<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>  Chemistry 409 by narak nakaklim</title>
      <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-11-05 09:15:30 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-01-18 00:21:09 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>klimmy_น่ารักสุดๆ</title>
         <author>narakklimmy3_</author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2776508806</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ............... ชั้น....... เลขที่......</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษต่ออากาศ</p><p>   1. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ CO<sub>2</sub> เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ ก่อให้เกิดกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน</p><p>   2.</p><ol start="3"><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p></li><li><p><br></p><p><br></p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2206007713/1b1172b3b98976e607c4a3f928b79836/352678320_1709435692858297_1141178238932418312_n.jpg" />
         <pubDate>2023-11-05 09:15:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2776508806</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แก๊สก่ำๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784535173</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ นายชนะพงษ์ รังสิมันตุชาติ ม.4/9 เลขที่21</p><p>ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p>ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p><p>ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูงเป็นก๊าซตามธรรมชาติที่รู้จักกันดี เกิดจาการเผาไหม้ของสารประกอบที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ประโยชน์ใช้ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าซนี้ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตายได้</p><p>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยที่ออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ และให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ</p><p>ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p>ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbonmonoxide)</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212935181/353e4c8d46b7c99fc88d242c28b64a7e/IMG_20231110_131435_031.webp" />
         <pubDate>2023-11-10 06:08:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784535173</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784540109</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย สันติภาพ ลุงวัน </p><p>1.ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>ก๊าซชนิดนี้ใกล้ตัวเรามาก เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและกลิ่น โดยเกิดจากรถยนต์ที่เครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติและในโรงงานต่าง ๆ</p><p>2.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที</p><p>3.ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ ‘ก๊าซไข่เน่า’</p><p>ก๊าซนี้เกิดกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล และเกิดขึ้นในน้ำเสีย น้ำเน่า</p><p>4.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p><p>5.ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า</p><p>6.วีเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในอาวุธเคมีอันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา นอกจากไร้กลิ่นแล้ว ยังไร้สีอีกด้วย และการใช้จำนวนเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212934301/93752f1f555022963618ac3a1a4673c4/inbound2644979938670820128.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:13:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784540109</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ก๊าซสไตล์ต้น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784541733</link>
         <description><![CDATA[<p>นายฐิติก บุญเฟื่องฟู ม.4/9 เลขที่ 6</p><p><br/></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ (pneumonitis)</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p>3.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น</p><p>5.ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์</p><p>ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้รุนแรงและทำลายตา อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ อาจเป็นสาเหตุทำลายทางเดินหายใจส่วนบน และ ปอดตลอดการได้รับสัมผัสสารหรือได้รับสัมผัสสารซ้ำ </p><p>6.ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์</p><p>เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212932703/d91729496024d4498bc732a8045f14da/inbound9056292959527539505.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:15:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784541733</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิษที่จริงใจต่อร่ายกาย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784541985</link>
