<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>6/12 วิธีการทางประวัติศาสตร์ by Natthanankon Thungthong</title>
      <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-17 03:04:59 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-16 05:03:04 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>วิธีการทางประวัติศาสตร์</title>
         <author>nattanankon</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1895962047</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่ 1 การกำหนดปัญหาหรือกำหนดหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา<br>ขั้นที่ 2 การรวบรวมหลักฐานหรือรวบรวมข้อมูล<br>ขั้นที่ 3 การประเมินคุณค่าของหลักฐาน<br>ขั้นที่ 4 การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ข้อมูล<br>ขั้นที่ 5 การเรียบเรียงและนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-17 04:19:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1895962047</guid>
      </item>
      <item>
         <title>6 นรชยน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898659178</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ร.8เสียชีวิตเพราะอะไร<br>2. <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3"><strong>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล</strong></a> พระมหากษัตริย์สยาม เสด็จสวรรคตเพราะต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 เวลาประมาณ 9.20 น. บนชั้นสอง <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99">พระที่นั่งบรมพิมาน</a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87">พระบรมมหาราชวัง</a> สภาพพระศพมีบาดแผลกลางพระนลาฎ (หน้าผาก) บริเวณระหว่างพระขนง (คิ้ว) ข้างพระศพมีปืนพกโคลต์ตกอยู่ชิดข้อศอก ด้ามปืนหันออกจากตัว ในช่วงแรกมีการรบกวนพระบรมศพทำให้การพิสูจน์เกิดปัญหา ความเห็นของแพทย์ผู้ชันสูตรเกือบสามในสี่ลงมติเป็นการลอบปลงพระชนม์<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5_%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C"><br>ปรีดี พนมยงค์</a> นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวน และรัฐสภาลงมติถวายราชสมบัติให้แก่<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A">สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลเดช</a> ข่าวลือแพร่สะพัดไปว่าพระเจ้าอยู่หัวถูกลอบปลงพระชนม์ และศัตรูการเมืองของปรีดีซึ่งประกอบด้วยทหารสายจอมพล ป. พิบูลสงครามและพรรคประชาธิปัตย์ปล่อยข่าวลือว่าปรีดีเป็นผู้บงการ เมื่อไขคดีไม่ได้และรัฐบาลสั่งปิดหนังสือพิมพ์ที่โจมตีรัฐบาลนานเข้า ปรีดีจึงลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้ว<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C_%E0%B8%98%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C">ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</a>ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อแทน แต่สุดท้ายเกิด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2490">รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2490</a> โดยอ้างสาเหตุหนึ่งว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขคดีสวรรคตได้ ทำให้ปรีดีและพันธมิตรหมดอำนาจทางการเมือง ทั้งนี้ <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C_%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C">ส. ศิวรักษ์</a>เขียนว่า ปรีดี พนมยงค์มีบทบาทช่วยปกป้องเชื้อพระวงศ์ที่กระทำผิดในเหตุการณ์ และไม่ได้บอกให้อธิบดีตำรวจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยชันสูตรพระบรมศพแต่แรก และจับกุมผู้ทำลายหลักฐานเพื่อปิดบังพิรุธ</div><div>คณะกรรมการสืบสวนคดีสวรรคตที่มี<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5_(%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88_%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B8%95)">พระพินิจชนคดี (พินิจ อินทรทูต)</a> เป็นประธาน อันตั้งขึ้นหลังรัฐประหารนั้นพยายามสรุปคดีในดูเหมือนปรีดีเป็นผู้บงการ แม้มีหลักฐานเท็จ แต่การสอบสวนดำเนินต่อ จนศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตมหาดเล็ก 3 คนในเดือนตุลาคม 2497เนื่องจาก "มีเหตุบังเกิดการประทุษร้ายแก่พระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงแก่การสวรรคต" ในปี 2498 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามพยายามฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยกฎีกา<br><br></div><div>3. มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพราะมีการอัปเดตข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาศึกษาในเว็บไซต์ เป็นหลักฐานชั้นรอง<br>4. สรุปได้ว่าจอมพลป.เป็นคนยิงปืนเข้าที่หัวของร.8 จัดเรียงข้อมูลให้เรียบร้อย<br>5. ทำสไลด์สรุปข้อมูลและนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:26:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898659178</guid>
      </item>
      <item>
         <title>17 ชนพัฒน์ เวชพฤกษ์พิทักษ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898659190</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ทำไมร.7ถึงหนีไปอยู่ต่างประเทศ<br>2. สืบค้นจาก <a href="https://www.thaipost.net/main/detail/66532">https://www.thaipost.net/main/detail/66532</a><br>3. หลักฐานมีความน่าเชื่อถือและเป็นหลักฐานชั้นรองเพราะหนังสืออ้างอิงมาจากส่วนอื่น แหล่งข้อมูลมีข้อมูลที่ตรงกันอ้างอิงจาก <a href="https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1746">https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1746</a><br>4. วิเคราะห์จากหลายๆเว็ปเช่น <br><a href="https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000019821">https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000019821</a><br>5. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ (ซึ่งตามปฏิทินปัจจุบันเป็น พ.ศ. ๒๔๗๘) ด้วยเหตุต่างๆ ในที่นี้ขอเสนอบทวิเคราะห์องค์พระราชหัตถเลขาแต่เพียงโดยสังเขป<br><br></div><div>เริ่มที่ข้อความย่อหน้าที่ ๒ หน้า ๕ ที่ว่า “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”&nbsp;นำเสนอเเละส่งให้ครู</div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thaipost.net/main/detail/66532" />
         <pubDate>2021-11-18 04:26:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898659190</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>411994</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898665756</link>
         <description><![CDATA[<div>ภูวภัทร 9<br>1. พระเจ้าตากสิน พระสติฟั่นเฟือนจริงมั้ย<br><br>2. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์หนึ่งที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกหลักฐานไว้เป็นจำนวนมาก และมีหลายหลายแง่มุมให้ศึกษา โดยเฉพาะเรื่องพระอารมณ์และพระสติที่หลักฐานส่วนใหญ่มักระบุว่าพระองค์<strong> “บ้า”&nbsp;<br></strong><br></div><div>เรื่องความบ้าจึงนำไปสู่ความเชื่อ ทฤษฎีหรือแนวความคิดต่าง ๆ ออกมาให้ข้อมูลอีกแง่มุมหนึ่งว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้บ้า เพียงแต่หนีไปบวชที่นครศรีธรรมราชก็มี หนีไปเมืองจีนก็มี จนดูเหมือนว่าเรื่องของพระเจ้าตากสินจะดูเป็นเรื่องที่ไม่มีวันถกเถียงกันจบสิ้น<br><br></div><div>ดังนั้น ในบทความนี้จึงขอยกหลักฐานที่ว่าด้วยความบ้าของพระเจ้าตากสินมาให้พิจารณาว่าเป็นอย่างไร รวมถึงข้อคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์หลายพระองค์และหลายคนที่ต่างก็มีการวิเคราะห์ในประเด็นนี้แตกต่างกันออกไป<br>อ่านต่อ <a href="https://www.silpa-mag.com/history/article_35439">https://www.silpa-mag.com/history/article_35439</a><br>3. มีความเป็นไปได้เช่นกัน เพราะอ้างอิงจากหลายจดหมายเหตุภายในเว็ปนั้น แหละจดหมายเหตุนั้นเกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยนั้นซึ่งนำมาจากหอจดหมายเหตุหรือหอสมุดกลาง และเว็ปที่นำมาเป็นหลักฐานชั้นรอง แต่ภายในเว็ปนั้นได้นำคำกล่างอ้างจากจดหมายเหตุมาซึ่งเป็นหลักฐานชั้นต้น<br>4. อาจเกิดจากการกล่าวหา หรือเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ เพราะจดหมายเหตุที่ออกมานั้นเป็นมุมมองของแต่ละบุคคลซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าเป็นเรื่องจริงมั้ย<br>5. นำเสนอในรูปแบบการนำคำกล่างอ้างสั้นๆในจดหมายเหตุมาเปรียบเทียบกันว่าคำกล่าวอ้างนั้นตรงกันมั้ย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461391771/d9e0d44252124e77899b3f0897408355/image.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:31:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898665756</guid>
      </item>
      <item>
         <title>7 บุณยภู ศรีรังไพโรจน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898666771</link>
         <description><![CDATA[<div>กรุงเทพมหานคร<br><br>1.ทำไมกรุงเทพมหานครถึงมีชื่อยาว ชื่อเต็มอยู่จังหวัดเดียว?<br>2.<strong>กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมาน อวตารสถิต สักกะ ทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์</strong><br>เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย และในทุกๆคำก็แสดงถึงสิ่งที่มีอยู่ในกรุงเทฯ และเป็นจุดเด่น จึงมีชื่อเต็มที่เป็นเหมือนการสะท้อนความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวง<br>https://travel.trueid.net/detail/zoxQ3D4jBzPy<br>https://www.sarakadeelite.com/brand-story/bangkok-full-name/<br>3.เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีการบันทึกและมีหลักฐานนี้ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ เพราะในหลายๆเว็บไซต์ก็มีข้อมูลที่ใกล้เคียง และตรงกัน และความเป็นไปได้สูง(ข้อมูลในอดีตที่ถูกบันทึกตรงกับข้อมูลในปัจจุบัน)<br>4.จัดเรียงข้อมูลแล้วทำตามแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลตามที่ครูลงไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกรอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแน่ชัด และพิจารณาจากทัศนคติและข้อคิดเห็นของผู้เขียนที่ใส่ลงไปในบทความว่าเค้าตีความเชิงบวกหรือเชิงลบ ซึ่งในบริบทนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงบวกทั้งหมด สรุปได้ว่าเป็นข้อเท็จจริง<br>5.นำเสนอ และส่งข้อมูลในฟอร์มที่ครูลงไว้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://travel.trueid.net/detail/zoxQ3D4jBzPy" />
         <pubDate>2021-11-18 04:31:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898666771</guid>
      </item>
      <item>
         <title>38 ธีรยา ม่วงพัฒน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898671462</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่ ๑ เมืองชากังราว คือ ชากังราว จังหวัดเพชรบุรี จริงหรือ?</div><div>ขั้นที่ ๒ รวบรวมหลักฐาน</div><div>๒.๑ ชากังราว เป็นเมืองที่อ้างถึงในเอกสารโบราณหลายฉบับ จากจารึกสุโขทัยหลายหลัก ระบุว่า ชากังราวเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรสุโขทัย โดยเป็นเมืองที่อยู่ทาง<strong>ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองสุโขทัย<br></strong><br></div><ul><li>ในหนังสือพระราชพงศาวดารมีเรื่องเกี่ยวกับเมืองชากังราวหลายแห่ง ในตอนแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชนี้ เป็นอย่างมาก แต่ในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ ยังออกชื่อเสียงชากังราวลงไปถึงแผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบแผนที่เข้ากับเรื่องที่มาใน พระราชพงศาวดารเห็นว่า เมืองชากังราวจะเป็นเมืองอื่น นอกจากเมืองกำแพงเพชรทุกวันนี้ไม่ได้ และได้พบหลักฐานประกอบในพระราชกฤษฎีกาของ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ เรียกชื่อเมือง "ชาดงราว" กำแพงเพชรควบไว้ดังนี้ (คำว่า ชาดงราว นั้นเชื่อได้แน่ว่า ผู้คัดลอกเขียนผิดมาจาก ชากังราวนั่นเอง)</li></ul><div>&nbsp;</div><ul><li>จารึกหลักที่ ๓๘ (จารึกวัดมหาธาตุ วัดสระศรี - หลัก๗๐) มีความตอนหนึ่งว่า "...