<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของตา by Suwaphat _</title>
      <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-06-16 04:38:23 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-06-20 07:11:51 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ตากับการมองเห็น</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491285186</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/3998364396/0032dea66aca41703e7580b07b62c89b/IMG_1530.jpg" />
         <pubDate>2025-06-16 04:44:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491285186</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ตากับการมองเห็น</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491287700</link>
         <description><![CDATA[<p>ตาของมนุษย์มีรูปร่างค่อนข้างกลมอยู่ภายในเบ้าตา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ผนังตาเรียงจากด้านนอกเข้าไปด้านใน คือ สเคลอรา (sclera) โครอยด์ (choroid)และเรตินา (retina) </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-16 04:46:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491287700</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สเคลอรา (sclera)</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491289685</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นชั้นที่เหนียวแต่ไม่ยืดหยุ่น บริเวณหน้าสุดของชั้นนี้จะโปร่งใสและนูนออกมาเรียกว่า กระจกตา (cornea) บริเวณด้านข้างของกระจกตาไปทางด้านหลังจะเห็นเป็นสีขาว กระจกตา มีความสำคัญมากเพราะถ้ามีความผิดปกติ เช่น เป็นฝ้าทึบหรือมีแผลที่กระจกตาจะมีผลกระทบต่อการมองเห็น</p><p><br/></p><p><strong>ลักษณะ:</strong></p><ul><li><p>เป็นเยื่อเนื้อแข็ง สีขาว ขุ่น ทึบแสง</p></li><li><p>มีความยืดหยุ่นต่ำ แต่แข็งแรงมาก</p></li><li><p>ครอบคลุมประมาณ 5/6 ของผิวลูกตาทั้งหมด</p></li><li><p>ด้านหน้าสุดจะเชื่อมกับ กระจกตา (Cornea) ซึ่งเป็นส่วนใสของลูกตา</p></li></ul><p><br/></p><p><strong> หน้าที่:</strong></p><ol><li><p>ปกป้อง โครงสร้างภายในตาจากการบาดเจ็บหรือสิ่งแปลกปลอม</p></li><li><p>คงรูปร่าง ของลูกตาให้เป็นทรงกลม</p></li><li><p>เป็น จุดยึดเกาะ ของกล้ามเนื้อลูกตา (Extraocular Muscles) ซึ่งใช้ในการกลอกตา</p></li></ol><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-16 04:47:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3491289685</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครอยด์ (Choroid) – ชั้นกลางของผนังลูกตา</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496975618</link>
         <description><![CDATA[<p>โครอยด์ เป็นขั้นที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงและมีสารสีแผ่กระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้แสงสะท้อนไปมาและไม่ให้แสงทะลุผ่านชั้นเรตินาไปยังด้านหลังของตาโดยตรง ด้านหน้าของเลนส์ตามีม่านตา (iris) ยื่นจากผนังโครอยด์คล้ายกับเป็นผนังกั้นบางส่วนของเลนส์ เหลือช่องตรงกลาง ที่มีลักษณะกลมให้แสงผ่านเข้าเรียกว่า รูม่านตา (pupil) ซึ่งมองเห็นเป็นส่วนสีดำอยู่ตรงกลางตา ขนาดของรูม่านตาจะแคบหรือกว้างขึ้นอยู่กับม่านตาซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อม่านตาตามแนวเส้นรอบวงและกล้ามเนื้อม่านตาตามแนวรัศมี</p><p><br></p><p><strong>ลักษณะ:</strong></p><ul><li><p>เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ถัดจากสเคลอราเข้าไป</p></li><li><p>มี หลอดเลือดจำนวนมาก เพื่อหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของตา</p></li><li><p>มีเม็ดสีดำหรือคล้ำ (Melanin) อยู่จำนวนมาก</p></li><li><p>เชื่อมต่อกับม่านตา (Iris) และร่างแหเลนส์ (Ciliary body)</p></li></ul><p><br></p><p><strong> หน้าที่:</strong></p><ol><li><p>ส่งเลือด/ออกซิเจน/สารอาหาร ไปเลี้ยง เรตินา โดยเฉพาะบริเวณชั้นนอกของเรตินา</p></li><li><p>ดูดซับแสงส่วนเกิน ไม่ให้แสงสะท้อนภายในลูกตา (ป้องกันภาพซ้อน)</p></li><li><p>มีบทบาทในการ ควบคุมอุณหภูมิ และการไหลเวียนในตา</p></li></ol><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-20 06:59:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496975618</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรตินา (Retina) – ชั้นในสุดของผนังลูกตา</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496981543</link>
