<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>พระไตรปิฎก by </title>
      <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-01 02:07:36 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-08 02:03:59 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064996963</link>
         <description><![CDATA[<p>สังคายนาครั้งแรกมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นคนซักถาม พระอานนท์เป็นคนตอบ คำถามจะเป็นคำถามทางธรรม พระอุบาลีเป็นคนตอบคำถามทางพระวินัย สังคายนาครั้งนี้เกิดที่ ถ้ำสัตตบรรณ เชิงเขาเวภาระ กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นคนอุปถัมภ์ มีพระอรหันต์ร่วมการสังคายนา500องค์ ใช้เวลาทำ7เดือน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:16:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064996963</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064997253</link>
         <description><![CDATA[<p>มีขึ้นหลังจากพระพุทธศาสนาปรินิพพานประมาณ ๑๐๐ ปี ปรารภการประพฤติย่อหย่อนผิดพระวินัยของภิกษุกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเรียกรวมกันว่า ภิกษุวัชชีบุตร (บุตรของชาววัชชี) แล้วจึงมีการทบทวนพระธรรมวินัย <strong><br></strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:17:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064997253</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064997971</link>
         <description><![CDATA[<p>ณ ถูปาราม เมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา พ.ศ.236 มีพระเจ้าเทวาปิยติสสะเป็นอุปถัมภ์ พระมหินทเถระเป็นประธานเเละเป็นผู้ซักถามพระอริฎฐะเป็นผู้ตอบ มีพระสงฆ์ 68,000 รูป วัตถุประสงค์คือเพื่อความมั่นคงเเละวางรากฐานให้ชาวศรีลังกาท่องจำพุทธวจนะในอินเดีย ทำอยู่นาน 10 เดือนจึงเสร็จ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:17:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064997971</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064998062</link>
         <description><![CDATA[<p>เกิดขึ้นที่อาโลกเลณสถาน ณ มลตชนบท พศ 433 มีพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัยเป็นผู้อุปถัมภ์มีสาเหตุเกิดจากพระสงฆ์แตกแยกเป็น2ฝ่าย คือ ฝ่ายมหาวิหาร และ ฝ่ายอภัยคีรีวิหาร  ทำให้เกรงว่าคนรุ่นหลังต่อไปจะไม่สามารถจดจำพระธรรมวินัยได้ พระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย จึงทรงโปรดเกล้าให้พระรักขิตมหาเถระและพระตัสสเถระดำเนินการ โดยมีพระสงฆ์ร่วมประชุม1000รูป การสังคายนาครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกพระพุทธวจนะเป็นลายลักษณ์อักษรลงบนใบลานเป็นภาษาบาลี ถือเป็นต้นฉบับของพระไตรปิฎก ฝ่ายเถรวาท</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:17:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3064998062</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การสังคายนาครั้งที่ 3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065005490</link>
         <description><![CDATA[<p>  เนื่องจากมีคนนอกศาสนาเข้ามาบวชในศาสนามากขึ้น พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ จึงเห็นว่า อาจทำให้ศาสนามัวหมอง จึงขอให้พระเจ้าอโศกมหาราชช่วยในทำการสังคายนาขึ้น โดยมีพระเจ้าอโศกมหาราชทรงเป็นผู้อุปถัมภ์มีพระสงฆ์เข้าร่วมมากกว่า 1,000 รูป ที่อโศการาม เมืองปาฏลีบุตร ใน พ.ศ.235 เป็นเวลา 9 เดือน หลังจบการสังคายนาพระเจ้าอโศกมหาราชก็ทรงส่งคณะทูต 9 สายออกสู่ดินแดนต่างเพื่อเผยแพร่ศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:27:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065005490</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่1ยุคเถรวาท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012352</link>
         <description><![CDATA[<p>เป็นยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ผู้มีความยิ่งใหญ่ในประเทศอินเดีย พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรืองมาก มีการส่งสมณทูตออกเผยแผ่พระพุทธศาสนารวม9สาย พระสมณทูตสายที่8มีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเดินทางมาสุวรรณภูมิ หมายถึง ดินแดนทางตะวันออก มีประเทศไทยรวมอยู่ พบหลักฐานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา สันนิษฐานว่าเกิดก่อน พ.ศ.500 ได้แก่ สถูป เจดีย์ ธรรมจักร ศิลากวางหมอบ ศิลปกรรมในยุคนี้ล้วนเป็นศิลปะอินเดีย สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช คือ ศิลปะแบบทวารวดี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:36:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012352</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่2ยุคมหายาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012569</link>
