<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สืบค้นภาพประกอบเรื่อง เวสสันดรชาดก  by Denchai Chaithawip</title>
      <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks</link>
      <description>ให้นักเรียนสืบค้นภาพประกอบเรื่อง เวสสันดรชาดก พร้อมโพสต์อธิบายเรื่องราวโดยย่อในภาพนั้น คนละอย่างน้อย 1 ภาพ จนครอบคลุมเนื้อเรื่องทั้งหมดให้มากที่สุด ภายในเวลา 10 นาที</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-04 05:52:53 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2023-02-18 18:25:30 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-assets.s3.amazonaws.com/icons/Moderncam.png</url>
      </image>
      <item>
         <title></title>
         <author>weerapat01876</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269345958</link>
         <description><![CDATA[<div>วีรพัฒน์ บุญปัญญา เลขที่8 ชั้นม.4/2<br>พระเวชสันดรชาดก ตอน กัณฑ์มาร<br><br><br></div><div><br></div><div><br></div><div><a href="https://vessantara.files.wordpress.com/2011/06/81.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:290,&quot;url&quot;:&quot;https://vessantara.files.wordpress.com/2011/06/81.jpg?w=584&quot;,&quot;width&quot;:200}" data-trix-content-type="image"><img src="https://vessantara.files.wordpress.com/2011/06/81.jpg?w=584" width="200" height="290"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เคราะห์ร้ายมาถึงและในคืนนั้นเอง พระนางมัทรีทรงสุบินร้ายว่า มีบุรุษผิวดำรูปร่างสูงใหญ่นุ่งผ้าย้อมฝาด สองหูทัดดอกไม้แดง มือถือดาบใหญ่ ตรงเข้าจิกพระเกศาแล้วแทงดาบใส่ดวงพระเนตร ควักดวงตาออกไปทั้งสองข้าง จากนั้นกรีดพระอุระควักเอาพระทัยไปทั้งดวง<br><br></div><div>พระนางร้องลั่นสะดุ้งตื่นบรรทมพระวรกายสั่นสะท้าน รีบไปหาพระเวสสันดรเพื่อจะให้ทำนายฝัน แต่เมื่อเข้าไปในอาศรมพระเวสสันดรก็ตรงตรัสว่า “น้องหญิงจงเล่าความอยู่ที่ข้างนอกเถิด” พระนางมัทรีทรงทูลเล่าพระสุบินนั้นพระทัยสั่น พระเวสสันดรทรงทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรุ่งเช้า แต่ทรงตรัสแก่พระนางว่าเป็นความตรากตรำลำบาก จึงทำให้เกิดธาตุวิปริต ดังนี้<br><br></div><div>เมื่อรุ่งเช้า พระนางมัทรีมีลางสังหรณ์ไม่ดี ไม่อยากเสด็จเข้าป่า จึงตรัสสั่งพระโอรสและธิดาให้อยู่ใกล้ ๆ เสด็จพ่อ ครั้นพระนางมัทรีไปแล้ว เฒ่าชูชกจึงรีบเข้าไปยังบริเวณอาศรมทันที&nbsp;<br>เมื่อพระกุมารชาลีเข้าไปถามต้อนรับ ชูชกสังเกตรู้ว่าพระกุมารเป็นเด็กฉลาด จึงทรงร้องตวาดไล่ไปด้วยหวังจะข่มให้กลัวแล้วหนีไป จากนั้นเฒ่าชูชกก็เข้าเฝ้าพระเวสสันดร พยายามอ้างถึงความลำบากยากเข็ญนานาประการ ในการเดินทางฝ่าอันตรายมาถึงป่านี้ เพื่อขอปิยบุตรไปช่วยงานที่บ้าน เนื่องจากตนจนยากไม่มีเงินซื้อทาสได้ พระเวสสันดรทรงตรัสอนุญาต ชาลีกุมารแอบได้ยินจึงพาน้องสาวไปซ่อนที่ใต้ใบบัวข้างสระน้ำ เฒ่าชูชกเห็นเด็กทั้งสองหายไป ก็แกล้งติเตียนตัดพ้อพระเวสสันดรด้วยคำบริภาษว่า&nbsp;<br>“ไหนล่ะที่พระองค์บริจาคทาน ปากยกให้แต่ไหนละเด็กร้ายทั้งสองคงจะคิดหนีไปแล้ว พระองค์มิได้มีจิตบริจาคทานตามที่ลั่นสัจจะไว้เลย”&nbsp;<br>เมื่อสดับดังนั้น พระเวสสันดรจึงทรงเสด็จออกตามหาทั่วบริเวณชาลีราชกุมารมิอยากให้พระราชบิดาออกร้องเรียกนานไป จึงจูงน้องออกมา&nbsp;<br>พระเวสสันดรขอให้กัณหา