<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ใบงาน 2.2 การวิเคราะห์โครงงาน by InFiNitEzs Ex</title>
      <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202</link>
      <description>ให้นักเรียนศึกษาโครงงานต่าง ๆ จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ www.scimath.org/project หรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่นักเรียนสนใจก็ได้ นักเรียนแบ่งกลุ่ม ตามกลุ่มเก่า 5W1H แล้วเลือกโครงงานที่กลุ่มนักเรียนสนใจ จากนั้นทำกิจกรรม “วิเคราะห์โครงงาน” ดังต่อไปนี้ 1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร 2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร 3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร โดยให้ระบุเป็นข้อ ๆ และเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน (สมาชิกในกลุ่มแบ่งหน้าที่นำเสนอให้ครบทุกคน) ตัวแทนกลุ่ม ส่งงานที่นี่ (เขียนชั้น เลขที่ ชื่อ)</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2022-06-15 04:48:15 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-10-07 20:20:06 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ตัวอย่าง</title>
         <author>kiranattsu</author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267091757</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นายวิรัช โมเม เลขที่ 99<br>2.นางสาวดวงกมล ชุกชุม เลขที่ 69<br>3.นาวสาวมาดูดี ขยันงานทำ เลขที่ 55<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>&nbsp;- มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำผลิตภัณฑ์กระเจี๊ยบในรูปของกระเจี๊ยบผงและศึกษาเปรียบเทียบค่า pH<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>&nbsp;- วิธีการทำดังนี้ โดยการนำกระเจี๊ยบสดมาตากแดดให้แห้งเพื่อไล่ความชื้น แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 70 °C เป็นเวลา 5 นาที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา แล้วนำบดเป็นผง บรรจุซอง<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>&nbsp;- ผลจากการทดลองพบว่า ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดและปริมาณวิตามินซีจะลดน้อยลง ซึ่งได้เลือกการทำกระเจี๊ยบผงอบที่อุณหภูมิ 70 °C เพราะที่อุณหภูมิ 70 °C สามารถฆ่าเชื้อราได้ และจากการศึกษาเพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการอบกระเจี๊ยบแห้งที่อุณหภูมิ 70 °C โดยใช้เวลา 5, 10, และ 15 นาที พบว่าอบในเวลา 5 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6567-2016-09-09-03-51-41-6567" />
         <pubDate>2022-08-22 06:35:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267091757</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267155804</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว จุฑามาศ ดอกแก้ว เลขที่ 2<br>นางสาว พรพิมล&nbsp; กาวิวงศ์ &nbsp; เลขที่ 9<br>นาย&nbsp; &nbsp; &nbsp; จิตติพัฒน์&nbsp; แดงธิยะ เลขที่ 14<br>นางสาว พิมพ์ผกา&nbsp; แซ่เล้า&nbsp; เลขที่ 21<br>นางสาว ศิริทิพย์&nbsp; จันทรักษา เลขที่ 25<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>โครงงานนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสกัดสารจากต้นขึ้นฉ่าย เพื่อนำไปเร่งการเจริญเติบโตของ (Saccharomyces) และเพื่อเปรียบเทียบปริมาณอัลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักไวน์กระเจี๊ยบ<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>1. สกัดสารจากต้นขึ้นฉ่าย โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย&nbsp;<br>2. การใช้สารเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของ (Saccharomyces) ในจานเพาะเชื้อ&nbsp;<br>3. การหมักไวน์ โดยการใช้สารเร่งจากขึ้นฉ่าย<br><br>3.ผลจากการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-จากการเปรียบเทียบกันระหว่างเชื้อยีสต์ที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตร P.D.A. กับอาหารสูตร P.D.A ผสมกับสารสกัดขึ้นฉ่าย ปรากฏว่าอาหารที่ผสมกับสารสกัดขึ้นฉ่าย มีผลต่อการเร่งการเจริญเติบโตของ (Saccharomyces) ได้ดีกว่าอาหารแบบธรรมดาและเมื่อทดลองหมักไวน์กระเจี๊ยบเปรียบเทียบกันระหว่าง การใช้สตาร์ทเตอร์ (น้ำเลี้ยงเชื้อไวน์) แบบที่ผสมสารสกัดขึ้นฉ่ายกับแบบที่หมักธรรมดา พบว่า ในระยะเวลาเท่ากันไวน์ที่หมักด้วยสตาร์ทเตอร์แบบที่ผสมกับสารสกัดขึ้นฉ่ายจะมีปริมาณอัลกอฮอล์มากกว่า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6552-saccharomyces" />
         <pubDate>2022-08-22 07:49:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267155804</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267156455</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส. กรนันท์ อินตาเต็ม เลขที่ 1&nbsp;<br>น.ส. นันท์นลิน กันทะคำ เลขที่ 3<br>น.ส. ปัฐมาภรณ์ กองแปง เลขที่ 5</div><pre>น.ส.ปารีณา จินะโต้ง เลขที่ 6</pre><div>น.ส. ณัฏฐนิช บุญก้ำ เลขที่ 13<br><br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>&nbsp;- มีจุดมุ่งหมาย 1.เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของหนังสือนิทานชนเผ่า<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 3.เพื่อศึกษาความพึ่งพอใจของนักเรียน<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1) หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองจำนวน 12 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อประกอบการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองการศึกษาจำนวน 10 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์&nbsp;<br><br>3.ผลของการดำเนินงานของโครงงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-ผลการศึกษาพบว่า 1.หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองการศึกษา ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น จำนวน 12 เล่ม มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 คือ มีประสิทธิภาพเฉลี่ยรวมเท่ากับ 85.62/88.17 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองการศึกษา มีคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.00 ซึ่งมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ50.00 3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลปาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ที่มีต่อหนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง การศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6644-3-6644" />
