<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>กิจกรรมในชั้นเรียนครั้งที่ 1 ย้อนอดีตเพื่ออนาคต by rin rin</title>
      <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลอะไรก็ได้ เช่น สิ่งของ ,เครื่องมือเครื่องใช้ ,บุคคลสำคัญ ,เรื่องราวเหตุการณ์ ที่เราสนใจพร้อมสรุปสาระสำคัญลงไปตามหัวข้อยุคสมัยที่ครูกำหนดไว้ สิ่งที่นักเรียนต้องส่ง : 1. รูปภาพ 2. สาระสำคัญ 3. วิเคราะห์ว่า &quot;สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร &quot; 4. แหล่งที่มาของข้อมูล</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-02-04 01:17:18 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-13 20:22:11 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>กระดาษปาปิรุสจากอารยธรรมอียิปต์ กระดาษแผ่นแรกของโลก (นายอัมรินทร์ กะลูแป เลขที่100)</title>
         <author>rinzard19</author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028637650</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในอารยธรรมอียิปต์มีการพัฒนาระบบตัวเขียนขึ้นซึ่ง ได้แก่ อักษรภาพจารึกในแผ่นศิลาหรือ ฝาผนังหินขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า อักษรไฮโรกลิฟิก (Hieroglyphic)&nbsp; และต่อมาได้พัฒนาตัวเขียนเพื่อให้เขียน ได้รวดเร็วขึ้นแต่ยังคงเป็นอักษรภาพอยู่&nbsp; ที่เรียกว่า อักษรเฮียราติก (Hieratic) ซึ่งอักษรเฮียราติกนี้เองได้มีการเขียนลงกระดาษปาปิรุส (Papyrus) ซึ่งทำจากต้นปาปิรุสที่มีขึ้นทั่วไปในแม่น้ำไนล์&nbsp; ส่วนวัสดุที่ใช้เขียนจะใช้ปล้องหญ้ามาตัดเป็นปากกาจิ้มหมึกเขียนลงบนกระดาษ&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ชาวอียิปต์โบราณใช้กระดาษปาปิรุสเพื่อบันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้า บทสวด คำสาบาน ตลอดจนเหตุการณ์ต่าง ๆ จากนั้นนำไปบรรจุไว้ในพีระมิดของอียิปต์ และนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ตั้งแต่ต้นราชวงศ์ของอียิปต์เป็นต้นมาได้มีการใช้กระดาษปาปิรุสกันแล้ว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยข้อดีของกระดาษปาปิรุส คือ มีความยืดหยุ่นและคงต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี เหมาะสมกับสภาพอากาศของอียิปต์นั่นเอง<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทำให้เกิดการต่อยอดและพัฒนาในแต่ละยุคสมัยจนเกิดกระดาษที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่หากพิจารณาอีกมุมหนึ่ง การสร้างกระดาษในแต่ละแผ่น ก็อาจทำให้เกิดการเผาผลาญทรัพยากรทางธรรมชาติจนนำไปสู่ภาวะโลกร้อนหรือการทำลายระบบนิเวศ<br><mark>แหล่งที่มา </mark><br>https://www.suksawad.com/post/papyrus-paper-first-paper</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1563721471/c2a7ca4d83db7d4ea42c83fb0d34ef4c/249f63_f445a0a863f74203b5fc7d536e627120_mv2.png" />
         <pubDate>2022-02-04 01:19:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028637650</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเดินทางสำรวจโลกของชาวยุโรป(นางสาว ณัฎฐธิดา นาครัตน์ เลขที่ 5)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028703420</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br>&nbsp; &nbsp;การเดินทางสำรวจโลกของชาวยุโรปทำให้เกิด “ยุคแห่งการสำรวจ” (Age of Discovery) ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 เป็นสมัยที่มีการเดินเรือเพื่อสำรวจดินแดนใหม่ๆ โดยการล่าอาณานิคม เพื่อกอบโกยทรัพยากรจากโลกใหม่ เพื่อเปิดเส้นทางการค้าทางทะเลใหม่ๆ เพื่อการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ รวมทั้งเพื่อการศึกษา นักเดินเรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้แก่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) เฟอร์ดินานด์ แมกเจลแลน (Ferdinand Magellan)<br><strong><mark>สิ่งที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark></strong><br>&nbsp; &nbsp;ทำให้มีการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ การปฏิรูปศาสนาคริสต์ การเดินทางสำรวจโลก (ยุคแห่งการสำรวจ) การปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม และสงครามโลก<br><strong><mark>แหล่งที่มา<br></mark></strong>https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34762</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289228354/f65c1799f63ccc53d7ad13565c5940dd/shutterstock_1191496966.jpg" />
         <pubDate>2022-02-04 02:21:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028703420</guid>
      </item>
      <item>
         <title>San Isidoro de Sevilla (560 - 636, สเปน)(นางสาวธัญรดา พรหมสุข เลขที่8)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028743525</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดดเด่นในฐานะนักเขียนเป็นหนึ่งในนักเขียนที่มีผลงานมากที่สุดในยุคสมัยของเขาพร้อมงานที่รวมบทความทางวรรณกรรม, fictions, ชีวประวัติและคำถามเชิงปรัชญา งานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเขาคือ etymologies, สารานุกรมที่เขาติดตามวิวัฒนาการของความรู้ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงศาสนาคริสต์ในปัจจุบันของเขา<br><mark>สิ่งที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทำให้ฟื้นฟูศิลปวิทยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแนวคิดของเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และปรัชญาความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความต้องการของมนุษย์สามารถเอาชนะความยากลำบาก<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://th.thpanorama.com/articles/filosofa/los-30-filsofos-de-la-edad-media-ms-importantes-y-famosos.html</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289222514/13f4de4cd8d6116abb4aff46221bb0cd/_____________.jpg" />
         <pubDate>2022-02-04 03:04:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2028743525</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซนต์ออกัสตินแห่งฮิปโป(นางสาวอรนิชา อินทร์บุญญา ชั้นม.6/5 เลขที่17)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030413341</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp;<strong>เซนต์ออกัสติ</strong>เรียกว่า<strong>เซนต์ออกัสตินแห่งฮิปโป</strong>เป็นหนึ่งในละตินพ่อของคริสตจักรและอาจจะมากที่สุดคิดคริสเตียนอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่เซนต์ปอล การปรับความคิดแบบคลาสสิกของออกัสตินให้เข้ากับคำสอนของคริสเตียนได้สร้างระบบเทววิทยาที่มีอำนาจอันยิ่งใหญ่และอิทธิพลที่ยั่งยืน อีกทั้งยังและช่วยวางรากฐานสำหรับความคิดของคริสเตียนในยุคกลางและสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเขาได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในฐานะที่เป็นแพทย์ของคริสตจักร<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp;เซนต์ออกัสตินเขาปรับความคิดแบบคลาสสิกกับคำสอนของคริสเตียนและสร้างระบบเทววิทยาอันทรงพลังที่มีอิทธิพลยาวนาน นอกจากนี้เขายังมีรูปทรงปฏิบัติของพระคัมภีร์อรรถกถาและช่วยวางรากฐานสำหรับยุคกลางและทันสมัยคริสเตียน<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>&nbsp;<a href="https://delphipages.live/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2/saint-augustine">https://delphipages.live/th/ปรัชญาและศาสนา/บุคคลทางศาสนาและนักวิชาการ/นักบุญและพระสันตปาปา/saint-augustine</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1433485359/627125b84a917c56223ec61b74107188/6C27D8CA_2833_4364_ABF7_9088FD1DD101.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-05 04:52:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030413341</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)                                  คริปโตฯ ตัวแรกของโลก                                                    (นายนิติรัฐ จันทร์รัตน์ เลขที่4 )</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030419556</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; คริปโตเคอร์เรนซี หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า คริปโตฯ เป็น<a href="https://thematter.co/futureverse/futureword-digital-asset/160461">สินทรัพย์ดิจิทัล</a> (digital asset) หรือสกุลเงินเข้ารหัส ที่ถูกออกแบบให้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน แน่นอนว่า การเป็นดิจิทัลนั้นจับต้องไม่ได้ (ไม่เหมือนเหรียญหรือธนบัตรที่ใช้แลกเปลี่ยนแบบมีวัตถุเป็นรูปธรรม) แต่ก็สามารถแลกเปลี่ยนได้ระหว่างกันโดยมูลค่าขึ้นอยู่กับความพึงใจของทั้งสองฝ่าย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คริปโตฯ ตัวแรกของโลกที่เกิดขึ้นคือ ‘บิตคอยน์’ (Bitcoin) ในปี ค.