<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ส23002 ประชาธิปไตยในสังคมไทย by Mymelody</title>
      <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh</link>
      <description>เด็กหญิง ณัฐิดา เพชร์กล้า ม.3/1 เลขที่22</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2017-10-24 07:34:24 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-01-23 07:30:52 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>26/09/2560</title>
         <author>mymelody_jkh</author>
         <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873005</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องที่1 การปกครองระบอบประชาธิปไตย<br><strong>ความหมาย</strong><br>ประชาธิปไตย (Democracy)<br>1. เป็นรูปแบบการปกครองที่อานาจอธิปไตยเป็นของปวงชชาวไทย<br>2.เป็นรูปแบบการปกครองของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน<br><strong>หลักการ</strong><br>1.อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน<br>2. สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่<br> 3. ความสูงสุดของกฎหมาย </div><div>4. หลักเสียงข้างมากที่คำนึงถึงสิทธิเสียงข้างน้อย </div><div>5. หลักเหตุผล<br><strong>รูปแบบต่างๆ ของระบอบประชาธิปไตย<br>-</strong>การปกครองระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นครั้งแรกในนครรัฐเอเธนส์ในยุคกรีก  และตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบ่งออกเป็น 2 แบบ  คือ</div><div>1.ประชาธิปไตยแบบทางตรง  มีใช้ในนครรัฐเอเธนส์  ในยุคกรีก </div><div>2.ประชาธิปไยยแบบมีตัวแทน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:35:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873005</guid>
      </item>
      <item>
         <title>03/10/2560</title>
         <author>mymelody_jkh</author>
         <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873047</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เขาแบ่งระบอบประชาธิปไตยออกเป็นกี่รูปแบบ มีอะไรบ้าง บอกข้อดีข้อเสียของระบอบประชาธิปไตยในแต่ละรูปแบบ<br>รูปแบบระบอบประชาธิปไตย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ<br> 1) มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์จะทรงใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของปวงชน เช่น ไทย อังกฤษ  กัมพูชา  เบลเยียม  เป็นต้น                                  </div><div>     2) มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งของประชาชน  เช่น  โครเอเชีย  สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  อินเดีย เป็นต้น<br><br>ข้อดีของประชาธิปไตย<br> 1. เปิดโอกาสให้ประชาชนข้างมากได้ดำเนินการปกครองโดยประชาชนข้างน้อยมีสิทธิคัดค้านการปกครองของฝ่ายข้างมาก<br> 2. เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพได้อย่างเสมอภาคกัน<br> 3. ถือกฎหมายเป็นมาตรฐานในการดำเนินการปกครองโดยใช้กฎหมายบังคับแก่ทุกคนไม่ว่าคนรวยหรือจน<br> 4. ช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและระหว่างประชาชนด้วยกันเองโดยสันติวิธีและให้เป็นไปตามกฎหมายช่วยให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยมีกฎหมายเป็นกรอบความประพฤติทุกคน<br><br></div><div>ข้อเสียของประชาธิปไตย<br> 1. มีความล่าช้าในการตัดสินใจทำการต่างๆต้องมีการปรึกษาและผ่านขั้นตอนมาก<br> 2. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปกครองมากเช่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก<br> 3. อาจนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายได้ ถ้าประชาชนส่วนมากในประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยไม่รู้จักใช้สิทธิเสรีภาพให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมายอาจทำให้ประเทศเจริญช้าลง<br><br>2. ประชาธิปไตยเกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด<br>     ประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบางนครรัฐกรีกโบราณประชาธิปไตยเกิดขึ้นในบางนครรัฐกรีกโบราณช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเอเธนส์หลังการก่อการกำเริบเมื่อ 508 ปีก่อนคริสตกาล ประชาธิปไตยแบบนี้เรียกว่า <strong>ประชาธิปไตยทางตรง</strong> ซึ่งพลเมืองเกี่ยวข้องในกระบวนการทางการเมืองโดยตรง แต่ประชาธิปไตยในปัจจุบันเป็น<strong>ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน</strong> โดยสาธารณะออกเสียงในการเลือกตั้งและเลือกนักการเมืองเป็นผู้แทนตนในรัฐสภา จากนั้น สมาชิกสภาจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยเสียงข้างมาก ประชาธิปไตยทางตรงยังมีอยู่ในระดับท้องถิ่นหลายประเทศ อย่างไรก็ดี ในระดับชาติ ความเป็นประชาธิปไตยทางตรงมีเพียงการลงประชามติ การริเริ่มออกกฎหมายและการถอดถอนผู้ได้รับเลือกตั้ง<br><br>3. หลักการของระบอบประชาธิปไตยมีอะไรบ้าง<br>หลักการของระบอบประชาธิปไตยมี 5 ประการ<br>1.<strong>หลักความเสมอภาค</strong></div><ul><li><a href="http://youtu.be/QmiKTz7V7-c">ความเสมอภาคทางการเมือง</a>ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างเท่าเทียมกัน </li><li><a href="http://youtu.be/mQmwRrPABxE">ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ</a>ประชาชนทุกคนต้องไม่ถูกกีดกันในการประกอบอาชีพการประกอบการต้องเป็นไปอย่างเสรีเป็นธรรมไม่มีการผูกขาดทางการค้า</li><li><a href="http://youtu.be/LP-xAr2NzUg">ความเสมอภาคทางโอกาส</a> บุคคลสามารถจะได้รับการศึกษา การรักษาพยาบาลและการให้บริการจากรัฐอยางเท่าเทียมกัน</li></ul><div><br></div><div><strong>2. หลักสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่</strong></div><div><a href="http://youtu.be/ZustiBp3x0E">สิทธิ</a> คือ อำนาจอันชอบธรรม หรือประโยชน์ที่กฎหมายรับรองและคุ้มครอง</div><div><a href="http://youtu.be/SbdmwopisC4">เสรีภาพ</a> คือ การมีอิสระที่จะกระทำสิ่งใด ๆ โดยต้องไม่ละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น</div><div><a href="http://youtu.be/q1OfCE9Hl5M">หน้าที่</a> คือ สิ่งที่บุคคลต้องปฏิบัติหรืองดเว้นจากการปฏิบัติบุคคลย่อมมีสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ซึ่งการใช้สิทธิ เสรีภาพต้องไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น และต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนภายใต้กฎหมาย</div><div><br></div><div><strong>3. หลักนิติธรรม</strong></div><div>การใช้กฎหมายเป็นหลักในการบริหารประเทศ บุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องใช้กฏหมายต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ</div><div><br></div><div><strong>4. หลักการใช้เหตุผล</strong></div><div>คือ การใช้หลักเหตุผลมาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ และหากมีการตัดสินปัญหาด้วยการออกเสียงต้องยอมรับมติของเสียงข้างมาก แต่ต้องเคารพสิทธิของเสียงส่วนน้อย</div><div><br></div><div><strong>5. หลักการมีส่วนร่วมทางการเมือง</strong></div><div>การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง เช่น การออกเสียงประชามติ การเสนอถอดถอน ฯลฯ ทางอ้อม เช่น การเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศแทนตน</div><ul><li>ทางตรง คือการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เช่น การแสดงความคิดเห็น การออกเสียงประชามติ การขอรับรู้ข้อมูลข่าวสารราชการ การชุมนุม การร้องทุกข์ส่วนราชการ</li><li>ทางอ้อม คือ การเลือกตั้งตัวแทน เช่น ส.ส. , ส.ว. ไปทำหน้าที่ในการออกกฎหมายและบริหารประเทศ</li></ul><div><br>4.