<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สมบัติและประโยชน์ของธาตุเรพพรีเซนเททีพและธาตุทรานซิชัน by วิไลลักษณ์ กุสันโท</title>
      <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-02-23 04:48:11 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-01-07 04:36:21 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สมบัติทางกายภาพ  ทางเคมี   ประโยชน์และอันตราย</title>
         <author>wilailakku64</author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3254095126</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-10 12:54:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3254095126</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อะลูมิเนียม (Al) เลขอะตอม  13  ธาตุเรพพรีเซนเททีพ(ตัวอย่าง)</title>
         <author>wilailakku64</author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3254105891</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p>เป็นของแข็ง สีเทาเงิน มีความหนาแน่ต่<br>เหนียวและแข็ง ดัดโค้งงอได้ ทุบให้เป็นแผ่นหรือดึงให้เป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี</p><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>เกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างรวดเร็วได้เป็น<br>สารประกอบออกไซด์ของอะลูมิเนียม</p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p>ใช้ทำอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องครัว ของใช้ในบ้าน ห่ออาหาร ทำโลหะเจือที่ใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบของ</p><p>เครื่องบิน เรือ รถไฟ รถยนต์</p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>อะลูมิเนียมสามารถสะสมอยู่ในร่างกาย และสารประกอบของอะลูมิเนียมบางชนิดเป็นพิษ<br>ต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/steel-metal-material-pipe-construction-materials-484014.jpg" />
         <pubDate>2024-12-10 13:04:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3254105891</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิเทียม (Li) เลขอะตอม13  ธาตุกลุ่มโลหะแอลคาไล น.ส.วันวิสา คำพะทา 4/2 เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255287888</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p><strong>สมบัติทางกายภาพ ลิเทียมบริสุทธิ์</strong> <strong>เป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม และมีสีขาวเงิน ถูกออกซิไดซ์ (Oxidize) เร็วในอากาศและน้ำ ลิเทียมเป็นธาตุของแข็งที่เบาที่สุด</strong> <strong>และใช้มากในโลหะผสมสำหรับการนำความร้อนในแบตเตอรี่ไฟฟ้าและถ่านไฟฉายรวมถึงเป็นส่วนผสมในยาบางชนิดที่เรียกว่า</strong> “mood stabilizer”</p><p><br></p><p>ประโยชน์ <strong>สามารถนำไปผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้</strong> (Rechargeable Battery) <strong>ซึ่งแบตเตอรี่เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า</strong> <strong>จักรยานไฟฟ้า</strong> <strong>และสมาร์ทโฟน</strong></p><p><strong>อันตรายอย่างไร?</strong></p><p><strong>สารนี้ จะกัดกร่อน ตา หากรับประทานจะเกิดการกัดกร่อนทางเดินอาหาร หากหายใจได้รับ อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-11 06:38:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255287888</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออกซิเจน(O) อะตอม 16 เป็นกลุ่ม อโลหะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255295548</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p>สถานะที่เป็นแก๊ส ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่ถ้าอยุ่ในสถานะที่เป็นของเหลวจะมีสีน้า ทะเลอ่อน</p><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>ธาตุที่สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุต่างๆ ปานกลางในอุณหภูมิปกติ และจะมีปฏิกิริยามาขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น</p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p>ช่วยในการรักษาเซลล์ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ตับ เซลล์สมอง ให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ ออกซิเจน (Oxygen) มีส่วนสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่สังเคราะห์เอนไซม์หรือวิตามินให้กับร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่ในการมอบความสดชื่นให้กับร่างกาย</p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>ถ้าออกซิเจนต่ำจะ รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจลำบากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ไอ หัวใจเต้นเร็วขึ้น การรับรู้ตัวลดลง สับสน มึนงง ซึม วิงเวียน ปวดศีรษะเนื่องจากหลอดเลือดสมองขยายตัว</p>]]></description>
         <enclosure url="https://get.pxhere.com/photo/nature-cloud-sky-white-sunlight-air-atmosphere-summer-daytime-fluffy-weather-cumulus-serene-blue-rest-cloudscape-blue-sky-clouds-background-grassland-day-oxygen-mood-sky-blue-clouds-form-meteorological-phenomenon-fleecy-cloud-white-hintergrundblild-atmosphere-of-earth-599716.jpg" />
         <pubDate>2024-12-11 06:46:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255295548</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธาตุ โบรอน (B)</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255420150</link>
         <description><![CDATA[<p>เลขอะตอม5 ธาตุเรพพรีเซนเททีพ น.ส. ดาวดอย บุญไพโรจน์ 4/2 เลขที่9</p><p><br></p><p>สมบัติทางกายภาพของโบรอน</p><p><br></p><p>เป็นของแข็งที่มีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง แข็งและเปราะ เป็นธาตุกึ่งโลหะที่มีคุณสมบัติอยู่ระหว่างธาตุโลหะและธาตุอโลหะ</p><p><br></p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p><br></p><p>1.ใช้ทำโลหะเจือสำหรับการใช้งานพิเศษ</p><p><br></p><p>2.เป็นตัวดูดนิวตรอนในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์</p><p><br></p><p>3.เส้นใยของโบรอนใช้ผสมกับโลหะ ทำให้โลหะมีความเหนียวขึ้น</p><p><br></p><p>4.ใช้เป็นกึ่งตัวนำ (semiconductors)</p><p><br></p><p>5.ใช้ผสมในเชื้อเพลิงขับจรวด</p><p><br></p><p>6.ผสมในโลหะเจือที่ใช้งาน ณ อุณหภูมิสูงมาก ๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>อันตราย</p><p><br></p><p>เป็นพิษต่อระบบประสาทกลางของคนเรา และความเป็นพิษในแบบสะสมทำให้เกิดอาเจียน ท้องร่วง ช๊อค และผื่นคันที่ผิวหนังได้ อาการพิษจะร้ายแรงเพียงใดขึ้นกับปริมาณที่ร่างกายรับเข้าไปหรือมีสะสมอยู่ การรับโบริกครั้งละ 15-20 g สำหรับผู้ใหญ่ และ 5-6 g สำหรับเด็กทำให้ถึงตายได้</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-11 08:48:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3255420150</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไอโอดีน l 53 ธนพร แสงงาม เลขที่1 4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256660159</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ไอโอดีน (Iodine) เป็นธาตุฮาโลเจนในหมู่ VIIA (หมู่ 17) ของตารางธาตุ มีสมบัติทางเคมีที่สำคัญดังนี้:</p><p>1. <strong>ความว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมี</strong></p><p>• ไอโอดีนมีปฏิกิริยาเคมีน้อยกว่าโบรมีนและคลอรีน เนื่องจากมีพลังงานไอออไนเซชันต่ำกว่าและขนาดอะตอมใหญ่กว่า</p><p>• สามารถทำปฏิกิริยากับโลหะ เช่น โซเดียม (Na) หรือโพแทสเซียม (K) เกิดเป็นสารประกอบไอโอไดด์ (I⁻) เช่น KI หรือ NaI</p><p>2. <strong>สถานะและการเปลี่ยนสถานะ</strong></p><p>• ไอโอดีนเป็นของแข็งสีเทาอมดำที่สามารถระเหิดกลายเป็นไอสีม่วงได้โดยตรง</p><p>• ไอของไอโอดีนมีกลิ่นเฉพาะและสามารถระเหิดกลับมาเป็นของแข็งได้</p><p>3. <strong>ความสามารถในการละลาย</strong></p><p>• ละลายน้ำได้เล็กน้อย แต่ละลายได้ดีในตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น แอลกอฮอล์หรือคลอโรฟอร์ม</p><p>• ในสารละลายน้ำ (เช่น การเติมโพแทสเซียมไอโอไดด์) จะเกิดเป็นสารละลายไอโอไดด์เชิงซ้อน (I₃⁻) ที่ละลายได้ดี</p><p>4. <strong>ปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน</strong></p><p>• ไอโอดีนสามารถทำตัวเป็นได้ทั้งตัวรีดักซ์และตัวออกซิไดซ์ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม</p><p>• สามารถถูกรีดักซ์เป็นไอโอไดด์ (I⁻) หรือออกซิไดซ์เป็นไอโอเดต (IO₃⁻) ได้</p><p>5. <strong>ปฏิกิริยากับน้ำ</strong></p><p>• ไอโอดีนทำปฏิกิริยากับน้ำได้เล็กน้อย เกิดเป็นไฮโดรเจนไอโอไดด์ (HI) และกรดไฮโปไอโอไดส (HIO)</p><p>6. <strong>สมบัติการเป็นตัวบ่งชี้แป้ง</strong></p><p>• ไอโอดีนสามารถสร้างสารประกอบเชิงซ้อนกับแป้ง เกิดเป็นสารที่มีสีม่วงเข้มหรือสีน้ำเงิน ใช้ทดสอบการมีแป้งในตัวอย่าง</p><p><br></p><p><strong>ตัวอย่างปฏิกิริยา</strong></p><p>• <strong>ปฏิกิริยากับโลหะ:</strong></p><p><br></p><p>• <strong>ปฏิกิริยากับน้ำ:</strong></p><p>\[ I₂ + H₂O \rightleftharpoons HI + HIO \]</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>2.สมบัติทางกายภาพของไอโอดีน</strong></p><p><br></p><p>ไอโอดีน (Iodine) มีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้ในสถานะต่าง ๆ โดยสมบัติทางกายภาพสำคัญของไอโอดีนมีดังนี้:</p><p>1. <strong>สถานะและลักษณะ</strong></p><p>• เป็นของแข็งสีเทาอมดำ (หรือสีดำอมม่วง) ที่มีประกายเงา</p><p>• ในสภาวะปกติ (25°C) ไอโอดีนอยู่ในสถานะของแข็ง</p><p>2. <strong>การระเหิด</strong></p><p>• ไอโอดีนสามารถระเหิดได้ง่าย (เปลี่ยนจากของแข็งเป็นไอโดยไม่ผ่านสถานะของเหลว)</p><p>• ไอของไอโอดีนมีสีม่วงเข้มและมีกลิ่นฉุน</p><p>3. <strong>จุดหลอมเหลวและจุดเดือด</strong></p><p>• จุดหลอมเหลว: <strong>113.7°C</strong></p><p>• จุดเดือด: <strong>184.3°C</strong></p><p>4. <strong>ความหนาแน่น</strong></p><p>• มีความหนาแน่นประมาณ **4.933 กรัม/ลูก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>3.ประโยชน์ของไอโอดีน</strong></p><p><br></p><p>ไอโอดีนเป็นธาตุที่มีความสำคัญและถูกนำไปใช้ในหลากหลายด้าน ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรม และการเกษตร โดยมีประโยชน์หลักดังนี้:</p><p><br></p><p><strong>1. ทางการแพทย์และสุขภาพ</strong></p><p>• <strong>ช่วยในกระบวนการทำงานของต่อมไทรอยด์</strong></p><p>• ไอโอดีนเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroxine - T4 และ Triiodothyronine - T3) ซึ่งควบคุมกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย</p><p>• ป้องกันและรักษาโรคคอพอก และโรคที่เกี่ยวกับการขาดไอโอดีน เช่น การพัฒนาล่าช้าในเด็ก</p><p>• <strong>การฆ่าเชื้อโรค</strong></p><p>• ใช้ในรูปของสารละลายไอโอดีน เช่น เบตาดีน (Povidone-Iodine) เพื่อฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดบาดแผล</p><p>• <strong>ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรค</strong></p><p>• ไอโอดีนกัมมันตรังสี (Radioactive Iodine) เช่น I-131 ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรคไทรอยด์</p><p><br></p><p><strong>2. ในอุตสาหกรรม</strong></p><p>• <strong>ผลิตสารเคมีและย้อมสี</strong></p><p>• ใช้ในกระบวนการผลิตสี ย้อมผ้า และสารเติมแต่งในอุตสาหกรรมเคมี</p><p>• <strong>การสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์</strong></p><p>• ไอโอดีนใช้เป็นตัวเร่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>4.