<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>พงศ์ณภัทร์ อริยพฤกษ์ เลขที่ 1 by พงศ์ณภัทร์ อริยพฤกษ์</title>
      <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx</link>
      <description>วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพ</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-26 06:24:26 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-08-02 11:16:04 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพ</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1914959505</link>
         <description><![CDATA[<div>วิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพเริ่มจากมีผู้สังเกตุเห็นภาพเหมือนในลักษณะกลับ หัวบนผนังภายในห้องที่ทึบและอับแสง ภาพดังกล่าวเกิดจากแสงของภาพวิวภายนอกลอดผ่านรูเล็กๆ ที่ผนังห้องไปก่อเกิดภาพเหมือนบนผนังอีกด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของห้อง ต่อมาได้มีการนำหลักการดังกล่าวมาประดิษฐ์เป็นกล้องออบสคิวรา (Camera Obscura) คำว่า "camera" มีความหมายว่า "ห้อง" ส่วน "Obscura" มีความหมายว่า "ความมืด" ในปีค.ศ.1558 นาย Giovanni Battista della Porta ได้เขียนบทความแนะนำให้ใช้กล้องออบสคิวรา เป็นเครื่องมือในการวาดภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;Johannes Zahn (1641–1707) ท่านได้ออกแบบกล้องออบสคิวราแบบพกพาไว้หลายแบบ และยังมีการใช้กระจกติดไว้ด้านหลังของกล้องสะท้อนแสงขึ้นไปปรากฏภาพที่ด้าน บนของกล้อง ทำให้ภาพที่ได้ไม่กลับหัวอีกต่อไป ประจวบกับในช่วงคริสตวรรษที่ 16 ได้มีการประดิษฐ์กล้องส่องทางไกล จึงมีการนำเลนส์มาใส่ที่ช่องรับแสงแทนรูเข็มทำให้ได้ภาพที่สว่างและคมชัด ขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/c44507d410a77f4620fdf73c555d7c07/sp_photoprinciple.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 00:57:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1914959505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้องออบสคิวรา</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1914960609</link>
         <description><![CDATA[<div>                         กล้องออบสคิวรา</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1814 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Nicéphore Niépce ได้ทดลองนำสาร silver chloride เคลือบลงบนกระดาษมารับภาพในกล้องออบสคิวรา โดยเปิดรับแสงอยู่นานถึง 8 ชั่วโมง กระดาษดังกล่าวมีภาพปรากฏขึ้นแต่สามารถอยู่ได้สักพักแล้วก็จางหายไป แม้กระนั้นก็ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1837 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Louis Jacques Mandé Daguerre ผู้เป็นหุ้นส่วนกับนาย Niépce ได้ทำการพัฒนาวิธีการสร้างภาพต่อจากนาย Niépce เขาสามารถทำการบันทึกภาพให้อยู่คงทนได้สำเร็จอีกทั้งใช้เวลาในการรับแสงน้อย กว่า 30 นาที วิธีการของนาย Daguerre เรียกว่า "Daguerreotype"</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/e161915e8cc483ff5889c6df7f7356e5/sp_obscura2.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 00:59:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1914960609</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Daguerreotype</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915116185</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1841 นาย William Henry Talbot ได้พัฒนาระบบที่ชื่อ Calotype โดยสร้างภาพจากการบันทึกให้เป็นภาพกลับสี (Negative Image ขณะนั้นยังเป็นภาพสีขาวกับดำอยู่) จากนั้นนำภาพที่ได้มาทำการสำเนาได้เป็นภาพสีเหมือน (Positive Image) ซึ่งวิธีการนี้สามารถทำสำเนาจากภาพต้นฉบับได้หลาย ๆ ชุด ทั้งนาย Daguerre และนาย Talbot ต่างก็ใช้กล้องออบสคิวราแบบติดเลนส์ด้านหน้าซึ่งสามารถเลื่อนปรับระยะได้ เพื่อหาระยะชัดของภาพ ส่วนแผ่นรับภาพจะติดไว้ด้านหลังที่ช่องมองภาพ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1843 ได้มีการนำภาพถ่ายมาใช้ในการโฆษณาครั้งแรกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1851 Frederick Scott Archer ได้คิดค้นระบบที่มีชื่อเรียกว่าระบบ Collodion โดยใช้แผ่นรับภาพแบบแห้ง ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ถึง 3 วินาทีในการบันทึกภาพในสภาพแสงปกตินอกอาคาร ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีการทดลองบันทึกภาพถ่ายใต้น้ำด้วย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1859 มีการจดสิทธิบัตรกล้องถ่ายภาพแบบ Panorama<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1871 นาย Richard Leach Maddox ได้คิดค้นแผ่นรับภาพแบบแห้งโดยใช้สารเจลาตินซึ่งมีชื่อเรียกระบบนี้ว่า ระบบ Gelatin Dry Plate Silver Bromide แผ่นรับภาพชนิดนี้ทำให้ช่างถ่ายภาพไม่จำเป็นต้องชะโลมด้วยน้ำยาเคมีเพื่อทำ การล้างภาพทันทีหลังจากบันทึกภาพเสร็จเหมือนกรรมวิธีในระบบก่อนหน้านี้ ในช่วงท้ายของทศวรรษ 1870 ความเร็วในการบันทึกภาพเหลือเพียง 1 ใน 25 วินาที</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/1427e833c787402fd360d18826bc1576/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_daguerreotype.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:43:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915116185</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Gelatin Dry Plate Silver Bromide</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915116675</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1880 นาย George Eastman ได้ก่อตั้งบริษัท Eastman dry plate สี่ปีให้หลังทางบริษัทได้ประดิษฐ์แผ่นรับภาพทำจากกระดาษทำให้โค้งงอได้เป็น ที่มาของคำว่า "ฟิล์มถ่ายภาพ (Photographic Film)"<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1888 บริษัท Eastman ได้ประดิษฐ์ฟิล์มแบบเป็นม้วนทั้งยังประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพแบบประหยัดใช้ชื่อ ว่า "Kodak" ตัวกล้องมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมไม่มีการปรับระยะชัดและมีความเร็วในการ รับแสงตายตัวอีกทั้งได้ทำการเปลี่ยนฟิล์มแบบกระดาษเป็นแบบเซลลูลอยด์ (Celluloid)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1889 ผู้ใช้กล้อง Kodak เมื่อถ่ายภาพจนหมดม้วนก็จะนำฟิล์มมาส่งให้บริษัท Kodak เพื่อเป็นผู้จัดทำขบวนการสร้างภาพ ต่อมาในปีค.ศ. 1900 บริษัทยังได้ออกกล้องรุ่นใหม่มีชื่อว่า "Brownie" เป็นกล้องราคาประหยัดและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง กล้อง Brownie ออกมาอีกหลายรุ่น บางรุ่นยังมีจำหน่ายจนสิ้นทศวรรษ 1960 ผลการประดิษฐ์ฟิล์มม้วนของ Kodak ยังเป็นก้าวสำคัญในการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพยนต์ของนาย Thomas Edison's ในปีค.ศ. 1891</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/d56f7fcce262607e218b973c4dfd60d8/gelatin_dry_plate_silver_bromide.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:44:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915116675</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Kodak</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915117099</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1913 นาย Oskar Barnack จากสถาบัน Ernst Leitz Optishe Werke ได้มีการประดิษฐ์ต้นแบบกล้อง 35 มม. และผลิตออกจำหน่ายในปีค.ศ. 1925 ใช้ชื่อกล้องว่า "Leica I" กล้อง 35 มม.ได้เป็นที่นิยมเพราะขนาดกระทัดรัด และฟิล์มที่ใช้ได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลให้ผู้ผลิตกล้องต่างก็ลงมาแข่งขันในตลาดนี้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/901c0ef1771509ec057b84c64076603c/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_kodak.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:45:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915117099</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้องจำลองต้นแบบ Leica I</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915117917</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;ในปีค.ศ. 1927 บริษัทไฟฟ้า General Electric ได้ประดิษฐ์หลอดไฟแฟลชใช้สำหรับถ่ายภาพในพื้นที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งก่อนหน้านี้การให้แสงสว่างทำได้โดยใช้ผงเคมีทำปฏิกริยากันจนเกิดแสงจ้า ซึ่งถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1928 นาย Franke &amp; Heidecke Roleiflex ได้นำเสนอกล้อง Rolleiflex เป็นกล้องขนาดเหมาะกับการพกพาใช้ฟิล์มขนาด 120 ประกอบด้วยเลนส์สองชุด ชุดหนึ่งใช้สำหรับบันทึกภาพ อีกชุดหนึ่งใช้กระจกสะท้อนให้เกิดภาพบนกระจกฝ้าสำหรับมองภาพ เรียกว่า กล้องระบบสะท้อนภาพเลนส์คู่ (Twin-lens Reflex Cameras เรียกย่อ ๆ ว่า TLR) ในปีค.