<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>แผนที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วโลก by วิทยา เต่าสา</title>
      <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-01-11 15:30:44 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-28 12:09:39 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>(เกาหลีใต้)นักแสดงชื่อดังตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนนักศึกษาการแสดงหลายราย พลาชิน จบจังหรีด 62003171023</title>
         <author>palachin01</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441729202</link>
         <description><![CDATA[<div><br>วันที่ 9 มีนาคม 2018 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนักแสดงชายชื่อดัง โจ มิน กิ (Jo Min-ki) วัย 52 ปี ในบ้านพัก สาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าเกิดจากการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากสังคม หลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืนนักศึกษาของตัวเอง<br>ก่อนจะถึงวันที่ โจ มิน กิ เสียชีวิต ย้อนกลับไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2018 เขาเคยออกแถลงการณ์ขอโทษหลังถูกโจมตีว่าลวนลามนักศึกษาหญิง ข้อความในตอนนี้คือการยอมรับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตน และรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนทางมหาวิทยาลัยประกาศเลิกจ้าง โจ มิน กิ เป็นอาจารย์พิเศษ<br>เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้หญิง 10 คน เข้าแจ้งความว่าถูกนักแสดงรายนี้ล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืน ซึ่ง 8 ใน 10 คน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชองจู ที่เข้าเรียนในชั้นเรียนของ โจ มิน กิ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกให้เข้ามาสอบปากคำในวันที่ 12 มีนาคม แต่ผู้ต้องหาตัดสินใจฆ่าตัวตายก่อน<br>ข่าวคราวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศนักศึกษา ส่งผลให้งานศพของ โจ มิน กิ เงียบเหงากว่าที่ควรสำหรับนักแสดงชื่อดัง คนดังหลายคนที่เคยร่วมงานกับเขาตัดสินใจไม่ได้งานศพ แต่เพื่อนนักแสดงที่ไปร่วมไว้อาลัยอย่าง โจ ซอง กยู (Jo Sung-gyu) แสดงความไม่พอใจต่อเหล่านักแสดงที่ไม่มางานศพผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ไม่มีเพื่อนนักแสดงที่ โจ มิน กิ เคยร่วมงานด้วยนานกว่า 28 ปี มาร่วมงานเลย ขอให้แยกแยะเรื่องความผิดกับความสัมพันธ์ส่วนตัวการทวีตของเขาถูกชาวเกาหลีใต้จำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว คอมเมนต์ส่วนใหญ่ไปในทางเดียวกัน อาทิ “คุณไม่มีสิทธิไปตัดสินคนอื่น” หรือ “เรื่องนี้มันเป็นมากกว่าแค่ความสัมพันธ์ส่วนตัว” ส่วนใหญ่ตั้งคำถามกลับว่า “ยังจะพูดแบบนี้อยู่ไหม หากคนในครอบครัวของคุณถูก โจ มิน กิ ล่วงละเมิด” <br>ที่มาเว็บไซต์ : <a href="https://plus.thairath.co.th/topic/speak/100153">https://plus.thairath.co.th/topic/speak/100153</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://plus.thairath.co.th/topic/speak/100153" />
         <pubDate>2023-01-12 03:46:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441729202</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงจะ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ อย่างรุนแรง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441734752</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.นฤมล จันทร์อินทร์ รหัส010</div><div><a href="https://www.voathai.com/z/2175">เอเชีย</a></div><div>ประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าน่าจะเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน</div><div>พฤศจิกายน 07, 2014</div><div>หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนหลายชี้ว่ากองทัพพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงจะ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ อย่างรุนแรง</div><div><strong><em>หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนหลายชี้ว่ากองทัพพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงจะ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ อย่างรุนแรง<br></em></strong><br></div><div>ประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าน่าจะเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเชียตะวันออกที่กรุงเนปิดอว์ในสัปดาห์หน้า<br><br></div><div>หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง เช่น Fortify Rights ชี้ว่ากองทัพพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงจะ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ อย่างรุนแรง จนเกิดการย้ายถิ่นฐานของคนนับแสนคนเพื่อหนีความรุนแรง<br><br></div><div>Matthew Smith จาก Fortify Rights กล่าวว่า จะเป็นข้อผิดพลาดอย่างมากถ้าประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าถูกละเลยที่การประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะมาถึง<br><br></div><div><strong>ด้านหน่วยงานศึกษาเรื่องสิทธิมนุษยชนที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเสนอรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนต่อรัฐบาลพม่า ซึ่งระบุว่ากองทัพพม่าใช้ความรุนแรงต่อคนกลุ่มน้อย<br></strong><br></div><div>รายงานระบุว่านายทหารระดับสูงสามคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงต่อชาวกะเหรี่ยง และหนึ่งในนั้นตือ พลตรี Ko Ko ที่กำลังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกิจการภายใน ของคณะรัฐบาลพม่า<br><br></div><div><strong>ทางการพม่าตอบโต้กับรายงานฉบับดังกล่าวโดยตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางและความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอ แม้ว่าจะถูกตอบโต้กลับมาเช่นนี้ ตัวแทนคณะทำงานของฮาร์วาร์ดกล่าวว่ายังมีสัญญาณที่ดีที่ทางการพม่ายอมรับฟังข้อมูล<br></strong><br></div><div>https://www.voathai.com/a/asean-myanmar-ro-6nov14/2511520.html<br><em><br></em><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 03:54:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441734752</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สาวซูดานเสี่ยงถูกประหารชีวิตโดย “ปาหิน” แต่ไม่มีรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งคอยช่วย </title>
         <author>akinsumal</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441739868</link>
         <description><![CDATA[<div>เอ กลิ่นสุมาลย์ 62003171031<br><br>ความพยายามช่วยเหลือหญิงสาวชาวซูดานจากการถูกประหารชีวิตโดยการปาหิน หลังจากถูกตัดสินให้มีความผิดฐานคบชู้ อาจเผชิญอุปสรรคเพราะไม่มีรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ให้ความช่วยเหลือได้&nbsp;<br><br></div><ul><li>ซูดานตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารหลังจากเกิดการรัฐประหารเมื่อ 1 ปีก่อน&nbsp;</li><li>กลุ่มนักรณรงค์ระบุว่า หญิงสาววัย 20 ปีผู้นี้ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และควรได้รับการปล่อยตัว&nbsp;</li><li>เจ้าหน้าที่รัฐบาลซูดานคนหนึ่งยอมรับว่าการพิจารณาคดีนี้เป็น “เรื่องตลก” แต่ระบุว่า “เราไม่มีรัฐมนตรีที่สามารถยื่นมือเข้าช่วยและเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอได้”&nbsp;</li><li>หญิงสาวรายนี้ซึ่งบีบีซีไม่เปิดเผยนามตามคำร้องขอของครอบครัว ได้แยกทางจากสามีเมื่อปี 2020 แล้วกลับไปอยู่กับครอบครัว เธอถูกสามีกล่าวหาว่าคบชู้ในอีก 1 ปีต่อมา และถูกศาลในเมืองคอสตี รัฐไวต์ไนล์ ของซูดาน ตัดสินให้มีความผิดในเดือน มิ.ย. 2022 &nbsp;</li><li>เธอได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว ขณะนี้กำลังรอคำพิพากษาของศาล&nbsp;</li><li>ซูไลมา อิชัก หัวหน้าหน่วยงานต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีของกระทรวงพัฒนาสังคมบอกกับบีบีซีว่า เธอพยายามบอกเจ้าหน้าที่ในกรุงคาร์ทูม เมืองหลวงว่าการพิจารณาคดีนี้มีข้อผิดพลาด แต่การที่ประเทศไม่มีรัฐมนตรีในรัฐบาล ทำให้การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเรื่องนี้เป็นไปได้ยาก&nbsp;</li><li>ขณะที่บรรดาองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า หญิงสาวคนนี้ไม่สามารถเข้าถึงทนายความได้ในระหว่างถูกคุมขัง อีกทั้งยังไม่ทราบถึงข้อหาที่เธอต้องเผชิญ</li><li>ในปี 2015 รัฐบาลซูดานให้คำมั่นจะเพิกถอนโทษประหารชีวิตด้วยการปาหิน แต่องค์การเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ไม่เคยมีการเพิกถอนโทษดังกล่าว&nbsp;</li><li>บุคคลรายล่าสุดที่ถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิตด้วยการปาหินจากความผิดฐานคบชู้คือหญิงสาวที่ชื่อ เอล เชอรีฟ อับดุลลา อย่างไรก็ตาม เธอและลูกน้อยวัย 4 เดือนได้รับการปล่อยตัวในปี 2012 หลังจาก&nbsp; Siha และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รณรงค์ให้การช่วยเหลือ</li><li>แต่นางอัล-คาริบ ระบุว่า อาจมีคดีอื่น ๆ ที่สังคมยังไม่รับรู้อีกหลายร้อยคดี เพราะองค์กรเพื่อสิทธิสตรีในซูดานมีทรัพยากรอย่างจำกัด <br><br><br>ที่มา :<br>BBCไทย. (2022). สาวซูดานเสี่ยงถูกประหารชีวิตโดย “ปาหิน” แต่ไม่มีรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งคอยช่วย. สืบค้นวันที่ 12 มกราคม 2566. <a href="https://www.bbc.com/thai/articles/c2j0ex9m31lo">https://www.bbc.com/thai/articles/c2j0ex9m31lo</a><br><br></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1231232497/911a1ce7b06cccd728afdef19f96ab7f/padlet_image_picker_file_7978ea8d_0c44_407c_98af_6d804d0b230b.jpg" />