         <pubDate>2022-08-22 07:50:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267156455</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267157434</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>นางสาว นิศากร สระดิษฐ์ เลขที่ 4<br>นางสาว ปิยาพร ดีมืด เลขที่ 7<br>นางสาว พันธิตรา กลิ่นอำพล เลขที่10<br>นางสาว สาริศา ใจสดใส เลขที่27<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>- การทำกระถางเพาะชำจากวัสดุธรรมชาติ โดยใช้เส้นใจจากวัสดุธรรมชาติชนิดต่างๆ<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-ขั้นตอนการดำเนินการทดลองมีดังนี้ ตอนที่ 1 นำแป้งมันมาละลายน้ำแล้วตั้งไฟอ่อนเคี่ยวจนใส และตั้งพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำวัสดุที่ใช้ในการทำกระถาง (ใยมะพร้าว, หญ้าแพรก, ฟาง, ขี้เลื่อย, แกลบ) มาผสมกับแป้งเปียกแล้วบรรจุใส่แม่พิมพ์ อัดจนแน่น ใช้ฐานเหล็กดันออกและรอให้กระถางแห้ง ตอนที่ 2 นำวัสดุธรรมชาติ (ใยมะพร้าว) ผสมกับแป้งเปียกในอัตราส่วน 3:1, 2:1, 1:1, 1:2 และ 1:3 แล้วบรรจุใส่แม่พิมพ์อัดจนแน่น ใช้ฐานเหล็กดันออกและรอให้กระถางแห้ง ตอนที่ 3 นำกระถางที่ทำจากวัสดุและอัตราส่วนที่ดีที่สุดคือ ใยมะพร้าว กับแป้งเปียกเท่ากับ 1:3 มาปลูกเมล็ดถั่วดำ และรดน้ำ สังเกตจำนวนวันที่กระถางคงรูปร่างได้ ตอนที่ 4 นำวัสดุจากธรรมชาติ (ใยมะพร้าว) มาผสมมูลวัวกับแป้งเปียก แต่อีกกระถางหนึ่งไม่ผสมมูลวัว ปลูกพืชทั้งสองกระถาง แล้วสังเกตการณ์เจริญเติบโตของต้นพืชในแต่ละสัปดาห์<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-จากการทดลองได้ผลดังนี้ คือกระถางเพาะชำจากวัสดุจากธรรมชาติที่ทำจากใยมะพร้าวในอัตราส่วนระหว่างใยมะพร้าวกับแป้งเปียก เท่ากับ 1:3 มีลักษณะภายนอก ความคงทน และความสามารถในการยึดเกาะดีที่สุด สามารถดูดซับน้ำ 100 cm3ได้เฉลี่ย 4.73</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project-biology/item/6621-2016-09-09-03-51-57-6621" />
         <pubDate>2022-08-22 07:51:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267157434</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267160024</link>
         <description><![CDATA[<div>~•สมาชิกในกลุ่ม•~<br>1.นายอภิรักษ์&nbsp; แสนรส เลขที่ 16<br>2.นางสาวกนกวรรณ อินต๊ะ เลขที่ 17<br>3.นางสาวรสริน ปัญญาคำ เลขที่ 23<br>4.นางสาวรุจินันท์ ปิ่นทอง เลขที่ 24<br>5.นางสาวศุภามาศ จันตะยะ เลขที่ 26<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1<br><br>•โครงงานนี้มีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร?<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;= เป็นการศึกษาวิธีทำสีโปสเตอร์ขึ้นใช้เอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสี<br><br>•โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร?<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;=โดยใช้แป้งมันแป้งข้าวจ้าวแป้งข้าวเหนียวแป้งอเนกประสงค์มาทดลองตามสูตรและอัตราส่วนจากนั้นนำแป้งมันมาหาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการทำสีโปสเตอร์<br><br>•ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร?<br>&nbsp; &nbsp;=เมื่อนำสีโปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองมาเปรียบเทียบคุณภาพและราคากับสีโปสเตอร์ที่ขายตามท้องตลาด 3 ยี่ห้อซึ่งมีขนาดบรรจุ 15 ml เท่ากันผลปรากฏว่าสีโปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองมีคุณภาพใกล้เคียงกับสีโปสเตอร์ที่ขายตามท้องตลาดทั้ง 3 ยี่ห้อแต่มีราคาถูกกว่าสีโปสเตอร์ที่ขายตามท้องตลาดทั้ง 3 ยี่ห้อเป็นอย่างมากเมื่อนำสีโปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองมาหาอายุการใช้งานโดยสังเกตลักษณะของสีในขวดบรรจุและสังเกตจากการใช้งานจริงโดยระบายลงบนภาพทิ้งไว้เป็นเวลา 13 เดือนผลปรากฏว่า 4 โปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองสามารถเก็บรักษาอยู่ในขวดเป็นเวลา 292 วัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1777641309/efb6d5ed165a9c34c512fe275d2034bb/inbound1589565438104318963.jpg" />
         <pubDate>2022-08-22 07:54:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267160024</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267161193</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นางสาวรัตนาภรณ์ เป็ดมา เลขที่11<br>2.นางสาวกัญญาวีร์ ทาโหล่ง เลขที่18<br>3.นางสาวทิพวรรณ ดีคำ เลขที่19<br>4.นางสาวพิมวิภา สมคำ เลขที่22<br>5.นางสาวพนารี ตาหมด เลขที่20<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ไขปัญหาอย่างไร<br>-มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตกระดาษซับหน้ามัน และทดสอบคุณสมบัติของเยื่อแผ่นไคโตซาน<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-มีขั้นตอนดังนี้ การเปลี่ยนเฟสแบบแห้ง (Dry phase inversion) ทดสอบหาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างไคโตซานละลายในสารละลายกรดอะซีติก แล้วนำไปขึ้นรูปบนเพลท ผลการทดลองคือ ไคโตซาน 0.03 กรัมละลายในสารละลายกรดอะซีติก 5 ml การเติมพลาสติกไซเซอร์ ได้แก่ เยื่อกระดาษไข เยื่อกระดาษทิชชูชนิดบางและชนิดหนา และ PEG (Polyethylene glycal) ซึ่งจากการทดสอบพบว่า พลาสติกไซเซอร์ ที่เหมาะสมที่สุดคือ เยื่อกระดาษชั่งสาร การผสมพลาสติกไซเซอร์ช่วยเพิ่มคุณภาพ ได้แก่ CaCO3 ZnO MgCO3 และแป้งฝุ่น จากการทดสอบพบว่า CaCO3และแป้งฝุ่น ให้ผลดีที่สุด จากขั้นตอนนี้จะทำให้แผ่นซับหน้ามันที่ได้เมื่อใช้แล้วทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนเหมือนทาแป้ง ขั้นตอนสุดท้ายคือการทดสอบคุณภาพของแผ่นซับมัน โดยนำมาทดสอบประสิทธิภาพการซับน้ำ น้ำมันและเหงื่อเทียม และทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้ โดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์และประมวลผลค่าความพึงพอใจคือโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS-X11.5&nbsp;&nbsp;<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร</div><div>-ทดสอบความพึงพอใจของผู้ใช้ โดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์และประมวลผลค่าความพึงพอใจคือโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS-X11.5 พบว่า กระดาษซับหน้ามันสูตรที่ 2 (เยื่อกระดาษชั่งสารผสมกับสารละลายไคโตซาน 0.03 g กรดอะซีติกเข้มข้น1% โดยปริมาตร จำนวน 5 ml อัตราส่วน 1:2 และแป้งฝุ่น 0.5 g) มีความพึงพอใจของผู้ใช้ในระดับคะแนนเฉลี่ยรวมมากที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1777638678/de3c54a09db690b19f87e8cc05b8f2e5/21278D43_2B55_46EF_AAEE_2EB3EC589D65.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-22 07:56:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267161193</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267161228</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นาวสาวพรนภา จิตสุข เลขที่8<br>นางสาวสุพรรษา คุ้มครอง เลขที่12<br>3.นายจีรายุทธ ห้อมมูล เลขที่15<br>4.นางสาสอรัญญา มโนทา เลขที่28<br>5.นายยุทธการ ไทยเจริญ เลขที่29<br>1โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>&nbsp;=นำฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อซื้อแอลกอฮอล์ <br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร&nbsp;<br>=ทำการไฮโดรไลซ์เซลลูโลสในฟางข้าวด้วยกรดซัลฟูริกที่มีระดับความเข้มข้น 0.5% , 1% , 2.5% , 5% , 10% และ 20% ที่อุณหภูมิ 100 oC เป็นเวลา 4 ชั่วโมง แล้วตรวจสอบปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ที่ได้โดยวิธี Shaffer Somogyi Method ผลปรากฏว่าชุดทดลองที่ใช้กรดซัลฟูริกที่มีความเข้มข้นมากที่สุด 20% นั้น สามารถไฮโดรไลซ์ฟางข้าวแล้วได้ปริมาณน้ำตาลอกมามากที่สุดคือ 173.80 mg ต่อฟางข้าว 1 g หลังจากนั้นนำตัวอย่างทั้งหมดมาทำการหมักด้วยยีสต์สายพันธุ์ Saccharomyces cerevisiae ที่อุณหภูมิ 28 – 30 oC เป็นเวลา 4 วัน แล้วทำการตรวจสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้น<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>=ทุกชุดการทดลองสามารถเกิดการหมักได้และให้ปริมาณแอลกอฮอล์ออกมาแตกต่างกัน โดยในชุดที่ใช้กรดซัลฟูริกความเข้มข้น 2.5% นั้น จะได้ปริมาณแอลกอฮอล์สูงสุดคือ 1.778%</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6639-2016-09-09-03-52-04-6639" />