         <description><![CDATA[<p>1.แก๊สคาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตาย</p><p>2.แก๊สไฮโตรเจนเซัลไฟต์</p><p>หรือ”ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า</p><p>3.แก๊สคาร์บอนไดร์ออกไซด์</p><p>เป็นก๊าซตามธรรมชาติที่รู้จักกันดี เกิดจาการเผาไหม้ของสารประกอบที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ประโยชน์ใช้ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าซนี้ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตาย</p><p>4. ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม แหล่งที่มาและความเป็นพิษ ก๊าซแอมโมเนียเป็นผลพลอยได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า </p><p>5.ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p>6.ก๊าซน้ำตาก๊าซน้ำตา</p><p>ที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212935478/8afe2b68591b7790dc493483ac296802/inbound3194692079456011906.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:15:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784541985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กวินบินได้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784544539</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>    กวิน ลุงมูหลิ่ง 4/9 เลขที่8</strong></p><p><strong>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</strong></p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ยังมีความสามารถในการจับกับฮีโมโกลบิน ได้ดีกว่าคาร์บอนมอนอกไซด์หลายพันเท่า เมื่อเข้าสู่กระแสโลหิตจะถูกเปลี่ยนเป็นเมทฮีโมโกลบิน (methemoglobin ) ไนไตรต์ (nitrite ) และไนเตรต (nitrate ) ซึ่งขัดขวางการขนส่งออกซิเจนไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย</p><p>2.โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>3.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น กรณีได้รับเป็นปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดภาวะหมดสติ ชัก ภาวะช็อก กดการหายใจรวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะสมองบวม และอาจเสียชีวิตได้ ถ้าหากไม่เสียชีวิตหลังจากที่ได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์ปริมาณมากๆ แล้วก็มักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทตามมา</p><p>5.<strong>ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</strong></p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีน เช่น พวกพลาสติก ยาง เส้นใย ขนสัตว์ หนังสัตว์ ไม้ หรือผ้า ไหม จึงมีอันตรายมากในการเผาไหม้ในอาคารหรือในพื้นที่แคบ เมื่อหายใจเข้าสู่ร่างกาย ทำให้หมดสติ ชัก และตายได้รวดเร็วภายในเวลา 5 นาที ถ้าได้รับในปริมาณเล็กน้อย ทำให้มึนงง หายใจเร็ว อาเจียน หน้าแดง ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว และหมดสติ</p><p>6.<strong>ก๊าซแอมโมเนีย</strong></p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือด สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212932429/011bd4cd56473dede50a0dc7888e7420/IMG_1721.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:18:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784544539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แฟรงค์🤍</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784545844</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ณัฐชนน บุญสูง</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>ก๊าซชนิดนี้ใกล้ตัวเรามาก เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและกลิ่น โดยเกิดจากรถยนต์ที่เครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติและในโรงงานต่าง ๆ</p><p>2.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที</p><p>3.ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ ‘ก๊าซไข่เน่า’</p><p>ก๊าซนี้เกิดกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล และเกิดขึ้นในน้ำเสีย น้ำเน่า</p><p>4.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p><p>5.ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า</p><p>6.วีเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในอาวุธเคมีอันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา นอกจากไร้กลิ่นแล้ว ยังไร้สีอีกด้วย และการใช้จำนวนเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212933711/f0689491a89b418cf7861c36c6dc5746/inbound5789412672281404081.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:20:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784545844</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ก๊าซพิษๆๆๆๆๆๆๆๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784548106</link>