พระองค์ท่านเสด็จในกำแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์ ด้วยพระราชศฟงคารบริพารพล และจตุรงคนิกร ธารลำน้ำ.." จึงน่าจะสันนิษฐานได้ว่า เมืองชากังราวได้ก่อสร้างกำแพงใหม่ อาจย้ายเมืองจากเขตอรัญญิกปัจจุบัน เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทิศทาง การย้ายเมืองมาที่เมืองเก่ากำแพงเพชร และสร้างกำแพงเมืองได้งดงาม จึงเรียกกันว่า เมืองกำแพงเพชร มาแต่ครั้งนั้น</li></ul><div>&nbsp;</div><ul><li>สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระวินิจฉัยว่า เมืองชากังราว เป็นชื่อเก่าของนครชุม ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสวมหมวก ทางฝั่งขวาของแม่น้ำปิง ซึ่งต่อมามีการย้ายเมืองมาตั้งใหม่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิงตรงข้ามกับเมืองนครชุมเดิมชื่อว่า กำแพงเพชร แนวคิดนี้เป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายที่สุด</li></ul><div>&nbsp;</div><ul><li>ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่ากำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เดิมเรียกชื่อว่า "เมืองชากังราว" และมีเมืองบริวารรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ไตรตรึงษ์ เมืองเทพนคร การที่กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านรับศึกสงครามในอดีตอยู่เสมอจึงเป็นเมืองยุทธศาสตร์มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น กำแพงคูเมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ มีหลักฐานให้สันนิษฐานว่าเดิมเคยเป็นเมืองที่ตั้งของเมืองสองเมือง คือ เมืองชากังราว และเมืองนครชุม โดยเมืองชากังราวสร้างขึ้นก่อนตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง พระยาเลอไท กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1890 ต่อมาสมัยพระเจ้าลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัยได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำปิง คือเมืองนครชุม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงบันทึกเรื่อง กำแพงเมืองไว้ว่า "เป็นกำแพงเมืองที่เก่าแก่มั่นคงและยังมีความสมบูรณ์มาก และเชื่อว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2459 ได้เปลี่ยนเมืองกำแพงเพชร เป็นจังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบัน</li></ul><div><strong>&nbsp;<br></strong><br></div><div>๒.๒ “เมืองกำแพงเพชร” อยู่น้ำแม่ปิง “เมืองชากังราว” อยู่แม่น้ำน่าน เป็นคนละเมืองคนละแม่น้ำ ไม่ใช่เมืองเดียวกันตามที่เคยเชื่อถือกันมานาน<strong><br></strong><br></div><div>อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย กรมศิลปากร) แสดงหลักฐานแล้วอธิบายรายละเอียดไว้ในนิตยสาร<em>ศิลปวัฒนธรรม</em> (ฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2539 หน้า 180-188)<br><br></div><div>พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ กล่าวถึงเมืองชากังราวเป็นครั้งสุดท้ายในเรื่อง ราวเมื่อ พ.ศ. 1994 โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้นว่าพระเจ้าติโลกราชแห่งเมืองเชียงใหม่ลงมายึดเมืองชากังราว และจะเข้ายึดเมืองสุโขทัย แต่ทำไม่สำเร็จจึงยกทัพกลับคืนไป<br><br></div><div>หนังสือ<em> พงศาวดารโยนก </em>โดยพระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค), <em>ตำนาน 15 ราชวงศ์</em>, หนังสือ<em> ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ </em>ฉบับพิมพ์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ ได้เล่าเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ. 1994 ไว้ตรงกัน<br><br></div><div>เอกสารของล้านนาได้ชี้ให้เห็นเส้นทางการยกทัพของพระเจ้าติโลกราชว่าพระองค์มาจากเขตล้านนาทางเมืองแพร่หรือเมืองน่าน ซึ่งจากทั้งสองเมืองเมื่อ<strong>ผ่านพื้นที่เขาสูงของล้านนาแล้วก็จะถึงที่ราบแห่งแรกคือทุ่งย้างเมืองฝาง (จ. อุตรดิตถ์) ที่อยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน<br></strong><br></div><div>เอกสารของล้านนาที่เล่าเหตุการณ์ตอนนี้เป็นหลักฐานที่สอดคล้องกับเอกสารของกรุงศรีอยุธยา ได้แก่ การบอกศักราชของเหตุการณ์เดียวกันเมื่อ พ.ศ. 1994 เป็นเรื่องสงครามครั้งแรกระหว่างพระเจ้าติโลกราชกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเหมือนกัน<br><br></div><div>เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องมาพิจารณาข้อความที่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวไว้อย่างรวบรัดว่า <em>“…มหาราชมาเอาเมืองชากังราวได้…”</em> ในขณะที่เอกสารล้านนาเล่าเรื่องอย่างละเอียดว่า พระเจ้าติโลกราชได้เมืองในลุ่มแม่น้ำน่านตั้งแต่เหนือไปใต้ คือเมืองทุ่งยั้งในเขต จ. อุตรดิตถ์เมืองสองแควใน จ. พิษณุโลกและเมืองปากยมในเขต จ. พิจิตร<br><br></div><div><strong>แสดงว่าเมืองชากังราวควรอยู่ระหว่างเมืองทุ่งยั้งกับเมืองสองแควมากกว่า (คืออยู่เหนือเมืองสองแควขึ้นไป) ได้แก่ เมืองพิชัย อ. พิชัย จ. อุตรดิตถ์<br></strong><br></div><div><br></div><div>&nbsp;</div><div>ขั้นที่ ๓ ประเมิณคุณค่าของหลักฐาน</div><div>จากหัวข้อ ๒.๑ ใช้เอกสารโบราณหลายฉบับ อันได้แก่</div><div>พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ พระราชกฤษฎีกาของพระรามาธิบดีที่ ๑ ในเรื่องการเรียกชื่อเมือง ชาดงราวกำแพงเพชร ในสมัยอยุธยา ถือเป็น<strong>หลักฐานชั้นต้น มีความน่าเชื่อถือ</strong> แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากคนละยุคสมัย อาจเกิดจากการตั้งชื้อซ้ำโดยบังเอิญก็เป็นได้</div><div>จารึกหลักที่ ๓๘ (จารึกวัดมหาธาตุ วัดสระศรี - หลัก๗๐) ถือได้ว่าเป็น<strong>หลักฐานชั้นต้น ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด </strong>เพราะถูกเขียนขึ้นในสมัยสุโขทัย และพรรณาถือสภาพแวดล้อมได้ละเอียดเห็นชัดมากที่สุด</div><div>การวินิจฉัยของ สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จัดเป็น<strong>หลักฐานชั้นรองที่ถูกยอมรับและแพร่หลายมากที่สุด</strong></div><div>จากหัวข้อ ๒.๒ เป็นการตีความของ อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์จัดเป็น<strong>หลักฐานชั้นรอง ที่อ้างอิงจากหลักฐานชั้นต้นที่มีความน่าเชื่อถือ</strong> คือ เอกสารของล้านนา ที่มีข้อมูลการยกทัพของพระเจ้าติโลกราชไว้ตรงกับเอกสารหลายๆฉบับ รวมถึงพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ (ห้อข้อ ๒.๑) แต่มีการบรรยายลักษณะที่ตั้งของเมืองได้แน่ชัดกว่า ประกอบกับสภาพภูมิประเทศ เส้นทางน้ำ เปรียบเทียบในอดีตและปัจจุบัน ยิ่งส่งเสริมให้หลักฐานชั้นรอง คำวินิจฉัยของ อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น</div><div>&nbsp;</div><div>ขั้นที่ ๔ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ รวบรวมข้อมูล</div><div>ตามหลักฐานมากมายที่ยกขึ้นมา ทำให้ชากังราวในสมัยสุโขทัย อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบันมีความน่าเชื่อถือ แต่หากลองพิจารณาดูให้ถีถ้วน หลักฐานชั้นรองที่กล่าวว่า ชางกังราวอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็มีความสมเหตุสมผลมากเช่นกัน ทั้งเรื่องหลักฐานชั้นต้นที่อ้างอิงมามีความละเอียดและชัดเจนกว่า รวมไปถึงสภาพภูมิประเทศที่สอดคล้องกับคำกล่าวในหลักฐาน และโบราณสถานในบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าคือสถานที่ใดในอดีต ยิ่งส่งเสริมให้ <strong>เมืองชากังราว ที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยนั้น แท้จริงแล้วน่าจะอยู่ที่ บริเวณ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์</strong></div><div><strong>&nbsp;</strong></div><div>ขั้นที่ ๕ การข้อมูลนำเสนอ</div><div>จัดทำในรูปแบบ powerpoint เปรียบเทียบหลักฐาน ต่อ หลักฐาน และจำลองเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าติโลกราช จำลองเส้นทางน้ำไหลของแม่น้ำปิงและน่าน รวมไปถึงแสดงหลักฐานที่ยังคงเหลือในปัจจุบัน เช่น ซากโบราณสถานของจุดที่คาดว่าเป็นเมืองชากังราว</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:35:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898671462</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898676844</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>จิตพิชา ธรรมสิทธิ์ 6/12&nbsp; 32&nbsp;<br></strong><br></div><div><br></div><div><br></div><div><a href="https://www.google.co.th/url?sa=t&amp;rct=j&amp;q=&amp;esrc=s&amp;source=web&amp;cd=&amp;ved=2ahUKEwidneLPiaH0AhXGxjgGHZsYAN4QFnoECAYQAQ&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.hfocus.org%2Fcontent%2F2020%2F03%2F18680&amp;usg=AOvVaw2-GDCZ1EpiDePNAjJT507t">ประวัติศาสตร์การระบาดของโรคร้ายแรงในสยาม (ตอนที่ 1) กาฬโรคและ ...https://www.hfocus.org › content › 2020/03</a></div><div><br></div><div>ต้นเหตุของการระบาดของโรค&nbsp; กาฬโรค หรือ “โรคห่า”</div><div><br></div><div>ขั้น 1 เลือกหัวข้อต้นเหตุของการระบาดของโรค&nbsp; กาฬโรค หรือ “โรคห่า”</div><div>ขั้น 2 ประมาณ ค.ศ. 1350 หรือราว พ.ศ. 1893 อันเป็นช่วงเวลาของการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นห้วงเวลาไล่เลี่ยกับที่เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่อีกคราในประวัติศาสตร์โลก เป็นที่ทราบกันว่าการแพร่ระบาดของโรคครั้งนี้มีหมัดหนูเป็นตัวแพร่เชื้อ โดยหมัดหนูติดกับตัวหนูที่อยู่ใต้ท้องสำเภาซึ่งเดินทางไปติดต่อค้าขายในดินแดนต่างๆ ผู้ป่วยกาฬโรคจะมีอาการตามชื่อที่ถูกเรียกกันว่า “ความตายสีดำ” กล่าวคือ ตามร่างกายของผู้ป่วยจะมีสีดำคล้ำอันเนื่องมาจากเซลล์ผิวหนังที่ตายไป ส่วนอาการของผู้รับเชื้อกาฬโรคจะมีแผลขนาดเท่าไข่ไก่หรือผลส้มตรงต่อมน้ำเหลืองต่างๆ จากนั้นจะมีไข้สูง ปวดตามแขนและขา เมื่ออาการหนักจะเจ็บปวดทุกข์ทรมาน กระทั่งเสียชีวิต</div><div><br></div><div>ขั้น 3 มีแหล่งอ้างอิงจาก</div><div><br></div><div>1.Black Death โรคห่า กาฬโรค ยุคพระเจ้าอู่ทอง, เอกสารการเสวนา "แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง" จัดโดย กระทรวงวัฒนธรรม โครงการสนทนาวันศุกร์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมติชน ข่าวสด เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2553 ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) กรุงเทพ.</div><div>2.สุจิตต์ วงษ์เทศ, "โรคห่า" ยุคพระเจ้าอู่ทอง คือกาฬโรคจากเมืองจีน, ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่11407 มติชนรายวัน, คอลัมน์ สยามประเทศไทย.</div><div>3.ขวัญชาย ดำรงขวัญ. (2559).UNSEEN กรมควบคุมโรค เส้นทางประวัติศาสตร์และความทรงจำ. นนทบุรี: สถาบันวิจัย จัดการความรู้และมาตรฐานการควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.</div><div><br></div><div>ขั้น 4 จัดเรียงลำดับข้อมูล จัดออกเป็นหลักฐานชั้นต่างๆตามแหล่งที่มาโดยสรุปย่อๆคือ</div><div>อหิวาตกโรค” ในปีพ.ศ.2363 สมัยนั้นบ้างเรียกโรคป่วง บ้างเรียกโรคลงราก ที่ทั้งรุนแรงและลุกลามจนคร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียงมากถึงราวสามหมื่นคนต่อมาพ.ศ.2392 ช่วงปลายรัชกาลที่ 3 อหิวาตกโรคระบาดขึ้นที่กรุงเทพฯเป็นช่วงเวลาราวหนึ่งเดือน หนังสือพิมพ์ข่าวภาษาอังกฤษได้รายงานว่า มีการนำผู้เสียชีวิตไปที่วัดสระเกษ 2,765 ศพ วัดตีนเลน (วัดบพิตรพิมุขในปัจจุบัน) 1,481 ศพ และวัดบางลำพู (วัดสังเวช) 1,213 ศพ รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่าห้าพันคน&nbsp;</div><div><br></div><div>ขั้น5 เรียบเรียงและจัดแสดง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:39:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898676844</guid>
      </item>
      <item>
         <title>2 ภัทรดนัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898679564</link>
         <description><![CDATA[<div>1.วิธีสำเร็จโทษเจ้านายโดยใส่หลุมอดอาหารมีจริงหรือไม่<br>2.มีบันทึกไว้โดยวันวลิต โดยระบุถึงการสำเร็จโทษพระปิตุลาไว้ว่า <em>“ส่งพระมหาอุปราชไปเพชรบุรี แล้วจับพระองค์หย่อนลงในบ่อลึกและแห้ง หลุ่มนี้มีเครื่องคุมกันแข็งแรง ถวายอาหารให้น้อยลง ๆ ทุกวัน</em> <em>เพื่อให้พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยความหิว" </em>เช่นเดียวกันกับ ลาลูแบร์ ที่กล่าวถึงวิธีการประหารดังกล่าวในทำนองเดียวกัน คือ <em>“ก็ถือกันอย่างเคร่งครัดว่า มิพึงให้พระขัตติยโลหิตต้องตกจากพระวรกาย จึงมักใช้ทรมานให้สิ้นพระชีพด้วยเชิงอดพระกระยาหาร ลางทีก็ให้อิดโรยสิ้นพระชีพไปเองด้วยความอดอยาก โดยวิธีลดทอนพระโภชนาหารให้น้อยลงทุกวัน ๆ”<br>3.เป็นหลักฐานชั้นต้นเพราะมาจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ และ วันวลิต<br>4.มีความเป็นไปได้สูงเนื่องจากมาจากจดหมายเหตุโดยตรง ซึ่งแสดงให้เห็ยว่าคนสมัยก่อนนั้นมีการสำเร็จโทษที่รุนแรง<br>5.นำเสนอ</em></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:41:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898679564</guid>
      </item>
      <item>
         <title>34 กมลพร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898679790</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่1 ทำไมถึงต้องสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี<br><br>ขั้นที่2 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีรับราชการเป็นพระยาตากในระหว่างสงครามการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2พระยาตากได้ถอนตัวจากการป้องกันพระนครพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งเพื่อไปตั้งตัว โดยนำทัพผ่านบ้านโพสามหาร บ้านบางดง หนองไม้ทรุง เมืองนครนายก เมืองปราจีนบุรีพัทยา สัตหีบ ระยอง โดยกลุ่มผู้สนับสนุนพระยาตากได้ยกย่องให้เป็น "เจ้า" และตีจนได้เมืองจันทบุรีและตราดเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2310 ในเวลาใกล้เคียงกัน ฝ่ายกองทัพพม่าได้คงกำลังควบคุมในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียงประมาณ 3,000 คน โดยมีสุกี้เป็นนายกอง ตั้งค่ายอยู่ที่บ้านโพธิ์สามต้น พร้อมกันนั้น พม่าได้ตั้งนายทองอินให้ไปเป็นผู้ดูแลรักษาเมืองธนบุรีไว้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอาณาจักรอยุธยาจะสิ้นสภาพลงไปแล้ว แต่ยังมีหัวเมืองอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับความเสียหายจากศึกสงคราม หัวเมืองเหล่านั้นจึงต่างพากันตั้งตนเป็นใหญ่ในเขตอิทธิพลของตน ส่วนทางด้านพระยาตากเองก็สามารถรวบรวมกำลังได้จนเทียบได้กับหนึ่งในชุมนุมทั้งหลายนั้น โดยมีจันทบุรีเป็นฐานที่มั่น ต่อมา พระยาตากจึงนำกำลังที่รวบรวมประมาณ 5,000 คน ตีเมืองธนบุรีและอยุธยาคืนจากข้าศึก เสร็จแล้วจึงสถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา และทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ คือ กรุงธนบุรี<br><br>ขั้นที่3 จากข้อมูลมีการบอกสาเหตุและเหตุผลที่เปลี่ยนอยุธยาเป็นกรุงธนบุรีราชธานีอย่างละเอียด จึงทำให้หลักฐานมีความน่าเชื่อถือ<br><br>ขั้นที่4 อาณาจักรธนบุรี เป็นอาณาจักรที่มีระยะเวลาสั้นที่สุดของไทย คือระหว่าง พ.ศ. 2310–2325 ระยะเวลา 15 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองเพียงพระองค์เดียว คือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ภายหลังอาณาจักรอยุธยาล่มสลายไปพร้อมกับการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 ทว่า ในเวลาต่อมา สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ และทรงย้ายเมืองหลวงไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา คือ กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน<br><br>ขั้นที่5 นำเสนอเป็นPowerPoint</div>]]></description>
