<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การปฏิรูปในสมัยรัชกาลที่ 5 ห้อง 2 by </title>
      <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นการปฏิรูปบ้านเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้านที่นักเรียนสนใจ มาคนละ 1 ด้าน</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-11-07 05:27:05 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-03-05 10:01:54 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>การศึกษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372550866</link>
         <description><![CDATA[<div>ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การศึกษาของคนไทยจะอาศัยวัดเป็นสถานที่อบรมสั่งสอนกุลบุตรทั้งหลาย เช่น การสอนหนังสือให้อ่านออกเขียนได้และการสอนวิชาช่างต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ชายไทยทุกคนเมื่อครบ 20 ปี ก็จะต้องเข้าสู่เพศบรรพชิต โดยขณะที่บวชเป็นพระจำพรรษาอยู่ที่วัดก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนในด้านการเขียนการอ่านและวิชาช่างต่างๆ ส่วนสตรีไทยก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับกิริยามารยาท การเย็บปักถักร้อย และงานประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับดอกไม้จากครอบครัวของตนเอง เพื่อเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่ดีต่อไป<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ 4 ไทยได้ทำการติดต่อกับชาติตะวันตกอย่างกว้างขวาง อันเป็นผลมาจากการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ.2398 และทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก จึงทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนใช้การได้ดี และนำประโยชน์จากการเรียนภาษาอังกฤษไปใช้ในการปรับเปลี่ยนนโยบายาการบริหารบ้านเมืองของพระองค์อีกด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2404 รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้จ้างนางแอนนาเลียวโนเวนส์ สตรีชาวอังกฤษมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยตั้งโรงเรียนขึ้นพระบรมมหาราชวัง ให้บรรดาพระเจ้าลูกยาเธอที่พระชันษาพอจะเล่าเรียนได้เข้าเรียนทุกพระองค์ นางแอนนาสอนอยู่ได้ประมาณ 3 ปีก็กลับไป ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้จ้างนายเชนต์เลอร์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน ทำหน้าที่เป็นครูสอนแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาสมัยใหม่แบบตะวันตก<br><br>นาย ทวีเกียรติ อ้นสอาด ม.5/2 เลขที่ 7</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877685180/4af7f18789738f7409913f9b13069ec8/1e604ac69f20a36615c6e680535569eb.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:42:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372550866</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372551134</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ด้านสังคม &nbsp;</strong></div><div>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน&nbsp;<br>น.ส.ภัทรธิดา ศรีโสภา 5/2 31<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-07 06:42:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372551134</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372553741</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปการปกครองครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มประมาณ พ.ศ. 2430 หลังจากพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นเทวะวงศ์วโรปการเสด็จกลับจากดูงานการปกครองในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและยุโรป แล้วได้บันทึกเสนอต่อรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าเหมาะที่จะมีการปฏิรูปการปกครอง จึงได้ตั้งกรมขึ้นมาใหม่จากเดิม 6 กรม เพิ่มอีก 6 กรม เป็น 12 กรม<br><br><br>นาย วรเมธ เลื่อมใส 5/2 เลขที่ 11</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-07 06:45:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372553741</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้าน สังคม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372554902</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br><br>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน&nbsp;<br><br>นางสาว ณิชชาวรรณ ภิรมย์รักษ์ ม.5/2 เลขที่ 21</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421798/11aef26085dc4c980692e7b8d120aa56/___________________________4.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:46:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372554902</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูประบบราชกาลไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372555761</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การปฎิรูปการปกครองที่สำคัญ</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฎิรูปการปกครองส่วนกลาง</div><ol><li>จัดรูปแบบบริหารราชการเป็นระบบกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง เสนาบดีกระทรวงส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ทำให้ขุนนางถูกลดบทบาทและเสื่อมอำนาจ</li><li>ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ เพื่อทรงสอบถามการงานและปรึกษาเรื่องราวบางประการที่ทรงมีพระราชดำริ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสยามหนุ่ม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนาง</li><li>ตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารภายหลังวิกฤติการณ์วังหน้าเพื่อกำหนดผู้ที่จะขึ้นครองราชย์</li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : ขุนนางถูกลดอำนาจ รัชกาลที่ 5 ทรงควบคุมการบริหารประเทศ</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค</div><ol><li>จัดตั้งระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางการปกครองและการดูแลหัวเมืองอย่างใกล้ชิด ยกเลือกเมืองเอก โท ตรี หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองประเทศราชและเปลี่ยนมณฑล</li><li>&nbsp;ยกเลิกระบบกินเมือง เพราะมีข้าหลวงเทศาภิบาลมาดูเป็นหูเป็นจาแทนรัฐบาลจากส่วนกลาง</li><li>ให้สิทธิแก่ราษฎรในการเลือกผู้ปกครองตนเองเป็นครั้งแรก พ.ศ.2435 โปรดฯให้มีการทดลองเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นรากฐานของการบริหารการปกครองส่วนภูมิภาคแบบใหม่</li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : สามารถสกัดกั้นภัยจากลัทธิจักรวรรดินิยม แต่ได้รับการต่อต้านจากหัวเมือง ได้แก่ กบฏผีบุญทางภาคอีสาน กบฏเงี้ยวฝเมืองแพร่ทางภาคเหนือ กบฏเจ้าเจ็ดตนในภาคใต้</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารท้องถิ่นของตนเองโดยการจัดตั้งสุขาภิบาล ซึ่งราษฎรมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและรักษาสาธารณะสมบัติ ถนนหนทาง การเก็บภาษีเพื่อนำเงินมาบำรุงท้องถิ่นของตน พ.ศ.2440 จัดตั้งสุขาภิบาลกรุงเทพฯ พ.ศ.2448 จัดตั้งสุขาภิบาลหัวเมืองที่ตำบลท่าฉลอม จ.สมุทรปราการเป็นครั้งแรก</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : เป็นการฝึกฝนให้ราษฎรได้มีโอกาสเรียนรู้การปกครองในระดับท้องถิ่นและบริหารงานเพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</div><div><br>&nbsp;นางสาว พัชริญา จุ้ยสำพันธ์ ม.5/2 เลขที่29</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421249/2791b4788ba47018624e151234d31f90/Season_Rama5_6.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:47:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372555761</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372555980</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านเศรษฐกิจ &nbsp;</strong></div><div>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br></div><ol><li>มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;</li><li>มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา&nbsp;</li></ol><div><br></div><div>น.ส จุฑาลักษณ์ เอี่ยมอาจ ม5/2 เลขที่ 16</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877690831/54cf4ab5c3a5a02b2020b901f9eaaaa8/image.png" />