         <description><![CDATA[<p>คำลืน คำปัน 4/9 เลขที่13</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p><br></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุน</p><p>Nitrogen Dioxiade</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p><br></p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p><br></p><p>3โอโซน (Ozone,O3)ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)คาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น</p><p>5■ ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbonmonoxide)</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p><p>6ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide)</p><p>หรือ”ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212935535/6244534a9c6a3ccf3ee8eaefd644c966/inbound2785561435305078390.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:23:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784548106</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย วรุณ ศรีหมอก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784548471</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายเป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุนทำให้เกิดมะเร็ง</p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide,SO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพแก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน</p><p>sulfer dioxide</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>3..โอโซน (Ozone,O3)</p><p>ลักษณะทางกายภาพแก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีน</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC Group: N/A</p><p>              ACGIH Carcinogenicity: N/A</p><p>ค่ามาตรฐานในสิ่งแวดล้อม</p><p>              EPA NAAQS: Primary and secondary standard levels to 0.070 parts per million (ppm)</p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>              แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น</p><p>คุณสมบัติก่อมะเร็ง</p><p>              IARC Group: N/A (ไม่ได้ทำการประเมิน)</p><p>              ACGIH Carcinogenicity: N/A (ไม่ได้ทำการประเมิน)</p><p>5.คาร์บอนมอนอกไซด์แย่งจับฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงส่วนที่เหลือไม่ปล่อยออกซิเจนให้กับเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายขาดออกซิเจน เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p>6.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p><br/></p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที แก๊สนี้เกิดจากการเผาไหม้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีน เช่น พวกพลาสติก ยาง เส้นใย ขนสัตว์</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212932529/5c93e7c56535beefc6ce75bb42b7eca4/inbound3340936486584610471.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:23:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784548471</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มาเรียนเเก๊สพิษกับน้องเจตกัน~~</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784549005</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย เจษฎากร  ร่างรัตน์ ม.4/9 เลขที่15</p><p><br></p><p>1.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>เป็นแก๊สสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นฉุนเมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ</p><p><br></p><p>2.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ </p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>แก๊สไม่มีสี มีกลิ่นแสบฉุน ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังได้</p><p><br></p><p>3.โอโซน</p><p>ลักษณะทางกายภาพ แก๊สสีฟ้าอ่อน มีกลิ่นคล้ายคลอรีน    ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p><br></p><p>4.คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide,CO)</p><p>ลักษณะทางกายภาพ แก๊สไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ได้รับเป็นปริมาณมากๆ จะทำให้เกิดภาวะหมดสติ ชัก ภาวะช็อก กดการหายใจรวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด</p><p><br></p><p>5.คาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>ความเป็นพิษ เมื่อหายใจเอาก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์เข้าไปในปอด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และถึงตายได้ จะสังเกตว่าผิวหนังของผู้ได้รับก๊าซพิษเป็นสีชมพู-แดงขึ้น</p><p><br></p><p>6.ไฮโดรเจนซัลไฟด์</p><p>หรือ”ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสียอาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2142776255/15ef990201821ea1303ad5c52f8c2a56/inbound7473687889773325897.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:24:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784549005</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิษที่จริงใจ💗</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784549701</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>ก๊าซชนิดนี้ใกล้ตัวเรามาก เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและกลิ่น โดยเกิดจากรถยนต์ที่เครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติและในโรงงานต่าง ๆ</p><p>2.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที</p><p>3.ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ ‘ก๊าซไข่เน่า’</p><p>ก๊าซนี้เกิดกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล และเกิดขึ้นในน้ำเสีย น้ำเน่า</p><p>4.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p><p>5.ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า</p><p>6.วีเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในอาวุธเคมีอันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา นอกจากไร้กลิ่นแล้ว ยังไร้สีอีกด้วย และการใช้จำนวนเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212933020/6cc8f931c40b7cab3b1cc3c6562f9faa/IMG_2257.jpeg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:25:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784549701</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ช่างไฟตึงๆ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784552742</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ก๊าซน้ำตา</p></li></ol><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p><ol start="2"><li><p>ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม แหล่งที่มาและความเป็นพิษ ก๊าซแอมโมเนียเป็นผลพลอยได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือ สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้ ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ</p></li><li><p>ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง</p></li><li><p>เป็นก๊าซตามธรรมชาติที่รู้จักกันดี เกิดจาการเผาไหม้ของสารประกอบที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ประโยชน์ใช้ทำน้ำแข็งแห้ง และใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช ก๊าซนี้ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตายได้</p><p>การแก้ไขเบื้องต้น นำผู้ป่วยที่ออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ และให้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ</p></li><li><p>ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p></li><li><p>ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbonmonoxide)</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212934615/558398c608c0a64e765b241432d2f431/inbound3257688348908372751.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:29:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784552742</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรียกข้าว่า...ชินจุยนะจุ๊</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784552880</link>
         <description><![CDATA[<p>ไนโตรเจนไดออกไซด์</p><p>มลพิษทางอากาศที่ประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจน และเป็นหนึ่งในกลุ่มของก๊าซที่เกี่ยวข้องที่เรียกว่าไนโตรเจนออกไซด์หรือ NOx NO2 เกิดขึ้นเมื่อเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ หรือดีเซล ถูกเผาที่อุณหภูมิสูง NO2 และไนโตรเจนออกไซด์อื่น </p><p>คาร์บอนไดออกไซด์</p><p>จะทำให้เลือดเป็นกรดและกระตุ้นระบบหายใจให้หายใจเร็วขึ้นจึงทำให้หัวใจเต้นเร็ว และกดสมอง และ ทำให้หมดสติ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงในจุดที่มีก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ และ ควรหลี่กเลี่ยงการทำงานในพื้นที่อับอากาศ หรือพื้นที่ที่มี ก๊าซออกซิเจน น้อย</p><p>โอโซน</p><p>โอโซนในระดับความเข้มข้น 0.25 ppm ขึ้นไปก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อ ตา จมูก และจะทำลายเนื้อเยื่อปอด เกิดความระคายเคืองเมื่อหายใจเข้าไป ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้ตายได้ </p><p>แก๊สน้ำตา</p><p>ไม่มีอันตรายมาก แต่อจเป็นอันตราย แก่ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือถุงลมโป่งพองอยู่เดิมได้มาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเสียชีวิตจากการใช้แก๊สน้ำต เนื่องจากการมีปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด ปอดอักเสบ หรือการ ขาดอากาศหายใจ หรืออาจเสียชีวิตได้</p><p>แก๊สแอมโมเนีย</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212934945/3496aef264985a6e941886f72591cf7c/inbound7653714955829071597.