<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ยุคดนตรีของไทย by 36 สราวลี แก้วประเสริฐ</title>
      <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax</link>
      <description>น.ส.สราวลี  แก้วประเสริฐ ชั้น ม.5/4 เลขที่ 36</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-12-18 06:44:38 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-10-03 08:45:26 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f3a4.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>• เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของวงดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423954760</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยสุโขทัยนับเป็นสมัยเริ่มต้นที่คนไทยรวตัวกันเป็นชาติอย่างสมบูรณ์&nbsp; แทนที่จะเป็นเพียงอาณาจักรที่มีเขตอิทธิพลอย่างจำกัดดังแต่กอ่น เรื่องราวของสุโขทัยมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อพ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยและจารึกเรื่องราวต่างๆ ลงในหลักศิลาจารึก&nbsp; และจากศิลาจารึกนี้เองทำให้คนรุ่นหลังทราบว่าสมัยสุโขทัยเป็นยุคสมัยหนึ่งที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านสังคม เศรษฐกิจ&nbsp; การเมือง&nbsp; การทหาร&nbsp; ภาษา&nbsp; และศิลปวัฒนธรรม&nbsp; ชาวเมืองมีเครื่องเล่นสร้างควงามรื่นเริงบันเทิงใจ&nbsp; และมีอิสระเสรีที่จะแสดงออกในเรื่องราวของบทเพลงและดนตรี&nbsp; เพลงและเรื่องราวของดนตรีบางส่วนจึงปรากฏอยู่บนหลักศิลาจารึก&nbsp; เช่น ข้อความที่ว่า "เสียงพาทย์ เสียงพิณ&nbsp; เสียงเลื่อน&nbsp; เสียงขับ" แสดงให้เห็นว่า ในสมัยสุโขทัยมีการนำดนตรีมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทั้งในราชสำนักและประเพณีของราษฎร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เครื่องดนตรีที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการใช้กันในสมัยสุโขทัย เช่น บัณเฑาะห์&nbsp; สังข์&nbsp; แตรงอน (กาหล)&nbsp; แตรเขาควาย (พิสเนญชัย) พิณเพียะ หรือเบี๊ยะะพวง&nbsp; กรับคู่&nbsp; มโหระทึก ฆ้อง&nbsp; กลอง&nbsp; กังสดาล ฉิ่ง ฉาบ เป็นต้น&nbsp; เพลงไทยที่ปรากฏขึ้นในสมัยนี้ได้แก่&nbsp; เพลงเทพทอง หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เพลงสุโขทัย"<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/5cc5adcf60259d0337522a631f5e5844/60780884_16F6_4DCE_A8B8_CDDE14996F78.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-18 10:44:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423954760</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423956371</link>
         <description><![CDATA[<div>ไม่ปรากฏข้อมูลคีตกวีที่สำคัญในยุคสมัยนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-18 10:49:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423956371</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423957523</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; ในสมัยสุโขทัยยังไม่มีการบันทึกโน้ตไว้เป็นหลักฐาน จึงไม่มีใครทราบแน่นอนว่าบทเพลงสมัยกรุงสุโขทัยเป็นอย่างไร แต่มีหลายเพลงที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย เช่น เพลงเทพทอง(เพลงสุโขทัย) เพลงนางนาคและเพลงขับไม้บัณเฑาะว์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/yXqiP7dQT9g" />