ศ.2009 โดยมีทั้งหมด 21 ล้านเหรียญและถูกกำหนดไว้ว่าจะไม่มีการเพิ่มจำนวนไปมากกว่านี้ ซึ่งบิตคอยน์เกิดขึ้นมาเพื่อท้าทายระบบการเงินเดิม โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องการสร้างประชาธิปไตยทางการเงินโดยไร้ตัวกลางคอยควบคุม และให้คนที่ถือเหรียญทุกคนตรวจสอบกันเอง<br>เราสามารถซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน และสะสมคริปโตฯ ได้ และเจ้าคริปโตฯ นี้ ยังสามารถใช้แทนมูลค่าของบริการที่ถูกสร้างไว้บนเทคโนโลยีบล็อกเชน<br>ถูกประดิษฐ์โดยโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะที่มีชื่อสมมติว่า <br>Satoshi Nakamoto&nbsp; <br>ฟังชื่อก็คิดว่าเป็นคนญี่ปุ่น แต่เขาสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างดีมาก จึงไม่น่าจะใช่คนญี่ปุ่น <br>อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า เขาคนนี้เป็นใคร?<br><mark>สิ่งที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>อาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการการใช้เพื่อการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆและสามารถแลกเปลี่ยนได้ง่ายกว่าธนบัตรเพราะสามารถใช้ระหว่างประเทศได้<br>ปัจจุบันมีการเข้าถึงในหลายบุคคลและมีแนวโน้มทางด้านการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจในอนาคตของโลก(หากไม่โดนแบนก่อน😅😅)<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark><a href="https://thematter.co/futureverse/futureword-cryptocurrency/160562">https://thematter.co/futureverse/futureword-cryptocurrency/160562</a><mark><br></mark><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1545666934/c5fbc9e7c6bcbd10c374c5b43f0ad5f1/089A99CB_25E1_4D2D_92D4_1B160E3D57BF.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-05 05:08:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030419556</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Christopher Columbus  (นางสาวนูรอัสนา หะยีมัน เลขที่30 ม.6/5)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030633775</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>&nbsp; &nbsp;<strong>Christopher Columbus </strong>เป็นนักทำแผนที่ นักสำรวจ นักเดินเรือ และพ่อค้า เชื่อกันว่าน่าจะเป็นชาวสาธารณรัฐเจนัว ภายใต้การสนับสนุนของราชสำนักสเปน เขาได้เดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและทำให้ชาวยุโรปรู้จักทวีปอเมริกาในซีกโลกตะวันตกเป็นผลสำเร็จ การเดินทางทั้งสี่ครั้งและความพยายามที่จะตั้งถิ่นฐานบนเกาะฮิสปันโยลาของโคลัมบัสยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมของสเปนและชาติมหาอำนาจอื่น ๆ ในทวีปยุโรปบน "โลกใหม่" อีกด้วย<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark> <br>&nbsp; &nbsp;<strong>Christopher Columbus</strong> เดินทางทางทะเลไปยังอเมริกา การเดินทางเหล่านี้จะนำไปสู่ความรู้อย่างกว้างขวางในโลกใหม่ ความก้าวหน้านี้เปิดตัวระยะเวลาที่รู้จักกันเป็นยุคของการค้นพบ ซึ่งเห็นการล่าอาณานิคมของอเมริกาเป็นที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนทางชีวภาพและทรานส์แอตแลนติกการค้า เหตุการณ์เหล่านี้ผลกระทบและผลกระทบของการที่ยังคงมีอยู่ถึงปัจจุบัน<br><mark>แหล่งที่มา</mark><br>https://hmong.in.th/wiki/Columbus%27s_first_voyage&nbsp;</div><div><strong><mark><br><br></mark></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289218602/031f3d81a0ad6afe42e3ec80eeb9469b/1200px_Christopher_Columbus.png" />
         <pubDate>2022-02-05 13:21:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030633775</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การประดิษฐ์ และการทดลองวิทยาศาสตร์ (นางสาวฟารีดา แวหะมะ เลขที่ 12)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030659998</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br>เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการหาความรู้เกี่ยวกับโลก เกิดเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่เน้นการสังเกต และการทดลอง ความรู้ต้องผ่านการพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ มีการประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ เช่น กล้องโทรทรรศน์ มีนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญเช่น นิโคลัส โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) กาลิเลโอ กาลิเลอิ (Galileo Galilei) ไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) ชาร์ล ดาวิน (Charles Darwin) เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) อัลเบิร์ต ไอน์ชไตน์ (Albert Einstein)<br><strong><mark>สิ่งที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark></strong>ยุคสมัยใหม่มีเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมายที่ส่งผลกระทบมาถึงเหตุการณ์ในโลกยุคปัจจุบัน อาทิ การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ การปฏิรูปศาสนาคริสต์ การเดินทางสำรวจโลก (ยุคแห่งการสำรวจ) การปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม และสงครามโลก<strong><mark><br>แหล่งที่มา<br></mark></strong><a href="https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34762">อารยธรรมสมัยใหม่ | TruePlookpanya</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289222830/4ec2cab285f5c305cc9d3e2828f4d554/_____.jpg" />
         <pubDate>2022-02-05 14:03:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030659998</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อักษรคูนิฟอร์มหรืออักษรลิ่มของชาวสุเมเรียน (นางสาวณัฐนรี เจะอาลี เลขที่18)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030662902</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>การประดิษฐ์ตัวอักษร อารยธรรมสุเมเรียนเป็นชนชาติแรกในดินแดนเมโสโปเตเมียที่รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรได้เมื่อ300 ปีก่อนคริสต์ศักราช เริ่มแรกตัวอักษรของชาวสุเมเรียนเป็นตัวอักษรภาพ ต่อมาได้มี การดัดแปลงคิดสัญลักษณ์ต่างๆ ใช้แทนภาพ ทำให้ง่ายต่อการบันทึกยิ่งขึ้น เครื่องหมายบางตัวใช้แทนเสียงในการผสมคำ มีจำนวนมากกว่า 350 เครื่องหมาย หลักฐานตัวอักษรของชาวสุเมเรียนพบในแผ่นดินเผาตัวอักษรเขียนด้วยก้านอ้อในขณะที่ดินเหนียวยังอ่อนตัวแล้วนำไปตากแดดหรือเผาให้แห้ง ตัวอักษรจึงมีลักษณะคล้ายลิ่ม จึงเรียกว่า อักษรลิ่มหรือคูนิฟอร์ม (Cuneiform) เนื่องจากคำว่า Cuneiform มาจากภาษาละตินว่า Cuneus แปลว่า ลิ่ม<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>ทำให้เกิดการต่อยอดและพัฒนาในแต่ละยุคสมัยจนมีอักษรที่หลากหลาย เเละรูปเเบบตัวอักษรที่เเตกต่างกันจนเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ<br><mark>แหล่งที่มา</mark><br>https://medium.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81-47d15d87fe0e</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1318401587/ba071beab906279ae165c845b8d0a7ae/0_vM5qubQ414fc58n7.jpg" />
