แหล่งที่มา</strong></p><ul><li><p>แนวคิด “arms and letters” เชื่อมโยงกับการยกย่อง Sidney โดย Nashe</p></li><li><p>ชีวิตและผลงานของ Sir Philip Sidney: poet‑soldier‑courtier ในยุค Renaissance</p></li><li><p>The Compleat Gentleman (1622) โดย Henry Peacham: สะท้อนอุดมคติของ gentleman ที่เชี่ยวชาญทั้ง mind และ body</p></li></ul><p>ญาญวุฒิ แสนบุญศิริ 6/7 เลขที่8</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188891440/fa501ba620117854c9f63397b1b0600b/IMG_6206.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:18:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534886209</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อลิส โตเติ้ล Aristotle (384–322 BC) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534888649</link>
         <description><![CDATA[<p>Nothing is more dangerous than a man with knowledge who lacks virtue.</p><p>“ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าคนที่มีความรู้ แต่ขาดคุณธรรม”</p><p><strong>ความหมายของข้อความ</strong></p><p>ประโยคนี้สื่อถึงว่า หากคนมีความรู้หรือความสามารถทางปัญญา แต่ไม่มีคุณธรรม—เช่น ความยุติธรรม ความเมตตา หรือความซื่อสัตย์—เขาจะกลายเป็นภัยร้ายแรง เพราะอาจใช้ความรู้นั้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เบียดเบียนผู้อื่น หรือเบี่ยงเบนจากความถูกต้องNothing is more dangerous than a man with knowledge who lacks virtue.</p><p><strong> ใครคือผู้กล่าว</strong></p><p>แม้จะไม่มีบันทึกตรงว่าใครพูดคำนี้ แต่มันมีความใกล้เคียงกับแนวคิดของ Aristotle (อริสโตเติ้ล) ที่ว่า:“มนุษย์ เมื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศ เมื่อขาดกฎหมายและความยุติธรรม เขาจะกลายเป็นสัตว์ที่อันตรายที่สุด เพราะเขาพร้อมด้วยสติปัญญาและคุณสมบัติด้านจริยธรรมที่จะใช้ในทางที่เลวร้าย”</p><p>อริสโตเติ้ลเน้นว่าวิทยาศาสตร์หรือความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ—ต้องมี virtue (คุณธรรม) ร่วมด้วย ความรู้โดยปราศจากคุณธรรมอาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด</p><p><strong>เป็นใคร และกลุ่มไหน</strong></p><p>Aristotle (384–322 BC) เป็นนักปรัชญาชาวกรีกโบราณ ผู้ถือเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งระบบปรัชญาตะวันตก และเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน Peripatetic เขาเป็นศิษย์ของ Plato และครูของ Alexander the Great</p><p><strong> บทบาทในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</strong></p><p>แม้เขามีชีวิตในยุคกรีกโบราณก่อนยุค Renaissance ถึงประมาณพันปี แต่ในยุคนั้น บทเรียนจากอริสโตเติ้ลถูกนำกลับมาศึกษาอีกครั้ง ในช่วง Renaissance — โดยเฉพาะแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์ จริยธรรมและรัฐศาสตร์ของเขามีอิทธิพลต่อการฟื้นฟูความรู้และค่านิยมด้านเหตุผลในยุโรป</p><p><br/></p><p><strong>แหล่งอ้างอิง</strong></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://th.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A5&amp;sa=U&amp;ved=2ahUKEwi_z_nozvCOAxU5RmwGHVSRKKYQFnoECFEQAQ&amp;usg=AOvVaw0xxbAPfNrHbKqy6jSw-xOf">https://www.google.com/url?q=https://th.