         <pubDate>2022-12-18 10:52:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423957523</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423980701</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยอยุธยาดนตรีมีการพัฒนาในหลายๆด้าน ทั้งนี้ เพราะอยุธยาเป็นราชธานียาวนนานถึง 417 ปีจึงมีการติดต่อสัมพันธ์กับชาติต่างๆ หลายชาติ ดดยผ่านทางการเมือง&nbsp; การค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม&nbsp; เชื่อกันว่าในสมัยอยุธยาดนตรีไทยน่าจะมีความเจริญมาก&nbsp; ทำให้ประชาชนนิยมเล่นดนตรีกันมากมาย&nbsp; แม้แต่ในเขตพระราชฐาน&nbsp; จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนถ (พ.ศ.1991-2031) ต้องมีกฏมณเฑียรบาลกำหนดว่า "ห้ามร้องเพลงเรือ&nbsp; เป่าขลุ่ย เป่าปี่&nbsp; สีซอ ดีดกระจับปี่&nbsp; ดีดจะเข้&nbsp; ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน"<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เครื่องดนตรีในสมัยอยุธยาบางชนิดรับช่วงมาจากสมัยสุโขทัย&nbsp; แต่ได้มีการพัฒนาในการคิดสร้างเครื่องดนตรีขึ้นมาอีกหลายชิ้นจำทำให้ดครื่องดนตรีในสมัยนี้มีครบเกือบทุกประเภท&nbsp; เช่น กระจับปี่&nbsp; จะเข้ (พัฒนามาจากเครื่องดนตรีของมอญ) พิณน้ำเต้า&nbsp; ซอสามสาย ซออู้&nbsp; ซอด้วง ขลุย กรับคู่&nbsp; กรับเสภา&nbsp; ระนาดเอก&nbsp; ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องชัย&nbsp; ฆ้องโหม่ง ฉิง&nbsp; ฉาบ ตะโพน&nbsp; โทน&nbsp; รำมะนา&nbsp; กลองทัด กลองตุ๊ก ปี่ใน ปี่กลาง แตรงอน&nbsp; แตรสังข์&nbsp; เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/ef7e9a7f953c5127044efdc480f303f1/8DC43C0F_DC95_4B2E_983B_67A3F0336BF9.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-18 11:59:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423980701</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423981777</link>
         <description><![CDATA[<div>ไม่ปรากฏข้อมูลคีตกวีที่สำคัญในยุคสมัยนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-18 12:01:56 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423981777</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ </title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423982210</link>
         <description><![CDATA[<div>เพลงที่ปรากฏในสมัยนี้ สามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภท คือ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. เพลงมโหรี ใช้วงมโหรีบรรเลง มีไว้สำหรับบรรเลงขับกล่อม&nbsp; เพลงที่บรรเลงมี 2 ชนิด คือ เพลงตับและเพลงเกร็ด ซึ่งมีตำราเพลงมโหรีปราฏกรายชื่อตกทอดมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ถึงจำนวน 197 เพลง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2. เพลงปี่พาทย์&nbsp; ใช้วงปี่พาทย์ มีไว้สำหรับบรรเลงประกอบการแสดงโขน&nbsp; ละคร และใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพลงที่บรรเลง เช่น เพลงหน้าพาทย์ เพลงประกอบละคร เพลงเรื่อง เป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3. เพลงภาษา เป็นเพลงไทยที่มีสำเนียงของชาติต่างๆ มักใช้เพลงประกอบตัวละครตามเชื้อชาติ นั้นๆ เช่น เพลงสำเนียงภาษาจีน เพลงาสำเนียงมอญ&nbsp; เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/NAxtYvaOFZo" />
         <pubDate>2022-12-18 12:02:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423982210</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423983646</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีวงดนตรี 3 ประเภท เช่นเดียวกับสมัยอยุธยา คือ วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย แต่มีเครื่องดนตรีของชาติต่างๆ เข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด ดังปรากฏในหมายกำหนดการของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิณพาทย์ไทย พิณพาทย์รามัญ มโหรีไทย ฝรั่ง มโหรีญวน เขมร ผลัดเปลี่ยนกันสมโภช 2 เดือนกับ 12 วัน” ในงานสมโภชพระแก้วมรกตเป็นต้น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;   &nbsp; เนื่องจากในสมัยนี้เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ 15 ปี และประกอบกับเป็นสมัยแห่งการก่อร่างสร้างเมือง และการป้องกันประเทศเสียโดยมาก วงดนตรีไทยในสมัยนี้จึงไม่ปรากฏหลักฐานไว้ว่า ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงขึ้น สันนิษฐานว่า ยังคงเป็นลักษณะและรูปแบบของ ดนตรีไทย ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเอง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/63df9e71e54335a0c8bffb99c94c6b69/6B0C2C79_2F45_43F1_A772_66BC1F37C934.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-18 12:06:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423983646</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423985531</link>
