<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>โลกและอวกาศ by โสภิดา ชมภู</title>
      <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8</link>
      <description>ความรู้ทั่วไปสำหรับนักเรียน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-10-29 02:07:41 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-05-26 02:14:49 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Planets.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ระบบสุริยะเกิดจาก?</title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297859782</link>
         <description><![CDATA[<div>  ระบบสุริยะเกิดจากกลุ่มฝุ่นและก๊าซในอวกาศซึ่งเรียกว่า “โซลาร์เนบิวลา” (Solar Nebula) รวมตัวกันเมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว  (นักวิทยาศาสตร์คำนวณจากอัตราการหลอมรวมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมภายในดวงอาทิตย์)  เมื่อสสารมากขึ้น แรงโน้มถ่วงระหว่างมวลสารมากขึ้นตามไปด้วย กลุ่มฝุ่นก๊าซยุบตัวหมุนเป็นรูปจานตามหลักอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม   แรงโน้มถ่วงที่ใจกลางสร้างแรงกดดันมากทำให้ก๊าซมีอุณหภูมิสูงพอที่จุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน หลอมรวมอะตอมของไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียม  ดวงอาทิตย์จึงถือกำเนิดเป็นดาวฤกษ์  <br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://f.ptcdn.info/986/011/000/1384136609-Architectu-o.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:08:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297859782</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297864608</link>
         <description><![CDATA[<div>เ<strong>มฆออร์ท (Oort Cloud)</strong>  เป็นสมมติฐานที่ตั้งขึ้นโดยนักดาราศาสตร์ชาวเนเธอร์แลนด์ชื่อ แจน ออร์ท (Jan Oort) ซึ่งเชื่อว่า ณ สุดขอบของระบบสุริยะ รัศมีประมาณ 50,000 AU จากดวงอาทิตย์  ระบบสุริยะ<br>ของเราห่อหุ้มด้วยวัสดุก๊าซแข็ง ซึ่งหากมีแรงโน้มถ่วงจากภายนอกมากระทบกระเทือน   ก๊าซแข็งเหล่านี้ก็จะหลุดเข้าสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ กลายเป็นดาวหางวงโคจรคาบยาว (Long-period   comets)</div>]]></description>
         <enclosure url="http://4.bp.blogspot.com/-s8Anr5l_YNw/VU2u6DAobaI/AAAAAAAAAHI/DKg5FU_whg8/s1600/oort_s.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:40:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297864608</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297864914</link>
         <description><![CDATA[<div> <strong>วัตถุในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt Objects) </strong>เป็นวัตถุที่หนาวเย็นเช่นเดียวกับดาวหาง   แต่มีวงโคจรอยู่ถัดจากดาวเนปจูนออกไป บางครั้งจึงเรียกว่า Trans Neptune Objects    ทั้งนี้แถบคุยเปอร์จะอยู่ในระนาบของสุริยะวิถี โดยมีระยะห่างออกไปตั้งแต่ 40 – 500 AU (AU ย่อมาจาก   Astronomical Unit หรือ หน่วยดาราศาสตร์ เท่ากับระยะทางระหว่างโลกถึงดวงอาทิตย์ หรือ 150   ล้านกิโลเมตร)   ดาวพลูโตเองก็จัดว่าเป็นวัตถุในแถบคุยเปอร์ รวมทั้งดาวเคราะห์แคระซึ่งค้นพบใหม่ เช่น อีริส   เซ็ดนา วารูนา  เป็นต้น  ปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุในแถบไคเปอร์แล้วมากกว่า 35,000 ดวง</div>]]></description>
         <enclosure url="http://3.bp.blogspot.com/--8SI6dlIOFE/VU2u8FiUMaI/AAAAAAAAAHc/w8a90m39iBE/s1600/k-belt-s.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:42:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297864914</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865125</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดาวหาง (Comets)</strong> เป็นวัตถุขนาดเล็กเช่นเดียวกับดาวเคราะห์น้อย    แต่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงยาวรีมาก  มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซในสถานะของแข็ง    เมื่อดาวหางเคลื่อนที่เข้าหาดวงอาทิตย์ ความร้อนจะให้มวลของมันระเหิดกลายเป็นก๊าซ    ลมสุริยะเป่าให้ก๊าซเล่านั้นพุ่งออกไปในทิศทางตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ กลายเป็นหาง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://s.isanook.com/gu/0/ui/1/7394/261806__03042012025755.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:43:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865125</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865241</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดาวเคราะห์น้อย  (Asteroids)</strong> เกิดจากวัสดุที่ไม่สามารถรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ได้    เนื่องจากแรงรบกวนจากดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์  ดังเราจะพบว่า   ประชากรของดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่อยู่ที่ “แถบดาวเคราะห์น้อย” (Asteroid belt)   ซึ่งอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี   ดาวเคราะห์แคระเช่น เซเรส   ก็เคยจัดว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (เส้นผ่านศูนย์กลาง 900 กิโลเมตร)    ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่จะมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปรีมาก  และไม่อยู่ในระนาบสุริยะวิถี   ขณะนี้มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยแล้วประมาณ 3 แสนดวง</div>]]></description>