         <enclosure url="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5" />
         <pubDate>2021-11-18 04:41:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898679790</guid>
      </item>
      <item>
         <title>3 กฤตภาส</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898680037</link>
         <description><![CDATA[<div>1.พระยาพิชัย ดาบหักจริงมั้ย<br>2.ในปี <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2313">พ.ศ. 2313</a> - <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2316">2316</a> ได้เกิดการสู้รบกับกองทัพพม่าอีกหลายคราว พอสิ้นฤดูฝนปีมะเส็ง <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2316">พ.ศ. 2316</a> โปสุพลายกกองทัพมาตีเมืองพิชัย "ศึกครั้งนี้พระยาพิชัยจับ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A">ดาบ</a>สองมือคาดด้าย ออกไล่ฟันแทง<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">พม่า</a>อย่างชุลมุน ณ สมรภูมิบริเวณ วัดเอกา จนเมื่อพระยาพิชัยเสียการทรงตัว ก็ได้ใช้ดาบข้างขวาพยุงตัวไว้ จนดาบข้างขวาหักเป็นสองท่อน" กองทัพโปสุพลาก็แตกพ่ายกลับไป เมื่อวันอังคาร เดือนยี่ แรม 7 ค่ำ ปีมะเส็ง <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2316">พ.ศ. 2316</a> (ตรงกับวันที่ <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1">7 มกราคม</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2316">พ.ศ. 2316</a>)<br>3.หลักฐานมีความน่าเชื่อถือและเป็นหลักฐานชั้นรองเพราะหนังสืออ้างอิงมาจากส่วนอื่น แหล่งข้อมูลมีข้อมูลที่ตรงกันอ้างอิงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81<br>4.สรุปได้ว่าพระยาพิชัยสู้กับสัตรูจนดาบหัก<br>5. ทำสไลด์สรุปข้อมูลและนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81" />
         <pubDate>2021-11-18 04:41:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898680037</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปรัชญา รัตนวิฬาร์ 18 เรื่องพีระมิดเกิดได้อย่างไร? </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681543</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่ 1 พีระมิดเกิดได้อย่างไร?<br>ขั้นที่ 2 มนุษย์ต่างดาวสร้างพีระมิด , มนุษย์ช่วยสร้างพีระมิด<br>ขั้นที่ 3 การที่มนุษย์ต่างดาวสร้างพีระมิดเป็นไปได้ยากเพราะปัจจุบันมนุษย์ยังไม่เคยเห็นมนุษย์ต่างดาวแบบตัวเป็นๆ มีแต่ภาพที่ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยสักทีเดียว เพราะจักรวาลกว้างใหญ่กว่าที่เราสามารถจินตนากรได้<br>ส่วนมนุษย์ช่วยสร้างพีระมิด มีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะ จากการค้นหาในเว็บไซต์ https://petmaya.com/how-to-made-pyramid<br>ได้มีการบอกรายละเอียดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างพีระมิดของมนุษย์<br>ขั้นที่ 4 การที่มนุษย์ช่วยสร้างพีระมิด มีความเป็นไปได้มากกว่า ดูจากข้อมูลในเว็บไซต์&nbsp;<br>ขั้นที่ 5 อาจจะนำเสนอลง powerpoint&nbsp;เป็นสไลด์</div>]]></description>
         <enclosure url="https://petmaya.com/how-to-made-pyramid" />
         <pubDate>2021-11-18 04:42:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681543</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เลขที่ 26 นางสาวมัชฌิมา พิพัฒพรรณวงศ์ </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681691</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่ 1 ทำไมคนไทยถึงมีเชื้อสายจีนเยอะ<br><br>ขั้นที่ 2 เกิดจากการอพยพของชาวจีนเข้าสู่ไทยเพราะความไม่สงบภายในประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ความอดอยาก การติดต่อค้าขาย และความสามารถในการเดินเรือของจีนออกสู่ทะเล ยิ่งไปกว่านั้นส่วนใหญ่คนจีนที่เดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ นั้นส่วนใหญ่มาจากเมืองท่าที่สำคัญในมณฑลกวางตุ้ง ฮกเกี้ยน และเมืองเจิ้นเจียงในปัจจุบัน ซึ่งที่จริงไม่ได้เพียงแค่ย้ายมาไทยแต่ย้ายไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งมีการอพยพมาไทยในช่วงรัชกาลที่ ๕<br>https://www.silpa-mag.com/songwad-century/article_26173<br><br>ขั้นที่ 3 เป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือเพราะมีการอ้างอิงมาจากหนังสือที่หลากหลาย และการบันทึกในสมัยก่อน<br><br>ขั้นที่ 4 สรุปได้ว่าเกิดจากการอพยพด้วยปัญหาภายในประเทศรวมถึงความต้องการที่จะค้าขายและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย<br><br>ขั้นที่ 5 เรียบเรียงตรวจเช็คความถูกต้องของเนื้อหาและนำเสนอด้วยการทำสไลด์เพื่อให้เห็นภาพ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.silpa-mag.com/songwad-century/article_26173" />
         <pubDate>2021-11-18 04:43:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681691</guid>
      </item>
      <item>
         <title>15 นาย ธีรชาติ ทันตานนท์</title>
         <author>4140022</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681881</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทําไมงานศิลปะในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก<br>2.นับจากสมัยรัชกาลที่ 4 จิตรกรรมไทยได้รับอิทธิพลของศิลปะตะวันตกเข้ามาผสมผสานทำให้เกิดศิลปะรูปแบบใหม่ กล่าวคือได้มีการนำวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตกในการสร้างภาพมนุษย์ที่เน้นความเหมือนจริงมาผนวกเข้ากับวิทยาการของไทยที่เขียนภาพแบบอุดมคติ งานเหล่านี้มีให้เห็นอยู่ในจิตรกรรมฝาผนังของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 4<br>https://sites.google.com/site/silpathasnsilp607/home/xiththiphl-khxng-silp-wathnthrrm-tawan-tkni-prathesthiy<br>3.มีการบันทึกหลักฐานที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ เพราะมีการบันทึกที่คล้ายกันในหลายเว็บไซต์<br>4.มีความเป็นไปได้สูงเพราะมีหลักฐานจากจิตรกรรมฝาผนังของ ขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกสมัยรัชกาลที่ 4<br>5.นำเสนอในแบบฟอร์มที่ระบุไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/silpathasnsilp607/home/xiththiphl-khxng-silp-wathnthrrm-tawan-tkni-prathesthiy" />
         <pubDate>2021-11-18 04:43:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898681881</guid>
      </item>
      <item>
         <title>23 ประภาพรรณ ชยุพงค์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682833</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมถึงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2<br><br>2.สาเหตุของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.1 ความไม่ยุติธรรมของสนธิสัญญา<strong><br></strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ข้อบกพร่องของสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีสาเหตุมาจากประเทศชนะสงคราม และประเทศที่แพ้สงครามต่างก็ไม่พอใจในข้อตกลง เพราะสูญเสียผลประโยชน์ ไม่พอใจในผลประโยชน์ที่ได้รับ โดยเฉพาะสนธิสัญญาแวร์ซายส์ที่เยอรมันไม่พอใจในสภาพที่ตนต้องถูกผูกมัดด้วยสัญญาและต้องการได้ดินแดน ผลประโยชน์และเกียรติภูมิที่สูญเสียไปกลับคืนมา (ความไม่พอใจของฝ่ายผู้แพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อข้อตกลงสันติภาพ โดยเฉพาะสนธิสัญญาสันติภาพแวร์ซายส์)&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.2 ความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ ปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้หลายประเทศหันไปใช้ระบอบเผด็จการเพื่อแก้ปัญหาภายใน เช่น เยอรมนีและอิตาลี นำไปสู่การแบ่งกลุ่มประเทศ<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.3 ลัทธิชาตินิยมในประเทศเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.4 ลัทธินิยมทางทหาร การสะสมอาวุธเพื่อประสิทธิภาพของกองทัพ ทำให้เกิดความเครียดระหว่างประเทศมากขึ้น และเกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.5 ความอ่อนแอขององค์การสันนิบาตชาติ&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.6 สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก<br><br></div><div>อ่านต่อได้ที่<br>https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87<br>https://sites.google.com/site/kanokpornjantaramaha/sngkhramlok-khrang-thi-sxng-world-war-ii/sahetu-khxng-sngkhramlok-khrang-thi-2<br><br>3.ข้อมูลนี้จัดเป็นหลักฐานชั้นรอง มีความน่าเชื่อถือเพราะหลายๆแหล่งข้อมูลระบุคล้ายกัน ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ข้อมูลจะเป็นความจริง&nbsp;<br><br>4.จากการค้นคว้าข้อมูลทำให้เห็นว่าสาเหตุเบื้องต้นของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือประเด็นเกี่ยวกับชาตินิยม และปัญหาความไม่ลงรอยกันที่เนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1<br><br>5.ใช้วิธีการเล่าเรื่องและมีสไลด์ประกอบ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/kanokpornjantaramaha/sngkhramlok-khrang-thi-sxng-world-war-ii/sahetu-khxng-sngkhramlok-khrang-thi-2" />
         <pubDate>2021-11-18 04:44:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682833</guid>
      </item>
      <item>
         <title>21 ภัทรนาฎ รัตตกูล</title>
         <author>409179</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682876</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ประวัติศาสตร์เงินไทยมีต้นกำเนิดมาจากอะไร<br><br>2. เริ่มขึ้นเมื่อชุมชนขยายตัวในดินแดนที่เป็นแหลมอินโดจีนในปัจจุบัน หรือที่เรียกกันในสมัยก่อนว่า "สุวรรณภูมิ" ซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชนหลายเชื้อชาตินับตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ มีสร้างเมือง เขตแคว้นและพัฒนามาเป็นราชอาณาจักร โดยเงินตราที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป และเงินตราไทยเริ่มมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเมื่ออาณาจักรสุโขทัยเรืองอำนาจ โดยได้ผลิตเงินตราที่ทำขึ้นจากโลหะเงิน มีสัณฐานกลม เรียกว่า “เงินพดด้วง” ออกใช้ และสืบทอดสู่ยุคกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เงินพดด้วงเป็นเงินตราประจำชาติไทยมายาวนานกว่า 600 ปี<br>https://th.wikipedia.org/wiki/ประวัติศาสตร์หน่วยเงินในประเทศไทย<br><a href="http://www.royalthaimint.net/ewtadmin/ewt/mint_web/ewt_news.php?nid=46&amp;filename=ind">http://www.royalthaimint.net/ewtadmin/ewt/mint_web/ewt_news.php?nid=46&amp;filename=ind</a><br><br>3. ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากได้รวบรวมมาจากหนังสือหลายเล่ม และในแต่ละเว็บไซต์เขียนตรงกัน<br><br>4. สรุปได้ว่า ต้นกำเนิดของเงินไทย มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งเกิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันในแต่ละท้องที่<br><br></div><div>5. จัดทำไทม์ไลน์ต้นกำเนิดออกมาเป็นเส้นเวลาอย่างชัดเจนลงบนสไลด์เพื่อให้เข้าใจง่าย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://th.wikipedia.org/wiki/ประวัติศาสตร์หน่วยเงินในประเทศไทย" />
         <pubDate>2021-11-18 04:44:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682876</guid>
      </item>
      <item>
         <title>4 วชิรวิทย์ (ไนท์)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682990</link>