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A5&amp;sa=U&amp;ved=2ahUKEwi_z_nozvCOAxU5RmwGHVSRKKYQFnoECFEQAQ&amp;usg=AOvVaw0xxbAPfNrHbKqy6jSw-xOf</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.google.com/url?q=https://www.scimath.org/article-science/item/11332-17-aristotle&amp;sa=U&amp;ved=2ahUKEwi_z_nozvCOAxU5RmwGHVSRKKYQFnoFCKYBEAE&amp;usg=AOvVaw3iUHXqbzyXYe1xai9AgGcB">https://www.google.com/url?q=https://www.scimath.org/article-science/item/11332-17-aristotle&amp;sa=U&amp;ved=2ahUKEwi_z_nozvCOAxU5RmwGHVSRKKYQFnoFCKYBEAE&amp;usg=AOvVaw3iUHXqbzyXYe1xai9AgGcB</a></p><p><br/></p><p>นางสาวพรไพลิน ถาวรไพบูลย์บุตร เลขที่40 ม.6/7</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188896523/19d509461e2401c8f1be22e58f14e031/IMG_0952.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:21:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534888649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Christine de Pizan (คริสตีน เดอ พิซง)1364-1430</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534889129</link>
         <description><![CDATA[<p>Just as women's bodies are softer than men's, so their understanding is sharper</p><p>"ร่างกายของผู้หญิงอ่อนนุ่มกว่าผู้ชายฉันใด ความเข้าใจของพวกเธอก็เฉียบแหลมยิ่งกว่าฉันนั้น"</p><p><br></p><p>ความหมายของข้อความคืออะไร?</p><p>ข้อความนี้ยกย่องความสามารถทางปัญญาของผู้หญิง โดยชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงอาจไม่ได้แข็งแรงทางกายภาพเท่าผู้ชาย แต่กลับมีความเฉลียวฉลาด ลึกซึ้ง และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งกว่า เป็นการมองผู้หญิงในแง่บวกและยกระดับสติปัญญาของเพศหญิงในสังคม</p><p><br></p><p>เป็นคำพูดของใคร?</p><p>Christine de Pizan (คริสตีน เดอ พิซง) นักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศสยุคกลาง</p><p><br></p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มไหน?</p><p>Christine de Pizan เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม นักคิดและนักเขียนสตรีนิยมยุคแรก และเป็นนักเขียนหญิงมืออาชีพคนแรกของยุโรป</p><p><br></p><p>บทบาทสำคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>: Christine de Pizan มีบทบาทสำคัญในฐานะ นักเขียนหญิงคนแรกที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้หญิง ด้วยการใช้การเขียนเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงสังคม</p><p><br></p><p>: เธอเขียนหนังสือหลายเล่มที่ ท้าทายค่านิยมชายเป็นใหญ่ ในยุคนั้น เช่น "The Book of the City of Ladies" ซึ่งเป็นผลงานที่ปกป้องและยกย่องผู้หญิงจากมุมมองทางประวัติศาสตร์และศีลธรรม</p><p><br></p><p>: เธอจึงถือว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของ ยุคเรอเนซองส์ ที่ริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิสตรีก่อนยุคเฟมินิสต์จะถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการหลายร้อยปี</p><p><br></p><p>เธอเป็นคนที่ไหน?</p><p>Christine de Pizan เป็นคนฝรั่งเศษ </p><p><br></p><p>แหล่งที่มา</p><p>: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.be-design.info/en/just-as-womens-bodies-are-softer-than-mens-so-their-understanding-is-sharper-2">https://www.be-design.info/en/just-as-womens-bodies-are-softer-than-mens-so-their-understanding-is-sharper-2</a></p><p><br></p><p>: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://chatgpt.com/">https://chatgpt.com/</a></p><p><br></p><p>นางสาวกชกร สมลาภอาภรณ์ เลขที่ 28 ม.6/7</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188837210/2ed80eee870dcb02684545da1080fb0e/download1.jpg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:22:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534889129</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Plato(เพลโต)427-347ปีก่อนคริสตกาล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534898092</link>