         <description><![CDATA[<p>  ประมาณ พ.ศ.620 พระเจ้ากนิษกะมหาราช ผู้อุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่4 ของฝ่ายนิกายมหายาน ได้ส่งสมณทูตออกเผยแพร่ศาสนาในเอเชียกลางจนถึงจีน จากจีนสู่อ้ายลาวซึ่งเป็นอาณาจักรที่คนไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ก่อนแล้ว ต่อมา พ.ศ.1300 กษัตริย์ศรีวิชัย แห่งเกาะสุมาตราขยายอำนาจเข้าสู่ดินแดนไทยตอนใต้ ทำให้พุทธศาสนาในแถบนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้น</p><p>  ต่อมารหว่าง พ.ศ. 1454 - 1725 ขอมซึ่งนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานมีอำนาจ ทำให้อิทธิพลของนิกายมหายานแผ่ขยายไปด้วย แต่เนื่องจากแต่เดิมประชาชนแถบนั้นนับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนาแบบเถรวาทมาก่อน จึงทำให้เกิดการนับถือศานาแบบผสมผสานกันไป</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:36:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012569</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่3เถรวาทเเบบพุกาม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012850</link>
         <description><![CDATA[<p>พ.ศ. 1600 พระเจ้าอนุรุทธมหาราช  </p><p>เจ้าเมืองพุกามประเทศพม่า</p><p>ทรงมีอำนาจเเผ่ขยายอาณาเขตของตนมาถึงดินเเดนตอนเหนือของไทย พระพุทธศาสนาเเบบพุกาม ประเทศอินเดีย จึงเข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทยแถบนั้น คนไทยจึงหันไปนับถือพระพุทธศาสนาเเบบพุกามอีกครั้ง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:37:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065012850</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุคที่4เถรวาทเเบบลังกาวงศ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065013116</link>
         <description><![CDATA[<p>พ.ศ.1698 <strong><mark>พระเจ้าปรักกมพาหุ</mark></strong> ประเทศศรีลังกาทรงฟื้นฟูพุทธศาสนา ทรงอาราธนา <strong><mark>พระมหากัสสปะ</mark></strong>ให้ชำระพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาจึงกลับเจริญมารุ่งเรื่อง มีชาวต่างชาติพากันมาศึกษาเรียนประไตรปิฎกเเละรับการอุปสมบท พระพุทธศาสนาเเบบลังกาวงศ์มาตั้งมั่นที่เมือง<strong>นครศรีธรรมราชเป็นครั้งเเรก</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:37:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065013116</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยสุโขทัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065019985</link>
         <description><![CDATA[<p>พ.ศ.1800-1920 <strong>พ่อขุนรามคำเเหง มีความเลื่อมใสในศาสนา เมื่อทราบข่าวจากเมืองนครศรีธรรมราชว่ามีพระสงฆ์ปฎิบัติเคร่งครัดพระธรรมวินัย พระองค์จึงโปรดเกล้าให้อาราธนาพระสงค์มายังสุโขทัย ทรงทำนุบำรุงพระสงฆ์เเละเสริมการเรียนพระไตรปิฎก ฝ่ายมหายานมีความเลื่อมใสน้อยลงจนถึงวันนี้ พระพุทธศาสนาสมัยสุโขทัยเจริญมาก พ.ศ.พระยาลิไทยขึ้นครองราชย์ ทรงนิมนต์พระสงฆ์ชาวลังกา นามว่า พระสวามีสังฆราช ชื่อ พระสุมนะ พระยาลิไทยมีควาเลื่อมใสในศาสนาจึงออกผนวช ณ วัดป่ามะม่วง ทรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วง ทรงสั่งสอนประชาชนด้วยตนเอง</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:46:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065019985</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยล้านนา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020074</link>
         <description><![CDATA[<p>•พศ.1913 พระเจ้ากือนา ทรงส่งพระสมณทูตไปนิมนต์พระสังฆราชสุมนเถระจากพระยาลิไทย ให้มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนา</p><p>•สมัยพระเจ้าติโลกราช ทรงส่งคณะสงฆ์ไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ศรีลังกา ทรงอุปถัมภ์การทำสังคายนาที่วัดโพธารามหรือวัดเจ็ดยอด</p><p>•สมัยพระเมืองแก้ว พศ.2038-2063 ถือเป็นยุครุ่งเรืองทางวรรณคดี พระสงฆ์นักปราชญ์แต่งตำราทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาบาลีจำนวนมาก เช่น พระรัตนปัญญาเถระ แต่งหนังสือเรื่อง วชิรสารัตถสังคหะ และ ชินกาลมลีปกรณ์</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:46:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020074</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยอยุธยา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020222</link>
         <description><![CDATA[<p>สมัยอยุธยาระหว่าง พ.ศ.1893-2310 พระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ยังคงรุ่งเรืองอยู่ กษัตริย์หลายพระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในศาสนา เช่น สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เสด็จออกผนวชในขณะที่ครองราชย์อยู่ที่วัดจุฬามณี เมืองลพบุรี สมัยนี้มีการแต่งหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้จำนวนมาก เช่น มหาชาติคำหลวง กาพย์มหาชาติ พระมาลัยคำหลวง และอื่นๆ สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กษัตริย์ลังกาส่งทูตมาขอพระสงฆ์จากประเทศไทย เพื่อไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงส่งพระสงฆ์มีพระอุบาลีและพระอริยมุนีและคณะสงฆ์จำนวน12รูป ไปลังกาเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาแบบสยามวงศ์ ซึ่งปรากฏที่ประเทศศรีลังกามาจนถึงปัจจุบันนี้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:46:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020222</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยกรุงธนบุรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020511</link>
