<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>05. การวิเคราะห์โครงงาน  2-2562 by กติกา ศรีทอง</title>
      <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f</link>
      <description>ให้นักเรียนศึกษาโครงงานต่าง ๆ
จากเว็บไซต์ต่อไปนี้
www.scimath.org/project

หรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่นักเรียนสนใจก็ได้


นักเรียนแบ่งกลุ่ม จำนวน 5 กลุ่ม
แล้วเลือกโครงงานที่กลุ่มนักเรียนสนใจ
จากนั้นทำกิจกรรม
“วิเคราะห์โครงงาน” ดังต่อไปนี้

1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร

2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร

3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร

โดยให้ระบุเป็นข้อ ๆ และเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน (สมาชิกในกลุ่มแบ่งหน้าที่นำเสนอให้ครบทุกคน)

ตัวแทนกลุ่ม ส่งงานที่นี่ (เขียนชั้น เลขที่ ชื่อ)</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-07-30 10:11:01 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-11-16 12:46:49 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title> “วิเคราะห์โครงงาน”   ม. 5/4                                                </title>
         <author>katika_s</author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416975523</link>
         <description><![CDATA[<div>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6653-smart-home-6653" />
         <pubDate>2019-11-27 02:49:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416975523</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416979684</link>
         <description><![CDATA[<div>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ไขปัญหาอะไร<br>- เปรียบเทียบคุณภาพไบโอดีเซล<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>- ทำการศึกษาสมบัติบางประการของไบโอดีเซลในอัตราส่วนต่างๆ โดยใช้ไฮโดรมิเตอร์หาค่า API ของน้ำมันแต่ละชนิด<br>3.ผลงานดำเนินงานของโครงการเป็นอย่างไร<br>- พบว่าไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม มีค่าAPIสูงสุดหนักที่สุด และไบโอดีเซลจากน้ำมันถั่วเหลือง มีค่าAPIต่ำสุด หนักที่สุุด<br>สมาชิก<br> 12 ถาวรา รักปลอด<br>13 สาธิตา คงนุกูล <br>18 ภานุมาศ ไชยรัตน์<br>28 เลื่อมณภัส ตันติวิวัฒน์<br>29 ณัฐณิชา ตันตินิพนธ์<br>32 อนันตยา นอบนอม <br>33 มณีนุช มณี <br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6652-the-study-of-the-quality-of-biodiesel-from-soy-been-oil-palm-oil-and-used-oil" />
         <pubDate>2019-11-27 03:07:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416979684</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416980725</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>น.ส.ชลธร รักเหย้า  เลขที่ 16<br>น.ส.ณัชชา เอกมงคลพงศ์ เลขที่ 24<br>น.ส.วนิดา เย็นใจ เลขทีี่ 34<br>น.ส.วรลักษณ์ จันทโร เลขที่38<br>น.ส.เสาวณีย์ พันธ์ทองหล่อ เลขที่40<br>น.ส.รุ่งสิริวัณ แซ่เฮียบ เลขที่41<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6602-2016-09-09-03-51-52-6602" />
         <pubDate>2019-11-27 03:12:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416980725</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416983031</link>
         <description><![CDATA[<div>สมาชิก<br>1.น.ส ฐิตินาถ จงหีด เลขที่5<br>2.น.ส ธันยาภรณ์ เงางาม เลขที่6<br>3.น.ส นารีกิติ์ เขน็ดพืช เลขที่7<br>4.น.ส อังคณา สุกแสง เลขที่8<br>5.น.ส เบญจวรรณ ศิริวิชัย เลขที่30<br>6.น.ส ศศิธร สืบพงศ์ภักดีบุรี เลขที่39</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6625-2016-09-09-03-51-59-6625" />
         <pubDate>2019-11-27 03:21:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416983031</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม.5/4</title>
         <author>s25129</author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416992737</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นายวิรัช โมลา เลขที่ 9<br>2.นางสาวดวงกมล ชุมพล เลขที่ 11<br>3.นาวสาวสุภาภรณ์ ข้ามวารี เลขที่ 14<br>4.นางสาวสุภาพิชญ์ บุญเกิด เลขที่ 19<br>5.นางสาวมณธาวี นุชศิริ เลขที่ 25 <br>6.นางสาวสิตานันท์ วรพจน์ภิรมย์ เลขที่ 27<br>7.นางสาวณัฏฐณิชา สุขราช เลขที่ 31<br><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอย่างไร<br> - มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำผลิตภัณฑ์กระเจี๊ยบในรูปของกระเจี๊ยบผงและศึกษาเปรียบเทียบค่า pH<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br> - วิธีการทำดังนี้ โดยการนำกระเจี๊ยบสดมาตากแดดให้แห้งเพื่อไล่ความชื้น แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 70 °C เป็นเวลา 5 นาที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา แล้วนำบดเป็นผง บรรจุซอง<br>3.ผมการดำเนินงานของโครงงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br> - ผลจากการทดลองพบว่า ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดและปริมาณวิตามินซีจะลดน้อยลง ซึ่งได้เลือกการทำกระเจี๊ยบผงอบที่อุณหภูมิ 70 °C เพราะที่อุณหภูมิ 70 °C สามารถฆ่าเชื้อราได้ และจากการศึกษาเพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการอบกระเจี๊ยบแห้งที่อุณหภูมิ 70 °C โดยใช้เวลา 5, 10, และ 15 นาที พบว่าอบในเวลา 5 นาที เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6567-2016-09-09-03-51-41-6567" />
         <pubDate>2019-11-27 04:11:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/416992737</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422543801</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ติณณภพ โสลี ม.5/4 เลขที่2<br>นาย อดิรุจ อิ่วสกุล ม.5/4 เลขที่4<br>นาย จารุวิทย์ จวนสำเร็จ ม.5/4 เลขที่15<br>นาย ธนายุทธ สัญญาสุวรรณ ม.5/4 เลขที่26<br>นาย ชนกันต์ ตันติเพชราภรณ์ ม.5/4 เลขที่35<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6648-2016-09-09-03-52-57-6648">https://www.scimath.org/project/item/6648-2016-09-09-03-52-57-6648</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-11 03:11:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422543801</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422544160</link>
         <description><![CDATA[<div>นำสนอโครงงาน<br>1.นาย ณัฐพงศ์ ส่งกล เลขที่ 1<br>2.นาย อภินันทร์  ชูเเก้ว เลขที่ 42<br>3.นาย ไชยวัฒน์ ตั้นตั้ง เลขที่ 37<br>4.นาย ปรีดา สุนทราวิรัตน์ เลขที่ 21<br>5.นาย สิรภพ เอียบสกุล เลขที่ 3<br>6.นาย นพณัฐ อสัมภินนพงษ์ เลขที่20<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/khomfie/assignments" />