อันตรายของธาตุไอโอดีน</strong></p><p><br></p><p>แม้ว่าไอโอดีนจะมีประโยชน์ในหลายด้าน แต่หากใช้งานหรือสัมผัสในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้ ดังนี้:</p><p><br></p><p><strong>1. อันตรายต่อสุขภาพ</strong></p><p>• <strong>การสัมผัสโดยตรง</strong></p><p>• การสัมผัสไอโอดีนบริสุทธิ์ (ของแข็งหรือไอระเหย) อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ดวงตา และเยื่อบุจมูก</p><p>• หากสูดดมไอไอโอดีนในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หายใจลำบาก และแน่นหน้าอก</p><p>• <strong>ผลกระทบจากการรับประทานไอโอดีนเกินขนาด</strong></p><p>• หากรับประทานไอโอดีนในปริมาณที่สูง (มากกว่า 1,100 ไมโครกรัมต่อวันในผู้ใหญ่) อาจทำให้เกิดพิษ เช่น</p><p>• อาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย</p><p>• การทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เช่น ภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) หรือไ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:46:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256660159</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โพแทสเซียม(K)เลขอะตอม19ธาตุโลหะแอลคาไล น.ส.ไพจิตตรา ศรไชย เลขที่9 ม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256661081</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p>สถานะ: เป็นโลหะในกลุ่มอัลคาไล (alkali metal) อยู่ใน สถานะของแข็งที่อุณหภูมิห้อง </p><p>สี: มีสีเงิน-เทา แต่จะเปลี่ยนเป็นสีด้านเมื่อสัมผัสกับ อากาศ เนื่องจากเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน</p><p>ความอ่อนตัว: เป็นโลหะที่นุ่มมาก สามารถตัดได้ง่ายด้วย มีด </p><p>ความหนาแน่น: 0.89 g/cm (ที่อุณหภูมิ 20°C) ซึ่งน้อย กว่าน้ำ ทำให้โพแทสเซียมลอยน้ำได้ </p><p>การนำไฟฟ้าและความร้อน: เป็นตัวนำไฟฟ้าและความ ร้อนได้ดี </p><p>ความไวต่อการเกิดปฏิกิริยา: โพแทสเซียมไวต่อ ปฏิกิริยากับน้ำและออกซิเจน ทำให้เกิดการลุกไหม้หรือ ระเบิดได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ</p><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>เป็นผลึกของแข็งสีขาวไม่มีสีไม่มีกลิ่น จุดเดือด : 1330 °C, จุดหลอมเหลว : 680 °C. ความคงตัวและการเกิดปฏิกิริยาเคมี : - ความคงตัว : สารนี้เสถียรภายใต้สภาวะปกติของการใช้ และการเก็บ ถ้าสัมผัสกับอากาศไปนาน ๆ สารจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง</p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p>ช่วยในการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ ควบคุมสมดุลอิเล็กโตรไลต์ และสมดุลกรด-เบส</p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>การบริโภคโพแทสเซียมมากเกินจะถูกจัดว่าไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรือยุกยิก, อ่อนแรง, อัมพาต, สับสน, ความดันโลหิตต่ำ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, หรือเสียชีวิตได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:47:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256661081</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไฮโดรเจน(H)เลขอะตอม1 กลุ่มอโลหะ น.ส.เพียงขวัญ ศรีบุญมา เลขที่8 ม.4/1 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256665624</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>-สมบัติทางเคมี</strong></p><p>ก๊าซไฮโดรเจน<strong>มีการเผาไหม้ระหว่าง 4 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ จึงติดไฟได้ง่าย</strong> <strong>-286kJ/mol</strong> คือเอนทัลปีของการเผาไหม้สำหรับ H2 (ไฮโดรเจน) เมื่ออยู่ในส่วนผสมของคลอรีน ก๊าซไฮโดรเจนอาจระเบิดได้ ส่วนผสมของคลอรีนและก๊าซไฮโดรเจนอาจระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับแสงแดด ความร้อน หรือแม้แต่ประกายไฟ</p><p><strong>-สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p><strong>เป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ภายใต้ความดัน</strong> <strong>อันตรายทางกายภาพ</strong> <strong>ส่วนผสมระหว่างแก๊สกับอากาศอาจกลายเป็นส่วนผสมที่มีคุณสมบัติระเบิดได้ แก๊สหนักกว่าอากาศอันตรายทางเคมี</strong></p><p><strong>-ประโยชน์</strong></p><ul><li><p>ไฮโดรเจน เป็นพลังงานที่สะอาด ปลอดภัยต่อคน และหยืนยุ่นในการใช้งาน</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในยานต์พาหนะ</p></li><li><p>ช่วยการไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า</p></li><li><p>เพื่อผลิตความร้อนและความเย็น</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในการทำอาหาร</p></li><li><p>เป็นพลังงานสำรอง</p></li><li><p>สามารถกักเก็บและขนส่งในรูปแบบ ของเหลว หรือ ก๊าซ</p></li></ul><p><br></p><p><strong>-อันตราย</strong></p><p>ลอยตัว – <strong>ไฮโดรเจน</strong>เป็นก๊าซที่เบาที่สุด จะลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะบรรยากาศ สามารถสะสมที่เพดานได้ ติดไฟได้ – เมื่อผสมกับอากาศอาจทำให้เกิดเปลวไฟหรือระเบิดได้ เผาไหม้ด้วยเปลวไฟที่มองไม่เห็นและให้ความร้อนแผ่ออกมาเพียงเล็กน้อย อาจทำให้โลหะเปราะเนื่องจาก<strong>ไฮโดรเจน</strong> ส่งผลให้ส่วนประกอบเสียหายได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:51:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256665624</guid>
      </item>
      <item>
         <title>บิทมัส(Bi)เลขอะตอม83น.ส. ชนิชา รอดฤทธิ์ ม.4/1 เลขที่6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256666175</link>
         <description><![CDATA[<p><em>สมบัติทางเคมี</em></p><p>-บิสมัทเป็นโลหะสีขาว ผลึกเปราะ มีสีชมพูอ่อนๆ แสดงด้วยสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Bi และมีเลขอะตอม 83 ลักษณะเด่นของธาตุนี้คือคุณสมบัติไดอะแมกเนติก ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาโลหะ บิสมัทมีค่าความต้านทานไฟฟ้าสูงและมีค่าการนำความร้อนต่ำมาก จัดอยู่ในกลุ่ม p-block คาบที่ 6 ของตารางธาตุ</p><p>*สมบัติทางกายภาพ*</p><p>-เป็นโลหะที่แข็ง เปราะ มันวาว และมีลักษณะเป็นผลึกหยาบ สามารถแยกแยะจากโลหะอื่น ๆ ได้จากสีของมัน ซึ่งก็คือสีเทาอมขาวและมีสีแดงจาง ๆ</p><p><em>ประโยชน์</em></p><p>-ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดปัญหาในกระเพาะอาหาร เช่น ท้องเสียและแผลในกระเพาะอาหาร เกลือบิสมัทยังทำหน้าที่เป็นยาลดกรดเพื่อรักษาปัญหาต่างๆ เช่น อาหารไม่ย่อย บิสมัทยังอาจ เร่ง การแข็งตัวของเลือดอีกด้วย</p><p>*อันตราย*</p><p>-การรับประทานบิสมัทในปริมาณมากสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไตวาย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:52:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256666175</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แมกนีเซียม(Mg) เลขอะตอม13 ธาตุกลุ่มโลหะแอลคาไลน์เอิร์ธ น.ส.กมลชนก บุญตา เลขที่4 ม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256666442</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางเคมี</p><p><strong>เป็นโลหะของแข็งสีเงินไม่มีกลิ่น</strong> <strong>จุดเดือด : 1450 °C, จุดหลอมเหลว : 123 °C</strong></p><p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p>เป็นของแข็ง<strong>มีมวลอะตอม 24.305 Da มีความถ่วงจำเพาะที่ 20 ๐C เป็น 1.738 และมีจุดหลอมเหลวที่ 648.8 ๐C จุดเดือดที่ 1090 ๐C</strong></p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p> ช่วยต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า</p><p>ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดดี</p><p>ช่วยทำงานของหัวใจ</p><p>ช่วยต้านการอักเสบ</p><p>ช่วยบำรุงกระดูก</p><p>อันตราย</p><p>ทำให้<strong>เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอ่อนเพลีย หากได้รับในปริมาณที่สูงมากอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะหากได้รับการฉีดเข้าเส้นเลือด</strong></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:52:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256666442</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังกะสี (Zn) เลขอะตอม30 ธาตุทรานชิชั่น นางสาวขนิษฐา พร้อมจิตร ม.4/1 เลขที่ 5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667046</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p><p><strong># สมบัติกายภาพ</strong></p><p>1. สังกะสีเป็นโลหะมีค่าความหนาแน่น 7.1 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร</p><p>2. มีจุดหลอมเหลวที่ 419.53 องศาเซลเซียส</p><p>3. มีจุดเดือดที่ 907 องศาเซลเซียส</p><p>4. มีสีเทาเงินหรือสีขาวเงิน</p><p>5. มีความแข็งแรงปานกลาง</p><p>6. สามารถตัดหรือหลอมได้ง่าย</p><p><br></p><p> <strong># สมบัติทางเคมี</strong></p><p>1. สังกะสีเป็นโลหะที่ทำปฏิกิริยากับกรดและเบสได้ง่าย</p><p>2. ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้โดยการเกิดสังกะสีออกไซด์ (ZnO)</p><p>3. ทำปฏิกิริยากับน้ำได้โดยการเกิดสังกะสีไฮดรอกไซด์ (Zn(OH)2)</p><p>4. สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นๆ ได้ เช่น การเกิดสังกะสีคาร์บอเนต (ZnCO3)</p><p>5. มีค่าความเป็นออกซิเดชัน +2 ในสารประกอบส่วนใหญ่</p><p>6. สามารถเกิดสารประกอบกับธาตุอื่นๆ เช่น สังกะสีสัลเฟต (ZnSO4), สังกะสีคลอไรด์ (ZnCl2)</p><p><br></p><p><strong># ประโยชน์</strong></p><p>1. การผลิตโลหะผสม เช่น เหล็กกล้าและทองแดง</p><p>2. การผลิตแบตเตอรี่</p><p>3. การผลิตสารเคมี</p><p>4. การใช้เป็นสารต้านการกัดกร่อน</p><p>5. การใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและเครื่องใช้ในบ้าน</p><p>  </p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong># เป็นอันตราย</strong></p><p>1. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดการเป็นพิษได้หากบริโภคในปริมาณมาก</p><p>2. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและตาได้</p><p>3. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ปัญหาการหายใจและปัญหาทางเดินอาหารได้หากสูดดมหรือบริโภคในปริมาณมาก.</p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3162906015/eb1499a1ff3fc7f87523dfbce2749cdb/inbound3226120472174749840.jpg" />
         <pubDate>2024-12-12 03:53:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667046</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แคลเซียม (Ga)เลขอะตอม31 น.ส.ปณิตา เยื่อใยเลขที่14 4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667132</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาย</p><p>แคลเซียมเป็นโลหะสีขาวเงินมันวาว เมื่อสัมผัสกับอากาศชื้น โลหะจะหมองได้ง่าย ที่อุณหภูมิห้อง แคลเซียมจะมีสถานะของแข็งและมีจุดหลอมเหลวอยู่ที่ 842 องศาเซลเซียส โลหะจะทำปฏิกิริยากับกรดและน้ำจนได้ก๊าซไฮโดรเจน เคมี คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>คุณสมบัติทางเคมีของแคลเซียม ได้แก่ จุดหลอมเหลวที่ 839.0 +/- 2°C จุดเดือดที่ 1484.0ºC โดยมีเวเลนซ์ 2</p><p>ประโยชน์ของแคลเซียม</p><p>ในการสร้างกระดูกและฟัน เพิ่มความหนาแน่นให้มวลกระดูก ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง </p><p>อันตรายของแคลเซียม</p><p>เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต หินปูนในเต้านม มะเร็งเต้านม หินปูนในหลอดเลือด และหลอดเลือดตีบตัน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:53:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667132</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออกซิเจน(o) เลขอะตอม8 ธาตุกลุมโลหะแซลโคเจน ธวัชชัย ศิริรัตน์ เลขที่2 4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667481</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพทางของo</p><p>ในสถานะที่เป็นแก๊ส ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่ถ้าอยุ่ในสถานะที่เป็นของเหลวจะมีสีน้ำทะเลอ่อน </p><p><br></p><p>สมบัติทางเคมีของo</p><p>เป็นธาตุที่สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุต่างๆ ปานกลางในอุณหภูมิปกติ และจะมีปฏิกิริยามาขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น </p><p><br></p><p><br></p><p>ประโยชน์ของo</p><p>ช่วยในการรักษาเซลล์ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ตับ เซลล์สมอง ให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ ออกซิเจน (Oxygen) มีส่วนสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่สังเคราะห์เอนไซม์หรือวิตามินให้กับร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่ในการมอบความสดชื่นให้กับร่างกาย</p><p><br></p><p>อันตรายของo</p><p>ถ้าออกซิเจนต่ำจะ รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจลำบากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ไอ หัวใจเต้นเร็วขึ้น การรับรู้ตัวลดลง สับสน มึนงง ซึม วิงเวียน ปวด</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:53:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256667481</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.สุพัชตรา สมบัติวงค์ เลขที่10 ชั้นม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256668997</link>
