<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สรุปเรื่อง การตั้งถิ่นฐานของเมืองโบราณในดินแดนประเทศไทย by ณัฐวดี พงษ์ชื่น</title>
      <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz</link>
      <description>Made with fortitude</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2016-08-24 04:41:01 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2021-09-01 04:07:38 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Removelove.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>อาณาจักรโบราณในภาคใต้ของไทย</title>
         <author>float7553</author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121138887</link>
         <description><![CDATA[<div>1)<strong>อาณาจักรตามพรลิงค์  (พุทธศตวรรษที่ 13-18)<br></strong><br>อาณาจักรตามพรลิงค์ อยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักรพัน - พัน มีเมืองศรีธรรมราชเป็นเมืองสำคัญ สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในระยะพุทธศตวรรษที่ 7 - 15 เคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน ต่อมาราว พ.ศ. 1318 เมืองศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับอาณาจักรศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13 อาณาจักรลังกาสุกะตอนเหนือประเทศมีอิสรภาพและใช้นามว่าอาณาจักรตามพรลิงค์ ใช้ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาราชการในราชสำนัก มีการติดต่อกับอาณาจักศรีวิชัยอย่างใกล้ชิด&nbsp;<br><br>พุทธศตวรรษที่ 14 - 15 ได้ขยายอาณาเขตอยู่ทางแถบบริเวณคอคอดกระของประเทศไทยปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 1568 กองพันพวกโจฬะรุกรานยึดได้ดินแดนแถบตะกั่วป่า และนครศรีธรรมราช อาณาจักรตามพรลิงค์มีกษัตริย์ปกครอง ดังเช่นในปี พ.ศ. 1773 มีกษัตริย์ปกครองทรงพระนามว่า พระเจ้าธรรมราชจันทภานะ ในสมัยนี้ได้มีการติดต่อกับลังกาทางการทูตอย่างใกล้ชิด ปี พ.ศ. 1813 ได้ทำสงครามกับลังกา แต่ต้องพ่ายแพ้&nbsp;</div><pre><figure class="attachment attachment-preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:200,&quot;url&quot;:&quot;http://www.photoontour.com/SpecialPhotos_HTML/data_king_family/pic/bigFile/photo_Lawoe_02.jpg&quot;,&quot;width&quot;:267}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.photoontour.com/SpecialPhotos_HTML/data_king_family/pic/bigFile/photo_Lawoe_02.jpg" width="267" height="200"><figcaption class="caption"></figcaption></figure></pre><div>2)<strong>อาณาจักรลังกาสุกะ (พุทธศตวรรษที่ 7-14)<br></strong><br>อาณาจักรลังกาสุกะ ชื่อที่ปรากฏในพงศาวดารเมืองไทรบุรีเขียนว่า “ลังกาซู” อยู่ทางทิศใต้ของอาณาจักรตามพรลิงค์ ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 สันนิษฐานว่าเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดในแหลมมลายู <br><br>ตามพงศาวดารจีนกล่าวถึงอาณาจักรนี้ว่า เริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อ พ.