         <pubDate>2023-01-12 03:59:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441739868</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“บราซิลเป็นแชมป์โลกในการฆ่า LGBT+…”</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441741410</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาววรัญญา อินเท้ง รหัส 62003171011<br><br></div><ul><li>ความเกลียดชังและความรุนแรงต่อ LGBT+ ในบราซิลพุ่งสูงจนน่ากังวล โดยเฉพาะในคดีเกย์ถูกทำร้ายและล่วงละเมิดอย่าง ‘ป่าเถื่อน’ ก่อนที่คนร้ายทั้ง 3 จะกรีดข้อความเหยียดเพศลงบนขาของเหยื่อ</li><li>จากรายงานความรุนแรงใน LGBT+ พบว่าในปี 2020 มีการร้องเรียนมากกว่า 1,134 คดี และมีผู้เสียชีวิต 236 ราย</li><li>ความรุนแรงทางเพศใน <strong>LGBT+</strong> เกิดขึ้นอย่าง <strong>‘ป่าเถื่อน’</strong> และน่ากลัวจนหลายนักเคลื่อนไหวในบราซิลเริ่มกังวล<br>&nbsp;<br>เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน เกิดกรณีเกย์วัย 22 ปีซึ่งไม่ประสงค์ออกนามถูกทำร้ายร่างกายและรุมโทรมอย่างป่าเถื่อน เหยื่อจากคดีเล่าว่าเขาถูกโจมตีโดยชายติดอาวุธ 3 คนและถูกบังคับกรีด ‘ข้อความเหยียดเพศ’ ที่แสดงความเกลียดชังต่อเกย์ลงไปบนขาของเขา และทิ้งเขาไว้ที่ถนนอย่างเดียวดาย<br>&nbsp;<br>ปัจจุบันตำรวจยืนยันว่าจะทำการสอบสวนอย่างดีที่สุดแต่ก็ยังไม่สามารถติดตามคนร้ายได้ เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม และมันแสดงให้เป็นปัญหาความเกลียดชังคนหลากหลายทางเพศที่เพิ่มขึ้นในบราซิล</li><li>เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด การทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดและทิ้งร่องรอยความเหยียดเพศไว้สร้างความกังวลให้กับชาวบราซิลและนักเคลื่อนไหว เพราะแม้ว่ากฎหมายจะระบุว่าการเลือกปฏิบัติทางเพศเป็นสิ่งผิด หรือแม้ว่าเพศเดียวกันจะสามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในบราซิล แต่ความเกลียดชังในสังคมกลับไม่ลดลงเลย</li><li>ที่มา <a href="https://www.brandthink.me/content/lgbtq-in-brazil">https://www.brandthink.me/content/lgbtq-in-brazil</a></li></ul><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.brandthink.me/content/lgbtq-in-brazil" />
         <pubDate>2023-01-12 04:01:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441741410</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เวเนซุเอลา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441741566</link>
         <description><![CDATA[<div>ผู้หญิงผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลากลับเผชิญกับการขาดการคุ้มครองสองเท่าและโหดร้าย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; สตรีผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลาซึ่งคิดเป็น 50% และ 58% ของประชากรเวเนซุเอลาในโคลอมเบียและเปรูตามลําดับ เผชิญกับความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติในทุกด้านของชีวิตเนื่องจากเพศและสัญชาติของพวกเขา ในพื้นที่สาธารณะ พวกเขาต้องเผชิญกับการโจมตีทั้งตามเส้นทางการอพยพและในสถานที่ที่พวกเขาตั้งรกราก ในครอบครัว พวกเขาต้องเผชิญกับความรุนแรงทางเศรษฐกิจ ใจรักชาติ ร่างกาย และทางเพศ ส่วนใหญ่มาจากคู่ครองหรืออดีตคู่ครอง และในสภาพแวดล้อมการทํางาน พวกเขาประสบกับความรุนแรงและการแสวงประโยชน์จากแรงงานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการถูก co-opted เพื่อทํางานเพื่อจุดประสงค์ในการแสวงประโยชน์ทางเพศ<br>นางสาวธนวันต์ ผิวเอี่ยม 62003171008</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:01:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441741566</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การละเมิดสิทธิมนุษยชนในชิลีของ Pinochetเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441742736</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>(การล่วงละเมิดทางเพศ)</mark><br>นางสาวมินตรา แสนโม่ รหัส 62003171022<br><br><strong><mark>การละเมิดสิทธิมนุษยชนในชิลีของ Pinochet</mark></strong><strong><br></strong>เป็น<a href="https://hmong.in.th/wiki/Crime_against_humanity">อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ</a>การประหัตประหารฝ่ายตรงข้าม การปราบปรามทางการเมือง และ<a href="https://hmong.in.th/wiki/State_terrorism">การก่อการร้ายของรัฐที่</a>กระทำโดย<a href="https://hmong.in.th/wiki/Chilean_Armed_Forces">กองกำลังชิลี</a>สมาชิกของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Carabineros_de_Chile">Carabineros de Chile</a>และตัวแทนปราบปรามพลเรือนของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Secret_police">ตำรวจลับ</a>ระหว่างการ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Military_dictatorship_of_Chile_(1973%E2%80%931990)">ปกครองแบบเผด็จการทหารของชิลี</a>ภายใต้การนำของนายพล<a href="https://hmong.in.th/wiki/Augusto_Pinochet">ออกุสโต ปิโนเชต์</a>ตั้งแต่ปี 2516 ถึง พ.ศ. 2533รำลึกและแสดงความเคารพต่อเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากระบอบ Pinochet ตู้ที่สามารถมองเห็นได้ในภาพนั้นสอดคล้องกับ <a href="https://hmong.in.th/wiki/Londres_38">Londres 38</a>ซึ่งเป็นศูนย์กักขังและทรมานอย่างลับๆ ของ <a href="https://hmong.in.th/wiki/Direcci%C3%B3n_de_Inteligencia_Nacional">DINA</a>ตำรวจลับของระบอบการปกครองจากข้อมูลของ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Rettig_Commission">คณะกรรมการความจริงและการปรองดอง</a> (คณะกรรมการเร็ตติก) และ<a href="https://hmong.in.th/wiki/Valech_Commission">คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการจำคุกและการทรมานทางการเมือง</a> (คณะกรรมาธิการวาเลช) จำนวนเหยื่อโดยตรงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในชิลีมีประมาณ 30,000 คน: 27,255 ถูกทรมานและ 2,279 ถูกประหาร นอกจากนี้ มีผู้ถูกเนรเทศราว 200,000 คน และไม่ทราบจำนวนได้ผ่านศูนย์ลับและการกักขังที่ผิดกฎหมาย </div><div>การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบซึ่งกระทำโดยเผด็จการทหารของชิลี ภายใต้การนำของนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ รวมถึงการล่วงละเมิดทางร่างกายและทางเพศอย่างน่าสยดสยอง ตลอดจนความเสียหายทางจิตใจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2533 กองกำลังติดอาวุธของชิลี ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเผด็จการทหาร มีส่วนร่วมในการสร้างความกลัวและความหวาดกลัวในชิลี </div><div>รูปแบบการทรมานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐที่แพร่หลายมากที่สุดที่นักโทษชาวชิลีต้องเผชิญ ได้แก่ ไฟฟ้าช็อต การลง<a href="https://hmong.in.th/wiki/Waterboarding">น้ำ การ</a>ทุบตี และการล่วงละเมิดทางเพศ กลไกการทรมานที่ใช้กันทั่วไปอีกประการหนึ่งคือการ "หายตัวไป" บรรดาผู้ที่ถูกมองว่าอาจถูกโค่นล้มเพราะพวกเขายึดมั่นในหลักคำสอนทางการเมืองของฝ่ายซ้าย ชั้นเชิงของ "การหายตัวไป" ของศัตรูของระบอบ Pinochet ดำเนินการอย่างเป็นระบบในช่วงสี่ปีแรกของการปกครองของทหาร "ผู้สูญหาย" ถูกกักขังไว้เป็นความลับ ถูกทรมาน และมักไม่มีใครพบเห็นอีกเลย ทั้งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการจำคุกและการทรมานทางการเมืองแห่งชาติ ( <a href="https://hmong.in.th/wiki/Valech_Report">รายงาน Valech</a> ) และคณะกรรมการความจริงและการปรองดอง ( <a href="https://hmong.in.th/wiki/Rettig_Report">รายงาน Rettig</a> ) ประมาณว่ามีเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนประมาณ 30,000 รายในชิลี โดยมีผู้ถูกทรมาน 40,018 ราย และถูกประหารชีวิต 2,279 ราย <br><a href="https://hmong.in.th/wiki/Human_rights_violations_in_Pinochet's_Chile"><sup><br></sup></a><mark>การล่วงละเมิดทางเพศ</mark></div><div>ระบอบการปกครองของ Pinochet กระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างน่าสยดสยองและน่ากลัวมากมาย ที่จริงแล้ว สถานที่กักขังหลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการทรมานทางเพศและทำให้นักโทษอับอายขายหน้า Discothèque ( Venda Sexy ) เป็นหนึ่งในศูนย์กักกันลับหลักของ DINA ผู้ที่ "หายตัวไป" หลายคนถูกคุมขังในเรือนจำแห่งนี้ในขั้นต้น ผู้คุมมักข่มขืนทั้งชายและหญิง ที่เรือนจำแห่งนี้ซึ่งมีการดำเนินการปราบปรามภายในเป็นศูนย์กลาง กลุ่มติดอาวุธวิเคราะห์วิเคราะห์นักโทษชายขณะดูหมิ่นพวกเขา เพื่อพยายามทำให้พวกเขาอับอายถึงแก่นแท้ </div><div>ผู้หญิงเป็นเป้าหมายหลักของการกระทำทารุณกรรมทางเพศที่น่าสยดสยอง ตามรายงานของคณะกรรมการ Valech นักโทษหญิงเกือบทุกคนตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทหารไม่เพียงแต่จะข่มขืนผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังใช้วัตถุแปลกปลอมและแม้แต่สัตว์เพื่อสร้างความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานให้มากขึ้น ผู้หญิง (และบางครั้งผู้ชาย) รายงานว่าแมงมุมและหนูที่มีชีวิตมักถูกฝังไว้ที่อวัยวะเพศ ผู้หญิงคนหนึ่งให้การว่าเธอถูก "ข่มขืนและทารุณกรรมทางเพศด้วยสุนัขฝึกหัดและหนูเป็นๆ" เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับพ่อและพี่ชายของเธอ ซึ่งถูกคุมขังด้วย </div><div>ในคำพูดของอเลฮานดรา มาตุสผู้หญิงที่ถูกคุมขังถูกลงโทษเป็นสองเท่า อย่างแรกเป็น "ฝ่ายซ้าย" และครั้งที่สองเพราะไม่ปฏิบัติตามอุดมคติทางทหารของผู้หญิงที่มักถูกเรียกว่า<em>เพอรา</em> ( <em>แปล</em>ว่า"ตัวเมีย") <br>ที่มา:<a href="https://hmong.in.th/wiki/Human_rights_violations_in_Pinochet's_Chile">https://hmong.in.th/wiki/Human_rights_violations_in_Pinochet's_Chile</a><br><br><sup><br></sup><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://hmong.in.th/wiki/Human_rights_violations_in_Pinochet&#39;s_Chile" />
         <pubDate>2023-01-12 04:03:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441742736</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฮอโลคอสต์ โศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์น้ำมือนาซี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441744967</link>