         <description><![CDATA[<p>โซเดียม(Na) เลขอะตอม=11</p><p>สมบัติทางกายภาพ:เป็น โลหะตัวนำความร้อนและไฟฟ้าที่ดี</p><p>สมบัติทางเคมี:เป็น โลหะ สีขาวเงินอ่อนที่ทำปฏิกิริยาได้สูง โซเดียมเป็น โลหะอัลคาไล อยู่ใน กลุ่ม 1 ของตารางธาตุ ไอโซโทปเสถียรเพียง ไอโซโทป เดียวของโซเดียมคือ 23 Na โลหะอิสระไม่เกิดขึ้นในธรรมชาติและต้องเตรียมจากสารประกอบ </p><p>ประโยชน์:ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิต</p><p>อันตราย:</p><p>หากบริโภคโซเดียมเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการแล้ว จะก่อให้เกิดการเสื่อมของไต</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:55:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256668997</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รูบิเดียม (Rb) เลขอะตอม37 ธาตุ โลหะแอลคาไล                       น.ส.สุภาวิดา บรรฑิต   เลขที่16 ม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256670688</link>
         <description><![CDATA[<p>1สมบัติทางกายภาพ</p><p> สถานะ แข็ง ความหนาแน่น 1.532 g/cm. จุดหลอมเหลว 312.46 K | 39.31 °C | 102.76 °F. จุดเดือด 961.15 K | 688 °C | 1270.4 °F</p><p><br></p><p>2สมบัติทางเคมีของรูบิเดียม (Rubidium)</p><p>รูบิเดียมเป็นธาตุในกลุ่ม อัลคาไล (alkali metal) ที่มีสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกับโพแทสเซียมและซีเซียม แต่มีความว่องไวมากกว่าโพแทสเซียม เนื่องจากมีพลังงานไอออไนเซชันต่ำกว่า</p><p>3ประโยชน์ของรูบิเดียม</p><p>รูบิเดียมกลายเป็นแก๊สชนิดแรกที่อยู่ในสถานะโยส-ไอน์สไตน์ แต่มันยังมีประโยชน์ในงานวิจัยด้านอื่นๆด้วย เช่น การใช้ทำนาฬิกาอะตอม (ซึ่งจะเล่าให้ฟังอีกครั้งตอนกล่าวถึงธาตุซีเซียม) อีกทั้งรูบิเดียม-82 ยังใช้ในการทำ PET Scan ซึ่งใช้สำหรับตรวจเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย</p><p>4อันตราย</p><p>ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ารูบิเดียมเป็นพิษต่อมนุษย์ แต่เนื่องจากธาตุนี้ไวต่ออากาศและน้ำมาก เวลาใช้จึงต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก ต้องเก็บรักษาไว้ในเคโรซีนหรือน้ำมันที่คล้ายคลึงกันอย่างอื่น นอกจากนี้แล้วยังต้องหลีกเลี่ยงการให้โลหะนี้มาสัมผัสกับผิวหนัง เพราะทำให้ผิวหนังไหม้ เกิดอาการผื่นแดงและคันได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:57:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256670688</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบเรียม(Ba)นายพีระพัฒน์ พบบุญ ม.4/1 เลขที่3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256672493</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>เป็นธาตุโลหะแอลคาไลน์เอิร์ทมีลักษณะเป็นสีเงินอ่อนนุ่มหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูงมาก อ๊อกไซด์ของมันเรียกแบริตา (baryta) ตามธรรมชาติพบในแร่แบไรต์ไม่พบในสภาพบริสุทธิ์เพราะไวต่อปฏิกิริยาเคมีกับอากาศ</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>แบเรียมเป็นธาตุที่มีความเป็นพิษสูงในรูปของเกลือบางชนิด เช่น แบเรียมซัลเฟตที่ไม่ละลายน้ำจะไม่เป็นพิษ แต่ถ้าเป็นเกลือที่ละลายน้ำได้จะมีพิษสูงต่อร่างกาย</p><p>ประโยชน์</p><p>การใช้ในวงการการแพทย์:</p><p><br/></p><p>การตรวจเอกซเรย์ (X-ray): สารประกอบแบเรียมซัลเฟต (BaSO₄) ใช้ในการตรวจทางรังสี (X-ray) เช่น การทำเอกซเรย์ทางเดินอาหาร โดยใช้สารละลายแบเรียมซัลเฟตที่ไม่ละลายน้ำเพื่อให้ภาพชัดเจนบนภาพถ่ายเอกซเร</p><p>อุตสาหกรรมปุ๋ย:</p><p><br/></p><p>แบเรียมเป็นส่วนประกอบในปุ๋ยบางประเภท ซึ่งสามารถช่วยในกระบวนการเติบโตของพืชได้</p><p>การผลิตดอกไม้ไฟ:</p><p><br/></p><p>แบเรียมไนเตรต (Ba(NO₃)₂) ใช้ในการผลิตดอกไม้ไฟเพื่อให้เกิดสีเขียวในระหว่างการระเบิ</p><p>การใช้ในอุตสาหกรรมเคมี:</p><p><br/></p><p>แบเรียมใช้ในการผลิตสารเคมีต่างๆ เช่น แบเรียมคลอไรด์ (BaCl₂) ซึ่งใช้ในการผลิตแก้ว, การบำบัดน้ำ, และในการสังเคราะห์สารเคมีบางชนิ</p><p>ดด.ย์</p><p>การใช้ในหลอดไฟ:</p><p><br/></p><p>แบเรียมถูกใช้ในหลอดไฟเพื่อเพิ่มความสว่างและประสิทธิภาพในการทำงานของหลอดอันตราย</p><p>แบเรียมเป็นธาตุที่มีอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะในรูปแบบของสารประกอบที่ละลายน้ำได้ เช่น แบเรียมคลอไรด์ (BaCl₂) หรือแบเรียมไนเตรต (Ba(NO₃)₂) ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ การกิน หรือการสัมผัสผิวหนังไฟ</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3162873946/b06fbcd500d57d7e3e084c4bf0a92e5c/17339750901673940033174663408325.jpg" />
         <pubDate>2024-12-12 03:58:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256672493</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซีเซียม (Cs) นางสาว พิจิตรา สุนา ม.4/1 เลขที่13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256672719</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p><br></p><p>ธาตุซีเซียม (Caesium) เป็นธาตุอัลคาไลที่มีสมบัติทางกายภาพดังต่อไปนี้:</p><p>1. มีความไวต่อการกัดกร่อนจากอากาศและน้ำ</p><p>2. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำได้ดี</p><p>3. ใช้ในการผลิตนาฬิกาอะตอมและอุปกรณ์ตรวจวัดเวลา</p><p>4. ใช้ในการผลิตสารเคมีและยารักษาโรค</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>ธาตุซีเซียม (Caesium) มีสมบัติทางเคมีดังต่อไปนี้:</p><p><br></p><p>สมบัติเคมีหลัก</p><p><br></p><p>1. เป็นธาตุอัลคาไล (กลุ่ม 1) ในตารางธาตุ</p><p>2. มีเลขอะตอม 55 และมวลอะตอม 132.91 กรัม/โมล</p><p>3. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำได้ดี</p><p>4. มีความสามารถในการกัดกร่อนจากอากาศและน้ำ</p><p>5. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับแฮโลเจนได้ดี</p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p><br></p><p>1. การสำรวจอวกาศ: ซีเซียมใช้ในการสำรวจอวกาศและตรวจวัดเวลา</p><p>2. การตรวจวัดสภาพแวดล้อม: ซีเซียมใช้ในการตรวจวัดสภาพแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม</p><p>3. การศึกษาและวิจัย: ซีเซียมใช้ในการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p><p><br></p><p>อันตราย</p><p><br></p><p>1. การระเบิด: ซีเซียมสามารถระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับอากาศหรือน้ำ</p><p>2. การกัดกร่อน: ซีเซียมสามารถกัดกร่อนวัสดุได้</p><p>3. การเผาไหม้: ซีเซียมสามารถเผาไหม้ได้เมื่อสัมผัสกับออกซิเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 03:58:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256672719</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กำมะถัน(S) เลขตารางธาตุ16 ธาตุแชลโลเจน น.ส.ณัฐณิชา ยาเลิศ เลขที่12 ชั้นม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256674057</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกาย</p><p>ปกติแล้ว กำมะถันจะอยู่ในรูปของแข็ง เป็นผลึกสีเหลือง ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น แต่ถ้าทำปฏิกิริยากับธาตุอื่น ๆ ก็จะเกิดกลิ่นขึ้นมาได้ เช่น เมื่อรวมตัวกับไฮโดรเจน ก็จะเกิดแก๊สที่มีกลิ่นเหมือนไข่เน่า</p><p><br></p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>คุณสมบัติทางเคมี : เป็นผงของแข็งสีเหลืองนวลกลิ่นฉุนอ่อน ๆ จุดเดือด : 444 °C , จุดหลอมเหลว : 119 °C. ความคงตัวและการเกิดปฏิกิริยาเคมี : - สารที่เข้ากันไม่ได้ : สารออกซิไดซ์อย่างแรง</p><p><br></p><p>ประโยชน์จากกำมะถัน</p><p>ช่วยกำจัดสารพิษจากอาหารและสารระเหย เช่น แอลกอฮอล์ และควันบุหรี่ ช่วยล้างสารพิษในตับ มีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของสมองและระบบประสาท เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญ และการใช้ออกซิเจนในเซลล์ จึงช่วยให้เซลล์มีพลังงานและทำงานได้เป็นปกติ1</p><p><br></p><p>อันตรายจากกำมะถัน</p><p>สารกำมะถันนั้น ถือเป็นยาที่มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก และอาการค่อนข้างรุนแรง อาการที่ควรระวัง หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Sulfur ดังนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ห้ามใช้ยานี้โดยเด็ดขาด หากมีอาการระคายเคืองผิวหนัง ควรหยุดใช้ แล้วไปพบแพทย์ทันที</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3162909606/f23805df4932c6d3c5a1aa04dc2eda33/inbound7355286476798005569.png" />
         <pubDate>2024-12-12 03:59:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256674057</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไนโตรเจน (N) เลขอะตอม7 นส.บวรรัตน์ พงษ์ขันธ์ เลขที่7 4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256674771</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p>•เป็นก๊าซในธรรมชาติ</p><p>•จุดเดือด -195.8ํC</p><p>•จุดหลอมเหลว -210ํC</p><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>•เป็นธาตุที่มีความเสถียรสูงในรูปของก๊าซN2เนื่องจากพันธะสามระหว่างอะตอมไนโตรเจน</p><p>•ไม่ทำปฏิกิริยาเคมึกับธาตุอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะปกติ</p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p><strong>•</strong>ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ย(ในรูปแอมโมเนียเเละยูเรีย)</p><p>•ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสารเคมี</p><p>•ใช้ในการเก็บรักษาเช่นในโตรเจนเหลว</p><p>•ใช้ในการผลิตยาบางชนิด</p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>ไนโตรเจน ในตัวมันเองเป็นก๊าซเฉื่อยที่ไม่เป็นพิษเเละไม่มีอันตรายต่อร่างกายเมื่ออยู่ในสภาพธรรมชาติ เเต่บางกรณีหรือการใช้งานมีความเสื่อง เช่น</p><p>•อันตรายจากไนโตรเจนเหลว ไนโตรเจนเหลวมีอุณหภูมิต่ำมากและสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น การสัมผัสโดยตรง การระเหยของไนโตรเจนเหลว</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:00:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256674771</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิเทียม (Li) เลขอะตอม13  ธาตุกลุ่มโลหะแอลคาไลน.ส.สุภาพร กอมณี เลขที่15 ม.4/1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256681902</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ ลิเทียมบริสุทธิ์ เป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม และมีสีขาวเงิน ถูกออกซิไดซ์ (Oxidize) เร็วในอากาศและน้ำ ลิเทียมเป็นธาตุของแข็งที่เบาที่สุด และใช้มากในโลหะผสมสำหรับการนำความร้อนในแบตเตอรี่ไฟฟ้าและถ่านไฟฉายรวมถึงเป็นส่วนผสมในยาบางชนิดที่เรียกว่า “mood stabilizer”</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ประโยชน์ สามารถนำไปผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ (Rechargeable Battery) ซึ่งแบตเตอรี่เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า และสมาร์ทโฟน</p><p><br/></p><p>อันตรายอย่างไร?</p><p><br/></p><p>สารนี้ จะกัดกร่อน ตา หากรับประทานจะเกิดการกัดกร่อนทางเดินอาหาร หากหายใจได้รับ อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:09:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256681902</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คริปทอน (Kr) เลขอะตอม36 นางสาวจิตราภา ทาเพียรถุ เลขที่5 ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256726335</link>