         <description><![CDATA[<div>ไม่ปรากฏข้อมูลคีตกวีที่สำคัญในยุคสมัยนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-18 12:12:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423985531</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423986035</link>
         <description><![CDATA[<div>ไม่ปรากฏข้อมูลบทเพลงที่สำคัญในยุคสมัยนี้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2022-12-18 12:13:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423986035</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดนตรี</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423988361</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>• รัชกาลที่ 1 </strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระองค์ได้ทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมขึ้น&nbsp; โดยทรงพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์และเรื่องดาหลังให้สมบูรณ์&nbsp; ซึ่งเป็นวรรณคดีที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา&nbsp; โดยวรรณคดีทั้ง 2 เรื่อง ใช้ในการแสดงโขนและการแสดงละคร จึงนับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้บทเพลงต่างๆ ในอดีตถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง&nbsp; เพราะละครไทยต้องอาศัยเพลงบรรเลงประกอบ</div><div>&nbsp; &nbsp; นอกจากนี้&nbsp; ครูดนตรีได้เพิ่มกลองทัดขึ้นในวงปี่พาทย์อีกลูกหนึ่ง&nbsp; ซึ่งแต่เดิมวงปี่พาทย์จะมีกลองทัดเพียงลูกเดียว ลูกที่เพิ่มขึ้นเสียงต่างออกไป &nbsp; ทำให้เกิดเสียง 2 เสียงขึ้น&nbsp; คือ เสียงสูงตีดัง&nbsp; ต้อม&nbsp; ดดยจะเรียกลูกที่มีเสียงสูงว่า&nbsp; ตัวผู้&nbsp; และลูกเสียงที่มีเสียงต่ำจะเรียกว่า&nbsp; ตัวเมีย</div><div><br><strong>• รัชกาลที่ 2</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในสมัยนี้ดนตรีไทยได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น&nbsp; โยยพระองค์ทรงส่งเสริมด้านวรรณคดีและการละคร&nbsp; ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนาและเรื่องรามเกียรติ์ขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง&nbsp; เพื่อให้เหมาะแก่การแสดงละครในมากยิ่งขึ้นจนวรรณคดีเรื่องอิเหนาได้รับการยกย่องว่าเป็นกลอนบทละครที่ดีที่สุด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนด้านดนตรีก็เฟื่องฟูขึ้นเช่นเดียวกัน&nbsp; ดังปรากฏในพระราชประวัติของพระองค์ว่าทรงสีซอสามสายได้เป็นเลิศ ทรงมีซอคู่พระหัตถ์&nbsp; เรียกว่า &nbsp; ซอสายฟ้าฟาด&nbsp; และมีเพลงพระราชนิพนธ์ใหม่เกิดขึ้น คือ เพลงบุหลันลอยเลื่อน ในสมัยนี้เกิดวงปี่พาทย์เสภา และได้มีการนำกลองสองหน้ามาใช้ตีกำกับจังหวะหน้าทับในวงปี่พาทย์เสภาอีกด้วย<br><br><strong>• รัชกาลที่ 3</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในสัมยนี้วงดนตรีได้มีการประดิษฐ์ระนาดทุ้มขึ้น เพื่อให้เป็นคู่กับระนาดเอก&nbsp; โดยทำตามแบบระนาดเอกของเดิม คือ ให้มีลูกระนาดขนาดใหญ่กว่าเพื่อให้เกิดเสียงทุ้มต่ำ แล้วบรรเลงระนาดทุ้มให้มีเสียงผิดแปลกไปจากระนาดเอก