ชาลี ติดตามเฒ่าชูชกไปเถิด แต่ให้รอร่ำลาพระนางมัทรีก่อน เฒ่าชูชกไม่ยอมฟัง รีบหาเชือกเถาวัลย์มาผูกมัดพระโอรสพระธิดา แล้วเอาหวายเฆี่ยนตีต่อหน้าพระเวสสันดร พลางฉุดกระชากลากไปอย่างโหดเหี้ยม&nbsp;<br>กัณหา ชาลี ถูกตีรุนแรงก็ร่ำไห้หาพระบิดาพระมารดา&nbsp;<br>พระเวสสันดรทรงกันแสง แต่ก็ตั้งมั่นในสัจจะที่พระองค์ตั้งจิตไว้<br>ก่อนไปนั้น ชูชกกล่าวว่า ถ้าจะไถ่ตัวกันหาชาลีได้ต้องให้ ทาส ทาสี ช้าง ม้า โคนม ทองคำ สิ่งละ ๑๐๐ แก่ชูชก&nbsp;<br>ครั้นเมื่อเฒ่าร้ายนำตัวพระกุมารและกุมารีไปแล้ว ก็ให้เกิดอัศจรรย์ดินฟ้าวิปโยคครืนครัน ฟ้าผ่าน่าสะพรึงกลัวไปทั่วป่าหิมพานต์<br><br></div><div><br><br></div><div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:5,&quot;url&quot;:&quot;https://pixel.wp.com/g.gif?blog=24026836&amp;v=wpcom&amp;tz=7&amp;user_id=0&amp;post=91&amp;subd=vessantara&amp;host=vessantara.wordpress.com&amp;ref=android-app://com.google.android.googlequicksearchbox&amp;rand=0.12492482993888054&quot;,&quot;width&quot;:6}" data-trix-content-type="image"><img src="https://pixel.wp.com/g.gif?blog=24026836&amp;v=wpcom&amp;tz=7&amp;user_id=0&amp;post=91&amp;subd=vessantara&amp;host=vessantara.wordpress.com&amp;ref=android-app://com.google.android.googlequicksearchbox&amp;rand=0.12492482993888054" width="6" height="5"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-04 06:31:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269345958</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุภารัตน์ แซมทอง ม.4/2</title>
         <author>facebook_aov</author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346577</link>
         <description><![CDATA[<div> </div><div> </div><div>เวสสันดร<a href="http://www.dmc.tv/articles/jataka.html">ชาดก</a> ตอนที่ ๑๒<br>( กัณหาชาลีถูกทรมาน )</div><div> </div><div>    <a href="http://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/Lord-Buddha-History-00.html">พระโพธิสัตว์</a>ทุกพระองค์ไม่ทรง<a href="http://www.dmc.tv/search/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84">บริจาค</a>มหาบริจาค ๕ ประการ คือ</div><div>บริจาคทรัพย์ บริจาคอวัยวะ บริจาคชีวิต บริจาคบุตร บริจาคภรรยา</div><div>หาเป็น<a href="http://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/Lord-Buddha-History-00.html">พระพุทธเจ้า</a>ได้ไม่ ก็ตัวเราก็เข้าอยู่ในจำพวกพระโพธิสัตว์เหล่านั้น</div><div>แม้เราไม่บริจาคบุตร และชายา ก็ไม่อาจจะเป็นพระพุทธเจ้าได้เช่นกัน</div><div> </div><div>    <a href="http://www.dmc.tv/">ธรรมะ</a>ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้ง ยากต่อการเข้าถึง แต่ก็ไม่เกินความสามารถของผู้มี<a href="http://www.dmc.tv/pages/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89.html">บุญ</a>ทั้งหลาย ที่มีจิตน้อมไปในคำสอนอันบริสุทธิ์ของพระองค์ บัดนี้แม้พระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานไปกว่า ๒,๕๐๐ ปีแล้ว แต่พระธรรมคำสอนของพระองค์ ยังคงนำสันติสุขมาสู่มวลมนุษยชาติอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ยังมีผู้ประพฤติ<a