         <description><![CDATA[<p>•สมบัติทางกายภาพ</p><p><strong>คริปทอน</strong>เป็นก๊าซเฉื่อยไม่มีสีมีเล็กน้อย<strong>ใน</strong>ธรรมชาติ สามารถแยกออกจากอากาศได้โดยอัดอากาศให้เป็นของเหลว ใช้บรรจุ<strong>ใน</strong>หลอดฟลูโอเรสเซนต์ <strong>คริปทอน</strong>เป็นแก๊สมีสกุลแต่ก็สามารถทำปฏิกิริยากับฟลูออรีนได้</p><p><br/></p><p>•ประโยชน์</p><p>ประโยชน์หลักในเชิงพาณิชย์ได้แก่ <strong>อุตสาหกรรมหลอดไฟ</strong> แก๊สนี้ใช้ควบคู่กับ Ar สำหรับหลอดเรืองแสง เพื่อเพิ่มความสว่างและประสิทธิภาพของหลอดไฟ ใช้ในหลอดแฟลชถ่ายรูปบางชนิด เพราะสามารถให้แสงสว่างมากในเวลาอันสั้น และใช้ควบคู่กับไนโตรเจนในหลอดไฟบางชนิด</p><p><br/></p><p>•อันตราย</p><p><strong>หากมีความเข้มข้นสูงในอากาศจะก่อให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการหมดสติหรือเสียชีวิต</strong></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3163068288/a7187d940a5d326fe6bfd4d25616b7f6/IMG_7366.jpeg" />
         <pubDate>2024-12-12 04:53:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256726335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ดีบุก(Sn)เลขอะตอม50 ธาตุโลหะหลังทรานซิชันน.ส.ณรรณพร ศรีสมุทร เลขที่6 4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256726420</link>
         <description><![CDATA[<p>Sn เลขอะตอม. 50. มวลอะตอม. 118.71</p><p>สมบัติกายภาพ:</p><p>การติดทนของสี : มี</p><p>ความต้านทานน้ำ : มี</p><p>ความแข็ง : มี</p><p>การนำความร้อน : มี</p><p>ความต้านทานรอยขีดข่วน : มี</p><p>ความใส : ไม่มี</p><p>การนำไฟฟ้า : มี</p><p>ความต้านทานรังสียูวี : ไม่มี</p><p>สมบัติทางเคมี:</p><p>ดีบุกเป็นโลหะที่ไม่ดี หลอมเหลวได้ง่าย ทนต่อการกัดกร่อน และถูกอ๊อกซิไดซ์ในอากาศได้ดี </p><p>ประโยชน์:</p><p>เป็นสินแร่โลหะดีบุกที่สำคัญ โลหะดีบุกใช้เคลือบโลหะอื่น เช่น เหล็ก ทองแดง และ ทองเหลือง แผ่นเหล็กชุบดีบุก (tin plate) มีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนของกรดอื่น ๆ และสารละลายอื่น ๆ ได้ ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย</p><p>อันตราย:</p><p>อาการ: ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่า เบื่ออาหาร อาหารบรรจุกระป๋องที่เคลือบด้วยดีบุก ซึ่งถูกสารเคมีในอาหารนั้น ทำปฏิกิริยากัดกร่อน ทำให้ละลายปนลงในอาหาร</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:53:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256726420</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรเดียม (Ra) เลข88นายกฤษฎา ศรีดาเรือง ม.4/3 เลขที่3สมบัติทางกายภาพ-เป็นธาตุโลหะที่ -มีสีขาวแวววาว -เรืองแสงได้เอง -มีกัมมันตรังสีสูง -และมีปริมาณน้อยประโยชน์มีคุณสมบัติที่สามารถสลายและยับยั้งเชื้อมะเร็งได้ด้วย วิธีการทำรังสีรักษา นอกจากนั้นยังใช้รักษาโรคผิวหนังบางชนิด และโรคเกี่ยวกับเนื้องอกได้อีกด้วย อันตรายก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคโลหิตจาง ต้อกระจก ฟันหัก มะเร็ง และการเสียชีวิต</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256729102</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:55:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256729102</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แคลเซียม (Ga) เลขที่อะตอม31  แคลเลียมอยู่ในตาราง ธาตุหมู 3A เป็นโลหะที่ไม่ดี น.ส.ปภัสสร ขันทะวัตร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256730235</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางเคมี</p><p>เป็นผงของแข็งสีขาวไม่มีกลิ่น จุดเดือด : , จุดหลอมเหลว : 45 °C. ความคงตัวและการเกิดปฏิกิริยาเคมี : -ความคงตัวทางเคมี สารนี้ไม่เสถียร เมื่อสัมผัสกับความร้อนจะทำให้สารนี้มีความร้อนเพิ่มขึ้นทำให้เกิดอันตรายได้</p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p>แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญ ประมาณร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน เพิ่มความหนาแน่นให้มวลกระดูก ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง ส่วนอีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือดมีบทบาทควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล การทำงานของระบบประสาท </p><p><br></p><p>อันตราย</p><p>หากกินแคลเซียมในปริมาณที่มากเกินไปจนเกิดการสะสม จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต หินปูนในเต้านม มะเร็งเต้านม หินปูนในหลอดเลือด และหลอดเลือดตีบตัน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:56:38 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256730235</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นส ณิชกาญ ไชยรัตน์ ม4/3 เลขที่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256730850</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>-สมบัติทางเคมี</strong></p><p>ก๊าซไฮโดรเจน<strong>มีการเผาไหม้ระหว่าง 4 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ จึงติดไฟได้ง่าย</strong> <strong>-286kJ/mol</strong> คือเอนทัลปีของการเผาไหม้สำหรับ H2 (ไฮโดรเจน) เมื่ออยู่ในส่วนผสมของคลอรีน ก๊าซไฮโดรเจนอาจระเบิดได้ ส่วนผสมของคลอรีนและก๊าซไฮโดรเจนอาจระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับแสงแดด ความร้อน หรือแม้แต่ประกายไฟ</p><p><strong>-สมบัติทางกายภาพ</strong></p><p><strong>เป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ภายใต้ความดัน</strong> <strong>อันตรายทางกายภาพ</strong> <strong>ส่วนผสมระหว่างแก๊สกับอากาศอาจกลายเป็นส่วนผสมที่มีคุณสมบัติระเบิดได้ แก๊สหนักกว่าอากาศอันตรายทางเคมี</strong></p><p><strong>-ประโยชน์</strong></p><ul><li><p>ไฮโดรเจน เป็นพลังงานที่สะอาด ปลอดภัยต่อคน และหยืนยุ่นในการใช้งาน</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในยานต์พาหนะ</p></li><li><p>ช่วยการไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า</p></li><li><p>เพื่อผลิตความร้อนและความเย็น</p></li><li><p>เป็นเชื้อเพลิงในการทำอาหาร</p></li><li><p>เป็นพลังงานสำรอง</p></li><li><p>สามารถกักเก็บและขนส่งในรูปแบบ ของเหลว หรือ ก๊าซ</p></li></ul><p><br></p><p><strong>-อันตราย</strong></p><p>ลอยตัว – <strong>ไฮโดรเจน</strong>เป็นก๊าซที่เบาที่สุด จะลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะบรรยากาศ สามารถสะสมที่เพดานได้ ติดไฟได้ – เมื่อผสมกับอากาศอาจทำให้เกิดเปลวไฟหรือระเบิดได้ เผาไหม้ด้วยเปลวไฟที่มองไม่เห็นและให้ความร้อนแผ่ออกมาเพียงเล็กน้อย อาจทำให้โลหะเปราะเนื่องจาก<strong>ไฮโดรเจน</strong> ส่งผลให้ส่วนประกอบเสียหายได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:57:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256730850</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ออกซิเจน (O) เลขอะตอม8 เป็นกลุ่มอโลหะ น.ส.ศิรินยา เกาะประทุม ม.4/3 เลขที่10</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732261</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ : สถานะเป็นแก๊ส ไร้สีไร้กลิ่นไร้รส</p><p>สมบัติทางเคมี : สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุต่างๆในอุณหภูมิปกติ</p><p>ประโยชน์ : ช่วยสร้างเอนไซม์หรือวิตามินให้กับร่างกาย ช่วยสร้างสิ่งมีชีวิต</p><p>อันตราย : หากได้รับออกซิเจนน้อย จะรู้สึกหายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว สับสน ปวดหัว แต่หากไม่ได้รับออกซิเจนก็มีอันตรายถึงชีวิต</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:58:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732261</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไนโตรเจน(N)เลขอะตอม7ธาตุกลุ่มอโลหะ น.ส.ณิชากร นามบุตร เลขที่11 ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732893</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัตรทางกายภาพ</p><p>เป็นอโลหะที่มีสถานะเป็นแก๊สที่มีอยู่ทั่วไป โดยปกติไม่มีสี กลิ่น หรือรส แต่ละโมเลกุลมี 2 อะตอม ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบของบรรยากาศ ของโลกถึง 78 เปอร์เซ็นต์ และเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในสิ่งมีชีวิต นอกจากนี้ไนโตรเจนยังเป็นส่วนประกอบในสารประกอบที่สำคัญหลายชนิด</p><p><br></p><p>สมบัตรทางเคมี</p><p>เมื่ออยู่ในรูปของแก๊สจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส โดยทั่วไปถือว่าเป็นก๊าซเฉื่อย ส่วนในรูปของของเหลว ไนโตรเจนจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสเช่นเดียวกัน และดูคล้ายกับน้ำ</p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p>จําเป็นสําหรับพืชเพราะเป็น ส่วนประกอบของโปรตีนและกรดนิวคลีอิกทุก ชนิด ดังนันจึงเป็นส่วนประกอบสําคัญของ โปรโตปลาสซึม ไนโตรเจน (N) เป็นธาตุอาหารทีสําคัญ สําหรับพืชมาก เพราะเป็นธาตุอาหารทีพืช ต้องการในปริมาณมาก ถ้าพืชขาดไนโตรเจน จะเกิดลักษณะใบสีเหลืองโดยเกิดทีใบแก่ก่อน การเจริญเติบโตหยุดชะงัก</p><p><br></p><p>อันตราย</p><p>อาจเกิดภาวะความไม่สมดุลของสัดส่วนก๊าซในอากาศ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศที่ใช้หายใจลดลง และเมื่อสูดดมหรือหายใจเอาก๊าซไนโตรเจนเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรือหมดสติจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:58:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732893</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซีเซียม(Cs) น.ส.ปัณฑิตาภรณ์ พิมพ์สมโภชน์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732997</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p><br></p><p>ธาตุซีเซียม (Caesium) เป็นธาตุอัลคาไลที่มีสมบัติทางกายภาพดังต่อไปนี้:</p><p>1. มีความไวต่อการกัดกร่อนจากอากาศและน้ำ</p><p>2. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำได้ดี</p><p>3. ใช้ในการผลิตนาฬิกาอะตอมและอุปกรณ์ตรวจวัดเวลา</p><p>4. ใช้ในการผลิตสารเคมีและยารักษาโรค</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>ธาตุซีเซียม (Caesium) มีสมบัติทางเคมีดังต่อไปนี้:</p><p><br></p><p>สมบัติเคมีหลัก</p><p><br></p><p>1. เป็นธาตุอัลคาไล (กลุ่ม 1) ในตารางธาตุ</p><p>2. มีเลขอะตอม 55 และมวลอะตอม 132.91 กรัม/โมล</p><p>3. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำได้ดี</p><p>4. มีความสามารถในการกัดกร่อนจากอากาศและน้ำ</p><p>5. มีความสามารถในการทำปฏิกิริยากับแฮโลเจนได้ดี</p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p><br></p><p>1. การสำรวจอวกาศ: ซีเซียมใช้ในการสำรวจอวกาศและตรวจวัดเวลา</p><p>2. การตรวจวัดสภาพแวดล้อม: ซีเซียมใช้ในการตรวจวัดสภาพแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม</p><p>3. การศึกษาและวิจัย: ซีเซียมใช้ในการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p><p><br></p><p>อันตราย</p><p><br></p><p>1. การระเบิด: ซีเซียมสามารถระเบิดได้เมื่อสัมผัสกับอากาศหรือน้ำ</p><p>2. การกัดกร่อน: ซีเซียมสามารถกัดกร่อนวัสดุได้</p><p>3. การเผาไหม้: ซีเซียมสามารถเผาไหม้ได้เมื่อสัมผัสกับออกซิเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:58:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256732997</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลิเทียม (Li) เลขอะตอม13  ธาตุกลุ่มโลหะแอลคาไล น.ส.วรัชยา ศรีสุระ 4/3 เลขที่17</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256734189</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ ลิเทียมบริสุทธิ์</strong> <strong>เป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม และมีสีขาวเงิน ถูกออกซิไดซ์ (Oxidize) เร็วในอากาศและน้ำ ลิเทียมเป็นธาตุของแข็งที่เบาที่สุด</strong> <strong>และใช้มากในโลหะผสมสำหรับการนำความร้อนในแบตเตอรี่ไฟฟ้าและถ่านไฟฉายรวมถึงเป็นส่วนผสมในยาบางชนิดที่เรียกว่า</strong> “mood stabilizer”</p><p><br/></p><p>ประโยชน์ <strong>สามารถนำไปผลิตแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้</strong> (Rechargeable Battery) <strong>ซึ่งแบตเตอรี่เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า</strong> <strong>จักรยานไฟฟ้า</strong> <strong>และสมาร์ทโฟน</strong></p><p><strong>อันตรายอย่างไร?</strong></p><p><strong>สารนี้ จะกัดกร่อน ตา หากรับประทานจะเกิดการกัดกร่อนทางเดินอาหาร หากหายใจได้รับ อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำ</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 04:59:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256734189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นีออน(Ne) เลขอะตอม10 น.ส.วิภาวดี สายสุพรรณ เลขที่9 4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256736145</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>คุณสมบัติทั่วไป เลขอะตอม มวลอะตอม 20.1797. ก๊าซมีตระกูล สี ไม่มีสี ไม่</p><p>คุณสมบัติกายภาพ สถานะ ก๊าซ ความหนาแน่น 0.0008999 g/cm. จุดหลอมเหลว 24.56 K | -248.59 °C | -415.46 °F. จุดเดือด 27.07 K | -246.08 °C | -410.94 °F. ความร้อนของการหลอมเหลว .</p><p>คุณสมบัติอะตอม รัศมีอะตอม 38 pm. 58 pm. - 21.5645 eV. 16.7 cm3/mol. 0.000493 W/cm·K.</p><p><strong>ประโยชน์</strong></p><p>การใช้ประโยชน์ของนีออนในเชิงพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดได้แก่ กลไกการทำให้เกิดแสงสว่าง และที่เราคุ้นเคยมากที่สุดคือหลอดนีออนที่ใช้เป็นไฟโฆษณา หลอดเรืองแสง (fluorescence lamp) หลอดนำแก๊ส (gaseous conduction lamp) ฯลฯ หลอดไฟที่บรรจุด้วยนีออนที่ความดันต่ำมาก (เพียงไม่กี่ mm Hg) ให้แสงส้มแดงที่สว่าง</p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>เวียนศีรษะ </p><p>เซื่องซึม </p><p>ปวดศีรษะ </p><p>การสำลักทำให้หายใจไม่ออก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 05:00:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256736145</guid>