         <pubDate>2019-12-11 03:13:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422544160</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวเจนจิรา ก้ามสกุล ม.5/4 เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422544697</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวธนัชพร  มณีรัตน์ ม.5/4 เลขที่17<br>นางสาวกุลธิดา เทพช่วย ม.5/4 เลขที่ 23<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6650-the-study-of-a-suitable-proportion-to-produce-stick-charcoal-from-the-para-rubber-s-leftover">https://www.scimath.org/project/item/6650-the-study-of-a-suitable-proportion-to-produce-stick-charcoal-from-the-para-rubber-s-leftover</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-11 03:15:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422544697</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครางงาน ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422565313</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นางสาวจณิสตา สุขศิลา เลขที่6<br>2.นางสาวจิรภิญญา เพ็ญรัตน์ เลขที่7<br>3.นางสาวทัพพ์ธัชมณ สังข์อำนวย เลขที่8<br>4.นางสาวณภัทร บุญทองอุไร เลขที่9<br>5.นางสาวปาริฉัตร เพชรศรี เลขที่20<br>6.นางสาวประภารัตน์ ทองมาก เลขที่ 26<br><br>1.โครงงานนี้มีเป้าหมายในการศึกษาอย่างไร<br>-เปรียบเทียบคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ในอัตราส่วนต่าง ๆ<br>2.โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานอย่างไร<br>-ใช้ไฮโดรมิเตอร์หาค่า API ของน้ำมันแต่ละชนิด<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงการเป็นอย่างไร<br>- จากการดำเนินการพบว่าไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มอัตราส่วน 80:20 มีค่า API สูงที่สุดคือ 29.47 ซึ่งแสดงว่าน้ำมันชนิดดังกล่าวเบาที่สุด และไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันถั่วเหลืองอัตราส่วน 90:10 มีค่า API ต่ำที่สุด คือ 25.77 เป็นน้ำมันที่หนักที่สุด<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6652-the-study-of-the-quality-of-biodiesel-from-soy-been-oil-palm-oil-and-used-oil" />
         <pubDate>2019-12-11 05:21:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422565313</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.นายศรัณย์ จันทร์พุ่ม เลขที่1 ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422568953</link>
         <description><![CDATA[<div>2.นางสาวชุติมา คำกลิ่น เลขที่3 ม.5/5<br>3.นางสาวอัญชลิกา เอี๋ยวสกุล เลขที่14 ม.5/5<br>4.นายณัฐกฤษณ์  สุดไกร เลขที่15 ม.5/5<br>5.นางสาวณัฏฐนิจ  จ้านสกุล เลขที่22 ม.5/5<br>6.นางสาวทิพวรรณ  กุลไธสง เลขที่39 ม.5/5<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>-ศึกษาว่าสูตรอาหารวุ้นชนิดใดที่ทำให้เชื้อเห็ดเจริญเติบโตได้ดี<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-นำเลื้อยยางพารา ขุยมะพร้าวและฟางข้าว ซึ่งในการศึกษาพบว่าก้อนเชื้อขี้เลื่อยยางพาราเชื้อเห็ดสามารถเจริญเติบโตได้ดีและก้อนเชื้อสามารถอยู่นานสำหรับการออกดอกจะต้องนำก้อนเชื้อไปเก็บที่โรงเรือนที่สามารถควบคุมชื้นและอุณหภูมิ<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-ทำให้เห็ดออกดอกมีปริมาณเเละคุณภาพดี<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6629-2016-09-09-03-52-00-6629" />
         <pubDate>2019-12-11 05:52:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422568953</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โลกสวยด้วยมือเรา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422597373</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส. กมลรัตน์ กันตะวงษ์ เลขที่ 5 ม.5/7<br>น.ส. ธรรมรส เตี๋ยวสกุล เลขที่ 10 ม.5/7<br>น.ส. กัญญาณัฐ ดวงมณี เลขที่ 24 ม.5/7<br>น.ส. เขสิกา จิตอารี เลขที่ 25 ม.5/7<br>น.ส. ชญาดา สิทธิตัน เลขที่ 26 ม.5/7<br><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>- เพื่อศึกษาปัญหาภาวะโลกร้อนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>- รวบรวมความรู้และสื่อที่น่าสนใจที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการลดภาวะโลกร้อนเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ในรูปแบบของดิจิตอล<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>ได้ใช้การ์ตูนแอนนิเมชั่นในการสร้างจิตสำนึกในคนรอบข้าง เด็กและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจในการเกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้นและมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6543-2016-09-09-03-51-32-6543" />
         <pubDate>2019-12-11 08:29:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422597373</guid>
      </item>
      <item>
         <title>&quot;วิเคราะห์โครงงาน&quot; ม.5/7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422597697</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวณัฐณิชา คล่องแคล่ว เลขที่6<br>นางสาวรมัณยา อินคล้าย เลขที่9<br>นางสาวศุภมาส ทองลิ่ม เลขที่27<br>นางสาวสลิลทิพย์ ศาลางาม เลขที่28<br>นางสาวธีรนาฏ ทวีกิจ เลขที่29<br>"เรื่องรายงานการใช้หนังสือนิทานชนเผ่าเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์"<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>-เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของหนังสือนิทานชนเผ่า ศึกษาผลการใช้นิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิง และเพื่อศึกษาความพึ่งพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า ในการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย<br> 1) หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง <br>2) แผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อประกอบการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า<br>3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้หนังสือนิทาน<br>4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือนิทาน<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>- ผลการศึกษาพบว่า<br> 1.หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 คือ มีประสิทธิภาพเฉลี่ยรวมเท่ากับ 85.62/88.17<br>2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์  มีคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.00 ซึ่งมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ50.00<br>3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ที่มีต่อหนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง การศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด<br><br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6644-3-6644">https://www.scimath.org/project/item/6644-3-6644</a></div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-11 08:30:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422597697</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โปรแกรมให้อาหารสัตว์เลี้ยง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422600873</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.ทัศมนต์ เกิดสม เลขที่ 7<br>น.ส.ลลิตวดี สัทธา เลขที่ 10<br>น.ส.วริศรา พรประสิทธิ์ เลขที่ 11<br>น.ส.วิฬาสินี เตี่ยวสกุล เลขที่ 12<br>น.ส. กตัญญุตา ครองยุท์ เลขที่ 23<br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>-สามารถประดิษฐ์เครื่องให้อาหารได้เพื่อความสะดวกแก่ผู้เลี้ยง<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-สร้างให้เครื่องสามารถปล่อยอาหารอัตโนมัติ ตามเวลาที่ได้ตั้งไว้ โดยเครื่องให้อาหารนี้สามารถเก็บอาหารไว้ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถให้อาหารสัตว์เลี้ยงได้หลายวัน พร้อมด้วยเครื่องให้น้ำอัตโนมัติ ที่ควบคุมทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ เพื่อให้น้ำเต็มภาชนะอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ภายในถังเก็บน้ำและอาหาร จะมีระบบแจ้งเตือน ในกรณีที่น้ำหรืออาหารหมดลง หรือต่ำกว่าปริมาณที่ตั้งไว้ <br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>- สามารถประดิษฐ์เครื่องให้อาหารเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง และทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำและอาหาร ได้ตรงตามความต้องการ <br>https://www.scimath.org/project/item/6538-best-food-for-man-best-friend</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-11 08:43:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422600873</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์5/7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422601130</link>