         <pubDate>2022-08-22 07:56:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267161228</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267190506</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>สมาชิก<br>1 นายณัฐ บุญภิละ<br>2 นางสาวนลพรรณ จันธิมา<br>3 นางสาวพรพิมล ตันยะ<br>4 นางสาวสิริณภัทร จ่อแผ่</strong><br><br><strong><mark>1.โครงงานมีเป้าหมายในกรศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร</mark></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. )&nbsp; เพื่อเป็นแหล่งแบ่งปันความรู้ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.)&nbsp; เพื่อส่งเสริมการป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br><strong><mark>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร</mark></strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โครงการได้เน้นให้เกิดสังคมออนไลน์ขนาดย่อม เพื่อร่วมทำกิจกรรมภายในเว็บไซต์และกิจกรรมนอกสถานที่ ที่ทางเว็บไซต์ได้จัดตั้งขึ้น โดยกิจกรรมภายในได้เน้นให้เกิดทักษะความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธรรมชาติมากมาย เช่น การปลูกต้นไม้จำลอง การผสมปุ๋ยจำลอง การดูแลต้นไม้จำลองอย่างถูกวิธี การขอคำปรึกษาจากสมาชิกท่านอื่น การโพสต์คลิปวีดีโอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยและตกแต่งหน้าเว็บเพจของตนเอง และกิจกรรมภายนอกได้เน้นการนำความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมภายในเว็บไซต์มาใช้งานจริง โครงการ FOR-REST (FOREST) จึงมีความคิดแนวสร้างสรรค์ในการสร้างเว็บไซต์ที่ไม่เป็นเพียงแค่การสนทนากันเท่านั้น แต่ผู้ใช้งานยังสามารถใช้ความรู้ ใช้ความสามารถที่มีอยู่เดิม มาทำกิจกรรมร่วมกันกับทางเว็บไซต์ <br><strong><mark>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร</mark></strong><br> ผู้ใช้งานจะได้รับความรู้ ความสามารถเพิ่มเติม แตกต่างจากการอ่านบทความทางวิชาการบนเว็บไซต์อื่นๆเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ความสามารถนี้มาจากการดำเนินชีวิตของผู้ใช้งานเอง จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถปลูกจิตสำนึกให้กลุ่มเป้าหมายร่วมมือกันช่วยป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ จากพื้นฐานความรู้ที่ทางเว็บไซต์ FOR-REST (FOREST) เป็นผู้กำหนด และจากความรู้ที่สั่งสมและส่งต่อกันเองของกลุ่มผู้ใช้ที่ตั้งเป็น community บนเว็บไซต์นี้แล้วร่ว</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6646-for-rest-forrest-6646" />
         <pubDate>2022-08-22 08:39:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267190506</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267193182</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ธันย์ชนก วีระ เลขที่ 9<br>น.ส.วรรณกานต์ ปู่หล้า เลขที่10<br>น.ส.ศิรัญญา สิงห์กันทา เลขที่11<br>น.ส.อรัญญา กันธวงศ์ เลขที่13<br>น.ส.จันทร์จิรา แก้วคำ เลขที่16<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอะไร<br>=-เป็นการลดความเสี่ยงต่อการกระเบิดของมนุษย์<br>-เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีในอนาคต<br>-เป็นการลดต้นทุนในการสั่งซื้อจากต่างประเทศ<br><br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการนำเนินการอย่างไร<br>=1. การนำรถบังคับมาดัดแปรงให้สามารถนำไปทุกที่ได้<br>&nbsp;2. นำกล้องมาติดที่ตัวรถเพื่อใช้ในการสำรวจวัตถุระเบิดโดยกล้องสามารถหมุนได้ 360 องศา&nbsp;<br>3. นำไฟมาติดเพื่อใช้ในการเข้าไปสำรวจในที่ที่แสงเข้าไม่ถึง&nbsp;<br>4. ใช้โปรแกรมในการควบคุมกล้องในการสำรวจ&nbsp;<br>5. ให้ภาพนาเสนอที่หน้าจอคอมพิวเตอร์&nbsp;<br>6. และให้ผู้ที่เชี่ยวชาญตรวจสอบที่คอมว่าเป็นระเบิดชนิดใด&nbsp;<br>7. เมื่อรู้แล้วว่าเป็นระเบิดชนิดใดแล้วนำอุปกรณ์ไปกู้ระเบิดได้ถูกจุดเบิดโดยกล้องสามารถหม<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไรโดยให้ระบุบเป็นข้อๆ<br>= 1.ขั้นวางแผน<br>&nbsp; &nbsp;2.ขั้นเตรียม<br>&nbsp; &nbsp;3.ขั้นดำเนินการ<br>&nbsp; &nbsp;4.ขั้นประเมินผล</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6635-i-robot-boom-6635" />
         <pubDate>2022-08-22 08:43:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267193182</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267195394</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวฐิติมา สร้อยฟ้า เลขที่4<br>นางสาวดารินทร์ เป็งคำตา เลขที่5<br>นางสาวญาณิศา ตาคำ เลขที่30<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>-เพื่อใช้แก้ปัญหายุงรบกวนและห้องเรียนมีกลิ่นอับชื้นในช่วงฤดูฝน&nbsp;<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-นำเอาต้นตะไคร้หอม ผิวมะกรูดและใบยูคาลิปตัสอย่างละ 3 กิโลกรัม มากลั่นด้วยเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย โดยใช้น้ำสะอาดจำนวน 5 ลิตร ต่อการกลั่น 1 ครั้ง ใช้เวลากลั่น 1 ชั่วโมง ต่อการกลั่น 1 ครั้ง ใช้ความร้อนจากถังแก๊สปิกนิกที่เปิดวาล์วเร่งความร้อนที่ 3/4 ของวาล์วเปิด-ปิดเพื่อให้อุณหภูมิการกลั่นที่สม่ำเสมอ<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-ฉีดพ่นบริเวณรอบห้องเรียนพบว่าสารสกัดจากตะไคร้หอมจะช่วยป้องกันการรบกวนจากยุงได้นาน 3 ชั่วโมง สารสกัดจากตะไคร้หอม ผิวมะกรูด และยูคาลิปตัสจะช่วยแก้ไขกลิ่นอับชื้นทำให้ห้องมีกลิ่นและบรรยากาศที่สดชื่น ได้นาน 3 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงและ 1 ชั่วโมงตามลำดับ เมื่อนำฝ้าน้ำมันที่ได้จากการใช้หลอดดูดน้ำมันที่ลอยอยู่บริเวณผิวของสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่ได้ไปใช้เป็นส่วนผสมในการจัดทำยาหม่องสมุนไพร พบว่าฝ้าน้ำมันดังกล่าวมีคุณสมบัติที่ดีสามารถใช้เป็นส่วนผสมทำยาหม่องสมุนไพรได้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6627-2016-09-09-03-52-00-6627" />
         <pubDate>2022-08-22 08:46:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267195394</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267195555</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส นฤมาศ ผู่ปา เลขที่ 15<br>น.ส อริสา ประสานเยาวชน เลขที่ 8<br>น.ส ชฎารัตน์ รัตนนิทัศน์ เลขที่ 17<br>น.ส ปวีณ์สุดา ประชาชาติมติ เลขที่ 20<br>น.ส พนิตพร การัณกิจธำรงกุล เลขที่ 21<br><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>-จัดทำขี้นเพื่อเปรียบเทียบการสะสมเเคดเมียมและการสังเคราะห์ไฟโตคีเลตินในพืช สกุล Brassica 2 ชนิดคือผักกาดเขียวและผักกวางตุ้ง<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-ศึกษาการสะสมแคดเมียมโดยใช้แคดเมียมคลอไรด์ที่ความเข้มข้น 0.25 และ 0.5 mg/L เป็นเวลา 15 วัน ผลปรากฏว่าแคดเมียมที่ความเข้มข้น 0.5 mg/L เป็นพิษต่อพืชทั้งสองชนิดโดยเฉพาะผักกาดเขียวนอกจากนี้ผักกวางตุ้งยังสามารถสะสมแคดเมียมได้ในปริมาณที่สูงกว่าผักกาดเขียวอีกด้วย<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่าผักกวางตุ้งมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณแคดเมียมในซับสเตรทได้ดีกว่าผักกาดเขียว<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project-biology/item/6376-2016-09-09-03-49-26-6376" />