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:29:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784552880</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความรู้เกี่ยวกับก๊าชพิษกับนัทโตะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784555093</link>
         <description><![CDATA[<p>นาย ธีรดนย์ ขุนนํ้า 4/9 เลขที่17</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ (Carbonmonoxide)</p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p><p>2.ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น</p><p>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p>3.ก๊าซไข่เน่า” เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง</p><p>4.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาที่ใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซ.คลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล ถ้าความเข้มข้นในบรรยากาศสูง ทำให้ปอดบวมน้ำ ถึงตายได้ การแก้พิษเบื้องต้น นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษนี้ ถ้าถูกผิวหนังล้างออกทันทีด้วยน้ำมากๆพร้อมสบู่ ถ้าเข้าตาล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอนเนต 2%</p><p>5.ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม แหล่งที่มาและความเป็นพิษ ก๊าซแอมโมเนียเป็นผลพลอยได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือ สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้ ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ</p><p>6.ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide,NO2</p><p>เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ภาวะอุณหภูมิสูง (1000 องศาเซลเซียส) และมีออกซิเจนเพียงพโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอุตสาหกรรมแยกหรือแปรรูปก๊าซธรรมชาติถลุงแร่ ปูนซีเมนต โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน เป็นต้น</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212932790/1f7b54f58bcc37b95c4300ae973bd907/inbound1920782546923567892.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:32:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784555093</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หายทีมีเศร้า</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784557757</link>
         <description><![CDATA[<p>Siwakorn Tanaka 4/9 9</p><p>1Hydrogen cyanide HCN</p><p>เป็นก๊าซซึ่งก่อให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และคลื่นไส้อาเจียน เป็นก๊าซพิษที่ใช้ในสงคราม นอกจากนี้สารไนเทรตในบุหรี่ทำให้เกิดไฮโดรเจนไซยาไนด์ สารนี้เป็นตัวสกัดกั้นเอนไซม์ที่เกี่ยวกับการหายใจหลายตัว ทำให้เกิดความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงานที่กล้ามเนื้อหัวใจและที่ผนังหลอดเลือด</p><p>2methylene diphenyl diisocyanate</p><p>หากร่างกายได้รับ MDI มากเกินไปจะเกิดผลด้านลบต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การเป็นโรคหืด ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการควบคุม อย่างเข้มงวด มิให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับ MDI มากเกินขีดจำกัดในระหว่างการทำงาน อย่างไรก็ดีหากผลของการรับ MDI เข้าสู่ร่างกาย ได้พัฒนาจนแสดงอาการของโรคหืดและผู้ป่วยเกิดความไวต่อไดไอโซไซยาเนต ในกรณีนี้แม้ว่า ความเข้มข้นของ MDI ที่ผู้ป่วยได้รับจะน้อยกว่าขีดจำกัดมาก แต่ก็อาจเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้</p><p>3 NH3 ไนโตรเจนไตรไฮไดรด์</p><p>การสูดดมแอมโมเนียเข้าไป มีความเป็นพิษสูง สามารถทำให้เสียชีวิตได้ และทำให้ระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อจมูกและลำคอ ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต (Pulmonary edema) มีอาการต่างๆ ได้แก่ ไอ หายใจลำบาก และ แน่นหน้าอก</p><p>4 ฟอสจีน COCl2</p><p>ในอดีตเคยใช้ในการสงครามเคมีในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยในปี ค.