         <pubDate>2022-02-05 14:08:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2030662902</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กาลิเลโอ กาลิเลอี ( Galileo Galilei  )ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาลูกตุ้มเรือนแรก(นาย นิฮาฟีส  นิสะแม เลขที่23)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031119289</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>นาฬิกาน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีซึ่งคนโบราณใช้ดูเวลา โดยมีหลักการทำงานง่าย ๆ คือ ปล่อยน้ำให้หยดลงในภาชนะ ซึ่งจะค่อย ๆ ทำให้ทุ่นที่อยู่ข้างในลอยขึ้นไปตามขีดบอกเวลา นาฬิกาเรือนเก่าแก่ที่สุดค้นพบในสุสานของ ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ ๑ (Amenhotep I)<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นาฬิกาเรือนแรกที่มี ตัวเกาะฟันเฟือง (escapements) ยัง ไม่เกิดขึ้นกระทั่ง ปี ๑๒๘๕ ตัวเกาะฟันเฟืองคือ กลไกซึ่งเคลื่อนที่ด้วยจังหวะสม่ำเสมอและผลักเฟืองให้ขยับไปข้างหน้าด้วย อัตราที่เท่ากัน หอนาฬิกาบอกเวลาแห่งแรกเกิดขึ้นในมิลานเมื่อราว ค.ศ. ๑๓๓๕ เป็นนาฬิกามีเข็มเพียงอันเดียวคือ เข็มชั่วโมง ความเที่ยงตรงของเวลาที่บอกก็ยังไม่สม่ำเสมอ<br><br><mark>สิ่งนี้มีผลกระทบต่อปัจจุบันอย่างไร<br></mark>นาฬิกาชีวิต มีผลต่อ อาหารการกิน การย่อยสารอาหาร เมตาบอริซึมกล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscle) ของคนจะนำกลูโคสไปใช้ในตอนเช้าได้ดีกว่าในตอนเย็นกระบวนการเปลี่ยนไขมันในตับ<mark><br>เเหล่งที่มา<br></mark>https://tuemaster.com/blog</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289220812/00a47bf7745d1cb866f2561af6c07c87/images__24_.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 04:23:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031119289</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มัมมี่ (นางสาวระพีพัช แดงสุข เลขที่15)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031176552</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br>มัมมี่ (อังกฤษ: Mummy) คือศพที่ดองหรือแช่ในน้ำยาพิเศษในประเทศอียิปต์ พันทั่วทั้งร่างกายด้วยผ้าลินินสีขาว เพื่อเป็นการรักษาสภาพของศพเพื่อรอการกลับคืนร่างของวิญญาณผู้ตาย ตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ คำว่า "มัมมี่" มาจากคำว่า "มัมมียะ" (Mummiya) ซึ่งเป็นคำในภาษาเปอร์เซีย มีความหมายถึงร่างของซากศพที่ถูกดองจนกลายเป็นสีดำ โดยชาวอียิปต์โบราณจะทำมัมมี่ของฟาโรห์และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ และนำไปฝังในลักษณะแนวนอนภายใต้พื้นแผ่นทรายของอียิปต์ อาศัยแรงลมที่พัดผ่านในแถบทะเลทรายอาระเบียและทะเลทรายในพื้นที่รอบบริเวณของอียิปต์ เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยของซากศพที่อาบด้วยน้ำยา<br><br>ในอียิปต์โบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตหลังความตาย เกี่ยวกับการหวนกลับคืนร่างของวิญญาณ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อวิญญาณออกจากร่างไปชั่วระยะเวลาหนึ่งจะหวนกลับคืนสู่ร่างเดิมของผู้เป็นเจ้าของ จึงต้องมีการถนอมและรักษาสภาพของร่างเดิม โดยการแช่และดองด้วยน้ำยาบีทูมิน ซึ่งจะช่วยรักษาและป้องกันไม่ให้ซากศพเน่าเปื่อยผุผังไปตามกาลเวลา<br><strong><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่าวไร</mark></strong><strong><br></strong>ทำให้มีการต่อยอดในด้านทางการแพทย์ ในการรักษาศพ<br><strong><mark>อ้างอิง</mark></strong><br><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88">https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1549074699/7af40367c4560efe9961d6d54f83a090/A1DF3545_12C7_4E2E_8D15_0D8392F79FAC.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 06:41:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031176552</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พีระมิด(นายพีรพัฒน์ เพ็ชรศรี เลขที่1)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031177948</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br>อารยธรรมในยุคโบราณหลายแห่งในโลกมีสิ่งก่อสร้างรูปพีระมิด โดยพีระมิดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ พีระมิดในอียิปต์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของฟาโรห์ โดยพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดคือ มหาพีระมิดแห่งกิซ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ และเป็นสิ่งเดียวที่ยังอยู่มาจนถึงยุคปัจจุบัน องค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของพีระมิดคือหินทราย ซึ่งหินทรายดังกล่าวจะมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ต้องใช้แรงงานคนนับแสนในการสร้างพีระมิดแต่ละองค์ โดยใช้เวลาในการสร้างไม่ต่ำกว่า 10 ปี<br><br>นอกจากนี้ยังมีพีระมิดของชาวนูเบียซึ่งขนาดเล็กกว่าและอยู่ทางใต้ของอียิปต์ และชาวเมโสโปเตเมียมีพีระมิดในรูปแบบของตนเองที่เรียกว่า ซิกกุรัต<br><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่างไร</mark><br>ในยุคปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้างรูปพีระมิดเช่นกัน เช่น พีระมิดกระจกที่อยู่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส<br><mark>อ้างอิง<br></mark><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94">https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1549074699/9661baabdfa8517c7b520bf457b15f39/F93A23AE_F62D_473A_BD6F_773419DB947A.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 06:45:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031177948</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิหารพาร์เธนอน(นางสาวสุรีย์  หมานเหล็ก  เลขที่9 ม.6/5)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031378152</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>วิหารพาร์เธนอนสร้างตามการริเริ่มของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1">เพริเคิล</a> ผู้นำกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น และสร้างโดยมีประติมากร<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9F%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA&amp;action=edit&amp;redlink=1">ฟีเดียส</a>เป็นผู้ควบคุมงาน การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี บัญชีส่วนหนึ่งของการก่อสร้างครั้งนี้หลงเหลืออยู่ และแสดงให้เห็นว่างานที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุด คือ การขนย้ายหินจาก<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%AA&amp;action=edit&amp;redlink=1">เขาเพนเทลิกัส</a> ซึ่งอยู่ห่างจากกรุง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C">เอเธนส์</a>ไปกว่า 16 <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3">กิโลเมตร<br><br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark></a><br>ปัจจุบัน วิหารพาร์เธนอน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โด่งดังระดับโลก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1987 อีกด้วย ทำให้มีผู้คนมากมายต่างก็อยากเดินทางไปชมความงดงามของศิลปะกรีกโบราณขนานแท้ที่หาดูได้ยากในโลกปัจจุบัน <br><mark>แหล่งที่มา</mark><br>https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1476615282/a2b62c8725af30f3df13b9bc80a8ff55/E07740F5_305A_4A79_B3ED_A993216F0053.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 12:32:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031378152</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กำแพงเมืองจีน(Great Wall of China)นางสาวเดบาร่าห์ ดาหวี เลขที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031428777</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>&nbsp; &nbsp;เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการขายของราคาถูกจาก ชาวฮัน หรือ ซฺยงหนู คำว่า ซฺยงหนู บางทีก็สะกดว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้น ๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว เนื่องจากจะเข้ามารุกรานจีนตามแนวชายแดนทางใต้ ในสมัยราชวงศ์ฉิน ได้สั่งให้สร้างกำแพงหมื่นลี้ตามชายแดน เพื่อป้องกันพวกซฺยงหนูและพวกเติร์ก ที่เข้ามารุกรานจากทางเหนือ หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ&nbsp; กำแพงเมืองจีนสร้างเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนรัชสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิพระองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ โดยมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยฮ่องเต้องค์ต่อมาอีกหลายพระองค์ จนสำเร็จในที่สุด กำแพงเมืองจีนถือเป็นงานก่อสร้างที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีมาเลย<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>&nbsp; &nbsp;เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม<br><mark>แหล่งที่มา</mark><br><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99?fbclid=IwAR1RIV3qQfrZ6F1mpQSphDABGuPVUddHioTl4pKsLnp1OUo4VumirNECe-E">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99?fbclid=IwAR1RIV3qQfrZ6F1mpQSphDABGuPVUddHioTl4pKsLnp1OUo4VumirNECe-E</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1318401690/d44b7fb81f7889be7207f794e389654c/480px_GreatWall_2004_Summer_2.