         <pubDate>2022-08-22 08:46:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267195555</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267196204</link>
         <description><![CDATA[<div><br>1.นางสาว ปวีณ์ธิดา ขัติยะ เลขที่ 18<br>2.นางสาว มาริสา นารี เลขที่ 19<br>3.นางสาว ชนานันท์ จันทร์ง็ก เลขที่ 29<br>4.นางสาว ฐิตาภา ต๊ะติญญา เลขที่ 31<br>5.นางสาว ธัญลักษณ์ เป็งอินตา เลขที่ 33<br><br>1)โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>-เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม<br>2)โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแบ่งปันความรู้ ส่งเสริมการป้องกันรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเน้นให้เกิดทักษะความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธรรมชาติมากมาย เช่น การปลูกต้นไม้จำลอง การผสมปุ๋ยจำลอง เป็นต้น<br>3)ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-พบว่าคนส่วนใหญ่หันมาสนใจในการปลูกป่าและได้ความรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ร่วมมือกันรักษาธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6646-for-rest-forrest_6646" />
         <pubDate>2022-08-22 08:47:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267196204</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267196293</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย แทนคุณ เงินคำคง เลขที่2<br>นาย ธนินทร์ เปลี่ยนพร้อม เลขที่3<br>นาย ชยากร ยืนยง เลขที่14<br>นาย สืบสกุล หวันแก้ว เลขที่15<br>นาย เจษฎากร ดีคำ เลขที่27<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>= มีจุดมุ่งหมาย เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการทำเต้าหู้จากเมล็ดกระถินยักษ์<br><br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>= วิธีดำเนินการ<br>&nbsp;คือ แมกนีเซียมคอลไรด์ (MgCl2) ในการทดลองใช้ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร ปริมาตรที่เติมเหมาะสมคือ 12 cm3 โดยได้น้ำหนักเต้าหู้เฉลี่ย 58.33 กรัม ส่วนการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองที่ใช้เปรียบเทียบนั้น ใช้เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่เหมาะสมในการตกตะกอนที่ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร จำนวน 12 cm3 เท่ากัน ได้เต้าหู้ 138.03 กรัม และได้น้ำหนักเต้าหู้ 147.7 กรัม เมื่อใช้สารตกตะกอนจำนวน 16 cm3 ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนในเมล็ดกระถินยักษ์ ถั่วเหลือง เต้าหู้จากเมล็ดกระถินยักษ์ และเต้าหู้จากถั่วเหลือง มีปริมาณโปรตีนเป็นกรัมต่ออาหารแห้ง 100 กรัม คือ 16.69 , 29.81 , 6.88 และ 13.44 กรัมตามลำดับ<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงายเป็นอย่างไร โดยให้ระบุเป็นข้อๆ และเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน<br>= 1.ในการทดลองใช้ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร ปริมาตรที่เติมเหมาะสมคือ 12 cm3 โดยได้น้ำหนักเต้าหู้เฉลี่ย 58.33 กรัม 2.ส่วนการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองที่ใช้เปรียบเทียบนั้น ใช้เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่เหมาะสมในการตกตะกอนที่ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร จำนวน 12 cm3 เท่ากัน ได้เต้าหู้ 138.03 กรัม และได้น้ำหนักเต้าหู้ 147.7 กรัม&nbsp;<br>3.เมื่อใช้สารตกตะกอนจำนวน 16 cm3 ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนในเมล็ดกระถินยักษ์ ถั่วเหลือง เต้าหู้จากเมล็ดกระถินยักษ์ และเต้าหู้จากถั่วเหลือง มีปริมาณโปรตีนเป็นกรัมต่ออาหารแห้ง 100 กรัม คือ 16.69 , 29.81 , 6.88 และ 13.44 กรัมตามลำดับ 4.สำหรับเต้าหู้ที่ได้ยังมีลักษณะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากได้ปริมาณน้อย ค่อนขางเหลวและมีความยืดหยุ่นน้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project-biology/item/6640-2016-09-09-03-52-04-6640" />
         <pubDate>2022-08-22 08:47:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267196293</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267199046</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ฐิติชญา ใจหนู เลขที่24<br>น.ส ณัฐพร เเบนใจวาง เลขที่25&nbsp;<br>น.ส วริศรา โปร่งตุ้ย เลขที่26<br>น.ส จิราทิพย์ ฟูเมือง เลขที่28<br>น.ส อุมากร โม่งสุข เลขที่35&nbsp;<br>น.ส จิราภา สุนันตา เลขที่36<br><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>=จุดมุ่งหมาย 1) เกิดความสนใจที่จะทดลองหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาใช้เป็นวัสดุทำถุงเพราะต้นกล้าแทนพลาสติก<br>&nbsp;<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>=การนำเอาน้ำจากผลตะโกดิบมาแช่แหเพื่อใช้เชือกแกมีความเหนียวไม่เปื่อยยุ่ยง่าย มาชุบกระดาษเพื่อให้กระดาษมีความเหนียว ไม่เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อโดนน้ำ แล้วนำกระดาษที่ได้จากการชุบมาทำเป็นถุงเพาะต้นกล้าแทนพลาสติก&nbsp;<br>3 ผลจากการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>= 1. กระดาษที่แช่น้ำผลตะโกดิบ มีความทนทานต่อการเปื่อยยุ่ยได้ดี 2. ความเข้มข้นของน้ำจากผลตะโกดิบที่ทำให้กระดาษมีความทนทานต่อการเปื่อยยุ่ยได้ดีที่สุดได้มาจากการปั่นผลตะโกดิบ หั่นละเอียด 400 กรัม ต่อน้ำ 40 ลูกบาศก์เซนติเมตร 3. วิธีทำให้กระดาษมีความทนทานต่อการเปื่อยยุ่ย ได้ดีที่สุดคือ การแช่กระดาษในน้ำจากผลตะโกดิบเป็นเวลา 10 วินาทีขึ้นไป 4. เมื่อนำกระดาษที่แช่ด้วยน้ำจากผลตะโกเป็นเวลา 10 วินาที ไปทำเป็นถุงเพาะต้นกล้าแล้วเปรียบเทียบกับถุงเพาะต้นกล้า พลาสติก พบว่าถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากกระดาษแช่น้ำผลตะโก สามารถใช้แทนถุงเพาะต้นกล้าพลาสติกได้ ถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากกระดาษที่แช่น้ำจากผลตะโกดิบ เมื่อนำต้นกล้าไปปลูกลงดิน จะไม่ทำให้รากของต้นกล้าได้รับการกระทบกระเทือนหรือเกิดการฉีกขาด และสามารถย่อยสลายได้ในดินทุกชนิด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6625-2016-09-09-03-51-59-6625" />