ศ. 1915 ฝรั่งเศสเริ่มใช้แก๊สนี้แทนคลอรีนที่ตรวจจับได้ง่าย[9] และบางครั้งผสมฟอสจีนกับคลอรีนเพื่อให้แพร่กระจายได้มากขึ้น[10] ด้วยคุณสมบัติเป็นแก๊สไม่มีสีและมีกลิ่นอ่อน ๆ ทำให้การตรวจจับฟอสจีนทำได้ยาก มีผู้เสียชีวิตจากแก๊สนี้ราว 85,000–100,000 คน โดยฟอสจีนจะเข้าไปทำลายโปรตีนที่สำคัญต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจน-คาร์บอนไดออกไซด์ในปอด ส่งผลให้ผู้ได้รับแก๊สเสียชีวิตจากภาวะขาดอากาศหายใจ</p><p>5 mustard gas C4H8Cl2S</p><p>เป็นพิษต่อเซลล์และตุ่มพองที่มีชื่อเสียงซึ่งมีประวัติการใช้เป็นอาวุธเคมี มายาวนาน ชื่อก๊าซมัสตาร์ดนั้นไม่ถูกต้องทางเทคนิค กล่าวคือ เมื่อสารกระจายตัวมักจะไม่ใช่ก๊าซ แต่เป็นละอองเล็กๆ ของหยดของเหลว [4]มัสตาร์ดกำมะถันเป็นของเหลวหนืดที่อุณหภูมิห้องและมีกลิ่นคล้ายต้นมัสตาร์ดกระเทียมหรือมะรุม จึง เป็นที่มาของชื่อ [4] เมื่อบริสุทธิ์ พวกมันจะไม่มีสี แต่เมื่อ ใช้ในรูปแบบที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น ในการสงคราม พวกมันมักจะเป็นสีเหลืองน้ำตาล ก๊าซมัสตาร์ดทำให้เกิดแผลพุพองบนผิวหนังที่สัมผัสและในปอด มักส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยเป็นเวลานานและจบลงด้วยการเสียชีวิต</p><p>6 คลอรีน Cl</p><p>สูดดมมกทำให้ระคายเคืองจมูก ลำคอ และทางเดินหายใจส่วนต้น มีอาการคัน ไอ หายใจติดขัด อาจเกิดแผลไม้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ผิวหนังเป็นสีน้ำเงิน ในความเข้มข้นสูงถึง 30 พีพีเอ็ม ทำให้ไอ เจ็บหน้าอก อาเจียน มีอาการหลอดลมอักเสบ ปอดบวมน้ำ และถึงตายได้</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1978930788/a2abc4d9271b2a2d181f7792c5f3b51a/IMG20231110191322_01.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:36:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784557757</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรียกข้าว่าเปตอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784559544</link>
         <description><![CDATA[<p>1 ไนโตรเจน เป็นธาตุเคมีในตารางธาตุที่มีสัญลักษณ์ N และเลขอะตอม 7 เป็นอโลหะที่มีสถานะเป็นแก๊สที่มีอยู่ทั่วไป โดยปกติไม่มีสี กลิ่น หรือรส แต่ละโมเลกุลมี 2 อะตอม ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบของบรรยากาศ ของโลกถึง 78 เปอร์เซ็นต์ และเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในสิ่งมีชีวิต</p><p>2 ซัฟเฟอร์ไดออกไซด์ </p><p>(Sulfur dioxide) หรือ SO2 คือ <strong>ก๊าซที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและค่อนข้างจะมีกลิ่นเหม็นแสบจมูก</strong> มักทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ และละลายน้ำได้ดี จนได้สารประกอบที่เป็นอันตราย และสารที่มักทำให้เกิดขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยาคือ กรดซัลฟูริก ซึ่งมีความสามารถในการกัดกร่อนค่อนข้างรุนแรง</p><p>3 แก๊สน้ำตา</p><p>เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B5">อาวุธเคมี</a>ชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B2">เยื่อบุตา</a>และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B3">แก้วตาดำ</a> ทำให้เจ็บตาและทางเดินหายใจมาก ผิวหนังระคายเคือง เลือดออกและตาบอด สำหรับตาแก๊สจะกระตุ้นประสาทของ<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1">ต่อมน้ำตา</a>ทำให้หลั่งน้ำตา ส่วนใหญ่จะหายเองภายในหนึ่งชั่วโมง</p><p>4<strong>ก๊าซแอมโมเนีย</strong></p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า สมัยก่อนใช้ก๊าซแอมโมเนียทำให้เกิดความเย็นในการทำน้ำแข็ง ถ้าได้รับแอมโมเนียปริมาณปานกลางทำให้จาม น้ำตาไหล แสบคอ ไอมีเสมหะปนเลือด สำลัก หายใจขัด ความดันโลหิตสูง เสียงแหบ ถ้าความเข้มข้นสูง หมดสติทันที และถึงตายได้</p><p>5ก๊าซคลอรีน</p><p>เป็นก๊าซชนิดแรกที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การฟอกสีวัตถุ และ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เป็นต้น<br>การแก้พิษเบื้องต้น ไม่มียาแก้พิษเฉพาะ ให้นำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีก๊าซพิษ ช่วยการหายใจ และทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ</p><p>6<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://legatool.com/th/catalogsearch/result/?o=Carbonmonoxide&amp;q=Carbon+monoxide">ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์&nbsp;</a></p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://legatool.com/th/catalogsearch/result/?o=Carbonmonoxide&amp;q=Carbon+monoxide">(Carbonmonoxide)</a></p><p>เป็นก๊าซพิษที่ซึ่งถ้ามีในบรรยากาศร้อยละ 0.35 ทำให้ถึงตายได้ ตัวอย่าง กรณีผู้ขับรถรับจ้างนอนหลับในรถ โดยเปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ไว้ ทำให้ถึงแก่ความตายโดยไม่รู้สึกตัว สาเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์ที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์</p><p>ชยุตพงศ์ ยอดเงิน เลขที่14</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212933055/14b0d92a56cefab96d7650d8ae369b30/inbound3781805834545206781.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:38:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784559544</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แก๊สพิษเป็นอันตรายต่อร่างกายของเรามีเเก๊สอะไรบ้าง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784559822</link>