         <enclosure url="http://slideplayer.in.th/11/2997722/big_thumb.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:44:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865241</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865627</link>
         <description><![CDATA[<div><strong> ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf Planets) </strong>เป็นนิยามใหม่ของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International    Astronomical Union) ที่กล่าวถึง วัตถุขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายทรงกลม แต่มีวงโคจรเป็นรูปรี    ซ้อนทับกับดาวเคราะห์ดวงอื่น และไม่อยู่ในระนาบของสุริยะวิถี ซึ่งได้แก่ ซีรีส พัลลาส พลูโต    และดาวที่เพิ่งค้นพบใหม่ เช่น อีริส เซ็ดนา วารูนา  เป็นต้น </div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.thaigoodview.com/files/u4898/dwarf_planets_03.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:46:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865627</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865766</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดวงจันทร์บริวาร (Satellites)</strong>  โลกมิใช่ดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีดวงจันทร์บริวาร  โลกมีบริวาร<br>ชื่อว่า “ดวงจันทร์” (The Moon)  ขณะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นก็มีบริวารเช่นกัน  เช่น ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ดวงชื่อ ไอโอ (Io), ยูโรปา (Europa), กันนีมีด (ganymede) และคัลลิสโต (Callisto)  ดาวเคราะห์และดวงจันทร์ถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆ กัน เพียงแต่ดวงจันทร์มิได้รวมตัวกับดาวเคราะห์โดยตรง แต่ก่อตัวขึ้นภายในวงโคจรของดาวเคราะห์  เราจะสังเกตได้ว่า หากมองจากด้านบน<br>ของระบบสุริยะ  จะเห็นได้ว่า ทั้งดวงอาทิตย์    ดาวเคราะห์และดวงจันทร์ส่วนใหญ่  จะหมุนรอบตัวเองในทิศทวนเข็มนาฬิกา  และโคจรรอบดวงทิตย์ในทิศทวนเข็มนาฬิกาเช่นกันหากมองจากด้านข้างของ ระบบสุริยะก็จะพบว่า    ทั้งดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และดวงจันทร์บริวาร จะอยู่ในระนาบที่ใกล้เคียงกับ<br>สุริยะวิถีมาก  ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากระบบสุริยะทั้งระบบ ก็กำเนิดขึ้นพร้อมๆ กัน โดยการยุบและหมุนตัว<br>ของจานฝุ่น  </div>]]></description>
         <enclosure url="http://thaiastro.nectec.or.th/gal/gal2/123.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:47:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297865766</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866110</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer Planets)</strong>  เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ แต่มีความหนาแน่นต่ำ เกิดจาก<br>การสะสมตัวของธาตุเบาอย่างช้าๆ  ทำนองเดียวกับการก่อตัวของก้อนหิมะ เนื่องจากได้รับอิทธิพลของ<br>ความร้อนและลมสุริยะจากดวงอาทิตย์เพียงเล็กน้อย  ดาวเคราะห์พวกนี้จึงมีแก่นขนาดเล็กห่อหุ้มด้วย<br>ก๊าซจำนวนมหาสาร  บางครั้งเราเรียกดาวเคราะห์ประเภทนี้ว่า ดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ (Gas Giants) หรือ  Jovian Planets   ซึ่งหมายถึงดาวเคราะห์ที่มีคุณสมบัติคล้ายดาวพฤหัสบดี  ดาวเคราะห์ชั้นนอกมี 4 ดวง<br>คือ ดาวพฤหัสบดี    ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://image.slidesharecdn.com/7-160918070452/95/7-30-638.jpg?cb=1474182412" />
         <pubDate>2018-10-29 03:49:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866110</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866232</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner Planets)</strong>  เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็ก มีความหนาแน่นสูงและพื้นผิวเป็น<br>ของแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธาตุหนัก มีบรรยากาศอยู่เบาบาง ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลจากความร้อนของ<br>ดวงอาทิตย์และลมสุริยะ ทำให้ธาตุเบาเสียประจุ ไม่สามารถดำรงสถานะอยู่ได้   ดาวเคราะห์ชั้นใน<br>บางครั้งเรียกว่า ดาวเคราะห์พื้นแข็ง “Terrestrial Planets"เนื่องจากมีพื้นผิวเป็นของแข็งคล้ายคลึง<br>กับโลก  ดาวเคราะห์ชั้นในมี 4 ดวง คือ ดาวพุธ  ดาวศุกร์  โลก<br>   และดาวอังคาร</div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.thaigoodview.com/files/u41079/02.gif" />
         <pubDate>2018-10-29 03:50:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866232</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866494</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ดวงอาทิตย์ (The Sun)</strong>  เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ตรงตำแหน่งศูนย์กลางของระบบสุริยะและเป็นศูนย์กลาง<br>ของแรงโน้มถ่วง ทำให้ดาวเคราะห์และบริวารทั้งหลายโคจรล้อมรอบ<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://geonoi.files.wordpress.com/2015/10/sun1.jpg?w=700&amp;h=668" />