ส่วนลีลาการบรรเลงระนาดทุ้มนั้นก็ให้มีลีลาที่หยอกล้อไปกับระนาดเอก&nbsp; บางครั้งอาจตีล้ำหน้า&nbsp; บางครั้งตีเยื้องแนวลีลาไปข้างหลัง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากระนาดทุ้มเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp; ในด้านการบรรเลงบทเพลงก็ได้มีการนำเพลงอัตราจังหวะสองชั้นมาแต่งขยายเป็นอัตราจังหวะสามชั้นและแต่งตัดเป็นอัตราจังหวะชั้นเดียว&nbsp; พร้อมทั้งวงนำเพลงทั้งสามอัตราจังหวะมาเรียบเรียงเป็นเพลงเถา&nbsp; เครื่องดนตรีที่คิดขึ้นในสมันนี้ คือ&nbsp; ฆ้องวงเล็ก</div><div><br></div><div><strong>• รัชกาลที่ 4</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การดนตรีเจริญแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&nbsp; มีวงปี่พาทย์&nbsp; วงมโหรี เกิดขึ้นมากมาย มีการบรรเลงเพลงอัตราจังหวะสามชั้นกันอย่างแพร่หลาย&nbsp; มีเครื่องดนตรีเกิดขึ้นใหม่อีกด้วย คือ ระนาดทอง&nbsp; (ระนาดเอกเหล็ก) ระนาดทองเป็นระนาดแบบเดียวระนาดเอก&nbsp; แต่ทำลูกระนาดด้วยทองเหลืองแทน เวลาตีเสียงจะดังกังวานมาก</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่งคู่ระนาดทอง นั่นก็คือ ระนาดทุ้มเหล็ก&nbsp; เพื่อเพิ่มเติมในวงปี่พาทย์&nbsp; ทำให้มีการพัฒนาเป้นวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่</div><div><br></div><div><strong>• รัชกาลที่ 5</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ได้มีการคิดวิธีประสมวงดนตรีขึ้นใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง&nbsp; คือ วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นการปรับปรุงวงของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ&nbsp; กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ที่ได้ทรงปรับปรุงขึ้นเพื่อใช้ประกอบการแสดงละครดึกดำบรรพ์ที่ดัดแปลงมาจากละครโอเปร่า (Opera) ของตะวันตก</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในการนี้ทำให้เกิดเครื่องดนตรีขึ้นใหม่อีกชนิดหนึ่ง คือ ตะโพน (ใช้ตะโพน 2 ใบ) ตั้งตีบนกลองทัด&nbsp; โดยตีด้วยไม้นวม&nbsp; เพื่อให้เกิดเสียงทุ้มต่ำดังกังสาน และไม่ดังกึกก้อง ซึ่งเหมาะสำหรับการแสดงละครดึกดำบรรพ์เป็นอย่างมาก</div><div><br></div><div><strong>&nbsp;• รัชกาลที่ 6</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การบรรเลงดนตรีนิยมร้องรับเป็นเพลงเถาอย่างแพร่หลาย ก่อนหน้านี้ก็มีการบรรเลงกันบ้างแต่มานิยมกันมากในสมัยนี้ เพลงเถานั้นอาจต่อด้วยลูกหมดท้ายเพลงหรือไม่ก็ได้</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยนี้ได้แก่ &nbsp; อังกะลุง&nbsp; ซึ่งหลวงประดิษฐ์ไพเราะ&nbsp; (ศร&nbsp; ศิลปบรรเลง) ได้นำแบบอย่างมาจากเครื่องดนตรีของอินโดนีเซีย&nbsp; เมื่อคราวตามเสด็จพระราชบิตุลาบรมพงศาภิมุข&nbsp; เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ &nbsp; กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชเสด็จเยือนอินดดนีเซีย&nbsp; เมื่อ พ.ศ.2459 แต่ได้มีการดัดแปลงให้มี 7 เสียง&nbsp; (ของเดิม 5 เสียง) และได้จัดให้เขย่าคนละ 2 มือ มือละ 1 เสียง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ได้นำเพลงจากชวามาดัดแปลงเป็นเพลงไทยอีกด้วย&nbsp; เช่น เพลงยะวา&nbsp; เพลงโหมโรงบูเซ็นซ็อค&nbsp; เพลงสะมารัง&nbsp; เป็นต้น</div><div><br></div><div><strong>• รัชกาลที่ 7</strong><br>&nbsp; &nbsp;เป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณ์อาญาสิทธิราชย์&nbsp; เป็นระบอบประชาธิปไตย&nbsp; ในสมัยนี้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกและประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบนั้นด้วย&nbsp; พระองค์ทรงศึกษาดนตรีจนมีพระปรีชาสามารถในการเล่นดนตรีดนตรีและทรงพระราชนิพนธ์เพลงไทยไว้ 3 เพลง คือ เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงเขมรละออองค์เถา&nbsp; และเพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่งสามชั้น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นักดนตรีและนักประพันธ์เพลงในสมัยของพระองค์มีมากมายหลายท่านเช่น&nbsp; หลวงประดิศฐ์&nbsp; ไพเราะ&nbsp; (ศร&nbsp; ศิลปบรรเลง)&nbsp; นายมนตรี&nbsp; ตราโมท