href="http://www.dmc.tv/search/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">ปฏิบัติธรรม</a>ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้ที่ปฏิบัติธรรมนี้ จะยังได้ชื่อ ว่า เป็นผู้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูอย่างยิ่งยวด ไม่ว่า พระองค์จะเสด็จดับขันธ์ไปแล้วก็ตาม ดังนั้นให้พวกเราทุกคน ตั้งใจทำหยุดทำนิ่งให้ได้ตลอดเวลา ให้เข้าถึงพระ<a href="http://www.dmc.tv/">ธรรมกาย</a>   เราจะได้ชื่อว่า บูชาพระพุทธองค์อย่างแท้จริง และยังเป็นการปฏิบัติบูชาอันสูงสุดด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/299693120/3c03b36d69b80efc87dd18c93e7272d8/Screenshot_2018_07_04_13_36_13_1_1.png" />
         <pubDate>2018-07-04 06:39:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346577</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พิสิษฐ์ สมศรี ม.4/2. เลขที่ 7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346626</link>
         <description><![CDATA[<div>พระเวสสันดรตอน พระนางมัทรีฝันร้าย<br><br>พระนางมัทรีฝันร้ายว่ามีบุรุษมาทำร้าย จึงขอให้พระเวสสันดรทำนายฝันให้ แต่พระนางก็ยังไม่สบายพระทัย ก่อนเข้าป่า พระนางฝากพระโอรสกับพระธิดากับพระเวสสันดรให้ช่วยดูแล&nbsp; หลังจากนั้นพระนางมัทรีก็เสด็จเข้าป่าเพื่อหาผลไม้มาปรนนิบัติพระเวสสันดรและสองกุมาร&nbsp; ขณะที่อยู่ในป่า พระนางพบว่าธรรมชาติผิดปกติไปจากที่เคยพบเห็น เช่นต้นไม้ที่เคยมีผลก็กลายเป็นต้นที่มีแต่ดอก&nbsp; ต้นที่เคยมีกิ่งโน้มลงมาให้พอเก็บผลได้ง่าย ก็กลับกลายเป็นต้นตรงสูงเก็บผลไม่ถึง&nbsp; ทั้งท้องฟ้าก็มืดมิด ขอบฟ้าเป็นสีเหลืองให้รู้สึกหวั่นหวาดเป็นอย่างยิ่ง&nbsp; ไม้คานที่เคยหาบแสรกผลไม้ก็พลัดตกจากบ่า ไม้ตะขอที่ใช้เกี่ยวผลไม้พลัดหลุดจากมือ ยิ่งพาให้กังวลใจยิ่งขึ้นบรรดาเทพยดาทั้งหลายต่างพากันกังวลว่า&nbsp; หากนางมัทรีกลับออกจากป่าเร็วและทราบเรื่องที่พระเวสสันดร ทรงบริจาคพระโอรสธิดาเป็นทาน&nbsp; ก็จะต้องออกติดตามพระกุมารทั้งสองคืนจากชูชก&nbsp; พระอินทร์จึงส่งเทพบริวาร&nbsp; 3&nbsp; องค์ให้แปลงกายเป็นสัตว์ร้าย&nbsp; 3&nbsp; ตัว&nbsp; คือราชสีห์&nbsp; เสือโคร่ง&nbsp; และเสือเหลือง&nbsp; ขวางทางไม่ให้เสด็จกลับอาศรมได้ตามเวลาปกติ เมื่อล่วงเวลาดึกแล้วจึงหลีกทางให้พระนางเสด็จกลับอาศรม &nbsp; เมื่อพระนางเสด็จกลับถึงอาศรมไม่พบสองกุมารก็โศกเศร้าเสียพระทัย&nbsp; เที่ยวตามหาและร้องไห้คร่ำครวญ&nbsp; พระเวสสันดรทรงเห็นพระนางเศร้าโศก&nbsp; จึงหาวิธีตัดความทุกข์โศกด้วยการแกล้งกล่าวหานางว่าคิดนอกใจคบหากับชายอื่น จึงกลับมาถึงอาศรมในเวลาดึก&nbsp; เพราะทรงเกรงว่าถ้าบอกความจริงในขณะที่พระนางกำลังโศกเศร้าหนักและกำลังอ่อนล้า พระนางจะเป็นอันตรายได้&nbsp; ในที่สุดพระนางมัทรีทรงคร่ำครวญหาลูกจนสิ้นสติไป&nbsp; ครั้นเมื่อฟื้นขึ้น&nbsp; พระเวสสันดรทรงเล่าความจริงว่า&nbsp; พระองค์ได้ประทานกุมารทั้งสองแก่ชูชกไปแล้วด้วยเหตุผลที่จะทรงบำเพ็ญทานบารมี&nbsp; พระนางมัทรีจึงทรงค่อยหายโศกเศร้าและทรงอนุโมทนาในการบำเพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดรด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/299695664/104052715e76c8874678577fa05661d6/ky33.jpg" />
         <pubDate>2018-07-04 06:40:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346626</guid>
      </item>
      <item>