         <description><![CDATA[<div>นายสุรพัศ หลงเดียว เลขที่2<br>นายกิตติธัช ไชยแก้ว เลขที่3<br>นายภูมี พุ่มเกื้อ เลขที่4<br>นายกองพล คล่องแคล่ว เลขที่ 13<br>นายปาณัสม์ สินแบน เลขที่ 19 <br>นายวริศ วิริยะนรอนันต์ เลขที่ 20<br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>แก้ปัญหาของยุตของผู้สุงอายุผู้พิการในการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆในบ้าน<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>พัฒนาการสมารืทโฮมโปรแกรมและเทคโนโลยีจำพวกสัญญาต่างๆเพื่อสะดวกในการเปิดปิดต่างๆผ่านมือถือโดยใช้เทคโนโลยี iot<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>ตอบสองปัณหาได้อย่างชัดเจนและถูกจุดเพราะยุคนี้เทคโนโลยีมากขึ้นคนอายุยืนขึ้นผู้สูงอายุก็เพิ่มขึ้นจึงแก้ปัญหาได้ดีและถูกจุด<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6653-smart-home-6653">https://www.scimath.org/project/item/6653-smart-home-6653</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-11 08:44:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/422601130</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/423659361</link>
         <description><![CDATA[<div>27 น.ส.ธัญชนก ภู่เจริญเดช 22 จามจุรีย์ สร้างถาวร 01 มานิตา คงราช 13 พิมพ์ชนก วงค์รักษ์ 36สุจารีย์ พันธุ์ดี 32พลอย พื้นขมภู 17 นริศรา ศรีจงกล ห้อง 5/3</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6649-2016-09-09-03-52-57-6649" />
         <pubDate>2019-12-13 04:01:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/423659361</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงานสบู่ว่านหางจรเข้จากกีเซอรีนธรรมชาติ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426687197</link>
         <description><![CDATA[<div>1.น.ส กาญจนวดี ไชยสงคราม เลขที่ 5<br>2. น.ส. ลาลิตา จงเกียรติขจร เลขที่ 9<br>3.น.ส. นภัสสร   คีรีวงค์  เลขที่ 16<br>4.นายพลเอก   โพธิ์ภักดี  เลขที่ 21<br>5. น.ส. วรรณนิสา ชัยวงค์ เลขที่34<br>6. นางสาวเสาวภา  บองเพชร เลขที่ 39</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/393816530/a1ad924f91c9cf0a19b7f9cf4b092e92/___________________________________________________________.docx" />
         <pubDate>2019-12-24 14:30:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426687197</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426697932</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ศุภฤกษ์ พรมทอง เลขที่ 22<br>นาย รัฐพล มั่นจิตร เลขที่ 36<br>น.ส.เจนจิรา ก้ามสกุล เลขที่ 10<br>น.ส.ธนัชพร มณีรัตน์ เลขที่ 17<br>น.ส.กุลธิดา เทพช่วย เลขที่ 23<br>http://postnoname.com/shampoo-from-bergamot-pea-flowers-and-ginger/</div>]]></description>
         <enclosure url="http://postnoname.com/shampoo-from-bergamot-pea-flowers-and-ginger/" />
         <pubDate>2019-12-24 18:11:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426697932</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กฤษดา อินทรสวัสดิ์ เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426726978</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ญานิดา  สายทอง  เลขที่ 12<br>นางสาว รัตนาภรณ์  กิจกล้า  เลขที่27<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2019-12-25 05:25:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/426726978</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ห้อง 5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427815288</link>
         <description><![CDATA[<div>นายคุณานนต์ คงชาตรี เลขที่21<br>นายนันทิพัฒน์ คงรอด เลขที่31<br>นายนเรนทร์ฤทธิ์ อวยชัย เลขที่33<br>นายกนธี ศรีสุวรรณ เลขที่35<br>นายก่านต์ หนูชู เลขที่37<br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>- การศึกษาการลดความเค็มของดินโดยใช้แกลบและฟางข้าว<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-นำแกลบ แกลบเผา ฟางข้าว และฟางข้าวเผา มาผสมกับดิน<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-จากการศึกษาการเจริญเติบโตของต้นข้าว พบว่าแกลบอัตรา 10 กิโลกรัม/ปล้องบ่อ จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวได้ดีที่สุด  และน้อยที่สุดคือฟางข้าว อัตรา 0 กิโลกรัม/ปล้องบ่อ คือ 71 cm 67 cm 65.5 cm 63.8 cm 44 cm ตามลำดับ<br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project-biology/item/6614-2016-09-09-03-51-55-6614" />
         <pubDate>2020-01-06 06:25:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427815288</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ห้อง 5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427815940</link>
         <description><![CDATA[<div>แป๊บเดียว ข้าวเหนียวนิ่มได้<br><br>นายรัชพล วุฒิวงศ์ เลขที่5<br>นายพลกฤต สุขดี เลขที่14<br>นายธนธรณ์ สุขประโคน เลขที่16<br>นายณัชสธน สธนเสถียร เลขที่19<br>นายเก็บตะวัน เพ็งชัย เลขที่20<br>นายปิยวัช มีเพียร เลขที่38<br>นายกฤตนัย จิ้วเส้ง เลขที่8</div><div>นายสิทธิศักดิ์ รักไชย เลขที่1</div><div><br>1. โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหาอะไร<br>-เวลาที่ใช้ในการทำข้าวเหนียวที่นานเกินไป<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-ลองแช่ข้าวเหนียวด้วยน้ำเกลือและให้ผู้ทดลองโหวตผลที่ดีที่สุด<br>3. ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-ผลจากการศึกษาข้าวเหนียวที่แช่ด้วยน้ำเกลือด้วยเวลา 90 นาที ดีที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6619-2016-09-09-03-51-57-6619" />