      </item>
      <item>
         <title>(สมบัติทางเคมี) บวรศักดิ์  สุรสรณ์  ม4/3 เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256736659</link>
         <description><![CDATA[<p>เช่น การติดไฟ  การพุก่อน  การทําปฏกิริยานํ้า</p><p>การทําปฏิกิริยากับกรด  เบส  เป็นตัน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 05:01:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256736659</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาร์กอน (Ar) เลขอะตอม 18                 น .ส ปณิดา บรรณา ชั้น 4/3 เลขที่ 16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256739997</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>คุณสมบัติกายภาพ </p><p>อาร์กอนเป็นแก๊สเฉื่อยไม่มีสี ไม่เป็นพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส โดยปกติจะมีอยู่ในอากาศประมาณ 0.94% โดยปริมาตรอาร์กอนที่ใช้ในงานเชื่อมทั่วไปจะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.99% อาร์กอนชนิดนี้จะใช้งานเชื่อมประเภท TIG หรือใช้ผสมกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการเชื่อมแบบ MIG/MAG นอกจากนี้เรายังสามารถใช้อาร์กอนร่วมกับแก๊สไฮโดรเจน</p><p><br/></p><p>ประโยชน์</p><p>อาร์กอน (Ar) มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในหลายอุตสาหกรรม นิยมใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุดคือ ใช้เป็นก๊าซปกคลุมการเชื่อมอาร์ค (Arc welding) สามารถใช้แบบที่มีความบริสุทธิ์เข้มข้นสูงหรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของสารผสมต่าง ๆ ได้ อาร์กอน (Ar) เป็นหนึ่งในก๊าซหลักที่ใช้ในการเติมสารผสมสำหรับหลอดไส้ หลอดฟอสฟอเรสเซนต์และหลอดวิทยุ</p><p><br/></p><p>อันตราย</p><p>อาร์กอนอยู่ที่การแทนที่ออกซิเจน ทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในที่ที่มีอาร์กอนเข้มข้นสูง </p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 05:04:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256739997</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คลอรีน(Cl)17 น.ส.ศศินภา เพ็งกระโทก เลขที่21 ม.4/3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256744319</link>
         <description><![CDATA[<p>คุณสมบัติทางเคมี/กายภาพของคลอรีนได้แก่:</p><p>• คลอรีนเป็นก๊าซสีเหลืองเขียวที่อุณหภูมิห้อง</p><p>• คลอรีนมีกลิ่นฉุนและระคายเคืองคล้ายกับสารฟอกขาวที่ตรวจพบได้ที่ความเข้มข้นต่ำ</p><p>• ความหนาแน่นของก๊าซ Chlorine มีมากกว่าอากาศประมาณ 2.5 เท่า ซึ่งจะทำให้ในตอนแรกยังคงอยู่ใกล้พื้นดินในบริเวณที่มีการเคลื่อนที่ของอากาศน้อย</p><p>• คลอรีนไม่ติดไฟ แต่อาจทำปฏิกิริยาระเบิดหรือสร้างสารประกอบที่ระเบิดได้กับสารทั่วไปหลายชนิด (รวมถึงอะเซทิลีน อีเธอร์ น้ำมันสน แอมโมเนีย ก๊าซธรรมชาติ ไฮโดรเจน และโลหะที่แตกละเอียด)</p><p>• คลอรีนละลายน้ำได้เล็กน้อยและทำปฏิกิริยากับความชื้นเพื่อสร้างกรดไฮโปคลอรัส (HClO) และกรดไฮโดรคลอริก (HCl)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p>คลอรีนมีประโยชน์ดังนี้ ใช้ฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ใน น้ำดื่ม และน้ำในสระว่ายน้ำ ใช้ในอุตสาหกรรมผลิต กระดาษ ทำยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ทำสีผสมอาหาร ยาฆ่าแมลง สี ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม พลาสติก เวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมเท็กไทล์ ฯลฯ</p><p><br></p><p>อันตราย</p><p>อาจเสียชีวิตได้หากหายใจสารนี้เข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้รุนแรงและทำลายตา อาจเป็นสาเหตุ ระคายเคืองทางเดินหายใจ อาจเป็นสาเหตุทำลายปอดตลอดการได้รับสัมผัสสารหรือได้รับสัมผัสสารซ้ำ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 05:07:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256744319</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไนโตรเจน (N) เลขอะตอม7 น.ส เพ็ญพิชชา คำปริญา ม4/4 25</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256861061</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><ul><li><p>﻿เป็นก๊าซในธรรมชาติ</p></li><li><p>﻿จุดเดือด -195.8: C</p></li><li><p>﻿จุดหลอมเหลว -210°C</p></li></ul><p>สมบัติทางเคมี</p><ul><li><p>﻿เป็นธาตุที่มีความเสถียรสูงในรูปของก๊าซN2เนื่องจาก พันธะสามระหว่างอะตอมไนโตรเจน</p></li><li><p>﻿﻿ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับธาตุอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะปกติ</p></li></ul><p>ประโยชน์</p><ul><li><p>﻿﻿ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ย(ในรูปแอม โมเนียและยูเรีย)</p></li><li><p>﻿﻿ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสารเคมี</p></li><li><p>﻿﻿ใช้ในการเก็บรักษาเช่นในโตรเจนเหลว</p></li><li><p>﻿﻿ใช้ในการผลิตยาบางชนิด</p></li></ul><p>อันตราย</p><p>ไนโตรเจน ในตัวมันเองเป็นก๊าซเฉื่อยที่ไม่เป็นพิษและไม่มีอันตรายต่อร่างกายเมื่ออยู่ในสภาพธรรมชาติ แต่บางกรณีหรือการใช้งานมีความเสื่อง เช่น</p><p>•อันตรายจากไน โตรเจนเหลว ไน โตรเจนเหลวมี</p><p>อุณหภูมิต่ำมากและสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น การสัมผัสโดยตรง การระเหยของ</p><p>ไน โตรเจนเหลว</p><p>•</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:01:47 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256861061</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณัฐวุฒิ คำพะทา เลขที่7 ม.4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256862575</link>
         <description><![CDATA[<p>ฟอสฟอรัส</p><p>(Phosphorus) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ P และเลขอะตอม 15 ในตารางธาตุ ฟอสฟอรัสเป็นธาตุที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตและมักพบในรูปของสารประกอบ เช่น ฟอสเฟต (PO₄³⁻) ในกระดูกและเซลล์สิ่งมีชีวิต รวมถึงในปุ๋ยเคมีและสารเคมีอื่น ๆ</p><p>ฟอสฟอรัสมีอยู่ในหลายรูปแบบที่สำคัญ เช่น:</p><p>1. ฟอสฟอรัสขาว - มีความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาและเป็นพิษสูง</p><p>2. ฟอสฟอรัสแดง - เสถียรและปลอดภัยกว่า ใช้ในหัวไม้ขีดไฟ</p><p>3. ฟอสฟอรัสดำ - มีโครงสร้างคล้ายกราไฟต์</p><p>ฟอสฟอรัสมีความสำคัญในวงจรชีวิต เช่น การสังเคราะห์ DNA, RNA, และ ATP ซึ่งเป็นพลังงานของเซลล์ และยังใช้ในอุตสาหกรรมเคมี เช่น ผลิตกรดฟอสฟอริกสำหรับเครื่องดื่มและปุ๋ยเคมี</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3163456962/00424896d9cce6364f3eef577d0546c6/inbound961690993735643890.jpg" />
         <pubDate>2024-12-12 07:03:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256862575</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ไนโตรเจน(N)เลขอะตอม7 น.สศิริวิภา มูลวัน 4/4 เลขที่20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256865409</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>•เป็นก๊าซในธรรมชาติ</p><p>•จุดเดือด -195.8: C</p><p>•จุดหลอมเหลว -210°C</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>•เป็นธาตุที่มีความเสถียรสูงในรูปของก๊าซN2เนื่องจาก พันธะสามระหว่างอะตอมไนโตรเจน</p><p>• ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับธาตุอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะปกติ</p><p>ประโยชน์</p><p>• ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ย(ในรูปแอม โมเนียและยูเรีย)</p><p>• ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสารเคมี</p><p>• ใช้ในการเก็บรักษาเช่นในโตรเจนเหลว</p><p>• ใช้ในการผลิตยาบางชนิด</p><p>อันตราย</p><p>ไนโตรเจน ในตัวมันเองเป็นก๊าซเฉื่อยที่ไม่เป็นพิษและไม่มีอันตรายต่อร่างกายเมื่ออยู่ในสภาพธรรมชาติ แต่บางกรณีหรือการใช้งานมีความเสื่อง เช่น</p><p>•อันตรายจากไน โตรเจนเหลว ไน โตรเจนเหลวมี</p><p>อุณหภูมิต่ำมากและสามารถทำให้เกิดความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น การสัมผัสโดยตรง การระเหยของ</p><p>ไน โตรเจนเหลว</p><p>•</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:06:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256865409</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชยังกูร วงมาเกษ เลขที่11 ชั้น 4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256866167</link>
         <description><![CDATA[<p>คำว่า "Db ดับเนียม" ที่คุณกล่าวถึงอาจจะหมายถึง "ดับเบิลบี" หรือ "dB" (decibel) ซึ่งเป็นหน่วยวัดระดับเสียง หรือการวัดความแรงของสัญญาณในระบบต่าง ๆ เช่น เสียงหรือสัญญาณไฟฟ้า ถ้าหมายถึงสิ่งนี้ สามารถอธิบายได้ดังนี้:</p><p><br/></p><p>dB (เดซิเบล) คือหน่วยที่ใช้วัดระดับเสียงหรือการเปลี่ยนแปลงของความเข้มของสัญญาณ เช่น เสียง, การสะท้อน, หรือการสั่นสะเทือน โดยมักจะใช้ในการวัดความดังของเสียงหรือระดับสัญญาณในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์</p><p><br/></p><p><br/></p><p>ถ้าคุณหมายถึงคำอื่นที่แตกต่างจากนี้ กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่ฉันจะสามารถช่วยตอบได้ตรงจุดมากขึ้</p><p>นค่ะ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:07:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256866167</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ทองแดง (Cu) พีระพงศ์ เกษแก้ว เลขที่6 ม.4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256867779</link>
         <description><![CDATA[<p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>มีสีน้ำตาลแดงเป็นโลหะที่ค่อนข้างอ่อน นำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางชีวภาพ</p><p>สูตรเคมี Cu ละลายในกรดเกลือหรือกรดดินประสิวจะให้สารละลายสีเขียว ถ้าเติมแอมโมเนียมเข้าไปมากๆ สารละลายจะเป็นสีน้ำเงิน</p><p><br/></p><p>ประโยชน์</p><p>ทองแดงเป็นโลหะพื้นฐานชนิดหนึ่งที่มีความสําคัญและใช้มากในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด ใช้ทําอาวุธยุทธภัณฑ์ เหรียญกษาปณ์ และเหรียญตราต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้เป็นองค์ประกอบสําคัญในโลหะผสมหลายชนิด เช่น ผสมกับดีบุกเรียกว่า “บรอนซ์หรือสัมฤทธิ์” ถ้าผสมกับสังกะสีเรียกว่า “ทองเหลือง ซึ่งใช้ทำเครื่องใช้มาแต่โบราณกาล โลหะผสมของทองแดง นิกเกิล และสังกะสีเรียกว่า “เงินนิกเกิลหรือเงินเยอรมัน ใช้แทนโลหะเงินในการทําเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ช้อน ส้อม ทําเครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทันตกรรม นอกจากนี้แร่ทองแดงที่มีสีสันและลวดลายสวยงามก็ยังนํามาใช้ทําเป็นเครื่องประดับได้อีกด้วย</p><p><br/></p><p>อันตราย</p><p>หากร่างกายได้รับ<strong>ทองแดง</strong>ในปริมาณมาก และเกินความต้องการ<strong>ของ</strong>ร่างกาย <strong>ทองแดง</strong>จะก่อความเป็นพิษขึ้น ได้แก่ ทำให้เกิดอาการคลื่นเหียนอาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เกิดการอักเสบ<strong>ของ</strong>เนื้อเยื่อในช่องท้อง และกล้ามเนื้อ เลือดออกในกระเพาะ เกิดโรคโลหิตจาง หัวใจทำงานผิดปกติ ภูมิคุ้มกันร่างกายเสื่อม และเกิดความผิดปกติทางจิต</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:09:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256867779</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868023</link>