         <description><![CDATA[<p>เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี พระองค์ได้ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่เสื่อมลงหลังจากพม่าเข้าตี มีการรวบรวมพระสงฆ์ที่ทรงคุณธรรมจากหัวเมือง ให้มาประชุมเพื่อคัดเลือกพระสงฆ์ขึ้นเป็นสังฆราชองค์เเรก เพื่อรับผิดชอบการฟื้นฟูพุทธศาสนาให้กลับคืนสู่ความเจริญ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:47:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020511</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมัยรัตนโกสินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020756</link>
         <description><![CDATA[<p><mark>สมัยรัชกาลที่1</mark> เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีแล้ว ทรงบูรณะวัดอารามต่างๆ ทรงอาราธนาพระสงฆ์ ผู้มีความชำนาญในพระไตรปิฎกจำนวน218รูป กับราชบัณฑิต32คน ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดมหาธาตุกรุงเทพมหานคร ใช้เวลา5เดือน และโปรดเกล้า ให้สร้างหอมณเฑียรธรรมในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก แล้วให้คัดลอกไปไว้ตามพระอารามหลวงต่างๆ</p><p><br></p><p><mark>สมัยรัชกาลที่2</mark> พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกับต้นพระศรีมหาโพธิ์จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐานที่ประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีการคัดเลือกพระสงฆ์7รูป เพื่อส่งไปสืบต่ออาพระพุทธศาสนาที่ประเทศศรีลังกาอีกด้วย</p><p><br></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่3</mark></strong></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ</strong> <strong>ให้รวบรวมพระไตรปิฎกฉบับต่าง</strong> <strong>ๆ</strong> <strong>เพื่อนำมาเปรียบเทียบ</strong> <strong>และตรวจสอบกับฉบับของไทย</strong> <strong>นอกจากนั้นยังมีคณะสงฆ์ธรรมยุติ</strong>-<strong>นิกายเกิดขึ้น</strong> <strong>โดยมีพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏ</strong> (<strong>รัชกาลที่๔</strong>) <strong>ทรงริเริ่มเป็นองค์แรก</strong></p><p><mark>สมัยรัชกาลที่4</mark></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong> <strong>ทรงส่งเสริมพระวินัยและส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์ด้วยการส่งเสริมการศึกษาด้านปริยัติธรรม</strong> <strong>ทำให้การปกครองคณะสงฆ์มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่5</mark></strong></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp; <strong>ทรงผนวชในขณะครองราชย์</strong> <strong>และบริจาคพระราชทรัพย์จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีแปลเป็นไทย</strong> 1000<strong>ชุด</strong> <strong>อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่อินเดียถวายให้</strong> <strong>ประดิษฐานที่บรมบรรพต</strong> <strong>วัดสระเกศ</strong> <strong>ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น</strong>2<strong>แห่ง</strong> <strong>คือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย</strong> <strong>และมหาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่6</mark></strong></p><p><strong>ทรงมีการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนสนใจพระพุทธศาสนา</strong> <strong>ด้วยการพระราชนิพนธ์หนังสือ</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่7</mark></strong></p><p><strong>ทรงบริจาคทรัพย์เพื่อจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรไทย</strong> <strong>จำนวน</strong> 1,500 <strong>ชุด</strong> <strong>จัดให้มีการประกวดการแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก</strong> <strong>นอกจากนั้นยธงโปรดเกล้าฯ</strong> <strong>ให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นชุด</strong> 45 <strong>เล่ม</strong> <strong>เรียกว่า</strong> "<strong>พระไตรปิฎกสยามรัฐ</strong>" <strong>ขึ้นอีกด้วย</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่8</mark></strong></p><p><strong>โปรดเกล้าฯให้แยกการแปลหนังสือพระไตรปิฎกออกเป็น</strong> 2 <strong>ประเภท</strong> <strong>คือ</strong> <strong>แปลโดยอรรถ</strong> <strong>เรียกว่า</strong> <strong>พระไตรปิฎกภาษาไทย</strong> <strong>แปลโดยสำนวนเทศนา</strong> <strong>เรียกว่า</strong> <strong>พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลวงมีการออกพระราชบัญญัติของคณะสงฆ์ฉบับพ</strong>.<strong>ศ</strong>.2484 <strong>เช่นเดียวกับรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตรของฝ่ายราชอาณาจักร</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่9</mark></strong></p><p><strong>ทรงเป็นศาสนูปถัมภ์ของพระพุทธศาสนาและทรงพระผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม</strong> <strong>ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง</strong> <strong>พระมหาชนกซึ่งเป็นหนังสืออ้างอิงธรรมะ</strong></p><p><strong><mark>สมัยรัชกาลที่10</mark></strong></p><p> พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ</p><p>หนังสือพระมหาชนก</p><p>เนื่องในพระพุทธศาสนาทุกโอกาส และทรงพระผนวชเมื่อพ.ศ. ๒๕๒๑</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-01 02:47:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/sirintorn0302/fic9c4nr74cwn8v1/wish/3065020756</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