         <pubDate>2022-08-22 08:51:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267199046</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267203072</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวสุภาสิณี&nbsp; สิทธิ&nbsp; เลขที่12<br>นางสาวพัชราภา&nbsp; ศิริป้อม เลขที่ 22<br>นางสาวดวงพร โห้งแดง เลขที่32<br>นางสาวนุชวรา&nbsp; ปู่ติ๊บ เลขที่ 37<br><br><br></div><ol><li>โครงงานนี้มีวีธีการดำเนินงานอย่างไร ศึกษาวิธีการนำใบไม้มาฟักไข่นกกระทา ดำเนินการศึกษา&nbsp;</li><li>ผลการดำเนินงานของโครงงานนี้เป็นอย่างไร โดยศึกษาชนิดและปริมาณของใบไม้ได้ที่เหมาะสมต่อการฟักไข่และศึกษาการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอนกกระทา รวมทั้งค่าร้อยละของการฟักออกของลูกนกด้วย</li><li>ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร จากการศึกษาพบว่าใบไม้ที่เหมาะสมต่อการนำมาฟักไข่นกกระทาคือใบขี้เหล็ก ระยะหลังๆ ของการฟักจะใช้ใบขี้เหล็กน้อย และจำนวนไข่ที่ฟัก และควรใช้ใบขี้เหล็กสดหลังจากเก็บจากต้นในวันที่ 3 และเปลี่ยนใบไม้ในกล่องฟักใหม่ ทุก 7 วัน ค่าร้อยละของการฟักออกไม่ต่ำกว่า 80% ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้วย เช่นฤดูและความสมบูรณ์ของไข่เชื้อ</li></ol><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6565-2016-09-09-03-51-39-6565" />
         <pubDate>2022-08-22 08:56:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2267203072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268320098</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>เจตนิพัทธ์ สุริยา เลขที่1<br>ชินวัฒน์ ต๊ะสม เลขที่2<br>ภูพิรัฐ จั๋นตา เลขที่3<br>จิรวัฒน์ แก้วก้อย เลขที่10<br>ทนงศักดิ์ สุขรักษ์ เลขที่20<br><br>สภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ประชาชนและบุคคลทั่วไปต้องหันมาใส่ใจและศึกษาเพื่อให้เข้าใจและทราบถึงแหล่งที่มา สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันแต่ประเทศกำลังประสบปัญหาอยู่เราจึงต้องหาวิธีเตรียมตัวรับมือและหามาตรการป้องกันโดยเริ่มจากตัวเราก่อนที่จะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อลดสภาวะโลกร้อน โปรแกรมที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นนี้ได้รวบรวมข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้และผู้ที่สนใจโปรแกรมทุกคนได้ตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจทุกคนได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวและคนรอบข้างมีจิตสำนึกที่ดีในการช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน เราจึงได้คิดวิธีที่จะนำเสนอสาระผ่านทางสื่อที่น่าสนใจโดยใช้การ์ตูนแอนนิเมชั่นเป็นการนำเข้าสู่เนื้อหา<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ไขปัญหาอย่างไร::ลดการปัญหาขยะภายในโลกให้น้อยลง ลดถุงพลาสติก ขยะประเภทพลาสติก หรือ ประเภทที่ย่อยสลายได้ยาก<br>จึงเกิดอีก1ปัญหา ที่ทำให้โลกร้อน อย่างต่อเนื่อง มลพิษ หมอกควัน มาจากท่อไอเสีย จากพวกคาร์บอน ควันรถต่างๆอีกมากมาย<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>ทำการ์ตูนเกี่ยวกับลดปัญหาของโลกร้อนภายในโลกนี้ แล้วนำมาถ่ายทอดเป็นวิดีโอออกมาเป็น วิดีโอที่ช่วยลดปัญหาโลกร้อนอีกวิธีนึ่ง<br><br>3.ผลการดำเนินงานโครงงานของโครงงานอย่างไร::อยู่ระหว่างในการดำเนินงาน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6543-2016-09-09-03-51-32-6543" />
         <pubDate>2022-08-23 04:40:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268320098</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268323730</link>
         <description><![CDATA[<div>18 นายกิตติ สร้อยเรือน&nbsp;<br>19 นายชินภัทร์ เยี่ยมไธสงค์<br>23 นายพงศกร สร้อยเรือน<br>24 นายยุทธนา ฮวดลี<br>26 นายเอกรัตน์ คำมาวัน<br><br>1โครงงานมีเป้าหมายการศึกษาในการแก้ปัญหาอะไร<br>&nbsp; ศึกษาเกี่ยวกับวิตตามินซีในผลของสัปปะรด<br>2โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>&nbsp;เป็นการพัฒนาเทคนิค CE ให้ง่ายและรวดเร็วและมี sensitive สุงในการตรวจวิเคราะห์วิตตามินซีโดยใช้ Bared fused silica column ยาว48.5mc<br>3ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>จากนั้นประยุทธ์วิธีการได้มากับการแยกและหาปริมาณวิตตามินซีในสัปปะรดผลการทดลองพบว่าความสหพันธ์ระหว่างปริมาณวิตตามินซีกับปริมาณนํ้าตาลโพเทสเซี่ยมในสัปปะรด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6288-capillary-electrophoresis-6288" />
         <pubDate>2022-08-23 04:44:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268323730</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268480019</link>
         <description><![CDATA[<div>นายพงษา เสนากุล เลขที่17<br>นายชัยวัฒน์ ปัญญาปินเลขี่13<br>นายวิชญพงศ์ อินาจักร เลขที่14<br>นาย นรบดี นามสุข เลขที่16<br>นางสาวจรรยธร ประสิทธิพันธ์ เลขที่18<br>นางสาวสุธิตา&nbsp; ผุผาชาติ เลขที่23<br><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>- จุดหมายเพื่อให้การศึกษาเรื่องสมุนไพรพื้นบ้านความสำคัญของสมุนไพรแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรสามารถเป็นยารักษาโรคได้อย่างไร<br><br>2. โครงงานนี้มีวิธีการทำงานอย่างไร<br>- ผลการศึกษาวิจัย :พบว่า จากรายได้และลักษณะสมุนไพรที่หมอพื้นบ้านใช้แบ่งหมอหมอพื้นบ้านออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภท ชาวบ้าน, กึ่งอาชีพ (17 คน), อาชีพ (23 คน), และผู้เชียวชาญในอาชีพ (3 คน), หมอพื้นบ้าน จำนวน 43 คน มีแนวคิดในการใช้สมุนไพรอยู่ 2 ประการ ประการแรก เป็นแนวคิดในการอาศัยกลไกที่มีอยู่ในร่างกายตอบสนองต่อสมุนไพร ได้แก่การอาเจียน การสำรอก การระบายถ่ายท้อง การขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ การชะล้าง การดูดซับ การเกิดเป็นแผลฝีหนองโดยมีความเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการล้างพิษ กระทุ้งพิษ หรือดูดพิษ<br><br>3. ผลการดาเนินงานโครงงานเป็นอย่างไร<br>- เพื่อให้รู้จักสมุนไพรต่างๆ ให้ได้รู้จักกับยารักษาโรดต่างๆ ได้ง่ายทำให้คนรู้จักสมุนไพรต่างๆได้ดีขี้นรู้จักวิธีใช้พืชต่างๆว่าควรใช้แบบไหน เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1778832676/22e3f563550031852b872ac838ddb1c8/CA7EC26B_CEF1_4C1E_89E5_6A648E50BBF2.jpeg" />
         <pubDate>2022-08-23 07:25:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268480019</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268505490</link>
         <description><![CDATA[<div>4 เขมิกา สังข์แก้ว<br>27 กาญจนา ตาเตอะ<br>28 ปนัดดา ตาคำ<br>29 พิมพ์ริดา ขุนคำ<br>30 วราภรณ์ หม่องน่าน<br><br><br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>-โครงงานนี้มีจุดมุ่งหมายทดลองและหาวิธีการเร่งการเจริญเติบโตของพืชโดยเฉพาะผักกาดกวางตุ้ง<br><br><br>2โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานในการทดลองนี้คือ ทรานซิสเตอร์เบอร์2N 3055A ดัดแปลงเป็นsolar cell โดยเลื่อยฝาครอบออก ต่อสายไปแล้วนำไปทดสอบโดยวางไว้กลางแดด ประมาณ5นาที<br><br>3.ผลจากการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-พลังงานไฟฟ้าช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของต้นผักกวางตุ้งได้และกระตุ้นได้ดีเมื่ใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6615-solar-energy" />