         <pubDate>2020-01-06 06:31:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427815940</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โครงงานสีโปสเตอร์ยุคประหยัด</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427816814</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ห้อง5/6<br></strong>น.ส.บุณยอร วณิชยาพณิชย์ No.11<br>น.ส.เเอมมิกา พืชเกิด No.12<br>น.ส.ชลธิชา โสมนัส No.15<br>น.ส.สรณ์สวรรค์ สิทธิทัต No.18<br>น.ส.นิศานาถ เเซ่อึ๋ง No.36<br>น.ส.สุนิษา เพ็งสกุล No.42<br>น.ส.เมธิญา พัฒน์มาก No.43<br><strong>1.เป้าหมาย</strong><br>- การศึกษาวิธีการทำสีโปสเตอร์ขึ้นใช้เอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสีโปสเตอร์<br><strong>2.วิธีการดำเนินงาน</strong><br>- สังเกตลักษณะของเนื้อสี ศึกษาวิธีการทำสีจากรุ่นพี่ หาชนิดของแป้งที่เหมาะสมในการทำสีโปสเตอร์ โดยใช้แป้งมัน แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว แป้งเอนกประสงค์ มาทดลองตามสูตร แป้ง (กรัม) : กาวลาเท็กซ์ (มิลลิลิตร) : น้ำสี (มิลลิลิตร) เท่ากับ 15 : 20 : 20<br><strong>3.ผลการดำเนินงาน</strong><br>-ปรากฏว่า แป้งมันมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการทำสีโปสเตอร์ เพราะทำให้เนื้อสีเข้มสดใส ระบายง่าย เรียบเนียนกว่าแป้งชนิดอื่นๆ จากนั้นนำแป้งมันมาหาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการทำสีโปสเตอร์ โดยใช้อัตราส่วนของแป้งมัน (กรัม) : กาวลาเท็กซ์ (มิลลิลิตร) : น้ำสี (มิลลิลิตร) เท่ากับ 15 : 20 : 20, 30 : 20 : 20 และ 45 : 20 : 20 ผลปรากฏว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมในการทำสีโปสเตอร์คือ 15 : 20 : 20  สีโปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองสามารถเก็บรักษาอยู่ในขวดเป็นเวลา 292 วัน ส่วนภาพที่ระบายด้วยสีโปสเตอร์ที่ได้จากการทดลองยังคงให้สีสันสดใสสวยงาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6618-2016-09-09-03-51-57-6618" />
         <pubDate>2020-01-06 06:38:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427816814</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ห้อง5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427817883</link>
         <description><![CDATA[<div>โครงงานการเพิ่มเปอร์เซนต์การงอกและอัตราเร็วในการงอกของมะพร้าวน้ำหอม<br><br> 23 นายบุญฤทธิ์  ขยายวงศ์สกุล<br>24 นายศักรินทร์ เป็นสุข<br>26 น.สกนกวรรณ สิทธิทัต <br>27 น.ส ธิติณี ทองเนื้องาม<br>29 นายชวิศ แสงทอง<br>32 น.ส นิธิสุา ลิ่มสกุล<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอะไร<br>    เพิ่มเปอร์เซนต์การงอกและอัตราเร็วในการงอกของมะพร้าวน้ำหอม<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>   ใช้จุดศูนย์ถ่วงเป็นเกณฑ์เมื่อนำผลพันธุ์ไปลอยน้ำ <br>วิธีที่ 1 การปาดเปลือกแบบชาวสวนโดยทั่วไป<br>วิธีที่ 2 ปาดเปลือกด้านบนเมื่อนำไปลอยน้ำโดยใช้จุดศูนย์ถ่วงเป็นเกณฑ์<br>วิธีที่ 3 ปาดในตำแหน่งที่ตรงข้ามกับวิธีที่ 2 <br><br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>    วิธีที่ 2 ให้เปอร์เซ็นต์การงอกสูงสุดคือ 69 เปอร์เซนต์ ส่วนวิธีที่ 1 และวิธีที่ 3 เปอร์เซนต์การงอกเท่ากับ 50 และ 48 เปอร์เซนต์ตามลำดับ ส่วนอัตราเร็วในการงอกของทั้ง 3 วิธี ไม่แตกต่างกัน เมื่อใช้วิธีการแช่ผลพันธุ์ในน้ำก่อนเพาะ 15 วัน พบว่าทำให้เปอร์เซนต์การงอกสูงขึ้นโดยเปอร์เซนต์การงอกเท่ากับ 72 เปอร์เซนต์ และอัตราเร็วในการงอกเท่ากับ 28 วัน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6624-2016-09-09-03-51-59-6624" />
         <pubDate>2020-01-06 06:50:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/427817883</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม.5/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/428754280</link>
         <description><![CDATA[<div>ขี้เหล็กเร่งการสุกของผลไม้<br>สมาชิก<br>น.ส.ชลธร รักเหย้า  เลขที่ 16<br>น.ส.ณัชชา เอกมงคลพงศ์ เลขที่ 24<br>น.ส.วนิดา เย็นใจ เลขทีี่ 34<br>น.ส.วรลักษณ์ จันทโร เลขที่38<br>น.ส.เสาวณีย์ พันธ์ทองหล่อ เลขที่40<br>น.ส.รุ่งสิริวัณ แซ่เฮียบ เลขที่41<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอะไร<br>-คณะผู้จัดทำได้เห็นความสำคัญในการทำให้ผลไม้สุกเพราะปัจจุบันมีผู้นิยมรับประทานผลไม้สุกกันมาก และผลไม้สุกที่วางขายตามท้องตลาด ผู้ค้าส่วนใหญ่ใช้สารเคมีที่จะช่วยทำให้ผลไม้สุก จึงหาวิธีที่จะเร่งการสุกของผลไม้โดยใช้พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่ทั่วไป มีปริมาณมากและหาง่าย ได้เลือกใช้ใบขี้เหล็กมาบ่มผลไม้เพื่อทำให้ผลไม้สุก<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>-ด้ศึกษาชนิดของใบไม้ที่มีผลทำให้อุณหภูมิในการบ่มสูงขึ้นและได้เลือกใช้ใบไม้ 9 ชนิด คือ ใบขี้เหล็ก ใบสะเดา ใบมะยม ใบจามจุรี ใบกระถิน ใบมันสำปะหลัง ใบยอ ใบมะขาม ใบชัยพฤกษ์ มาทดสอบเพื่อหาอุณหภูมิในการบ่มพบว่าใบขี้เหล็กสามารถทำให้อุณหภูมิในการบ่มสูงที่สุด และได้ศึกษาลักษณะของใบขี้เหล็ก (ใบอ่อน-ใบแก่) ปริมาณของใบขี้เหล็กที่ใช่บ่ม และระยะเวลาที่บ่มจากการทดลองศึกษาพบว่าการใช้ใบขี้เหล็กใบแก่ปริมาณ 0.5 Kg / มะม่วงแก้ว 20 ลูกโดยใช้ระยะเวลาบ่ม 2 วันจะทำให้มะม่วงแก้วสุกได้เหมาะสมที่สุด ชนิดของมะม่วงที่ใช้บ่มโดยใช้ มะม่วงแก้ว มะม่วงโชคอนันต์ สามารถสุกได้ดีกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้ (พันธุ์สีทองและเบอร์ 4) ในระยะเวลาที่บ่ม 2 วัน<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-จากการทดลองพบว่าแคลเซียมคาร์ไบด์เร่งการสุกมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ได้ดีที่สุด รวมทั้งใบขี้เหล็กสามารถเร่งการการสุกของผลไม้จำพวกน้อยหน่า ละมุด กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ได้ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-08 02:45:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/428754280</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ห้อง 5/6 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433388858</link>
         <description><![CDATA[<div>พลพรรครักษ์โลก Green DNA (Green Digital Natural Areas)<br>น.ส ศศิกานต์  อุระเพ็ญ  เลขที่ 6<br>น.ส ศิลป์ศุภา จงไกรจักร์  เลขที่ 7<br>นายพงศกร  เพชรไกร  เลขที่  13<br>นายเสฐวุฒิ  ผลิโกมล  เลขที่  25<br>นายณัชพงศ์  สุวรรณปุสิก  เลขที่ 30 <br>น.ส อรกัญญา  จันทร์ทา  เลขที่ 34<br><br>1.เป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัญหา<br>- เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ได้ริเริ่ม กระบวนการในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น<br>2. โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร <br>-ใช้ภาษา C# ซึ่งอยู่บนเทคโนโลยี Web 2.0 และนำการพัฒนาแอพพลิเคชั่น 3 มิติ มาพัฒนาเป็นองค์ประกอบหนึ่งให้ Social web มีความน่าสนใจ เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานจะมีโลกเป็นของตัวเอง และสามารถจัดการกับโลกของตัวเองได้อย่างอิสระ<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br>-ประชากรโลกเริ่มสนใจ และ เล็งเห็นถึงการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ<br><br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6612-green-dna-green-digital-natural-areas">https://www.scimath.org/project/item/6612-green-dna-green-digital-natural-areas</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-19 13:21:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433388858</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมุนไพรลูกประคบ 5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433390883</link>