         <description><![CDATA[<p>บิทมัส(Bi)เลขอะตอม83น.ส. อาภรณ์ ศรีสุข</p><p>ม.4/4 เลขที่ 21</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>-บิสมัทเป็นโลหะสีขาว ผลึกเปราะ มีสีชมพูอ่อนๆ แสดง ด้วยสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Bi และมีเลขอะตอม 83</p><p>ลักษณะเด่นของธาตุนี้คือคุณสมบัติไดอะแมกเนติก ซึ่ง</p><p>สูงที่สุด ในบรรดาโลหะ บิสมัทมีค่าความต้านทานไฟฟ้า สูงและมีค่าการนำความร้อนต่ำมาก จัดอยู่ในกลุ่ม p-block คาบที่ 6 ของตารางธาตุ</p><p>*สมบัติทางกายภาพ*</p><p>-เป็นโลหะที่แข็ง เปราะ มันวาว และมีลักษณะเป็นผลึกหยาบ สามารถแยกแยะจากโลหะอื่น ๆ ได้จากสีของมัน ซึ่งก็คือสีเทาอมขาวและมีสีแดงจาง ๆ</p><p>ประโยชน์</p><p>-ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดปัญหาในกระเพาะอาหาร เช่น ท้องเสียและแผล ในกระเพาะอาหาร เกลือ บิสมัทยังทำหน้าที่เป็นยาลดกรดเพื่อรักษาปัญหาต่างๆเช่น อาหารไม่ย่อย บิสมัทยังอาจ เร่ง การแข็งตัวของเลือดอีกด้วย</p><p>*อันตราย*</p><p>-การรับประทานบิสมัทในปริมาณมากสามารถเพิ่ม</p><p>ความเสี่ยงต่ออาการไตวาย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:09:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868023</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.อภิชญา ยืนยาว ม.4/4 เลขที่ 18</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868265</link>
         <description><![CDATA[<p>แมกนีเซียม (Mg) เลขอะตอม13 ธาตุกลุ่ม</p><p>โลหะแอลคาไลน์เอิร์ธ </p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>เป็นโลหะของแข็งสีเงินไม่มีกลิ่น จุดเดือด : 1450 °C, จุดหลอมเหลว : 123 °C</p><p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>เป็นของแข็งมีมวลอะตอม 24.305 Da มี</p><p>ความถ่วงจำเพาะที่ 20 oC เป็น 1.738 และมีจุดหลอมเหลวที่ 648.8 oC จุดเดือดที่ 1090 oC</p><p>ประโยชน์</p><p>ช่วยต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า</p><p>ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดดี</p><p>ช่วยทำงานของหัวใจ</p><p>ช่วยต้านการอักเสบ</p><p>ช่วยบำรุงกระดูก</p><p>อันตราย</p><p>ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ความดันโลหิตต่ำกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอ่อนเพลีย หากได้รับในปริมาณที่สูงมากอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะหากได้รับการฉีดเข้าเส้นเลือด</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:09:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868265</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส. ป่าน พรมสติ เลขที่22 4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868345</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>คุณสมบัติทั่วไป เลขอะตอม มวลอะตอม 12.0107. อโลหะ สี สีดำ ไม่</p><p>คุณสมบัติกายภาพ สถานะ แข็ง ความหนาแน่น 2.267 g/cm. จุดหลอมเหลว 3948.15 K | 3675 °C | 6647 °F. จุดเดือด 4300.15 K | 4027 °C | 7280.6 °F. ...</p><p>คุณสมบัติอะตอม รัศมีอะตอม 67 pm. 77 pm. 2.55 (พอลิงสเกล) 11.2603 eV. 5.31 cm3/mol. 1.29 W/cm·K. -4, -3, -2, -1, 1, 2, 3, 4.</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>คาร์บอน (อังกฤษ: Carbon) เป็นธาตุในตารางธาตุที่มีสัญลักษณ์ C และเลขอะตอม 6 เป็นธาตุอโลหะที่มีอยู่มาก มีวาเลนซ์ 4 และมีหลายอัญรูป: เพชร โครงสร้างยึดเหนี่ยว: 4 อิเล็กตรอนใน sp3–orbital แบบ 3 มิติ แกรไฟต์ (หนึ่งในสารที่อ่อนที่สุด) โครงสร้างยึดเหนี่ยว: 3 อิเล็กตรอนใน sp2–orbital 2 มิติ และ 1 อิเล็กตรอนใน p-orbital.</p><p>ประโยชน์</p><p>คาร์บอนมีบทบาทสำคัญมากต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเรา พืชดูด CO2 จากอากาศและใช้น้ำสังเคราะห์คาร์บอไฮเดรตในกระบวนการสังเคราะห์แสง (photosynthesis) สัตว์รับประทานคาร์บอไฮเดรตแล้วปล่อย CO2 กลับเข้าไปในอากาศโดยการหายใจ การขับถ่าย การหมัก และการเน่าเปื่อยของซากสัตว์โดยแบคทีเรีย กระบวนการนี้หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ </p><p>อันตราย</p><p>เกิดอาการ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หมดสติ ชัก โคม่า และเสียชีวิตในที่สุด</p><p>ธาตุคาร์บอน</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:10:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868345</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ฮีเลียม พรนัชชา ชิวหะ เลขที่23 ชั้น ม.4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868833</link>
         <description><![CDATA[<p>ฮีเลียม (Helium)</p><p><br></p><p>ฮีเลียม (He) เป็นธาตุในหมู่ 18 (ก๊าซเฉื่อย) ของตารางธาตุ มีสมบัติที่น่าสนใจทั้งทางกายภาพและทางเคมี ดังนี้:</p><p><br></p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>สมบัติส่วนตัว</p><p><br></p><p>1. สถานะ:</p><p><br></p><p>เป็นก๊าซไร้สี ไร้กลิ่น ไร้รส</p><p><br></p><p>มีความหนาแน่นต่ำและไม่ติดไฟ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>2. จุดเดือดและจุดหลอมเหลว:</p><p><br></p><p>จุดเดือด: −268.93 °C (ใกล้ศูนย์เคลวิน)</p><p><br></p><p>จุดหลอมเหลว: −272.2 °C (เฉพาะภายใต้ความดันสูง)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>3. ความหนาแน่น:</p><p><br></p><p>หนาแน่นน้อยกว่าอากาศ ทำให้สามารถลอยตัวได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>4. การนำความร้อน:</p><p><br></p><p>เป็นตัวนำความร้อนที่ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>5. สถานะทางเคมี:</p><p><br></p><p>ไม่ทำปฏิกิริยากับธาตุหรือสารอื่นภายใต้สภาวะปกติ</p><p><br></p><p>ไม่เป็นพิษและไม่มีความสามารถในการระเบิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>สมบัติทางเคมี</p><p><br></p><p>ฮีเลียมเป็นธาตุเฉื่อย ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอื่น ๆ เนื่องจากมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนสมบูรณ์ในชั้นนอกสุด (2 อิเล็กตรอนในชั้นพลังงานแรก)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>ประโยชน์</p><p><br></p><p>1. อุตสาหกรรม:</p><p><br></p><p>ใช้เติมในบอลลูนและเรือเหาะเพื่อลอยตัวแทนการใช้ไฮโดรเจน</p><p><br></p><p>ใช้ในกระบวนการเชื่อมโลหะ (welding) เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>2. การแพทย์:</p><p><br></p><p>ใช้ในเครื่อง MRI เพื่อหล่อเย็นแม่เหล็กเหนือธรรมชาติ</p><p><br></p><p>ใช้ในถังอากาศของนักดำน้ำลึก (ผสมกับออกซิเจน) เพื่อลดความเสี่ยงของอาการเบนด์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>3. งานวิจัยและวิทยาศาสตร์:</p><p><br></p><p>ใช้ในห้องทดลองสำหรับการทดลองที่ต้องการอุณหภูมิต่ำมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>4. เทคโนโลยีอวกาศ:</p><p><br></p><p>ใช้เติมในถังเชื้อเพลิงของจรวดเพื่อป้องกันการหดตัวของเชื้อเพลิงเหลว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>อันตราย</p><p><br></p><p>1. ความเสี่ยงต่อการขาดออกซิเจน:</p><p><br></p><p>หากหายใจเฉพาะฮีเลียม จะทำให้เกิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:10:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256868833</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อลูมิเนียม ชื่อวัณณุวรรธน์ เซี่ยงหลิว 4/4 เลข13</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256869928</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>คุณสมบัติของอลูมิเนียมคือ แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา ความหนาแน่นน้อย ยืดตัวได้ง่ายมีความเหนียวมาก ทนทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อนในบรรยากาศ การใช้งานทั่วไปได้ดีมาก มีความสามารถในการสะท้อนแสงสูง ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ มีค่าการนำความร้อนสูง และนำไฟฟ้าได้ดี</p><p><br/></p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>อะลูมิเนียม (อังกฤษ: aluminum) คือธาตุเคมีในตารางธาตุที่มีสัญลักษณ์ AI และมีเลขอะตอม 13 เป็นโลหะที่มันวาวและอ่อนดัดง่าย ในธรรมชาติอะลูมิเนียมพบในรูปแร่บอกไซต์เป็นหลัก และมีคุณสมบัติเด่น คือ ต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดี (อิงจากปรากฏการณ์ passivation) แข็งแรง และน้ำหนักเบา</p><p><br/></p><p>ประโยชน์ของธาตุ</p><p>อลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนและทนต่อความร้อนได้ดี ไม่เกิดสนิม และทำปฏิกิริยากับอาหารหรือสารเคมีต่างๆได้ยาก</p><p><br/></p><p>ความอันตรายจากการใช้ธาตุ</p><p>1. กระดูกบาง แตกหักง่าย 2. กล้ามเนื้อแขนขาลีบ ติดเชื้อง่าย 3. ไตและอวัยวะอื่น ๆ ถูกทำลาย 4. การทำงานของหัวใจผิดปกติอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตด้วยภาวะหัวใ จล้มเหลว 5. เกิดความผิดปกติของระบบประสาท เช่น สั่นเกร็ง กระตุก ชัก สูญเสียการรับรู้ ความจำเสื่อม สมาธิสั้น แล้วเราจะทำยังไงเพื่อหลีกเลี่ยงพิษโลหะหนักจากอลูมิเนียมห รือขับพิษ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:11:49 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256869928</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาณุพงศ์ คำกระจาย เลขที่ 1 m4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870220</link>
         <description><![CDATA[<p>ออกซิเจน(O) อะตอม 16 เป็นกลุ่ม อโลหะ</p><p>สมบัติทางกายภาพ</p><p><br/></p><p>สถานะที่เป็นแก๊ส ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่ถ้าอยุ่ในสถานะที่เป็นของเหลวจะมีสีน้า ทะเลอ่อน</p><p><br/></p><p>สมบัติทางเคมี</p><p><br/></p><p>ธาตุที่สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุต่างๆ ปานกลางในอุณหภูมิปกติ และจะมีปฏิกิริยามาขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น</p><p><br/></p><p>ประโยชน์</p><p><br/></p><p>ช่วยในการรักษาเซลล์ เช่น เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ตับ เซลล์สมอง ให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ ออกซิเจน (Oxygen) มีส่วนสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่สังเคราะห์เอนไซม์หรือวิตามินให้กับร่างกาย ออกซิเจนทำหน้าที่ในการมอบความสดชื่นให้กับร่างกาย</p><p><br/></p><p>อันตราย</p><p><br/></p><p>ถ้าออกซิเจนต่ำจะ รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจลำบากขึ้น หายใจถี่ขึ้น ไอ หัวใจเต้นเร็วขึ้น การรับรู้ตัวลดลง สับสน มึนงง ซึม วิงเวียน ปวดศีรษะเนื่องจากหลอดเลือดสมองขยายตัว</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:12:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870220</guid>
      </item>
      <item>
         <title>น.ส.เยาวเรศ เสงี่ยมจันทร์ เลขที่27 4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870512</link>