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 13:40:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031428777</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พระราชวังแวร์ซาย ( Château de Versailles) (นางสาวกนกรดา จันทร์ทัง เลขที่10)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031514020</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark> เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่าและทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายน่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 เมื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี พ.ศ. 2204และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงาม ภายในแบ่งออกเป็นห้อง ๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง<br>   การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายแห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสได้มีกองทัพประชาชนและผู้ประท้วงบุกเข้าพระราชวังเพื่อตามหาพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต จนเหล่าเชื้อพระวงศ์ต้องย้ายไปพำนักที่พระราชวังตุยเลอรีส์<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้เป็นแหล่งเรียนรู้ ภายในพระราชวังแวร์ซายมีทั้งหมด 700 ห้อง ภาพวาด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักทั้งหมด 15,034 ชิ้นและได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2522 ที่ประเทศอียิปต์<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://th.wikipedia.org › wiki › พระราชวังแวร์ซาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289233702/76ecf5c201d02eaf31312b78e1dee2ab/received_1136495553762016.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 15:20:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031514020</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พีทาโกรัส  (Pythagoras)   (นางสาวสุไรดา เจ๊ะสะนิ เลขที่32) </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031522236</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นักคณิตศาสตร์เด่นของกรีก ได้แก่ ปิทาโกรัสแห่งเมืองซามอส ผู้คิดค้นทฤษีบทปิทาโกรัส ยูคลิดแห่งเมืองอะเล็กซานเดรีย ผู้คิดเรขาคณิตแบบยูคลิด และเขียนหนังสือชุด Elements ซึ่งมีจำนวน 13 เล่ม เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึง เรขาคณิตระนาบและเรื่องสัดส่วน อาร์คิมีดีสแห่งเซียราคิวส์เป็นผู้คิดระหัดวิดน้ำแบบเกลียวลูกกรอกชุด ตั้งกฎของคานดีดคานงัด และพบวิธีการหาปริมาตรของวัตถุโดยการแทนที่น้ำ</div><div><strong><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่างไร</mark></strong></div><div>&nbsp; ทำให้เราได้ต่อยอดศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีบทพีทาโกรัส ความสัมพันธ์ในเรขาคณิตแบบยุคลิด ระหว่างด้านทั้งสามของสามเหลี่ยมมุมฉาก กำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉากเท่ากับผลรวมของกำลังสองของอีกสองด้านที่เหลือในแง่ของพื้นที่</div><div><strong><mark>แหล่งที่มา</mark></strong></div><div><a href="https://sites.google.com/site/611610161e/home/xarythrrm-krik/bukhkhl-sakhay">https://sites.google.com/site/611610161e/home/xarythrrm-krik/bukhkhl-sakhay</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289227038/1cb98c54aea64a5baf566944bde7dfb3/E86B0923_E0DA_4523_ACFB_349027400E9A.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 15:28:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031522236</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซิกกุรัต(นางสาวกุลนันทน์ ศรีวิเชียร เลขที่11)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031589568</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark><br>ซิกกูรัต มีความสำคัญทางศาสนาของชาวซูเมอร์ (Sumerians) มีลักษณะคล้ายพีระมิดแบบขั้นบันไดแต่ด้านบนเป็นพื้นราบ พื้นราบด้านบนของซิกกูรัตนี้เป็นวิหารในระยะแรกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ต่อมาซิกกูรัตนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังกษัตริย์เช่น ซิกกูรัตที่เมืองอูซิกกูรัต สร้างขึ้นด้วยอิฐและไม้ จึงมีความแข็งแรงคงทนน้อยกว่าพีระมิดอียิปต์ที่สร้างด้วยหิน ซิกกุรัตเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบมีชื่อว่า “The White Temple”พบที่เมืองอูรุก (Uruk) หรือวาร์กา (Warka) มีอายุประมาณ 3,500 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเก่าแก่กว่าพีระมิดของอียิปต์หลายร้อยปี<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกอย่างไร</mark><br>เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางศาสนาและเป็นความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าของชาวเมโสโปเตเมียหรือเป็นศาลเจ้าในการบูชา<br><mark>แหล่งที่มา</mark><br><a href="https://hmong.in.th/wiki/Ziggurat">https://hmong.in.th/wiki/Ziggurat</a><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289233818/05f06e4b44caebab3d4678d7d9aa3b14/64587837_CE94_4404_AF2C_9A7BC5CF5972.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 16:39:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031589568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แท่นพิมพ์ จากโยฮันน์ กูเตนเบิร์ก                 บิดาแห่งการพิมพ์ (นายอุสมาน กูปิ เลขที่25)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031641207</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โยฮันน์ กูเตนเบิร์ก บิดาแห่งการพิมพ์ <br>เป็นช่างเหล็ก ช่างทอง ช่างพิมพ์ และนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียงจากการมีส่วนพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1450 <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นผู้คิดค้นเครื่องพิมพ์และเทคนิคการพิมพ์สมัยใหม่ โดยใช้ตัวเรียงอักษรที่ทำจากโลหะ และหมึกพิมพ์ที่ใช้น้ำมันเป็นฐาน และแท่นพิมพ์แบบกดแบบใหม่ เดิมทีรูปแบบการพิมพ์บนกระดาษเริ่มแรกสุด คือ การพิมพ์บล็อกไม้ (woodblock printing) โดยเริ่มขึ้นในประเทศจีน โดยมี ปี่ เฉิง ต่อมาในศตวรรษที่ 15 โยฮันน์ กูเตนเบิร์ก สามารถประดิษฐ์เทคโนโลยีแท่นพิมพ์ (printing press) ที่ใช้กับตัวเรียงพิมพ์โลหะได้สำเร็จ ซึ่งเทคโนโลยีแท่นพิมพ์ของ โยฮันน์&nbsp; กูเตนเบิร์กนับเป็นการปฏิวัติทางความรู้ที่สำคัญที่สุด ทำให้ผลิตหนังสือได้จำนวนมากขึ้นและราคาถูกลง เมื่อเทียบกับหนังสือต้นฉบับตัวเขียน (manuscript) ที่ต้องใช้เวลาและความอดทนของเสมียนหรืออาลักษณ์ในการผลิดขึ้นมาแต่ละเล่ม<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เมื่อมีการประดิษฐ์แป้นพิมพ์ที่ทำให้มนุษย์เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อสังคม และการปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน สังคม เศษฐกิจ การศึกษา รวมไปถึงศาสนา ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการประดิษฐ์แป้นพิมพ์กูเตนเบิร์ก<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทำให้เกิดการต่อยอดและมีการพัตนาเทคโนโลยีทางด้านแท่นพิมพ์ยุคต่อยุคจนถึงยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ในปัจจุบันมีหนังสือมากมายหลากหลายรูปแบบสามารถเลือกหาซื้อได้ง่าย สะดวกสบาย ถ้าหากพิจารณาในอีกมุมหนึ่งการพิมพ์กระดาษ หรือการพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้วทำให้เกิดมลพิษขึ้นมาและเป็นสารเคมีที่อันตรายทำลายธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว<br><mark>&nbsp;แหล่งที่มา<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; https://shorturl.asia/8v1xI</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289225739/f8b55c204e4ae516d597dc541db4c862/800px_PrintMus_038.