<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การเปลี่ยนเเปลงเทคโนโรยีของ ทีวี by 24 ชนกันต์ นาบำรุง</title>
      <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0</link>
      <description>เลขที่ 24 ชนกันต์ นาบำรุง ม.1/1</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-06 07:40:50 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-11-08 01:42:28 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>เครื่องเล่นเเผ่นเสียง</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777596088</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ของปีเดียวกันเขาแสดงให้เห็นในการประชุมประจําปีของภาควิชาฟิสิกส์ของสถาบันฟิสิกส์และเคมีปีเตอร์สเบิร์ก </p><p>เขาทําเครื่องรับวิทยุ - ตัวบ่งชี้ฟ้าผ่าซึ่งต่อมา</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/a21e4d64848315df4015f6874f863317/20220418165010ede68ba7abf4483ca314d266f9799ef2.webp" />
         <pubDate>2023-11-06 08:02:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777596088</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Gramophone.</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777606629</link>
         <description><![CDATA[<p>เครื่องเล่นถูกคิดค้นขึ้นมาก่อนตั้งแต่ปี 1857 แล้วถูกพัฒนามาเรื่อยๆจนเป็นเครื่องเล่นแบบไขลานที่เรียกว่า <strong>แกรโมโฟน</strong> ในปี 1896 ที่ใช้เล่นกับแผ่นครั่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ซึ่งทั้งหนัก แข็งและแตกหักง่าย แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="keyword" href="https://www.sanook.com/music/playlist/X_NOlcGsOOHEZk+9MO0CLg==/">ฟังเพลง</a>ได้ หลักการ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="keyword" href="https://www.sanook.com/music/song/gQy+F6thnD7fvKXJ5_XDUA==/">ง่ายๆ</a> ของแผ่นเสียง &nbsp;และเครื่องเล่นก็คือ แผ่นเสียงมีร่องขนาดเล็กจิ๋วเป็นจำนวนมาก ในร่องเหล่านี้มีปุ่มขรุขระมากมายเพื่อให้เข็มจากเครื่องเล่นแผ่นวิ่งผ่าน เข็มเปรียบเสมือนตัวรับแรงสั่นสะเทือนเวลาวิ่งไปสัมผัสกับปุ่มในร่องจนเกิดเป็นคลื่นเสียงส่งผ่านลำโพงที่มีลักษณ์คล้ายปากแตรออกมา ซึ่งถ้าฟังในสมัยนี้ เสียงค่อนข้างทุ้มต่ำ ไร้มิติ เป็นแบบโมโนที่ฟังแล้วอุดอู้ แต่มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของยุคนั้น อีกทั้งเล่นด้วยสปีด 78 RPM (รอบต่อนาที) ซึ่งเร็วมาก เวลาลานไขไว้ใกล้หมด เสียง<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="keyword" href="https://www.sanook.com/music/">เพลง</a>ก็จะค่อยๆ อืดลงเหมือนเทปยืด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/9f8651739394004e4bf3a1595315b86b/gramophone_01_03original.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 08:10:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777606629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>HootSuite Photos</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777609449</link>
         <description><![CDATA[<p>หากนิยามตามความหมายของคำว่า Television เป็นเครื่องถ่ายทอดสัญญาณภาพสดที่ประกอบด้วยเสียงอย่างต่อเนื่อง ต้องยกให้วิศกรชาวสกอตแลนด์ นามว่า จอห์น โลจี เบร์ด (John Logie Baird) เป็นท่านแรกในการคิดค้นระบบ Mechanical Television หรือเครื่องรับโทรทัศน์ขาวดำระบบเชิงกลเป็นเครื่องแรกของโลก ในปี ค.ศ. 1925 และยังเป็นนักประดิษฐ์คนแรกที่คิดค้นระบบโทรทัศน์สีออกสู่สายตาชาวอังกฤษ รวมถึงเป็นบุคคลแรกที่ประดิษฐ์หลอดภาพโทรทัศน์สีแบบอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="magnificPopImg" href="https://image.makewebeasy.net/makeweb/m_1920x0/HSqZMq6g7/LOOXAround/John_Logie_Baird_TV1.jpg"><br></a></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/fbfcd80365b980aa1bbd5da0a4ca53df/800px_RCA_630_TS_Television.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 08:12:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777609449</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โทรทัศน์สี</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777616944</link>