         <description><![CDATA[<p>หนุ่มเครือ ลุงหลู่ 4/9 เลขที่4</p><p>แก๊สพิษทั้งหลาย</p><p>1.ก๊าซคาร์บอนโมนอกไซด์</p><p>ก๊าซชนิดนี้ใกล้ตัวเรามาก เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและกลิ่น โดยเกิดจากรถยนต์ที่เครื่องยนต์ทำงานเผาไหม้ไม่ปกติและในโรงงานต่าง ๆ</p><p>2.ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์</p><p>เป็นแก๊สพิษที่มีความรุนแรงมากกว่าแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์มาก ส่วนผสมในอากาศ 100 ppm. มีผลให้ผู้สูดดมหมดสติและเสียชีวิตได้ในเวลา 30-60 นาที</p><p>3.ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือ ‘ก๊าซไข่เน่า’</p><p>ก๊าซนี้เกิดกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล และเกิดขึ้นในน้ำเสีย น้ำเน่า</p><p>4.ก๊าซน้ำตา</p><p>ก๊าซน้ำตาส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในการปราบปราม คือ ก๊าซคลอโรอะซิโตฟีโนน เป็นพิษต่อเส้นประสาท ตา ทำให้ปวดแสบ น้ำตาไหล</p><p>5.ก๊าซแอมโมเนีย</p><p>เป็นก๊าซที่รู้จักกันดี ใช้ปริมาณเล็กน้อยสูดดมแก้อาการวิงเวียนเป็นลม โดยก๊าซชนิดนี้เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการอุตสาหกรรมจากโรงงานเผาถ่าน ฟอกหนัง และโรงงานน้ำตาล เป็นต้น หรือมีในกองขยะ น้ำเน่า</p><p>6.วีเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในอาวุธเคมีอันตรายที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา นอกจากไร้กลิ่นแล้ว ยังไร้สีอีกด้วย และการใช้จำนวนเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212959580/b58f85e1550a444645bb586dc0763d9d/inbound5513593810427588529.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:38:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784559822</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรียกข้าว่า...ชินจุยนะจุ๊~</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784560880</link>
         <description><![CDATA[<p>แอลเบเนีย-</p><p>แอมโมเนียเข้าไป มีความเป็นพิษสูง สามารถทำให้เสียชีวิตได้ และทำให้ระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อจมูกและลำคอ ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในปอดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต (Pulmonary edema) มีอาการต่างๆ ได้แก่ ไอ หายใจลำบาก และ แน่นหน้าอก</p><p>แก๊สน้ำตา-</p><p>ไม่มีอันตรายมาก แต่อจเป็นอันตราย แก่ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือถุงลมโป่งพองอยู่เดิมได้มาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเสียชีวิตจากการใช้แก๊สน้ำต เนื่องจากการมีปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด ปอดอักเสบ หรือการ ขาดอากาศหายใจ หรืออาจเสียชีวิตได้ </p><p>คาร์บอนไดออกไซด์-</p><p>ถ้าเราได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปปริมาณมากๆนั้นจะทำให้เลือดเป็นกรดและกระตุ้นระบบหไนโตรเจนไดออกไซด์ายใจให้หายใจเร็วขึ้นจึงทำให้หัวใจเต้นเร็ว และกดสมอง และ ทำให้หมดสติ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงในจุดที่มีก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ และ ควรหลี่กเลี่ยงการทำงานในพื้นที่อับอากาศ หรือพื้นที่ที่มี ก๊าซออกซิเจน น้อย</p><p>โอโซน-</p><p>โอโซนในระดับความเข้มข้น 0.25 ppm ขึ้นไปก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อ ตา จมูก และจะทำลายเนื้อเยื่อปอด เกิดความระคายเคืองเมื่อหายใจเข้าไป ถ้าได้รับในปริมาณมากจะทำให้ตายได้ ดังนั้นการนำมาใช้ควรระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย</p><p>ไนโตรเจนไดออกไซด์-</p><p>เป็นก๊าซมลพิษทางอากาศที่ประกอบด้วยไนโตรเจนและออกซิเจน และเป็นหนึ่งในกลุ่มของก๊าซที่เกี่ยวข้องที่เรียกว่าไนโตรเจนออกไซด์หรือ NOx NO2 เกิดขึ้นเมื่อเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ หรือดีเซล ถูกเผาที่อุณหภูมิสูง NO2 และไนโตรเจนออกไซด์อื่น ๆ </p><p>แก๊สไข่เน่า-</p><p>โดยกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ความเข้มข้นของก๊าซไข่เน่า หากมีตั้งแต่ 10 ppm จะรู้สึกระคายเคืองตา หายใจติดขัด ความเข้มข้น ระดับ 65 ppm อันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ ความเข้มข้นระดับ 100 ppm จะเริ่มไอ หายใจติดขัด หากยังสูดดม เพียง 2 -15 นาที จะหายใจติดขัด มีอาการมึนงง และหากความเข้มข้นระดับ 200 ppm จะแสบตาอย่างรุนแร</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212934945/9c4401ba384a65a908f0ce2c330743f2/inbound5982423571153094838.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:40:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784560880</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784564253</link>