         <description><![CDATA[<div>1.Adolf Hitler ตายที่ไหน<br>2.จากหลักฐาน พบว่ามีหลายทฤษฎีมาก เช่น ตายในบังเกอร์ หลบหนีไปก่อนหน้าที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะเข้ามาในBerlin หลบหนีอยู่ในยุโรป<br>3.โดยหลักฐานทั้งหมดเป็นคำพูดของทหารที่เข้าไปสอบสวนเเละทหารที่เข้าตีberlin ซึ่งมีการกล่าวในหลายๆเเบบมาก เเต่ในทางทฤษฏี การตายในบังเกอร์จะเป็นหลักฐานที่มีความเชื่อถือมากที่สุด<br>4.หลักฐานจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนเเรกคือฝ่ายสหภาพโซเวียต ซึ่งบ้างก็กล่าวว้่เป็นคนเผาเล้วลอยอังคารของท่านผู้นำ บ้างก็บอกว่าพบกระโหลกศรีษะของฮิตเลอร์ บ้างก็พบชิ้นส่วนกระดูกของฮิตเลอร์ โดยหลักฐานพวกนี้ จะไปสอดคล้องกับทฤษฏีที่ว่าฮิตเลอร์ตายในบังเกอร์ ส่วนที่สองคือส่วนของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าฮิตเอลร์นั้นหนีออกไปในยุโรปเเต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงปัดตกไป สรุปคือ ทฤษฏีการตายของท่านผู้นำคือ ตายในบังเกอร์ มีความเป็นไปได้มากที่สุด&nbsp;<br>5.จัดทำการอภิปรายและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ฟัง&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.google.com/url?sa=i&amp;url=https%3A%2F%2Fen.wikipedia.org%2Fwiki%2FDeath_of_Adolf_Hitler&amp;psig=AOvVaw29R5Thu74Uza5DEJOuK0RB&amp;ust=1637296288194000&amp;source=images&amp;cd=vfe&amp;ved=0CAsQjRxqFwoTCNDRxo-KofQCFQAAAAAdAAAAABAF" />
         <pubDate>2021-11-18 04:44:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898682990</guid>
      </item>
      <item>
         <title>28 สัจจาภรณ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898683658</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมเศรษฐกิจในสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก<br>2.อยุธยามีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดี&nbsp; มาตั้งแต่แรกตั้งอาณาจักรเนื่องจากตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตร และการค้ากับต่างประเทศ https://selaphum2499.blogspot.com/2015/06/14.html<br>3.เป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะอยุธยาอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำจริง และในเว็บไซต์อื่นๆก็มีข้อมูลที่ใกล้เคียงกัน<br>4.นำข้อมูลมาเรียบเรียง<br>5.นำเสนอข้อมูลหน้าชั้นเรียน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://selaphum2499.blogspot.com/2015/06/14.html" />
         <pubDate>2021-11-18 04:44:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898683658</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684006</link>
         <description><![CDATA[<div>37 ธมนวรรณ<br>1.ทำไมร.5 ถึงเลิกทาส<br>2.เป็นหลักฐานชั้นรอง เพราะได้รับรู้ผ่านจากบทความของผู้อื่น โดยการที่เลิกไพร่เลิกทาสก็เพื่อเลิกระบบศักดินาไปด้วย &nbsp; และยังเป็นการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง<br><br>ในอดีตการปกครองเป็นรูปแบบกระจายอำนาจ&nbsp; &nbsp; ไพร่ต่างๆขึ้นกับเจ้านายที่ไพร่สังกัด&nbsp; &nbsp; &nbsp; และนายก็สังกัดกับนายที่เหนือกว่าไปจนถึงเจ้าเมือง<br><br>ทำให้อำนาจของขุนนางและหัวเมืองมีสูงเนื่องจากการที่มีกำลังพลอยู่ในมือ&nbsp; &nbsp; &nbsp;หากเกิดความไม่พอใจกษัตริย์ก็จะมีการยึดอำนาจขบถได้ง่าย<br><br>รัชกาลที่ 5 จึงปฏิรูประบบการปกครอง&nbsp; &nbsp; ให้พลเมืองทุกคนมีฐานะเท่ากันหมด &nbsp; ไม่ต้องเป็นไพร่สังกัดนาย<br><br>จากนั้นก็ก่อตั้งกองทัพที่ขึ้นตรงต่อกษัตริย์เท่านั้น&nbsp; &nbsp; &nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมพระราชอาณาจักรได้&nbsp; &nbsp; ผู้ที่มีกำลังพลมีเพียงกองทัพของกษัตริย์เท่านั้น<br><br>อีกประการคือรายได้ &nbsp; ระบบศักดินานั้นเงินรายได้ทั้งหมดของแผ่นดินไม่ได้เข้าที่พระคลัง&nbsp; &nbsp; แต่กระจายกันไปในหมู่ขุนนางและเจ้านาย<br><br>มีเพียงบางส่วนที่ส่งเข้าพระคลังในฐานะค่าธรรมเนียม&nbsp; ฤชาอากร&nbsp; &nbsp; และการค้าขายที่ผูกขาดโดยราชสำนัก<br><br>ยังไม่พูดถึงประเทศราชที่รายได้ต่างๆเป็นของเจ้าประเทศราช&nbsp; &nbsp; ประเทศราชเพียงส่งบรรณาการต้นไม้เงินต้นไม้ทองให้ราชสำนักเท่านั้น<br><br>ในช่วงนั้นอำนาจควบคุมของกษัตริย์จะอยู่แค่ราวๆภาคกลางเท่านั้น &nbsp; รายได้ก็เช่นกัน &nbsp; น่าจะมีไปถึงพระคลังไม่เกิน 1 ใน 4 ของทั้งหมดในแผ่นดิน<br><br>เมื่อปฏิรูประบบการปกครองแล้ว&nbsp; &nbsp; &nbsp;สยามก็มีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาลแบบกระโดด<br><br>จากรศ.112 (2436) ที่ในคลังมีเงินไม่ถึง 3 ล้านบาท&nbsp; ปี 2453 ปีสุดท้ายในรัชกาลที่ 5 &nbsp; งบประมาณแผ่นดินพุ่งไปที่เกือบ 60 ล้านบาท (ขาดไปแสนเดียว)<br>https://pantip.com/topic/31302243<br>3.เป็นหลักฐานที่อาจมีความเป็นไปได้และน่าเชื่อถือ เพราะเขียนคล้ายกันในหลายเว็บไซต์ แต่อาจมีเนื้อหาหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะเป็นหลักฐานชั้นรอง<br>4.จากหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการเลิกทาสเป็นการรวบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางและเลิกระบบศักดินาเพื่อนำรายได้เข้าคลังให้มากขึ้น<br>5.นำเสนอ และส่งข้อมูลในฟอร์มที่ครูลงไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://pantip.com/topic/31302243" />
         <pubDate>2021-11-18 04:44:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684006</guid>
      </item>
      <item>
         <title>24 น.ส.วารียา ลี้ยิ่งเจริญไพศาล ม.6/12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684487</link>
         <description><![CDATA[<div>1)ประวัติชื่อประเทศไทยมาจากอะไร<br>2)คำว่า ไทย มีความหมายในภาษาไทยว่า อิสระ เสรีภาพ เดิมประเทศไทยใช้ชื่อ สยาม แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2482 ตามประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1 ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ใช้ชื่อ ประเทศ ประชาชน และสัญชาติว่า "ไทย" โดยในช่วงต่อมาได้เปลี่ยนกลับเป็นสยามเมื่อปี พ.ศ. 2488 ในช่วงเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดได้เปลี่ยนกลับมาชื่อไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อมา ช่วงแรกเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาไทยเท่านั้น ชื่อภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษคงยังเป็น "Siam" อยู่จนกระทั่งเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 จึงได้เปลี่ยนชื่อภาษาฝรั่งเศสเป็น "Thaïlande" และภาษาอังกฤษเป็น "Thailand" อย่างในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ชื่อ สยาม ยังเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ<br>3)หลักฐานนี้มีความน่าเชื่อถือ เพราะมีหลายแหล่งข้อมูลที่มีข้อมูลตรงกัน<br>4)สรุปว่าจากเดิมมีชื่อว่าสยามแต่ในปีพ.ศ.2482จอมพล ป. พิบูลสงครามได้เปลี่ยนมาใช่ชื่อไทย<br>5)ทำสไลด์สรุปแล้วนำเสนอข้อมูล<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:45:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684487</guid>
      </item>
      <item>
         <title>36 ศศิกานต์ บุญชื่น</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684576</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ณ หุบเขาเดธ วัลเลย์ หินเดินได้เองจริงหรือไม่<br>2.ปริศนาหินเดินได้เองถูกเปิดเผยโดยทฤษฏีของ นายราล์ฟ โลเรนซ์ ซึ่งระบุไว้ว่า อุณหภูมิอันเยือกเย็นในช่วงฤดูหนาวจะทำให้เกิดการก่อตัวของแผ่นน้ำแข็งที่บริเวณรอบก้อนหินในเดธ วัลเลย์ และเมื่อน้ำแข็งที่ก่อตัวรอบก้อนหินเริ่มละลาย หินแต่ละก้อนจะถูกล้อมรอบไปด้วยพื้นผิวที่ลื่นจากการชุ่มน้ำ<br>ความลื่นดังกล่าวบวกด้วยแรงลมที่รุนแรงในหุบเขาเดธ วอลเลย์ ซึ่งเป็นแรงกระทำมากพอที่จะทำให้หินหลาย ๆ ก้อน สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ จึงทำให้ก้อนหินที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมสามารถเคลื่อนที่ไหลไปตามพื้นพื้นผิวที่ลื่นและเรียบตามสภาพผิวของหุบเขาแห่งนี้<br>3. เป็นหลักฐานชั้นรอง มีความน่าเชื่อถือ อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลหลายแห่งมีใจความเหมือนกัน<br>4.มีความเป็นไปได้สูง จากทฤษฎีหินเคลื่อนที่เองได้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายแล้ว แผ่นน้ำแข็งที่ก่อด้วยล้อมรอบหินในช่วงฤดูหนาวนั้นเมื่อมันเริ่มละลายประกอบกับลมพัดที่รุนแรง จึงทําให้หินเคลื่อนที่ไหลไปตามพื้นพร้อมกับทิ้งร่องรอยไว้ตามทาง<br>5.เรียบเรียงและนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1228228477/961a9e621af3fd13e251c10ebf97c251/C46A4D0C_5AAD_4599_9C75_9542282739C0.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:45:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898684576</guid>
      </item>
      <item>
         <title>11 นายปาณัท เจริญกิจ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898685354</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมรัชกาลที่ 8 จึงมีจำนวนปีที่ครองราชน้อย<br>2.<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A5_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3"><strong>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล</strong></a> พระมหากษัตริย์สยาม เสด็จสวรรคตเพราะต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 เวลาประมาณ 9.20 น. บนชั้นสอง <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99">พระที่นั่งบรมพิมาน</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87">พระบรมมหาราชวัง</a> สภาพพระศพมีบาดแผลกลางพระนลาฎ (หน้าผาก) บริเวณระหว่างพระขนง (คิ้ว) ข้างพระศพมีปืนพกโคลต์ตกอยู่ชิดข้อศอก ด้ามปืนหันออกจากตัว ในช่วงแรกมีการรบกวนพระบรมศพทำให้การพิสูจน์เกิดปัญหา ความเห็นของแพทย์ผู้ชันสูตรเกือบสามในสี่ลงมติเป็นการลอบปลงพระชนม์<br>3.เป็นหลังฐานชั้นต้นเพราะมีเอกสารการรายงานที่ชัดเจน<br>4.มีความหน้าเชื่อถือเพราะมีการเขียนบอกวันเวลาที่ชัดเจนและแหล่งข้อมูลหลายๆแหล่งก็เขียนไว้เหมือนกัน<br>5.จัดเป็นรายงานแล้วนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461392271/e00edf17d235c6daad21662a6a08530c/banner_file.jpg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:46:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898685354</guid>
      </item>
      <item>
         <title>13 ภูริ ปีติรักษ์สกุล</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898685493</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมถึงสร้างพระพุทธบดินทรพิทักษ์บริรักษ์ศิษยา<br><br>2.ในอดีตเมื่อปี 2502 เคยได้มีการจัดสร้างพระกริ่งบดินทร ขึ้นโดยวัดชัยชนะสงคราม หรือวัดตึก เป็นพระเครื่องขนาดเล็กสำหรับห้อยคอบูชา เพื่อเชิดชูเกียรติประวัติของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ผู้เป็นต้นตระกูลสิงหเสนี แม่ทัพใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3<br><br>ให้หลังใน 40 ปี ต่อมา เมื่อวาระกาลสำคัญเวียนมาถึงในวันที่ 24 มิถุนายน 2521 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันอสัญกรรมของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ท่านเกิด พ.ศ. 2320 อสัญญกรรม พ.ศ. 2392 ในสมัยรัชกาลที่ 3<br><br>ซึ่ง 24 มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของโรงเรียน ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ของท่านขึ้นและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำพิธีเปิด พ.ศ. 2529 มีการสร้างพระพุทธรูปประจำโรงเรียน โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ประทานนามว่า "พระพุทธบดินทรพิทักษ์บริรักษ์ศิษยา"<br><br>https://www.thaprachan.com/amulet_detail/SJ09012746<br><br>3.เป็นหลักฐานที่ได้จากการสืบค้นข้อมูล ผ่านเว็บไซต์(ขายพระ) ซึ่งมีเพียงเว็บไซต์เดียว และ ไม่ได้มีการอ้างถึงแหล่งที่มาที่ชัดเจน<br>4.สรุปได้ว่า สร้างขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันอสัญกรรมของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี ) เพื่อรำลึกถึง และ เชิดชูเกียรติเจ้าพระยาบดินทรเดชา<br>5.นำเสนอ เป็นpower point</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.thaprachan.com/amulet_detail/SJ09012746" />
         <pubDate>2021-11-18 04:46:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898685493</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายพงศ์พล คงหอม 6/12 เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898687817</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมพระเจ้าตากถึงโดนท่อนไม้จันทร์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2.หาข้อจากinternet ex.twitter วิกิพีเดีย หนังสือ(E-Book) หรือถามผู้มีความรู้<br>ข้อมูลที่ได้มา<br>พระเจ้าตากสียชีวิตจากการถูกกล่าวหาว่าสติไม่สมประกอบ เป็นบ้า จึงทำให้ถูกประหารเสียชีวิต<br>จาก https://www.the101.world/the-death-of-king-taksin/<br>3.เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่เป็นชั้นรอง จึงทำให้มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างมากเพราะเทียบกับหลายข้อมูลจากหลายว็ปไซด์มีความตรงกัน<br>4ข้อมูลอาจถูกบิดเบือนจากความเป็นจริงเพราะข้อมูลที่ได้มาเป็นหลักฐานชั้นรอง จึงมีความน่าเชื่อถือไม่เท่ากับหลักฐานชั้นต้น<br>5นำเสนอในรูปแบบการpresent powerpoint</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.the101.world/the-death-of-king-taksin/" />
         <pubDate>2021-11-18 04:48:15 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898687817</guid>
      </item>
      <item>
