<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>2/3 พระโมคคัลลานะ by หทัยรัตน์ สว่างเกตุ</title>
      <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl</link>
      <description>สร้างขึ้นด้วย ♥</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-09-02 03:25:55 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-26 09:37:19 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สมาชิก</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807167</link>
         <description><![CDATA[<div>ด.ช.คณาวุฒิ พลัดกลาง ม.2/3 เลขที่ 2<br>ด.ช.นพณัฐ คุ้มสวน ม.2/3 เลขที่ 8<br>ด.ช.พงศ์พิสุทธิ์ นันทธนากิตติ ม.2/3 เลขที่ 9<br>ด.ช.ศุภณัฐ พุทธสา ม.2/3 เลขที่ 16</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807167</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807290</link>
         <description><![CDATA[<div>พระมหาโมคคัลลานะ เป็นบุตรพราหมณ์ในหมู่บ้านโกลิตคาม ได้ชื่อว่า “โกลิตะ” ตามชื่อของหมู่บ้าน มารดาชื่อโมคคัลลี คนทั่วไปจึงเรียกท่านว่า “โมคคัลลานะ” ตามชื่อของมารดา ท่านเป็นสหายที่รักกันมากับอุปติสสมาณพ (<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3">พระสารีบุตร</a>) เที่ยวแสวงหาความสุขความสำราญ ตามประสาวัยรุ่น และพ่อแม่มีฐานะร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีอุปนิสัยใจคอเหมือนกัน และยังได้ออกบวชพร้อมกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/10fb80e5ff342028829b38435e39619d/10856.jpg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807290</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807366</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>พระพุทธเจ้าได้ประทานพระโอวาท 3 ข้อ</strong></div><ol><li>โมคคัลลานะ เธอจงจำไว้ในใจว่า เราจะไม่ชูงวง คือ ความถือตัวว่าเราเป็นนั่น เป็นนี่ เข้าไปสู่สกุล เพราะถ้าภิกษุถือตัวเข้าไปสู่สกุลด้วยคิดว่าเขาจะต้องต้อนรับเราอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าคนในสกุลเขามีการงานมาก ก็จะเกิดอิดหนาระอาใจ ถ้าเขาไม่ใส่ใจต้อนรับ เธอก็จะเก้อเขินคิดไปในทางต่าง ๆ เกิดความฟุ้งซ่านไม่สำรวม จิตก็จะห่างจากสมาธิ</li><li>โมคคัลลานะ เธอจงทำไว้ในใจว่า เราจักไม่พูดคำอันเป็นเหตุเถียงกันเพราะถ้าเถียงกันก็จะต้องพูดมาก และผิดใจกัน เป็นเหตุให้ฟุ้งซ่านไม่สำรวม และจิตก็จะห่างจากสมาธิ</li><li>โมคคัลลานะ ตถาคตไม่สรรเสริญการคลุกคลีด้วยประการทั้งปวง แต่ก็ไม่ตำหนิการคลุกคลีไปทุกอย่าง คือ เราไม่สรรเสริญการคลุกคลีกับหมู่ชน ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต แต่เราสรรเสริญการคลุกคลีด้วยเสนาสนะ อันสงบสงัดปราศจากเสียงอื้ออึง ควรแก่การหลีกเร้นอยู่ตามสมณวิสัย</li></ol><div><br>ลำดับนั้น พระมหาโมคคัลลานะ ได้กราบทูลถามถึงข้อปฏิบัติอันเป็นธรรมชักนำไปสู่การสิ้นตัณหา เกษมจากโยคะคือกิเลสเครื่องประกอบให้จิตติดอยู่ พระพุทธองค์ ตรัสสอนในเรื่องธาตุกรรมฐาน โดยใจความว่า “ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เมื่อได้สดับว่าธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น ก็ควรกำหนดธรรมเหล่านั้น ในยามเมื่อเสวยเวทนา อันเป็นสุขหรือทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง และให้พิจารณาดังปัญญา อันประกอบด้วยความหน่าย ความดับ และความไม่ยึดมั่น จิตก็จะพ้นจากอาสวกิเลส เป็นผู้รู้ว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว”<br><br></div><div><br>พระมหาโมคคัลลานะ ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ท่านเป็นกำลังสำคัญของพระศาสนา ช่วยแบ่งเบาภารกิจ และยังพุทธดำริต่าง ๆ ให้สำเร็จด้วยดี เพราะท่านมีฤทธิ์มีอานุภาพยิ่งกว่าพระสาวกรูปอื่น ๆ จนได้รับการยกย่องจากพระบรมศาสดา แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง พระอัครสาวกเบื้องซ้าย โดยทรงยกย่องให้เป็นอัครสาวกคู่กับพระสารีบุตรว่า “พระสารีบุตรเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา เปรียบเสมือนมารดาผู้ให้กำเนิดบุตร พระโมคคัลลานะ เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย เปรียบเสมือนนางนมผู้เลี้ยงทารกที่เกิดมาแล้ว พระสารีบุตร