ศ.1052 อาณาจักรลังกาสุกะ มีตำนานการสร้างเมืองอยู่ 2 สำนวน ซึ่งต่างก็มีพื้นฐานมาจากพงศาวดารไทรบุรี “มะโรงมหาวงศ์” คือ สำนวนของพระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ) และสำนวนของนายปอล วิทลีย์ ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษจากวรรณคดีภาษามลายูชื่อ “ฮีกายัต มะโรงมหาวังศา”แต่ตำนานทั้งสองสำนวนต่างก็เล่าถึงกำเนิดของลังกาสุกะ เมืองเกดาห์(ไทรบุรี) และเมืองปัตตานีด้วยกัน แต่การดำเนินเรื่องต่างกันมากทำให้คิดว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลัทธิศาสนาที่นับถือ พงศาวดารก็มักจะถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เข้ารูปกับความเชื่อถือในลัทธิศาสนา ถ้าข้อความใดเป็นปฏิปักษ์ขัดกับทางลัทธิศาสนา ข้อความนั้นก็ต้องถูกตัดออก <br><br>ลักษณะเช่นนี้ปรากฏในพงศาวดารของประเทศต่างๆ แม้แต่ประเทศที่มีอารยธรรมสูงก็ไม่พ้นตัดเติมในทำนองนี้ เพราะชาวมลายูเดิมนับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนา เมื่อภายหลังมาเปลี่ยนแปลงเป็นนับถือศาสนาอิสลาม พงศาวดารมลายูอย่างเรื่องมะโรงมหาวงศ์นี้ จึงไม่นับที่จะเอาเรื่องของศาสนาอิสลามแทรกลงในเรื่องที่เกิดก่อนลัทธิอิสลาม เรื่องราวของลังกาสุกะนี้มีปัญหามากเริ่มตั้งแต่การตั้งอาณาจักร เช่น ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงอ้างว่าจดหมายเหตุจีนของราชวงศ์เหลียง (พ.ศ. 1045 - 1099) กล่าวว่าลังกาสุกะได้ตั้งมาก่อนหน้านั้นมาแล้วตั้ง 400 ปี ซึ่งหมายความว่าได้ตั้งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 7 ซึ่งตรงกับความเห็นของศาสตราจารย์ฮอลล์ <br><br>แต่ความเห็นของท่านทั้งสองนี้ศาสตราจารย์ปอล วีทลีย์ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องแหลมมลายูมีความเห็นแตกต่างออกไป และชื่อลังกาสุกะได้หายไปจากแผนที่แหลมมลายูตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 <br><br>ฉะนั้น จึงเป็นแต่เพียงสันนิษฐานกันว่าการจะอยู่ที่ใดคงมีนักประวัติศาสตร์ค้นหากันใหม่ โดยอาศัยตำนานมะโรงมหาวงค์ทั้งสองสำนวนผสมผสานกัน นับว่าอาณาจักรลังกาสุกะเป็นอาณาจักรโบราณทางภาคใต้ที่ท้าทายให้นักประวัติศาสตร์ได้ค้นคว้าอย่างมาก <br><br>3<strong>) อาณาจักรตามพรลิงค์</strong> (พุทธศตวรรษที่ 13-18) มีศูนย์กลางอยู่ที่นครศรีธรรมราช มีหลักฐานที่กล่าวถึงตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 8 โดยเอกสารอินเดียโบราณกล่าวถึงอาณาจักรตามพรลิงค์ในชื่อ “ตมลิง” “ตัมพลิงค์” เอกสารจีนสมัยราชวงศ์ถัง เรียกว่า “ถ่ามเหร่ง”สมัยราชวงศ์ซ่งเรียกว่า “ต่านหม่าลิ่ง” ต่อมาเรียกว่า “อาณาจักรนครศรีธรรมราช”<br>ด้านศาสนา พุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าจันทรภานุศรีธรรมาโศกราชทรงยกทัพไปโจมตีลังกา 2 ครั้ง เพื่อแย่งชิงพระทันตธาตุจากลังกา ทำให้อิทธิพลของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลัทธิลังวงศ์และศิลปะแบบลังกาเข้ามาเผยแผ่และฝังรากลึกอยู่ในอาณาจักรนครศรี ธรรมราช ศาสนวัตถุที่สำคัญ คือ พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราชพระพุทธรูปประทับยืนสำริดปางประธานธรรม ทำให้นครศรีธรรมราชกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดน ไทย ซึ่งพระสงฆ์จากนครศรีธรรมราชได้นำพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ไปเผยแผ่ยัง กรุงสุโขทัยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2016-09-01 16:19:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121138887</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาณาจักรโบราณในภาคกลางของไทย</title>
         <author>float7553</author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121141690</link>