         <description><![CDATA[<p>แคลเซียม (Ca) เลขที่อะตอม31 แคลเลียมอยู่ในตาราง ธาตุหมู 3A เป็นโลหะที่ไม่ดี</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>เป็นผงของแข็งสีขาวไม่มีกลิ่น จุดเดือด :, จุดหลอมเหลว : 45 °C. ความคงตัวและการเกิด</p><p>ปฏิกิริยาเคมี : -ความคงตัวทางเคมี สารนี้ไม่เสถียร เมื่อ สัมผัสกับความร้อนจะทำให้สารนี้มีความร้อนเพิ่มขึ้นทำให้เกิดอันตรายได้</p><p>ประโยชน์</p><p>แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญ ประมาณร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน เพิ่ม</p><p>ความหนาแน่นให้มวลกระดูก ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง ส่วนอีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือดมีบทบาทควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล การทำงานของระบบประสาท</p><p>อันตราย</p><p>หากกินแคลเซียมในปริมาณที่มากเกินไปจนเกิดการสะสม จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต หินปูนในเต้านม มะเร็งเต้านม หินปูนในหลอดเลือด และหลอด</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:12:26 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870512</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สังกะสี(Zn)เลขอะตอม30ธาตุทรานชิชั่น น.ส.สุพิญญา  ผิวงาม ม.4/4 เลขที่24</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870670</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p><strong># สมบัติกายภาพ</strong></p><p>1. สังกะสีเป็นโลหะมีค่าความหนาแน่น 7.1 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร</p><p>2. มีจุดหลอมเหลวที่ 419.53 องศาเซลเซียส</p><p>3. มีจุดเดือดที่ 907 องศาเซลเซียส</p><p>4. มีสีเทาเงินหรือสีขาวเงิน</p><p>5. มีความแข็งแรงปานกลาง</p><p>6. สามารถตัดหรือหลอมได้ง่าย</p><p><br/></p><p> <strong># สมบัติทางเคมี</strong></p><p>1. สังกะสีเป็นโลหะที่ทำปฏิกิริยากับกรดและเบสได้ง่าย</p><p>2. ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้โดยการเกิดสังกะสีออกไซด์ (ZnO)</p><p>3. ทำปฏิกิริยากับน้ำได้โดยการเกิดสังกะสีไฮดรอกไซด์ (Zn(OH)2)</p><p>4. สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอื่นๆ ได้ เช่น การเกิดสังกะสีคาร์บอเนต (ZnCO3)</p><p>5. มีค่าความเป็นออกซิเดชัน +2 ในสารประกอบส่วนใหญ่</p><p>6. สามารถเกิดสารประกอบกับธาตุอื่นๆ เช่น สังกะสีสัลเฟต (ZnSO4), สังกะสีคลอไรด์ (ZnCl2)</p><p><br/></p><p><strong># ประโยชน์</strong></p><p>1. การผลิตโลหะผสม เช่น เหล็กกล้าและทองแดง</p><p>2. การผลิตแบตเตอรี่</p><p>3. การผลิตสารเคมี</p><p>4. การใช้เป็นสารต้านการกัดกร่อน</p><p>5. การใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและเครื่องใช้ในบ้าน</p><p>  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong># เป็นอันตราย</strong></p><p>1. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดการเป็นพิษได้หากบริโภคในปริมาณมาก</p><p>2. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและตาได้</p><p>3. สังกะสีสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ปัญหาการหายใจและปัญหาทางเดินอาหารได้หากสูดดมหรือบริโภคในปริมาณมาก.</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:12:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256870670</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อดิสรณ์ แก้วนิล เลขที่ 9 ชั้น4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256871061</link>
         <description><![CDATA[<p>คลอรีน (Chlorine) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ Cl และเลขอะตอม 17 ในตารางธาตุ คลอรีนเป็นก๊าซสีเขียวอมเหลือง มีกลิ่นฉุน และมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง พบมากในรูปของสารประกอบ เช่น เกลือแกง (NaCl) หรือในน้ำทะเล</p><p><br/></p><p>คุณสมบัติ</p><p><br/></p><p>สถานะปกติ: ก๊าซ</p><p><br/></p><p>สี: เขียวอมเหลือง</p><p><br/></p><p>กลิ่น: ฉุน</p><p><br/></p><p>ความหนาแน่น: หนาแน่นกว่อากาศ</p><p><br/></p><p>ละลายน้ำ: ละลายได้ในน้ำและสร้างกรดไฮโปคลอรัส (HClO)</p><p><br/></p><p><br/></p><p>การใช้งาน</p><p><br/></p><p>1. ฆ่าเชื้อโรค: ใส่ในน้ำประปาหรือน้ำสระว่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ</p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. สารฟอกขาว: ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษและสิ่งทอ</p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. สารเคมี: ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติก เช่น PVC</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>อันตราย</p><p><br/></p><p>คลอรีนเป็นสารพิษที่สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ผิวหนัง และตา หากสูดดมในปริมาณมาก อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวัง</p><p><br/></p><p>คุณอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลอรีนในด้านใดหรือเปล่าคะ?</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:13:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256871061</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย ชยังกูร วงมาเกษ เลขที่11 ชั้น 4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256871550</link>
         <description><![CDATA[<p>ลิเทียม (Lithium) คือ ธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ Li และหมายเลขอะตอม 3 เป็นโลหะอ่อนที่มีสีเงินขาวและเบาที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด มันเป็นธาตุที่มีปฏิกิริยาทางเคมีสูง โดยเฉพาะกับน้ำ และอากาศ จึงต้องเก็บในที่แห้งและปิดสนิท</p><p><br/></p><p>ลิเทียมมักใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น:</p><p><br/></p><p>1. แบตเตอรี่ลิเทียม: ลิเทียมเป็นส่วนสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป และรถยนต์ไฟฟ้า</p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. การแพทย์: ลิเทียมยังใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางจิต เช่น โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)</p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. สารเคมี: ใช้ในการผลิตกระจกทนความร้อนและเซรามิก รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางเคมีอื่นๆ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ลิเทียมมีความสำคัญในหลายด้าน เนื่องจากคุณสมบัติที่พิเศษในการจัดเก็บพลังงานและใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการ</p><p>ประสิทธิภาพสูง</p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/3163514543/01c340d6d14f8cc52f4c436889ff269f/inbound8333636500363558720.jpg" />
         <pubDate>2024-12-12 07:13:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256871550</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ชื่อนาย ธีรภัทร กรงาม เลขที่2 ม.4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256872075</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>อะลูมิเนียม (AI) เลขอะตอม 13 ธาตุเรพพรี</p><p>เซนเททีพ (ตัวอย่าง)</p><p>สมบัติทางกายภาพ</p><p>เป็นของแข็ง สีเทาเงิน มีความหนาแน่ต่เหนียวและแข็ง ดัดโค้งงอได้ ทุบให้เป็นแผ่นหรือดึงให้เป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี</p><p>สมบัติทางเคมี</p><p>เกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างรวดเร็วได้เป็น</p><p>สารประกอบออกไซด์ของอะลูมิเนียม</p><p>ประโยชน์</p><p>ใช้ทำอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องครัว ของใช้ในบ้าน ห่ออาหาร ทำโลหะเจือที่ใช้เป็นชิ้นส่วนประกอบของ</p><p>เครื่องบิน เรือ รถไฟ รถยนต์</p><p>อันตราย</p><p>อะลูมิเนียมสามารถสะสมอยู่ในร่างกาย และสารประกอบของอะลูมิเนียมบางชนิดเป็นพิษ ต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:14:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256872075</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รูบิเดียม (Rb) เลขอะตอม37 ธาตุ โลหะแอลคาไล ศิริวิภา มูลวัน 4/4 20</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256872709</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p>1สมบัติทางกายภาพ</p><p>สถานะ แข็ง ความหนาแน่น 1.532 g/cm.</p><p>จุดหลอมเหลว 312.46 K | 39.31 °C | 102.76 °F.</p><p>จุดเดือด 961.15 K | 688 °C | 1270.4 °F</p><p>2สมบัติทางเคมีของรูบิเดียม (Rubidium)</p><p>รูบิเดียมเป็นธาตุในกลุ่ม อัลคาไล (alkali metal) ที่มี</p><p>สมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกับ โพแทสเซียมและซีเซียม แต่มีความว่องไวมากกว่า โพแทสเซียม เนื่องจากมีพลังงาน</p><p>ไอออไนเซชันต่ำกว่า</p><p>3ประโยชน์ของรูบิเดียม</p><p>รูบิเดียมกลายเป็นแก๊สชนิดแรกที่อยู่ในสถานะโยส-ไอน์สไตน์ แต่มันยังมีประโยชน์ในงานวิจัยด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การใช้ทำนาฬิกาอะตอม (ซึ่งจะเล่าให้ฟังอีกครั้งตอนกล่าวถึงธาตุซีเซียม) อีกทั้งรูบิเดียม-82 ยังใช้ในการทำ PET Scan ซึ่ง ใช้สำหรับตรวจเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย</p><p>4อันตราย</p><p>ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ารูบิเดียมเป็นพิษต่อมนุษย์ แต่เนื่องจากธาตุนี้ไวต่ออากาศและน้ำมาก เวลาใช้จึงต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก ต้องเก็บรักษาไว้ในเคโรซีนหรือน้ำมันที่คล้ายคลึงกันอย่างอื่น นอกจากนี้แล้วยัง ต้องหลีกเลี่ยงการให้โลหะนี้มาสัมผัสกับผิวหนัง เพราะ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:14:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256872709</guid>
      </item>
      <item>
         <title>แบเรียม(Ba)เมธัส มีศรี เลขที่4 4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256876028</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ</p><p><strong>เป็นธาตุโลหะแอลคาไลน์เอิร์ทมีลักษณะเป็นสีเงินอ่อนนุ่มหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูง</strong></p><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><p>ปฏิกิริยาไม่น้อยไปกว่าโลหะอัลคาไลน์ เช่น โซเดียม หรือโพแทสเซียม เมื่อถูกความร้อน<strong>ใน</strong>อากาศ โลหะอาจติดไฟได้ และเมื่อสัมผัสกับออกซิเจน โลหะอาจเกิดการออกซิไดซ์เป็น<strong>แบเรียม</strong>ออกไซด์ BaO (<strong>ใน</strong>อากาศ <strong>แบเรียม</strong>ไนไตรด์ Ba₃N₂ ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน</p><p>ประโยชน์</p><p><strong>ใช้ในการทำของเหลวสำหรับขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ นอกจากนี้ยังใช้ในการทำสีและการผลิตแก้ว</strong></p><p><strong>อันตราย</strong></p><p>การได้รับสาร<strong>แบเรียม</strong>หรือสาร<strong>แบเรียม</strong>ที่ละลายน้ำได้<strong>ใน</strong>ระดับสูงอาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียม<strong>ใน</strong>เลือดต่ำ (ระดับโพแทสเซียม<strong>ใน</strong>เลือดลดลง) ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงและ/หรือความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอัมพาตได้ (ATSDR 2005; HSDB 2007a, 2007b) อาจเกิดอาการช็อกได้หลังจากถูกวางยาพิษอย่างรุนแรง (HSDB,</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:18:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256876028</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โบรอน (B) สิรพัฒน์ ขวัญนู เลขที่14 ชั้น4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256876196</link>
         <description><![CDATA[<p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p>ของแข็ง สีน้ำตาลดำ</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางเคมี</p><p>โบรอนบริสุทธิ์เป็นของแข็งที่มีจุดเดือดจุดหลอมเหลวสูง แข็งและเปราะ เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B0">ธาตุกึ่งโลหะ</a>ที่มีคุณสมบัติอยู่ระหว่างธาตุโลหะและ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B0">ธาตุอโลหะ</a></p><p><br/></p><p>ประโยชน์</p><ol><li><p>ใช้ทำโลหะเจือสำหรับการใช้งานพิเศษ</p></li><li><p>เป็นตัวดูดนิวตรอนในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์</p></li><li><p>เส้นใยของโบรอนใช้ผสมกับโลหะ ทำให้โลหะมีความเหนียวขึ้น</p></li><li><p>ใช้เป็นกึ่งตัวนำ (semiconductors)</p></li><li><p>ใช้ผสมในเชื้อเพลิงขับจรวด</p></li><li><p>ผสมในโลหะเจือที่ใช้งาน ณ อุณหภูมิสูงมาก ๆ</p></li></ol><p>อันตราย</p><p><strong>เป็นพิษต่อระบบประสาทกลางของคนเรา และความเป็นพิษในแบบสะสมทำให้เกิดอาเจียน ท้องร่วง ช๊อค และผื่นคันที่ผิวหนังได้</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:18:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256876196</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ภาคภูมิ พินัส เลขที่12</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256877068</link>