         <pubDate>2018-10-29 03:52:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297866494</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297867735</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://3.bp.blogspot.com/-4GdRUhVKexM/V8LzfqrEyYI/AAAAAAAAACY/F0n71jVUd4IjnWpmpt-FZbNsHFXFlEfBwCLcB/s1600/1.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 03:59:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297867735</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868061</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ทฤษฎีของคานท์และลาพลาส </strong>ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2339 กล่าวไว้ว่า ระบบสุริยาเกิดจากกลุ่มก๊าซและหมอกควันขนาดใหญ่ที่มีความร้อนจัดมารวมตัวกันแล้วหมุน แรงเหวี่ยงจากการหมุนทำให้มวลบางส่วนหลุดออกเกิดเป็นวงแหวนเรียงออกไปเป็นชั้นๆ ต่อมามวลบริเวณศูนย์กลางได้กลายเป็นดวงอาทิตย์ ส่วนมวลที่อยู่บริเวณวงแหวนต่างๆ ได้กลายเป็นดาวเคราะห์และสิ่งอื่นๆ ในระบบสุริยะ</div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.baanjomyut.com/library_2/image_oct_54_6/60.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:01:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868061</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868583</link>
         <description><![CDATA[<div><strong> ทฤษฎีของเจมส์ ยีนส์ ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2444 กล่าวไว้ว่า มีดาวฤกษ์ขนาดใหญ่เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ แรงดึงดูดระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวฤกษ์มีผลทำให้มวลสารบางส่วนของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์หลุดออกมา แล้วกลายเป็นดาวเคราะห์และวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะ</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/b05035c97f0318c8b2f17b223de0dc91/2_7.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:04:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868583</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868791</link>
         <description><![CDATA[<div><strong> ทฤษฎีของเฟรด ฮอยล์ และฮานส์ อัลเฟน ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2493 กล่าวไว้ว่า กลุ่มก๊าซและฝุ่นละอองรวมกันเป็นดวงอาทิตย์ก่อน ต่อมาดวงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นนี้เริ่มมีแสงสว่าง โดยยังคงมีกลุ่มก๊าซและฝุ่นละอองห้อมล้อมอยู่ และหมุนไปรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ กลุ่มก๊าซและฝุ่นละอองดังกล่าวจะอัดตัวกันแน่น และรวมตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ กลายเป็นดาวเคราะห์และวัตถุต่างๆ ในระบบสุริยะ</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/eaf81ccce892a30958b5a3129622902b/solar_sy_evol.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:05:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297868791</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297870350</link>
         <description><![CDATA[<div>เป็นช่วงเวลาในแต่ละปีที่แบ่งตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดขึ้นจากการที่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81">โลก</a>โคจรรอบ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C">ดวงอาทิตย์</a> เนื่องจากแกนโลกเอียงเป็นมุม 23.5 องศา จึงทำให้ในแต่ละช่วงของปี แต่ละบริเวณจะได้รับแสงแดดไม่เท่ากัน ทำให้มีอุณหภูมิต่างกัน จึงเกิดเป็นฤดูกาลต่าง ๆ ขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-10-29 04:18:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297870350</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297870804</link>
         <description><![CDATA[<div>5) ก๊าซและฝุ่นบริเวณขอบนอกอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าและได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าบริเวณที่ใกล้ดวงอาทิตย์ จึงยุบรวมตัวกันอย่างช้าๆ ก่อตัวเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยก๊าซเป็นจำนวนมาก</div><div>6) ใช้เวลานับร้อยล้านปี ดาวเคราะห์ต่างๆ จึงจะมีรูปร่างที่เกือบสมบูรณ์ เศษหินและฝุ่นที่เหลือกลายเป็นดาวเคราะห์น้อย ดวงจันทร์บริวารและวงแหวนของดาวเคราะห์ รวมทั้งวัตถุขนาดเล็กและดาวหาง</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/c821be8343efdef2ef424984350b29f3/Big_Bang_Theory_Illustrated.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:21:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297870804</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297871023</link>
         <description><![CDATA[<div>3) ด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของกลุ่มก๊าซและฝุ่นในโซลาร์เนบิวลาซึ่งหมุนรอบตัวเองทำให้ยุบตัวลงอย่างช้าๆ</div><div>4) ก๊าซและฝุ่นส่วนใหญ่ยุบตัวลงทำให้ใจกลางของโซลาร์เนบิวลามีความกดดันสูงขึ้น และหมุนรอบตัวเองเร็วขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลให้เศษฝุ่นและก๊าซที่เหลือโคจรรอบแกนหมุน มีรูปร่างเหมือนเป็นจานแบน ฝุ่นและก๊าซบางส่วนถูกเร่งออกมาจากแกนหมุน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/978057ba708a857898d563a9ca61411d/15.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:23:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297871023</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297871275</link>