         <description><![CDATA[<div>1<strong>) อาณาจักรละโว้</strong>(พุทธศตวรรษที่12-18) ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองละโว้หรือลพบุรีในปัจจุบัน ละโว้เป็นเมืองสำคัญหนึ่งในสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแม่น้ำสำคัญ 3 สายไหลผ่านคือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรีทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีเส้นทางติดต่อกับเมืองในลุ่มแม่น้ำป่าสัก ที่ราบสูงโคราช และเขตติดต่อกับทะเลสาบเขมร เป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างชุมชนโดยรอบ ส่งผลให้ละโว้กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีเศรษฐกิจดี เมื่อพวกขอมหรือเขมรขยายอิทธิพลเข้ามาในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ละโว้ได้กลายเป็นเมืองประเทศราชของขอมและได้รับอารยธรรมของขอมด้วย<br>ด้านเศรษฐกิจ อาชีพสำคัญของชาวละโว้คือการเกษตร เพรามีพื้นที่อุดมสมบูรณ์และมีการติดต่อค้าขายกับชุมชนต่างถิ่น เช่น จีน อินเดีย หลักฐานที่แสดงถึงการติดต่อค้าขาย เช่น เครื่องถ้วยจีน และละโว้ยังได้ส่งทูตไปยังเมืองจีน โดยจดหมายเหตุจีนในพุทธศตวรรษที่17-19 เรียกละโว้ว่า “เมืองหลอหู”<br>ละว้าภายใต้อิทธิพลขอม พระพุทธศาสนานิกายมหายานและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้เข้ามามีบทบาทในละโว้แทนพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1861) มีการสร้างสถาปัตยกรรม และประติมากรรมตามความเชื่อในศาสนาเหล่านี้ เช่น พระปรางค์สามยอด ปรางค์แขก เทวรูปพระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวร<figure class="attachment attachment-preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:465,&quot;url&quot;:&quot;http://www.tiewplearn.com/wp-content/uploads/2015/02/%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B9%892.png&quot;,&quot;width&quot;:620}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.tiewplearn.com/wp-content/uploads/2015/02/%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B9%892.png" width="620" height="465"><figcaption class="caption"></figcaption></figure>2) <strong>อาณาจักรทวารวดี </strong>(พุทธศตวรรษที่ 11-16) เป็นอาณาจักรสมัยประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานแน่นนอนแห่งแรกบนผืนแผ่นดินไทย เรื่องราวของทวารวดีปรากฏอยู่ในบันทึกการเดินทางของหลวงจีนอี้จิง ที่เรียกชื่อในบันทึกว่า “โถ-โล-โป-ตี้” ตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและอาจมีศูนย์กลางอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เพราะพบเหรียญที่นครปฐมมีจารึกภาษาสันสกฤตว่า “ศรีทวารวตีศวรปุณย” แปลว่า “การบุญของผู้ใหญ่ศรีทวารวดี” ในการขุดค้นทางโบราญคดีที่เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) ได้พบหลักฐานสมัยทวารวดีจำนวนมาก เช่น ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปศิลาขนาดใหญ่ประทับนั่งห้อยพระบาทปางแสดงธรรมรวมถึงโบราญสถานขนาดใหญ่<br>&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการค้นพบจารึกโบราณที่เขียนด้วยภาษามอญได้รับอิทธิพลพระพุทธ ศาสนานิกายเถรวาท ศิลปวัฒนธรรมตลอดจนแบบแผนในการปกครองจากอินเดีย เกิดการผสมผสานจนเป็นอารยธรรมทวารวดีที่แพร่หลายไปยังภูมิภาคต่างๆของไทย