         <description><![CDATA[<div>นส.ปิยรัตน์ บัวเหม (3)<br>นายอิสราพงษ์ กัณสุทธิ์ (9)<br>นส.จุฬาลักษ์ สุขเจริญ (17)<br>นส.ปาณิสรา พงษ์เดช (28)<br>นส.ศรัณยา แสงขาว (41)<br>1.เป้าหมายในการศึกษา<br>-เพื่อให้มีความรู้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น<br>-เพื่อให้ผู้สูงอายุลดการใช้ยา และหันมาพึ่งสมุนไพรไทย<br>2.วิธีการดำเนินงาน<br>-ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทย และการนำมาใช้งานที่ถูกต้อง การแบ่งสัดส่วนที่พอเหมาะกับการนำสมุนไพรมาทำลูกประคบ<br>3.ผลการดำเนินงาน<br>-ช่วยลดบรรเทาการปวดเมื่อย<br>-ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด<br>-ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.ttmed.psu.ac.th/blog.php?p=167&amp;fbclid=IwAR2j2YeXsVMu5mrANWBeNnKKtwy9lRPRrcxSflw9EL-N5yezlZyzoOvUeHQ" />
         <pubDate>2020-01-19 13:45:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433390883</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกและอัตราเร็วในการงอกของมะพร้าวน้ำหอม ห้อง5/6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433538052</link>
         <description><![CDATA[<div>นายศรัณย์ภัทร ขุนวัง   เลขที่1</div><div>นางสาว สุดารัตน์ สงวนทรัพย์ เลขที่4 นางสาว ขนิตถา สืบสิน เลขที่10 นางสาวปิ่นธิดา เชาวลิต เลขที่39</div><div>นางสาว ผกาวรรณ  เรืองเนตร เลขที่40<br><strong>เป้าหมายในการศึกษา<br>-</strong> เพื่อหาวิธีการเพิ่มเปอร์เซนต์การงอกและอัตราเร็วในการงอกของมะพร้าวน้ำหอม<br><strong>วิธีการดำเนินงาน<br></strong>ศึกษาตำแหน่งการปาดเปลือกผลพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมโดยใช้จุดศูนย์ถ่วงเป็นเกณฑ์เมื่อนำผลพันธุ์ไปลอยน้ำ พบว่าผลพันธุ์มะพร้าวจะมีตำแหน่งที่ลอยขึ้นด้านบนโดยเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งแน่นอนโดยพบถึง 88 เปอร์เซนต์ของผลพันธุ์ที่ทดลองและตำแหน่งนี้จะคงที่แม้ปาดเปลือกแล้วก็ตาม ตำแหน่งที่ลอยขึ้นด้านบนจะใช้เป็นตำแหน่งที่ปาดเปลือกเวลาเพาะและจะมีความสัมพันธุ์กับตาแข็ง 2 ตา ตานิ่ม 1 ตา ที่กะลามะพร้าวโดยจะทำให้ตาแข็ง 2 ตาขึ้นด้านบน ตานิ่ม 1 ตาอยู่ด้านล่างเมื่อนำผลพันธุ์มะพร้าวไปเพาะ <br>-วิธีที่ 1 การปาดเปลือกแบบชาวสวนโดยทั่วไป </div><div>- วิธีที่ 2 ปาดเปลือกด้านบนเมื่อนำไปลอยน้ำโดยใช้จุดศูนย์ถ่วงเป็นเกณฑ์</div><div>- วิธีที่ 3 ปาดในตำแหน่งที่ตรงข้ามกับวิธีที่ 2 <br><strong>ผลการดำเนินงาน<br></strong>- วิธีที่ 2 ให้เปอร์เซ็นต์การงอกสูงสุดคือ 69 เปอร์เซนต์ ส่วนวิธีที่ 1 และวิธีที่ 3 เปอร์เซนต์การงอกเท่ากับ 50 และ 48 เปอร์เซนต์ตามลำดับ ส่วนอัตราเร็วในการงอกของทั้ง 3 วิธี ไม่แตกต่างกัน เมื่อใช้วิธีการแช่ผลพันธุ์ในน้ำก่อนเพาะ 15 วัน พบว่าทำให้เปอร์เซนต์การงอกสูงขึ้นโดยเปอร์เซนต์การงอกเท่ากับ 72 เปอร์เซนต์ และอัตราเร็วในการงอกเท่ากับ 28 วัน<br><br></div><div><br><br></div><div><strong><br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-20 06:38:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433538052</guid>
      </item>
      <item>
         <title>(แก้ไข) sticky mochi</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433540751</link>
         <description><![CDATA[<div>นส.ปิยรัตน์ บัวเหม (3)<br>นายอิสราพงษ์ กัณสุทธิ์ (9)<br>นส.จุฬาลักษ์ สุขเจริญ (17)<br>นส.ปาณิสรา พงษ์เดช (28)<br>นส.ศรัณยา แสงขาว (41)<br>1.เป้าหมายในการศึกษา<br>-ทำเป็นผลิตภัณฑ์โมจิสมุนไพรเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน สำหรับเด็กที่ทานผัก/สมุนไพรได้ยาก<br>2.วิธีการดำเนินงาน<br>--ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทย และการนำมาใช้งานที่ถูกต้อง การแบ่งสัดส่วนที่พอเหมาะกับการนำสมุนไพรมาทำขนมโมจิ<br>3.ผลการดำเนินงาน<br>-ลดปริมาณอาหารที่มีผงชูรสที่เด็กรับประทานซึ่งมีผลอันตรายต่อเด็ก<br>-ช่วยให้เด็กที่รับประทานสมุนไพรได้ยากรับประทานได้ง่ายและไม่เหม็นเขียว<br>-ได้คุณประโยชน์ตามสมุนไพรที่เราเลือกใช้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=EaHWaI_mxNk" />
         <pubDate>2020-01-20 06:53:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/433540751</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434394929</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส ภิญญดา สิงห์สวัสดิ์ 21<br>น.ส.ธิดารัตน์ โคกเคียน 25<br>น.ส.อาทิตยา นาคปนทอง 29<br>น.ส.เปรมกมล เกื้อมา 31<br>น.ส.วิชุศรา วงษ์จักร35 <br>       1.เป้าหมายในการศึกษา<br>. -เพื่อทดลองนำใบน้อยหน่าเป็นสมุนไพร   ธรรมชาติมาใช้ในการรักษาโรคเหา </div><div>- เพื่อนำสมุนไพรท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน </div><div>- เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรธรรมชาติบางชนิด </div><div>-เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีกำจัดเหา </div><div>- เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ </div><div><br>    2.วิธีการดำเนินงาน<br>- นำใบน้อยหน่าแก่ ๆ 1,700 ใบ กับปูนกินหมาก 8.8 กรัมและน้ำ 3.5 ลิตร </div><div>- นำส่วนผสมใส่ในเครื่องบดแล้วบดให้ละเอียด </div><div>- นำส่วนผสมที่บดมากรองในกระชอนใส่ในกะละมัง </div><div>- นำสารละลายพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที นำสารสกัดใบน้อยหน่าและเทน้ำสกัดใบน้อยหน่าเก็บไว้ในขวด </div><div>- ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย </div><div><br></div><div> เตรียมนักเรียนที่เป็นโรคเหาของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 12 คน </div><div>-ให้แต่ละคนใช้สารสกัดใบน้อยหน่าที่เตรียมไว้ นำไปขยี้ผมให้ทั่วศีรษะ โดยให้เพื่อนในห้องเรียนเป็นผู้ช่วย หมักทิ้งไว้ 30 นาที (ระวังอย่าให้น้ำยาเข้าตาเพราะทำให้แสบตาได้) </div><div>-ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด (ผมที่สระเสร็จจะทำให้เส้นผมกระด้างบ้าง ควรใช้ครีมนวดผมสระอีกครั้ง) </div><div>-ทำเช่นนี้อีก 2 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 1 อาทิตย์ </div><div>-บันทึกผลการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน </div><div>    3.ผลการดำเนินงาน<br>จากการทดลองใช้สารสกัดใบน้อยหน่าในการรักษาโรคเหา มีผลการสรุปดังนี้คือเพื่อนนักเรียน </div><div>หญิง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2-ป.3/9 จำนวน 84 คนนั้น สามารถรักษาอาการของโรคเหาได้ 74 คน มีนักเรียนส่วนน้อย จำนวน 14 คน ยังมีอาการโรคเหาอีก ที่บ้านของนักเรียนมีสมาชิกในบ้าน </div><div>เป็นโรคเหาด้วย และจากการทดลองแต่ละครั้ง นักเรียนบางคนใช้เวลาในการขยี้และหมักผมไว้ไม่ตรงตาม </div><div>เวลาที่กำหนดไว้ ทำให้มีโรคเหาอีกไม่สามารถกำจัดได้ แต่ผลการทดลองนักเรียนส่วนมากไม่เป็นโรคเหาอีก ดังนั้นใบน้อยหน่าสามารถกำจัดโรคเหาได้. </div><div><br>  </div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/science/10000-1088.htm" />