ศ. 1933 นาย Ihageen Exakgta ได้ออกกล้องระบบสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (Single-lens Reflex Camera เรียกย่อๆ ว่า SLR) กล้องดังกล่าวใช้ฟิล์ม 120 ความเป็นจริงในยุคนั้นมีการผลิตกล้อง TLR และ SLR อยู่ก่อนแล้ว แต่กล้องของ Rolleiflex กับ ของ Exakgata มีขนาดกระทัดรัดพกพาสะดวก จึงเป็นที่นิยมมากกว่า และอีก 3 ปีให้หลัง Kine Exakta ได้ออกกล้อง SLR ที่ใช้ฟิล์มขนาด 35 ม.ม. ซึ่งเป็นแบบที่สามารถทำตลาดได้ดี ทำให้มีผู้ผลิตกล้องประเภทนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ในปีค.ศ. 1947 กล้อง Duflex ได้มีการใช้ปริซึมห้าเหลี่ยม (Pentaprism) ในการสะท้อนภาพทำให้มีช่องมองภาพอยู่ด้านหลังของกล้องแทนที่ดูจากด้านบน เหมือนกล้องอื่นๆ ในยุคนั้นช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ได้กำเนิดกล้อง Hasselblad 1600F ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำหรับกล้อง SLR ขนาดกลางซึ่งใช้ฟิล์ม 120<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/64d0c5e6131f37af9d55164b6fdb816f/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887e0b888e0b8b3e0b8a5e0b8ade0b887e0b895e0b989e0b899e0b981e0b89ae0b89a_leica_i.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:47:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915117917</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Rolleiflex แบบ TLR     </title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915118301</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1935 บริษัท Eastman Kodak ได้วางจำหน่ายฟิล์มสไลด์สี "Kodachrome" ซึ่งให้สีสรรที่สวยสดเป็นที่นิยมของช่างภาพมืออาชีพ เนื่องจากขบวนการสร้างภาพที่ซับซ้อน ฟิล์มรุ่นนี้ขายในราคาที่รวมค่าล้างและต้องส่งไปเข้าสู่ขบวนการล้างที่ศูนย์ ของ Kodak เท่านั้น ต่อมาในปีค.ศ. 1941 บริษัท ยังได้แนะนำฟิล์ม negative สี "Kodacolor" เข้าสู่ตลาดอีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/0095b1949c37428562bbb62eb33a7db6/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_rolleiflex_e0b981e0b89ae0b89a_tlr.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:48:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915118301</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฟิล์มสไลด์สี Kodachrome</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915118788</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1948 นาย Edwin Land ได้นำสิ่งประดิษฐ์ใหม่ออกสู่ตลาด เป็นกล้องถ่ายภาพแบบสร้างภาพทันทีหลังการบันทึกภาพ (Instant-picture camera) ซึ่งมักเรียกกันว่า "Land Camera" รุ่นของกล้องที่ออกตลาด ในตอนนั้นเรียกว่า "Polaroid Model 95" เนื่องจากราคากล้องยังค่อนข้างสูง จึงมีการออกรุ่นใหม่ๆ อีกหลายรุ่น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1963 Polaroid ได้เริ่มจำหน่ายฟิล์มสีสร้างภาพทันทีหลังการบันทึกภาพ (Instant Colour Film)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1965 Polaroid ได้ออกกล้องรุ่น "Model 20 Swinger" ซึ่งถือแป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มียอดขายสูงสุดตลอดกาลรุ่นหนึ่งของบริษัท</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/896e9b412a435acc2123056bdacb6f86/e0b89fe0b8b4e0b8a5e0b98ce0b8a1e0b8aae0b984e0b8a5e0b894e0b98ce0b8aae0b8b5_kodachrome.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:48:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915118788</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Polaroid Model 20 Swinger</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915121485</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1953 นาย Harold Eugene Edgerton จากบริษัท EG&amp;G ได้ร่วมมือกับนาย Jaques Yves Cousteau นักสำรวจใต้น้ำชาวฝรั่งเศสเริ่มใช้กล้องถ่ายภาพท้องมหาสมุทรโดยใช้คลื่น โซนาร์ในการวัดระยะระหว่างกล้องกับพื้นมหาสมุทร<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1968 ยาน Apollo 8 ได้ทำการบันทึกภาพของโลกจากดวงจันทร์เป็นครั้งแรก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1978 