ทางด้านศาสนาได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาโดยเฉพาะนิกายเถรวาทจนทำให้ทวารวดี กลายเป็นอาณาจักรของชาวพุทธให้ความสำคัญต่อการทำบุญ ทั้งสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญในสมัยทวารวดีและยังปรากฏให้เห็นจน ปัจจุบัน คือ พระปฐมเจดีย์(องค์เก่า) ที่จังหวัดนครปฐม</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2016-09-01 16:26:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121141690</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาณาจักรโบราณในภาคเหนือของไทย</title>
         <author>float7553</author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121144551</link>
         <description><![CDATA[<div>1. อาณาจักรโยนก&nbsp; &nbsp;<strong>(พุทธศตวรรษที่ 12-19) <br><br></strong>เป็นอาณาจักรที่เกิดก่อนอาณาจักรล้านนาอาณาจักรโยนก สถาปนาขึ้นโดย<br>&nbsp;พระเจ้า สิงหนวัติ มีศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองเชียงแสน(ปัจจุบันเป็นอำเภอ อยู่ริมฝั่งโขงในเขต<br>&nbsp;จังหวัดเชียงราย) อาณาจักรโยนกรุ่งเรืองมีกษัตริย์สืบต่อมาหลายพระองค์ จนถึงกษัตริย์พระองค์<br>&nbsp;หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพังคราช เสียเอกราชให้แก่ขอมขอมยึดเมืองเชียงแสนแล้วเนรเทศ<br>&nbsp;พระเจ้าพังคราชออกไปอยู่เวียงศร๊ทวงปัจจุบันคือบ้านเวียงแก้ว ในเขตอำเภอแม่สายต่อมาโอรส<br>&nbsp;ของพระเจ้าพังคราชทรงพระนามว่าพระเจ้าพรหมเป็นมหาราชองค์แรกของไทยทรงกอบกู้เอกราช<br>&nbsp;คืนมาได้จากขอมและได้ทรงสร้างเมืองไชยปราการตรงใกล้แม่นํ้าฝาง และแม่นํ้ากก บรรจบกัน<br>&nbsp;ได้ประทับอยู่ที่นั่นตลอดจนพระชนม์ชีพของพระองค์เมื่อพระเจ้าพรหมสวรรคตอาณาจักรโยนก<br>&nbsp;ก็เสื่อมและสิ้นสุดลงลในพุทธศตวรรษที่ 17<br><br>&nbsp; &nbsp;2.อาณาจักรล้านนา หรือ ลานนา <strong>(พุทธศตวรรษที่ 19-25)<br><br></strong>ผู้สถาปนาอาณาจักรนี้คือ พ่อขุนเม็งรายเป็นโอรสของพระเจ้า<br>&nbsp;ลาวเม็ง กษัตริย์หิรัญนครเงินยาง พ่อขุนเม็งรายประสูติ พ.ศ.1782 ทิวงคต&nbsp; เมื่อพ.ศ.1860&nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นครั้งแรก&nbsp; เมื่อ&nbsp; พ.ศ.1805&nbsp; ทรงรวบรวมอาราจักรล้านนาให้เป็นปึกแผ่น<br>&nbsp;เมื่อทรงครองราช&nbsp; ต่อจากพระราชบิดาในปี&nbsp; พ.ศ.1802 ทรงยกกองทัพไปปราบหัวเมืองน้อยใหญ่<br>่ ในภาคเหนือย่านใกล้เคียง &nbsp; ไว้ในอำนาจได้หมด ยกเว้นเมืองพะเยา ซึ่งพญางำเมืองครองอยู่ทรง<br>&nbsp;เป็นไมตรีด้วยกันและยังเป็นไมตรีกับพ่อขุนรามคำแหงมหาราชอีกด้วยโดยกษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์ &nbsp;<br>&nbsp;ได้ทรงกระทำสัตย์ปฎิญาณ ดื่มน้ำสัตยา&nbsp; ณ ฝั่งแม่น้ำอิง ว่าจะเป็นมิตรสนิทแนบแน่นไม่เป็นศัตรู<br>&nbsp;ต่อกันภายหน้าทรงตีเมืองต่างๆไปเรื่อยๆ แล้วทรงสร้างเมืองใหม่ไปเรื่อยเช่นกันเริ่มจากเมืองเชียงราย<br>&nbsp;ที่ทรงสร้างเป็นเมืองแรก หลังจากนั้น&nbsp; 3-4 ปี&nbsp; ก็ไปสร้างเมืองฝางจากนั้นก็วางแผนยึดครองแคว้น<br>&nbsp;หริภุญชัย โดยใช้อ้ายฟ้าหรือหมื่นฟ้า&nbsp; หนีจากไปขอพึ่งพญายี่บา&nbsp; เจ้าเมืองหริภญชัย&nbsp; หมื่นฟ้าได้ทำอุบาย<br>&nbsp;ยุแหย่จนประชาชนหมดความศรัทธาในพญายี่บา พญาเม็งรายก็เข้ายึดเมืองไว้ได้ พญายี่บาจึงหนีไปอยู่<br>&nbsp;กับโอรสที่ครองเมืองลำปาง&nbsp; หลายปีต่อมาโอรสของพญายี่บาได้กลับมาตีเมืองคืนให้กับบิดา แต่พ่ายแพ้<br>&nbsp;กลับไปและถูกจับตัวได้ที่ดอยขุนตาลจึงถูกปลงพระชนม์ที่นั่น พญาเม็งรายจึงยึดเมืองลำปางได้อีก เมื่อยึด<br>&nbsp;เมืองหริภุญชัยได้แล้วแต่ไม่ได้ครองที่นั่น &nbsp; แต่ไปสร้างเมืองอีกเมืองหนึ่งชื่อ เวียงกุมกาม<br>&nbsp;( อยู่ในเขตอำเภอสารภี &nbsp; ห่างจากเชียงใหม่ไม่มากนัก )</div><pre><figure class="attachment attachment-preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:484,&quot;url&quot;:&quot;http://www.oocities.org/sukdee2006/images/n21.jpg&quot;,&quot;width&quot;:200}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.oocities.org/sukdee2006/images/n21.jpg" width="200" height="484"><figcaption class="caption"></figcaption></figure></pre><div>&nbsp; &nbsp;3. &nbsp; แคว้นหริภุญชัย หรือ ลำพูน&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>(พุทธศตวรรษที่ 13-19)<br></strong>&nbsp;<br>&nbsp;เป็นเมืองที่เกิดขึ้น เนื่องจากการขยายอิทธิพลของอาณาจักรทราวดี<br>&nbsp;ประวัติมีว่าฤษีชื่อวาสุเทพเป็นผู้สร้าง&nbsp; เมืองหริภุญชัยขึ้น &nbsp; แล้วส่งทูตไปอัญเชิญพระนางจามเทวี&nbsp; &nbsp; <br>&nbsp;ราชธิดากษัตริย์ละโว้มาครองเมือง&nbsp; พระนางจามเทวีนั้นมีพระสวามีเป็นเจ้าเมืองราม และมีเชื้อสายมอญ&nbsp; <br>&nbsp;เมื่อได้รับการเห็นชอบแล้วพระนางจามเทวีจึงเสด็จตามแม่น้ำเจ้าพระยา &nbsp; เช้าแม่น้ำปิงไปยังหริภุญชัย<br>&nbsp;ขณะที่เสด็จไปนั้นพระนางทรงครรภ์ได้ 3 เดือนในการเสด็จไปได้นำพระมหาเถระพราหมณ์ บัณฑิต โหร<br>&nbsp;แพทย์และคฤหบดีที่มีทรัพย์สิน&nbsp; ติดตามขึ้นไปด้วย เมื่อชึ้นไปเมืองหริภุญชัยแล้ว พระนางก็ประสูติโอรส<br>&nbsp;ฝาแฝด 2&nbsp; พระองค์&nbsp; องค์พี่มีนามว่า &nbsp; มหันตยศ &nbsp; องค์น้องมีนามว่า&nbsp; อนันตยศ &nbsp; เมื่อโอรสเจริญวัย&nbsp; &nbsp;<br>&nbsp;พระนางก็ยกราชสมบัติให้เจ้ามหันตยศครองเมืองหริภุญชัย&nbsp; และพระนางเสด็จไปสร้างเมืองใหม่ลำปาง&nbsp; <br>&nbsp;หรือเขลางค์&nbsp; ให้เจ้าอนันตยศครอง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<figure class="attachment attachment-preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:387,&quot;url&quot;:&quot;http://www.oocities.org/sukdee2006/images/b13.jpg&quot;,&quot;width&quot;:200}" data-trix-content-type="image"><img src="http://www.oocities.org/sukdee2006/images/b13.jpg" width="200" height="387"><figcaption class="caption"></figcaption></figure></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2016-09-01 16:33:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121144551</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาณาจักรโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</title>