         <pubDate>2020-01-22 05:47:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434394929</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การวิเคราะห์โครงงาน ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395167</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย นาวิก บางพิเชษฐ์ เลขที่ 11<br>นางสาว พศิกา จำปา เลขที่ 13<br>นางสาว ชาลิสา ซาพวง เลขที่ 17<br>นางสาว พรพิมล ใมมะมุด เลขที่ 33<br>นางสาว ภัคทริกา สร้อยคำ เลขที่ 44<br><strong><em>การศึกษาหาสาเหตุและแนวทางในการลดค่าของกรดในน้ำมันงาที่ผลิตโดยวิธีการอีดงา<br></em></strong>โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การศึกษาหาสาเหตุและแนวทางในการลดค่าของกรดในน้ำมันงาที่ผลิตโดยวิธีการอีดงา <br><strong>เป้าหมายในการศึกษา</strong><br> 1. ศึกษาผลของโคลิฟอร์มที่ปนเปื้อนในเมล็ดงาและน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตว่ามีผลต่อค่าของกรดในน้ำมันงาที่ผลิตได้หรือไม่ อย่างไร<br> 2. ศึกษาความเป็นไปได้ในการลดค่าของกรดในน้ำมันงา<br><strong>วิธีการดำเนินงาน<br></strong>โดยการล้างด้วยน้ำ โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ขั้นตอน คือ ตอนที่ 1 ผลของระดับการปนเปื้อนโคลิฟอร์มในเมล็ดงาและน้ำที่ใช้ในการผลิต ต่อค่าของกรดในน้ำมันงา ตอนที่ 2 แนวทางการลดค่าของกรดในน้ำมันงาโดยการล้างด้วยน้ำ<br><strong>ผลการดำเนิน</strong><br> จากการศึกษาพบว่า ระดับการปนเปื้อนโคลิฟอร์มในเมล็ดงา มีอิทธิพล ต่อค่าของกรดในน้ำมันงา โดยน้ำมันงาที่ได้จากเมล็ดงา ในการทดลองชุด A 1 มีค่าของกรดในน้ำมันงา ต่ำสุด เนื่องจากเมล็ดงาที่ตากแดดเป็นเวลา 5 ชั่วโมงที่ ระดับโคลิฟอร์ม C ไม่มีตะกอนดำ (ปราศจาก โคลิฟอร์ม) ทำให้มีค่าของกรดในน้ำมันงาต่ำสุด น้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำมันงาที่นำไปต้มที่อุณหภูมิ ระดับโคลิฟอร์ม C ไม่มีตะกอนดำ (ปราศจาก โคลิฟอร์ม) ทำให้มีค่าของกรดต่ำสุด และเมื่อนำน้ำมันงาไปล้างด้วยน้ำในทุกชุดการทดลองมาผ่านการตรวจสอบค่าของกรด พบว่า ค่าของกรดของน้ำมันงา ลดลงในทุกชุดการทดลอง<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6590-2016-09-09-03-51-47-6590">https://www.scimath.org/project/item/6590-2016-09-09-03-51-47-6590</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-22 05:49:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395167</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การวิเคราะห์โครงงาน ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395459</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย กฤษดา อินทรสวัสดิ์ เลขที่10<br>นางสาว ญาณิดา สายทอง เลขที่12<br>นางสาว ยุพารัตน์ ลือแทน เลขที่34<br>นางสาว กาญจณภัฏ สิงห์โตทอง เลขที่37<br>นางสาว วรรณวิสา สุดสี เลขที่43<br>1.เป้าหมายในการศึกษา<br>-เพื่อต้องการลดถุงพลาสติก เพราะมันย่อยสลายยาก<br>2.วิธีการดำเนินงาน<br>-การนำเอาพลาสติกมาเป็นถุงเพาะต้นกล้าหรือถุงเพาะชำนั้น เมื่อนำต้นกล้าไปปลูกลงดินถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายในดินได้ จึงจำเป็นต้องฉีกถุงเพาะต้นกล้าออกก่อนนำต้นกล้าลงดิน ซึ่งเป็นผลทำให้รากของต้นกล้าเกิดการฉีกขาด ต้นกล้าอาจมีการเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเศษถุงเพาะต้นกล้าพลาสติกยังเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม พลาสติกที่เหลือจะเป็นขยะที่กำจัดยากและจะเกิดเป็นมลภาวะทางอากาศได้หากเรานำไปกำจัดโดยการเผา<br>3.ผลการดำเนินงาน<br>-พบว่าถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากกระดาษแช่น้ำผลตะโก สามารถใช้แทนถุงเพาะต้นกล้าพลาสติกได้ ถุงเพาะต้นกล้าที่ทำจากกระดาษที่แช่น้ำจากผลตะโกดิบ เมื่อนำต้นกล้าไปปลูกลงดิน จะไม่ทำให้รากของต้นกล้าได้รับการกระทบกระเทือนหรือเกิดการฉีกขาด และสามารถย่อยสลายได้ในดินทุกชนิด<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6625-2016-09-09-03-51-59-6625">https://www.scimath.org/project/item/6625-2016-09-09-03-51-59-6625</a><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-22 05:52:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395459</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การวิเคาระห์โครงงาน 5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395493</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย อลงกรณ์ อ๋องสกุล เลขที่ 2<br>นาย ภูวนาถ  ทองฤทธิ์ เลขที่ 16<br>นาย ศุภกิตติ์ คำเลี้ยง   เลขที่ 24<br>เป้าหมายในการศึกษา<br>-โครงงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำเต้าหู้จากเมล็ดกระถินยักษ์ สารตกตะกอนที่เหมาะสม<br>วิธีดำเนินการ<br>คือ แมกนีเซียมคอลไรด์ (MgCl2) ในการทดลองใช้ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร ปริมาตรที่เติมเหมาะสมคือ 12 cm3 โดยได้น้ำหนักเต้าหู้เฉลี่ย 58.33 กรัม ส่วนการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองที่ใช้เปรียบเทียบนั้น ใช้เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต ซึ่งเป็นสารที่เหมาะสมในการตกตะกอนที่ความเข้มข้น 40% โดยมวล/ปริมาตร จำนวน 12 cm3 เท่ากัน ได้เต้าหู้ 138.03 กรัม และได้น้ำหนักเต้าหู้ 147.7 กรัม เมื่อใช้สารตกตะกอนจำนวน 16 cm3 ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนในเมล็ดกระถินยักษ์ ถั่วเหลือง เต้าหู้จากเมล็ดกระถินยักษ์ และเต้าหู้จากถั่วเหลือง มีปริมาณโปรตีนเป็นกรัมต่ออาหารแห้ง 100 กรัม คือ 16.69 , 29.81 , 6.88 และ 13.44 กรัมตามลำดับ <br>ผลดำเนินการ<br>สำหรับเต้าหู้ที่ได้ยังมีลักษณะไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากได้ปริมาณน้อย ค่อนขางเหลวและมีความยืดหยุ่นน้อย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-01-22 05:52:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434395493</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การวิเคราะห์โครงงาน ม.5/7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434421353</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย เกียรติศักดิ์ สิงห์แก้ว เลขที่ 1<br>นาย จิรทีปต์ เลิศรัตนติกรกุล เลขที่ 14<br>นาย ชญานนท์ ฉิมมี เลขที่ 15 <br>นาย ธนพล พัฒนกุล เลขที่ 17<br>นาย นิธิกร เตี่ยวสกุล เลขที่ 18<br>นาย อัคเรศ เตี๋ยวสกุล เลขที่ 22<br>ความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการแช่เปลือกไข่ในฟลูออไรด์ต่อค่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาการกัดกร่อนโดยกรดไฮโดรคลอริก<br>-เป้าหมายในการศึกษา<br>เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการแช่เปลือกไข่ในฟลูออไรด์ต่อ ค่า พลังงานก่อกัมมันต์ ของปฏิกิริยาการกัดกร่อนโดยกรดไฮโดรคลอริก ที่ระยะเวลาการแช่ต่างๆกัน<br>-วิธีการดำเนินงาน<br>ทำการทดลองศึกษาปฏิกิริยาที่ระยะเวลาการแช่ 0,15,30,45,60,75 และ 90 นาที ในแต่ละการทดลองทำที่อุณหภูมิ 30,50,70 และ 90 องศาเซลเซียส และวัดปริมาตรก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นทุกๆ 5 วินาที จนปฏิกิริยาสิ้นสุด นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองมาหาค่า พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา<br>-ผลการดำเนินงาน<br>พบว่าระยะเวลาการแช่ฟลูออไรด์ของเปลือกไข่ที่มากขึ้นมีผลทำให้ค่าพลังงานก่อกัมมันต์มากขึ้น โดยอัตราการเพิ่มของพลังงานการก่อกัมมันต์ค่อนข้างจะคงที่ ที่ระยะเวลาการแช่ฟลูออไรด์ 60,75 และ 90 นาที และเมื่อนำผลการทดลองมาสร้างสมการถดถอยเพื่อใช้ทำนายค่าพลังงานก่อกัมมันต์จากระยะเวลาในการแช่ฟลูออไรด์ได้สมการดังนี้ Ea = log1.415515 {(t-9.88882924733161)/(9.338x10-6)} เมื่อ Ea คือ ค่าพลังงานก่อกัมมันต์, t คือ ระยะเวลาการแช่เปลือกไข่ในฟลูออไรด์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6649-2016-09-09-03-52-57-6649" />