         <description><![CDATA[<p>Loveisthe desirefor beauty</p><p>แปลว่า= ความรักคือความปรารถนาใน ความสวยงาม</p><p>ความหมาย= ความรักคือความปรารถนา ทีจะครอบครองความงามอย่างถาวร ซึ่ง ทําให้เห็นในความต้องการทีจะคงความ งามไว้ ไม่ได้สื่อแค่ถึงทางร่างกายแต่ยัง คงเป็นด้านจิตไจด้วย</p><p>เป็นคําพูดของ= เพลโต (Plato)</p><p>ชนชาติ = กรีกโบราณ</p><p>เป็นบุคคลสําคัญในกลุ่ม = นักปรัชญา ด้านความสัมพันธ์</p><p>บทบาทสําคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟู ศิลปวิทยาการ</p><p>= เป็นแรงบันดาลใจสําคัญในการฟ้นฟู ความสนไจไนปรัชญากรีกโบราณ โดย เฉพาะแนวคิดแบบ นีโอ-เพลโตนิสม์ (Neo-Platonism) ซึ่งเน้นเรืองความงาม ความดี และความจริงทีเป็นสากล</p><p>แหล่งทีมา = Al ของระบบกูเกิล</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%95">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%95</a></p><p><br/></p><p>น.ส.สุพรรณิกา นาคสำแดงฤทธิ์ เลขที่38 ม.6/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188951970/f505d99534bb793a51a9c1a2c1f6b77b/IMG_7710.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:34:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534898092</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Ludovico Ariosto</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534898525</link>
         <description><![CDATA[<p>Nature made him, and then broke the mold" (<strong>ธรรมชาติสร้างเขาขึ้นมา</strong> <strong>แล้วทุบทิ้งแม่พิมพ์นั้นไป</strong>)</p><p><br></p><p><strong>ความหมายของคำกล่าว</strong></p><p><strong>วลีนี้สื่อถึงความยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบุคคลนั้น</strong> <strong>ๆ</strong> <strong>โดยเปรียบเทียบว่าเมื่อธรรมชาติได้สร้างเขาขึ้นมาแล้ว</strong> <strong>ก็ได้ทำลายแม่พิมพ์ที่ใช้สร้างทิ้งไป</strong> <strong>ทำให้ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะเหมือนเขาได้อีกเลย</strong> <strong>เป็นการชื่นชมพรสวรรค์ที่โดดเด่นและไม่มีใครเสมอเหมือน</strong></p><p><br></p><p><strong>เป็นคำพูดของ</strong></p><p>Ludovico Ariosto <strong>กวีและนักเขียนบทละครชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียง</strong></p><p><br></p><p>Ariosto <strong>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มมนุษยนิยม</strong> <strong>ซึ่งให้ความสำคัญกับการศึกษา</strong> <strong>การใช้เหตุผลและความงดงามของศิลปะและวรรณกรรม</strong> <strong>เขาทำงานรับใช้ตระกูล</strong> Este <strong>ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลในเมือง</strong> Ferrara <strong>ทำให้เขามีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่</strong> <strong>ผลงานของ</strong> Ariosto <strong>สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองทางด้านวรรณกรรมของอิตาลี</strong> <strong>และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้ภาษาอิตาลีมีความสมบูรณ์มากขึ้น</strong></p><p><br></p><p><strong>บทบาทสำคัญ</strong>: <strong>ผู้แต่งมหากาพย์</strong> Orlando Furioso <strong>ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของอิตาลี</strong></p><p><br></p><p><strong>แหล่งที่มา</strong></p><p><br></p><p>Encyclopedia Britannica: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.britannica.com/biography/Ludovico-Ariosto">https://www.britannica.com/biography/Ludovico-Ariosto</a></p><p><br></p><p>The Met Museum: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.metmuseum.org/art/collection/search/338274">https://www.metmuseum.org/art/collection/search/338274</a></p><p><br></p><p>Poetry Foundation: <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.poetryfoundation.org/poets/ludovico-ariosto">https://www.poetryfoundation.org/poets/ludovico-ariosto</a></p><p><br></p><p>น.ส.วนิดา คมคุณ ชื่อเล่น เนย ห้องม.6/7 เลขที่31</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188917729/398ece672f17254c8e7acae33efa10e3/IMG_6253.webp" />