ย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล พระโมคคัลลานะ ย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในคุณเบื้องสูงขึ้นไป”นอกจากนี้ พระมหาโมคคัลลานะ ยังเป็นผู้มีความสามารถในการ นวกรรม คือ งานก่อสร้าง พระบรมศาสดาเคยทรงมอบหมายให้ท่านรับหน้าที่ นวกัมมาธิฏฐายี คือ ผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างวิหารบุพพาราม ที่เมืองสาวัตถี ซึ่งนางวิสาขาบริจาคทรัพย์สร้างถวายอีกด้วย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/f957b263adc4a5ab27578d5c61ba19c0/10854.jpg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807366</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807419</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>พระพุทธเจ้าทรงแสดงอุบายแก้ง่วงแก่พระโมคคัลลานะ</strong></div><div><br>พระมหาโมคคัลลานะ เมื่ออุปสมบทได้ 7 วัน ได้ไปทำความเพียรอยู่ที่ป่าใกล้บ้านกัลป์ลาวาลมุตตาคาม แขวงมคธ ถูกถีนมิทธารมณ์ คือ ความง่วงเหงาเข้าครอบงำ ไม่สามารถจะทำความเพียรได้ ขณะนั้น พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ ณ สวนเภสกลาวัน ซึ่งเป็นสถานที่ให้เหยื่อแก่เนื้อ ใกล้เมืองสุงสุมารคิรี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นภัคคะ ทรงทราบด้วยพระญาณว่าพระโมคคัลลานะ โงกง่วงอยู่ จึงทรงทำปาฏิหาริย์ให้เห็นปรากฏ ประหนึ่งว่าเสด็จประทับอยู่ตรงหน้า ทรงแสดงอุบายสำหรับระงับความง่วงแก่เธอตามลำดับ ดังนี้<br><br></div><ol><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรตรึกตรองถึงธรรมที่ได้เรียนมาแล้ว ได้ฟังมาแล้วให้มาก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรสาธยายธรรมที่ได้เรียนได้ฟังมาแล้วให้มากจะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรยอนช่วงหูทั้งสองข้าง และลูบตัวด้วยฝ่ามือจะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอจงลุกขึ้นแล้วลูบนัยน์ตา ลูบหน้าด้วยน้ำเหลียวดูทิศทั้งหลาย แหงนดูดาว จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรทำไว้ในใจถึงอาโลกสัญญา ถือ กำหนดความสว่างไว้ในใจเหมือนกัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำใจให้เปิด ให้สว่าง จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรเดินจงกรมสำรวมอินทรีย์ มีจิตใจไม่คิดไปภายนอก จะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li><li>ถ้ายังละไม่ได้ เธอควรสำเร็จสีหไสยาสน์ นอนตะแคงขวา ซ้อนเท้าให้เลื่อมกัน มีสติสัมปชัญญะ หมายใจว่าจะลุกขึ้นเป็นนิตย์ เมื่อตื่นแล้วควรรีบลุกขึ้นด้วยตั้งใจว่า เราจะไม่ประกอบความสุขในการนอนและการเคลิ้มหลับอีกจะเป็นเหตุให้ละความง่วงได้</li></ol><div><br>พระพุทธองค์ ตรัสสอนอุบายเพื่อบรรเทาความง่วงโดยลำดับจนที่สุดถ้ายังไม่หายง่วงก็ให้นอน แต่ให้นอนอย่างมีสติ<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/5d75ee3f1eb4ed7182294956e11f9d32/10855.jpg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807419</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807795</link>
         <description><![CDATA[<div>พระมหาโมคคัลลานเถระมีความสามารถในทางอิทธิปาฏิหาริย์ พระมหาโมคคัลลานะ เมื่อบวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วปรากฏว่าท่านมีความสามารถโดดเด่นในทางอิทธิปาฏิหาริย์ เป็นเลิศ กว่าภิกษุทั้งหลาย ท่านสามารถแสดงฤทธิ์ ไปยังภูมิของสัตว์นรก และไปโลกสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ได้ ท่านได้พบเห็นสัตว์นรกในขุมต่าง ๆ และของเทพบุตรเทพธิดาที่ได้เสวยความสุขจากการทำบุญไว้ในเมืองมนุษย์เช่นกัน ท่านได้นำข่าวสารของสัตว์นรกและของเทพบุตรเทพธิดาเหล่านั้น มาแจ้งแก่บรรดาญาติและชนทั้งหลายให้ทราบ ทำให้บรรดาญาติและชนเหล่านั้นพากันละเว้นกรรมชั่วลามกอันจะพาตนไปเสวยผลกรรมในนรก พากันสร้างบุญกุศล อันจะนำตนไปสู่สุคติโลกสวรรค์ และพร้อมกันนั้นก็พากันทำบุญอุทิศไปให้แก่ญาติของตน เหล่าชนบางพวกที่ไม่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็พากันละทิ้งลัทธิศาสนาเดิมมาศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเดียรถีย์ทั้งหลายต้องเสื่อมจากลาภสักการะ เป็นอยู่ลำบากอดอยากขึ้นเรื่อย ๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/b6c0bd6ec5ecd28b18be19f86891fb29/download.jpeg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807795</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807833</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>พระมหาโมคคัลลานเถระถูกโจรทุบ</strong></div><div>พระมหาโมคคัลลานะนิพพาน</div><div><br>วันเวลาผ่านไปตามลำดับ เข้าสู่ปัจฉิมโพธิกาล ขณะที่ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระพักอยู่ที่กาฬศิลา ในมคธชนบทนั้นพวกเดียรถีย์ ทั้งหลาย มีความโกรธแค้นพระมหาโมคคัลลานเถระ เป็นอย่างมาก เพราะความที่ท่านมีฤทธานุภาพมาก สามารถกระทำอิทธิฤทธิ์ ไปเยี่ยมชมสวรรค์และนรกได้ แล้วนำข่าวสารมาบอกแก่ญาติมิตรของผู้ไปเกิดในสวรรค์และนรกให้ได้ทราบประชาชนทั้งหลายจึงพากันเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาทำให้พวกเดียรถีย์ ต้องเสื่อมคลายความเคารพนับถือจากประชาชน ลาภสักการะก็เสื่อมลง ความเป็นอยู่ก็ลำบากฝืดเคือง จึงปรึกษากันแล้วมีความเห็นอันเดียวกันว่า “ต้องกำจัดพระมหาโมคคัลลานะ เพื่อตัดปัญหา” ตกลงกันแล้ว ก็เรี่ยไรเงินทุนจากบรรดาศิษย์ และอุปัฏฐากของตนเมื่อได้เงินมาพอแก่ความต้องการแล้ว ได้ติดต่อจ้างโจรให้ฆ่าพระเถระ<br><br></div><div><br>พวกโจรใจบาป ได้รับเงินสินบนแล้วพากันไปล้อมจับพระเถระถึงที่พัก แต่พระเถระรู้ตัวและหลบหนีไปได้ถึง 2 ครั้งในครั้งที่ 3 พระเถระได้พิจารณาเห็นกรรมเก่า ที่ตนเคยทำไว้ในอดีตชาติติดตามมา และเห็นว่ากรรมเก่านั้นทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น จึงยอมให้พวกโจรจับอย่างง่ายดาย และถูกพวกโจรทุบตีจนกระดูกแตกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี พวกโจรแน่ใจว่าท่านตายแล้ว จึงนำร่างของท่านไปทิ้งในป่าแห่งหนึ่ง แล้วพากันหลบหนี<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/5852efcd718b93d577e1d029e1b13fdd/10853.jpg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807833</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807882</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><br>กราบทูลลานิพพาน</strong></div><div><br>พระมหาโมคคัลลานเถระ คิดว่า “เราควรไปกราบทูลลาพระผู้มีพระภาค ก่อนจึง นิพพาน” ดังนี้แล้วก็เรียบเรียงสรีรกายประสานกระดูกด้วยกำลังฌานฤทธิ์ เหาะมาเฝ้าพระบรมศาสดา ถวายบังคมแล้วกราบทูลลานิพพาน พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “โมคคัลลานะ เธอจะนิพพาน ที่ไหน เมื่อไร ?” “ข้าพระองค์ จะนิพพานที่กาฬศิลาในวันนี้ พระเจ้าข้า” “โมคคัลลานะ ถ้าอย่างนั้น เธอจงแสดงธรรมแก่ตถาคตก่อน ด้วยว่าการได้เห็นพระเถระเช่นเธอนี้ จะไม่มีอีกแล้ว”<br><br></div><div><br>พระเถระได้รับพระพุทธบัญชาเช่นนั้นจึงทำปาฏิหาริย์เหาะขึ้นไปบนอากาศแสดงพระธรรมเทศนาแล้วลงมาถวายอภิวาทกราบทูลลาไปยังกาฬศิลา และปรินิพพาน ณ ที่นั้น ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 หลังจากพระสารีบุตรนิพพานได้ 15 วัน<br><br></div><div><br>พระผู้มีพระภาค เสด็จไปพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ทรงเป็นองค์ประธานจุดเพลิงฌาปนกิจศพให้ท่าน ขณะนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์ตกลงมาโดยรอบบริเวณ มหาชนพากันประชุมทำ สักการะอัฐิธาตุตลอด 7 วัน พระพุทธองค์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1502983683/2721988136601351f59aa4e13c5cef81/1.jpg" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807882</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สิ่งที่ควรถือเป็นแบบอย่าง </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807938</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้&nbsp;<br>2.เป็นผู้มีฤทธิ์เป็นเลิศ<br>3.เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที<br>สามารถนำไปปฏิบัติโดยศึกษาหาความรู้ต่างๆทั้งความรู้รอบตัวหรือความรู้ทางวิชาการและแสดงความกตัญญูต่อผู้ที่มีพระคุณ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-16 02:15:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/mintleah2/fnqbcbhk823qgpyl/wish/1950807938</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