         <description><![CDATA[<div><br></div><div>นายจิตรกร เวชสถล 026</div><div>เหตุการณ์ฮอโลคอสต์ ถือเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดของชาวยุโรป นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดจากความเกลียดชังในใจมนุษย์จนนำไปสู่การทำลายล้าง และเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้เรารู้จักยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คำว่า "ฮอโลคอสต์" ในความหมายของนักประวัติศาสตร์มักใช้อ้างถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุโรปราว 6 ล้านคนโดยพรรคนาซีเยอรมันช่วงปี 1941-1945 ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุดของโลก เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุด มีการวางแผนสังหารหมู่อย่างเป็นระบบโดยการสนับสนุนของรัฐบาล และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 27 มกราคมของทุกปี เป็นวันรำลึกเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล หรือ International Holocaust Remembrance Day เป็นวันที่องค์การสหประชาติกำหนดให้มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่กองทัพแดงของสหภาพโซเวียตปลดปล่อยเชลยศึกนาซีในค่าย Auschwitz-Birkenau ค่ายกักกันและค่ายมรณะของนาซีที่ใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1945<br>ที่มา <a href="https://www.bbc.com/thai/thailand-56317555">https://www.bbc.com/thai/thailand-56317555</a></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/thailand-56317555" />
         <pubDate>2023-01-12 04:07:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441744967</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เนเธอร์แลนด์</title>
         <author>siriwan27451</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441745418</link>
         <description><![CDATA[<div>ศาลเนเธอร์แลนด์ สั่งให้รัฐบาลเลิกสอดแนมประชาชนเรื่องเสี่ยงโกงสวัสดิการ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คดีนี้ถูกมองว่ามีความสำคัญเนื่องจากรัฐบาลหลายแห่งเริ่มนำระบบปัญญาประดิษฐ์และวิธีการประเมินปัจจัยเสี่ยง (risk modeling) มาใช้ในการบริหารจัดการสวัสดิการและบริการของรัฐอื่นๆ ซึ่งเป็นวิธีการของรัฐบาลที่ชวนให้เกิดข้อโต้แย้ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; หนึ่งในข้อโต้แย้งที่นักรณรงค์ต่อต้านการสอดแนมด้านสวัสดิการระบุว่า การใช้วิธีการแบบดิจิทัลในการสอดแนมและวัดผลผู้คนเหล่านี้กระทำโดยไม่ผ่านการปรึกษาหารือกับผู้คนในสังคมก่อน และมีการดำเนินการอย่างเงียบๆ และไม่มีการควบคุมดูแลที่ดีพอ ถือเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิความเป็นส่วนตัว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การใช้ปัญญาประดิษฐ์สอดแนมข้อมูลประชาชนมีการประเมินว่าบุคคลเหล่านั้นมีความเสี่ยงที่จะทำการโกงสวัสดิการ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ศาลยังตัดสินอีกว่าระบบสอดแนมดังกล่าวยังไม่ผ่านมาตรฐานอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เนื่องจากไม่มีความสมดุลดีพอระหว่างเป้าหมายเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการโกงสวัสดิการกับการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวฉะนั้นแล้วข้อกำหนด SyRI นี้จึงถือว่าผิดกฎหมาย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://prachatai.com/journal/2020/02/86254" />
         <pubDate>2023-01-12 04:08:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441745418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>หนึ่งปีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์: คืนความยุติธรรมให้เขาเพื่อชีวิตคนผิวดำและการต่อต้านความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐฯ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441746568</link>
         <description><![CDATA[<div>เอกกวี วรรณโมลี 62003171019<br>เจ้าหน้าที่ดิเรก โชววิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสามนายที่เมืองมินนีแอโพลิส ได้ทรมานและสังหารนอกกระบวนการกฎหมายต่อจอร์จ ฟลอยด์ ดาร์เนลลา เฟรเซียร์ ผู้หญิงผิวดำวัย 17 ปีเป็นผู้ถ่ายวีดิโอขณะที่เกิดการฆาตกรรม เป็นผู้นำมาเผยแพร่ และสร้างความโกรธเคืองให้กับคนทั้งโลกว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วที่ตำรวจสังหารชายผิวดำในสหรัฐฯ จอร์จ ฟลอยด์เคยเป็นพ่อ พี่ชาย ลูกชาย สามี และเพื่อนคนหนึ่ง เขาต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร หลังมีการโทรศัพท์แจ้งตำรวจว่า อาจมีการใช้ธนบัตรปลอม<br>https://www.amnesty.or.th/latest/blog/874/</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:08:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441746568</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาเจะห์ อินโดนีเซีย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441747367</link>
         <description><![CDATA[<div>นายพัชรพล คำมีนาม รหัส 032<br>เรื่อง ศาลอิสลามอินโดฯ สั่งโบยชายรักเพศเดียวกัน 85 ที<br>เนื้อหาข่าว ชายทั้งสองคนซึ่งมีอายุ 20 และ 23 ปี กระทำการอันถือว่าละเมิดหลักกฎหมายอิสลามด้วยการมีเพศสัมพันธ์กัน โดยมีผู้พบเห็นคนทั้งสองหลับนอนด้วยกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา<br><br>ทั้งนี้ การรักคนเพศเดียวกันไม่ถือว่าผิดกฎหมายในพื้นที่อื่น ๆ ของอินโดนีเซีย ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่จังหวัดอาเจะห์เป็นจังหวัดเดียวที่ยังใช้กฎหมายชะรีอะห์ และในช่วงสองสามปีมานี้ยิ่งบังคับใช้กฎหมายนี้อย่างเข้มงวดขึ้น รวมทั้งเมื่อปี 2557 เพิ่งผ่านกฎหมายที่มีบทลงโทษผู้ที่รักเพศเดียวกันหนักขึ้นด้วย<br><br>ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่านับเป็นครั้งแรกในอินโดนีเซียที่มีการพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน&nbsp;<br><br>ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าชายทั้งสองจะถูกโบยในวันที่ 23 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ที่เมืองบันดาอาเจะห์ สถานที่ที่ชาวบ้านพบคนทั้งสองอยู่ร่วมเตียงเดียวกัน ชาวบ้านได้ถ่ายวิดีโอขณะที่รุมเตะต่อยทุบตีคนทั้งสอง และมีการแชร์วิดีโอดังกล่าวในอินโดนีเซีย ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น<br>https://www.bbc.com/thai/international-39950964<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:09:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441747367</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เม็กซิโก</title>
         <author>mild27862</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441747602</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>รายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี ขององค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่ากองทัพเม็กซิกันเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่มักไม่ถูกลงโทษ</strong></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</div><div>รายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2554 ขององค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า รัฐบาลเม็กซิกันล้มเหลวในการแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรม และการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยหลังจากประธานาธิบดีเฟลิเป กัลเดรอน ของเม็กซิโก ประกาศแผนการปราบปรามยาเสพติดเมื่อ 5 ปีก่อน พบว่ามีการฆ่าตัดตอนประชาชนกว่า 1,163 ราย&nbsp; โดยการ ลักพาตัว ทารุณ และใช้อำนาจกักขังโดยทหาร แต่ไม่มีรายงานว่าภาครัฐ ลงโทษทหารที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน นายอัลเบอร์โต เฮอร์เรรา กรรมการบริหารขององค์การนิรโทษกรรมสากล สาขาเม็กซิโก กล่าวว่า กองทัพเม็กซิกันเป็นตัวแสดงสำคัญที่ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วง ไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาก็คือความผิดที่ก่อโดยทหารจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร&nbsp; แต่ทหารมักได้รับการยกเว้นโทษ</div><div>ดังนั้นหากเม็กซิโกต้องการปรับปรุงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ก็ควรให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนเป็นผู้ตัดสินการกระทำความผิดของทหาร และนำทหารขึ้นศาลอาญาเช่นเดียวกับคนทั่ว ซึ่งอาชญากรรมเหล่านี้เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็น แต่ไม่นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.voicetv.co.th/read/10222" />