         <title> อานพ  ล้วนดี ม4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346977</link>
         <description><![CDATA[<div><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:362,&quot;url&quot;:&quot;https://s.isanook.com/gu/0/rp/r/w620/ya0xa0m1w0/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2d1LzAvdWkvMS83NTM4LzI2MjY3M19fMjcwNDIwMTIwNDE5NTkuanBn.jpg&quot;,&quot;width&quot;:250}" data-trix-content-type="image"><img src="https://s.isanook.com/gu/0/rp/r/w620/ya0xa0m1w0/aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2d1LzAvdWkvMS83NTM4LzI2MjY3M19fMjcwNDIwMTIwNDE5NTkuanBn.jpg" width="250" height="362"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></div><div><br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>มหาชาติคำหลวง</strong> ก็คือเรื่องเวสสันดรชาดก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแปลแต่งที่เมืองพิษณุโลก เมื่อพ.ศ. 2025 ดังปรากฏหลักฐานใน พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ว่า " ศักราช 844 ขานศก ท่านให้เล่นการมหรสพ 15 วัน ฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ แล้วจึงพระราชนิพนธ์พระมหาชาติคำหลวงจบบริบูรณ์ " แต่ละกัณฑ์ กวีจะแต่งด้วยฉันทลักษณ์ที่ต่างกัน เช่น ร่ายโบราณ ฉันท์ โคลง เป็นต้น และการแต่งเรียกว่าแปลยกศัพท์ กล่าวคือขึ้นต้นวรรคด้วยภาษาบาลีแล้วแปลเป็นภาษาไทยสลับกันไปทุกวรรค เมื่อแต่งเสร็จแล้วก็โปรดให้นำมา อ่านตรวจทานแก้ไขและคิดทำนองสวดอย่างวิจิตรพิสดาร มหาชาติคำหลวงนี้ไม่ใช่สำหรับพระเทศน์แต่ให้เจ้าหน้าที่ กรมธรรมการ คือ ขุนทินบรรณาการและขุนธารกำนัล พร้อมกับผู้ช่วยอีก 2 คนใช้สวดถวายให้พระมหากษัตริย์ทรงฟังทุกวันพระในระหว่างเข้าพรรษาในวิหารหลวงวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทำนองสวดของแต่ละกัณฑ์ มีเม็ดพรายในการสวดก็แตกต่างกันไปทั้งหลบเสียง เอื้อนเสียง หลังจากเสียกรุงฯ เมื่อพ.ศ. 2310 ต้นฉบับ มหาชาติคำหลวงหายไป 6 กัณฑ์ คือ หิมพานต์ ทานกัณฑ์ จุลพน มัทรี สักกบรรพ และฉกษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้ประชุมกวีร่วมกัน แต่งซ่อมกัณฑ์ที่ยังขาดให้ครบทั้ง 13 กัณฑ์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ธรรมเนียมการสวดมหาชาติคำหลวงยังคงสืบมาจนถึงปัจจุบันทุกวันพระในระหว่างเข้าพรรษาแต่เหลือสวด เพียงกัณฑ์มหาพนเท่านั้น ข้าราชการกรมการศาสนาจะแต่งชุดขาวตั้งเตียงสวดต่อท้ายอาสน์สงฆ์ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีกระบะบูชาปักธูปเทียน สมุดที่ใช้บันทึกมหาชาติคำหลวงเป็นสมุดไทยดำเขียนตัวหนังสือ ด้วยหรดาลและมีเครื่องหมายบอกทำนองสวดกำกับไปทุกวรรค <br>&nbsp; &nbsp; <strong>&nbsp;มหาเวสสันดรชาดก</strong> เป็นชาดกเรื่องใหญ่ กล่าวถึงพระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร ได้บำเพ็ญบารมีอย่างสูงสุด&nbsp; &nbsp; ยากเกินกว่าจะมีผู้ใดทำได้คือให้บุตรและภรรยาแก่ผู้ที่มาขอ นอกจากนั้นยังบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่อื่นๆครบถ้วนทั้ง 10 ประการ&nbsp; จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "มหาชาติ" และการเทศน์เรื่องพระเวสสันดรืก็เรียกว่าเทศน์มหาชาติมหาเวสสันดรชาดก <br>&nbsp; &nbsp; ชาดกเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งใน นิบาตชาดก มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เรามักเรียกนิบาตชาดกเป็นไทยๆว่า พระเจ้าห้าร้อยห้าสิบชาติ นิบาตชาดกเป็นคัมภีร์ซึ่งประกอบไปด้วยนิทานเรื่องต่างๆ ล้วนเป็นอุทาหรณ์สอนธรรมะเล่าถึงการเสวยพระชาติในอดีตของพระพุทธเจ้าว่าชาติใดทรงเกิดเป็นอะไร และได้ทรงกระทำคุณความดี หรือที่เรียกกันเป็นศัพท์ว่า "บำเพ็ญบารมี" อะไรในพระชาตินั้นๆ พระชาติหนึ่งก็ทรงสร้างคุณความดีหรือบารมีอย่างหนึ่งทุกชาติไป ในจำนวน ๕๕๐ พระชาติที่ปรากฏในนิบาตชาดกนั้นได้บำเพ็ญบารมีเด่นยิ่งอยู่ ๑๐ ชาติ ที่เรียกกันว่า ทศชาติ ทรงบำเพ็ญทศบารมี คัมภีร์ที่กล่าวถึงทศชาติและบารมีนี้เรียกว่า คัมภีร์มหานิบาต ในทศชาติตามมหานิบาตนั้น ที่ถือว่าสำคัญที่สุด คือ พระชาติที่ทรงบังเกิดเป็นพระเวสสันดร นอกจากจะทรงบำเพ็ญทานบารมีเป็นที่เด่นที่สุดแล้วยังทรงบำเพ็ญบารมีอื่นๆ อันได้กระทำแล้วใน๙ พระชาติก่อนๆ อีกด้วย เท่ากับได้ทรงกระทำคุณความดีเด่นยิ่งครบ ๑๐ ประการในชาตินี้ มหาเวสสันดรชาดก จึงเป็นชาดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บางครั้งจึงเรียกชาดกเรื่องนี้ว่า มหาชาติ <br>&nbsp; &nbsp; มหาเวสสันดรชาดก เป็นเรื่องสูงส่ง แสดงให้เห็นถึงการเสียสละประโยชน์สุขส่วนตนของพระเวสสันดร เพื่อเป็นทางนำไปสู่พระโพธิญาณ เมื่อได้บรรลุพระโพธิญาณแล้วก็มิได้รับประโยชน์เฉพาะตน แต่ได้นำมาสั่งสอนเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลกด้วย <br>&nbsp; &nbsp; มหาเวสสันดรชาดก เป็นเรื่องที่คนไทยรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแต่ไม่มีหลักฐานเหลือมา หนังสือวสสันดรชาดกเพิ่งมามีลายลักษณ์อักษรแน่นอนเมื่องครั้งกรุงศรีอยุธยา <br>&nbsp; &nbsp; สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดเกล้าโปรกกระหม่อมให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งขึ้นเมื่อปีขาล จุลศักราช 44 คือพ.ศ. 2025 เรียกชื่อว่า "มหาชาติ" เป็นคำคละกันมีทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ ร่าย มีวัตถุประสงค์แต่งขึ้นเพื่อใช้ในการสวดในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา&nbsp; ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้รุจนามหาเวสสันดรชาดกขึ้นอีก เมื่อจุลศักราช 964 คือพ.ศ. 2145 เรียกชื่อว่า "กาพย์มหาชาติ" เป็นคำประพันธ์ชนิดร่ายยาว วัตถุประสงค์แต่งขึ้นเพื่อใช้สำหรับเทศน์ <br>&nbsp; &nbsp; หนังสือกาพย์มหาชาติให้จบในวันเดียวไม่ได้ จึงมีผู้แต่งกัณฑ์ต่างๆขึ้นใหม่ เพื่อย่นย่อให้สั้นเข้าและเทศน์จบภายในวันเดียวปรากฎว่ามีผู้แต่งมากมายหลายสำนวน คำประพันธ์ที่ใช้ก็ใช้ร่ายยาวเป็นพื้นแต่เรียกชื่อกันใหม่ว่า "มหาชาติกลอนเทศน์" <br>&nbsp; &nbsp; มหาชาติกลอนเทศน์นี่เองที่รวมกันเข้าเป็น "ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก" คือท่านนักปราชญ์ เลือกเฟ้นเอากลอนเทศน์ที่สำนวนดีมารวมกันเข้า งานนี้เริ่มมาตั้งแต่พ.ศ. 2449 และสำเร็จเรียบง่ายบริบูรณ์เมื่อพ.