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 17:26:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031641207</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เตาเชิงกราน (นางสาวฟัตตู เจ๊ะดาโอ๊ะ) เลขที่19</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031741079</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ<br></mark></strong>เตาเชิงกราน เป็นเตาไฟสำหรับตั้งหม้อหุงต้ม ปั้นด้วยดิน ยกตั้งได้ ส่วนล่างเป็นฐานรอง คล้ายถาด ใช้วางท่อนฟืน พัฒนารูปแบบมาจากเตาก้อนเส้า และเตาฟืนชนิดมีฐานดินปั้นติดกับตัวเตา เตาเชิงหรานเมื่อปั้นแล้วจะนำไปเผาไฟเช่นเดียวกับเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป เตาเชิงกรานเบากว่าเตาฟืนในยุคก่อน เพราะต้องวางอยู่บนแม่สีไฟ</div><div>การทำเตาเชิงกรานทำโดยใช้ดินเหนียวผสมทรายละเอียดคลุกเคล้าให้ทั่ว ปั้นส่วนล่างแบกว้างเป็นฐานมีรางคล้ายถาด ส่วนบที่ตั้งหม้อปั้นเป็นท่อสูงขึ้นเป็นครึ่งวงกลม ปลายท่อแผ่ออกเป็นปากแตร ภายในเป็นเดือยหรือเป็นปุ่มเล็กๆ ยื่นออกมา 3 ปุ่ม สำหรับรองภาชนะเมื่อตั้งบนเตาเชิงกราน ส่วนที่วางภาชนะด้านหนึ่งจะเปิดช่องว่างไว้เพื่อเป็นช่องใส่ท่อนฟืน โดยวางที่ชานคล้ายถาด ซุกฟืนเข้าไปข้างในให้เผาไหม้ เจาะรูกลมๆไว้ 2-3 รู เป็นช่องถ่ายเทอากาศ<br><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่างไร<br></mark>ปัจจุบันการใช้เตาเชิงกรานไม่มีใช้กันในพื้นบ้านแล้ว เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ นำไปใช้แทนเตาเชิงกรานที่สะดวกกว่า เช่น เตาแก๊ส หม้อไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เป็นต้น<br><mark>อ้างอิ้ง<br></mark>https://www.sac.or.th/databases/traditional-objects/th/equipment-detail.php?ob_id=190</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448953703/59420ba2d6c4f0daa2ead001f8dcf3bb/05_034_01.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 19:08:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031741079</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย(นางสาวฟัตตู เจ๊ะดาโอ๊ะ เลขที่19)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031757489</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย &nbsp; มีชื่อเรียกว่า&nbsp; คาตาโกมบ์ &nbsp; ตั้งอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย &nbsp; ประเทศอียิปต์ เป็นสุสานฝังศพใต้ดินของกษัตริย์อียิปต์โบราณ &nbsp; ไม่ปรากฎหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง เป็นสุสานของใคร &nbsp; และสร้างเมื่อใด &nbsp; ลักษณะของสุสานไม่เหมือนกับปีรามิดคือจัดสร้างเป็นอุโมงค์ใต้ดินขุดลึกเข้าไปในภูเขาหินทราย &nbsp; ทำเป็นชั้นๆ &nbsp; และมีช่องทางเดินกว้างประมาณ 3-4 ฟุตวกเวียนไปมาเป็นระยะทางหลายไมล์ภายในอุโมงค์บางตอนตกแต่งอย่างสวยงาม &nbsp; ที่บรรจุดพระศพคือผนังอุโมงค์ที่เจาะเป็นช่องลึกเข้าไป &nbsp; มีแท่นบูชาวางด้วยตะเกียงดวงเล็กๆแขวนไหว้ด้านหน้า ปัจจุบันสุสานแห่งอเล็กซานเดรียได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง<br><mark>สิ่งนี่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp;ปัจจุบัน สุสานแห่งอเล็กซานเดรียได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใช้ฝังพระศพของกษัตริย์อียิปต์โบราณไว้ใต้ดินซึ่ง เป็นการฝังพระศพอีกรูปแบบหนึ่งของชาวอียิปต์โบราณนอกเหนือไปจากการฝังพระศพ ของพระมหากษัตริย์แห่งอียิปต์ไว้ในพีระมิด<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://suwannee1111.wordpress.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2/<br>https://sites.google.com/site/wonderplaceintheworld/sing-mhascrry-ni-yukh-klang/susan-hae-ngx-lek-san-de-riy</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448953703/70e90743ad07ae38d2215b021968aab5/cot1.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 19:26:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031757489</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กริชตูเรเดงโตร์ (ฟัตตู เจ๊ะดาโอ๊ะ)เลขที่19 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031766249</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark><strong><br>กริชตูเรเดงโตร์</strong> (<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AA">โปรตุเกส</a>: <em>Cristo Redentor</em>; <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Christ the Redeemer <em>พระคริสต์ผู้ไถ่</em>) เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C">อลังการ</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">ประติมากรรม</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%8B%E0%B8%B9">พระเยซู</a>ตั้งอยู่บน<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9&amp;action=edit&amp;redlink=1">ยอดเขากอร์โกวาดู</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5">ประเทศบราซิล</a> สูงราว 38 เมตร โดย<a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A5_%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5&amp;action=edit&amp;redlink=1">ปอล ลันดอฟสกี</a> ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์เป็นผู้ออกแบบ และเอโตร์ ดา ซิลวา กอชตา วิศวกรชาวบราซิลดำเนินการสร้าง ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี โดยทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2474</div><div>ประติมากรรมนี้ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่</a> และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3">รีโอเดจาเนโร</a> และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวบราซิล มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ราว 1,800,000 รายต่อปี<br><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่างไร<br></mark>&nbsp;แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครองและสันติสุข ป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองริโอ เดอ จาเนโร และเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาของชาวบราซิล&nbsp; เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลกที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน<mark><br>แหล่งที่มา<br></mark>https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C<br>https://nighttiger.net/christ-the-redeemer/</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448953703/8f4190a2ca1aa7e72bad304400d2626a/PLACEHOLDER_image2.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 19:36:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031766249</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter) ค.ศ.1506-1546(นางสาวอรวี เทพสุวรรณ ม.6/5 เลขที่ 33)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031774726</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ</mark>&nbsp;<br>บรามานเต&nbsp; เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและคุมการก่อสร้าง แต่บรามานเตถึงแก่กรรมก่อนงานจะเสร็จ จึงเป็นภาระหน้าที่ของสถาปนิกอีกหลายคน จนกระทั่ง ค.ศ.1546&nbsp;<br>&nbsp; มิเคลันเจโล Michelangelo&nbsp; Buonarrotii</div><div>ได้รับการติดต่อจากสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 3ให้เป็นสถาปนิกรับผิดชอบออกแบบก่อสร้างต่อไป&nbsp; โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ตรงกลาง มิเคลันเจโลได้แรงบันดาลใจมาจากวิหารแพนธีออนของจักรวรรดิโรมัน โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เป็นศาสนสถานที่ดำรงความศักดิ์สิทธิ์สูงสุดในศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นอันดับแรกๆ ของโลกก็ว่าได้ โดยในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่มหาวิหารแห่งนี้เป็นจำนวนมากถึง 10 ล้านคน<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>ความเชื่อที่ว่าที่นี่คือที่ฝังร่างของสมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรก จึงทำให้พระสันตะปาปาองค์ต่อมาถูกฝังร่างที่นี่ ทำให้ภายใต้มหาวิหารแห่งนี้เป็นที่ฝังร่างของพระสันตะปาปาองค์สำคัญมากกว่า 91 องค์ ที่นี่จึงเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตจักรโรมันคาทอลิก<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark><a href="https://sites.google.com/site/silpathasnsilp607/home/thasn-silp-tawan-tk/yukh-klang-middle-age">https://sites.google.com</a><mark><br></mark><a href="https://palanla.com/index.php?op=abroadLocation-detail&amp;id=881">https://palanla.com</a><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289220477/65a13b9f3d8a7898e051baf52261364e/7FD5007B_0B06_4FCA_8CF5_B2284B97886F.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-06 19:45:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031774726</guid>
      </item>
      <item>
         <title> ดาวเทียมเทียมและระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) (นางสาวฟัตตู เจ๊ะดาโอ๊ะ เลขที่19)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031775625</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark><strong>GPSคือ</strong> ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (Global Positioning System: โกบอล โพซิชั่นนิ่ง ซีสเต็มส์) หรือเรียกสั้นๆ ว่า GPS หมายถึง ระบบบอกตำแหน่งบนพื้นผิวโลกโดยอาศัยการคำนวณระบบพิกัดกริดแบบยูที เอ็ม(Universal TransverseMercator: UTM) ทั้งหมด 60 โซนจากนาฬิกาที่ส่งมาจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก ซึ่งมีตำแหน่งที่แน่นอน ระบบนี้สามารถบอกตำแหน่ง ณ จุดที่สามารถรับสัญญาณได้ ทั่วโลกโดยเครื่องรับสัญญาณ GPS รุ่นใหม่ๆ จะสามารถคำนวณความเร็วและทิศทาง โดยสามารถนำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมแผนที่เพื่อใช้ในการนำทางได้<br><br>ดาว เทียม GPS เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรต่ำอยู่ที่ระดับความสูง 11,000 ไมล์จากระดับพื้นผิวโลก ใช้ในการยืนยันตำแหน่งโดยอาศัยพิกัดจากดาวเทียม 3-4 ดวง&nbsp; ดาวเทียมจะโคจรรอบโลกเป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบที่ความเร็ว 4 กิโลเมตร/วินาที การโคจรแต่ละรอบนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 6 ระนาบ ระนาบละ 4 ดวง โดยทำมุม 55 องศา โดยทั้งระบบจะต้องมีดาวเทียม 24 ดวงหรือมากกว่าเพื่อให้สามารถยืนยันตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกจุกบนผิวโลก โดยในปัจจุบันจะเป็นดาวเทียม GPS Block-II<br><mark>มีผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>ใช้จีพีเอสเพื่อเป็นตัวช่วยนำทางในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ โดยแผนที่ที่จีพีเอสใช้ก็จะเป็นแผนที่ประเทศไทย รวมทั้งเมืองต่างๆบนโลก เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์บนแผนที่นั้น ให้เกิดประโยชน์ในการเดินทาง การค้นหาสถานที่ เพื่อไปยังจุดหมายได้รวดเร็วและแม่นยำ สามารถพัฒนาไปถึงการแก้ไขปัญหาการจราจรได้อีกด้วย<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://www.techincar.com/gps%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87gps/<br>https://www.prosoftgps.com/Article/Detail/79377<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448953703/f569c61f2cdd77abc75a4fd3cab7e6fd/12GPS_1.jpg" />
         <pubDate>2022-02-06 19:47:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2031775625</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Hellenistic art (นางสาวดาลีณี ดาโต๊ะ เลขที่ 6)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032158626</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br><em>ศิลปะเฮลเลนิสติก</em>เป็นศิลปะของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Hellenistic_period">ยุคเฮลเลนิสติก</a>โดยทั่วไปเริ่มต้นด้วยการสิ้นพระชนม์ของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Alexander_the_Great">อเล็กซานเดอร์มหาราช</a>ใน 323 ปีก่อนคริสตกาลและจบลงด้วยการ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Roman_Greece">ยึดครองโลกกรีกโดยชาวโรมัน</a>ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปได้ดีใน 146 ก่อนคริสตศักราชเมื่อแผ่นดินใหญ่ของกรีกถูกยึดครอง และเป็นหลักซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 คริสตศักราชด้วยชัยชนะของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Ptolemaic_Kingdom">Ptolemaic อียิปต์</a>ต่อไป<a href="https://hmong.in.th/wiki/Battle_of_Actium">รบ </a>Actium จำนวนผลงานที่รู้จักกันดีของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Greek_sculpture">ประติมากรรมกรีก</a>เป็นของช่วงเวลานี้รวมทั้ง<a href="https://hmong.in.th/wiki/Laoco%C3%B6n_and_His_Sons">Laocoönและลูกชายของเขา</a> , <a href="https://hmong.in.th/wiki/Venus_de_Milo">Venus de Milo</a>และ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Winged_Victory_of_Samothrace">ปีกแห่งชัยชนะ </a>Samothrace เป็นไปตามช่วงเวลาของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Ancient_Greek_art">ศิลปะกรีกคลาสสิก</a>ในขณะที่<a href="https://hmong.in.th/wiki/Roman_art">ศิลปะเกรโก - โรมันที่</a>ประสบความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากแนวโน้มของขนมผสมน้ำยา<br><strong><mark>มีผลต่อปัจจุบันอย่างไร<br></mark></strong>มีกระแสนิยมในการเขียนประวัติศาสตร์เพื่อพรรณนาถึงงานเฮลนิสติกในรูปแบบที่กว้างตามยุค ทองของ แอพพลิเคชั่นดิสิก คำอ่านในสูงที่ 18 บาเฟร็อค และ โรโกโก บางครั้งก็ถูกนำมาใช้กับเนื้อหาในช่วงเวลา <br><strong><mark>อ้างอิง<br></mark></strong>https://hmong.in.th/wiki/Hellenistic_art<br>https://isecosmetic.com/wiki/Hellenistic_art</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/527474273/67076bf4b3003d3dcd33a12a39bb6c81/7af6d979e638b5c112c6017dcaf52e9e.jpg" />
         <pubDate>2022-02-07 03:01:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032158626</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สนามกีฬาโคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี(นางสาวนูรฮูดา มะลี เลขที่31)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032264305</link>
         <description><![CDATA[<div><br><mark>สาระสำคัญ</mark><br>เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2">สนามกีฬา</a>กลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลาง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1">กรุงโรม</a> เริ่มสร้างขึ้นในสมัย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">จักรพรรดิเวสเปเซียน</a>แห่ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิโรมัน</a> และสร้างเสร็จในสมัยของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%AA">จักรพรรดิไททัส</a> ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1">คริสต์ศตวรรษที่ 1</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">อัฒจันทร์</a>เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่าง ๆ ในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ10 ปี<br>เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2">สนามกีฬา</a>กลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลาง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1">กรุงโรม</a> เริ่มสร้างขึ้นในสมัย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">จักรพรรดิเวสเปเซียน</a>แห่ง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99">จักรวรรดิโรมัน</a> และสร้างเสร็จในสมัยของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%AA">จักรพรรดิไททัส</a> ใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1">คริสต์ศตวรรษที่ 1</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">อัฒจันทร์</a>เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่าง ๆ ในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ10 ปี<br><mark>สิ่งที่ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br></mark>ปัจจุบันสนามประลองในอดีตแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิต โดยทุกครั้งที่มีการกลับการตัดสินหรือยกเลิกโทษประหารชีวิตจากที่ใดของโลกก็ตาม ที่โคลอสเซียมจะมีไฟสีเหลืองส่องสว่างทุกครั้ง<br><mark>เเหล่งที่มา<br></mark><a href="https://palanla.com/index.php?op=abroadLocation-detail&amp;id=873">https://palanla.com/index.php?op=abroadLocation-detail&amp;id=873</a><br>https://th.wikipedia.org/wiki/โคลอสเซียม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1474780430/4912d3db8115b16a8a0c0e21fe48d81e/DC37F98E_9567_459B_8164_9770716B479F.