         <description><![CDATA[<p>นายไพรัช เตชะพนาลัย4/9เลขที่11</p><p>1.คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO₂ เป็นก๊าซไม่มีสี ซึ่งหากหายใจเอาก๊าซนี้เข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะรู้สึกเปรี้ยวที่ปาก เกิดการระคายเคืองที่จมูกและคอ เนื่องจากอาจเกิดการละลายของแก๊สนี้ในเมือกในอวัยวะ ก่อให้เกิดกรดคาร์บอนิกอย่างอ่อน </p><p>2. ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์  เมื่อหายใจนำไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกายแล้ว จะทำปฏิกิริยากับน้ำในทางเดินหายใจและปอด ได้เป็นกรดไนตริก (HNO3) และกรดไนตรัส (HNO2) และเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลทำลายเซลล์ปอด ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ</p><p>3.ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ และเกิดเป็นเนื้อเยื่อพังผืดของปอด ในการรับสัมผัสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด ภาวะหลอดลมอักเสบ</p><p>ชนิดเรื้อรังได้</p><p>4. โอโซน ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหดตัว หายใจลำบาก และหายใจมีเสียงดังจากหลอดลมตีบ เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด ปอดติดเชื้อได้ง่าย และหากได้รับการสัมผัสต่อเนื่องและยาวนานจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้</p><p>5.คาร์บอนมอนอกไซด์ อาการเฉียบพลัน: หากได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์จากการหายใจในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย สับสน การมองเห็นผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และมีการหายใจที่เร็วขึ้น</p><p>6.ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ เป็นก๊าซพิษชนิดหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า แหล่งกำเนิดและความเป็นพิษ ก๊าซนี้เป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น จากโรงงานฟอกหนัง โรงงานผลิตกาว โรงงานผลิตน้ำตาล หรือเป็นก๊าซที่มีในน้ำเสีย น้ำเน่า และสิ่งโสโครก อาการพิษเฉียบพลันของผู้ที่ได้รับก๊าซนี้คือ คลื่นไส้ หายใจขัดต่อเนื่องจากการขาดออกซิเจน หมดสติ และอาจถึงตายได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212935248/87999c977013149591599d491f3c15e0/inbound707052210993247995.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 06:44:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784564253</guid>
      </item>
      <item>
         <title>There is nothing more beautiful than our world.</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784744565</link>
         <description><![CDATA[<p>ชื่อ ธีรนัย ลุงลืน ชั้น ม.4/9 เลขที่18</p><p>แก๊สที่เป็นมลพิษทางอากาศ</p><p>1. ออกซิเจน (O2): ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอด แต่อาจเป็นอันตรายได้หากมีความเข้มข้นสูง รองรับการเผาไหม้ทำให้เกิดอันตรายจากไฟไหม้ นอกจากนี้ การหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปที่แรงดันสูงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้</p><p><br></p><p>2 คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และโดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นอันตรายที่ความเข้มข้นปกติ อย่างไรก็ตาม ที่ความเข้มข้นสูง อาจทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจได้โดยการแทนที่ออกซิเจนในพื้นที่จำกัด</p><p><br></p><p>3 ไฮโดรเจน (H2): ไฮโดรเจนเป็นสารไวไฟสูงและสามารถสร้างส่วนผสมที่ระเบิดได้กับอากาศ มีการใช้งานทางอุตสาหกรรมที่หลากหลาย แต่ควรได้รับการจัดการด้วยความระมัดระวังเนื่องจากอาจเกิดอันตรายจากไฟไหม้และการระเบิดได้</p><p><br></p><p>4. คลอรีน (Cl2): คลอรีนเป็นก๊าซพิษที่มีกลิ่นเฉพาะตัว มักใช้ในการบำบัดน้ำและกระบวนการทางอุตสาหกรรม การสูดดมก๊าซคลอรีนอาจทำให้เกิดอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรง และอาจถึงแก่ชีวิตได้เมื่อมีความเข้มข้นสูง</p><p><br></p><p>5 แอมโมเนีย (NH3): แอมโมเนียเป็นก๊าซฉุน ไม่มีสี ที่นิยมใช้ในการทำความเย็นและการเกษตร มีความเป็นพิษสูงและอาจทำให้เกิดแผลไหม้อย่างรุนแรงและเกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจเมื่อสูดดม</p><p><br></p><p>6 มีเทน (CH4): มีเทนเป็นก๊าซไวไฟและเป็นส่วนประกอบหลักของก๊าซธรรมชาติ มันไม่เป็นพิษโดยธรรมชาติแต่อาจเป็นอันตรายได้ในพื้นที่ปิด เนื่องจากมันสามารถแทนที่ออกซิเจนและอาจทำให้เกิดการหายใจไม่ออกหรือการระเบิดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/2212944207/61626ce99241c4ec2c0932a499f25f4d/inbound6539151982892870478.jpg" />
         <pubDate>2023-11-10 09:56:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kruklimmy/h0gsndesy9h3vnt2/wish/2784744565</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