บริษัทผลิตกล้อง Konica ได้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพแบบหาระยะชัดโดยอัตโนมัติ (Automatic Focus Camera)<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1980 บริษัท Sony เริ่มแสดงต้นแบบกล้องถ่ายวีดิโอ ในปีถัดมา บริษัท Sony ได้ออกกล้อง<br>ถ่ายภาพนิ่งแบบอีเลคทรอนิคซึ่งใช้หลักการเดียวกับการบันทึกวีดีโอและใช้แผ่น เก็บข้อมูลขนาดเล็ก ซึ่งสามารถดูภาพและพิมพ์ภาพจากเครื่องอ่านที่สร้างเฉพาะงาน ระบบดังกล่าวคล้ายกับระบบที่บริษัท Texas Instruments คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1972 คุณภาพของภาพที่ได้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำเทียบเท่ากับภาพบนจอทีวี<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1985 บริษัท Pixar ได้นำเสนอเทคโนโลยีการสร้างและประมวลภาพด้วยระบบดิจิตอล<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1986 บริษัท Fuji ได้ริเริ่มผลิตกล้องแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1988 บริษัท Fuji ได้ออกกล้อง Fuji DS-1P ซึ่งถือเป็นกล้องดิจิตอลแรกที่สร้างไฟล์ภาพนำมาใช้ในคอมพิวเตอร์ได้ ตัวกล้องมีการ์ดความจำ 16 MB และต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รักษาข้อมูลตลอดเวลา กล้องดังกล่าวไม่ได้มีการวางจำหน่ายมากนัก<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1990 กล้องที่มีการวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ คือกล้อง Dycam Model 1 ใช้หน่วยบันทึกภาพแบบ CCD (Charge Couple Device) และเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยตรงในการส่งข้อมูลภาพ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/c02f1d30fb98dcfebb6f2decc974c820/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_polaroid_model_20_swinger.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:54:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915121485</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Dycam Model 1</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915121923</link>
         <description><![CDATA[<div>ในปีค.ศ. 1991 บริษัท Kodak ได้นำกล้อง Kodak DCS-100 ออกจำหน่ายโดยใช้ตัวกล้องแบบใช้ฟิล์มของยี่ห้ออื่นมาดัดแปลง (ใช้กล้องของ Nikon) Kodak ได้ให้การนิยามในการเรียกเม็ดสีแต่ละเม็ดของภาพดิจิตอลว่า “พิกเซล” (Pixel) ขนาดของไฟล์ภาพสำหรับกล้องรุ่นนี้อยู่ที่ 1.3 เมกกะพิกเซล กล้องดังกล่าวมีราคาค่อนข้างสูงและมีเป้าหมายในการจำหน่ายแก่ช่างภาพมือ อาชีพและนักข่าว<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปีค.ศ. 1995 กล้อง Ricoh RDC-1 ได้ถูกวางจำหน่าย ถือเป็นกล้องแรกที่สามารถอัดคลิบวีดีโอได้<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/44171929498b633badb5a74069198d4f/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_dycam_model_1.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:55:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915121923</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กล้อง Ricoh RDC-1</title>
         <author>10087135</author>
         <link>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915122312</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;ในปีค.ศ. 1995 นาย Phillipe Kahn ได้ประดิษฐ์ระบบบันทึกภาพสำหรับโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องแรก และ ในปีค.ศ. 2000 บริษัท J-Phone ได้ออกโทรศัพท์มือถือรุ่น J-SH04 ที่สามารถบันทึกภาพได้จำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น บริษัทผลิตกล้องชั้นนำต่างก็ผลิตกล้องดิจิตอลที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีหน่วยบันทึกภาพที่ให้คุณภาพ และความละเอียดสูงขึ้น ในขณะที่ราคาลดต่ำลง มีแบบและรุ่นต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ทำให้การถ่ายภาพเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1473327699/d318bd14b077b38d780ffb46c6bc629b/e0b881e0b8a5e0b989e0b8ade0b887_ricoh_rdc_1.jpg" />
         <pubDate>2021-11-27 04:56:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/10087135/enmi1slfn3cymvfx/wish/1915122312</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