         <pubDate>2022-11-07 06:47:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372555980</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372556027</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มต้นพัฒนาทางเศรษฐกิจขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพราะเป็นผลมาจากการติดต่อกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มีดังต่อไปนี้<br><br>การปรับตัวเข้าสู่ความทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้รอดพ้นจากการคุกคามของชาติมหาอำนาจตะวันตกนั้น จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนเป็นจำนวนมหาศาล มิฉะนั้นการปฏิรูปจะดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้รัฐมีรายได้เพียงพอต่อการปฏิรูปแผ่นดิน ครั้งใหญ่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง<br><br>ปัญหาการคลังที่ล้าสมัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอยู่ในขณะเสด็จขึ้นครองราชย์ จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะไม่สนองตอบต่อนโยบายปฏิรูปแผ่นดินในทุกๆ ด้าน เพราะรัฐมีรายได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบการคลังขาดประสิทธิภาพ รายได้ของรัฐมีทางรั่วไหลมาก ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิรูปเศรษฐกิจ อย่างเร่งด่วน<br><br>นางสาว ภัทริดา เพลียช่อ ม.5/2 เลขที่ 32<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421262/604bbc78e2b00d4d7920dbde5e3cd1b0/___________________________4.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:47:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372556027</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบบเงินตรา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372557383</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูประบบเงินตรา เนื่องจากการค้าได้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง รัชกาลที่ 5 จึงทรงเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงระบบเงินตราให้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายที่ทันสมัย ดังเช่นที่ประเทศตะวันตกปฏิบัติกันอยู่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขายยิ่งขึ้น โดยมีการปฏิรูปเงินตราดังนี้</div><div>พ.ศ.2422 โปรดเกล้าฯให้สร้างหน่วยเงินที่เรียกว่า “สตางค์”โดยกำหนดให้ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท พร้อมทั้งผลิตเหรียญสตางค์ขึ้น 4 ราคา คือ 20สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 2 1/2 สตางค์ ใช้ปนกับเงินซีก เสี้ยว อัฐ ต่อมาในปลายรัชกาล โปรดให้ยกเลิกเงินเฟื้อง ซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬส ซึ่งเป็นเงินตราแบบเดิม พ.ศ.2445 โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ.121 และจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการออกธนบัตรให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น<br><br>นางสาวน้ำทิพย์  กลอยดี  ม.5/2 เลขที่25</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877690472/adbca0391c1192c691d2e5a05205b10e/A3DBD74D_B082_4DEB_A0A6_6211B6F3AC58.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:48:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372557383</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเลิกระบบไพร่/ทาส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372557700</link>
         <description><![CDATA[<div>การยกเลิกระบบไพร่ ทำให้ประชากรส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนจากไพร่มาเป็นพลเมืองซึ่งเป็นองค์ประกอบรัฐชาติสมัยใหม่ จากการยกเลิกระบบไพร่ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศอย่างมากมาย เช่น ทำให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจมากขึ้น รัฐสามารถเก็บภาษีและผลประโยชน์เข้ารัฐได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านขุนนาง และทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว<br><br>นางสาวพิชญพร ศักดิ์คำ 5/2 30</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877693933/410a4d4775dfa66c73cdc036ac73e88b/A4801AB5_A2C6_4009_9DAB_115582397FDB.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:49:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372557700</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372558853</link>
         <description><![CDATA[<div>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br></div><ol><li>มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;</li><li>มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา&nbsp;</li></ol><div>นางสาวณัฐวดี ฉิมอิ่ม ม.5/2 เลขที่20</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877692651/1f161e5ac0694131def5709793261246/5A3CFFB5_F0C0_4897_8769_F748764416B9.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:50:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372558853</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การศึกษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372559376</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การศึกษาของคนไทยจะอาศัยวัดเป็นสถานที่อบรมสั่งสอนกุลบุตรทั้งหลาย เช่น การสอนหนังสือให้อ่านออกเขียนได้และการสอนวิชาช่างต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ชายไทยทุกคนเมื่อครบ 20 ปี ก็จะต้องเข้าสู่เพศบรรพชิต โดยขณะที่บวชเป็นพระจำพรรษาอยู่ที่วัดก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนในด้านการเขียนการอ่านและวิชาช่างต่างๆ ส่วนสตรีไทยก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับกิริยามารยาท การเย็บปักถักร้อย และงานประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับดอกไม้จากครอบครัวของตนเอง เพื่อเตรียมตัวเป็นแม่บ้านที่ดีต่อไป<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สมัยรัชกาลที่ 4 ไทยได้ทำการติดต่อกับชาติตะวันตกอย่างกว้างขวาง อันเป็นผลมาจากการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ.2398 และทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก จึงทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนใช้การได้ดี และนำประโยชน์จากการเรียนภาษาอังกฤษไปใช้ในการปรับเปลี่ยนนโยบายาการบริหารบ้านเมืองของพระองค์อีกด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2404 รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้จ้างนางแอนนาเลียวโนเวนส์ สตรีชาวอังกฤษมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยตั้งโรงเรียนขึ้นพระบรมมหาราชวัง ให้บรรดาพระเจ้าลูกยาเธอที่พระชันษาพอจะเล่าเรียนได้เข้าเรียนทุกพระองค์ นางแอนนาสอนอยู่ได้ประมาณ 3 ปีก็กลับไป ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้จ้างนายเชนต์เลอร์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน ทำหน้าที่เป็นครูสอนแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาสมัยใหม่แบบตะวันตก<br>นางสาว ปารวี อ้นแย้ม ม.5/2 เลขที่27</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877693256/7d51b6e1dc28a43b0b04a802a623cb00/FC65E3E8_80F1_4949_A919_3D40F2EC5D3C.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:50:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372559376</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปสมัยรัชกาลที่5(การเลิกทาส)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560001</link>
         <description><![CDATA[<div>การเลิกทาส<br>ในการเลิกทาส ได้มีพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย พ.ศ. 2417 ระบุไว้ว่า<br>ลูกทาสที่เกิดปีมะโรง พ.ศ. 2411 คือ ปีที่เสวยราชย์นั้นและในปีต่อ ๆ มา ให้มีขั้นตอนของการลดค่าตัว จนกระทั่งอายุ 21 ปีเต็มแล้วทุกคนจะหมดค่าตัวเป็นอิสระทันที การที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับลูกทาสก่อนทาสประเภทอื่นเพราะเมื่อเกิดมาก็ต้องเป็นทาสทันที เมื่ออายุ 21 ปี ทุกคนจะเป็นอิสระ<br>(นางสาว อรุณวรรณ แก้วเต๋จ๊ะ 5/2 เลขที่39)</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877692122/5582d3f2f54b1635df948355c4b195ce/images.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:51:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560001</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านสังคม </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560206</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน&nbsp;<br>นางสาวธัญลักษณ์ รักกลิ่น ม.5/2 เลขที่23<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421998/0faa6bab29d9b64a171f17a0ffe1a2f9/images__35_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:51:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560206</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560343</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>การปฏิรูปการปกครอง</strong>ส่วนภูมิภาค จัดตั้งระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางการ<strong>ปกครอง</strong>และ<strong>การ</strong>ดูแลหัวเมืองอย่างใกล้ชิด ยกเลือกเมืองเอก โท ตรี หัวเมืองชั้น<strong>ใน</strong> หัวเมืองประเทศราชและเปลี่ยนมณฑล ยกเลิกระบบกินเมือง เพราะมีข้าหลวงเทศาภิบาลมาดูเป็นหูเป็นจาแทนรัฐบาลจากส่วนกลาง<br><br>นางสาว ณัฏฐนันท์  ศรีจันทร์ ม.5/2 เลขที่19</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1734135285/aacfad570b732a80181b2422a841b652/1F574A7C_61C0_484E_B785_93123C1C5186.