         <description><![CDATA[<p>โทรทัศน์สีเป็นเรื่องแรกในภาษาเยอรมันในปีค. ศ. 1904 สำหรับระบบโทรทัศน์สี ในปี 1925 ผู้ประดิษฐ์ชาวรัสเซีย Vladimir K. <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.eferrit.com/vladimir-zworykin-1889-1982/">Zworykin</a> ได้ยื่นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลสิทธิบัตรสำหรับระบบโทรทัศน์สีแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด แม้ว่าทั้งสองแบบไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นข้อเสนอแรกที่ได้รับการรับรองสำหรับโทรทัศน์สี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/67bd0954c2ffc977ad51d070e955b225/678e1887f5283352_1024x682.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 08:19:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777616944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โทรทัศน์ Plasma LCD LED</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777628762</link>
         <description><![CDATA[<p>LCD TV (Liquid Crystal Display) ซึ่งใช้หลอดไฟ CCFL หรือ Cold Cathode Fluorescent Lamp ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดผอมคล้ายๆหลอดกาแฟ เรียงในแนวนอนยาวลงมาเป็นตัวกําเนิดแสง แสดงภาพโดยเริ่ม จากแหล่งกําเนิดแสง Backlight ส่องแสงไปที่ผลึกเหลว (ลักษณะ คล้ายๆเยลลี่ดังนั้นถ้าลองสังเกตดูว่าถ้าเอา มือจิ้มลงไปที่จอจะรู้สึกว่านิ่มๆ) ที่หยอดเอาไว้ระหว่างช่องกระจกจะถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ทําให้โมเลกุลของ ลิควิดคริสตัลในส่วนของจุดภาพ พิกเซล (pixel) นั้นหมุนเป็นมุม 90 องศา เพื่อให้เกิดได้ทั้งจุดสว่าง และจุดมืด (แต่ละพิกเซลไม่สามารถกําเนิดแสงได้เอง) หากเรากล่าวว่าเทคนิคของ LCD คือการบิดตัวโมเลกุล</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/847135436b359979f0e8da6608cb332b/____________Plasma_LCD_LED.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 08:28:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777628762</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โทรทัศน์ดิจิตอล</title>
         <author>11204_1</author>
         <link>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777630324</link>
         <description><![CDATA[<p>โทรทัศน์แบบดิจิตอลนั้น ได้เข้ามาแก้ไขระบบส่งโทรทัศน์แบบอะนาล็อคหลายอย่างด้วยกัน เริ่มต้นจากคุณภาพของความคมชัดที่สามารถส่งได้สูงสุดถึงระดับ Full High Definition (Full HD) ในยุคแรก ของการส่งระบบทีวีแบบดิจิตอล ในปัจจุบันประเทศไทยสามารถส่งโทรทัศน์ดิจิตอลได้ถึงระดับความคมชัด 4K แล้ว&nbsp; แน่นอนนอกจากขีดความสามารถในการส่งความคมชัดสูงสุดแล้ว ยังมีเรื่องของการทนต่อสัญญาณรบกวนสูงเพิ่มเข้ามาด้วย ดังนั้นอีกจุดแตกต่างที่เห็นได้ชัด ระหว่างระบบส่งโทรทัศน์แบบอะนาล็อค กับระบบส่งโทรทัศน์แบบดิจิตอล คือ การส่งสัญญาณภาพ และเสียงเป็นระบบดิจิตอล มีความทนทานต่อสัญญาณรบกวนสูง ทั้งสัญญาณรบกวนจากภายนอกแลสัญญาณรบกวนภายในที่เกิดจากเครื่องส่งเอง จึงทำให้คนยุคที่สอง ที่รับชมโทรทัศน์ในระบบส่งที่เป็นดิจิตอลแล้ว ไม่ค่อยได้พบเจอกับสัญญาณภาพ และเสียงที่มีปัญหาใดๆ จุดที่โดดเด่นไปกว่านั้น คือ การที่ส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิตอลนั้น ทำให้สามารถรองรับช่องรายการที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ในยุคที่ทุกคนต้องการรับชมโทรทัศน์ แน่นอนจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจผลิตรายการ ในยุคที่สองนี้ใครทำธุรกิจผลิตสื่อโฆษณา ผลิตรายการ ต่างก็เติบโตและมีจำนวนช่องรายการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จำนวนช่องรายการที่สามารถส่งได้สูงสุดในระบบการส่งแบบอะนาล็อค จะส่งได้ไม่เกิน 106 ช่องรายการ ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนช่องรายการที่ต้องการส่ง จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดการพัฒนาระบบส่งโทรทัศน์ กลายมาเป็นระบบส่งโทรทัศน์แบบดิจิตอล ที่มีความสามารถส่งช่องรายการได้มากถึง 600-800 ช่องรายการเลยทีเดียว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของยุคนี้ได้เป็นอย่างดี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206878405/dd0be746874ec995cff2923909f84cda/___________________1.jpg" />
         <pubDate>2023-11-06 08:29:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/11204_1/hoclqzvg7krrvux0/wish/2777630324</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