บอกความหมายของคำว่ากบฎ ปฏิวัติ และรัฐประหาร คืออะไร (อธิบายมาพอเข้าใจ)<br><strong>กบฏ, ขบถ</strong> หรือ <strong>กระบถ</strong> หมายถึง</div><ul><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F">การกบฏ</a> (rebellion) - การประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร, ทรยศ</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F&amp;action=edit&amp;redlink=1">ผู้เป็นกบฏ</a> (rebel) - ผู้ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F">ความผิดฐานเป็นกบฏ</a> (treason-felony) - ชื่อความผิดอาญาในระบบคอมมอนลอว์</li><li><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%8F%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99">การกบฏต่อแผ่นดิน</a> (high treason) - ความผิดอาญาฐานทรยศประเทศของตนเอง</li></ul><div><br></div><div><strong>ปฏิวัติ</strong> คือ การเปลี่ยนแปลงหลักมูลในโครงสร้างอำนาจหรือการจัดระเบียบซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลาค่อนข้างสั้น<br><br></div><div><strong>รัฐประหาร  </strong>เป็นการใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างฉับพลันและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปกติเกิดจากสถาบันของรัฐที่มีอยู่เดิมขนาดเล็กเพื่อโค่นรัฐบาลซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้วเปลี่ยนเป็นองค์การปกครองใหม่ ไม่ว่าเป็นพลเรือนหรือทหาร รัฐประหารพิจารณาว่าสำเร็จแล้วเมื่อผู้ยึดอำนาจสถาปนาภาวะครอบงำ รัฐประหารไม่จำเป็นต้องเกิดความรุนแรงหรือเสียเลือดเนื้อ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2">ศาลฎีกา</a>ตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:35:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873047</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10/10/2560</title>
         <author>mymelody_jkh</author>
         <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873098</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มที่ 1 เรื่อง ระบอบการปกครองกึ่งประชาธิปไตย (พ.ศ.2475-2500)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:35:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873098</guid>
      </item>
      <item>
         <title>24/10/2560</title>
         <author>mymelody_jkh</author>
         <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873541</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div><strong>กลุ่มที่ 1 เรื่อง ระบอบการปกครองกึ่งประชาธิปไตย (พ.ศ.2475-2500)</strong><br><strong>-สรุป</strong> ในสมัยราชการที่7มีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่มีคณะราชฎรได้เข้ามายึดอำนาจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนการปกครองแบบประชาธิปไตย<br><strong>กลุ่มที่ 2สมัยระบอบประชาธิปไตย(พ.ศ.2501-2516)<br> -สรุป </strong>ภายหลังการทำรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ วันที่ 16 กันยายน 2500 ได้มอบหมายให้<br>นายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2500 ขึ้นเป็นผลให้นาย<br>พนจน์ สารสินลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้จอมพลสฤษดิ์ ต้องหาบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรี คือ พลโท<br>ถนอม กิตติขจร รัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และได้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ก็<br>ไม่เป็นผลสำเร็จ ประกอบกับปัญหาข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหารระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ที่ผล<br>การตัดสินของศาลโลกให้เขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา ทำให้รัฐมนตรีหลายคนตัดสินใจลาออก</div><div><strong>วงจรอุบาทว์</strong></div><div> หมายถึง วงจร หรือ วัฏจักร ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ และหากไม่มีการแทรกแซงหรือแก้ไข วัฏจักรนี้ก็จะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด มักใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ มีความหมายตรงกันข้ามกับคำว่า Virtuous Cycle<br> <figure class="attachment attachment--preview"><img