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:51:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372560343</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561325</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฎิรูปการปกครองส่วนกลาง</div><ol><li>จัดรูปแบบบริหารราชการเป็นระบบกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง เสนาบดีกระทรวงส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ทำให้ขุนนางถูกลดบทบาทและเสื่อมอำนาจ&nbsp;</li><li>ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ เพื่อทรงสอบถามการงานและปรึกษาเรื่องราวบางประการที่ทรงมีพระราชดำริ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสยามหนุ่ม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนาง&nbsp;</li><li>ตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารภายหลังวิกฤติการณ์วังหน้าเพื่อกำหนดผู้ที่จะขึ้นครองราชย์&nbsp;</li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : ขุนนางถูกลดอำนาจ รัชกาลที่ 5 ทรงควบคุมการบริหารประเทศ</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค</div><ol><li>จัดตั้งระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางการปกครองและการดูแลหัวเมืองอย่างใกล้ชิด ยกเลือกเมืองเอก โท ตรี หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองประเทศราชและเปลี่ยนมณฑล&nbsp;</li><li>&nbsp;ยกเลิกระบบกินเมือง เพราะมีข้าหลวงเทศาภิบาลมาดูเป็นหูเป็นจาแทนรัฐบาลจากส่วนกลาง&nbsp;</li><li>ให้สิทธิแก่ราษฎรในการเลือกผู้ปกครองตนเองเป็นครั้งแรก พ.ศ.2435 โปรดฯให้มีการทดลองเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นรากฐานของการบริหารการปกครองส่วนภูมิภาคแบบใหม่&nbsp;</li></ol><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : สามารถสกัดกั้นภัยจากลัทธิจักรวรรดินิยม แต่ได้รับการต่อต้านจากหัวเมือง ได้แก่ กบฏผีบุญทางภาคอีสาน กบฏเงี้ยวฝเมืองแพร่ทางภาคเหนือ กบฏเจ้าเจ็ดตนในภาคใต้</div><div>&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารท้องถิ่นของตนเองโดยการจัดตั้งสุขาภิบาล ซึ่งราษฎรมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและรักษาสาธารณะสมบัติ ถนนหนทาง การเก็บภาษีเพื่อนำเงินมาบำรุงท้องถิ่นของตน พ.ศ.2440 จัดตั้งสุขาภิบาลกรุงเทพฯ พ.ศ.2448 จัดตั้งสุขาภิบาลหัวเมืองที่ตำบลท่าฉลอม จ.สมุทรปราการเป็นครั้งแรก</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ผล : เป็นการฝึกฝนให้ราษฎรได้มีโอกาสเรียนรู้การปกครองในระดับท้องถิ่นและบริหารงานเพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;<br><strong><br>นางสาว อังจิรา รักษาชาติ ม.5/2 เลขที่41</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1734145096/de421c3681cb100c733438102133e9dd/34AE6868_6FC8_414B_ADB3_71C0D1022D1C.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:52:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561325</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเลิกทาส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561339</link>
         <description><![CDATA[<div>รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะ เหตุว่าพ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป ทาสนั้นจะต้องหาเงินมาไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ " พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย " เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก เมื่อถึง พ.ศ. 2448 ก็ทรงออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป<br><br>น.ส.ณีรนุช อบเชย ม.5/2 เลขที่ 22</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421309/b649fcc90831788cef6c14a0c29d0741/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:52:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561339</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปรถไฟ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561587</link>
         <description><![CDATA[<div>วันนี้ เมื่อ 119 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เปิดเดินรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ซึ่งเป็นการเดินรถไฟสายแรกของเมืองไทย สืบเนื่องจากพระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟ ทั้งจะเป็นประโยชน์ทางเศรษกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น<br><br>ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และ บริษัท ปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟ<br><br>ต่อมาในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2430 เมื่อได้สำรวจแนวทางต่างๆ แล้ว รัฐบาลพิจารณาเห็นว่า จุดแรกที่สมควรจะสร้างทางรถไฟเชื่อมกับเมืองหลวงของไทยก่อนอื่น คือ นครราชสีมา ดังนั้น ในเดือนตุลาคม พ.ส. 2433 พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งกรมรถไฟขึ้น สังกัดอยู่ในกระทรวงโยธาธิการมีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นเสนาบดี และนาย เค. เบ็ทเก (K.Bethge) ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ พร้อมกันนั้นได้มีการเปิดประมูลสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา เป็นสายแรก ณ ที่ทำการรถไฟกรุงเทพฯ ปรากฏว่า มิสเตอร์ จี มูเร แคมป์เบล แห่งอังกฤษ เป็นผู้ค้ำประกันประมูลได้ในราคาต่ำสุด โดยเสนอราคาเป็นเงิน 9,956,164 บาท<br><br>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434 ซึ่งปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้สร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ<br><br>ปี พ.ศ. 2439 การก่อสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ – นครราชสีมา สำเร็จบางส่วน พอที่จะเปิดการเดินรถได้ ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง สถานีกรุงเทพฯ – อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพฯ – อยุธยา ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2439 เป็นต้นไป<br><br><br><br>นางสาวศศิกานต์ แตกเงิน ม.5/2 เลขที่36</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877691511/d15878dabe1b2cce462d9429e15386d6/train_21_12_2562.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:52:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372561587</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเลิกทาส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562335</link>
         <description><![CDATA[<div>สมัยรัชกาลที่ 5 สยามได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในหลายๆ ด้าน การพัฒนาประเทศให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยชาติเป็นหนทางหนึ่งที่จะป้องกันภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกได้&nbsp;<br>พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถค่อยๆ ปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับทาสและไพร่เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น<br>21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ ‘พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย’ แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก<br>1 เมษายน พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศใช้ ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ และ ‘พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. 124’ ถือเป็นการเลิกระบบทาสและระบบไพร่ในสยามประเทศ โดยในส่วนของทาสนั้น ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก ทำให้วันที่ 1 เมษายนเป็นที่รู้จักกันใน ‘วันเลิกทาส’&nbsp;<br>น.ส.​ น​ฏ​กร​ ทรัพย์​งาม​ ม.5/2​ ​เลขที่24​</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421505/c59a6e05993db5dfcbcf3a3d666e693a/___________1_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:53:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562649</link>
         <description><![CDATA[<div>ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มต้นพัฒนาทางเศรษฐกิจขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพราะเป็นผลมาจากการติดต่อกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มีดังต่อไปนี้<br>การปรับตัวเข้าสู่ความทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้รอดพ้นจากการคุกคามของชาติมหาอำนาจตะวันตกนั้น จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนเป็นจำนวนมหาศาล มิฉะนั้นการปฏิรูปจะดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้รัฐมีรายได้เพียงพอต่อการปฏิรูปแผ่นดิน ครั้งใหญ่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งปัญหาการคลังที่ล้าสมัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอยู่ในขณะเสด็จขึ้นครองราชย์ จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะไม่สนองตอบต่อนโยบายปฏิรูปแผ่นดินในทุกๆ ด้าน เพราะรัฐมีรายได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบการคลังขาดประสิทธิภาพ รายได้ของรัฐมีทางรั่วไหลมาก ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิรูปเศรษฐกิจ อย่างเร่งด่วน ดังนี้<br><br>2.1 การปฏิรูปการคลัง ระบบการคลังเดิมนั้นไม่สามารถตรวจสอบและควบคุมการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงปฏิรูปการคลังดังต่อไปนี้<br>เทพประจำพระคลังมหาสมบัติจัดตั้งหอรัษฏากรพิพัฒน์ โดยมุ่งหมายจะให้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ ซึ่งขึ้นอยู่ตามท้องพระคลัง จึงเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปทางด้านการคลัง เพราะเป็นการเริ่มต้นรวมงานการเก็บภาษีอากรมาไว้ที่หอรัษฏากรพิพัฒน์ เพื่อให้เก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าพนักงานและเจ้าภาษีนายอากร ตลอดจนวางระบบป้องกันการทุจริตของเจ้าพนักงาน เงินภาษีอากรทั้งหมดจะต้องถูกส่งไปเก็บไว้ในท้องพระคลังทั้งหมด ก่อนที่จะแจกจ่ายให้กรมกองต่างๆ ใช้ในกิจการของตนหอรัษฎากรพิพัฒน์ประกาศใช้ พ.