         <title>14 ศรัณย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898687866</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมถึงยกเลิกกระทรวงแพทยาคม<br><br>2. กระทรวงแพทยาคม หรือ ศาลกระทรวงแพทยา มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น จนกระทั่งถูกลดบทบาทและอำนาจจาก ศาลกระทรวงแพทยา เป็น ศาลกรมแพทยา ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๓ ปี ๒๓๘๐และในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ เกิดการปฏิรูปหลายอย่างในแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคือ การปฏิรูปศาล เนื่องจากเกิดวิกฤตทางการศาล และท้ายที่สุด ศาลกรมแพทยา ถูกยุบลง เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๔๓๔ เพราะถูกมองว่าล้าหลังไม่ทันสมัย ประกอบกับเวลานั้น รัชกาลที่ ๕ มีนโยบายพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมชาติมหาอำนาจ จึงต้องยกเลิกกระทรวงนี้ไปในที่สุด<br><br>3. จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเป็นหลักฐานชั้นรอง เนื่องจากเป็นหลักฐานที่มีอายุมานานแล้ว อาจจะเกิดการผิดเพี้ยนไปตามกาลเวลาได้ และหลักฐานมีความค่อนข้างเป็นไปได้<br><br>4. จากหลักฐานทำให้เรา เห็นว่าการที่ร.5ได้มีการไปศึกษาในต่างประเทศ อาจจะทำให้ร.5เกิดความคิดที่ต้องการพัฒนาประเทศ โดยการยกเลิกสิ่งต่างๆที่ดูล้าหลัง จึงได้มีการยกเลิก กระทรวงแพทยาคมลง<br><br>5. สาเหตุที่ทำให้กระทรวงแพทยาคม ถูกปิดตัวลงเป็นเพราะการที่ ร.5 ได้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยการนำแนวคิดที่ทันสมัยนำกลับมาพัฒนาประเทศ จึงได้มีการยกเลิกสิ่งต่างๆที่ดูล้าหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาสและต่างๆ นั้นจึงทำให้ กระทรวงแพทยาคม ถูกยกเลิกไปด้วย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:48:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898687866</guid>
      </item>
      <item>
         <title>25 ชนาภัทร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688118</link>
         <description><![CDATA[<div>1. ทำไมกรุงเทพเป็นเมืองหลวง<br>2. ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั่น กรุงเทพฯ ยังเป็นเพียงเมืองการค้าขนาดเล็ก อยู่ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาหลังจากการสถาปนาเมืองหลวงใหม่ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของ 2 เมืองหลวงที่สำคัญก็คือ <strong>กรุงธนบุรี</strong> และ <strong>กรุงรัตนโกสินท</strong>ร์ ทำให้กรุงเทพฯ เติบโต และกลายเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ <br><br>&nbsp; หลังสิ้นรัชสมัยของ <strong>สมเด็จพระเจ้าตากสิน</strong> หรือ <strong>พระเจ้ากรุงธนบุรี</strong> ได้มีการสถาปนา <strong>กรุงรัตนโกสินทร์</strong> ขึ้นเป็น เมืองหลวงของประเทศไทย ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 ในรัชสมัยของ <strong>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</strong> ซึ่งปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจาก กรุงธนบุรี เมืองหลวงเดิม มีความคับแคบ และไม่ต้องด้วยหลักพิชัยสงคราม ทำให้ กรุงเทพมหานคร กลายเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน<br><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; และเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2514 <strong>รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร</strong> ได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น <strong>นครหลวงกรุงเทพธนบุรี</strong> และภายหลังการปรับปรุงการปกครองเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น <strong>กรุงเทพมหานคร<br></strong><br></div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; อีกทั้งในปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร เป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศไทย ไม่ได้มีสถานะเป็นจังหวัดเป็นจังหวัดอื่นๆ กรุงเทพมหานคร มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง<br>https://travel.trueid.net/detail/zoxQ3D4jBzPy</div><div>3. เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และเป็นหลักฐานชั้นรองจากเว็ป<br>4. มีความเป็นไปได้สูงเพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีการจดบันทึกและเป็นอดีตที่ไม่ได้ห่างจากปัจจุบันมาก และวิเคราะห์จากหลายๆเว็ป เช่น http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=ประวัติและความเป็นมาของกรุงเทพมหานคร<br>5. นำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:48:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688118</guid>
      </item>
      <item>
         <title>35 ณัฎฐณิชา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688533</link>
         <description><![CDATA[<div><em>ขั้นที่ 1</em> ทำไมปรีดี พนมยงค์ไม่กลับไทย<br><em>ขั้นที่ 2</em> <br><strong>ถาม</strong> ในที่ประชุมหนังสือพิมพ์ที่ฮ่องกงเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1978 ข้าพเจ้าได้ถามนายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ว่า ทําไมเขาไม่เชิญปรีดีกลับประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีตอบว่า ท่านกลับเมื่อไรก็ได้ ด้วยความยินดี เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ เรือเอก วัชรชัย อดีตราชองครักษ์ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันด้วยในข้อกล่าวหาว่าลอบปลงพระชนม์ ก็ได้กลับไปแล้ว และไม่เห็นมีอันตรายอะไร ทําไมท่านไม่กลับไปล่ะ?<br><br></div><div><strong>ตอบ</strong> โดยทั่วไป, สภาพแวดล้อมยังไม่เหมาะสําหรับข้าพเจ้าที่จะกลับไป&nbsp; ประการที่สอง คุณก็ทราบ <strong>ข้าพเจ้าบริสุทธิ์ในเรื่องกรณีสวรรคตของกษัตริย์</strong> และถ้าข้าพเจ้ากลับไป เพราะระยะเวลาที่กําหนดโดยข้อบัญญัติของกฎหมายว่าหมดอายุความแล้ว ประชาชนก็อาจพูดว่า “นั่นไง, เขาได้รับความคุ้มครองตามข้อบัญญัติของกฎหมายที่หมดอายุความในคดีอาญาของเขา บัดนี้เขาจึงกลับมา”&nbsp; เพราะฉะนั้น, ประชาชนอาจพูดว่า ไม่ใช่ว่าเขาบริสุทธิ์หมดจดหรอก ในเมื่อเขารอคอยจนกระทั่งเขาได้รับการคุ้มครองจากข้อบัญญัติของกฎหมาย มันเป็นปัญหาเกี่ยวกับเกียรติยศ และความเป็นธรรม ไม่ใช่ปัญหาถูกต้องตามกฎหมาย<br>อ่านต่อ:<a href="https://pridi.or.th/th/content/2020/11/498">https://pridi.or.th/th/content/2020/11/498</a><br><em>ขั้นที่ 3</em> หลักฐานค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ เพราะเว็บไซต์ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือเป็นมูลนิธิปรีดี พนมยงค์โดยตรง ซึ่งในบทความได้อ้างอิงถึงที่มาจาก <strong><em>รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ชี้ทางรอดของไทย</em></strong> (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม, 2524), น. 70-79.<br><em>ขั้นที่ 4</em> สรุปได้ว่า เหตุผลที่ไม่กลับไทยเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงหากกลับไปหลังคดีกรณีการสวรรคตของกษัตริย์หมดอายุความแล้วอาจถูกมองว่าตนเป็นผู้กระทำผิดทั้งที่ตนบริสุทธิ์ได้<br><em>ขั้นที่ 5</em> จัดทำเป็นโปสเตอร์อินโฟกราฟฟิกหรือโปสเตอร์แจกหรือติดตามป้ายประกาศ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://pridi.or.th/th/content/2020/11/498" />
         <pubDate>2021-11-18 04:48:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688533</guid>
      </item>
      <item>
         <title>33 ณฐา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688784</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่ 1 : ศิลาจารึกหลักที่ 1 มีความหน้าเชื่อถือจริงหรือไม่<br>ขั้นที่ 2 : รวบรวมข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หนังสือ เเละศึลาจารึกที่ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ โดยได้ข้อมูลว่า<br><strong>จารึกพ่อขุนรามคำแหง </strong>หรือ <strong>จารึกหลักที่ 1</strong> เป็น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81">ศิลาจารึก</a>ที่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C">บันทึกเหตุการณ์</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ประวัติศาสตร์</a>สมัย<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">กรุงสุโขทัย</a> ศิลาจารึกนี้ เจ้าฟ้ามงกุฎฯ (ต่อมาคือ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7">พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</a>) ขณะผนวชอยู่เป็นผู้ทรงค้นพบเมื่อวันกาบสี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จ.ศ. 1214 ตรงกับวันศุกร์ที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1834 หรือ พ.ศ. 2376 ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">อำเภอเมืองสุโขทัย</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">จังหวัดสุโขทัย</a> มีลักษณะเป็นหลักสี่เหลี่ยมด้านเท่า ทรงกระโจม ปัจจุบันเก็บอยู่ที่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3">พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร</a> <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3">กรุงเทพมหานคร</a><br>เนื้อหาของจารึกแบ่งได้เป็นสามตอน ตอนที่หนึ่ง บรรทัดที่ 1 ถึง 18 เป็นการเล่าพระราชประวัติ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A">พ่อขุนรามคำแหงมหาราช</a>ตั้งแต่ประสูติจนเสวยราชย์ ใช้คำว่า "กู" เป็นหลัก ตอนที่ 2 ไม่ใช้คำว่า "กู" แต่ใช้ว่า "พ่อขุนรามคำแหง" เล่าถึงเหตุการณ์และธรรมเนียมในกรุงสุโขทัย และตอนที่สาม ตั้งแต่ด้านที่ 4 บรรทัดที่ 12 ถึงบรรทัดสุดท้าย มีตัวหนังสือต่างจากตอนที่ 1 และ 2 จึงน่าจะจารึกขึ้นภายหลัง เป็นการสรรเสริญและยอพระเกียรติพ่อขุนรามคำแหง และกล่าวถึงอาณาเขตราชอาณาจักรสุโขทัย มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อถือได้ของบางส่วนหรือทั้งหมดของศิลาจารึกดังกล่าว พิริยะ ไกรฤกษ์ นักวิชาการที่สถาบันไทยคดีศึกษา ออกความเห็นว่า การใช้สระในศิลาจารึกนี้แนะว่าผู้สร้างได้รับอิทธิพลมาจากระบบพยัญชนะยุโรป เขาสรุปว่าศิลาจารึกนี้ถูกบางคนแต่งขึ้นในรัชกาลที่ 4 หรือไม่นานก่อนหน้านั้น&nbsp; นักวิชาการเห็นต่างกันในประเด็นว่าด้วยความน่าเชื่อถือของศิลาจารึกนี้ ผู้ประพันธ์บางคนอ้างว่ารอยจารึกนั้นเป็นการแต่งขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทั้งหมด บ้างอ้างว่า 17 บรรทัดแรกนั้นเป็นจริง บ้างอ้างว่ารอยจารึกนั้น<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">พระยาลือไทย</a>ทรงแต่งขึ้น นักวิชาการไทยส่วนใหญ่ยังยึดถือความน่าเชื่อถือของศิลาจารึกนี้ จิราภรณ์ อรัณยะนาค เขียนบทความแสดงทัศนะว่า ศิลาจารึกหลักที่ 1 ได้ผ่านกระบวนการสึกกร่อนผุสลายมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี ใกล้เคียงกับศิลาจารึกหลักที่ 3 หลักที่ 45 และหลักที่กล่าวถึงชีผ้าขาวเพสสันดร ไม่ได้ทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4<br>ขั้นที่ 3 : จากการประเมิณคุณค่าพบว่าข้อมูลที่ได้มาจากพิพิธภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือเนื่องจากเป็นหลักฐานชั้นต้น เเต่ข้อมูลที่ได้จากหนังสือเเละอินเตอร์เน็ตเป็ฯหลักฐานชั้นรองจึงมีความไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง<br>ขั้นที่ 4 : ข้อมูลที่ได้มานั้นมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก โดยข้อมูลที่ได้มามีทั้งข้อเท็จจริงเเละไม่จริง ซึ่งสรุปได้ว่าศิลาจารึกนี้มีกระบวนการผุกร่อนมาเป็นเวลาหลายปีเเละมีหลักที่กล่าวถึงผ้าขาวเพสสันดรจึงอนุมานได้ว่าศึลาจากรึกนี้น่าจะสร้างขึ้นก่อนสมัยรัชกาลที่ 4 เเละน่าจะสร้างในสมัยพ่อขุนรามคําเเหง<br>ขั้นที่ 5 : นําเสนอเป็นPOWERPOINT เเละ โปสเตอร์เเปะตามงานประวัติศาสตร์ต่างๆ<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461392007/fe3cd2f81636d2a53072aa222c38cb6b/image.png" />
         <pubDate>2021-11-18 04:49:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898688784</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธวัลกร 30</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898690783</link>
         <description><![CDATA[<div><em>ขั้นที่ 1</em> : คนไทยมาจากไหน <br><br><em>ขั้นที่ 2</em> : ปัจจุบันมีข้อสันนิษฐานหรือแนวคิดต่าง ๆ ที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถืออยู่ 5 แนวทาง คือ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ชนชาติไทยมาจากบริเวณเอเชียกลาง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ชนชาติไทยมาจากบริเวณมณฑลเสฉวน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ชนชาติไทยมาจากบริเวณทางใต้ของจีน และทาง&nbsp; ตอนเหนือของภาคพื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนบริเวณรัฐอัสสัมของอินเดีย<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ชนชาติไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยใน ปัจจุบัน<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;• ชนชาติไทยมาจากบริเวณคาบสมุทรอินโดจีนหรือ คาบสมุทรมลายูบริเวณหมู่เกาะชวา<br><br><em>ขั้นที่ 3</em> : ข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามานั้นมีความน่าเชื่อถือเนื่องจาก<br>มีการอ้างอิงที่ชัดเจนและมาจากแหล่งที่สามารถเชื่อถือได้ โดยข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชั้นรองเพราะสืบค้นมาจากเว็บไซต์ <br><br><em>ขั้นที่ 4</em> : จากการค้นคว้าข้อมูล สามารถสรุปได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับที่มาของชนชาติไทยนั้น ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงและไม่สามารถหาข้อยุติแน่นอนได้ แต่ยังคงมีข้อสันนิษฐานและแนวคิดต่างที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือ ส่งผลให้การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติไทยมีความชัดเจนมากขึ้น <br><br><em>ขั้นที่ 5</em> : นำเสนอข้อมูลโดยทำเป็นแผนภาพอินโฟกราฟฟิก<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:50:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898690783</guid>