         <pubDate>2025-08-04 07:35:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534898525</guid>
      </item>
      <item>
         <title>William Shakespeare (ค.ศ. 1564-1616)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534899324</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>All the world's a stage, and all the men and women merely players.</strong></p><p>“โลกทั้งใบคือโรงละคร และชายหญิงทุกคนเป็นเพียงนักแสดง"</p><p><br></p><p>คำพูดนี้เป็นของตัวละคร ฌาคส์ (Jaques ) ในฉากที่ 7 ขององก์ที่ 2 จาก As You Like It (ประพันโดยWilliam Shakespeare) เปรียบเทียบชีวิตกับละครเวที, และการแสดงเจ็ดช่วงชีวิตของมนุษย์. ฌาคส์อธิบายว่าชีวิตของคนเรานั้นเหมือนการแสดงบนเวที โดยแต่ละคนมีบทบาทที่แตกต่างกันไปในแต่ละ “เจ็ดช่วงชีวิต” ตั้งแต่ทารกจนวัยชรา เวทีละครเป็นที่ซึ่งทุกอย่างถูกจัดฉาก ชีวิตเองก็อาจเต็มไปด้วยหน้ากากและการเล่นตามบทที่สังคมกำหนดไว้</p><p>ไม่มีใครคงอยู่ตลอดไป เช่นเดียวกับการแสดงที่ต้องมีการขึ้นเวทีและลงเวที มนุษย์ก็เกิดขึ้นชั่วครู่แล้วจากไป</p><p>กล่าวโดยนัยกวี </p><p><br></p><p>วลีนี้กำลังบอกว่า เราทุกคนเดินทางอยู่ในละครแห่งจักรวาล มีเวลาออกสู่เวที และเวลาที่ต้องลับหายไป เหลือเพียงเรื่องราวที่เราเคยแสดงเอาไว้</p><p><br></p><p>เชกสเปียร์เป็นบุคคลสำคัญในวงการวรรณกรรมอังกฤษและของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะนักเขียนบทละครและกวี เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่มีอิทธิพลมากที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรม ผลงานของเขา รวมถึงบทละคร เช่น โรมิโอและจูเลียต, แฮมเล็ต, แม็คเบธ, และบทกวีโซเน็ต ยังคงถูกอ่านและแสดงอยู่จนถึงทุกวันนี้</p><p><br></p><p>เชกสเปียร์ได้ปรับปรุงรูปแบบการเขียนบทละครที่เรียบง่ายของยุคก่อนหน้า โดยเน้นการสร้างตัวละครที่มีความซับซ้อนทางจิตวิทยาและมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่หลากหลาย</p><p><br></p><p><strong><mark>แหล่งที่มา</mark></strong></p><p><br></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://poets.org/poem/you-it-act-ii-scene-vii-all-worlds-stage">https://poets.org/poem/you-it-act-ii-scene-vii-all-worlds-stage</a></p><p><br></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.m.wikipedia.org/wiki/All_the_world%27s_a_stage">https://en.m.wikipedia.org/wiki/All_the_world%27s_a_stage</a></p><p><br></p><p>นางสาวสรัญญา ตันสุวรรณ (ลูกอิน) ม.6/7 เลขที่ 30</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4188915182/4683c8d330c8dad4d245437a0761708f/IMG_2142.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-04 07:36:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3534899324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) 1564-1642</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3535753829</link>