ร.บ.กรมพระคลังมหาสมบัติ ใน พ.ศ.2418 โดยจุดมุ่งหมายเพื่อจัดระเบียบราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยกำหนดวิธีการส่งเงิน รับเงิน ตรวจเงิน และการจัดลำดับตำแหน่งข้าราชการรับผิดชอบงานในระดับต่างๆ ตลอดจนกำหนดระเบียบปฏิบัติของเจ้าภาษีนายอากร และผู้เกี่ยวข้องในการส่งเงินต่อพระคลังมหาสมบัติ<br>&nbsp;โปรดให้จัดระเบียบการจัดทำงบประมาณขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญของการจัดทำงบประมาณ รายรับและรายจ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ ปฏิบัติราชการ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ เพราะแต่เดิมไม่มีการจัดทำงบประมาณรายรับรายจ่ายล่วงหน้า และต่อมาใน พ.ศ.2434 โปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบการจัดทำงบประมาณขึ้น เพื่อเป็นหลักในการจัดสรรเงินให้แก่กระทรวงต่างๆ ให้เป็นสัดส่วนกัน การจัดระเบียบการจัดทำงบประมาณดังกล่าว ทำให้รัฐบาลสามารถจัดพิมพ์งบประมาณรายรับรายจ่ายแผ่นดินขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2444<br>&nbsp;โปรดให้แยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการจัดระเบียบการคลังและจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ ได้มีการแยกรายจ่ายส่วนพระองค์ออกจากรายจ่ายของแผ่นดินหรือรายจ่ายเพื่อ สาธารณะ และใน พ.ศ.2441 ได้มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ออกจากทรัพย์สินของแผ่นดิน แล้วมอบให้พระคลังข้างที่เป็นฝ่ายบริหารพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ต่อไป<br>&nbsp;การปฏิรูประบบเงินตรา เนื่องจากการค้าได้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง รัชกาลที่ 5 จึงทรงเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงระบบเงินตราให้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายที่ทันสมัย ดังเช่นที่ประเทศตะวันตกปฏิบัติกันอยู่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขายยิ่งขึ้น โดยมีการปฏิรูปเงินตราดังนี้<br>พ.ศ.2422 โปรดเกล้าฯให้สร้างหน่วยเงินที่เรียกว่า “สตางค์”<br>ขึ้นใช้ โดยกำหนดให้ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท พร้อมทั้งผลิตเหรียญสตางค์ขึ้น 4 ราคา คือ 20 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 2 1/2 สตางค์ ใช้ปนกับเงินซีก เสี้ยว อัฐ ต่อมาในปลายรัชกาล โปรดให้ยกเลิกเงินเฟื้อง ซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬส ซึ่งเป็นเงินตราแบบเดิม<br>พ.ศ.2445 โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ.121 และจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการออกธนบัตรให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น<br>สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรม หมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงดำริที่จะจัดตั้งธนาคารของคนไทยเพื่อสนับสนุนการค้าและเศรษฐกิจของคนไทย ให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับชาวต่างประเทศ จึงได้ทรงเริ่มต้นด้วยการจัดตั้ง “บุคคลัภย์"ขึ้นก่อน เมื่อ วันที่ 4 ตุลาคม 2447 และทดลองดำเนินกิจการภายในประเทศเท่านั้น ต่อมาเมื่อกิจการดำเนินไปด้วยดี และได้รับความเชื่อถือจากประชาชน จึงได้เปลี่ยนจาก “บุคคลัภย์”มาเป็นแบงค์ ใช้ชื่อว่า แบงก์สยามกัมมาจล มีนโยบายเช่นเดียวกับธนาคารต่างประเทศ นับเป็นธนาคารแห่งแรกของประเทศที่ตั้งขึ้นมาด้วยเงินทุนของคนไทย ต่อมาธนาคารนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด”<br><br>นางสาว อลิสา พ่อลื้อ ม.5/2 เลขที่40<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1495832571/2b1282795aae6b4c7857a57ab8460962/g1.png" />
         <pubDate>2022-11-07 06:53:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562649</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฎิรูปการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562806</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฎิรูปการปกครองส่วนกลาง</div><ol><li>จัดรูปแบบบริหารราชการเป็นระบบกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง เสนาบดีกระทรวงส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ทำให้ขุนนางถูกลดบทบาทและเสื่อมอำนาจ</li><li>ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ เพื่อทรงสอบถามการงานและปรึกษาเรื่องราวบางประการที่ทรงมีพระราชดำริ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสยามหนุ่ม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนาง</li><li>ตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารภายหลังวิกฤติการณ์วังหน้าเพื่อกำหนดผู้ที่จะขึ้นครองราชย์</li></ol><div>การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค</div><ol><li>จัดตั้งระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางการปกครองและการดูแลหัวเมืองอย่างใกล้ชิด ยกเลือกเมืองเอก โท ตรี หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองประเทศราชและเปลี่ยนมณฑล</li><li>&nbsp;ยกเลิกระบบกินเมือง เพราะมีข้าหลวงเทศาภิบาลมาดูเป็นหูเป็นจาแทนรัฐบาลจากส่วนกลาง</li><li>ให้สิทธิแก่ราษฎรในการเลือกผู้ปกครองตนเองเป็นครั้งแรก พ.ศ.2435 โปรดฯให้มีการทดลองเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นรากฐานของการบริหารการปกครองส่วนภูมิภาคแบบใหม่</li></ol><div>&nbsp;การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนในการบริหารท้องถิ่นของตนเองโดยการจัดตั้งสุขาภิบาล ซึ่งราษฎรมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและรักษาสาธารณะสมบัติ ถนนหนทาง การเก็บภาษีเพื่อนำเงินมาบำรุงท้องถิ่นของตน พ.ศ.2440 จัดตั้งสุขาภิบาลกรุงเทพฯ พ.ศ.2448 จัดตั้งสุขาภิบาลหัวเมืองที่ตำบลท่าฉลอม จ.สมุทรปราการเป็นครั้งแรก<br>นางสาว สุนันฑา สุขปราโมทย์ ม.5/2 เลขที่38</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421829/af6d20db06029c6da7b0a14135c5551b/IMG_20221107_134913.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:53:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านสังคม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562828</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน&nbsp;<br>น.ส.ภัทรธิดา ศรีโสภา 5/2 31<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877695500/05f0a9d3286fca3a9d25aeda17dc5b4e/EDC0F904_D677_4631_817E_291FD0189777.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:53:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562828</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านการศึกษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562880</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปการศึกษาไทยหลังการการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475</div><div>ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะราษฎร์ได้มีการกำหนดเป้าหมายของการศึกษา คือ ให้พลเมืองทุกคน ไม่เลือกเพศ ชาติ ศาสนา ได้รับการศึกษาตามอัตภาพ เพื่อประกอบอาชีพที่จะเกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง โดยให้มีการศึกษา 3 ด้านคือ จากธรรมชาติ จากการงาน และจากการสมาคม ต่อมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามได้มีการเพิ่มจุดเน้นการการจัดการศึกษาไทยอีก 1 ส่วน จากสามส่วน เป็น พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา<br><br>นาย ณัฐกรณ์ ศรีแสงทรัพย์ 5/2 เลขที่ 5<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877692088/d6f4d500bd9d0d46bd7b46fa4b9c9da0/FA187BEB_6FB3_4A17_ABBA_24A2FA4AF19D.png" />
         <pubDate>2022-11-07 06:54:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562880</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านเศรษกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562975</link>