      </item>
      <item>
         <title>10 กฤตภาส เถกิงสุขวัฒนา</title>
         <author>4123110</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898692526</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ทำไมร.4ถึงทรงผนวชอย่างรีบเร่ง<br>2 จอห์น ครอว์ฟอร์ด ทูตของรัฐบาลอังกฤษที่เดินทางเข้ามาเจรจาการค้ากับสยามในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เข้าใจและยืนยันสิทธิอันชอบธรรมของเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งลงวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1824&nbsp; หลังจากทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคตไปแล้วราว 4 เดือน</div><div><em>“เมื่อได้สอบถามเรื่องทางกรุงสยามได้ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศนั้นได้เสด็จสวรรคตเสียแล้ว และเมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีสิทธิที่จะได้รับการยกหนี้ที่ติดค้างให้ กับได้รับการยืนยันว่า กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์พระราชโอรสตามกฎหมาย ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มของพระองค์ให้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ซึ่งเป็นการขัดกันกับสิทธิของเจ้าฟ้า ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้ากรุงสยามที่ประสูติกับพระมเหสี และเป็นผู้ที่พระเจ้ากรุงสยามได้ทรงฝึกปรนหวังจะให้เป็นผู้สืบราชสมบัติ”<br></em>ทูลกระหม่อมพระ “วชิรญาณภิกขุ” จึงนําความเข้ากราบทูลปรึกษา “ผู้ใหญ่” ได้ความมาดังนี้</div><div><em>“ตรัสปรึกษาเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ซึ่งเป็นพระเจ้าน้าพระองค์น้อย ทูลแนะนําว่าควรจะคิดเอาราชสมบัติตามที่มีสิทธิ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเห็นชอบด้วย ไปทูลปรึกษากรมหมื่นนุชิตชิโนรสพระปิตุลา ซึ่งทรงผนวชอยู่ กับทั้งกรมหมื่นเดชอดิศรพระเชษฐา ซึ่งทรงนับถือมาก ทั้งสองพระองค์นั้น ตรัสว่าไม่ใช่เวลาควรจะปรารถนา อย่าหวงราชสมบัติดีกว่า”</em></div><div>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000039057<br>https://www.silpa-mag.com/history/article_28534<br>3 ข้อมูลเป็นค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือ เพราะมีการอ้างอิงหลักฐานชั้นต้นจากพงศาวดารในสมัยนั้น เหตุการณ์นี้จึงมีความเป็นไปได้ แต่ก็อาจมีความผิดพลาดเพราะเป็นหลักฐานชั้นรอง<br>4 มีความเป็นไปได้สูงที่จะออกผนวชเพื่อเลี่ยงความรุนแรงในช่วงเปลี่ยนแผ่นดิน เพราะด้วยกฎมณเทียรบาลผู้ที่มีสิทธิครองราชต่อจากร.2คือร.4 และการออกบวชโดยไม่มีการดูฤกษ์ยามแสดงให้เห็นถึงความรีบเร่งเกินควร<br>5 นำเสนอ และส่งข้อมูลในฟอร์มที่ครูลงไว้</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.google.com/url?sa=i&amp;url=https%3A%2F%2Ftoday.line.me%2Fth%2Fv2%2Farticle%2Fok3Bww&amp;psig=AOvVaw1PjbwjePuaK2SGra2HjDjY&amp;ust=1637297419425000&amp;source=images&amp;cd=vfe&amp;ved=0CAsQjRxqFwoTCKjqxq2PofQCFQAAAAAdAAAAABAD" />
         <pubDate>2021-11-18 04:52:13 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898692526</guid>
      </item>
      <item>
         <title>16 ชีณ</title>
         <author>4144617</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898693346</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ขั้นตอนที่ 1</strong> : ทำไมพ่อขุนรามต้องประดิษฐ์ลายสือไทย?<br><strong>ขั้นตอนที่ 2</strong> : พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ลายสือไทยหรือตัวหนังสือไทยขึ้นเมื่อมหาศักราช ๑๒๐๕ (พุทธศักราช ๑๘๒๖) นับมาถึงพุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้ ๗๐๐ ปีพอดี ในระยะเวลาดังกล่าว ชาติไทยได้สะสมความรู้ทั้งทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ และได้ถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นสืบต่อกันมา โดยอาศัยลายสือไทยของพระองค์ท่านเป็นส่วนใหญ่ ก่อนสมัยสุโขทัย ชาติไทยเคยรุ่งเรืองอยู่ที่ไหนอย่างไร ไม่มีหลักฐานยืนยันให้ทราบแน่ชัด <mark>แต่เมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ลายสือไทยขึ้นแล้ว มีศิลาจารึกและพงศาวดารเหลืออยู่เป็นหลักฐานยืนยันว่า ชาติไทยเคยรุ่งเรืองมาอย่างไรบ้างในยุคสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์&nbsp; คนไทยทุกคนจึงควรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านโดยพร้อมเพรียงกัน</mark><br>สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่<br><a href="http://www.sukhothai.go.th/history/hist_07.htm">http://www.sukhothai.go.th/history/hist_07.htm</a>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br><br><strong>ขั้นตอนที่ 3</strong> : เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรมีความน่าเชื่อถือสูง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีเเหล่งข้อมูลจากหลายๆที่มีข้อมูลตรงกัน <br>เช่น <a href="https://www.lib.ru.ac.th/journal/thai_language.html">https://www.lib.ru.ac.th/journal/thai_language.html</a><br> &nbsp;</div><div><strong>ขั้นตอนที่ 4</strong> : นำข้อมูลจากหลายๆเเห่งมาวิเคราะห์ เช็คความถูกต้องให้มากที่สุด เเล้วสามารถสรุปผลได้ว่า พ่อขุนรามคำเเหงมหาราช ประดิษฐ์ลายสือไทยขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า ชาติไทยเคยรุ่งเรืองมาอย่างไรบ้างในยุคสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์&nbsp; <br><br><strong>ขั้นตอนที่ 5 </strong>: นำเสนอข้อมูลในรูปเเบบต่างๆ เช่น PowerPoint หรืออาจจะทำเป็นการพูดบรรยายก็ได้</div>]]></description>
         <enclosure url="http://www.sukhothai.go.th/history/hist_07.htm" />
         <pubDate>2021-11-18 04:52:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898693346</guid>
      </item>
      <item>
         <title>39 นรมล</title>
         <author>4325311</author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898694845</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมลพบุรีถึงมีลิงเยอะ<br>2.เดิมทีพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีเคยมีสภาพเป็นป่ามาก่อน ซึ่งป่านี้มีความอุดมสมบูรณ์สูงจึงกลายเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาสัตว์ต่างๆซึ่งรวมถึงลิงที่ได้อาศัยอยู่มานานแล้ว ในเวลาต่อมาเริ่มมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยุ่และสร้างเมืองลพบุรีขึ้นมา<br><a href="https://www.blockdit.com/posts/5e6b092a35e1cc0418720710">https://www.blockdit.com/posts/5e6b092a35e1cc0418720710</a><br>3.เป็นหลักฐานที่มีความเป็นไปได้เพราะข้อมูลในเว็บไซต์อื่นก็ใกล้เคียงกัน<br>4.สรุปได้ว่าที่จังหวัดลพบุรีมีลิงเยอะเพราะพื้นที่จังหวัดนี้ในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์สูง<br>5.เรียบเรียงข้อมูลและนำเสนอคุณครู</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.blockdit.com/posts/5e6b092a35e1cc0418720710" />
         <pubDate>2021-11-18 04:54:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898694845</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898695505</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>41 ปพิชญา โรมพันธ์ 6/12<br></strong><br></div><div>1. เพราะเหตุใดจึงตั้งชื่อเมืองสามโคกว่าเมืองปทุมธานี</div><div>2. เดิมจังหวัดปทุมธานีเป็นถิ่นฐานบ้านเมืองแล้วไม่น้อยกว่า 300 ปี นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา คือ เมื่อพุทธศักราช 2202 มังนันทมิตรได้กวาดต้อนครอบครัวมอญ เมืองเมาะตะมะ อพยพหนีภัยจากศึกพม่า เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระนายรายณ์มหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวมอญเหล่านั้น ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสามโคก จากนั้นมาชุมชนสามโคกได้พัฒนามากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี ชาวมอญได้อพยพหนีพม่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร อีกเป็นครั้งที่ 2 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรง พระกรุณา โปรดเกล้าฯ อนุญาตให้ตั้งบ้านเรือนที่บ้านสามโคก และครั้งสุดท้ายในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้มีการอพยพชาวมอญครั้งใหญ่จากเมืองเมาะตะมะ เข้าสู่ประเทศไทยเรียกว่า "มอญใหญ่ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวมอญบางส่วนตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสามโคก อีกเช่นเดียวกัน ฉะนั้นจากชุมชนขนาดเล็ก "บ้านสามโคก จึงกลายเป็น "เมืองสามโคก ในกาลต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเอาพระทัยใส่ดูแลทำนุบำรุงชาวมอญเมืองสามโคกมิได้ขาด ครั้งเมื่อเดือน 11 พุทธศักราช 2358 ได้เสด็จประพาสออกเยี่ยมพสกนิกรที่เมืองสามโคก และประทับที่พลับพลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายเยื้องเมืองสามโคก ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่ชาวมอญเป็นล้นพ้น จึงได้พากันหลั่งไหล นำดอกบัวขึ้นทูลเกล้าฯถวายเป็นราชสักการะอยู่เป็นเมืองนิจ ยังความซาบซึ้งในพระราชหฤทัยเป็นที่ยิ่ง จึงบันดาลพระราชหฤทัยให้พระราชทานนามเมืองสามโคกเสียใหม่ว่า "เมืองประทุมธานี ซึ่งวันนั้นตรงกับวันที่ 23 สิงหาคมพุทธศักราช 2358 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวชื่อเมืองปทุมธานี จึงได้กำเนิดนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา</div><div><br></div><div>https://pathumthani.treasury.go.th/th/about/</div><div><br></div><div>3.จากข้อมูลมีช่วงเวลาบ่งบอกถึงสาเหตุที่เปลี่ยนชื่อเมืองสามโคกเป็นเมืองปทุมธานี และมีการกล่าวถึงกษัตริย์ในรัชกาลต่างๆอ้างอิงซึ่งตรงกับช่วงเวลา จึงทำให้หลักฐานมีความน่าเชื่อถือ</div><div>4. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเอาพระทัยใส่ดูแลทำนุบำรุงชาวมอญเมืองสามโคกมิได้ขาด ครั้งเมื่อเดือน 11 พุทธศักราช 2358 ได้เสด็จประพาสออกเยี่ยมพสกนิกรที่เมืองสามโคกและประทับที่พลับพลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายเยื้องเมืองสามโคก ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่ชาวมอญเป็นล้นพ้น จึงได้พากันหลั่งไหล นำดอกบัวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะอยู่เป็นเมืองนิจ ยังความซาบซึ้งในพระราชหฤทัยเป็นที่ยิ่ง จึงบันดาลพระราชหฤทัยให้พระราชทานนามเมืองสามโคกเสียใหม่ว่า "เมืองประทุมธานี "</div><div>5.นำเสนอในรูปแบบการบรรยายถึง เหตุการณ์ตั้งเเต่เริ่มเเรกว่าเมืองสามโคกมีที่มาอย่างไร จนถึงเหตุการณ์ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เมืองปทุมธานี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:54:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898695505</guid>
      </item>
      <item>
         <title>42 พิชญาภา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898696508</link>
         <description><![CDATA[<div>1. เครื่องเบญจรงค์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร<br><br></div><div>2. สืบค้นจากแหล่งข้อมูล 2 แหล่งดังนี้<br>&nbsp; &nbsp;1) เครื่องเบญจรงค์มีการผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อใด ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานจากการขุดพบที่พระนครศรีอยุธยา และจากลักษณะของลวดลาย สี เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเครื่องถ้วยจีน และบางชิ้นที่มีเครื่องหมายบอกรัชกาล เชื่อว่ามีการสั่งทำเครื่องเบญจรงค์จากประเทศจีนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยช่างคนไทยจะเป็นผู้วาดลวดลาย และเขียนสี ส่งไปผลิตในจีน<br>&nbsp; &nbsp;2) เครื่องถ้วยเบญจรงค์นั้น ในสมัยอยุธยา ช่างไทยจะเป็นผู้ออกแบบและเขียนลาย แล้วส่งไปเผาที่เมืองจีน ถ้วยที่นำมาเขียนเป็นถ้วยสีขาว แล้วช่างไทยเขียนสีเขียนลายลงไปบนถ้วยด้วยวิธี <strong>“ลงยา”</strong> เมื่อเคลือบแล้วเผาสีที่เขียนไว้บนพื้นถ้วยจะนูนออกมาเล็กน้อย เครื่องถ้วยเบญจรงค์บางชิ้นจะมีสีทองตัดเส้นลายหรือเป็นพื้นอยู่ด้วยเรียกรวมกันว่า <strong>เบญจรงค์ลายน้ำทอง<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</strong>เครื่องถ้วยเบญจรงค์ไม่ใช่สินค้าเข้าหรือออกที่สั่งมาจากเมืองจีน แต่เป็นผลงานระหว่างช่างไทยกับช่างจีนผสมกัน สั่งทำเป็นพิเศษเฉพาะงานในราชสำนัก จึงเป็นของที่มีคุณค่าและหายาก เครื่องถ้วยเบญจรงค์มีใช้มาตั้งแต่สมัยใดไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่เทียบลวดลายและวิธีการพอจะหาได้ว่าตรงกับสมัยราชวงศ์หมิง สมัยพระเจ้าวั่นลี่ (พ.ศ.๒๑๑๖-๒๑๓๖) และสืบมาจนถึงราชวงศ์ชิง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์<br><strong><em>ที่มา : </em></strong><em>https://www.silpa-mag.com/culture/article_13969<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; https://www.lib.ru.ac.th/miscell2/?p=2112</em><br><br></div><div>3. หลักฐานนี้เป็นหลักฐานชั้นรองที่มีความน่าเชื่อถือ โดยมีผู้รวบรวมและเผยแพร่ในเว็บไซต์ มีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้<br><br></div><div>4. สรุปได้ว่า เครื่องเบญจรงค์เป็นผลงานที่ออกแบบและวาดลวดลายโดยช่างไทย ถูกส่งไปเผาที่เมืองจีน ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าผลิตครั้งแรกในสมัยใดแต่เทียบจากลวดลายเครื่องเบญจรงค์กับเครื่องถ้วยจีน และบางชิ้นที่มีเครื่องหมยบอกรัชกาล สามารถคาดการณ์ได้ว่าตรงกับสมัยราชวงศ์หมิง สมัยพระเจ้าวั่นลี่ (พ.ศ.๒๑๑๖-๒๑๓๖) และสืบมาจนถึงราชวงศ์ชิง ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์<br><br></div><div>5. นำเสนอข้อมูล<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 04:55:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898696508</guid>