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-07 04:35:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032264305</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยโลกาภิวัตน์ ตั้งแต่ช่วงครั้งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 (นายคฑาวุธ ถาวรสุข เลขที่3)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032308041</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>สาระสำคัญ<br></mark>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งวิทยาการแขนงต่างๆ ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยทั่วไปเจริญขึ้น มนุษย์สามารถเดินทางไปสำรวจอวกาศและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ รู้จักประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือที่ทำให้สะดวกสบาย ความเจริญทางด้านการแพทย์ทำให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพ การคมนาคมขนส่งข้ามทวีปเป็นไปอย่างรวดเร็ว หรือการสื่อสารข้อมูลแพร่หลายที่สื่อภาพและเสียงโดยผ่านทางดาวเทียม อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที<br><mark>สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อปัจจุบันอย่างไร</mark></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งได้ส่งผลต่อมนุษย์และเกิดปัญหาใหม่ๆตามมาอย่างรวดเร็วการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากร การใช้พลังงานนิวเคลียร์ การเกิดสภาวะที่อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นจนมีผลทำให้น้ำแข็งขั้วโลกและยอดเขาสูงละลายที่เรียกว่า ภาวะเรือนกระจก เป็นต้น ดังนั้นในยุคโลกาภิวัตน์นอกจากจะทำให้ชีวิตมนุษย์สุขสบายขึ้น แต่ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาใหม่ๆ ตามมาด้วยเช่นกัน<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://sites.google.com/site/prawatisastrsakon/prawatisastr-smay-paccuban</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1543360057/3d8b28b2e87cad7bd4034a3fe5ab77c0/___________.jpg" />
         <pubDate>2022-02-07 05:15:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2032308041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปศาสนา (นางสาวเกศิณี ใบระหมาน เลขที่34)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2040496258</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>สาระสำคัญ</li></ul><div>การปฏิรูปศาสนา&nbsp; เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 &nbsp; โดยมีผู้นำการปฏิรูปหลายคนและใช้ชื่อแตกต่างกันการปฏิรูปคริสต์ศาสนา หมายถึง ขบวนการในยุโรปตะวันตกที่ปัจเจกชนและสถาบันต่างๆ แสดงความเห็นคัดค้านการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามหลักในคัมภีร์ไบเบิล การปฏิรูปเป็นไปอย่าง ต่อเนื่อง จนในที่สุดคริสต์ศาสนาในยุโรปได้แตกแยกเป็น 2 นิกาย คือโรมันคาทอลิกและ โปรเตสแตนต์<br>สาเหตุของการปฏิรูปศาสนา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1.&nbsp; สันตะปาปาทรงใช้อำนาจมากเกินไป ทรงครอบงำการเมือง สร้างความไม่พอใจให้ผู้ปกครองแคว้นต่างๆ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.&nbsp; ความเป็นอยู่ของสันตะปาปาและพระชั้นสูงบางองค์มีความฟุ่มเฟือย <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขัดต่อความรู้สึกที่ว่าพระควรจะมีความรู้สึกที่เรียบง่าย ตลอดจนมีการซื้อขายตำแหน่งกัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3.&nbsp; ศาสนจักรมุ่งพิธีกรรมมากเกินไป&nbsp; จึงทำให้ประชาชนบางส่วนต้องการที่จะเข้าใจหลักธรรมมากขึ้น จึงมีนักคิด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เสนอว่าควรเข้าถึงพระเจ้า และทำความเข้าใจคัมภีร์ด้วยตัวเอง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;4.&nbsp; สันตะปาปาทรงต้องการสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ จึงทรงนำใบยกโทษบาปไปขายในดินแดนเยอรมัน ทำให้<br>ผลจากการปฏิรูปศาสนา<br>1) คริสตจักรแตกแยกออกเป็น2นิกาย คือ นิกายโรมันคาทอลิก และ นิกายโปรเตสแตนต์<br>2) นิกายต่างๆ แข่งขันกันปรับปรุงข้อบกพร่องเพื่อเรียกศรัทธา<br>3) นิกายโปรแตสแตนต์สนับสนุนการประกอบอาชีพด้านการค้าและอุตสาหกรรม ทำให้ระบบทุนนิยมในยุโรปเจริญเติบโต <br>4) เกิดกระแสชาตินิยม เช่น มีการแปลคัมภีร์เป็นภาษาท้องถิ่น<br>5) ส่งเสริมอำนาจผู้ปกครองในการปกครองประเทศ<br>6) เกิดสงครามศาสนาขึ้นในยุโรปหลายครั้ง เช่น <br>&nbsp; - สงครามศาสนาในเยอรมนี&nbsp; (ค.ศ. 1546-1555)<br>&nbsp; - สงครามศาสนาในประเทศฝรั่งเศส&nbsp; (ค.ศ.&nbsp; 1562-1589)<br>สิ่งนี้มีผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร<br>ทางการเมือง<br>การปฏิรูปศาสนาได้ทำให้พวกที่ไม่ต้องการระเบียบแบบแผน และพวกที่มีความคิดเห็นรุนแรงทางศาสนาก่อการจลาจลวุ่นวายขึ้นเรียกว่า ”กบฏชาวนา” ในปี ค.ศ. 1525 ที่โบฮีเมีย มีทั้งกลุ่มอัศวินต่อสู้กับเจ้านายของตน และพวกชาวนาที่ก่อการปฏิวัติต่อเจ้าของที่ดินโดยต่างยื่นข้อเสนอเรียกร้องสิทธิของตน และกำหนดกฎเกณฑ์เอาตามใจชอบ บ้างก็ขอเสรีภาพในการถือศาสนา ดังนั้นลูเทอร์จึงได้ลุกขึ้นมาสอนให้ประชาชนเคารพประมุข และกฎหมายของรัฐ และต่อต้านการจลาจล โดยถือว่าประมุขของรัฐมีอำนาจอันชอบธรรมในสายตาของศาสนา ที่จะดำเนินการเด็ดขาดกับขบวนการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคำสอนของลักธิลูเทอรันส่งเสริมอำนาจชนชั้นปกครอง<br>ทางศาสนา<br>เกิดการปฏิรูปศาสนาไปทั่วยุโรปโดยแบ่งออกเป็น<br>แยกนิกายเป็น โปรเตสแตนต์และโรมันคาทอลิก<br>การปฏิรูปภายในนิกายโรมันคาทอลิกเอง เช่น เกิดคณะเยสุอิต (The Jesuits) ที่เน้นการศึกษาวิทยาการใหม่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สภาสังคายนาแห่งเทรนต์ (1545-1563) ซึ่งต้องการแก้ไขข้อติดเตียนของขบวนการปฏิรูปศาสนาโปรเตสแตนต์ทั้งหมด แต่ยังเชื่อว่าสิทธิอำนาจมาจากพระคัมภีร์และขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ที่คริสตจักรได้รับสืบทอดมาจากเปโตร และยอมรับอำนาจของสันตะปาปาว่ายังมีอยู่ ผลการปฏิรูปนิกายโรมันคาทอลิก ทำให้สามารถป้องการการขยายตัวของความนิยมในนิกายโปรเตสแตนต์อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าสันตะปาปาต้องเสียอำนาจในยุโรปไปมาก แต่ก็ยังสามารถรักษาอิทธิพลทางจิตใจเหนือประชากรจำนวนมากของโลกตะวันตกไว้ได้ และสามารถฟื้นฟูความศักดิ์สิทธิของโรมได้จนถึงปัจจุบัน<br>อ้างอิง<mark><br></mark><a href="https://sites.google.com/site/heppendin/neuxha-thi-2-hetukarn-sakhay-ni-smay-him-cnthung-paccuban">https://sites.google.com/site/heppendin/neuxha-thi-2-hetukarn-sakhay-ni-smay-him-cnthung-paccuban</a><sub><br></sub><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289229957/fbd3d02266d0387545c279a1b1732e0c/B81314EC_1B29_4303_B05C_89ADD348B8C3.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-10 15:24:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2040496258</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โมนาลิซ่า(นางสาวแวอาอีเซ๊าะ แวอีซอ เลขที่26 ม.6/5)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2043514426</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาระสำคัญ</strong></div><div>ภาพโมนา ลิซา Mona Lisa (ค.ศ.1503-1505) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้า ขนาด 30.5 X 21 นิ้ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดแบบเลียนแบบธรรมชาติ&nbsp;</div><div>การพิถีพิถันเรื่องการจัดวางมือที่งดงาม แววตาและรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย การนำธรรมชาติมาเป็นฉากหลังและสร้างมิติใกล้ไกลแบบวิทยาศาสตร์การเห็น เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นผู้ริเริ่มการเขียนภาพแบบแสดงค่าตัดกันระหว่างความมืดกับความสว่าง ที่เรียกว่า คิอารอสกูโร( Chiaroscuro)</div><div><strong>ส่งผลต่อโลกปัจจุบัน</strong></div><div>ผลงานชิ้นนี้ได้ใช้เทคนิคการวาดภาพมากมายที่เป็นการปฏิวัติวงการศิลปะในสมัยนั้น แสดงให้เห็นถึงฝีมือชั้นครูของศิลปินที่วาด และยังคงทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสนอกสนใจได้จวบจนปัจจุบัน</div><div><strong>แหล่งที่มาข้อมูล</strong></div><div>https://www.avenue.co.th/content/18231/ทัวร์ยุโรป-ฝรั่งเศส-โมนาลิซ่า-ทำไมภาพวาดโมนาลิซ่าถึงโด่งดังที่สุดในโลก-</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448622950/c0099a5667bbed82c9e7657bf9550e9c/5EF7DA37_7A50_440A_BB5C_D76F15E9B5A6.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-12 07:45:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2043514426</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซอร์ ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton)(นางสาวริฟฮาน แวดาโอะ เลขที่21)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2043544453</link>