         <pubDate>2022-08-23 07:59:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268505490</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268541468</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>ศรัณยู บรรทา เลขที่11<br>วิรดา โต่นวุธ เลขที่16<br>ณิชกานต์ จันทร์อิฐ เลขที่13<br>ปริชญา ณ วรรณติ๊บ เลขที่14<br>กุลทินี ไผ่โกวิทพันธ์ เลขที่12<br><br><br>โลกที่เราอาศัยและทำกิจกรรมอันหลากหลายนี้ถึงแม้จะเป็นของแข็ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ อยู่ตลอดเวลาด้วยแรงและพลังงานอันมากมาย ถ้าโลกเคลื่อนไหวผิดปกติในทันทีทันใดจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรณีที่เรียกว่า แผ่นดินไหว ซึ่งมีทั้งการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ทำพื้นดินสั่นไหวพอรู้สึกได้ จนกระทั่งการเคลื่อนที่อย่างรุนแรง ทำให้บ้านเรือนพังทลายและประชาชนเสียชีวิต ยังมีอีกหลายประเทศที่เจอภัยพิบัติเกี่ยวกับแผ่นดินไหวอยู่เสมอ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น จากข้อมูลเกี่ยวกับสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละปี พบวาปีหนึ่งๆ มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยถึง 150,000 ครั้ง หรือ กล่าวได้ว่าแต่ละวันจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นถึง 400 ครั้ง แต่ละครั้งมีความรุนแรงแตกต่างกัน ตั้งแต่ไหวสะเทือนเล็กน้อยเกือบไม่รู้สึก จนถึงเกิดความเสียหายอย่างมากต่อสิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อม แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกของเรา ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนรวมถึงผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว ระดับความรุนแรง ผลกระทบต่างๆ การป้องกันอันตราย เป็นต้น เพื่อเกิดการเรียนรู้และแนวทางการปฏิบัติตนหากประสบกับแผ่นดินไหวขึ้นอีกทั้งยังช่วยเหลือบุคคลรอบข้างได้อย่างถูกวิธีอีกด้วย<br><br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอะไร::ควรมีการป้องกันหรือลดการเกิดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ดังนี้<br><br>1. การจัดทำแผนการป้องกันอันตรายจากการเกิดแผ่นดินไหว วิธีการดำเนินการในการป้องกันช่วยเหลือผู้ประสบภัย การให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากแผ่นดินไหว<br><br>2. กำหนดมาตรการทางกฎหมาย กำหนดเขตความเสี่ยงแผ่นดินไหว การแบ่งเขตการใช้ที่ดิน หรือบริเวณที่มักเกิดแผ่นดินไหว และออกกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อรองรับการเกิดแผ่นดินไหว<br><br>3. การทำประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ให้กับประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่อาจเกิดแผ่นดินไหว เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้ประสบภัยจะได้รับความช่วยเหลือและค่าชดเชยกับความเสียหายที่เกิดขึ้น<br><br><br>2.โครงงานมีวิธีดำเนินการอย่างไร<br>::นำตัวการแสดง เช่น การ์ตูนต่างๆมาทำวิดีโอเพื่อเผยแพร่ มาทำเป็นวิดีโอสาระคดีเพื่อนำมาให้ความรู้และรู้จักการป้องกันการเกิดแผ่นดินไหวได้ อย่างถูกต้อง<br><br><br>3.ผลกานดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร::อยู่ในการดำเนินเงิน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6545-earthquake" />
         <pubDate>2022-08-23 08:45:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268541468</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268759565</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม<br>นางสาวอนัญญา ภาวัตอร่ามศรี เลขที่ 31<br>นางสาวณิชนันท์&nbsp; กันภัย เลขที่ 7<br>นางสาวกัญญารัตน์ อินทะมา เลขที่ 6<br>นางสาวผกามาศ กบกันทา เลขที่8<br>นายพงค์พนิต เทพปั๋น เลขที่ 21<br><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>&nbsp; =เพื่อศึกษาลักษณะของสิ่งเกี่ยวข้องโดยรักษาโรคน้ำกัดเท้า เราจึงประดิษฐ์ขี้ผึ้งสมุนไพรขึ้นมาใช้ทดลอง ซึ่งสือเนื่องมาจากเหตุการน้ำท่วมทำให้ผู้คนเกิดโรคน้ำกัดเท้า<br><br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>&nbsp; =สมาชิกภายในกลุ่มจึงนำความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านส่วนใหญ่หลายๆแห่งมารวมกัน ที่มีการผลิตขึ้นมาใช้เองได้ด้วยและสมาชิกในกลุ่มก็ได้ศึกษารายละเอียด ส่วนผสม และสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆภายในบ้านเราพบว่ามีการใช้น้ำมันดอกทานตะวันมาเป็นส่วนผสมในการทำขี้ผึ้งสมุนไพร แต่น้ำมันดอกทานตะวันนั้นค่อนข้างมีราคาที่แพงสมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่จึงคิดว่าในการผลิตขี้ผึ้งรักษาโรคน้ำกัดเท้านั้นใช้ส่วนผสมของน้ำมันที่ใช้น้ำมันของน้ำมันมะพร้าวได้อีกทางหนึ่งด้วยและน้ำมันมะพร้าวนั้นมีราคาที่ถูกว่าน้ำมันดอกทานตะวันและเพื่อการทดลองประสิทธิภาพของการใช้น้ำมันมะพร้าวอีกทางหนึ่ง โดยใช้ วาสลิน ขี้ผึ้ง ไพล ขมิ้น ตะไคร้หอม น้ำมันมะพร้าว พิมเสน เมนทอล และ การบูร นำไปหลอมให้เข้ากัลทีละขั้นตอน ตามส่วนผสมที่กำหนดไว้<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>&nbsp; =ได้นำไปเปรียบเทียบกับ ขี้พึ้งที่ทำมาจากนำมันดอกทานตะวันพบว่าขี้ผึ้งที่ทำจากน้ำมันมะพร้าวมีประสิทธิภาพดีกว่าและมีราคาถูกกว่า</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6452-2016-09-09-03-51-02-6452" />
         <pubDate>2022-08-23 13:28:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268759565</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268977700</link>
         <description><![CDATA[<div>1.น.ส.กัญญาณัฐ ก๋าวิน เลขที่11<br>2.น.ส.ชลธิชา ชัยวงษ์ เลขที่19<br>3.น.ส.ธัญญารัตน์ แดงดำ เลขที่20<br>4.น.ส.สมิตา แดงดำ เลขที่21 &nbsp;<br>5.น.ส.สาริณี แก้วชมภู เลขที่22<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>=จุดมุ่งหมาย พบว่าคนในสังคมทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงจึงประดิษฐ์เครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงขึ้นมา&nbsp;<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>=ให้เครื่องปล่อยอาหารอัตโนมัติ ตามเวลาที่ได้ตั้งไว้ ซงทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ และตรงตามเวลาที่ควรให้ โดยเครื่องให้อาหารนี้สามารถเก็บอาหารไว้ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถให้อาหารสัตว์เลี้ยงได้หลายวัน พร้อมด้วยเครื่องให้น้ำอัตโนมัติ&nbsp;<br><br>3.การดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>=เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง และทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำและอาหาร ได้ตรงตามความต้องการและยังเป็นการนำเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับซอฟแวร์ มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน และสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6538-best-food-for-man-best-friend" />
         <pubDate>2022-08-23 16:14:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2268977700</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272184905</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>นิชานาถ วงวาร เลขที่3<br>เกื้อกูล พึ่งแสงจันทร์ เลขที่15<br>จันทกานต์ ปัญญาคำ เลขที่8<br>พิชญ์สินี ศิริวุฒิ เลขที่10<br>สารีนา เจ๊ะแต เลขที่34<br>#1.โครงงานนี้มีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>ตอบ=1.เพื่อกำหนดทิศทางและวิธีการในการจัดการกับปัญหาโลกร้อนนี้<br>2.ส่งเสริมให้ประชาชนเล็งเห็นถึงการรักษาทรัพยากร<br><br>#2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>ตอบ=1.ใช้ความร่วมมือของประชากรที่อยู่อาศัยและใช้ทรัพยากรของโลกใบนี้<br>2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อม<br>3.นำแอพพลิเคชั่น3มิติมาพัฒนาองค์ประกอบให้social webมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น<br><br>#3.ผลของการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>ตอบ=1.สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นได้ในทิศทางที่ดีขึ้น<br>2.สอนให้ผู้ใช้งานมีจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6612-green-dna-green-digital-natural-areas" />