         <pubDate>2023-01-12 04:09:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441747602</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รัสเซียยูเครน :ชาวยูเครน ประท้วงการรุกราน รัสเสียเตือนคนไทยที่จะไปรบในยูเครน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441748356</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ประชาชนราว 2,000 คนในเมืองเคียร์ซอน (Kherson) ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ออกมาประท้วงบนท้องถนนเมื่อเช้าวันที่ 5 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยโบกธงและร้องเพลงชาติยูเครน พร้อมกับร้องตะโกนว่า "พวกรัสเซียกลับบ้านไป" "เคียร์ซอนคือยูเครน"&nbsp;</strong></div><div>ทั่วทั้งเมืองมีการตั้งจุดตรวจ ทหารรัสเซียจะเรียกตรวจรถทุกคันที่สัญจรผ่าน ชาวเมืองหลายคนบอกกับบีบีซีว่าทหารรัสเซียมีรายชื่อของนักเคลื่อนชาวยูเครนที่จะต้องจับตัวให้ได้อยู่ในวันที่ 10 ของการรุกรานยูเครน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศหยุดยิงในสองเมืองคือ มาริยูโปล (Mariupol) และเมืองวอลโนวากา (Volnovakha) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน และเปิดระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridor) หรือเขตพื้นที่ปลอดภัยเป็นเส้นทางออกจากเมืองทั้งสองขึ้น "เพื่อมนุษยธรรม" แต่เมื่อถึงเวลาอพยพจริง รัสเซียกลับยังคงระดมยิงและไม่เปิดทางให้ผู้อพยพตามที่แถลงไว้ มาริยูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญนั้นถูกรัสเซียโจมตีมาติดต่อกันหลายวัน ส่วนที่วอลโนวากาก็มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงของกองกำลังรัสเซียและกองกำลังยูเครน อาคารหลายแห่งในเมืองวอลโนวากาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ร่างของผู้เสียชีวิตก็ยังคงอยู่ที่เดิมเพราะไม่มีใครกล้าไปเก็บ&nbsp;</div><div>ช่วงเวลาหยุดยิงถูกกำหนดไว้ในระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. ของเวลาท้องถิ่นในวันที่ 5 มี.ค. โดยรองนายกรัฐมนตรีของยูเครน อิรีนา เวเรชชุก ระบุว่า คณะกรรมการกาชาดสากลดำเนินการประสานงานในการเจรจาเพื่อหยุดยิงครั้งนี้เพื่อให้ชาวเมืองสามารถอพยพ<strong>อ</strong>อกมาจากเขตที่มีการสู้รบกันดุเดือดได้<strong><br>เตือนคนไทยจะสมัครไปรบให้ยูเครนเพจเฟซบุ๊ก</strong> <br><a href="https://www.facebook.com/367490830102115/posts/1918022515048931/?d=n">สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย</a> ได้โพสต์ข้อความเตือนคนไทยไม่ให้สมัครเข้าร่วมกองกำลังอาสาสมัครนานาชาติเพื่อช่วยกองทัพยูเครนรบกับรัสเซีย หลังจากสถานทูตยูเครนประจำประเทศไทยได้โพสต์ข้อความเชิญชวนก่อนหน้านี้ สถานทูตรัสเซียได้อ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่เตือนไว้ว่า "ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทหารรับจ้างชาวต่างชาติไม่ได้จัดให้เป็นทหารและไม่มีสิทธิ์ได้รับสถานะเชลยศึก พวกเขาจะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามมา กระทรวงกลาโหมขอเตือนว่าไม่ให้เข้าร่วมในการกระทำดังกล่าว"นอกจากนี้ สถานทูตรัสเซียในไทยเผยในเผยว่าได้รับจดหมายจากผู้ที่ให้การสนับสนุนต่อรัสเซีย ซึ่งมาจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มาอยู่ที่ประเทศไทย บางคนได้ประกาศความพร้อมในการลงทะเบียนเข้าร่วมกองทัพรัสเซีย อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัสเซียในปัจจุบันไม่ได้ให้การมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติที่พำนักถาวรนอกสหพันธรัฐรัสเซียเข้าร่วมทางการทหาร แต่ก็รู้สึกขอบคุณทุกคนสำหรับความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนที่ส่งถึงรัสเซีย <br>แหล่งที่มา : <a href="https://www.bbc.com/thai/international-60629367">https://www.bbc.com/thai/international-60629367</a><br>ชื่อ นางสาววันวิสา นิยมธรรม รหัส62003171033<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/international-60629367" />
         <pubDate>2023-01-12 04:10:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441748356</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บราซิลอาจละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังทำให้ปชช.เดือดร้อนจากการปรับปรุงถนนต้อนรับกีฬาโอลิมปิก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441752030</link>
         <description><![CDATA[<div>นายธนบัตร ทองจันทร์ รหัส029&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br>งานโอลิมปิกที่ประเทศบราซิลกำลังจะเป็นเจ้าภาพในปี 2556 ทำให้บราซิลต้องปรับปรุงพื้นที่ ก่อสร้างถนนหลายสาย ส่งผลให้ประชนชนที่อาศัยในชุมชนได้รับความเดือนร้อน และองค์กรระหว่างประเทศ ระบุว่านี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br><strong>https://www.voicetv.co.th/read/9121</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.voicetv.co.th/read/9121" />
         <pubDate>2023-01-12 04:16:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441752030</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นองเลือดในไนจีเรีย : รัฐบาลส่งทหาร-ตำรวจเข้าปราบประชาชนที่ต้องการการปฏิรูป</title>
         <author>perearn1808</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441752172</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;เกิดการจลาจลในหลายเมืองในไนจีเรียหลังทางการส่งกำลังทหาร-ตำรวจเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมในลากอส เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเมื่อ 20 ต.ค. ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การชุมนุมเริ่มต้นจากการประท้วงหน่วยตำรวจพิเศษต่อต้านการโจรกรรม (Special Anti-Robbery Squad) หรือที่มีชื่อย่อว่า Sars โดยเกิดเป็นแฮชแท็ก #EndSars ในทวิตเตอร์เรียกร้องให้ยุบหน่วยดังกล่าวหลายปีที่ผ่านมา มีข้อกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยตำรวจพิเศษนี้เองที่ลักทรัพย์ ทำร้าย และแม้กระทั่งสังหารประชาชน แต่การประท้วงเพิ่งมาเป็นรูปเป็นร่างเมื่อราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี สั่งยุบหน่วยตำรวจพิเศษนี้เมื่อวันที่ 11 ต.ค. แต่การประท้วงก็ยังดำเนินต่อไป กลายเป็นการเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศในหลายประเด็น ทั้งในแวดวงทหาร ตำรวจ และการบริหารประเทศ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;มีผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่าเมื่อเวลา 19.00 น. "ทหารจอดรถ...และพวกเขาก็เริ่มยิงตรง ๆ" ไปที่ผู้ประท้วงที่มารวมตัวกันอย่างสันติ"พวกเขายิงมาที่เรา และก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ วุ่นวายมาก คนข้าง ๆ ผมถูกยิงแล้วก็เสียชีวิตตรงนั้นเลย"<br>&nbsp; &nbsp; ปฏิกริยานานาชาติหัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปบอกว่า "น่าตกใจเมื่อได้ทราบว่ามีคนหลายคนถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บระหว่างการประท้วงที่กำลังเกิดขึ้น" และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินกระบวนการยุติธรรมกับผู้อยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าว<br><br>นางสาวทิติภา&nbsp; ตังศิริ&nbsp; 009<br>https://www.bbc.com/thai/international-54662395</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/international-54662395" />
         <pubDate>2023-01-12 04:16:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441752172</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ผู้ลี้ภัยไม่ยอมออกจากศูนย์ในปาปัวนิวกินี... </title>
         <author>pamima231242</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441753410</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวปวริศา มาหมั่น <br>รหัสนักศึกษา 62003171020<br><mark>ผู้ลี้ภัยไม่ยอมออกจากศูนย์ในปาปัวนิวกินี... สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. </mark>ว่า เจ้าหน้าที่ยุติการปฏิบัติหน้าที่และออกจากศูนย์ฯ บนเกาะมานัส แต่ผู้ลี้ภัยปิดขังตนเองอยู่ภายใน โดยระบุกลัวอันตรายภายนอกศูนย์ นับเป็นปัญหาล่าสุดของสถานการณ์ยืดเยื้อ และความขัดแย้งรุนแรงเกี่ยวกับนโยบายกักกันผู้อพยพและผู้ลี้ภัยไว้นอกประเทศของออสเตรเลีย<br><br><br>&nbsp; &nbsp; ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่พยายามเดินทางเข้าสู่ออสเตรเลียโดยทางเรือ เมื่อถูกสกัดจับได้จะถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักกัน 2 แห่งในมหาสมุทรแปซิฟิกคือ เกาะมานัสของปาปัวนิวกินี และประเทศเกาะนาอูรู รัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่า นโยบายนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ลี้ภัยเลิกล้มความตั้งใจ เสี่ยงเดินทางข้ามทะเลสู่แดนจิงโจ้<br>&nbsp; &nbsp; แนวร่วมกลุ่มสิทธิมนุษยชนพยายามรณรงค์มาหลายปี เพื่อให้ปิดศูนย์บนเกาะมานัส ท่ามกลางรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการทำร้ายตนเอง และปัญหาสุขภาพจิตภายในศูนย์ รัฐบาลออสเตรเลียตกลงที่จะปิดศูนย์บนเกาะมานัส ตอนสิ้นเดือน ต.ค. หลังจากศาลฎีกาปาปัวนิวกินีมีคำตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่า การควบคุมประชาชนไว้ที่นั่นขัดต่อรัฐธรรมนูญ... ผู้ชายกว่า 600 คนในศูนย์มานัสได้รับแจ้งให้ย้ายไปยังศูนย์ส่งผ่าน 3 แห่งบนเกาะมานัสเช่นกัน โดยศูนย์กักกันปัจจุบันจะถูกส่งมอบให้เป็นทรัพย์สินของกองทัพปาปัวนิวกินี<br>&nbsp; &nbsp; ผู้ลี้ภัยในศูนย์มานัสได้รับข้อเสนอทางเลือกหลายแนวทาง ประกอบด้วย การใช้ชีวิตในปาปัวนิวกินี ย้ายไปศูนย์นาอูรู เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด หรือเดินทางไปประเทศที่ 3 เช่น กัมพูชาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งจนถึงขณะนี้มี 54 รายที่เลือกเดินทางไปสหรัฐ โดย 24 รายเพิ่งเดินทางไปโดยเครื่องบินเมื่อเดือน ก.ย.<br>&nbsp;ที่มา : https://d.dailynews.co.th/foreign/607466/<br>รหัสนักศึกษา 62003171020</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1933075390/b33b8c99ef0884bd76737e2f0a1df6e7/8BA87CCA_1F51_49F1_94E2_71DBDF40A7FD.jpeg" />
         <pubDate>2023-01-12 04:18:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441753410</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออสเตรเลีย</title>
         <author>ssfyhsqfdk</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441753876</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.วิลาศิณี สวัสดิ์มาก รหัส 62003171013<br>#ชาวเกาะ ยื่นฟ้องรัฐบาลจิงโจ้ ละเมิดสิทธิมนุษยชน เหตุไม่แก้ปัญหาโลกร้อนทำชีวิตเสี่ยง<br>ชนชาวเกาะซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองบนเกาะทอร์เรสสเตรท เกาะนอกชายฝั่งตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) กล่าวหาว่าดำเนินการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน สืบเนื่องจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจนส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทำให้บ้านเมืองและวัฒนธรรมของชนเผ่าบนเกาะต้องตกอยู่ในความเสี่ยง<br>ในคำฟ้องของตัวแทนชนเผ่ากลุ่มนี้เรียกร้องให้ยูเอ็นใช้กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนบังคับให้ออสเตรเลียลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงอย่างน้อย 65 เปอร์เซ็นต์ให้ต่ำกว่าระดับในปี 2548 โดยต้องดำเนินการภายในปี 2573 และออสตรเลียจะต้องยุติการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2593 และต้องเลิกใช้รวมทั้งส่งออกถ่านหินอย่างถาวร<br>นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบฉุกเฉินเพื่อสร้างสาธารณูปโภคอย่างกำแพงกันคลื่นเพื่อปกป้องชุมชนชาวเกาะจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นที่อาจส่งผลให้เกาะทั้งเกาะถูกน้ำท่วม<br>ที่มา: <a href="https://www.matichon.co.th/foreign/news_1492943">https://www.matichon.co.th/foreign/news_1492943</a><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:18:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441753876</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ความยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441754944</link>