         <description><![CDATA[<ul><li>การปรับปรุงระบบการคลัง แยกการคลังออกจากกรมท่า ให้กรมท่ามีหน้าที่ทางด้านการต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ทรงตั้ง หอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2416 ขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์เพื่อเป็น สำนักงานกลางเก็บผลประโยชน์ รายได้ภาษีอากรของแผ่นดินมารวมไว้ที่แห่งเดียว ต่อมาได้ยกฐานะหอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นเป็น กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2435</li><li>ตรากฎหมายกวดขันภาษีอากร โปรด ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติสำหรับ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ขึ้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2416 โดยวางหลักเกณฑ์การเรียกเก็บภาษีอากรให้ทันสมัยตามแบบสากล</li><li>การปรับปรุงระบบภาษีอากรแบบใหม่ พ.ศ. 2435 ทรงตั้งข้าหลวงคลังไปประจำทุกมณฑล เพื่อทำหน้าที่เก็บภาษีอากรจากราษฎรโดยตรง แล้วรวบรวมส่งไปยังกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ</li><li>&nbsp;ยกเลิกระบบเจ้าภาษีนายอากร เปลี่ยนให้เทศาภิบาลเก็บภาษีเองเหมือนกันหมดทุกมณฑล</li><li>จัดทำงบประมาณแผ่นดิน ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2439 โดยแยกพระราชทรัพย์ของพระองค์ออกจากรายได้ของแผ่นดิน ตั้ง พระคลังข้างที่ ขึ้นสำหรับจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำหรับรายได้ภาษีอากรของแผ่นดิน ให้พระคลังมหาสมบัติเป็นผู้ควบคุมดูแล</li><li>จัดระบบเงินตราใหม่ โดยยกเลิกระบบเงินพดด้วง หน่วยเงิน เฟื้อง ซีก เสี้ยว อัฐ โสลฬ ตำลึง ชั่ง โดยสร้างหน่วยเงินขึ้นใหม่ ให้ใช้ เหรียญบาท เหรียญสลึง เหรียญสตางค์ กำหนดให้ 100 สตางค์ เท่ากับ 1 บาท พร้อมทั้งผลิตเหรียญสตางค์ทำด้วยทองคำขาวมี 4 ราคา ได้แก่ 20 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์และ 2 สตางค์ครึ่ง</li><li>ตราพระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ. 121 จัดพิมพ์ธนบัตรรุ่นแรก มีราคา 5 บาท 10 บาท 20 บาท 100 บาทและ 1000 บาท ต่อมาเพิ่มชนิด 1 บาท</li><li>เปลี่ยนมาตราฐานเงินมาเป็นมาตราฐานทองคำ ร.ศ. 127 เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2451 เพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไทยให้สอดคล้องกับหลักสากลทั่วไป</li><li>กำเนิดธนาคารแห่งแรก เดิมเรียกว่า บุคคลัภย์ Book Clup แล้วขอพระราชทานพระบราราชานุญาตจดทะเบียนเป็นบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีชื่อว่า บริษัท แบงค์สยามกัมมาจล ทุนจำกัด ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารไทย</li></ul><div><br>น.ส ณธิดา โชติจารุมณี เลขที่18 🫧</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877685185/b7ba48f41d24ab62928a5bf826ffdb6d/F0874136_81BC_4694_BE21_F988C67A8AE6.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:54:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372562975</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การไปรษณีย์ โทรเลข☎️📱📜</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372563214</link>
         <description><![CDATA[<div>เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๖ มีการส่งจดหมายพัสดุสิ่งของเป็นครั้งแรก เฉพาะภายในกรุงเทพฯ แล้วขยายออกบริเวณตามหัวเมือง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๒๘</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งแต่โบราณกาลการติดต่อระหว่างพระนครกับหัวเมืองยังต้องใช้คนเดินสาร ใช้เรือหรือใช้ม้าเป็นพาหนะ ซึ่งการไปรษณีย์เป็นไปอย่างล้าช้า ประกอบกับหนทางยังไม่สะดวกสบายเท่าใดนัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นความสำคัญของการสื่อสารทางไปรษณีย์&nbsp; จึงได้ใช้จังหวัดนครปฐมเป็นที่เริ่มต้นการไปรษณีย์เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ในปีพุทธศักราช ๒๔๑๒ หลังจากการไปรษณีย์เปิดดำเนินการแล้ว แต่การทำงานยังไม่สามารถทำได้เต็มที่ เนื่องจากในขณะนั้นยังมีป่าไม้อยู่เป็นจำนวนมาก การสื่อสารทางโทรเลขจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมากระทรวงกลาโหมได้รับงานนี้มาทำเองเมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๘ โทรเลขสายแรกจึงสำฤทธิผลเริ่มเปิดดำเนินการได้ โดยส่งสายระหว่างกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ รวมระยะทาง ๔๕ กิโลเมตรและยังมีการวางสายใต้น้ำต่อไปจนถึงประภาคารที่ปากน้ำเจ้าพระยา สำหรับบอกร่องน้ำเมื่อเรือเข้าออก ส่วนสายที่ ๒ จากกรุงเทพฯ-บางปะอิน สร้างเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๔๒๖ และยังขยายเส้นทางออกไปอีกหลายสาย ส่วนการไปรษณีย์ไปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมไปรษณีย์เป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๖ ที่ตึกริมแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือปากคลองโอ่งอ่าง ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๔๑ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวมการไปรษณีย์และการโทรเลขเข้าด้วยกันเรียกว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข"<br>🧩🤟นางสาวกัลย์สุดา นิลดี 5/2 14🍪🧸<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421556/7de96846c111d38678a14ed8accfd53c/tts.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:54:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372563214</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372563829</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5<br>การปฏิรูปการปกครองครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มประมาณ พ.ศ. 2430 หลังจากพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นเทวะวงศ์วโรปการเสด็จกลับจากดูงานการปกครองในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและยุโรป แล้วได้บันทึกเสนอต่อรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าเหมาะที่จะมีการปฏิรูปการปกครอง จึงได้ตั้งกรมขึ้นมาใหม่จากเดิม 6 กรม เพิ่มอีก 6 กรม เป็น 12 กรม<br><br><br>นาย วรเมธ เลื่อมใส 5/2 เลขที่ 11</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877693933/4b26c37d9f961b4e5d62af1612dcfc2f/3341CE87_28CA_49D3_B400_5CA84F5B6F7C.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:54:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372563829</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปประเทศระยะหลัง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372564023</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>รัชกาลที่ 5 ได้ทรงตระหนักถึงภยันอันตรายของจากล่าอาณานิคมของประเทศโลกตะวันตก และทรงเห็นว่าการปกครองในแบบเดิมของไทยนั้นมีความล้าสมัยไม่สอดคล้องกับความเจริญของบ้านเมือง จึงส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการปกครอง 2435 โดยใน พ.ศ. 2430 ได้มีการเริ่มแผนการปฏิรูปการปกครองขึ้นตามแบบแผนของตะวันตก ในส่วนกลางมีการจัดแบ่งหน่วยงานการปกครองออกเป็น 12 กรม ต่อได้เปลี่ยนมาใช้คำว่ากระทรวงแทนโดยสถาปนาขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2435&nbsp; และยังได้มีการประกาศแต่งตั้งเสนาบดีเจ้ากระทรวงแต่ละกระทรวงขึ้น และยุบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและเสนาบดีจตุสดมภ์ทุกตำแหน่งต่อจากนั้นก็ได้มีการยุบกระทรวงเหลือเพียง 10&nbsp; กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระกรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัง กระทรวงเมือง(นครบาล) กระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงธรรมการ กระทรวงโยธาธิการ<br><br>น.ส สิริกร เชษรัมย์ 5/2 เลขที่37<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877693788/81a313afec9a9df1f4c49b07476a4b5c/43DE3AC7_F6D6_40D0_B680_4B6A330435BC.png" />
         <pubDate>2022-11-07 06:55:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372564023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านสังคม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372564589</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ในรัชสมัย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>นั้น ประมาณว่าไทยมี<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA">ทาส</a>เป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะเหตุว่าพ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป ทาสนั้นจะต้องหาเงินมาไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต เพราะตามกฎหมายถือว่ายังมีค่าตัวอยู่<br><br>ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย" เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก<br><br>เมื่อถึง พ.ศ. 2448 ก็ทรงออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ห้ามมิให้ขึ้นค่าตัว<br>นายระพีพันธ์ ผิวผ่อง&nbsp;ม.5/2 เลขที่10🍰</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877688321/52f9d271f85cde603ff3bba172f68f18/inbound4655615550739938841.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:55:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372564589</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปด้านการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372566343</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค จัดตั้งระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางการปกครองและการดูแลหัวเมืองอย่างใกล้ชิด ยกเลือกเมืองเอก โท ตรี หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองประเทศราชและเปลี่ยนมณฑล ยกเลิกระบบกินเมือง เพราะมีข้าหลวงเทศาภิบาลมาดูเป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลจากส่วนกลาง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การปฎิรูปการปกครองส่วนกลาง</div><ol><li>จัดรูปแบบบริหารราชการเป็นระบบกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง เสนาบดีกระทรวงส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์ ทำให้ขุนนางถูกลดบทบาทและเสื่อมอำนาจ</li><li>ตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ เพื่อทรงสอบถามการงานและปรึกษาเรื่องราวบางประการที่ทรงมีพระราชดำริ สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสยามหนุ่ม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก ประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนาง</li><li>ตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารภายหลังวิกฤติการณ์วังหน้าเพื่อกำหนดผู้ที่จะขึ้นครองราชย์</li></ol><div>น.