         <pubDate>2022-08-26 02:21:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272184905</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272186094</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;สมาชิก<br>1.นางสาวเชษฐ์สุดา พลทวิช เลขที่16<br>2.นางสาวมนัสนันท์ ภัทรรังสรรค์ เลขที่ 18<br>3.นางสาวนันท์นลิน โรจน์ถิรศักดิ์ เลขที่ 22<br>4.นางสาววริษฐา บุปผาศรีกนก เลขที่ 25<br>5.นายวิญญู สุวรรณ เลขที่ 14<sub><sup> </sup></sub><br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>- มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาสรรพคุณ โพทะเล และนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ยารักษาแผลช่วยให้หายเร็วขึ้น เพราะ โพทะเลเป็นพีชสมุนไพรโบราณ<br><br>2.โคตรงการนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร&nbsp;<br>-นำใบโพทะเล 300 กรัม มาแช่ในตัวทำละลาย เฮกเซน อะซิโทน เมทานอล เอทานอล และน้ำ ตามลำดับ เมื่อนำไประเหยแห้ง เอาตัวทำละลายออกจะได้ส่วนสกัดหยาบของเฮกเซน (6.22 g) ส่วนสกัดหยาบของอะซิโทน (12.84 g) ส่วนสกัดหยาบของเมทานอล (11.24 g) ส่วนสกัดหยาบของเอทานอล (10.91 g) และส่วนสกัดหยาบของน้ำ (35.84 g) ตามลำดับ นำส่วนสกัดหยาบของใบโพทะเลทั้ง 5 ส่วน มาทดสอบสมบัติการ<br><br>3.ผลของการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-พบว่า ส่วนสกัดหยาบอะซิโทนสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้งสองชนิดได้ดีที่สุดโดยมีค่า Minimum Inhibitory Concentration (MIC) และค่า Minimum Bactericidal Concentration (MBC) มีค่าเท่ากับ 3.2 และ 6.4 mg/ml ตามลำดับ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6637-staphylococcus-aureus-streptococcus-pyogenes" />
         <pubDate>2022-08-26 02:23:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272186094</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272189137</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นางสาวสุธินันท์ ปั๋นเมา เลขที่35<br>2.นายจิรกิตติ์ อำไพมาลี&nbsp; เลขที่ 5<br>3.นายชยากร สารเข้าคำ&nbsp; เลขที่ 6<br>4.นายปุณยวีร์ กันทะยวง&nbsp; เลขที่ 19<br>5.นายเกียรติศักดิ์&nbsp; การบูรณ์&nbsp; เลขที่1<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร&nbsp;</div><div>เพื่อศึกษาข้อมูลของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 2) เพื่อแต่ง คำประพันธ์ประเภทกาพย์ยานี 11 เกี่ยวกับข้อมูลของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ด้วยหนังสือทำมือ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีต่อโครงงานภาษาไทย เรื่อง เรียงร้อยกาพย์กลอนไทย นำเด็กไทยก้าวไกลสู่อาเซียน</div><div><br></div><div>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดําเนินการอย่างไร</div><div>โครงงานภาษาไทย เรื่อง เรียงร้อยกาพย์กลอนไทย นำเด็กไทยก้าวไกลสู่อาเซียน ได้มีการนำข้อมูลทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม พม่า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และลาว มาแต่งคำประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี 11&nbsp;</div><div><br></div><div>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร</div><div>การศึกษาโครงงานครั้งนี้ พบว่าคณะผู้จัดทำมีความเคารพและยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีความภูมิใจในความเป็นไทย มีความตระหนักในความเป็นอาเซียนมากขึ้น และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมีความพึงพอใจต่อโครงงานภาษาไทย เรื่อง เรียงร้อยกาพย์กลอนไทย นำเด็กไทยก้าวไกลสู่อาเซียน โดยรวมอยู่ในระดับมีความพึงพอใจมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6642-2016-09-09-03-52-56" />
         <pubDate>2022-08-26 02:25:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272189137</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272345325</link>
         <description><![CDATA[<div><a href="https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_6629_field_43/l_slide34-1.jpg">https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_6629_field_43/l_slide34-1.jpg</a><br>1. นางสาว ไปรญา เล้าคำ&nbsp; เลขที่ 23<br>2. นางสาว จารุชา ยาสิทธิ์ เลขที่ 31<br>3.นางสาว ธวัลรัตน์ ปุ๊ดคำ เลขที่ 32<br>4.นางสาว ณัฐชา จันทะอินทร์ เลขที่ 33<br>5. นางสาว อรณิช หม่องน่าน เลขที่ 36<br><strong>1 โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร</strong><br>📌มีจุดมุ่งหมาย<br>1. เพื่อศึกษาการนำมาเพาะเลี้ยงเห็ดป่า<br>2.เพื่อให้ทราบว่าเห็ดป่าชนิดใดสามารถนำมาทำการเพาะเลี้ยงได้<br>3.เพื่อศึกษาว่าส่วนใดของเห็ดป่าสามารถนำมาเพาะเชื้อบริสุทธิ์ได้ดีที่สุด<br>4.เพื่อให้ทราบว่าเมล็ดธัญพืชที่มีในท้องถิ่น ชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาขยายเชื้อเห็ดได้<br>5.เพื่อศึกษาวัสดุที่เหมาะสมสำหรับนำมาเพาะเห็ดชนิดต่างๆ<br>6.เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการออกดอกของเห็ดชนิดต่างๆ<br><strong>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินการอย่างไร</strong><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>-</strong>โดยใช้ มันฝรั่ง มันเทศ มันเลือด เผือก และมันสำปะหลัง สูตรอาหารที่ใช้ศึกษาทั้งหมดสามารถทำให้เส้นใยเจริญเติบโตได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสูตรอาหารที่ทำจากเผือกและมันฝรั่งเส้นใยของเห็ดจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุด<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>-</strong>วัสดุในการทำก้อนเชื้อมี 3 ชนิดคือ ขี้เลื้อยยางพารา ขุยมะพร้าวและฟางข้าว<br><strong>3ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>&nbsp; &nbsp;-</strong>การเพาะเห็ดป่า สร้างรายได้เพื่อการพึ่งพาตัวเองแบบยั่งยืนและคืนความสมดุลให้ระบบนิเวศ<br>&nbsp;&nbsp;<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_6629_field_43/l_slide34-1.jpg" />