เป็นต้น&nbsp; แต่เนื่องจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและการเมืองไทย&nbsp; ทำให้ดนตรีและเพลงไทยได้รับผลกระทบและขาดความนิยมลง</div><div><br><strong>• รัชกาลที่ 8</strong><br>เป็นระยะที่ดนตรีไทยซบเซา&nbsp; เนื่องจากการขาดการสนับสนุนจากหลายส่วน&nbsp; รวมไปถึงคนไทยที่นิยมหันไปเล่นดนตรีแบบตะวันตกด้วย&nbsp; ทำให้การประพันธ์เพลงในสมัยนี้มีการนำทำนองเพลงของสากลเข้ามาผสมผสานโดยมีผู้นำทำนองเพลงไทยใส่เนื้อร้องเต็มตามทำนองบ้าง&nbsp; แต่งขึ้นเองบ้าง&nbsp; เพื่อประกอบละครพูด&nbsp; ละครประวัติศาสตร์และภาพยนต์&nbsp; มีนักประพันธ์เพลงขึ้นหลายท่าน&nbsp; เช่น พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) หลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง&nbsp; วัฒนปฤดา)&nbsp; นายล้วน &nbsp; ควันธรรม&nbsp; เป็นต้น<br><br>• <strong>รัชกาลที่ 9</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;    &nbsp;ด้วยพระองค์ได้ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีสากล ถึงแก่พระราชนิพนธ์เพลงขึ้นไว้หลายเพลง แต่พระองค์ก็ทรงสนพระทัยในการดนตรีไทยเป็นอันมาก ได้พระราชทานทุนให้พิมพ์เพลงไทยเดิมเป็นโน้ตสากลออกจำหน่าย เป็นที่นิยมของวงการดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง เวลาที่ทรงรับแขกบ้านแขกเมืองหรือมีงานบันเทิงส่วนพระองค์ก็มักจะโปรดเกล้าให้บรรเลง<br>ดนตรีไทยเสมอการสอนดนตรีไทยได้รับการส่งเสริมเข้าสู่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศทั้งในระดับประถม ฯ มัธยมฯ จนถึงอุดมศึกษา มีการก่อตั้งชุมนุมดนตรีไทย ในสถาบันการศึกษาต่างๆ และมีการจัด<br>ประกวดวงดนตรี ไทยในระดับต่างๆโดยภาครัฐและเอกชน<br><br>• <strong>รัชกาลที่ 10</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;   เนื่องจากในปัจจุบันมีเทคโน โลยีที่ทันสมัยและรวดเร็วขึ้น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีจึงเป็นไปอย่างกว้างขวางไร้พรมแดน ดนตรีเกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างไม่มีขีดจำกัดทางวัฒนธรรมก่อให้เกิดความหลากหลายทางดนตรีเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากมีการนำเครื่อง<br>ดนตรีไทยไปผสมวงกับเครื่องดนตรีตะวันตก บรรเลงทั้งเพลงไทยและเพลงสากลอย่างไพเราะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/547d45d91647061c5b17b989e7cb91ab/3C1D0E2B_66D8_437C_9C29_C6FC231EA25F.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-18 12:19:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2423988361</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• คีตกวีที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2424000104</link>
         <description><![CDATA[<div>• <strong>พระประดิษฐ์ไพเราะ (ครูมีแขก)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คีตกวีในสมัยรัชกาลที่ 3 - 5 เป็นคีตกวีคนแรกที่นำเพลง 2 ชั้น มาทำเป็นเพลงสามชั้น มีความสามารถในการแต่งเพลงและฝีมือในทางเป่าปี่เป็นเยี่ยม โดยเฉพาะเพลงเด่นที่สุดคือ "ทยอยเดี่ยว"บ้างเรียกท่านว่า "เจ้าแห่งเพลงทยอย" ซึ่ง หมายถึงเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงและ<br>ลีลาที่พิสดาร โดยเฉพาะลูกล้อ ลูกขัดต่างๆ อีกเพลงหนึ่งคือเพลง "เชิดจีน" เป็น<br>เพลงที่ให้อารมณ์สนุกสนาน มีลูกล้อ<br>ลูกขัดที่แปลกและพิสดาร ท่านแต่ง<br>บรรเลงถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่น<br>เกล้าฯ ซึ่งได้รับการโปรดปรานมาก จึงได้<br>รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระ<br>ประดิษฐ์ไพเราะ"<br><br>• <strong>หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เป็นบุตรครูสิน ศิลปบรรเลง ซึ่งเป็นศิษย์ของพระประดิษฐ์ไพเราะ ท่านมีฝีมือในการตีระนาด จึงมีชื่อเสียงโด่งดัง ครั้นได้ตีระนาดถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์ ก็ได้รับรางวัลมากมาย