ส.กฤตยา ม่วงศรีสุข ม.5/2 เลขที่17</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877697570/c124cca877c606eb459951409c52c3f1/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:57:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372566343</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปการศึกษาไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372567820</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปการศึกษาไทยในสมัยราชกาลที่ 5 พ.ศ. 2414 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) เรียบเรียงแบบเรียนหลวงขึ้น 1 เล่ม ชุดมูลบรรพกิจ เพื่อใช้เป็นบทหลักสูตรวิชาชั้นต้นปี เริ่มมีการจัดแบบเรียนหลักสูตรและการสอบไล่ จัดตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อฝึกคนให้เข้ารับราชการ มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) ในขณะนั้นเป็นหลวงสารประเสริฐเป็นอาจารย์ใหญ่ โดยมีการสอนหนังสือไทย การคิดเลข และขนบธรรมเนียมราชการ นอกจากมีการจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับสอนภาษาอังกฤษในพระบรมมหาราชวัง เกิดจากแรงผลักดันทางการ<br><br>นางสาว พรศิริ ทางโทน ม.5/2&nbsp; (28)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-07 06:58:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372567820</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านสังคม  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372568205</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน</div><div>กิตตินันท์ โกษากุล ม.5/2 เลขที่1</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877691826/37b326fa2906f1b981468e86b8c1ecc8/50a264a14ff38f0d84fe771a42845648.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 06:58:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372568205</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านการศึกษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569508</link>
         <description><![CDATA[<div>1) ปลุกใจข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนให้สละเงินจัดตั้งโรงเรียนตามวัดหรือตามบ้าน ส่วนรัฐบาลเป็นแต่เพียงให้เงินบำรุงตามสมควร และแจกหนังสือแบบเรียนหลวงให้ฟรี 2) ให้มหามกุฎราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสอนวิชาความรู้สมัยใหม่แก่ภิกษุที่ส่งมาจากหัวเมืองต่างๆ เพื่อกลับไปเป็นครูสอนในท้องที่ภูมิลำเนาเดิม<br><br>นางสาว ลัดดาวัลย์  ประเสริฐแท่น ม.5/2 เลขที่33</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421867/c41e2254d93942b8163bb48f5bde93c9/Screenshot_20221107_135411_1.png" />
         <pubDate>2022-11-07 07:00:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569508</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเลิกทาส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569607</link>
         <description><![CDATA[<div><br>ในรัชสมัย<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>นั้น ประมาณว่าไทยมี<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA">ทาส</a>เป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#cite_note-2"><sup>[2]</sup></a> เพราะเหตุว่าพ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป ทาสนั้นจะต้องหาเงินมาไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต เพราะตามกฎหมายถือว่ายังมีค่าตัวอยู่<br><br></div><div><br>ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย" เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#cite_note-%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2286-1"><sup>[1]</sup></a> มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก<br><br></div><div><br>เมื่อถึง พ.ศ. 2448 ก็ทรงออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2#cite_note-3"><sup>[3]</sup></a> นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ห้ามมิให้ขึ้นค่า<br><strong>น.ส.เจนจิรา เสพสุข 5/2 44</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1748198312/45d2a4e72f323b60871b68a57d0151cb/15384F56_A2DB_4F14_BC88_41F91BE87364.jpeg" />
         <pubDate>2022-11-07 07:00:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569607</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การศึกษา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569989</link>
         <description><![CDATA[<div>วิวัฒนาการการศึกษาไทย<br>การศึกษาในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ต่างมีวิวัฒนาการเพื่อปรับให้เข้ากับยุคและสมัยของผู้คนในแต่ละยุค ปัจจัยที่ทำให้การศึกษามีวิวัฒนาการและมีการเปลี่ยนแปลงนั้นมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศ อย่างเช่น ปัจจัยภายในเกิดจากความต้องการพัฒนาสังคมให้มีความเจริญและทันสมัย ปัจจัยภายนอกเกิดจากกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในด้านต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งประเทศเองก็มีวิวัฒนาการทางการศึกษาด้วยเช่นกัน<br><br><br>การศึกษาในอดีต<br>นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินตอนต้นการศึกษาได้ถูกจัดแบ่งตามเพศ โดยการศึกษาสำหรับผู้ชายจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การศึกษาของฝ่ายอาณาจักร และพุทธจักร การศึกษาของฝ่ายอาณาจักรเป็นการศึกษาสำหรับผู้ชายที่เป็นทหาร โดยจะเล่าเรียนเกี่ยวกับมวย กระบี่กระบอง อาวุธ ตำราพิชัยยุทธ์ต่าง ๆ ส่วนการศึกษาของพุทธจักรเป็นการศึกษาสำหรับพลเรือนชาย เป็นการเล่าเรียนเกี่ยวกับคัมภีร์ไตรเวท โหราศาสตร์เวชกรรม และการศึกษาสำหรับเพศหญิงจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับงานบ้านงานเรือน กิริยามารยาท กาทำอาหาร เป็นต้น<br><br><br>การศึกษาของไทยสมัยปฏิรูปการศึกษา<br>การปฏิรูปการศึกษาไทยนับตั้งแต่ พ.ศ. 2412- พ.ศ. 2535 ได้มีเกิดการปฏิรูปการศึกษาไทยซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้<br><br>การปฏิรูปการศึกษาไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br>เป็นการปฏิรูปการศึกษาไทยครั้งแรก โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดตั้งสถานศึกษาขึ้นตามวัดในมณฑลต่าง ๆ และให้โรงเรียนต่าง ๆ ขึ้นกับกรมศึกษาธิการทั้งหมด ต่อมาก็ได้มีการยกฐานะกรมศึกษาธิการเป็นกระทรวงธรรมาการ หรือกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน &nbsp;<br><br>การปฏิรูปการศึกษาไทยหลังการการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475<br>ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะราษฎร์ได้มีการกำหนดเป้าหมายของการศึกษา คือ ให้พลเมืองทุกคน ไม่เลือกเพศ ชาติ ศาสนา ได้รับการศึกษาตามอัตภาพ เพื่อประกอบอาชีพที่จะเกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง โดยให้มีการศึกษา 3 ด้านคือ จากธรรมชาติ จากการงาน และจากการสมาคม ต่อมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามได้มีการเพิ่มจุดเน้นการการจัดการศึกษาไทยอีก 1 ส่วน จากสามส่วน เป็น พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา<br><br>การปฏิรูปการศึกษาไทยสมัยพัฒนาการศึกษา พ.ศ. 2494-2534<br>การปฏิรูปการศึกษาไทยในช่วงนี้ได้มีการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 1 2 และ 3 มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครู ประกาศใช้พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน มีการจัดสอนเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย&nbsp; และมีการจัดวางระบบการศึกษา<br><br>การศึกษาสมัยปัจจุบัน<br>การศึกษาในปัจจุบัน ใช้แผนการศึกษาสมัย พ.ศ. 2535&nbsp; ซึ่งมีลักษณะที่กำหนดหลายประการ ดังนี้<br><br>กำหนดหลักการที่สำคัญ 4&nbsp; หลักการ<br>กำหนดจุดมุ่งหมาย ที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย ปัญญา ด้านจิตใจ ด้านร่างกายและสังคม<br>วางระบบการศึกษา&nbsp;<br>กำหนดนโยบายการศึกษา 19 ประการ<br>กำหนดแนวทางการจัดการศึกษา<br>กำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา<br><br>การศึกษาไทยในอนาคต<br>ในอนาคตการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งที่สำหรับประชาชนและประเทศชาติอย่างมากเนื่องจากเพื่อประชาชนต้องการทักษะการคิด การดำรงชีวิตจากการศึกษา และสำหรับประเทศชาติการศึกษาก็ยังเป็นความและอนาคตของประเทศในด้านต่าง ๆ การศึกษาในอนาคตนี้จะมีความแตกต่างจากในอดีตเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ดังนั้นการศึกษาไทยจึงควรที่จะเปิดมุมมองทางด้าน ๆ ให้มากขึ้น&nbsp;<br><br></div><div><br></div><div>นาย พีรพัฒน์ หิรัญรัตน์ ม.5/2 เลขที่ 9</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877692322/14b84d7e85f950e981ed5d6e322d1572/inbound3470969429516749710.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 07:00:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372569989</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบบรางขนส่งมวลชน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372571201</link>
         <description><![CDATA[<div>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงนำพาประเทศให้ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย<br>การขนส่งด้วยระบบราง คือ นวัตกรรมแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของระบบเศรษฐกิจและการเมืองของโลก เนื่องจากเป็นระบบคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถนำผู้คน สินค้าหรือปัจจัยในการใช้ชีวิตของมนุษย์เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นวัตกรรมแห่งจักรกลดังกล่าวมีทั้งรถไฟและระบบขนส่งมวลชนสำหรับเมืองใหญ่ อย่างรถราง "สยาม" คือประเทศเล็กๆในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่แต่เดิมใช้การสัญจรขนส่งทาง น้ำ โดยอาศัยโครงข่ายแม่น้ำ ลำคลองที่มีอยู่มากมายเป็นเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กันตั้งแต่ครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี กลับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ที่ได้มีการริเริ่มนำเอาระบบรางเพื่อการขนส่งมวลชนสำหรับเมืองเข้ามาใช้ แสดงให้เห็นถึงพระราชวิสัยทัศน์ และสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงนำพาประเทศ ให้้ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ทัดเทียมชาติมหาอำนาจในยุคนั้น ทรงนำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาปรับใช้อย่างเหมาะสม รองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของพระนคร<br>หลังจากการเสด็จประพาสชวาเมื่อปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสประเทศอินเดียโดยทรงใช้เส้นทางผ่านพม่า นับเป็นการเสด็จประพาสเอเซียครั้งที่ 2 เส้นทางเสด็จผ่านสิงคโปร์ ปีนัง มะละแหม่ง ย่างกุ้ง กัลกัตตา เดลี อัครา ลักเนาว์ บอมเบย์และพาราณสี ในการเสด็จพระราชดำเนินผ่านประเทศที่มีการคมนาคมทางบกที่สะดวกรวดเร็วด้วยโครงข่ายถนนรอบเมืองอยู่ในพระเนตรพระกัณฑ์ตลอดเวลา เป็นสาเหตุให้พระองค์ท่านทรงนำโครงข่ายของถนนรอบเมืองมาปรับใช้ในพระนคร เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางสัญจรไปมาหาสู่กันของประชาชน<br><br><strong>น.ส.วรัญญา&nbsp; สุโพธิ์ ม.5/2 เลขที่34</strong><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877691847/8f24e4f9278a596046c5e8af741ded15/inbound6325936336122842054.webp" />
         <pubDate>2022-11-07 07:02:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372571201</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372571698</link>
         <description><![CDATA[<div>การเปลี่ยนแปลงในสมัยรัชกาลที่ ๕ จะพบว่า GDP เพิ่ม ๑ เท่าตัว จาก ๕,๖๐๐ ล้านบาท เป็น ๑ หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากในสมัยนั้น ขณะที่ GDP เพิ่ม ๑ เท่าตัว รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่าตัว จาก ๗.๔ ล้านบาท เป็น ๑๔.๔ ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูประบบ บริหารราชการแผ่นดิน<br>ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มต้นพัฒนาทางเศรษฐกิจขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพราะเป็นผลมาจากการติดต่อกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักดันให้มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มีดังต่อไปนี้<br><br>การปรับตัวเข้าสู่ความทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้รอดพ้นจากการคุกคามของชาติมหาอำนาจตะวันตกนั้น จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนเป็นจำนวนมหาศาล มิฉะนั้นการปฏิรูปจะดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้รัฐมีรายได้เพียงพอต่อการปฏิรูปแผ่นดิน ครั้งใหญ่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง<br><br>ปัญหาการคลังที่ล้าสมัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอยู่ในขณะเสด็จขึ้นครองราชย์ จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะไม่สนองตอบต่อนโยบายปฏิรูปแผ่นดินในทุกๆ ด้าน เพราะรัฐมีรายได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากระบบการคลังขาดประสิทธิภาพ รายได้ของรัฐมีทางรั่วไหลมาก ด้วยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิรูปเศรษฐกิจ อย่างเร่งด่วน<br><br>นางสาวนุสรา ต่ายใหญ่เที่ยง ม.5/2 เลขที่ 26<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1877704580/f5f2e708b26d7f1ff10dd06b7deb488d/inbound8961480621313530400.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 07:02:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372571698</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การขุดคลอง⚒⚙🏖</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372572878</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานเชื่อมถนนข้ามคลอง เช่น สะพานผ่านฝ้าลีลาศ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ฯลฯ และยังได้พระราชทานทรัพย์จากเงินพระคลังข้างที่อันเป็นเงินส่วนพระองค์ ให้จัดสร้างสะพานขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นประจำทุกปีในวันเฉลิมพระชนมพรรษาจนถึงปีสวรรคต รวม ๑๗ สะพาน โดยพระราชทานนามสะพานสะพานขึ้นด้วยคำว่า "เฉลิม" และ ตัวเลขต่อท้ายระบุพระชนมพรรษา เช่น สะพานเฉลิมศรี ๔๒ สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๘ ขณะเจริญพระชนมพรรษา ๔๒ พรรษา นับเป็นสะพานแรก และสะพานสุดท้ายคือ สะพานเฉลิมสวรรค์ ๕๘&nbsp;<br>นายณัฐวุฒิ วัฒนพันธ์ ม.5/2 เลขที่6💎🦞🍜</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1766421556/aa58355366573c192d7a37a9eae65231/ck_index3_9.jpg" />
         <pubDate>2022-11-07 07:03:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372572878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมือง ด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372573611</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านเศรษฐกิจ &nbsp;<br>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br>มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;<br>มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา<br><br>นางสาวญาณิศา กุมภาสุข ม.5/2  (17)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-11-07 07:04:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372573611</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปการปกครอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372580557</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปประเทศระยะแรก<br>การปฏิรูปประเทศในระยะแรก รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงแต่งตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินและสภาที่ปรึกษาในพระองค์ ซึ่งศภาทั้งสองนี้มีหน้าที่ในการออกกฎหมายและยกเลิกกฎหมาย&nbsp; รวมไปถึงยกเลิกประเพณีโบราณต่าง ๆ ไม่เห็นว่าไม่เหมาะกับสังคมสังคมในสมัยนั้น แต่สภาทั้ง 2 ปฏิบัติงานได้ไม่นานก็ต้องยุติหน้าที่ลงเนื่องจากวิกฤติการณ์วังหน้า<br><br>การปฏิรูปประเทศระยะหลัง<br>รัชกาลที่ 5 ได้ทรงตระหนักถึงภยันอันตรายของจากล่าอาณานิคมของประเทศโลกตะวันตก และทรงเห็นว่าการปกครองในแบบเดิมของไทยนั้นมีความล้าสมัยไม่สอดคล้องกับความเจริญของบ้านเมือง จึงส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการปกครอง 2435 โดยใน พ.ศ. 2430 ได้มีการเริ่มแผนการปฏิรูปการปกครองขึ้นตามแบบแผนของตะวันตก ในส่วนกลางมีการจัดแบ่งหน่วยงานการปกครองออกเป็น 12 กรม ต่อได้เปลี่ยนมาใช้คำว่ากระทรวงแทนโดยสถาปนาขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2435&nbsp; และยังได้มีการประกาศแต่งตั้งเสนาบดีเจ้ากระทรวงแต่ละกระทรวงขึ้น และยุบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br>ทุกตำแหน่งต่อจากนั้นก็ได้มีการยุบกระทรวงเหลือเพียง 10&nbsp; กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระกรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัง กระทรวงเมือง(นครบาล) กระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงธรรมการ กระทรวงโยธาธิการ<br><br>1. ด้านเศรษฐกิจ<br><br>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br></div><ol><li>มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;</li><li>มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา&nbsp;</li></ol><div><br>นาย ธนวัฒน์ แพงจักกรี ชั้นม. 5/2 เลขที่ 8</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/11history64/bi-ngan/dfd.jpg?attredirects=0" />
         <pubDate>2022-11-07 07:10:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2372580557</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองในสมัยร.5 ในด้านเศรษฐกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2408654841</link>
         <description><![CDATA[<div>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br></div><ol><li>มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;</li><li>มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา&nbsp;</li></ol><div><br>น.ส.นวรัตน์ ชูสุข เลขที่43 ม.5/2</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1734129648/d92ad6922253f1d059d8058509e7a11b/___________________________4.jpg" />