      </item>
      <item>
         <title>27 อาคิรา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898700799</link>
         <description><![CDATA[<blockquote><strong>โศกนาฏกรรมเรือเซวอล</strong></blockquote><div><br></div><div>1. เกิดอะไรขึ้นกับเรือเซวอล<br><br>2. เกิดเหตุการณ์เรือล่มในน่านน้ำประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2014 โดยขณะนั้นกำลังเดินทางจากเมืองอินชอนไปที่เกาะเชจู และผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้น ม.ปลายที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา แต่ด้วยเป็นเรือที่ผ่านชั่วโมงการเดินเรือมาหลายครั้งทำให้หลายๆคนมั่นใจในการเดินทางครั้งนี้ โดยในเรือลำนี้มีกัปตันเรืออัตราจ้างที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ และลูกเรือที่ไม่มีความรู้ด้านความปลอดภัยเช่นกัน และเรือเป็นเรือที่ซื้อต่อมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านการใช้งานมาหลายปีแล้ว หลังจากซื้อมาก็ได้มีการต่อเติมเรือให้จุผู้โดยสารมากขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงจุดศูนย์ถ่วงของเรือและผู้ที่ทำการตรวจสอบก็ทำการตรวจสอบไม่รอบคอบจึงทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยก่อนที่เรือจะล่มกัปตันและลูกเรือได้บอกให้ผู้โดยสารอยู่ในห้องของตนและบอกว่าให้เชื่อในตัวพวกเขา จากนั้นเมื่อเรือล่มลงทำให้ไม่มีผู้โดยสารคนไหนออกมาจากห้องเลย นอกจากนั้นกัปตันและลูกเรือยังใช้เรือชูชีพหนีออกมาก่อนผู้โดยสารแบบขาดจรรยาบรรณนักเดินเรือ ทำให้มีผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้น้อยคน และในที่สุดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรือและกัปตันได้รับโทษตามที่ควรจะเป็น<br><br>3. ข้อมูลนี้จักเป็นหลักฐานชั้นรอง ค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือเพราะมีการนำเสนอข่าวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอย่าแพร่หลาย และผู้ที่ก่อเหตุได้รับโทษจริงจึงรับรองได้ว่าเป็นความจริง<br><br>4. จากเหตุการณ์นี้สรุปได้ว่าเพราะความไม่รอบคอบของคนบางกลุ่มต้องพรากอนาคตของผู้คนไปหลายราย<br><br>5. จัดทำไทม์ไลน์ของเหตุการณืเป็นช่วงเวลาต่างๆ<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.dek-d.com/studyabroad/57555/" />
         <pubDate>2021-11-18 04:59:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898700799</guid>
      </item>
      <item>
         <title>31 ปวีณนุช</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898701200</link>
         <description><![CDATA[<div>1.สงครามเย็นเกิดได้อย่างไร<br>2.<strong>สงครามเย็น</strong> (<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Cold War) (<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2490">พ.ศ. 2490</a>-<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2534">2534</a>) เป็นการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มประเทศ 2 กลุ่ม ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองและระบอบการเมืองต่างกัน เกิดขึ้นในช่วงหลัง<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87">สงครามโลกครั้งที่สอง</a> ฝ่ายหนึ่งคือ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95">สหภาพโซเวียต</a> เรียกว่า <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81"><em>ค่ายตะวันออก</em></a>ซึ่งปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ อีกฝ่ายหนึ่ง คือ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">สหรัฐอเมริกา</a>และกลุ่มพันธมิตร เรียกว่า <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81">ค่ายตะวันตก</a> ซึ่งปกครองด้วยระบอบ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2">เสรีประชาธิปไตย</a> ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้แข่งขันในด้านการสะสมอาวุธ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8">เทคโนโลยีอวกาศ</a> <a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">การจารกรรม</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88">เศรษฐกิจ</a> และทำสงครามผ่าน<a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">สงครามตัวแทน</a><br><a href="https://m.sites.google.com/site/kanda4749/siththi-laea-seriphaph?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&amp;showPrintDialog=1">https://m.sites.google.com/site/kanda4749/siththi-laea-seriphaph?tmpl=%2Fsystem%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&amp;showPrintDialog=1</a><br>3.หลักฐานมีความน่าเชื่อถือเนื่องจากเป็นหลักฐานชั้นรองในฐานข้อมูลที่ค่อนข้างได้รับความนิยม<br>4.สงครามเย็นเกิดจากความขัดแย้งของอุดมการณ์ทางการเมือง<br>5.จัดทำในรูปแบบPowerPoint </div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461415261/f12c0a3725b4f3b498c0312b9a9e32c5/796EC4B4_A7BF_48A2_B7DF_B0B91D170C41.jpeg" />
         <pubDate>2021-11-18 04:59:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898701200</guid>
      </item>
      <item>
         <title>1 ชนัต รัตนสมบัติไพบูลย์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898706640</link>
         <description><![CDATA[<div>1.<strong>เท็ด บันดี้ ( Ted Bundy ) ถูกจับได้อย่างไร ?<br>2.</strong>ในฤดูใบไม้ร่วง ปี 1974 บันดีย้ายไปยูทาห์เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนกฎหมาย และผู้หญิงที่นั่น ก็เริ่มหายไปเช่นกัน ในปีต่อมา ขณะที่กำลังขับรถอยู่ เขาถูกตำรวจเรียกให้จอด ตำรวจตรวจสอบรถของเขา และพบเครื่องมือสำหรับโจรกรรม ลักทรัพย์ เช่น ชะแลง หน้ากาก เชือก และกุญแจมือ<br><br></div><div>เขาถูกจับกุม โทษฐานที่มีสิ่งของเหล่านี้ ไว้ในครอบครอง และตำรวจเริ่มเชื่อมโยงเขากับอาชญากรรมที่น่ากลัวอื่นๆมากขึ้น<br><br>ในปี 1975 เท็ดถูกจับในข้อหาลักพาตัว แครอล ดารอนช์ ( Carol Daronch ) หนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่รอดพ้นเงื้อมมือของเขา เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษจำคุก 1-15 ปี<br>https://blogalore.com/เท็ด-บันดี้-ted-bundy/<br><br>3.ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากเนื่องจากในหลายๆเว็ปไซต์และแพลตฟอร์มต่างๆมีเนื้อหาที่ตรงกัน<br><br>4.เท็ด บันดี้ถูกจับกุมเนื่องจากมีสิ่งของ สำหรับโจรกรรมและลักทรัพย์ไว้ในครอบครองทำให้ถูกสืบสาวมาถึงเรื่องฆาตกรรมในที่สุด<br><br>5.นำเสนอเป็น powerpoint</div><div><br><br></div><div><br><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://blogalore.com/เท็ด-บันดี้-ted-bundy/" />
         <pubDate>2021-11-18 05:03:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898706640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>40 ปนิษฐา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898721043</link>
         <description><![CDATA[<div>ขั้นที่1 เงินถุงแดงของรัชกาลที่3 มีจริงหรือไม่<br><br>ขั้นที่2 <strong>ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) กรุงเทพมหานครถูกยึดครองเป็นเวลาถึง ๑๒ วัน ด้วยกองเรือรบติดอาวุธของฝรั่งเศส อย่างหมดหนทางต้านทานจากฝ่ายไทย</strong> ชาวบ้านร้านตลาดพากันอพยพหนีภัยกันจ้าละหวั่นด้วยความแตกตื่นตกใจ <strong>แม้แต่พระปิยมหาราชยังทรงเสียพระราชหฤทัยจนประชวรหนัก</strong> และหยุดเสวยพระโอสถ ทรงสิ้นหวังรันทดท้อขนาดมีพระราชนิพนธ์โคลงฉันท์ “ส่งไปลา” เจ้านายพี่น้องบางพระองค์อย่างหมดอาลัยในพระชนมชีพ ไม่มีพระราชประสงค์ดำรงอยู่อีกต่อไป ทรงอดสูพระทัยที่ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายให้ดีขึ้นได้ จนมีข่าวลืออันอัปยศแพร่สะพัดไปในหมู่ชาวต่างด้าวว่า <em>“พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงสั่งให้ขนพระราชทรัพย์ลงบรรทุกเรือพระที่นั่ง และเตรียมพร้อมที่จะเล็ดลอดหลบหนีออกไปจากเมืองหลวงในเวลากลางคืน เพื่อให้รอดพ้นภยันตรายต่างๆ”<br></em><br></div><div>จากปากคำของ<strong>เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต)</strong> วีรบุรุษนักรบผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์ของพระปิยมหาราช เล่าถึงบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวระหว่างการระดมพลเพื่อปกป้องพระนครไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงกำหนด<strong>เส้นตาย</strong> พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินลงมาพบแล้วยกพระหัตถ์วางบนบ่าท่านแม่ทัพ พร้อมกับมีพระราชดำรัสอย่างหวั่นพระทัยว่า <strong><em>“ในวันนี้แหละไม่เราก็เขาแล้ว”<br></em></strong><br></div><div><strong>เส้นตายนั้นคือการตอบรับอย่างไม่มีเงื่อนไขใน ๔๘ ชั่วโมงตามข้อเรียกร้องหินของฝรั่งเศส</strong> ในคำขาดนี้มีคำข่มขู่อันแข็งกร้าวปราศจากข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ให้ทรงตัดสินพระทัย ชนิดที่ไม่มีทางออก <strong>โดยให้มอบผืนแผ่นดินในพระราชอาณาเขตบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง พร้อมด้วยเงินค่าไถ่เป็นค่าปฏิกรณ์สงครามที่ฝ่ายไทยถูกกล่าวหาว่าก่อขึ้นก่อนโดยการเปิดฉากยิงเรือฝรั่งเศส คิดเป็นเงินสดจำนวนทั้งสิ้นรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ ฟรังก์</strong> และให้วางในทันทีก่อน ๑๘.๐๐ น. ของเย็นวันที่ ๒๒ กรกฎาคมศกนั้น มิฉะนั้นกระสุนจากปืนใหญ่บนเรือรบที่ทันสมัยที่สุดจะถูกสั่งให้ระดมยิงเข้าไปในพระที่นั่งจักรีอย่างไม่ปรานีอีกต่อไป<br>อ่านต่อ https://www.silpa-mag.com/history/article_10723<br><br>ขั้นที่3 เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือเนื่องจากข้อมูลมีการเขียนเรียบเรียงขึ้นโดยอ้างอิงจากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย เป็นหลักฐานชั้นรอง และมีแหล่งข้อมูลอื่นที่ตรงกันอ้างอิงจาก https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2563-nov2&nbsp;<br><br>ขั้นที่4 สรุปได้ว่าเงินถุงแดงมีอยู่จริง<br><br>ขั้นที่5 นำเสนอข้อมูลด้วย powerpoint&nbsp;<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461395057/16e1d25bc294964204783d29a1e87352/1_3_5_60.jpg" />
         <pubDate>2021-11-18 05:16:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898721043</guid>
      </item>
      <item>
         <title>19 สุภกิณห์ ติณพันธ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898744372</link>
         <description><![CDATA[<h1><strong><em>ตำนานเมืองลับแล</em></strong></h1><div>1. เมืองลับแลมียู่จริงหรือไม่<br><br>2. เมืองลับแลเดิมนั้นสันนิษฐานว่าเป็นชุมชนในสมัยสุโขทัยก่อนจะร้างลงในช่วงหลัง ดังการพบหลักฐานปฐมภูมิ คือศิลาจารึกซึ่งขุดได้ที่หน้าวิหารวัดเจดีย์คีรีวิหาร มหาอำมาตย์ตรี พระยานครพระราม ส่งเข้าหอสมุดวชิรญาณ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2473 ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ให้ความเห็นว่าเนื้อหาจารึกน่าจะกล่าวตั้งแต่ครั้งเมื่อพระยาลิไทยขึ้นเสวยราชย์</div><div><br>ประกอบกับเนื้อหาในศิลาจารึก การสถาปนาพระบรมธาตุโดยพระยาลิไทย สอดคล้องกับลักษณะของฐานพระเจดีย์วัดเจดีย์คีรีวิหาร ที่มีเค้าโครงของฐานเขียงสามชั้นแบบสุโขทัย ศิลาจารึกดังกล่าวจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าที่ตั้งเมืองลับแลในปัจจุบัน เป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ก่อนจะถูกทิ้งร้างและมีการอพยพเทครัวชาวเชียงแสนมาตั้งรกรากเพิ่มเติมในช่วงหลัง<br><br>สืบค้นจาก https://www.sanook.com/horoscope/108313/<br><br>3. หลักฐานมีความน่าเชื่อถือและเป็นหลักฐานชั้นปฐมภูมิเพราะมีการค้นพบศิลาจารึกซึ่งขุดได้ที่หน้าวิหารวัดเจดีย์คีรีวิหาร มหาอำมาตย์ตรี พระยานครพระราม<br><br>4. สรุปได้ว่าเมืองลับแลนั่นมีอยู่จริงเพราะเปรียบเทียบข้อมูลจากหลากหลายเว็ปไซต์<br>https://www.thairath.co.th/news/local/north/1434965<br><br>5.นำเสนอในรูปแบบของรายงาน<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.youtube.com/watch?v=-aX_yQlOrLg" />
         <pubDate>2021-11-18 05:38:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898744372</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อติวุฒิ สุวรรณ 6/12 20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898764194</link>