และได้ประทานตำแหน่งเป็น "จางวางมหาดเล็กในพระองค์" คนทั่วไปจึงรียกว่า "จางวางศร"<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;  นอกจากระนาดแล้ว ท่านยังสามารถบรรเลงปี่ได้ดี และสามารถคิดหาวิธีเป่าปี่ให้เสียงสูงขึ้นกว่าเดิมได้อีก 2 เสียง ในด้านการแต่งเพลง ท่านสามารถแต่งเพลงได้เร็ว และมีลูกเล่นแพรวพราว แม้ในการประกวดการประดิษฐ์ทางรับ คือการนำเพลงที่ไม่เคยรู้จักมาร้องให้ปี่พาทย์รับท่านก็สามารถนำวงรอดได้ทุกคราท่านเป็นคีตกวีในสมัยรัชกาลที่ 6 - 7 ซึ่งนับว่าเป็นดวงประทีปทางดนตรีไทยที่ใหญ่ที่สุดในยุคที่ดนตรีไทยเฟื่องฟูที่สุดด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1906123542/66ebb9f1278b63cbd55692fe1c60bdd4/DDB03CE1_E75A_47A2_A62C_A8DFB02D4734.jpeg" />
         <pubDate>2022-12-18 12:48:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2424000104</guid>
      </item>
      <item>
         <title>• บทเพลงที่สำคัญ</title>
         <author>462343</author>
         <link>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2424002813</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>• รัชกาลที่ 1</strong><br>ไม่มีบทเพลง เนื่องจากเป็นช่วงฟื้นฟูวัฒนธรรม บทเพลงส่วนใหญ่ยังใช้ของเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา<br><br><strong>• รัชกาลที่ 2</strong><br>การดนตรีมีความเจริญขึ้นตามลำดับ มีบทเพลงพระราชนิพนธ์ชื่อว่า บุหลันลอยเลื่อน 2 ชั้น<br><br>•<strong>รัชกาลที่ 3</strong><br>มีการร้องเพลงสามชั้นประกอบการบรรเลงดนตรี โดยพระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางค์กูร) ครูมีแขก ได้นำเพลง 2 ชั้นมาขยายให้มีจังหวะยาวมากขึ้นเป็นคนแรก ได้แก่เพลง แขกบรเทศ ฯลฯ<br><br><strong>• รัชกาลที่ 4</strong><br>เกิดเพลงประเภทเพลงเถา เพลงเถาเพลงแรกชื่อว่า เพลงทยอยใน โดยครูเพ็ง และพระประดิษฐ์ไพเราะยังได้ประพันธ์เพลงทยอยไว้มากมาย จนได้ชื่อว่าเจ้าแห่งเพลงทยอย นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ประพันธ์เพลงสำหรับอวดฝีมือขึ้นเป็นคนแรก คือเพลงทยอยเดี่ยวสำหรับในโดยเฉพาะและกลายเป็นเพลงเดี่ยว ( solo ) ต้นแบบของปัจจุบัน<br><br><strong>• รัชกาลที่ 5</strong><br>เกิดเพลงขึ้นหลายบทเพลง และได้รับความนิยมอย่างสูงมาจนถึงปัจจุบัน เช่น เพลงแขกมอญบางขุนพรหม เถา เขมรไทรโยคสามชั้น ลาวดวงเดือนสองชั้นนอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ยังเป็นผู้พระราชนิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นครั้งแรก อันเป็นต้นเค้าของเพลงสรรเสริญพระบารมีในปัจจุบัน<br><br>•<strong> รัชกาลที่ 6</strong><br>เกิดเพลงทางกรอ เพลงทางเปลี่ยน และเพลงที่มีลูกนำขึ้นต้น ( intro ) โดยหลวงประดิษฐ์ ไพเราะ<br><br><strong>• รัชกาลที่ 7 - รัชกาลที่ 9</strong><br>พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ 3 เพลง คือ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง 3 ชั้น เพลงเขมรลออองค์เถา และ เพลงราตรีประดับดาวเถา ระยะต่อมามีการพัฒนาดนตรีขึ้นใหม่<br>ให้มีความเจริญเหมือนดังแต่ก่อน ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในครั้งนี้ ได้แก่ ครูมนตรี&nbsp; ตราโมท ดุริยางศิลปิน อาวุโสและศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีผลงานการประพันธ์เพลงไทยมากมาย ได้แก่ เพลง 3 ชั้นเพลงเถาเพลง 2 ชั้นและชั้นเดียว เพลงเดี่ยว เพลงประเภทร้องสอดดนตรี เพลงระบำ เพลงเบ็ดเตล็ด และเพลงไทยสากล จำนวนมากกว่า 300 เพลง และหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มีผลงานการประพันธ์เพลงไทยจำนวนหลายร้อยเพลง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://youtu.be/URyDCniOkCg" />
         <pubDate>2022-12-18 12:55:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/462343/g3d3813l02dmd6ax/wish/2424002813</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