         <pubDate>2022-12-05 05:48:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2408654841</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2431593699</link>
         <description><![CDATA[<div>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านสังคม &nbsp;<br>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน<br><br><br><br><br><br>นายชัยชนะดำโรม ม.5/2 เลขที่4</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-02 12:18:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2431593699</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ด้านการศึกษา​</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2431593934</link>
         <description><![CDATA[<div><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ 4 ไทยได้ทำการติดต่อกับชาติตะวันตกอย่างกว้างขวาง อันเป็นผลมาจากการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ.2398 และทำให้พระองค์ทรงสนพระทัยภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก จึงทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนใช้การได้ดี และนำประโยชน์จากการเรียนภาษาอังกฤษไปใช้ในการปรับเปลี่ยนนโยบายาการบริหารบ้านเมืองของพระองค์อีก&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พ.ศ.2404 รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯให้จ้างนางแอนนาเลียวโนเวนส์ สตรีชาวอังกฤษมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยตั้งโรงเรียนขึ้นพระบรมมหาราชวัง ให้บรรดาพระเจ้าลูกยาเธอที่พระชันษาพอจะเล่าเรียนได้เข้าเรียนทุกพระองค์ นางแอนนาสอนอยู่ได้ประมาณ 3 ปีก็กลับไป ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้จ้างนายเชนต์เลอร์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน ทำหน้าที่เป็นครูสอนแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาสมัยใหม่แบบตะวันต ก &nbsp; นาย​วรุณ​ดี​วุ่น​ ม.5/2เลขที่​12</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-02 12:19:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2431593934</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านสังคม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2433473630</link>
         <description><![CDATA[<div>เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน<br>จิรฐา ลานทอง เลขที่ 15</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1805420615/a2b619c46f0d53aba38e6046d62bbf7c/3E6A1A54_3558_42F1_8B2C_153ED174938C.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-04 12:48:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2433473630</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านเศรษฐกิจ  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2434460651</link>
         <description><![CDATA[<div>การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจ ดังนี้<br><br>1.มีการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบตะวันตก เพื่อให้หลุดพ้นจากการคุกคามจากประเทศตะวันตกด้วยเหตุผลว่าเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง ดังนั้นในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความทันสมัยนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินทุนอย่างมาก&nbsp;<br>2.มีการปฏิรูปการคลัง เนื่องด้วยปัญหาทางด้านการคลังที่จะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ และปัญหาในเรื่องความล้าสมัยไม่สามารถตรวจสอบได้ของการคลัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโดยมีการจัดตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมพระราชทรัพย์ เป็นที่รวมงานการเก็บภาษีอากรและแจกจ่ายภาษีนั้นไปยังกรมกองต่าง ๆ&nbsp; มีการจัดทำงบประมาณ มีการแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และส่วนของแผ่นดิน และมีการปฏิรูประบบเงินตรา<br> น.ส.อรุณวรรณ แก้วเต๋จ๊ะ ม.5/2 เลขที่39</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1734200990/32f363f261a8ce646bb78b41529b501f/3.png" />
         <pubDate>2023-01-05 09:29:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2434460651</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การปฏิรูปบ้านเมืองสมัย ร.๕ ด้านสังคม  </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2434465547</link>
         <description><![CDATA[<div> เนื่องในสมัยรัชกาลที่&nbsp; ๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปทางด้านต่าง ๆ ให้มีความทันสมัยขึ้น จึงผลให้เกิดการปฏิรูปทางด้านสังคมด้วยเช่นกันคือการยกเลิกทาส โดยแผนการปฏิรูปสังคมในเรื่องของการเลิกทาสนั้นก็ได้มีการออกประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ ในการยกเลิกทาส เช่น การมีธงประจำชาติครั้งแรก การออกประกาศพระราชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสไทย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องขนบประเพณีในบางเรื่องอีกด้วย เช่น ประเพณีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเดิมพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการจะเป็นผู้ถือน้ำและสาบานตน เปลี่ยนเป็นพระมหากษัตริย์เป็นผู้เสวยน้ำและสาบาน&nbsp;<br><br>นายณัฐวุฒิ วัฒนพันธ์ 5/2 เลขที่ 6</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1734200990/55f868a393173a8c24abf0de3a882c47/images__37_.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-05 09:35:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2434465547</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การจัดตั้งหน่วยงานไปรษณีย์โทรเลข</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2449205655</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7"><br>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a> ทรงจัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นในประเทศสยาม เพื่อดูแลกิจการ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">ไปรษณีย์</a> และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C">สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์</a> เตรียมการจัดตั้งการไปรษณีย์ตามแบบอย่างในต่างประเทศ และดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์เป็นพระองค์แรก และได้เปิดรับฝากส่งหนังสือ (จดหมาย) ในเขตพระนครและธนบุรีเป็นการทดลองเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 ที่ทำการแห่งแรกตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปากคลองโอ่งอ่าง เรียกว่า "ไปรษณียาคาร" ในวันเดียวกันยังมีการจัดตั้งกรมโทรเลข เพื่อดูแลกิจการ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82">โทรเลข</a> ซึ่งเป็นการให้บริการการสื่อสาร<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">โทรคมนาคม</a>เป็นกิจการแรกของประเทศสยาม<br><br></div><div><br>ในปี พ.ศ. 2429 กรมโทรเลข (ซึ่งได้ก่อตั้งมาก่อนหน้านี้) ได้รับโอนกิจการ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99">โทรศัพท์</a>จาก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1">กระทรวงกลาโหม</a>มาดำเนินการ และขยายบริการโดยเปิดให้ประชาชนได้เช่าใช้เครื่องโทรศัพท์ภายในกรุงเทพและธนบุรีเป็นครั้งแรก<br><br>นาย จักรินทร์ ศรีสุข 5/2 เลขที่ 2<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1604463580/8264832b608ff2207e626517114858e3/76642095_8FA5_4197_B723_CC668E9713A0.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-19 02:30:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2449205655</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2483327850</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบบเงินตรา<br><br>การปฏิรูประบบเงินตรา เนื่องจากการค้าได้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง รัชกาลที่ 5 จึงทรงเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงระบบเงินตราให้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายที่ทันสมัย ดังเช่นที่ประเทศตะวันตกปฏิบัติกันอยู่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขายยิ่งขึ้น โดยมีการปฏิรูปเงินตราดังนี้<br>พ.ศ.2422 โปรดเกล้าฯให้สร้างหน่วยเงินที่เรียกว่า “สตางค์”โดยกำหนดให้ 100 สตางค์ เป็น 1 บาท พร้อมทั้งผลิตเหรียญสตางค์ขึ้น 4 ราคา คือ 20สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 2 1/2 สตางค์ ใช้ปนกับเงินซีก เสี้ยว อัฐ ต่อมาในปลายรัชกาล โปรดให้ยกเลิกเงินเฟื้อง ซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬส ซึ่งเป็นเงินตราแบบเดิม พ.ศ.2445 โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติธนบัตร ร.ศ.121 และจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการออกธนบัตรให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น<br><br>นางสาววิริญญา ยะซัน ม.5/2 เลขที่34</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1964794783/d5531018dd70d94703498c278908b5a9/BA25D5E3_4229_4B96_B45D_CF9E769728C8.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-15 11:30:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/intelligentphrasecapital/h1f43wym6tzsawo/wish/2483327850</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