         <pubDate>2020-01-22 08:19:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/434421353</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม.5/3 </title>
         <author>s25331</author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/439473185</link>
         <description><![CDATA[<div>นายธนบูลย์ วรรโน เลขที่22<br><br> <strong>อุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม </strong><br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาหรือแก้ปัญหาอะไร<br>-เพื่อช่วยกลัดกระดุม<br>โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br> การทดลองตอนที่1 เพื่อออกแบบและสร้างอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรต้น วิธีการออกแบบและสร้างอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรตาม ลักษณะของอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุมและการใช้งาน ตัวแปรควบคุม รูปทรงของอุปกรณ์ กลุ่มประชากรที่ใช้งาน การทดลองตอนที่2 เพื่อศึกษาชนิดของกระดุมที่มีผลต่อการใช้งานอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรต้น ชนิดของกระดุมที่ใช้ ตัวแปรตาม ผลการยึดเกาะของอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรควบคุม จ านวนของกระดุม,ลักษณะของเสื้อ การทดลองตอนที่3 เพื่อศึกษาขนาดของกระดุมที่มีผลต่อการใช้งานอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรต้น ขนาดของกระดุมที่ใช้ทดสอบ ตัวแปรตาม ผลการยึดเกาะของอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุม ตัวแปรควบคุม ชนิดของกระดุมที่ใช้,จ านวนครั้งในการทดสอบ <br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br> จากสรุปผลการศึกษาค้นคว้าสามารถอภิปรายได้ดังนี้ จากการศึกษาพบว่าการออกแบบอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุมในครั้งแรกมีปัญหาในส่วนปลาย ของตัวจับ เนื่องจากตัวอุปกรณ์ที่ใช้ยึดจับเป็นแหนบปลายเกลี้ยง จึงท าให้ยึดกับกระดุมได้ค่อนข้าง ยาก ดังนั้นจึงพัฒนาอุปกรณ์ช่วยกลัดกระดุมแบบที่ 2 โดยการเพิ่มเขี้ยวที่ปลายของแหนบเพื่อเป็นการ เพิ่มการยึดเกาะกับกระดุม ในส่วนของการทดสอบกระดุมพบว่า อุปกรณ์สามารถใช้งานได้ดีกับ กระดุมท าจากผ้ามากกว่า เพราะวัตถุทั้งสองมีแรงเสียดทานต่อกันมากกว่ากระดุมพลาสติก ไม้และ โลหะ ขณะที่ความเหมาะสมของขนาดกระดุมที่ใช้คือ อยู่ระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร แต่อย่างไรก็ตามความยากง่ายของการใช้งานอุปกรณ์ยังขึ้นกับความกล้างของรังดุมอีกด้วย <br><a href="http://www.lampangtc.ac.th/managefiles/file/inventor/91378_1807310885654.pdf">http://www.lampangtc.ac.th/managefiles/file/inventor/91378_1807310885654.pdf</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-03 06:55:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/439473185</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม.5/3 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440731960</link>
         <description><![CDATA[<div>13 น.ส.ชิตตะวัน คงเพ็ชร์<br>17 น.ส.ปรารถนา เขตรักษา<br>23 น.ส.นภาพร บรรณสาร<br>25 น.ส.กฤตทยาภรณ์ ยิ้มสิทธิ์<br>28 น.ส.ปภาวรินทร์ พรหมจรรย์<br>29 น.ส.ประภาพิมพ์ แซ่จั่ว <br>30 น.ส.พรธิดา พ่อศรียา<br>36  น.ส.สุดารัตน์ ชูชนะ<br><strong>การศึกษาเรื่อง</strong> ผลการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 <br><strong>โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษา หรือแก้ปัหาอะไร<br></strong>เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของหนังสือนิทานชนเผ่า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง พัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ และศึกษาความพึ่งพอใจของนักเรียน<br><strong>โครงงานนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไร<br>ให้</strong>แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้หนังสือนิทานชนเผ่า เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาเรียนรู้ได้เข้าใจอย่างถูกต้อง<br><strong>ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br></strong>เด็กมีการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ทำให้มีความรู้แน่นกว่าเดิม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6644-3-6644" />
         <pubDate>2020-02-05 04:01:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440731960</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงาน ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440732878</link>
         <description><![CDATA[<div>19ปิยวัฒน์ นพฤทธิ์<br>09ธนกฤต ขวัญทอง<br>14ปรณัฏฐ์ สองปักษี<br>18 ธนุฒิ ยังมีมา<br>10ธันณวัฒน์ ยวงแก้ว<br>02ภัทรพล อัยราชธรารักษ์<br>11บีโนดกุมาร<br>3 ชาคริส หัสนี<br><br><br></div><div>    <strong>Smart Home บ้านอัจฉริยะ<br>เป้าหมายโครงงาน<br>   </strong>ผู้พัฒนาเล็งเห็นว่าวิกฤติพลังงาน และการมิได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเพียงพอของผู้สูงอายุและผู้พิการในประเทศไทยเป็นวาระสำคัญของชาติ เราจึงมีความคิดที่จะพัฒนาโครงการนี้ไม่เพียงแค่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานทั่วไปแต่ยังคำนึงถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ<br><strong>ขั้นตอน<br></strong>ทั้งนี้ทั้งนั้นโครงการเกิดขึ้นได้เพราะผู้พัฒนาเล็งเห็นว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารของประทศไทยนั้นมีศักยภาพ<br><strong>การดำเนินงาน<br>   </strong>โดยการสร้างแอปที่เชท่อมกับระบบไฟฟ้าของบ้<strong>าน<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="http://cimath.org/project/item/6653-smart-home-6653" />
         <pubDate>2020-02-05 04:04:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440732878</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงาน ม.5/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440733532</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>4.เดชศักดา<br></strong><br></div><div><strong>6นุชธิดา<br></strong><br></div><div><strong>7.ภัทรลดา<br></strong><br></div><div><strong>22.ปาริฉัตร<br></strong><br></div><div><strong>24.กฤตภาส<br></strong><br></div><div><strong>28.ประภัสสร<br></strong><br></div><div><strong>32.มนทิรา<br></strong><br></div><div><strong>34.วิลาสินี<br></strong><br></div><div><strong>37.อำพรพรรณ<br></strong><br></div><div><strong>38.เจนจิรา<br></strong><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/455905874/456fc278f9af04321660c9cd6bf6507a/1111111111111.docx" />
         <pubDate>2020-02-05 04:07:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/440733532</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1.น.ส กาญจนวดี ไชยสงคราม เลขที่ 52. น.ส. ลาลิตา จงเกียรติขจร เลขที่ 93.น.ส. นภัสสร   คีรีวงค์  เลขที่ 164.นายพลเอก   โพธิ์ภักดี  เลขที่ 215. น.ส. วรรณนิสา ชัยวงค์ เลขที่346. นางสาวเสาวภา บองเพชร เลขที่ 39</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/444145570</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/458637714/1ad22f337ef4ba7f3fbf45cd0edb8a4e/___________________________________________________________.docx" />