         <description><![CDATA[<p>"e pur si muove"</p><p><br/></p><p>"ยังคงเคลื่อนที่" หรือ "ถึงกระนั้นมันก็ยังเคลื่อนที่"</p><p><br/></p><p>ความหมาย :</p><p><br/></p><p>ประโยคนี้สื่อถึงความ ยืนยันในความจริงทางวิทยาศาสตร์ แม้จะถูกกดดันให้ยอมรับความเชื่อผิด ๆ</p><p>✦ สื่อถึง การไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจ แม้ถูกบีบบังคับให้ปฏิเสธสิ่งที่รู้ว่าจริง</p><p>✦ เป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพทางความคิดและวิทยาศาสตร์</p><p><br/></p><p>คนพูด : Galileo Galilei</p><p>ชาว Italy</p><p><br/></p><p>-มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ-</p><p><br/></p><p>✦ พิสูจน์ว่า โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ (ทฤษฎีเฮลิโอเซนตริก)</p><p>✦ ใช้กล้องโทรทรรศน์พัฒนาแนวคิดทางดาราศาสตร์</p><p>✦ ท้าทายแนวคิดของศาสนจักรในยุคนั้น</p><p>✦ วางรากฐานของวิทยาศาสตร์โดยใช้ การทดลองและการสังเกต</p><p><br/></p><p>==============================</p><p>แหล่งที่มา :</p><p><br/></p><p>✦ChatGPT</p><p><br/></p><p>✦https://en.m.wikipedia.org/wiki/And_yet_it_moves</p><p><br/></p><p>✦https://www.britannica.com/biography/Galileo-Galilei</p><p><br/></p><p>✦https://www.quora.com/What-does-%E2%80%9CE-pur-si-muove%E2%80%9D-mean</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นายนภมณฑล พุ่มมะรืน ม.6/7 เลขที่ 13</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4192703676/a3fa5b151d900de3a43a4e560e7172cd/1000004053.jpg" />
         <pubDate>2025-08-05 08:29:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3535753829</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เฮนรี วอร์ด บีเชอร์ (Henry Ward Beecher) (1813–1887)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3542171091</link>
         <description><![CDATA[<p>”Books are not made for furniture, but there is nothing else that so beautifully furnishes a house.“</p><p>หนังสือไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่มีอะไรอื่นใดที่สามารถตกแต่งบ้านได้สวยงามเท่าสิ่งนี้</p><p><br/></p><p>ความหมาย</p><p>หนังสือไม่ได้ถูกจัดวางเพียงเพื่อให้บ้านดูเก๋หรือตกแต่ง แต่มันเป็นสิ่งที่เติมชีวิต ความอบอุ่น และวัฒนธรรมให้กับบ้านในลักษณะที่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็ทำไม่ได้</p><p><br/></p><p>ผู้พูดคือ Henry Ward Beecher (1813–1887) ซึ่งเป็นนักเทศน์ และนักปฏิรูปสังคมชาวอเมริกัน  </p><p>เป็นบุคคลสําคัญในกลุ่ม นักเคลื่อนไหวต่อต้านทาส (abolitionists) และเป็นนักเทศน์แนว</p><p>Congregationalist ที่มีชื่อเสียง และยังสนับสนุนสิทธิของสตรี รวมถึงเหตุการณ์ใหญ่ทางสังคมยุคนั้น </p><p><br/></p><p>บทบาทสำคัญในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>แม้ Beecher จะไม่เกี่ยวข้องกับ ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ประวัติศาสตร์ยุโรปโดยตรง แต่ถ้าหมายถึงยุค “ฟื้นฟูความคิด” ในสหรัฐ คือช่วงสงครามกลางเมืองและยุคสังคมสมัยใหม่—เขามีบทบาทอย่างมากในการผลักดันการเลิกทาส สนับสนุนสิทธิสตรี และเผยแพร่ความรักของพระเจ้าในแนวทางของตน ซึ่งถือเป็น “ฟื้นฟูแนวคิด” ของเวลานั้น</p><p><br/></p><p>เเหล่งที่มา </p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Henry_Ward_Beecher">https://en.wikipedia.org/wiki/Henry_Ward_Beecher</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.mas.org/news/monument-of-the-month-henry-ward-beecher-monument/">https://www.mas.org/news/monument-of-the-month-henry-ward-beecher-monument/</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.masshist.org/database/867">https://www.masshist.org/database/867</a></p><p><br/></p><p>นาย ธีรเมธ คุรุเสถียร เลขที่4 ม.6/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4218780021/0142ce889388d38634421f81c8e93525/IMG_5318.webp" />