         <pubDate>2022-08-26 05:04:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272345325</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272654135</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิกในกลุ่ม&nbsp;<br>1.) นาย อิทธิพล ปันอิ่น เลขที่ 7<br>2.) นางสาว เจนจิรา ประเสริฐศรี เลขที่ 9<br>3.) นางสาว จุฑารัตน์ ประเสริฐศรี เลขที่14<br>4.) นางสาว ปุณญิสา ปัทมเวศน์ เลขที่20<br>5.) นาย ชินาทิป ชุมโคกกรวด เลขที่26<br>6.) นางสาว ศรัญญา เทพปั๋น เลขที่32<br><br><br>1.)โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่าไร<br>- ออกแบบการเขียนโปรแกรมเพื่อวัดคุณสมบัติไฟฟ้าที่ใช้แผนวงจรบันทึกข้อมูล<br>- เพื่อเก็บข้อมูลเป็นแถวลำดับในหน่วยของVolt สามารถเก็บข้อมูลใน file และเรียกกลับมาใช้ใหม่เมื่อต้องการ<br><br><br>2.)โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>ใช้แผนวงจรบันทึกข้อมูลของบริษัทLabjack U12เป็นHardwareในการควบคุมขบบวนการวัดซึ่งถูกออกเเบบเพื่อเก็บข้อมูลเป็นลำดับในหน่วยของvoltเเละสามารถเเปลงเป็นปริมาณทางฟิสิกส์และสามารภเก็บข้อมูลใน file และสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อต้องการ<br><br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>การออกแบบและการเขียนโปรแกรมโดยใช้แผนวงจรในหน่วยของ Volt สามารถเป็นความต้านทานเเละอุณหภูมิด้วยสมการที่เหมาะสม สารมารถเก็บข้อมูลfileเเละสามารถเรียกกลับมาใช้ได้เมื่อต้องการเราพบว่าโปรแกรมนี้สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project-physics/item/6450-labview?fbclid=IwAR2S3AgJVcgsM4_yModQLIPVxGAVhbxfJAIpG1aq_GaNJqQF7WF2qRUCN-k" />
         <pubDate>2022-08-26 13:02:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2272654135</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2275575674</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย นันทวัฒน์ ทนุโวหาร เลขที่ 9<br>นาย&nbsp; วรกันต์&nbsp; จันทรังษี&nbsp; เลขที่ 10<br><br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br>-จุดมุ่งหมาย<br>-เพื่อเรียนรู้ฟังก์ชันการทำงานในคลินิกและช่วยในการบริหารจัดการงานต่างๆในคลินิก<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่งไร<br>-เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยในการบริหารจัดการงานต่างๆภายในคลินิก ให้เกิดความสะดวกสบายในการทำงานโดยมีการแบ่งฟังก์ชันการทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละผู้ใช้<br><br>3.ผลการดำเนินของโครงงาน&nbsp; ของโครงงานเป็นอย่างไร<br><br>-</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6535-2016-09-09-03-51-28-6535" />
         <pubDate>2022-08-30 02:24:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2275575674</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2280030621</link>
         <description><![CDATA[<div>1. นางสาว ธัญวลัย สีแสง&nbsp;<br>เลขที่ 2<br>2. นางสาว กันต์กนิษฐ์ ปู่สุข&nbsp;<br>เลขที่ 21<br>3. นางสาว มนัสพร จินดาหราตระกูล เลขที่ 24<br>4. นาย อัมรินทร์ พินิจมนตรี&nbsp;<br>เลขที่ 30<br>5. นางสาว ศรีสาวรรณ มูทา&nbsp;<br>เลขที่ 33&nbsp;<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร<br> -โครงงานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจเตาเผาถ่านที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเวลาที่ถ่านลุกแดงแดงดีแล้วไม่ต้องคว่ำถังหรือไม่ต้องใช้กระสอบป่านซับน้ำปิดปากถัง และยังสามารถขนย้ายได้สะดวกอีกด้วย&nbsp;<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br> -1.ดัดแปลงการทำเตาโดยเอาเตาเผาถ่านของชาวบ้านมาผสมผสานกับเตาเผาถ่านขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;<br> -2.มาทำเป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ภายใต้ชื่อเตาเผาถ่านเคลื่อนที่ ซึ่งหลักการทำงานของเตาเผาถ่านเคลื่อนที่นี้คือ การเผาในที่ๆ อับชื้นหรือไม่ให้อากาศผ่านเข้าไปได้มากนัก&nbsp;<br> -3.เมื่อจะเริ่มทำการเผาให้เปิดรูด้านข้างออกทั้งสามรูและเริ่มจุดไฟ โดยใส่วัตถุดิบลงไป 1 ใน 3 ของถัง<br> -4. พอถ่านเริ่มไม่มีควันก็ให้อุดรูช่องที่ 1 ต่อมาก็ใส่วัตถุดิบลงไปเป็น 2 ใน 3 ของถัง<br> -5. พอถ่านเริ่มไม่มีควันก็ให้อุดรูช่องที่ 2 แล้วจึงใส่วัตถุดิบให้เต็มถัง&nbsp;<br> -6.พอถ่านลุกแดงดีแล้วก็ให้อุดรูช่องที่ 3 และปิดปากถัง โดยใช้ดินโบกปากถังแล้วจึงปิดฝาและขันน๊อตให้แน่น ทิ้งไว้ค้างคืน<br>3.ผลของการดำเนินงานของโครงงานของโครงงานเป็นอย่างไร&nbsp;<br> -ผลการเผาถ่านจากกะลามะพร้าวพบว่าได้ถ่านเฉลี่ยร้อยละ 33.66 โดยน้ำหนัก ดังนั้นเตาเผาถ่านเคลื่อนที่จึงมีประโยชน์สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6553-2016-09-09-03-51-36-6553" />
         <pubDate>2022-09-02 00:50:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2280030621</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2280083232</link>
         <description><![CDATA[<div>1.น.ส ปภาวรินทร์ เจนเขตร์การณ์ เลขที่4<br>2.น.ส วิชญาดา ประสิทธิ์ เลขที่11<br>3.นาย เกียรตินนท์ สีโคอุ่น&nbsp; เลขที่13<br>4.น.ส ณิชกุล คำมูลใจ เลขที่17<br>5.น.ส. วริยา คะปานา เลขที่31<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร&nbsp;<br>-โครงงานมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาคือการขจัดคราบมันโดยการใช้ของที่มาจากธรรมชาติ<br><br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-วิธีดำเนินการดังนี้นำน้ำมันเปลือกส้มโอพันธุ์ Citrus maxima (Burm. f.) Merr. (C. grandis (Linn.) Osbeck มาเป็นส่วนผสมของสเปรย์ขจัดคราบมันเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการชำระล้างคราบมันระหว่างสเปรย์ธรรมดากับสเปรย์ขจัดคราบที่มีส่วนผสมของน้ำมันเปลือกส้มโอ และเพื่อหาความเข้มข้นของน้ำมันเปลือกส้มโอ<br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร โดยให้ระบุเป็นข้อๆ<br>-จากการทดลองสามารถสรุปได้ว่าสเปรย์ขจัดคราบน้ำมันจากน้ำมันเปลือกส้มใช้ขจัดคราบได้ผลจริงถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6633-product-of-wiping-spray-from-pomelo-peel-oil" />
         <pubDate>2022-09-02 01:35:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2280083232</guid>
      </item>
      <item>
         <title>5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2289052021</link>
         <description><![CDATA[<div>1.น.ส ปภาวรินทร์ เจนเขตร์การณ์ เลขที่4<br>2.น.ส วิชญาดา ประสิทธิ์ เลขที่11<br>3.นาย เกียรตินนท์ สีโคอุ่น&nbsp; เลขที่13<br>4.น.ส ณิชกุล คำมูลใจ เลขที่17<br>5.น.ส. วริยา คะปานา เลขที่31<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอย่างไร&nbsp;<br>-โครงงานมีเป้าหมายในการแก้ปัญหาคือการขจัดคราบมันโดยการใช้ของที่มาจากธรรมชาติ<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-วิธีดำเนินการดังนี้<br>สเปรย์ขจัดน้ำมันจากเปลือกส้มโอมามาพร้อมกับสูตรนี้ วิธีทำคือนำผงเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1/8 ถ้วย เทลงในน้ำอุ่น 2 ถ้วย จากนั้นเปลือกส้มโอปั่นตามลงไปครึ่งถ้วย แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดแล้วเขย่า เท่านี้ก็จะได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์ขจัดครบน้ำมัน<br>3.สรุปผลการดำเนินงาน<br>พบว่าผลิตภัณฑ์ใช้ได้ดีลดค่าใช่จ่ายภายในครัวเรือน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6633-product-of-wiping-spray-from-pomelo-peel-oil" />
         <pubDate>2022-09-09 01:49:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/kiranattsu/work202/wish/2289052021</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