         <pubDate>2020-02-12 03:50:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/444145570</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิเคราะห์โครงงาน ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/447249810</link>
         <description><![CDATA[<div><br>นางสาว รัตนาภรณ์  กิจกล้า  เลขที่27<br>นางสาว วันวิสาข์  เซ่งเข็ม  เลขที่ 28<br>นางสาว ปานเลขา  คงศรี  เลขที่30<br>นางสาว ชนากานต์ อรรคเนตร เลขที่ 38<br>นางสาวพนิตา กาหลง เลขที่42<br>1.โครงงานนี้มีเป้าหมายในการศึกษาอย่างไร<br>ข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือจะมีคุณภาพที่ดีกว่าข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเปล่า<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการในการดำเนินงานอย่างไร<br>การทดลองมีอยู่ 3 ตอน ตอนที่ 1 คือเอาข้าวสารพันธุ์สันป่าตองปริมาณที่เท่ากัน 2 ส่วนส่วนหนึ่งนำไปแช่ในน้ำเปล่า อีกส่วนหนึ่งนำไปแช่ในน้ำเกลือ ใช้ระยะเวลาในการแช่เท่ากันคือ 30 นาที แล้วนำข้าวสารที่ได้ไปล้างด้วยน้ำเปล่า จากนั้นนำไปนึ่งโดยใช้เวลา 15 นาที ผลการทดลองพบว่าข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือจะมีคุณภาพที่ดีกว่าข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเปล่าในระยะเวลาที่เท่ากัน การทดลองตอนที่ 2 ได้ลองใช้ปริมาณของเกลือต่างกันผลปรากฏว่าปริมาณเกลือที่ไม่ทำให้รสชาติของข้าวเปลี่ยนไป คือ 10 กรัม การทดลองตอนที่ 3 ศึกษาระยะเวลาในการแช่ข้าวสาร โดยเพิ่มระยะเวลาเป็น 60 นาที 90 นาที 120 นาที 150 นาที และ 180 นาทีแล้วนำข้าวเหนียวที่ได้มาสังเกตและเปรียบเทียบกัน จากนั้นนำไปให้ครูนักเรียนผู้ปกครองและชุมชนที่มีช่วงอายุต่างกันจำนวน 100 คนลองรับประทานและแสดงความคิดเห็น<br>3.ผลการดำเนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร<br> ข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือมีคุณภาพที่ดีกว่าข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเปล่าในเวลาที่เท่ากัน ความคิดเห็นคนส่วนใหญ่จัดคุณภาพให้ข้าวเหนียวที่ได้จากการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือระยะเวลา 90 นาที ดีกว่าการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือระยะเวลาอื่นๆ และจะเห็นได้ว่าการแช่ข้าวสารในน้ำเกลือถ้าแช่ไว้นานเกินไปจะทำให้ข้าวเหนียวที่ได้มีรสเค็ม.<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6619-2016-09-09-03-51-57-6619">https://www.scimath.org/project/item/6619-2016-09-09-03-51-57-6619</a></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-19 05:16:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/447249810</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เปรียบเทียบคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซล ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/447256820</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว ธาดารัตน์ ภูพวก เลขที่ 40<br>1.โครงงานมีเป้าหมายในการศึกษาอย่างไร<br>เปรียบเทียบคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว<br>2.โครงงานนั้นมีวิธีการในการดำเนินงานอย่างไร<br>โดยใช้ไฮโดรมิเตอร์หาค่า API ของน้ำมันแต่ละชนิด พบว่าไบโอดีเซลทุกชนิดและทุกอัตราส่วนมีค่า API อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด <br>3.ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร<br> โดยไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มอัตราส่วน 80:20 มีค่า API สูงที่สุดคือ 29.47 ซึ่งแสดงว่าน้ำมันชนิดดังกล่าวเบาที่สุด และไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันถั่วเหลืองอัตราส่วน 90:10 มีค่า API ต่ำที่สุด คือ 25.77 เป็นน้ำมันที่หนักที่สุด<br><a href="https://www.scimath.org/project/item/6652-the-study-of-the-quality-of-biodiesel-from-soy-been-oil-palm-oil-and-used-oil">https://www.scimath.org/project/item/6652-the-study-of-the-quality-of-biodiesel-from-soy-been-oil-palm-oil-and-used-oil</a><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-02-19 05:57:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/447256820</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แผ่นฟิล์มไคโตซาน-อะไมโลส ชะลอการเกิดราบนขนมปัง  ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/454121339</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว สุภารัตน์  บุตรทัด  เลขที่ 4<br>นางสาว นวรัตน์  ใมมะมุด  เลขที่ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-03-04 04:30:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/454121339</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แผ่นฟิล์มไคโตซาน-อะไมโลส ชะลอการเกิดราบนขนมปัง ม.5/5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/454122833</link>
         <description><![CDATA[<div>1.นางสาวสุภารัตน์  บุตรทัด เลขที่ 4<br>2.นางสาวนวรัตน์  ใมมะมุด เลขที่ 19<br>3.นางสาวภัคณิศา ดอกไม้  เลขที่ 32<br>4.นายกานต์พิพัฒน์  ล่องลอย เลขที่ 36<br>5.นางสาวปริศณา  ลิ่มจำเริญ เลขที่ 41<br>1.เป้าหมาย<br>    ใช้ในการถนอมอาหารและไม่เป็นพิษต่อธรรมชาติ<br>2.วิธีในการดำเนินงาน<br>    การนำไคโตซานบริสุทธิ์ผสมกับแป้ง 3 ชนิด คือ แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันสำปะหลัง แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ โดยดูความหนา ความสามารถในการบวมน้ำ และลักษณะพื้นผิว และทดสอบความสามารถในการถนอมอาหารโดยการนำไปห่อขนมปัง พบว่า แผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด มีความหนาน้อยที่สุดและมีความสามารถในการถนอมอาหารดีที่สุด ส่วนความสามารถในการบวมน้ำของแผ่นฟิล์มแต่ละชนิดจะใกล้เคียงกัน จากนั้นจึงเพิ่มความยืดหยุ่นของแผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด โดยการเติม PVA ลงไป นำไปทดสอบความสามารถในการถนอมอาหาร พบว่า แผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด-PVA มีความสามารถในการถนอมอาหารใกล้เคียงกับแผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด<br>3.ผลงานดำเนินงาน<br>    แผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด-PVA มีความสามารถในการถนอมอาหารใกล้เคียงกับแผ่นฟิล์มไคโตซาน-แป้งข้าวโพด<br>https://www.scimath.org/project/item/6632-film-chitosan-amylose-use-in-delay-the-fungal-growing-process-on-bread</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-03-04 04:36:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/454122833</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/716702044</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/458637714/1ad22f337ef4ba7f3fbf45cd0edb8a4e/___________________________________________________________.docx" />
         <pubDate>2020-09-03 01:38:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/716702044</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/878534415</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://www.scimath.org/project/item/6590-2016-09-09-03-51-47-6590" />
         <pubDate>2020-10-31 11:55:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/katika_s/egxmv48lrr4f/wish/878534415</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