src="http://2.bp.blogspot.com/-XBsaZwS2Rn4/VqJwvliX_gI/AAAAAAAAKF4/QBHsj42yV6g/s640/2.jpg" width="541" height="520"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure><strong><em>เหตุการณ์อุบาทว์</em></strong><em><br>-</em><strong>เรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกร</strong> อันมีอยู่ทุกพื้นที่ ที่พบบ่อยคือราคาผลิตผลตกต่ำและเรื่องหนี้สิน วงจรปัญหาเกิดขึ้นดังนี้  เกษตรกรเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สิน----&gt;เรียร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ----&gt;ภาครัฐรับเรื่องและรับปากจะหาทางช่วยเหลือ----&gt;เกษตรกรนอนใจ----&gt;รัฐชักช้า----&gt;เกษตรกรเดือดร้อนมากเดินขบวนประท้วงจนถึงกระทรวงหรือทพเนียบ----&gt;รัฐบาลรับปากแน่นอนมั่นคงว่าแก้ปัญหาให้แน่ๆ----&gt;เกษตรกรกลับบ้านไปนอนกอดหนี้----&gt;เกิดความเดือดร้อนเพราะผลผลิตราคาตกและหนี้สินก็เรียกร้องใหม่...เป็นวงจรอันไม่สิ้นสุดของปัญหา รัฐบาลสิ้นสุดวาระลงก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร รอรัฐบาลชุดใหม่มาสานต่อ รอรับเรื่องจากเกษตรกรกลุมเดิมๆหน้าเดิมๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-24 07:38:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/199873541</guid>
      </item>
      <item>
         <title>31/10/256</title>
         <author>mymelody_jkh</author>
         <link>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/202020602</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่ม3 สมัยประชาธิปไตยแบ่งเป็นอำนาจ(พ.ศ.2516-2544)<br><strong>-สรุป </strong><br>การสลายลงของการผูกขาดอำนาจนับตั้งแต่ 14 ตุลาคม นำพาให้ระบอบประชาธิปไตยในไทยเดินทางไปสู่ยุคสมัยใหม่ ที่เปิดกว่างให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสภาพทางการเมืองหลังการสลายลงของการผูกขาดอำนาจเมื่ออำนาจว่างลงกลุ่มต่าง ๆ ทางการเมืองพยายามพยายามเข้ามามีอำนาจ รัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นรัฐบาลที่อิสระจากอิทธิพลจากกลุ่มข้าราชการ มีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้นเนื่องจากมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 กลุ่มนักธุรกิจเรื่องผันตัวเองเข้าสู่การเมืองผ่านพรรคการเมือง ส่วนกลุ่มนักศึกษาและกรรมกรมีบทบาทมากที่สุด สองกลุ่มนี้เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้รับอิทธิพลและถูกแทรกซึมจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอีกด้วยกลุ่มนักศึกษาได้รับการตอบสนองอย่างดีจากรัฐบาลนายสัญญา และมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ประชาธิปไตย ขณะเดียวกันกลุ่มข้าราชการและนักธุรกิจไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเท่าใดนัก แต่ดำรงอยู่เพียงระยะชั่วคราวเท่านั้นการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 ได้นำสมัชชาแห่งชาติ อันเนื่องเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเรียกว่า “ สภาสนามม้า” เนื่องจากจัดกาประชุมสมัชชาที่ราชตฤณมัยสมาคม <br><strong>สภาพการณ์ก่อนเหตุการณ์</strong><br>ใน พ.ศ. 2518 – 2519 เป็นช่วงเวลาที่มีความผันผวนในภูมิภาคอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาวและกัมพูชา สร้างความวิตกต่อภัย “คอมมิวนิสต์” และกลัวว่าไทยกำลังเป็นเป้าหมายต่อไปตามทฤษฎีโดมิโน พร้อมกับปัญหาทางการเมืองภายในที่มีความแตกแยกทางความคิดระหว่างแนวคิดอนุรักษ์นิยมและสังคมนิยม รวมทั้งความขัดแย้งในชนบทกลุ่มอนุรักษ์นิยมได้เตรียมปลูกฝังความคิดอุดมการณ์ให้กับมวลชนจัดตั้ง ได้แก่ ลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มกระทิงแดง กลุ่มนวพล ชมรมแม่บ้าน ให้มีความหวาดวิตกภัยคอมมิวนิสต์และพร้อมเผชิญหน้ากับแนวคิดสังคมนิยม ตลอดจนความขัดแย้งในกลุ่มชนชั้นนำทางอำนาจและกลุ่มทหารเองที่พยายามสร้างเงื่อนไขในการยึดอำนาจ เ<br><strong>ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ</strong><br>ภายหลังเหตุการณ์ การรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร เข้าบริหารประเทศไม่นาน