         <description><![CDATA[<div>การปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการทหารของอาร์เจนตินาในช่วงปี ค.ศ. 1976 - 1983 ตลอดเวลา 7 ปี มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการใช้ความรุนแรงของรัฐหลายหมื่นคน&nbsp;<br>แหล่งที่มา&nbsp;<a href="https://prachatai.com/journal/2010/11/31728">https://prachatai.com/journal/2010/11/31728</a><br>นายชัยณรงค์ บูระพา รหัส 62003171028</div>]]></description>
         <enclosure url="https://prachatai.com/journal/2010/11/31728" />
         <pubDate>2023-01-12 04:20:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441754944</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปาปัวนิวกินี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441755264</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>แฉผู้ลี้ภัยปาปัวนิวกินีถูกละเมิดทางเพศ<br></strong>เมื่อ 9 ส.ค. หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษเผยแพร่เอกสารลับกว่า 2,000 เรื่อง เกี่ยวกับการล่วงละเมิดและก่อความบอบช้ำทางจิตใจแก่ผู้ลี้ภัยที่ศูนย์กักกันบนเกาะนาอูรูและเกาะมานุสของปาปัวนิวกินีในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย ทั้งในด้านสาธารณสุข สวัสดิการ และความปลอดภัย<br>โดยการล่วงละเมิดผู้อพยพหลายเหตุการณ์เกิดแก่เด็กและผู้หญิงในช่วงเดือน พ.ค.2556-ต.ค.2558 มีทั้งการล่วงละเมิดทางเพศกว่า 23 กรณี การใช้สิ่งของ เช่น บุหรี่ หรือกัญชา แลกมีเพศสัมพันธ์กับผู้ลี้ภัย การใช้<br>ไฟฉายส่องเด็กหญิงขณะนั่งปัสสาวะ ซึ่งทำให้เหล่านักสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ออสเตรเลียกับรัฐบาลท้องถิ่นเร่งแก้ปัญหา.<br>นางสาวกรรณิการ์ ยอดรัก 62003171025</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1933080040/cc34792facc43d0203230f4abf45f492/26CAEFFC_BA0C_4014_B0B6_CE6A034F7399.webp" />
         <pubDate>2023-01-12 04:20:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441755264</guid>
      </item>
      <item>
         <title>021 ภูวไนย จันทร์กระเทาะ ซูดานใต้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756468</link>
         <description><![CDATA[<div>รัฐประหารในซูดาน : เมื่อกองทัพไม่อยากแบ่งปันอำนาจกับรัฐบาลพลเรือนอีกต่อไป</div><div>27 ตุลาคม 2021</div><div>ผู้ประท้วงสนับสนุนผู้นำพลเรือนออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนในกรุงคาร์ทูม</div><div><strong>รัฐประหารที่เกิดขึ้นในซูดาน คือวิกฤตล่าสุดในช่วงเวลาระส่ำระสายของประเทศ โดยนายพลที่เป็นผู้นำการก่อรัฐประหารระบุว่า ทำเพื่อป้องกันสงครามกลางเมือง</strong></div><div>นอกจากความตึงเครียดทางการเมือง เศรษฐกิจของซูดานก็ได้เผชิญกับวิกฤตรุนแรง โดยมีเงินเฟ้อสูงและขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิงและยารักษาโรค</div><div>รัฐประหารครั้งนี้สร้างความตะหนกให้มหาอำนาจหลายชาติที่หันกลับมาสานสัมพันธ์กับซูดาน หลังจากไม่ยุ่งเกี่ยวมานานหลายปี</div><div>นี่คือ 4 หัวข้อที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับรัฐประหารครั้งนี้</div><div>เบื้องหลังของการรัฐประหารครั้งนี้</div><div>ผู้นำทหารและผู้นำพลเรือนครองอำนาจร่วมกันนับตั้งแต่ ส.ค. 2019 หลังจากประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ที่ปกครองประเทศแต่เพียงผู้เดียวมายาวนานถูกโค่นล้ม</div><div>กองทัพได้โค่นล้มบาเชียร์ แต่ผู้คนได้ออกมาประท้วงจำนวนมากบนท้องถนนเรียกร้องการปกครองของพลเรือน ทำให้กองทัพจำเป็นต้องเจรจาแผนการที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย</div><div>ประเทศซูดานในขณะนี้ควรจะต้องอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน โดยผู้นำพลเรือนและผู้นำทหารที่ปกครองประเทศร่วมกันในคณะกรรมร่วมที่รู้จักกันในนามว่า สภาอธิปไตย (Sovereign Council)</div><div>แต่ทั้งสองกลุ่มต่างขัดแย้งกันอย่างเปิดเผย</div><div>พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้นำรัฐประหารซูดาน กล่าวว่า กองทัพได้ยึดอำนาจเมื่อวันจันทร์ (25 ต.ค.) เพื่อป้องกัน "สงครามกลางเมือง"</div><div>ขณะที่การประท้วงยังคงดำเนินต่อเนื่องในกรุงคาร์ทูม โดยมีการปิดร้านค้า ถนน และสะพานต่าง ๆ สายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตได้รับผลกระทบด้วย</div><div>มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 คน นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบขึ้น</div><div>"อันตรายที่เราพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจนำพาประเทศเข้าสู่สงครามกลางเมืองได้" พล.อ. บูร์ฮาน กล่าวในการแถลงข่าวช่วงวันอังคาร (26 ต.ค.)</div><div>เขากล่าวเพิ่มเติม นายกรัฐนตรีซูดานที่ถูกปลดจะกลับไปยังบ้านของเขาเมื่อวิกฤตและความเสี่ยงต่าง ๆ ผ่านพ้นไปแล้ว</div><div>ผู้ประท้วงตะโกนข้อความต่อต้านทหาร</div><div>พล.อ. บูร์ฮาน กล่าวว่า เขาได้ยุบการปกครองของฝ่ายพลเรือนแล้ว และได้จับกุมตัวผู้นำทางการเมืองและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ได้ปลุกเร้าให้ประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านกองกำลังความมั่นคง</div><div>โมฮาเหม็ด ออสมาน ผู้สื่อข่าวบีบีซีในกรุงคาร์ทูม กล่าวว่า การที่ พล.อ.บูร์ฮาน ได้เตรียมบัญชีรายชื่อรัฐมนตรีรวมถึงรับปากว่าจะประกาศแต่งตั้งหัวหน้าผู้พิพากษาใหม่ภายใน 2 วัน เป็นการบ่งชี้ว่า มีการวางแผนไว้ก่อนที่จะก่อรัฐประหาร</div><div>อะไรอยู่เบื้องหลังความขัดแย้ง</div><div>ผู้นำกองทัพหลายคนในรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่านได้เรียกร้องการปฏิรูปหลายอย่างจากผู้นำพลเรือน และเรียกร้องให้มีการตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งทางผู้นำพลเรือนไม่สนใจข้อเรียกร้องนี้เพราะเห็นว่า เป็นการรวบอำนาจ</div><div>มีการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวเกิดขึ้นหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2019 ครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว</div><div>นายกรัฐมนตรีฮัมดุก ผู้นำฝ่ายพลเรือน กล่าวหาว่า เป็นฝีมือของผู้ที่ภักดีต่อนายบาเชียร์ ซึ่งหลายคนแฝงตัวอยู่ในกองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง และสถาบันต่าง ๆ ของรัฐ</div><div>ในช่วงไม่กี่สัปดาห์นี้ ผู้ประท้วงที่สนับสนุนกองทัพได้ออกมาเคลื่อนไหวในกรุงคาร์ทูม ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการประท้วงสนับสนุนนายกรัฐมนตรี</div><div>ผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนทหารกล่าวหารัฐบาลว่า ล้มเหลวในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ</div><div>แนวทางในการปฏิรูปเศรษฐกิจของนายฮัมดุก รวมถึงการปรับลดเงินอุดหนุนเชื้อเพลิง ทำให้คนบางส่วนไม่พอใจ</div><div>ซูดานมีความอ่อนแอทางการเมืองมาเป็นเวลานานแล้ว</div><div>แม็กดี อับเดลฮาดี นักวิเคราะห์ในภูมิภาคเขียนว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อยของพรรคการเมืองและการไร้ความสามารถในการสร้างฉันทามติหลายครั้ง เป็นการเปิดทางให้กองทัพเข้ามาแทรกแซง และก่อรัฐประหารโดยอ้างถึงการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย</div><div>ปัจจุบันในซูดาน มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 80 พรรค</div><div>ความแตกแยกเช่นเดียวกันนี้ได้ส่งผลกระทบต่อสภาอธิปไตย ซึ่งมีการแตกแยกภายในทั้งของฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ทำให้ไม่สามารถหาฉันทามติทางการเมืองร่วมกันได้</div><div>คณะกรรมการแพทย์กลางของซูดาน ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 80 คน</div><div>ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น</div><div>ประธานสภาอธิปไตย ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยุบคณะรัฐมนตรีและสภาอธิปไตย</div><div>พล.อ.บูร์ฮาน กล่าวด้วยว่า จะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นในเดือน ก.ค. 2023</div><div>มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮัมดุก ถูกควบคุมตัวไว้โดยทหารก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน พร้อมกับรัฐมนตรีอีกหลายคน สำนักงานใหญ่ของวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐถูกยึดโดยทหาร</div><div>นอกจากนี้ยังมีการจำกัดอินเทอร์เน็ตด้วย</div><div>ทั้งผู้ชายและผู้หญิงออกมาประท้วงบนท้องถนนต่อต้านการทำรัฐประหาร</div><div>มีรายงานว่า มีคนถูกทหารยิงเสียชีวิต 3 คน</div><div>สหภาพแอฟริกา (African Union) สหประชาชาติ และสหภาพยุโรป รวมถึงสันนิบาตอาหรับ และสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับรัฐประหารเมื่อวันจันทร์</div><div>อาจจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป</div><div>อเล็กซ์ เดอ วาล นักวิเคราะห์ด้านแอฟริกา กล่าวว่า รัฐประหารไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจบแล้ว เพราะพลเรือนในประเทศนี้มีความสามารถมากในการรวมตัวเพื่อแสดงพลัง</div><div>เขากล่าวกับบีบีซี นิวส์อาวร์ (BBC Newshour) ว่า เมื่อไรก็ตามที่กองทัพพยายามที่จะล้ำเส้น "ท้องถนนก็จะเต็มไปด้วยผู้คน และดึงให้กองทัพกลับเข้าที่ตั้ง" เขาคาดว่า นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น</div><div>เพจเฟซบุ๊กของกระทรวงข้อมูลข่าวสาร ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกร้องให้ประชาชนออกมาสนับสนุนรัฐบาล</div><div>ภาพและรายงานจากกรุงคาร์ทูมเผยให้เห็น ผู้ประท้วงจำนวนมากในเมือง</div><div>นอกจากนี้ยังมีการส่งทหารเข้าไปสกัดการเคลื่อนไหวด้วย</div><div>ผู้นำพลเรือนและผู้นำทหาร ขัดแย้งกันมาตั้งแต่โอมาร์ อัล-บาเชียร์ ถูกโค่นล้มเมื่อ 2 ปีก่อน</div><div>แพทย์ปฏิเสธที่จะทำงานในโรงพยาบาลและสถาบันที่อยู่ภายใต้กองทัพ</div><div>ในเดือน มิ.