         <description><![CDATA[<p>เรตินา หรือจอประสาทตาเป็นบริเวณที่มีเซลล์รับแสงซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามรูปร่างลักษณะของเซลล์ คือ เซลล์รูปแท่ง (rod cell) ซึ่งไวต่อการรับแสงแม้ในที่ที่มีแสงน้อย เซลล์ชนิดนี้ไม่สามารถแยกความแตกต่างของสีได้ ส่วนเซลล์อีกชนิดหนึ่งเป็นเซลล์รูปกรวย (cone cell) เป็นเซลล์ที่แยกความแตกต่างของสีต่าง ๆ ได้ โดยแต่ละเซลล์จะมีความไวต่อช่วงความยาวคลื่นแสงแตกต่างกัน และต้องมีแสงมากเพียงพอจึงจะบอกสีของวัตถุได้ถูกต้อง</p><p><br></p><p><strong>ลักษณะ:</strong></p><ul><li><p>เป็นเยื่อบาง ๆ ที่บุอยู่ด้านในของผนังลูกตา</p></li><li><p>มีเซลล์รับแสง (Photoreceptors) จำนวนมาก ได้แก่:<br></p><ul><li><p>Rods (เซลล์รูปแท่ง): ไวต่อแสงน้อย มองเห็นในที่มืด ไม่แยกสี</p></li><li><p>Cones (เซลล์รูปกรวย): ไวต่อแสงมาก มองเห็นในที่สว่าง แยกสีได้ดี</p></li></ul></li><li><p>บริเวณ ตรงกลางเรตินา (Macula) เป็นจุดที่มองเห็นภาพได้คมชัดที่สุด โดยเฉพาะที่จุด Fovea centralis</p><p><br></p></li></ul><p><strong>     หน้าที่:</strong></p><p>•  รับแสง ที่ผ่านเลนส์เข้ามา</p><p>•  แปลงแสงเป็นสัญญาณประสาทไฟฟ้า ผ่านการทำงานของเซลล์รับแสง</p><p>•  ส่งสัญญาณนั้นผ่าน เส้นประสาทตา (Optic nerve) ไปยังสมอง (บริเวณ lobe หลัง) เพื่อแปลผลเป็นภาพที่เรามองเห็น</p><p>•  รับผิดชอบต่อความ ชัดเจน ความสว่าง และสี ของภาพ</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-20 07:06:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496981543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาการที่ผิดปกติ</title>
         <author>suwaphatmoto7</author>
         <link>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496985727</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><strong>1.สายตาสั้น (Myopia)</strong></p><p><strong> ลักษณะอาการ:</strong></p><ul><li><p>มองใกล้ชัด แต่มองไกลไม่ชัด</p></li><li><p>อาจหรี่ตาเวลามองไกล เช่น อ่านป้ายถนน หรือกระดาน</p></li></ul><p><strong> สาเหตุ:</strong></p><ul><li><p>ลูกตายาวเกินไป หรือแสงไปโฟกัสหน้าจอเรตินา</p></li><li><p>พันธุกรรม / พฤติกรรมใช้สายตามากในระยะใกล้ (เช่น เล่นมือถือ อ่านหนังสือมาก)</p><p><br></p></li></ul><p><strong> 2.สายตายาว (Hyperopia)</strong></p><p><strong>ลักษณะอาการ:</strong></p><ul><li><p>มองไกลชัด แต่มองใกล้ไม่ชัด</p></li><li><p>อาจปวดตาหรือปวดหัวเวลาทำงานใกล้ ๆ</p></li></ul><p><strong> สาเหตุ:</strong></p><ul><li><p>ลูกตาสั้นเกินไป หรือแสงไปโฟกัสหลังจอเรตินา</p></li><li><p>มักพบในผู้สูงอายุหรือเกิดจากกรรมพันธุ์</p></li></ul><p><br></p><p><strong> 3.ต้อกระจก (Cataract)</strong></p><p><strong>ลักษณะอาการ:</strong></p><ul><li><p>การมองเห็นมัว เหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง</p></li><li><p>แพ้แสง มองเห็นแสงแตกกระจาย</p></li><li><p>อาจเห็นภาพซ้อนในตาข้างเดียว</p></li></ul><p><strong>สาเหตุ:</strong></p><ul><li><p>เลนส์ตาขุ่นจากการเสื่อมตามอายุ</p></li><li><p>หรือเกิดจากเบาหวาน, การได้รับรังสี/แสง UV, อุบัติเหตุ, การใช้ยาสเตียรอยด์นาน ๆ</p></li></ul><p><br></p><p><strong> 4.ต้อหิน (Glaucoma)</strong></p><p><strong> ลักษณะอาการ:</strong></p><ul><li><p>ระยะแรกไม่แสดงอาการชัดเจน</p></li><li><p>ต่อมาจะค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็นด้านข้าง (ลานสายตาแคบลง)</p></li><li><p>หากไม่ได้รับการรักษาอาจตาบอดถาวร</p></li></ul><p><strong> สาเหตุ:</strong></p><ul><li><p>ความดันในลูกตาสูงเกิน ทำลายเส้นประสาทตา</p></li><li><p>พันธุกรรม, อายุที่มากขึ้น, เบาหวาน, ใช้ยาบางชนิด</p></li></ul><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-06-20 07:11:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/suwaphatmoto7/gyg0d6dv1grxkpio/wish/3496985727</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