         <author>float7553</author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121145580</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1) อาณาจักรโคตรบูรณ์</strong>(พุทธศตวรรษที่ 12-16) มีศูนย์กลางอยู่ที่นครพนมมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวะนออกเฉียงเหนือ ตลอดจนดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง<br>เรื่องราวของอาณาจักรโคตรบูรณ์ปรากฏอยู่ใน “ตำนานอุรังคธาตุ”ที่กล่าวถึงความเป็นมาของชุมชนในอาณาจักร และประวัติการสร้างพระธาตุพนม อาณาจักรโคตลบูรณ์ได้รับอิทธิพลจากอินเดียมีการปกครองโดยกษัตริย์นับถือพระ พุทธศาสนานิกายเถรวาทตามแบบทวารวดีและมีความเชื่อพื้นเมืองเรื่องการนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และการบูชาพญานาคศาสนสถานที่สำคัญของอาณาจักร คือ พระธาตุพนม<br><strong>&nbsp;2) อาณาจักรอิศานปุระ</strong>(พุทธศตวรรษที่ 12-18) หรืออาณาจักรขอมรุ่งเรืองขึ้นในสมัยพระเจ้าอิศานวรมัน เรื่องราวของอาณาจักรอิศานปุระหรือเจนละ ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุจีนราชวงศ์ต่างๆและในยันทึกของราชทูตจีน ชื่อ โจว ต้ากวน เขียนบันทึกเรื่องราวของอาณาจักรเจนละไว้ในชื่อ “บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ” สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นยุคที่อาณาจักรขอมเป็นปึกแผ่นและเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะวิทยาการสูง สุด มีการสร้าง ศาสนสถานเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ขึ้นหลายแห่ง เช่น ปราสาทนครธม ปราสาทตาพรหม ปราสาทหินพิมายจังหวัดนครราชสีมา ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี ปราสาทเมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น อาณาขอมได้เผยแพร่อารยธรรมไปยังรัฐที่อยู่ใกล้เคียงหลายด้าน ทั้งด้านการปกครอง ได้แก่ การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ความเป็นสมมติเทพของกษัตริย์ ระบบขุนนางการปกครองแบบจตุสดมภ์ และกฎหมายพระธรรมศาสตร์<br>ด้านศาสนาและความเชื่อได้แก่ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระพุทธศาสนานิกายอาจริยวาทหรือมหายาน ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและโบราณวัตถุ เช่น ปราสาทหิน เทวรูปพระโพธิ์สัตว์ ศิวลึงค์ พระพุทธรูปปางนาคปรก ความเชื่อเรื่องพญานาค เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2016-09-01 16:36:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/121145580</guid>
      </item>
      <item>
         <title>AJ.Choochai...ตรวจแล้วครับ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/122013659</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2016-09-07 06:49:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/122013659</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/287429293</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="http://www.oocities.org/sukdee2006/images/n21.jpg" />
         <pubDate>2018-10-01 03:51:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/287429293</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/417565025</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet.com/?ref=logo" />
         <pubDate>2019-11-28 18:31:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/417565025</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/423369261</link>
         <description><![CDATA[น้อยกว่าหนึ่งนาที
]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-12 16:33:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/float7553/ga5vtn0ud8uz/wish/423369261</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