         <description><![CDATA[<div><br><mark>สาระสำคัญ</mark> &nbsp;<br>&nbsp; &nbsp;เป็นนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญาธรรมชาติ นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยา</div><div>&nbsp; &nbsp;ศาสตร์นิพนธ์ของนิวตันในปี ค.ศ. 1687 เรื่อง หลักการทางคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ(Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica) (เรียกกันโดยทั่วไปว่า <em>Principia</em>) ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม ในงานเขียนชิ้นนี้ นิวตันพรรณนาถึง กฎแรงโน้มถ่วงสากล และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษถัดมา นิวตันแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ บนโลกและวัตถุท้องฟ้าล้วนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติชนิดเดียวกัน โดยแสดงให้เห็นความสอดคล้องระหว่างกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์กับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของตน <br><mark>สิ่งนี้ส่งผลต่อโลกปัจจุบันอย่างไร</mark><br>-ทำให้เกิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆจากเซอร์ ไอแซค นิวตัน เช่น เครื่องบิน ยานอวกาศ เป็นต้น<br>-ทำให้เกิดการสร้างอาคารหลากหลายรูปแบบจากการคิดค้นสูตรของเซอร์ ไอแซค นิวตัน<br><mark>แหล่งที่มา<br></mark>https://th.m.wikipedia.org/wiki/ไอแซก_นิวตัน<mark><br></mark><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1448622950/5058b5a7ef16f0bd781cee00d71682cb/DC5DE640_96EB_4C90_A264_8C7B1532FF78.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-12 08:54:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2043544453</guid>
      </item>
      <item>
         <title>งานโมเสก (นส.ถิราภรณ์ บุญประกอบ ม.6/5 เลขที่7)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2055703429</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><br>งานโมเสก เป็นงานศิลปะที่นิยมทำกันมากในสมัยโบราณภายในที่อยู่อาศัย งานโมเสกที่เก่าที่สุดชิ้นหนึ่งเป็นงานจาก 400 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษพบที่วังมาซิโดเนียที่เมืองเอเจีย งานอื่น ๆ ที่พบเป็นงานตกแต่งพื้นคฤหาสน์แบบกรีก, และงานตกแต่งที่อยู่อาศัยที่หรูหราของชาวโรมันตั้งแต่อังกฤษไปจนทั่วยุโรปและแอฟริกา ในกรุงโรมเอง จักรพรรดิเนโรทรงใช้โมเสกในการตกแต่งผนังและเพดานของ “Domus Aurea” ที่สร้างราว ค.ศ. 64<br><br><strong><mark>ส่งผลต่อโลกปัจจุบัน</mark></strong><br>ทำให้เกิดการพัฒนาศิลปะมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีการนำผลงานแบบโมเสกมาปรับหรือประยุกต์ตกแต่งบ้าน และยังยึดศิลปะงานโมเสกเป็นแบบเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย<br><strong><mark>แหล่งที่มา<br></mark></strong><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81">https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%81</a><strong><mark><br></mark></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1518301378/c3a4429b2073b870260c4b32fa829a03/A6FAE611_8FA9_4047_9866_B4117A44E1E3.png" />
         <pubDate>2022-02-18 17:59:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2055703429</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวนิโซเฟีย ซอแดะ เลขที่29</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2057033999</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สาระสำคัญ</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เริ่มตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกใน ค.ศ.476 จนถึงประมาณ ค.ศ. 1000 ซึ่งเป็นช่วงที่การเมือง สังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจตกต่ำเป็นอย่างมากนักประวัติศาสตร์จึงเรียกช่วงเวลานี้ว่า “ยุคมืด (Dark Ages)”&nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ชนเผ่าเยอรมันเผ่าต่างๆนี้ได้ตั้งอาณาจักรปกครองยุโรป เช่น แฟรงก์ ออสโตรกอท ลอมบาร์ด&nbsp; ต่อมาอาณาจักรชนเผ่าเหล่านี้ได้ล่มสลายเหลือเพียงชนเผ่าแองโกลแซกซันใน ประเทศอังกฤษ และชนเผ่าแฟรงก์ในประเทศฝรั่งเศส อาณาจักรแฟรงก์มีอาณาเขตกว้างขวางที่สุดในสมัยของ<a href="https://sites.google.com/site/historymiddleage/yukh-klang-txn-tn/ksatriy-char-lmay">จักรพรรดิชาร์เลอมาญ</a> ต่อมาภายหลังจักรพรรดิชาร์เลอมาญสวรรคต เป็น ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี ขุนนางท้องถิ่นต่างก็มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่<a href="https://sites.google.com/site/historymiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal">การปกครองแบบฟิวดัล</a> <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>การเกิดระบบแบบฟิวดัล </strong>ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบแมเนอร์หรือเศรษฐกิจแบบเลี้ยงชีพ หรือ เศรษฐกิจแบบเลี้ยงตนเอง หรือ เศรษฐกิจแบบคฤหาสน์ มีศูนย์กลางอบู่ที่บ้านของ Lord<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>แหล่งอ้างอิง</strong><br><a href="https://sites.google.com/site/historymiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal">https://sites.google.com/site/historymiddleage/yukh-klang-txn-tn/rabb-fiwdal</a></div><div><br><br></div><div><strong><br></strong><br></div><div><br><br></div><div><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1508855049/eeef768e320f7df30b83255a63058727/A6F3670D_9CBD_4F04_A433_CEE7982DA410.jpeg" />
         <pubDate>2022-02-20 06:01:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2057033999</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สงครามเพโลพอนนีเซียน หรือ สงครามเพโลพอนนีส (นางสาวซูลปาห์ ลาเตะ เลขที่28)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2078002847</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><mark>สาระสำคัญ</mark></strong><strong><br>สงครามเพโลพอนนีเซียน</strong> หรือ <strong>สงครามเพโลพอนนีส</strong>(<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Peloponnesian War; 431–404 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นสงครามระหว่าง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">จักรวรรดิเอเธนส์</a>กับ<a href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">สันนิบาตเพโลพอนนีเซียน</a>ที่นำโดย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B2">สปาร์ตา</a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99#cite_note-1"><sup>[1]</sup></a> สงครามนี้ออกเป็นสามช่วง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a> โดยช่วงแรกเรียกว่า "สงครามอาร์คีเดเมีย" (Archidamian War) เป็นการรุกรานแอททิกาของกองทัพสปาร์ตา ในขณะที่ฝ่ายเอเธนส์ใช้กองเรือที่มีประสิทธิภาพโจมตีกลับ สงครามช่วงนี้จบลงในปีที่ 421 ก่อนคริสตกาล ด้วย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E">สนธิสัญญาสันติภาพ</a>นิซิอัส แต่ต่อมาในปีที่ 415 ก่อนคริสตกาล เอเธนส์กลับยกทัพบุก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%8B%E0%B8%B2">ซีรากูซา</a>บนเกาะ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B5">ซิซิลี</a> แต่ล้มเหลว ช่วงที่สามของสงคราม สปาร์ตาได้สนับสนุนให้มีการก่อ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F">กบฏ</a>ขึ้นตามนครรัฐใต้อำนาจเอเธนส์ จนนำไปสู่ยุทธนาวีที่เอกอสพอทาไมที่เป็นจุดยุติสงครามในที่สุด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a> เอเธนส์ยอมแพ้สงครามในปีต่อมา<br><strong><mark>ผลต่อโลกปัจจุบัน</mark></strong><br>สงครามเพโลพอนนีเซียน เป็นสงครามที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างสองนครรัฐมหาอำนาจของดินแดนกรีซโบราณ คือ นครรัฐเอเธนส์ และนครรัฐสปาร์ตา โดยในช่วงเวลาดังกล่าว นครรัฐเอเธนส์มีกองทัพเรือที่เข้มแข็งที่สุด และถือว่าเป็นมหาอำนาจทางทะเล ในขณะที่นครรัฐสปาร์ตานั้น มีกองทัพบกที่เกรียงไกรยิ่งกว่านครรัฐใดๆ<br><strong><mark>เเหล่งที่มา</mark></strong><br><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99</a><strong><mark><br><br></mark></strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1433485398/20a542a2afee01ec07fe90de51fded78/5500E995_DC0B_4D3B_B63F_E266C8CBA2CF.jpeg" />
         <pubDate>2022-03-04 14:26:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/rinzard19/hlbatn5q78kf0t6l/wish/2078002847</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