         <description><![CDATA[<div>1) เมื่อมีอายุได้ประมาณ 100,000 ปี อุณหภูมิที่ใจกลางสูงถึง 15 ล้านเคลวิน จึงเริ่มเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ขึ้นที่แกนกลาง เกิดเป็นดวงอาทิตย์ที่มีอายุน้อยส่องสว่างแต่ยังถูกห้อมล้อมไปด้วยก๊าซและฝุ่นที่เหลือเป็นจำนวนมาก<br>2) เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบล้านปี ก๊าซและฝุ่นที่เหลือชนกันไปมา ทำให้บางส่วนเกาะติดกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ซึ่งมีอุณหภูมิและแรงโน้มถ่วงที่สูงกว่าบริเวณที่ห่างออกไป</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/8ff2f25c5dc3f51047c7a792831a9f30/9709_1__1_.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:25:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297871275</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297872841</link>
         <description><![CDATA[<div> โลก เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม โดยโลกเป็นดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ และเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยืนยันได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ดาวเคราะห์โลกถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 4,570 ล้าน (4.57×109) ปีก่อน และหลังจากนั้นไม่นานนัก ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลกก็ถือกำเนิดตามมา สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่ครองโลกในปัจจุบันนี้คือมนุษย </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-10-29 04:36:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297872841</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297873263</link>
         <description><![CDATA[<div>กลางวันกลางคืน เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง ซีกที่ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะเป็นกลางวัน ส่วนอีกซีกหนึ่งอยู่ในเงามืดจะเป็นเวลากลางคืน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/822332b65761eb22a8b192cec6933b8e/day_and_night_694840_960_720.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:39:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297873263</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297873530</link>
         <description><![CDATA[<div>ข้างขึ้นข้างแรม เกิดจากดวงจันทร์หมุนรอบตัวเอง และโคจรรอบโลกใช้เวลาเท่ากันประมาณ 1 เดือน เนื่องจากดวงจันทร์ เป็นดาวเคราะห์ที่ไม่มีแสงสว่าง ต้องอาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดังนั้นแสงสว่างของดวงจันทร์ในบางคืนก็คือแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ที่สะท้อนมายังโลก ส่วนอีกซีกหนึ่งไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ก็จะมืด เราจึงมองเห็นแสงของดวงจันทร์ในลักษณะเต็มดวงบ้าง เป็นเสี้ยวบ้าง มืดบ้าง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/adb24bd637f0a101f4ed533b54758f36/_________.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:41:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297873530</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297875696</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/be87700be3a633c8dd66b312096d5b15/unnamed.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:57:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297875696</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297875870</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/6cc8b9b044ab4e49c9c03bd5f1d142e2/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 04:59:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297875870</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297876240</link>
         <description><![CDATA[<div>น้ำขึ้นน้ำลง เกิดจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลก เราจะเห็นปรากฏการณ์ได้ชัดเจน ในส่วนที่เป็นน้ำตามชายฝั่งทะเลหรือมหาสมุทร เนื่องจากดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์จึงมีอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าดวงอาทิตย์คือในแต่ละวันน้ำบนผืนโลกด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์จจะถูกดูดเข้ารวมกันซึ่งจะมีผลต่อซีกโลกด้านตรงข้ามกับดวงจันทร์ คือจะปรากฏน้ำขึ้นด้วยส่วนพื้นผิวโลกอีก 2 ด้านระดับน้ำก็จะลดลง เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองระดับน้ำก็จะลดลง เมื่อห่างไปอยู่อีกซีกหนึ่งระดับน้ำก็จะเพิ่มขึ้น จะเกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงในที่แห่งหนึ่ง ทุก 12 ชม. 25 น.</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/328440781/b7961dff94c5ff54e9be359947afbd61/1374282183_15sungravi_o.jpg" />
         <pubDate>2018-10-29 05:02:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297876240</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>sophidachomphu21</author>
         <link>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297877700</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=-iUXCfb-YbQ" />
         <pubDate>2018-10-29 05:17:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sophidachomphu21/hrtpyzd9f1x8/wish/297877700</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