ได้เกิดการรัฐประหารรัฐบาลธานินทร์ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 นำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งและช่วงชิงอำนาจกันในกลุ่มผู้นำทหารภายในคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ระหว่างพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ กับพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และกลุ่มทหารอื่น ๆ เช่น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นอกจากกลุ่มภายในคณะรัฐประหารแล้วยังมีกลุ่มนายทหารระดับนายพันที่กุมกำลังให้การสนับสนุน คือ “กลุ่มยังเติร์ก” หรือ จปร.7นำโดยพันเอกมนูญ รูปขจร พันเอกประจักษ์ สว่างจิตร และพันเอกจำลอง ศรีเมือง <br><strong>กบฏเมษาฮาวาย</strong><br>พ.ศ. 2523- 2531 เป็นช่วงสมัยพลเอกเปรม ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มยังเติร์กและถอนการสนับสนุนพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์โดยใน พ.ศ. 2523 ได้มีความพยายามในการต่ออายุราชการพลเอกเปรม เนื่องจากเหตุเกษียณอายุราชการ ให้สามารถดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้อีก 1 ปี แต่ถูกคัดค้านจากกลุ่มยังเติร์ก <br><strong>เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 2535</strong><br>หลังจากพลเอกเปรมยุติบทบาททางการเมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดมา ( 2531- 2534) การเมืองไทยไร้เสถียรภาพอีกครั้ง เมื่อเกิดรัฐประหาในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยกลุ่มผู้นำทางทหารที่เรียกตัวเองว่า “ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)” นำโดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลเอกอิสระพงษ์ หนุนภักดี พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล ฯลฯ ได้เข้าทำรัฐประหารรัฐบาลพลเอกชาติชาย โดยอ้างว่า รัฐบาลทุจริตแทรกแซงข้าราชการ เผด็จการรัฐสภา ทำลายสถาบันทหาร กับการลอบสังหารบุคคลสำคัญและคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัติรย์ แต่ปัญหาที่แท้จริง คือ การโยกย้ายตำแหน่งในกองทัพทำให้เกิดการแบ่งปันอำนาจที่ไม่มีความสมดุลในกลุ่มทหารระหว่างกลุ่ม จปร. 5 และ จปร. 7 และหลังจากการยึดอำนาจเสร็จแล้ว รสช. ได้สัญญาว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว ต่อมาเมื่อ รสช. ยึดอำนาจสำเร็จแล้วได้ประกาศใช้ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2534 แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้โปรดเกล้าให้นายอานันท์ ปันยารชุนเป็นนายกรัฐมนตรี ( 2534 - 2535) การบริหารประเทศและดำเนินการ่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2534 จนสามารถเลือกตั้งทั่วไปได้ ผลการเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคสามัคคีธรรมได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมิได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ดังนั้น พรรคสามัคคีธรรมได้เชิญพลเอกสุจินดา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่พรรคการเมืองฝ่ายค้านและประชาชนคัดค้าน <br><strong>การปฏิรูปการเมือง พ.ศ. 2540</strong><br>ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีความเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง จนนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 และการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 (รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน)ซึ่งมีสาระประกอบไปด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมนักการเมือง ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจขององค์กรการเมือง การจัดตั้งองค์กรอิสระ การทำให้องค์กรการเมืองมีประสิทธภาพ และการทำให้องค์กรของฝ่ายบริหารสามารถบริหารนโยบายได้โดยมีความเป็นผู้นำที่มีความเข้มแข็ง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2017-10-31 07:15:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mymelody_jkh/gpfzk8h8wjwh/wish/202020602</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