ย. 2019 ก่อนที่จะมีการเห็นชอบในเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย ทหารได้ยิงใส่ผู้ประท้วงในกรุงคาร์ทูม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 87 คน</div><div>ผู้คนจะนึกถึงความทรงจำของการสังหารหมู่ครั้งนั้น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากัน</div><div>การยึดอำนาจครั้งนี้ทำให้ทั่วโลกออกประณาม สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, สหประชาชาติ และสหภาพแอฟริกา ซึ่งซูดานเป็นชาติสมาชิก ต่างเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้นำทางการเมืองที่ถูกจับกุมตัวไว้ทุกคนในทันที รวมถึงสมาชิกในคณะรัฐมนตรีของนายฮัมดุกด้วย</div><div>นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ซูดานอยู่ในกลุ่มประเทศในแอฟริกาและเอเชียที่เผชิญ "การระบาดของรัฐประหาร" เขาเรียกร้องให้ "ชาติมหาอำนาจขนาดใหญ่" ของโลกร่วมมือกันในการต่อต้าน เพื่อให้เกิด "การยับยั้งอย่างได้ผล" ผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ</div><div>สนามบินในกรุงคาร์ทูมถูกปิด และมีการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศ</div><div>ขณะที่ สหรัฐฯ ได้ระงับเงินช่วยเหลือที่จะส่งให้แก่ซูดาน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23,400 ล้านบาท) แล้ว และสหภาพยุโรปได้ขู่ที่จะทำเช่นเดียวกัน ทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่างเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูรัฐบาลพลเรือนโดยไม่มีเงื่อนไข</div><div>ตั้งแต่วันจันทร์ มีรายงานว่า ทหารได้บุกไปตามบ้านเรือนของประชาชนในกรุงคาร์ทูมเพื่อจับกุมผู้จัดการประท้วง</div><div>ผู้สื่อข่าวของบีบีซี รายงานว่า มีประชาชนอีกหลายพันคนเข้าร่วมการประท้วงในกรุงคาร์ทูม ส่วนใหญ่อยู่ในย่านที่พักอาศัยใกล้กับศูนย์กลางเมือง</div><div>สนามบินในกรุงคาร์ทูมถูกปิดและมีการยกเลิกเที่ยวบินทุกเที่ยวไปจนถึงวันเสาร์ (30 ต.ค.) นี้</div><div>มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางของประเทศได้เข้าร่วมการหยุดงานประท้วง และแพทย์ทั่วประเทศซูดานปฏิเสธที่จะทำงานในโรงพยาบาลที่ทหารดูแล ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน<br>แหล่งที่มา https://www.bbc.com/thai/international-59060690</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/international-59060690" />
         <pubDate>2023-01-12 04:22:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756468</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซูดานใต้</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756629</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เด็ก 1 ล้านคนกำลังจะอดตาย อีก 5.5 ล้านคนต้องการอาหารอย่างเร่งด่วน สงครามที่โหดร้ายในภูมิภาคแอฟริกา&nbsp;</strong></div><div><strong>โดยเฉพาะประเทศซูดานใต้ทำให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เด็กและครอบครัวหลายล้านคนกำลังทุกข์ทรมานจากภาวะสงคราม ซ้ำร้ายยังต้องเผชิญกับการอดอยากที่โหดร้ายซ้ำเติม วิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ฉุกเฉิน ซับซ้อน และต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างมาก</strong>สหประชาชาติได้ประกาศภาวะอดอยากในประเทศซูดานใต้ ซึ่งหมายความว่า ทุก 1 ในเด็ก 3 คนเป็นโรคขาดสารอาหารรุนแรง ภาวะสงครามและความขัดแย้งในซูดานใต้ได้ทำให้กว่า 5.5 ล้านคนต้องลี้ภัย เมื่อถึงค่ายพวกเขามีภาวะอดอยากรุนแรงและต้องการความช่วยเหลือทันที แต่การให้ความช่วยเหลือนั้นขาดแคลนอย่างหนัก UNHCR มีงบประมาณเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น<br><a href="https://www.unhcr.or.th/donate/famine">https://www.unhcr.or.th/donate/famine</a><br>นายปริเยศ รอดแก้ว 034<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.unhcr.or.th/donate/famine" />
         <pubDate>2023-01-12 04:22:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756629</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อะบอริจินกับความกล้าหาญของนักการเมือง ทวีปออสเตรเลีย นายอนันต์ สายทอง 62003171018</title>
         <author>dan088520303635</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756831</link>
         <description><![CDATA[<div>อะบอริจินกับความกล้าหาญของนักการเมือง<br><a href="https://www.sarakadee.com/blog/oneton/?author=1">One Ton</a> on <a href="https://www.sarakadee.com/blog/oneton/?m=200712">วันอังคาร, ธันวาคม 18, 2007</a><br><br>นายเควิน รัตต์ วัย 50 ปี ว่าที่นายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลียแห่งพรรคแรงงาน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้เตรียมคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อชนพื้นเมืองอะบอริจิน เจ้าของแผ่นดินออสเตรเลียตัวจริง สำหรับการกดขี่ข่มเหง การเอารัดเอาเปรียบของชาวผิวขาวที่มีต่อชาวอะบอริจินมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ<br><br></div><div>ลองมาทำความรู้จักประวัติศาสตร์แสนเศร้าของชนพื้นเมืองนี้เสียก่อน<br><br></div><div>หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับคำว่าอะบอริจิน&nbsp; แต่อาจจะรู้จักอาวุธโบราณชนิดหนึ่งที่เรียกว่า บูมเมอแรง อาวุธล่าสัตว์ทำด้วยไม้ของชนกลุ่มนี้ เวลาขว้างออกไปแล้วจะหมุนกลับมาได้เอง<br><br></div><div>ชาวอะบอริจินอพยพมาจากทวีปเอเชียมาตั้งรกรากอยู่ในทวีปออสเตรเลียเมื่อประมาณ 40,000 หมื่นปีก่อน ชาวพื้นเมืองเหล่านี้มีผมดำ ผิวคล้ำ ตาลึก โหนกคิ้วสูง จมูกกว้าง ริมผีปากหนา และผมหยิกเป็นฝอยเหมือนขนแกะ หรือผมเหยียดตรง พวกเขาอยู่อาศัยในดินแดนแห่งนี้ด้วยความสงบสุขมาช้านาน ก่อนที่คนผิวขาวจากยุโรป ส่วนใหญ่เป็นนักโทษอุกฉกรรจ์จากอังกฤษ หรือบรรดานักล่าปลาวาฬ นักล่าแมวน้ำ จะมาเยือนทวีปเป็นครั้งแรกเมื่อสองสามร้อยปีก่อน<br><br></div><div>พอขึ้นฝั่งได้ไม่นาน คนผิวขาวที่คิดว่าตัวเองเป็นเชื้อชาติสูงส่ง มีอารยะเหนือกว่าผิวอื่น ก็พากันสังหาร ปล้นฆ่า ข่มขืน คนพื้นเมืองเป็นว่าเล่น มีบันทึกเล่าว่า<br><br></div><div>พวกนักล่าแมวน้ำลักขโมยผู้หญิงและฆ่าสามีหรือพ่อแม่จนหมด และนำตัวมาอยู่ในเรือเพื่อบำเรอความใคร่และเป็นทาสแรงงานสารพัดในเรือ และยังต้องดำน้ำจับหอยเป๋าฮื้อและกุ้งลอปสเตอร์ให้กิน หากใครขัดขืนจะถูกยิงทิ้งเอาศพโยนลงทะเลทันที<br><br></div><div>ผู้หญิงบางคนถูกเผาทั้งเป็น บางคนถูกให้นำหัวสามีของเธอที่เพิ่งถูกตัดมาร้อยเชือกแขวนคอ<br><br></div><div>พอคนผิวขาวอพยพมามากขึ้นเรื่อย ๆ ทางการอังกฤษได้ออกกฎหมายว่า คนผิวขาวมีสิทธิในการไล่ฆ่าชาวพื้นเมืองได้โดยไม่ผิดกฎหมาย บรรดาคนขาวจึงขี่ม้าเอาปืนไล่ยิงชาวอะบอริจินเป็นว่าเล่น ไม่ต่างอะไรจากการล่าสัตว์ บางทีก็วางกับดักเหล็กมาวางดักคนเหล่านี้ในป่า ใส่ยาพิษในอาหารแล้วนำไปวางล่อ<br><br></div><div>ถ้าสามารถจับตัวได้เป็นๆ พวกผู้ชายจะถูกตัดอวัยวะเพศแล้วปล่อยให้วิ่งไปตายด้วยความเจ็บปวด ส่วนผู้หญิงก็จับมาข่มขืนแล้วทุบหัวทิ้ง บางครั้งก็นำศพมาเป็นอาหารเลี้ยงสุนัข<br><br></div><div>การสังหารหมู่ทีละ 20-30 คนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ พรานยุโรปบางคนก็ต้อนเอาอะบอริจินหลายสิบคนมาอยู่ในลานกลางแจ้ง และล้อมยิงตายด้วยความเมามัน<br><br></div><div>บางคนโชคดีหน่อยถูกคณะละครสัตว์จับตัวไปอยู่ในกรงขัง ตระเวนแสดงเป็นตัวประหลาดให้คนในยุโรปได้เห็นไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าจากแอฟริกา<br><br></div><div>นอกจากนั้นมีการตั้งค่าหัวให้คนผิวขาวรายใดก็แล้วแต่ที่สามารถจับหรือขโมยชาวอะบอริจินเป็นๆ ได้ ในราคา 5 ปอนด์สำหรับผู้ใหญ่ และ 2 ปอนด์สำหรับเด็กๆเพื่อนำไปขายเป็นทาสให้กับคนผิวขาว จนกลายเป็นชื่อเรียกคนเหล่านี้ว่า “คนรุ่นถูกขโมย”<br><br></div><div>&nbsp;เพียงระยะเวลาไม่ถึงร้อยปี ชาวอะบอริจินในเกาะแทสมาเนีย เกาะแห่งหนึ่งในทวีปออสเตรเลีย มีประมาณ 5,000 คน ได้ลดลงเหลือไม่ถึง 80 คน ขณะที่ชาวอะบอริจินในออสเตรเลียประมาณ 300,000 คน ได้เหลืออยู่เพียงไม่กี่หมื่นคน ส่วนใหญ่หิวโหย สิ้นหวังและติดโรคจากคนขาว จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2419 ทรูกานีนีหญิงอะบอริจินสายพันธุ์แท้คนสุดท้ายก็ตรอมใจตาย ส่วนชาวอะบอริจินในปัจจุบันก็คือลูกผสมระหว่างคนขาวกับชาวพื้นเมือง<br><br></div><div>คนผิวขาวในออสเตรเลียประสบความสำเร็จในการไล่ล่าชาวพื้นเมืองพันธุ์แท้ ๆ จนสูญหายไปจากโลกนี้ ไม่ต่างจากการสูญพันธุ์ของเนื้อสมัน<br><br></div><div>ผู้เขียนเคยไปเห็นสภาพของชาวอะบอริจินในเกาะแทสมาเนีย ส่วนใหญ่ยากจน สกปรก ไม่มีการศึกษา ติดเหล้า ไม่มีความหวังใด ๆในชีวิต ไม่ต่างจากคนเร่ร่อนตามท้องสนามหลวง<br><br></div><div>หลายปีที่ผ่านมา นายจอห์น โฮเวิร์ด อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อนร่วมอุดมการณ์กับนายจอร์จบุช จนได้ฉายาว่า ผู้ช่วยนายอำเภอ ได้ปฏิเสธที่จะกล่าวคำขอโทษต่อชาวอะบอริจิน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกบรรดาคนขาวลักขโมยไปเป็นทาสแรงงาน จนกลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า “คนรุ่นถูกขโมย” ด้วยเหตุผลว่า<br><br></div><div>เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นนานนับร้อยปีแล้ว และจะทำให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนมหาศาล<br><br></div><div>แต่นายรัดด์ ได้ให้สัญญาว่าจะกล่าวคำขอโทษต่อชนเผ่าพื้นเมืองอะบอริจินในรัฐบาลใหม่โดยเร็ว จากโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต<br><br></div><div>เขาบอกว่า เนื้อหาของการขอโทษนี้จะเป็นการขอโทษอย่างแท้จริง และมีความหมายสำคัญอย่างมากต่อชนเผ่าอะบอริจินที่จะได้รับความถูกต้องและการชดเชยอย่างเป็นธรรม<br><br></div><div>“เราจะทำเช่นนั้นเพื่อสร้างสะพานจากนั้นคุณสามารถใช้สะพานนั้นเริ่มทำบางสิ่งที่เหมาะสม เช่นปิดช่องว่างความแตกต่างระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองอะบอริจิน และชาวออสเตรเลีย ผมไม่ได้สร้างภาพเพื่อผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น”<br><br>ต้องดูกันต่อไปว่า นักการเมืองผู้นี้จะเป็นนักสร้างภาพหรือสนใจในปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง<br><br></div><div>แต่อย่างน้อยต้องชื่นชมความกล้าหาญของเขา ที่ออกมาขอโทษพลเมืองชั้นต่ำในประเทศได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ หรือกลัวว่าคะแนนนิยมในหมู่คนขาวจะหดหายไป<br><br></div><div>ส่วนนักการเมืองไทยทุกพรรค ทุกสมัยที่ผ่านมา ไม่มีสักครั้งที่จะได้ยินคำว่า ขอโทษ ประชาชน จากผู้แทนเหล่านี้เลย<br><br></div><div>หรือเราจะเลือกนักการเมือง ที่กล้าพอจะเอ่ยคำว่า ขอโทษ กับความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา<br>&nbsp;<br>ที่มา<br><br>https://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=46<br><br>ชื่อ นายอนันต์ สายทอง<br>รหัสนักศึกษา 62003171018</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=46" />