         <description><![CDATA[<div>1.อุบัติเหตุจากเครื่องบินครั้งใหญ่สุด เกิดจากอะไร<br>2.อุบัติเหตุทางการบินที่ร้ายแรงที่สุดในโลกครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่บริเวณพื้นที่ทางธรรมชาติ แต่กลับเกิดในพื้นที่สนามบิน Los Rodeos ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Tenerife (ปัจจุบันคือสนามบิน Tenerife) ในประเทศสเปน<br><br></div><div>เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่เครื่องบินทั้งสองลำต้องเปลี่ยนเส้นทางมาจากสนามบิน Gran Canaria ซึ่งในขณะนั้นมีเหตุลอบวางระเบิด เครื่องบินหลายลำจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางมายังสนามบิน Los Rodeos ทำให้เกิดภาวะเครื่องบินแน่นขนัดภายในสนามบิน และในวันนั้นเกิดภาวะหมอกลงจัด ทำให้ทั้งหอบังคับการบินและนักบินไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจนของเครื่องบินที่อยู่บนรันเวย์ ประกอบกับการสื่อสารทางวิทยุที่ไม่ชัดเจน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น<br><br></div><div>การชนกันของเครื่องบินเริ่มต้นเมื่อเครื่องบิน Boeing 747-206B ของสายการบิน KLM พยายามนำเครื่องขึ้นบินในขณะที่เครื่องบิน Boeing 747-121 ของสายการบิน Pan American กำลังจอดอยู่ในรันเวย์เดียวกัน โดยกว่าที่นักบินของสายการบิน KLM จะทราบว่ามีเครื่องบินอีกลำจอดอยู่ก็ไม่สามารถหักหลบได้ทันการณ์ จึงเกิดการชนกันจนไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำ โดยไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินของสายการบิน KLM ในขณะที่เครื่องบินของสายการบิน Pan American มีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 61 คน<br><br>ทำให้มีผู้เสียชีวิต 583 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน จากผลของอิทธิพลขององค์กร สภาพแวดล้อม และการกระทำที่ไม่ปลอดภัยที่นำไปสู่หายนะครั้งนี้เป็นตัวอย่างในการทบทวนกระบวนการและกรอบงานสำหรับการสอบสวนหายนะและการป้องกันอุบัติเหตุทางการบิน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%9F#cite_note-2"><sup>[</sup></a><sup><br><br>3.เป็นหลักฐานชั้นรองที่น่าเชื่อถือ และยังมีข้อมูลตรงกับหลายเว็บไซต์เช่น<br></sup>https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%9F<br><br>4.สรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดเพราะ ความผิดพลาดของนักบิน,การรุกล้ำเข้าไปในรันเวย์,<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%81">หมอก</a>ลงจัด และความล้มเหลวในการสื่อสารทางหอบังคับการบิน<br><br>5.เรียบเรียงและนำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1461472288/7c55619c27d6ad7b033ed2cef307dca6/image.png" />
         <pubDate>2021-11-18 05:57:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1898764194</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภัทรพล 8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1899035786</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ทำไมพระเจ้าตากถึงโดนประหาร<br>2.จากแหล่งข้อมูลต่างๆได้ว่ามีการบอกกล่าวว่าพระเจ้าตากมีสติฟั่นเฟือนและปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบ้านเมืองจนเกิดเหตุจลาจลจึงถูกสั่งประหารและอีกแหล่งข้อมูลนึงบอกไว้ว่าพระเจ้าตากไม่ได้มีสติฟรั่นเฟือนแต่ถูกกล่าวหาจากคนบางกลุ่มที่ต้องการอำนาจ<br>3.เป็นข้อมูลที่ได้จากหลายแหล่งข้อมูลและมีหลากหลายความเห็นจากคนหลายกลุ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้หาข้อเท็จจริงได้ยาก<br>4.จากหลักฐานและแหล่งข้อมูลต่างๆนั้นบ่งชี้ว่าพระเจ้าตากมีสติฟรั่นเฟือนจริงจึงถูกประหาร<br>5.นำเสนอข้อมูลเป็นบทความและทำtime lineเหตุการณ์ประกอบการเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-18 09:01:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1899035786</guid>
      </item>
      <item>
         <title>29 กัญญ์สิริ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1899945539</link>
         <description><![CDATA[<div><br>&nbsp; ขั้นที่ 1 : ทำไมสมัยโบราณจึงต้องใช้ปฏิทินจันทรคติ</div><div>&nbsp; ขั้นที่ 2 : ครั้งโบราณไม่มีนาฬิกา การนับวัน จะถือเอาเวลาพระออกบิณฑบาต คือเวลาเช้า สามารถมองเห็นลายมือบนฝ่ามือชัดเจนด้วยตาเปล่า(ไม่ใช้แสงไฟช่วย) หรือเห็นลายใบไม้ชัดเจน ให้นับเป็นวันใหม่ซึ่งก็คือใช้เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น หรือประมาณเวลา 06.00 น. เป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนวันใหม่</div><div><br></div><div>ดังนั้นการนับรอบวันที่ใช้ในทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสตร์โบราณต่าง ๆ ของไทย จะใช้ปฏิทินจันทรคติไทย โดยถือรอบวันตามดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นหลัก คือ เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น หรือตั้งแต่เวลา06.00น. - 05.59 น.(ก่อนอาทิตย์ขึ้นอีกวัน) แตกต่างจาก รอบวันตามสากลซึ่งปฏิทินสุริยคติ หรือเป็นแบบที่ใช้ในสูติบัตร รอบวันจะเริ่ม 00.01 - 24.00น.</div><div><br></div><div>การนับรอบวันจันทรคติจะใช้แบบนั้นทั้งหมด จะมีวันพุธที่แยกย่อยคือ เกิดวันพุธ ช่วงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นถึง ดวงอาทิย์ตก ประมาณเวลา 06.00 - 17.59 น. จะเรียกว่าวันพุธกลางวัน หากเกิดช่วงเวลาหลังดวงอาทิย์ตกในวันพุธ ถึง ก่อนอาทิตย์ขึ้นวันรุ่งขึ้น(พฤหัสบดี) ประมาณเวลา 18.00 - 05.59น. จะเรียกว่าวันพุธกลางคืนหรือวันราหู</div><div><a href="https://www.myhora.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-004.aspx">https://www.myhora.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-004.aspx</a></div><div><br></div><div>&nbsp; ขั้นที่ 3 : เป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษรชั้นรอง มีความน่าเชื่อถือ มีวันที่บันทึก แหล่งที่มาชัดเจน มีข้อมูลตรงกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ</div><div><br></div><div>&nbsp; ขั้นที่ 4 : จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า สมัยโบราณไม่มีนาฬิกาใช้ ต้องสังเกตเวลาจากดวงอาทิตย์ขึ้น การนับวันแบบจันทรคติจึงเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับคนสมัยโบราณในการบอกเช้าวันใหม่</div><div><br></div><div>&nbsp; ขั้นที่ 5 : นำเสนอข้อมูลทาง PowerPoint</div>]]></description>
         <enclosure url="https://www.myhora.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-004.aspx" />
         <pubDate>2021-11-18 16:09:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1899945539</guid>
      </item>
      <item>
         <title>22 ณัชณิชา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1919565844</link>
         <description><![CDATA[<div>1.คนผ่านโรคห่ามาได้อย่างไร<br>2.<br>ความตายสีดำ โรคห่า ‘กาฬโรค’<br><br></div><div>เมื่อราวหลัง พ.ศ.1800 ประวัติศาสตร์โลกบันทึกถึงความสูญเสียประชากรนับล้านจาก <strong>Black Death</strong> จากจีนถึงยุโรปโดยมีพาหะคือหมัดหนู กระจายจากเรือสำเภาที่เข้าเทียบท่าค้าขาย ร่วมสมัยยุคต้นกรุงศรีอยุธยาที่มีตำนานบอกเล่าถึง “โรคห่า” ยุคพระเจ้าอู่ทอง เดิมเชื่อว่าเป็นโรคอหิวาต์ แต่ภายหลัง รับรู้กันใหม่ว่าแท้จริงคือ <strong>“กาฬโรค”</strong> จากสำเภาจีน<br><br></div><div>พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ.2182 บันทึกถึงความรุนแรงของโรคห่าในครั้งนั้นว่า <strong>“น้ำลายพิษ”</strong> ของมังกร (นาค) จากหนองน้ำ ฆ่าคนจนเมืองร้าง<br><br></div><div>กาฬโรคยุคต้นกรุงเก่า สร้างความปั่นป่วนในราชสำนัก ก่อเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม โดยเฉพาะภาษาและวัฒนธรรม<br><br></div><div>เขยิบลงมาในยุคหลัง สมัยรัชกาลที่ 5 กาฬโรคระบาดอีกตามเมืองท่าของจีนและฮ่องกง เคลื่อนตัวไปอินเดีย แอฟริกา ยุโรป สิงคโปร์ ไทย และออสเตรเลีย<br><br>มีการบังคับให้เรือที่มาจากพื้นที่ซึ่งมีการระบาดจอดให้เจ้าหน้าที่ตรวจโรคก่อน รวมถึงจอดรอที่เกาะไผ่ ห่างจากพัทยาราว 8 กิโลเมตรจนครบ 9 วัน จึงอนุญาตให้เข้ากรุงเทพฯ ได้<br><br></div><div>ผู้มีบทบาทสำคัญในการกักกันและตรวจโรคครั้งนั้นคือ <strong>“พระบำบัดสรรพโรค”</strong> หรือ <strong>หมอฮันส์ อะดัมสัน</strong> ลูกครึ่งเดนมาร์ก-มอญ พื้นเพอยู่ที่พระประแดง คนไทยเรียก <strong>“หมอลำสั้น”</strong> นับเป็นแพทย์ประจำด่านตรวจโรคคนแรกของไทย เป็นผู้ออกประกาศจัดการป้องกันกาฬโรค ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2441<br><br></div><div><strong>ทั้งนี้ กว่าที่กาฬโรคจะหมดไป ใช้เวลานับสิบปี โดยพบผู้ป่วยรายสุดท้ายที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อ พ.ศ.2495 จากนั้นยังไม่พบอีกเลย<br></strong><br></div><div>3.ข้อมูลน่าเชื่อถือเพราะเป็นข้อมูลที่ลงโดยสำนักข่าว และมีผู้เข้าชมจำนวนมาก<br>4.สรุปได้ย่าคนไทยผ่านโรคห่ามาได้เพราะการกักกันและตรวจโรค<br>5.นำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1478414792/50a92a53b25484934c45849add6ace2b/9850ADB9_E686_4DDE_8DC9_C51ED6607C07.png" />
         <pubDate>2021-11-30 04:26:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1919565844</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1924415321</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เบียร์กำเนิดมาตั้งแต่ยุคไหน<br>2.เบียร์เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีการเตรียมการก่อนดื่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สามารถนับย้อนกลับไปได้ถึงต้น<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">ยุคหินใหม่</a>หรือราว 9500 ปีก่อนคริสตกาลเมื่อเมล็ดธัญพืชถูกนำมาเพาะปลูกครั้งแรก<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-13"><sup>[13]</sup></a> และได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ของ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เมโสโปเตเมีย</a>และ<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93">อียิปต์โบราณ</a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-14"><sup>[14]</sup></a> นักโบราณคดีคาดว่าเบียร์มีบทบาทสำคัญในการก่อตัวของอารยธรรม<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-15"><sup>[15]</sup></a> เห็นได้จากเมื่อราว 5000 ปีต่อมา คนงานในเมืองอูรุกได้รับเบียร์เป็นค่าจ้าง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-16"><sup>[16]</sup></a> และระหว่างการก่อสร้าง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B2">มหาปิรามิดในกิซา</a>คนงานแต่ละคนได้รับปันส่วนประจำวันเป็นเบียร์สี่ถึงห้าลิตร ซึ่งช่วยทั้งโภชนาการและทำให้สดชื่นเป็นส่วนสำคัญต่อการก่อสร้างปิรามิด<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-17"><sup>[17]<br></sup></a><br></div><div><br>หลักฐานแรกสุดทางเคมีของเบียร์<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C">ข้าวบาร์เลย์</a>อยู่ในช่วง 3500–3100 ปีก่อนคริสตกาลจากแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี โกดิน เทปี (Godin Tepe) ในภูเขาแซกรอส (Zagros) ทางตะวันตกของประเทศอิหร่าน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-McGovern_2009-18"><sup>[18]</sup></a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-19"><sup>[19]</sup></a> บางส่วนของงานเขียนชาวซูมาเรียนมีการอ้างอิงถึงเบียร์ ตัวอย่างเช่น คำอธิษฐานถึงเทพีนินกาซิ (Ninkasi) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เพลงสวดนินกาซิ"<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-20"><sup>[20]</sup></a> ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำอธิษฐานและวิธีจดจำสูตรเบียร์ในวัฒนธรรมของผู้มีการศึกษา<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-Nin-kasi-9"><sup>[9]</sup></a><a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-sumer-10"><sup>[10]</sup></a> และคำแนะนำโบราณ (<em>กรอกท้องของคุณทั้งวันและคืนทำให้มีความสุข</em>) ถึง<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%8A">กิลกาเมช</a> ที่บันทึกไว้ใน<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%8A">มหากาพย์กิลกาเมช</a>โดยชิดูรี (Sidur) ซึ่งอาจอ้างถึงการดื่มเบียร์<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-21"><sup>[21]</sup></a>แผ่นจาลึกอัลบลา (Ebla tablets) ที่ค้นพบในปี ค.ศ. ในอาณาจักรอัลบลา <a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ประเทศซีเรีย</a> แสดงว่าเบียร์ถูกผลิตขึ้นในเมื่องเมื่อ 2500 ปีก่อนคริสตกาล<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C#cite_note-22"><sup>[22]</sup></a> เครื่องดื่มหมักที่ใช้ข้าวและผลไม้ในการผลิตในประเทศจีนเกิดขึ้นประมาณ 7000 ปีก่อนคริสตกาล<br>3.หลักฐานค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือเพราะพบหลักฐานจริงเช่นโถเบียร์ และ จารึก<br>4.จากหลักฐานบ่งชี้ว่า เบียร์นั้นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณและเมโสโปเตเมีย<br>5.นำเสนอ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-12-02 05:24:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/nattanankon/drovg62uv6ti5w7j/wish/1924415321</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