         <pubDate>2025-08-13 07:20:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3542171091</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Johannes Kepler (โยฮันเนิส เค็พเพลอร์)​1571-1630</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3548628130</link>
         <description><![CDATA[<p>- <strong>คำพูด :</strong>  </p><p>  “The diversity of the phenomena of nature is so great, and the treasures hidden in the heavens so rich.”</p><p>- <strong>คำแปล :</strong>  </p><p>  “ความหลากหลายของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมีอยู่มากมายเสียจนมหัศจรรย์ และสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในท้องฟ้านั้นช่างอุดมสมบูรณ์”</p><p>- <strong>ความหมาย:</strong>  </p><p>  ธรรมชาติและจักรวาลมีความงดงามอันไร้ขีดจำกัด ที่เติมเต็มจิตวิญญาณและความใฝ่รู้ของมนุษย์</p><p>- <strong>ผู้กล่าว:</strong>  </p><p>  Johannes Kepler (เซอร์, นักดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน)</p><p>- <strong>กลุ่ม:</strong>  </p><p>  บุคคลสำคัญในยุคการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Revolution)</p><p>- <strong>บทบาทในยุค Renaissance:</strong>  </p><p>  – กำหนดกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ (Kepler’s Laws)  </p><p>  – วางรากฐานด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (“celestial physics”)  </p><p>  – เป็นบิดาแห่งวิชา modern optics  </p><p>  – ผู้เขียนงานวิทยาศาสตร์สำคัญ: <em>Astronomia Nova</em>, <em>Harmonices Mundi</em> ฯลฯ</p><p><br/></p><p>-แหล่งที่มา</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://en.m.wikiquote.org/wiki/Johannes_Kepler?utm_source=chatgpt.com">https://en.m.wikiquote.org/wiki/Johannes_Kepler?utm_source=chatgpt.com</a></p><p><br/></p><p> นายฌานิทธี พูลทรัพย์​ เลขที่2 ม.6/7</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4243289091/3c9f0f715c2ae04d945033f510ebc2a9/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-20 06:23:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3548628130</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“Virtue belongs not to sex but to soul.”

“คุณงามความดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจ”</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3552426089</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>&gt; ความหมายคือคุณธรรม ความดี หรือความประพฤติดี ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เกิดจากจิตใจและการกระทำของแต่ละคน</p><p>&gt; เป็นคำพูดของ Christine de Pizan (คริสตีน เดอ ปิซัง) นักคิดและนักเขียนหญิงในยุค ฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p>&gt; เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม นักคิดและนักเขียนหญิง</p><p>ผลงานของเธอเน้นเรื่อง สิทธิสตรี ความเสมอภาคทางเพศ และการยกย่องความสามารถของผู้หญิง</p><p>&gt; เป็นนักคิดหญิงผู้บุกเบิกแนวคิดเรื่องสิทธิสตรีและคุณธรรม สะท้อนความสำคัญของการศึกษาและความสามารถของผู้หญิงในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ</p><p><br/></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://translate.google.com/translate?u=https://en.wikipedia.org/wiki/Christine_de_Pizan&amp;hl=th&amp;sl=en&amp;tl=th&amp;client=srp">Wikipediahttps://</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://en.wikipedia.org">en.wikipedia.org</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://translate.google.com/translate?u=https://en.wikipedia.org/wiki/Christine_de_Pizan&amp;hl=th&amp;sl=en&amp;tl=th&amp;client=srp">คริสตีน เดอ ปิซ็อง - Wikiwand</a></p><p>นางสาวอรพิณ วงษ์ภู่ ม.6/7 เลขที่20</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4257287831/03b11811a998a44cfa390e7ab189bc0e/BCA1A643_5200_4CBC_83E9_7161BF6AC4BE.jpeg" />