ศ. 2452 ในรัชกาลที่ 5 และใช้เป็นแบบเรียนสืบเนื่องกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน<br><strong>อานิสงส์ ๑๓ กัณฑ์</strong></div><ul><li><strong>ผู้ไดบูชากัณฑ์ทศพร (กัณฑ์ที่ ๑) </strong>อานิสงส์ท่านบอกว่าในชาติหน้าที่ไปบังเกิดจะประกอบด้วยรูปสมบัติมีสิริโฉมและรูปร่างที่งดงามอันงดงามกว่าชนทั้งหลาย จะเจรจาปราศัยก็มีน้ำเสียงไพเราะเสนาะโสต มีกลิ่นกายหอมฟุ้งไปไกล แม้จะได้สามีภรรยาบุตรธิดา ก็ล้วนแต่มีรูปทรงงดงาม</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์หิมพานต์ (กัณฑ์ที่๒)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่าประกอบด้วยความสุขกายสบายใจทุกอิริยาบถ ครั้นตายแล้วจะได้ไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ครั้นตายแล้วจะได้ไปเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมาย เสวยสุขอยูในปราสาทแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ เสวยทิพย์สมบัติอันมโหฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์ทานกัณฑ์ (กัณฑ์ ที่๓)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่า จะได้ทรัพย์สมบัติดังปรารถนาบริบูรณ์ด้วยแก้วแหวนเงินทอง อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทองนานัปประการ</li><li><strong>ผู้บุชากัณฑ์วนประเวสน์ (กัณฑ์ ที่ ๔) </strong>อานิสงส์ท่านบอกว่าแม้จะบังเกิดในปรภพใดๆ จะเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ มีที่ดิน บ้านเรือนใหญ่โตมากมาย มีสวนไร่นามากมาย จะมีอุทยานอันดาดาษด้วยต้นไม้ดอกไม้ของหอม และจะมีสระโบกขรณีกว้างใหญ่ มีน้ำใสสะอาดบริบูรณ์ อันเต็มไปด้วยปทุมชาติ</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์ชูชก (กัณฑ์ ที่๕)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่าเกิดในชาติหน้าจะมีอายุยืนจะไปในที่ใดๆ ก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน ปราศจากโรคาพาธทั้งหลาย ไม่เจ็บป่วยเป็นโรคภัยใดๆ และรอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง เป็นผู้มีพละกำลังมาก จะมีพลังต้านทานโรคหลายอย่าง และสิ่งใดที่หายไปก็จะได้กลับคืนดังเก่า</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์จุลพน (กัณฑ์ที่ ๖)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่าจะได้รับการคุ้มครองจากผู้หลักผู้ใหญ่เกิดชาติไหนๆ ก็จะได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นหัวหน้าคนเป็นนายคน เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยเดชศักดานุภาพ เฟื่องฟุ้งไปทั่ว</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์มหาพน (กัณฑ์ ที่ ๗)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่าจะสมบูรณ์ด้วยสติปัญญา เป็นผู้ทรงปรีชา เฉลียวฉลาด จะเป็นผู้ที่ไม่โง่เขลา เป็นคนมีปัญญา สามารถปราบอริศัตรูให้ย่อยยับไปได้</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์กุมาร (กัณฑ์ที่๘) </strong>อานิสงส์ท่านบอกว่าจะได้บรรลุเป็นพระอริยะบุคคล พร้อมด้วยคุณวิเศษทั้งปวง ด้วยบุญราศีที่ได้อบรมไว้ ตลอดจนนิพพานสมบัติ อันตัดเสียซึ่งทุกข์ทั้งปวง หลุดพ้นจากกองกิเลสและวัฏฏสงสาร</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์มัทรี (กัณฑ์ ที่ ๙)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่า ผู้นั้นจะได้คู่ครองที่ใจปรารถนาและครอบครัวที่เป็นไปตามต้องการ ถ้าเป็นสตรี จะได้สามีเป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ ถ้าเป็นบุรุษจะได้ภริยาเป็นที่ต้องประสงค์ จะได้บุตรหญิงชายที่ประเสริฐ เป็นคนว่าง่ายสอนง่าย มีความประพฤติกิริยาเรียบร้อยดีทุกประการ</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์มหาราช (กัณฑ์ที่๑๐)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่าเกิดชาติหน้าจะเกิดในตระกูลสูงศักดิ์เช่นตระกูลขัตติยมหาศาลในสมัยที่กษัตริย์สูงศักดิ์ หรือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ในยุคที่ตระกูลพราหมณ์สูงส่งยิ่งนัก เป็นที่นับหน้าถือตาแห่งคนทั้งปวง</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์สกบรรพ (กัณฑ์ที่ ๑๑) </strong>อานิสงส์ท่านบอกว่า มีบริวารมากมายทั้ง ทาส ทาสี และสัตว์ สองเท้า สี่เท้า เช่น โค กระบือ ช้างม้า รถ ยานพาหนะนับประมาณมิได้</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์ ฉกษัตริย์ (กัณฑ์ ที่๑๒) </strong>อานิสงส์ท่านบอกว่า จะบริบูรณ์ด้วยวงศาคณาญาติบุตร ธิดา สามี หรือภรรยา บิดา มารดา เป็นต้น อยู่พร้อมหน้ากันโดยความผาสุก จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข จะทำกิจกรรมการงานใดก็ประสบความสำเร็จ จะทำการใดๆ ก็พร้อมเพรียงกันยังการงานนั้นๆให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี</li><li><strong>ผู้บูชากัณฑ์นครกัณฑ์ (กัณฑ์ ที่๑๓)</strong> อานิสงส์ท่านบอกว่า จะเกิดเป็นมนุษย์ทันยุคศาสนาพระศรีอาริยเมตตรัยจะได้ถือปฏิสนธิในสมัยที่พระศรีอริยเมตตรัยมาอุบัติและจะได้พบกับพระองค์ ตลอดจนได้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนาของพระอง</li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-04 06:44:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269346977</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269917627</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-11 06:24:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269917627</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อานพ  ล้วนดี  ม.4/2   เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918146</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-11 06:35:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918146</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อานพ  ล้วนดี  ม.4/2  เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918225</link>
         <description><![CDATA[<div>ครั้นปรึกษากันอย่างนี้แล้วจึงพร้อมกันมอบหน้าที่ให้เทพบุตรทั้งสามว่า ท่านทั้งสามจงจำแลงเพศเป็นราชสีห์องค์หนึ่ง เป็นเสือโคร่งองค์หนึ่ง เป็นเสือเหลืององค์หนึ่ง แล้วพากันไปขัดขวางกั้นกางหนทางที่พระนางเธอเสด็จมา ถึงพระนางเธอจะอ้อนวอนสักเพียงไรอย่าอนุญาตให้มาได้ จนกว่าพระอาทิตย์จะอัสดงคต จึงค่อยพากันละลดเลิกถอยหนีไปให้พระนางเธอเสด็จมาด้วยรัศมีจันทร์ แต่ว่าท่านทั้งสามจงพากันป้องกันอย่าให้พระนางเธอเป็นอันตรายด้วยสัตว์ร้ายต่าง ๆ ได้เป็นอันขาด<br><br></div><div>เมื่อเทพบุตรทั้งสามรับเทวราชปกาสิตของเทพเจ้าเหล่าที่ประชุมอยู่ในสถานที่นั้นแล้ว ก็กระทำตามคำสั่งสอนทุกประการ ฝ่ายพระเยาวมาลย์มาศมัทรีพระนางเธอมีพระหฤทัยไหวหวาดด้วยทรงคำนึงความฝัน แล้วทรงรีบขมีขมันแสวงหามูลผลาหาร แต่บังเอิญเสียมที่พระนางเธอถือก็หลุดจากพระหัตถ์ กระเช้าก็จะพลัดตกลงจากพระอังสา ทั้งพระเนตรเบื้องขวาก็เขม่นอยู่ริก ๆ ต้นไม้ที่พระนางเคยปลิดผลก็เผอิญไม่แลเห็น ท้องฟ้าอากาศก็เป็นประหนึ่งว่ามืดมิดไปทั่วทุกทิศ พระนางเธอก็ทรงหลากจิตว่าเหตุไรหนอจึงเป็นอย่างนี้ ชะรอยจะมีเหตุอันใดอันหนึ่งแก่ตัวเราหรือไม่ก็พระเจ้าลูกทั้งสอง มิฉะนั้นก็พระสวามีเวสสันดรอย่างใดอย่างหนึ่ง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-11 06:38:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918225</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อานพ  