         <pubDate>2023-01-12 04:22:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441756831</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พม่ากับปัญหาผู้อพยพชาว โรฮิงญา วิกฤตด้านการพัฒนาสิทธิมนุษย์ชน เเละความมั่งคั่ง</title>
         <author>matine101043</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441757201</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มโรฮิงญาที่เรียกตัวเองว่า Arakan Rohingya Salvation Army (ARSA) ได้โจมตีสถานีตำรวจและที่ตั้งกองทหารของพม่าในรัฐยะไข่ ทำให้มีคนเสียชีวิต 71 คน นับจากนั้นเป็นต้นมา กองทัพพม่าได้ออกปฏิบัติการเพื่อกวาดล้าง ทำให้ภายใน 1 สัปดาห์ ชาวโรฮิงญา 75,000 คน ต้องเดินทางอพยพหนีความรุนแรงออกจากรัฐยะไข่ไปยังชายแดนที่อยู่ติดกับบังกลาเทศ ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ทำให้มีคนเสียชีวิตไปแล้วกว่า 400 คน ในจำนวนนี้ 370 คนเป็นกองกำลังกลุ่ม ARSA ที่รัฐบาลพม่าเรียกว่าผู้ก่อการร้าย <strong>นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ</strong> กล่าวเรียกร้องให้พม่ายุติการใช้ความรุนแรง <em>ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวโรฮิงญาต้องอพยพลี้ภัยแล้วกว่า 120,000 คน และกล่าวเตือนว่า เหตุการณ์นี้จะบ่อนทำลายความสงบของภูมิภาค สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติก็กล่าวว่า ในแต่ละวัน จะมีชาวโรฮิงญา 15,000 คน ข้ามแม่น้ำนาฟ ที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างพม่ากับบังกลาเทศ ทำให้เกิดวิกฤติมนุษยธรรมครั้งใหญ่<br></em><br></div><div>ส่วนองค์กร Human Rights Watch ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงการทำลายโดยการเผาซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในรัฐยะไข่ อย่างน้อย 10 จุด ผู้อพยพโรฮิงญาคนหนึ่งที่ข้ามเข้าไปบังกลาเทศบอกกับ New York Times ว่า ทหารพม่าและคนพม่าหัวรุนแรงในรัฐยะไข่เป็นคนเผาทำลายหมู่บ้านชาวโรฮิงญา แต่ทางการพม่าก็แถลงว่า ชาวพุทธและฮินดูก็ต้องอพยพออกจากพื้นที่เช่นกัน เพราะถูกโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธของพวกโรฮิงญา<br><br></div><div><strong>วิกฤติความรุนแรงครั้งนี้ ทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ กลุ่มที่ชื่อว่า Migrant Offshore Aid Station (MOAS) ตั้งอยู่ที่เกาะมอลตา ได้ประกาศยุติปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพตามชายฝั่งลิเบีย โดยจะส่งเรือมาที่อ่าวเบงกอล เพื่อให้การช่วยเหลือแก่การอพยพที่เกิดขึ้นตามชายแดนพม่ากับบังกลาเทศ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม MOAS ได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้อพยพจากแอฟริกาจำนวน 40,000 คน ที่พยายามเดินทางเข้าไปยุโรปทางทะเล<br>นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ</strong> กล่าวเรียกร้องให้พม่ายุติการใช้ความรุนแรง <em>ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวโรฮิงญาต้องอพยพลี้ภัยแล้วกว่า 120,000 คน และกล่าวเตือนว่า เหตุการณ์นี้จะบ่อนทำลายความสงบของภูมิภาค สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติก็กล่าวว่า ในแต่ละวัน จะมีชาวโรฮิงญา 15,000 คน ข้ามแม่น้ำนาฟ ที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างพม่ากับบังกลาเทศ ทำให้เกิดวิกฤติมนุษยธรรมครั้งใหญ่<br></em><br></div><div>ส่วนองค์กร Human Rights Watch ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงการทำลายโดยการเผาซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในรัฐยะไข่ อย่างน้อย 10 จุด ผู้อพยพโรฮิงญาคนหนึ่งที่ข้ามเข้าไปบังกลาเทศบอกกับ New York Times ว่า ทหารพม่าและคนพม่าหัวรุนแรงในรัฐยะไข่เป็นคนเผาทำลายหมู่บ้านชาวโรฮิงญา แต่ทางการพม่าก็แถลงว่า ชาวพุทธและฮินดูก็ต้องอพยพออกจากพื้นที่เช่นกัน เพราะถูกโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธของพวกโรฮิงญา<br><br></div><div><strong>วิ</strong>กฤติความรุนแรงครั้งนี้ ทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ กลุ่มที่ชื่อว่า Migrant Offshore Aid Station (MOAS) ตั้งอยู่ที่เกาะมอลตา ได้ประกาศยุติปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพตามชายฝั่งลิเบีย โดยจะส่งเรือมาที่อ่าวเบงกอล เพื่อให้การช่วยเหลือแก่การอพยพที่เกิดขึ้นตามชายแดนพม่ากับบังกลาเทศ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม MOAS ได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้อพยพจากแอฟริกาจำนวน 40,000 คน ที่พยายามเดินทางเข้าไปยุโรปทางทะเล<br><br><strong>ผลกระทบต่อเศรษฐกิจพม่า</strong><br>หากพม่ายังใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง และคลื่นผู้อพยพโรฮิงญายังเกิดขึ้นอย่างไม่หยุด พม่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติ ที่อาจหมายถึงการระงับการช่วยเหลือและการลงทุนจากต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติที่ฝากความหวังไว้กับกระบวนการประชาธิปไตยและการปฏิรูปเศรษฐกิจของพม่า ต่างก็วิตกกังวลมากหากพม่าจะถูกนานาชาติคว่ำบาตรแบบเดียวกับอดีตเพราะปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน<br>อ้างอิง : <a href="https://thaipublica.org/2017/09/pridi64/">https://thaipublica.org/2017/09/pridi64/</a><strong><br>น.ส.เมทินี   สัจจมั่น 62003171007   สาขาสังคมศึกษา</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://thaipublica.org/2017/09/pridi64/" />
         <pubDate>2023-01-12 04:23:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441757201</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตผู้อพยพที่ชายแดนเบลารุส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441757780</link>
         <description><![CDATA[<div>วิกฤติผู้อพยพของยุโรปเลวร้ายลงไปอีก เมื่อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ลี้ภัยจำนวนหลายพันคนซึ่งต้องการหลบหนีภยันตรายในตะวันออกกลาง เดินทางไปรวมตัวกันที่ชายแดนเบลารุสที่เชื่อมต่อกับประเทศโปแลนด์ โดยหวังว่าจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหภาพยุโรป แต่พวกเขากลับติดอยู่ที่นั่น ไปไหนไม่ได้ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย<br>แหล่งที่มา<br>https://www.thairath.co.th/news/foreign/2240468<br>นายอนุชา นิลชัย รหัส 001</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:24:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441757780</guid>
      </item>
      <item>
         <title>HRW ระบุโดมินิกันละเมิดผู้อพยพชาวเฮติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441758593</link>
         <description><![CDATA[<div>"ฮิวแมนไรท์วอทช์" ออกรายงานระบุว่าสาธารณรัฐโดมินิกันกำลังละเมิดสิทธิผู้อพยพชาวเฮติจำนวนมาก โดยชาวโดมินิกันที่มีเชื้อสายเฮติหลายคนก็ได้รับผลกระทบและเสี่ยงถูกส่งตัวออกนอกประเทศเช่นกัน<br><br>นายโฆเซ มีเกล บีบานโก ผู้อำนวยการ "ฮิวแมนไรท์วอทช์" ภูมิภาคอเมริกาแถลงรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในกรุงซานโตโดมิงโกของสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐของโดมินิกันละเมิดสิทธิมนุษยชนและกดขี่ผู้อพยพที่ไม่ใช่พลเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้อพยพจากเฮติซึ่งหลายคนกำลังถูกเสี่ยงส่งตัวกลับประเทศ<br>การแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนานาชาติเริ่มวิพากษ์วิจารณ์โดมินิกันเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อพยพ ซึ่งนายบีบานโกระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐของโดมินิกันจงใจพุ่งเป้าไปที่คนเชื้อสายเฮติเป็นพิเศษ โดยจะเข้าจับกุมและบังคับส่งตัวพวกเขากลับประเทศ แม้ว่าผู้อพยพหลายคนจะมีเอกสารรับรองสถานะถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม ขณะที่อีกหลายคนที่มีสัญชาติโดมินิกันก็ไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน<br><br>ทั้งนี้ คนเชื้อสายเฮติจำนวนมากอพยพเข้ามาอาศัยในโดมินิกันหลายสิบปีแล้วและหลายคนเกิดในโดมินิกัน แต่ทั้งหมดกำลังเสี่ยงถูกจับกุมและส่งตัวไปยังเฮติด้วยข้อหาไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ปัจจุบัน คาดว่ามีคนต่างชาติอาศัยอยู่ในโดมินิกันประมาณ 524,000 คน โดยมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนและขึ้นทะเบียนผ่านแล้วประมาณร้อยละ 55 เท่านั้น<br><br>นางสาวชลฤทัย จิตรพูลผล<br>รหัส62003171004<br><br>https://www.voicetv.co.th/read/226641</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.voicetv.co.th/read/226641" />