         <pubDate>2025-08-23 16:49:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3552426089</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จ๊อตโต ดิ บอนโดเน (Giotto di Bondone) 1267-1337 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3572080478</link>
         <description><![CDATA[<p>“Every painting is a voyage into a sacred realm.”</p><p>ทุกภาพวาดคือการเดินทางไปสู่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์</p><p><br/></p><p>ความหมาย : ข้อความนี้หมายความว่า การวาดภาพหรือการสร้างงานศิลปะ ไม่ใช่เพียงการแสดงภาพภายนอกเท่านั้น แต่เป็น การเดินทางทางจิตใจ จิตวิญญาณ และความคิดสร้างสรรค์ เข้าไปในโลกที่ลึกซึ้งและศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่ที่ศิลปินได้สำรวจสิ่งที่ลึกซึ้งในตนเองและในจักรวาล</p><p><br/></p><p>ผู้กล่าว : Giotto di Bondone ศิลปินชาวอิตาลี เชื้อชาติยุโรป (อิตาลี) สัญชาติอิตาลี</p><p><br/></p><p>เป็นบุคคลสำคัญในกลุ่ม ศิลปินยุคต้นแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เขาเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการเปลี่ยนผ่านจากศิลปะยุคกลาง มาสู่ศิลปะที่มีความสมจริงและมีมนุษยธรรมมากขึ้นในยุคเรอเนสซองส์</p><p><br/></p><p>บทบาทสำคัญ :</p><p>•วางรากฐานของ ศิลปะแบบสมจริง (Realism) และ มนุษยนิยม (Humanism)</p><p>•ใช้เทคนิค แสง เงา และมุมมองภาพ (Perspective) เพื่อให้ภาพดูมีชีวิตและลึกซึ้ง</p><p>•ผลงานของเขา เช่น ภาพเฟรสโกในโบสถ์ Arena Chapel ในเมืองปาดัว เป็นแบบอย่างให้ศิลปินรุ่นหลัง</p><p>•ได้รับการยอมรับว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินยิ่งใหญ่ในยุคเรอเนสซองส์ เช่น Michelangelo, Raphael และLeonardo da Vinci</p><p>•ได้รับฉายาว่าเป็น “บิดาแห่งศิลปะตะวันตก” (Father of Western Art)</p><p><br/></p><p>แหล่งที่มา :</p><p>•อธิบายคำพูดของ Giotto</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://fixquotes.com/quotes/every-painting-is-a-voyage-into-a-sacred-harbour-8323.htm">https://fixquotes.com/quotes/every-painting-is-a-voyage-into-a-sacred-harbour-8323.htm</a></p><p><br/></p><p>•อ้างคำพูดเดียวกันในบทความเกี่ยวกับ Giotto</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://nicholasjv.blogspot.com/2016/05/art-sunday-giotto.html">https://nicholasjv.blogspot.com/2016/05/art-sunday-giotto.html</a></p><p><br/></p><p>•อธิบายสถานะของเขาในประวัติศาสตร์ศิลปะ</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.oxfordreference.com/display/10.1093/oi/authority.20110803095853210">https://www.oxfordreference.com/display/10.1093/oi/authority.20110803095853210</a></p><p><br/></p><p><br/></p><p>นางสาวนภัสกร จันทร์แก้ว ม.6/7 เลขที่32</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4325578736/188c8127e0993688043e2e9052cde61f/IMG_4047.jpeg" />
         <pubDate>2025-09-07 07:37:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/krutigerntun11/ht7rvol8qlmw0rs1/wish/3572080478</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