ล้วนดี  ม.4/2   เลขที่11</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918400</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://parinjaikaew.files.wordpress.com/2015/05/d017.jpg"><figure class="attachment attachment--preview" data-trix-attachment="{&quot;contentType&quot;:&quot;image&quot;,&quot;height&quot;:483,&quot;url&quot;:&quot;https://parinjaikaew.files.wordpress.com/2015/05/d017.jpg?w=280&amp;h=483&quot;,&quot;width&quot;:280}" data-trix-content-type="image"><img src="https://parinjaikaew.files.wordpress.com/2015/05/d017.jpg?w=280&amp;h=483" width="280" height="483"><figcaption class="attachment__caption"></figcaption></figure></a></div><div><br><br><br></div><div>พระมหาสัตว์เจ้ายังมหาปฐพีอันใหญ่ให้หวั่นไหวด้วยพระราชทานปิยบุตรทั้งสองแก่พราหมณ์ แล้วเกิดโกลาหลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตลอดถึงพรหมโลก โกลาหลอันนั้นหมู่เทพเจ้าชาวป่าหิมพานต์ได้สดับเสียงพิลาปรำพันของสองพระกุมารกุมารีที่พราหมณ์นำไป ก็มีความสงสารประหนึ่งว่าหฤทัยจะแตกทำลาย &nbsp; จึงปรึกษากันว่าถ้าพระนางมัทรีเสด็จกลับมาสู่อาศรมในเวลากลางวัน เมื่อไม่ได้เห็นพระเจ้าลูกทั้งสองก็จะต้องรบกวนทูลถามซึ่งพระเวสสันดร ครั้นได้ทรงทราบว่าพระเวสสันดรได้พระราชทานให้ไปแก่พราหมณ์แล้ว พระนางเธอก็จะต้องวิ่งติดตามด้วยความสิเนหาอันแรงกล้าก็จะเสวยเวทนาอันใหญ่หลวง จำเราทั้งปวงจะคิดหาอุบายกั้นกาง อย่าให้พระนางเธอเสด็จมาได้แต่ในเวลายังวัน<br><br></div><div>ครั้นปรึกษากันอย่างนี้แล้วจึงพร้อมกันมอบหน้าที่ให้เทพบุตรทั้งสามว่า ท่านทั้งสามจงจำแลงเพศเป็นราชสีห์องค์หนึ่ง เป็นเสือโคร่งองค์หนึ่ง เป็นเสือเหลืององค์หนึ่ง แล้วพากันไปขัดขวางกั้นกางหนทางที่พระนางเธอเสด็จมา ถึงพระนางเธอจะอ้อนวอนสักเพียงไรอย่าอนุญาตให้มาได้ จนกว่าพระอาทิตย์จะอัสดงคต จึงค่อยพากันละลดเลิกถอยหนีไปให้พระนางเธอเสด็จมาด้วยรัศมีจันทร์ แต่ว่าท่านทั้งสามจงพากันป้องกันอย่าให้พระนางเธอเป็นอันตรายด้วยสัตว์ร้ายต่าง ๆ ได้เป็นอันขาด<br><br></div><div>เมื่อเทพบุตรทั้งสามรับเทวราชปกาสิตของเทพเจ้าเหล่าที่ประชุมอยู่ในสถานที่นั้นแล้ว ก็กระทำตามคำสั่งสอนทุกประการ ฝ่ายพระเยาวมาลย์มาศมัทรีพระนางเธอมีพระหฤทัยไหวหวาดด้วยทรงคำนึงความฝัน แล้วทรงรีบขมีขมันแสวงหามูลผลาหาร แต่บังเอิญเสียมที่พระนางเธอถือก็หลุดจากพระหัตถ์ กระเช้าก็จะพลัดตกลงจากพระอังสา ทั้งพระเนตรเบื้องขวาก็เขม่นอยู่ริก ๆ ต้นไม้ที่พระนางเคยปลิดผลก็เผอิญไม่แลเห็น ท้องฟ้าอากาศก็เป็นประหนึ่งว่ามืดมิดไปทั่วทุกทิศ พระนางเธอก็ทรงหลากจิตว่าเหตุไรหนอจึงเป็นอย่างนี้ ชะรอยจะมีเหตุอันใดอันหนึ่งแก่ตัวเราหรือไม่ก็พระเจ้าลูกทั้งสอง มิฉะนั้นก็พระสวามีเวสสันดรอย่างใดอย่างหนึ่ง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-07-11 06:43:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/269918400</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/365607586</link>
         <description><![CDATA[ด็จกลับมาสู่อาศรมใ]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-06-04 14:54:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/dcdenchai/fi1il91l5aks/wish/365607586</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