         <pubDate>2023-01-12 04:25:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441758593</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซูดาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761078</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>เหมือนกับเป็นกระแสของโลกที่ความขัดแย้งระหว่าง “ประชาธิปไตย” กับ “อำนาจนิยมและเผด็จการ” ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนในหลายประเทศออกมาเรียกร้องถึงสิทธิและเสรีภาพความเท่าเทียมต่างๆ อย่างกว้างขวาง บวกกับมีการพลักดันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอำนาจในการนำประเทศให้อยู่ในมือของ “ประชาชน” มากกว่าเดิม และด้วยความต้องการที่เป็นเหมือนการลดทอนอำนาจนี้เอง กลุ่มผู้มีอำนาจต่างๆ จึงพยายามทำทุกวิถีทางในการรั้ง “อำนาจ” นี้ไว้ซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงและความโหดร้ายต่อประชาชน<br></strong><br></div><div>เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดการสังหารหมู่ประชาชนในประเทศซูดานโดยสภากองทัพเปลี่ยนผ่านอำนาจ (TMC) ของซูดาน เนื่องจากมีประชาชนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทหารชั่วคราวคืนอำนาจในการเลือกตั้งให้กับประชาชน หลักจากที่ทั้งสองฝ่ายร่วมโค่นอำนาจของผู้นำเผด็จการอย่างดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ที่ปกครองซูดานมามากว่า30ปี แต่ภายหลังฝ่ายกองทัพกลับยกเลิกข้อตกลงที่เคยให้กับกลุ่มประชาชนและจัดตั้งสภาเปลี่ยนผ่านที่มีคนของกองทัพเองอยู่ในตำแหน่ง จึงนำไปสู่ความกังกลในหมู่ประชาชนซูดานว่าบ้านเมืองจะกลับเข้าไปสู่วงจรการเมืองเผด็จการอีกครั้งและขยายตัวกลายเป็นการชุมนุมและการสังหารกลุ่มประชาชนในระยะต่อมา จากรายงานของคณะกรรมการกลางของแพทย์ซูดาน (Central Committee of Sudanese Doctors) ระบุว่าจำนวนเหยื่อผู้เสียเสียชีวิตจากการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมมีมากกว่า 100 คน โดยมีทั้งคนที่โดนแทงโดนฟันด้วยมีด โดนยิง หรือแม้กระทั้งโดนทุบตีตาย ซึ่งนี่คือ “การสังหารหมู่ประชาชน” ที่แท้จริง&nbsp;<br>นางสาวรุ่งไพลิน คิดร่วม 62003171015 สังคมศึกษา<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:29:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761078</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิกฤตผู้อพยพที่ชายแดนเบลารุส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761486</link>
         <description><![CDATA[<div>วิกฤติผู้อพยพของยุโรปเลวร้ายลงไปอีก เมื่อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ลี้ภัยจำนวนหลายพันคนซึ่งต้องการหลบหนีภยันตรายในตะวันออกกลาง เดินทางไปรวมตัวกันที่ชายแดนเบลารุสที่เชื่อมต่อกับประเทศโปแลนด์ โดยหวังว่าจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสหภาพยุโรป แต่พวกเขากลับติดอยู่ที่นั่น ไปไหนไม่ได้ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย EU เชื่อว่า เบลารุสพยายามทำให้วิกฤติผู้อพยพเลวร้ายลง เพื่อเอาคืนที่สหภาพยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษพวกเขาที่ปราบปรามผู้ประท้วงอย่างหนัก<br>แหล่งที่มา<br>https://www.thairath.co.th/news/foreign/2240468<br>นายอนุชา นิลชัย รหัส 001</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:29:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761486</guid>
      </item>
      <item>
         <title>‘โรซา พาร์กส’ หญิงผิวดำผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร</title>
         <author>hongzep555</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761801</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวเบญญทิพย์ ภูมิวุฒิชัยสิงห์ 62003171006<br><br>วันนั้นเป็นเวลาบ่าย ซึ่งปกติธรรมดา โรซา พาร์กส (Rosa Parks) จะเลิกงานออกจากห้างมอนต์โกเมอรี แฟร์ แล้วไปขึ้นรถประจำทางเหมือนเช่นปกติ ในความคิดของเธอยามนั้นกำลังหมกมุ่นอยู่กับอาหารมื้อเย็น แต่เธอต้องสะดุ้งเมื่อพนักงานขับรถหันมาตะคอกใส่เธอและผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ “ลุกออกไปเลย ที่นั่งตรงนั้นไม่ใช่ของพวกเธอ”<br><br></div><div>การแบ่งแยกสีผิวในรัฐต่างๆ ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาในยุคทศวรรษ 1950s กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่ไม่มีใครพบเห็นหรือรู้สึกได้ชัดเจนเท่าบนรถโดยสารประจำทาง ที่นั่งแถวหน้ามักถูกจับจองไว้สำหรับคนผิวขาว ส่วนแถวหลังปล่อยว่างไว้สำหรับคนผิวดำ พื้นที่ตรงกลางเป็นโซนสีเทาซึ่งแล้วแต่ว่าพนักงานขับรถเป็นคนกำหนดให้ใครนั่ง ยามใดที่ผู้โดยสารเต็มคันรถ คนผิวดำมักจะต้องถูกไล่ให้สละเก้าอี้เพื่อคนผิวขาว<br><br></div><div>และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรซา พาร์กส และคนที่นั่งไม่ห่างจากเธออีกสามคน ในวันที่ 1 ธันวาคม 1955 ในมอนต์โกเมอรี เมืองหลวงของรัฐแอละแบมา แต่แทนที่พาร์กสจะสละเก้าอี้ขยับลุกไปนั่งแถวหลังอย่างเงียบเชียบเหมือนคนอื่นๆ เธอกลับนั่งนิ่งเฉย พนักงานขับรถชื่อเจมส์ เบลค (James Blake) เรียกร้องให้เธอลุกจากที่นั่ง เธอหันไปจ้องตาเขาก่อนตอบปฏิเสธ เบลคจึงข่มขู่ว่าจะจับกุมเธอ ไม่กี่นาทีถัดจากนั้นเขาก็ตามเจ้าหน้าที่มาจับ<br><br></div><div>โรซา พาร์กส ย้อนรำลึกเหตุการณ์ในภายหลัง เธอเองก็จำสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงแสดงอาการขัดขืนในวันนั้น สำหรับเธอแล้ว การเหยียดสีผิวดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเสียจนชิน บางทีอาจจะเป็นเพราะการบังคับข่มขู่ของเบลคทำให้เธอหมดความอดกลั้น ตอนนั้นพาร์กสอายุ 42 ปี และรู้ดีว่าการกระทำของเธอจะส่งผลอะไรต่อเธอได้บ้าง<br><br></div><div>เธอยังจดจำเรื่องราวเกี่ยวกับไอแซค วูดเวิร์ด (Isaac Woodward) ที่เกิดขึ้นในปี 1946 ได้ดี ครั้งนั้นนายทหารผ่านศึกโดยสารรถบัสข้ามรัฐ ระหว่างแวะพักกลางทางเขาใช้เวลาเข้าห้องน้ำเป็นเวลานาน จนถูกพนักงานขับรถรายงานต่อเจ้าหน้าที่ว่าเขามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นายตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ทุบตีวูดเวิร์ดด้วยกระบองจนหมดสติ หลังจากนั้นเขายังถูกทำร้ายร่างกายจนกระดูกซี่โครงหัก และกระจกตาได้รับความเสียหายรุนแรงกระทั่งทำให้เขาสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต ถึงกระนั้นโรซา พาร์กส ก็ยังนั่งนิ่งเฉย และด้วยความกล้าหาญของเธอในการขัดขืนได้สร้างแรงบันดาลใจ เกิดเป็นคลื่น สร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้นในอเมริกา<br><br>ที่มา: https://themomentum.co/something-between-rosa-parks/<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-01-12 04:30:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761801</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สเปน</title>
         <author>prsrypk</author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761810</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>“ซ่องแห่งยุโรป” : นายกฯ สเปน ประกาศจะทำให้การค้าประเวณีในประเทศผิด กม.</strong><br>นายรัฐมนตรีของสเปน กล่าวกับ ผู้สนับสนุนหลังสิ้นสุดการประชุมนาน 3 วัน ของพรรคโซเชียลลิสต์ (Socialist Party--PSOE) ในเมืองวาเลนเซีย โดยเขาระบุว่า การค้าประเวณีทำให้ผู้หญิง "ตกเป็นทาส"<br>ปัจจุบันการค้าประเวณีในสเปนไม่มีการควบคุม และไม่มีการลงโทษผู้ที่เสนอขายบริการทางเพศด้วยความเต็มใจ ตราบใดที่ไม่อยู่ในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม การช่วยหาลูกค้า หรือการทำหน้าที่ตัวกลางระหว่างพนักงานบริการทางเพศและคนที่อาจจะมาเป็นลูกค้า ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย<br><br>นางสาวสรัญญา โพธิ์เขียว  รหัส003</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.bbc.com/thai/international-59009268" />
         <pubDate>2023-01-12 04:30:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441761810</guid>
      </item>
      <item>
         <title>“อดีตซีไอเอ” ยืดอกรับปล่อยข่าวมะกันล้วงข้อมูล อ้างทนไม่ได้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441777431</link>
         <description><![CDATA[<div><br>หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เทคนิควัย 29 ปี ของบริษัท บูซ อัลเลน แฮมิลตัน ซึ่งเป็นบริษัทที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ว่าจ้างให้ทำงานให้กับหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ (ซีไอเอ) ยอมรับว่า เป็นผู้ปล่อยข่าวโครงการดักฟังข้อมูลทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลสหรัฐจริง เนื่องจากต้องการให้สาธารณชนรับรู้ว่าถูกละเมิดสิทธิ<br><br></div><div>“ประชาชนมีสิทธิรับรู้ว่ารัฐบาลสหรัฐทำอะไรและละเมิดอะไรบ้าง ผมไม่อาจปล่อยให้รัฐบาลละเมิดเสรีภาพบนโลกอินเทอร์เน็ตได้” สโนว์เดน กล่าว<br><br></div><div>สโนว์เดน เปิดเผยว่า ได้คัดลอกเอกสารโครงการ “ปริซึม” ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ซึ่งสอดแนมการใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของบริษัทไอที 9 บริษัท จากสำนักงานในฮาวาย ก่อนบินไปฮ่องกงเมื่อวันที่ 20 พ.ค. และกบดานในโรงแรม พร้อมระบุอยากลี้ภัยไปไอซ์แลนด์ ซึ่งมีเสรีภาพด้านอินเทอร์เน็ต เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกเอ็นเอสเอดำเนินคดี<br><br></div><div>ทั้งนี้ แม้ฮ่องกงมีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐ ทว่าสโนว์เดนอาจไม่ถูกส่งตัวกลับ เนื่องจากฮ่องกง ถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน ซึ่งไม่มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน<br>น.ส.กฤษณา จงมั่น รหัส005<br><a href="https://www.posttoday.com/world/227595">https://www.posttoday.com/world/227595</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.posttoday.com/world/227595" />
         <pubDate>2023-01-12 04:51:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wittayatao/fugwtmqzh5sc4gmo/wish/2441777431</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
