<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>อนัญญ 27 by อนัญญา หนูคง</title>
      <link>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-05-29 06:58:01 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-05-29 07:14:02 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ขาย อาหาร/ยา อ้างสรรพคุณเกินจริง เสี่ยงคุก</title>
         <author>19470_31</author>
         <link>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279117</link>
         <description><![CDATA[<p>สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ <strong>สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการโพสต์ขายสินค้าประเภท อาหารเสริม หรือ ยา โดยอ้างสรรพคุณเกินจริง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่ามีโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อไวรัส</strong><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://www.thairath.co.th/event_corona"><strong>โควิด-19</strong></a> ซึ่งแพร่เชื้อได้ง่ายและรวดเร็วมาก ทำให้มีผู้ที่ติดเชื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 2,000,000 คน ประชาชนในประเทศไทยต่างตื่นตัวแสวงหาอาหาร หรือยา หรือแม้แต่สิ่งของยึดเหนี่ยวทางใจ เพื่อป้องกันหรือรักษาอาการจากการติดเชื้อไวรัสตัวนี้</p><p><strong>เมื่อมีวิกฤติเกิดขึ้น ย่อมทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทั้งประเทศ เศรษฐกิจเสียหาย แต่ยังมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ฉวยโอกาสจากวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น</strong> โดยไม่สนใจความทุกข์ยากลำบากของคนอื่น สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นด้วยการจำหน่ายอาหารเสริม หรือยา โดยแอบอ้างสรรพคุณเกินจริงว่า สามารถป้องกันหรือรักษาอาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน บางรายอ้างว่ามีผลการวิจัยรับรอง แต่กลับไม่มีข้อมูลทางวิชาการของสถาบันที่ได้มาตรฐานอ้างอิงอย่างชัดเจน ซึ่งการโฆษณาจำหน่าย อาหาร อาหารเสริม หรือยา โดยใช้คำบรรยายที่เกินจริงนั้น มีความผิดตามกฎหมาย</p><p>การใช้ข้อความหรือถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือเกินจริง มี<strong>ความผิดทางอาญาตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม</strong> ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ ข้อความดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม</p><p>...</p><p>(1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง<br>(2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม<br>(3) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ<br>(4) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน<br>(5) ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)</p><p><strong>มาตรา 47</strong> ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>นอกจากนี้ การนำข้อความอันเป็นเท็จโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 14 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา</p><p>สุดท้ายนี้ ในขณะที่ประชาชนทุกคนกำลังร่วมแรงร่วมใจกัน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และทีมอาสากู้ภัย กำลังเสียสละแรงกาย แรงใจ เวลาส่วนตัว เพื่อให้ชาติพ้นวิกฤติโดยเร็วที่สุด ดังนั้น ไม่ควรแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองในยามที่ชาติบ้านเมืองกำลังวิกฤติ และต้องการความสมัครสมานสามัคคี รวมถึงความร่วมมือจากประชาชนทุกคนครับ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3910944000/438555f2d09c51edc13bd9992c09af38/dFQROr7oWzulq5FZUEw0lJPAKf2SGEz4KiXHLm8vLCg6fQTYlFsnb5ltN1CG2T49FmU.webp" />
         <pubDate>2025-05-29 07:14:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279117</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออเจ้า&#39;เบลล่า-มะปราง&#39;ส่อรอด หลังนำหลักฐาน ตัวแทนโฆษณาเกินจริง มอบ ปคบ.</title>
         <author>19470_31</author>
         <link>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279237</link>
         <description><![CDATA[<p>ออเจ้า เบลล่า-มะปราง รอด หลังนำหลักฐาน ตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่ง เอารูปแม่นาย และคำโฆษณาเกินจริงมามอบให้ ปคบ. จ่อออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินคดี หลังจากนี้ เบลล่า-มะปรางก็ไม่ต้องมาสอบปากคำอีก&nbsp;</p><p>จากกรณีที่ มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล นักแสดงช่อง 3 ในฐานะเจ้าของ บริษัท 99 นิว วัน จำกัด และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Be Curve (บีเคิร์ฟว) เข้าพบตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมชี้แจงว่ามีหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายนำภาพ เบลล่า-ราณี แคมเปน นางเอกสาวละครดัง บุพเพสันนิวาส พร้อมข้อความ "ชงผอม" "ฉีกชงผอม" "จองสิทธิ์รวย" มาใช้โฆษณาเอง ก่อน เบลล่า-ราณี มาเจ้าหน้าที่พร้อมชี้แจง ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน&nbsp;Be Curve (บีเคิร์ฟว) แต่มีการจ้างเรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์เท่านั้นตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้</p><p>ล่าสุด เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 23 พ.ค. พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ. เผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ค.นี้ มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล ได้นำหลักฐานตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งที่นำรูปเบลล่า-ราณี และคำโฆษณาเกินจริงมามอบให้พนักงานสอบสวน หลังจากนี้จะออกหมายเรียกบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาโฆษณาเกินจริงตาม พ.ร.บ.อย. ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งหลังจากดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเรียก เบลล่า-ราณี และ มะปราง-วิรากานต์ มาสอบปากคำอีก.</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3910944000/eb322ac73fbd17580cf814d980ee5278/dFQROr7oWzulq5FZXBuoYecJ7xlNwHAZIN66yzy8Fljl1LyvZ687VXkWxK6i2est8zT.webp" />
         <pubDate>2025-05-29 07:14:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279237</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ครีมช่วยให้ “จมูกโด่ง” ไม่มีอยู่จริง ชี้ ผู้ผลิตโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง</title>
         <author>19470_31</author>
         <link>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279295</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>อย. ชี้แจง ไม่มีครีมหรือเซรั่มใดที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกโด่ง ภายใน 7 วัน ได้จริง เป็นเพียงการอ้างสรรพคุณเกินจริง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างใด ๆ ของร่างกายได้</strong></p><p><strong>เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา</strong> เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้แชร์ข้อมูลบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมหรือเซรั่มที่ทาแล้วจะช่วยทำให้จมูกดั้งโด่งขึ้น ภายใน 7 วัน นั้น&nbsp;</p><p>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า โครงสร้างของจมูกประกอบด้วย 2 ส่วน คือ โครงสร้างส่วนด้านบนเป็นกระดูกแข็ง ด้านล่างเป็นกระดูกอ่อน โดยห่อหุ้มด้วยผิวหนังและไขมัน ดังนั้น <strong>ครีมที่ทำให้ดั้งโด่งจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก ส่งผลให้จมูกโด่งอย่างแน่นอน&nbsp;</strong></p><p>ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับภายนอกร่างกายของมนุษย์ รวมถึงฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด ความสวยงาม แต่งกลิ่นหอมเท่านั้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายได้<br>การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ทำให้ดั้งโด่งได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการกล่าวอ้างสรรพคุณที่โกหกทั้งเพ เพราะครีมหรือเซรั่มเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใช้ภายนอกเท่านั้น</p><p>ทั้งนี้ ผู้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ที่หลอกลวงสรรพคุณให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ถือเป็นการโฆษณาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p>รองเลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. เคยออกข่าวเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้เมื่อปี 2561 และกลับมาวนซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ขอให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ ว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงขอให้แจ้งร้องเรียนมาที่สายด่วน อย. 1556</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3910944000/0d946fc1127f37bc2bc91299d9500cb0/2021121801hfocus.jpg" />
         <pubDate>2025-05-29 07:14:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/19470_31/g6fjlnbzf4zc2gie/wish/3472279295</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