         <description><![CDATA[<p>สารหนู (Arsenic) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ As และเลขอะตอม 33 อยู่ในหมู่เมทัลลอยด์ (Metalloids) ของตารางธาตุ มีลักษณะกึ่งโลหะ มีความเป็นพิษสูงและมีผลต่อสิ่งมีชีวิต</p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>ลักษณะทางกายภาพ</p><p><br/></p><p>สารหนูบริสุทธิ์มีสีเงินแวววาว</p><p><br/></p><p>เมื่ออยู่ในรูปสารประกอบจะพบได้ในหลายรูปแบบ เช่น อาร์เซไนต์ (Arsenite) และ อาร์เซเนต (Arsenate)</p><p><br/></p><p>พบได้ในธรรมชาติทั้งในดิน น้ำ และแร่ธาตุ เช่น แร่พลังงานโลหะ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>แหล่งที่พบสารหนู</p><p><br/></p><p>1. ธรรมชาติ</p><p><br/></p><p>พบในน้ำใต้ดิน บริเวณที่มีแร่ธาตุที่มีสารหนูเจือปน เช่น แร่พลังงานทองคำ</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. อุตสาหกรรม</p><p><br/></p><p>ใช้ในกระบวนการผลิตสารเคมี ยาฆ่าแมลง และผลิตภัณฑ์ไม้กันปลวก</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. แหล่งปนเปื้อน</p><p><br/></p><p>การเผาไหม้ถ่านหินหรือการทำเหมืองอาจปล่อยสารหนูเข้าสู่สิ่งแวดล้อม</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>พิษของสารหนู</p><p><br/></p><p>1. อันตรายต่อร่างกาย</p><p><br/></p><p>พิษเฉียบพลัน: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และชัก</p><p><br/></p><p>พิษเรื้อรัง: ส่งผลต่อระบบประสาท ผิวหนัง (เช่น ผิวหนังกระด้าง) และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. สารหนูในน้ำดื่ม</p><p><br/></p><p>การบริโภคน้ำที่มีสารหนูเจือปนเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>การป้องกันการได้รับสารหนู</p><p><br/></p><p>1. ตรวจสอบแหล่งน้ำดื่มให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน</p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่อาจมีการสะสมสารหนู เช่น อาหารทะเลบางชนิด</p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. สวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อทำงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสารหนู</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้หรือผลกระทบของสารหนู แจ้งได้นะคะ!</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:19:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256877068</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย รัฐศาสตร์ บุญคำ ม4/4 เลขที่16</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256879835</link>
         <description><![CDATA[<p>ยูเรเนียมบริสุทธิ์มีสีขาวเงิน เป็นโลหะที่มีกัมมันตภาพรังสีอ่อน มีความแข็งน้อยกว่าเหล็กเล็กน้อย มีความอ่อนตัว บิดงอได้ มีความเป็นแม่เหล็กเล็กน้อย โลหะยูเรเนียมมีความหนาแน่นสูงมาก โดยมีความหนาแน่นมากกว่าตะกั่ว 65% แต่มีความหนาแน่นน้อยกว่าทอง เมื่อโลหะยูเรเนียมถูกอากาศจะทำปฏิกิริยากับน้ำ ทำให้เกิดยูเรเนียมออกไซด์ ยูเรเนียมสกัดออกมาจากแร่โดยวิธีเคมี ทำให้อยู่ในรูป uranium dioxide หรือสารประกอบรูปอื่นเพื่อนำมาใช้ทางอุตสาหกรรม</p><p><br/></p><p>โลหะยูเรเนียมธรรมชาติ ประกอบด้วย U-235 ประมาณ 0.71%, U-238 ประมาณ 99.28%, และ U-234 ประมาณ 0.0054% การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (enriched uranium) ใช้กระบวนการแยกไอโซโทป (isotope separation) เพื่อเพิ่มสัดส่วนหรือความเข้มข้นของไอโซโทป U-235 สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หรืออาวุธนิวเคลียร์ ส่วนที่เหลืออยู่เรียกว่า depleted uranium จะมี U-235 เหลืออยู่ 0.2% ถึง 0.4% เนื่องจากยูเรเนียมธรรมชาติมีสัดส่วนของ U-235 น้อยอยู่แล้ว กระบวนการเสริมสมรรถนะ (enrichment) จึงทำให้มี depleted uranium จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ (enriched uranium) 5% จำนวน 1 กิโลกรัม ต้องใช้ยูเรนียมธรรมชาติ 11.8 กิโลกรัม ทำให้มี depleted uranium ที่มี U-235 อยู่ 0.3% จำนวน 10.8 กิโลกรัม</p><p><br/></p><p>ยูเรเนียมธรรมชาติมี 2 ไอโซโทปหลัก ได้แก่ U-235 และ U-238 และมีไอโซโทป U-234 ที่เกิดจากการสลายตัวของ U-238 อีกเล็กน้อย ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มี U-235 สูงขึ้น มีความสำคัญสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงาน ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากเป็นไอโซโทปธรรมชาติที่เรียกว่า ฟิชไซส์ (fissile) ซึ่งสามารถเกิดปฏิกิริยาฟิชชันได้ (fissionable) ด้วยนิวตรอนพลังงานต่ำหรือเทอร์มัลนิวตรอน (thermal neutrons) U-238 มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจาก U-238 ที่ดูดกลืนนิวตรอนแล้วจะกลายเป็นไอโซโทปรังสีที่สลายตัวไปเป็นพลูโตเนียม-239 (Pu-239) ซึ่งเป็นวัสดุฟิชไซส์เช่นกัน</p><p><br/></p><p>ยูเรเนียม-233 (U-233) เป็นวัสดุฟิชไซส์ โดยเป็นไอโซโทปที่เกิดจากการยิงทอเรียม-232 (Th-232) ด้วยนิวตรอน</p><p>ยูเรเนียมเป็นธาตุแรกที่พบว่าเป็นฟิชไซส์ โดยการยิงด้วยนิวตรอนพลังงานต่ำ ไอโซโทปยูเรเนียม-235 จะกลายเป็น ยูเรเนียม-236 ในเวลาสั้นๆ จากนั้นจะแตกออกเป็นสองส่วน กลายเป็น 2 นิวเคลียสที่เล็กลง พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังงานและนิวตรอนจำนวนมากขึ้นออกมา เรียกว่าปฏิกิริยาฟิชชัน (fission) นิวตรอนที่ปล่อยออกมาจะถูก U-235 นิวเคลียสอื่นดูดกลืนและเกิดฟิชชันเพิ่มขึ้น กลายเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการดูดจับนิวตรอนออกไป เพื่อควบคุมให้เกิดปฏิกิริยาลดลง ก็จะเกิดการระเบิดขึ้น ระเบิดปรมาณูลูกแรกทำงานด้วยหลักการของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน ส่วนอาวุธนิวเคลียร์ (nuclear weapon) เป็นชื่อที่ใช้เรียกโดยรวมทั้งระเบิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันและระเบิดไฮโดรเจน ที่เป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>แร่ยูเรเนียม</p><p>เค้กเหลือง</p><p>การใช้ประโยชน์</p><p><br/></p><p>ก่อนที่จะมีการค้นพบรังสี ยูเรเนียมถูกใช้ผสมลงไปเล็กน้อยในแก้วและสีเคลือบเซรามิกส์ เรียกว่า แก้วยูเรเนียม (uranium glass) และ Fiestaware มีการใช้ในสารเคมีที่ใช้ถ่ายรูป ได้แก่ uranium nitrate ใช้ทำไส้หลอดไฟฟ้า ใช้ในสีย้อมของอุตสาหกรรมเครื่องหนังและไม้ ใช้เกลือยูเรเนียมผสมในสีย้อมไหมและขนสัตว์ นอกจากนั้นยังใช้ในการตกแต่งฟันปลอม</p><p><br/></p><p>หลังจากที่มีการsteel)Depleted uranium ซึ่ง)เป็นยูเรเนียมที่มี U-235 น้อยกว่า 0.2% นั้นมีความหนาแน่นสูง จึงมีการนำไปใช้ในการถ่วงน้ำหนักเพื่อรักษาสมดุลของเครื่องบินและจรวด และใช้ถ่วงให้เกิดความเฉื่อยในเข็มทิศ (gyroscopic compasses)U-238 มีครึ่งชีวิตที่ยาว (4.51 x 109 ปี) ทำให้นำมาใช้ในการหาอายุของหิน และหาอายุทางธรณีวิทยาโดยการวัดรังสี (radiometric dating) รวมทั้ง การหาอายุโดยเทคนิค การหาปริมาณยูเรเนียมต่อทอเรียม (uranium-thorium dating) และการหาอายุโดยหาปริมาณยูเรเนียมต่อตะกั่ว (uranium-lead dating)</p><p>มีการใช้ Uranyl acetate, UO2(CH3COO)2 ในงานด้านเคมีวิเคราะห์ โดยใช้ในรูปของเกลือโซเดียมที่ไม่ละลายน้ำ</p><p>ใช้โลหะยูเรเนียมเป็นเป้าของรังสีเอกซ์ เพื่อทำให้เกิดรังสีเอกซ์พลังงานสูง</p><p>U-238 มีมวลอะตอมสูงจึงเหมะสำหรับใช้ทำวัสดุป้องกันรังสี (radiation shielding)</p><p>เมื่อทำให้อยู่ในรูปอัลลอยด์กับเหล็ก เรียกว่า ferrouranium ซึ่งเป็นเหล็กที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทำให้เพิ่มความยืดหยุ่นและทนต่อแรงดึงมากขึ้น นำมาใช้ทำขั้ว cathode ในหลอด photoelectric ซึ่งมีความไวต่อรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสีเหนือม่วง (ultraviolet radiation)</p><p>กัมมันตภาพที่แตกต่างกันของไอโซโทป U-234/U-238 สามารถใช้เป็นสารติดตามด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อหาที่มาของน้ำใต้ดินหรือน้ำพุธรรมชาติ</p><p>มีคุณสมบัติ deoxidiser มากกว่าวานาเดียมและดึงไนโตรเจนออกจาก (denitrogenise) เหล็ก</p><p>มีการใช้ในรูปอัลลอยด์เพื่อเพิ่มความแข็งของเหล็ก ในเหล็กกล้าทนความร้อนสูง (high speed steel)</p><p>Depleted uranium ซึ่งเป็นยูเรเนียมที่มี U-235 น้อยกว่า 0.2% นั้นมีความหนาแน่นสูง จึงมีการนำไปใช้ในการถ่วงน้ำหนักเพื่อรักษาสมดุลของเครื่องบินและจรวด และใช้ถ่วงให้เกิดความเฉื่อยในเข็มทิศ (gyroscopic compasses)ยูเรเนียมเป็นธาตุชนิดหนึ่งในตารางธาตุ มีสัญลักษณ์ U มีเลขอะตอม 92 เป็นโลหะหนัก มีสีขาวเงิน มีกัมมันตภาพรังสีโดยธรรมชาติ ยูเรเนียมเป็นธาตุในอนุกรม actinide มีไอโซโทป 235U และ 233U ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูและระเบิดนิวเคลียร์ ส่วน Depleted uranium ที่มีไอโซโทป 238U เป็นหลัก ใช้เป็นอาวุธในการเจาะทำลายและทำแผ่นเกราะ (armor plate)</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:21:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256879835</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาร์กอน (Ar) เลขอะตอม 18 ชื่อนาย ธีรภัทร กรงาม เลขที่2 ม.4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256883890</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>คุณสมบัติกายภาพ</p><p>อาร์กอนเป็นแก๊สเฉื่อยไม่มีสี ไม่เป็นพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มี</p><p>รส โดยปกติจะมีอยู่ในอากาศประมาณ 0.94% โดยปริมาตรอาร์กอนที่ใช้ในงานเชื่อมทั่วไปจะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.99% อาร์กอนชนิดนี้จะใช้งานเชื่อมประเภท TIG หรือ ใช้ผสมกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการเชื่อมแบบ MIG/MAG นอกจากนี้เรายังสามารถใช้อาร์กอนร่วมกับแก๊สไฮโดรเจน</p><p>ประโยชน์</p><p>อาร์กอน (Ar) มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในหลาย อุตสาหกรรม นิยมใช้กันโดยทั่วไปมากที่สุดคือ ใช้เป็น ก๊าซปกคลุมการเชื่อมอาร์ค (Arc welding) สามารถใช้แบบที่มีความบริสุทธิ์เข้มข้นสูงหรือ ใช้เป็นส่วนหนึ่งของสารผสมต่าง ๆ ได้ อาร์กอน (Ar) เป็นหนึ่งในก๊าซหลักที่ใช้ในการเติมสารผสมสำหรับหลอดไส้ หลอด</p><p>ฟอสฟอเรสเซนต์และหลอดวิทยุ</p><p>อันตราย</p><p>อาร์กอนอยู่ที่การแทนที่ออกซิเจน ทำให้เกิดภาวะขาด</p><p>อากาศหายใจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในที่ที่มีอาร์กอน</p><p>เข้มข้นสูง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:25:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256883890</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย คมกฤษ มิ่งขัย เลยที่10 ชั้น4/4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256888724</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ.                                           <sub>มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว คือ 1. มีความแข็ง 3 ใช้มีดขูดเนื้อโลหะเข้าได้สบาย 2. มีน้ำหนักมาก โดยมีความถ่วงจำเพาะ 6.7. บ 3. เปราะ หดตัวและขยายตัวได้น้อย และทนความร้อนได้สูง 4. ทนต่อปฏิกริยาเคมีได้เป็นพิเศษ เป็นตัวนำความร้อนที่เลว แต่สามารถรวมตัวกับโลหะอื่น.                                                                             ความหนาแน่น</sub><strong><sub>                                                                                         สูตรเคมี Sb2S3 มี Sb 71.4% หลอมง่ายขั้นที่ 1 ได้กลิ่น SO2 และมีคราบสีขาวจับที่แท่งถ่านสลายได้ง่ายด้วย กรดดินประสิวมักจะผุสลายได้ง่าย สังเกตที่ผิวจะเห็นลักษณะการผุเปลี่ยนสีไปเป็สีเหลืองซีด ๆ เป็นสติบิโคไนต์(Stibiconite) หรือที่เรียกกันว่า พลวงทอง.                                                                                             การใช้งาน.                                                                                             เป็นสินแร่พลวงที่สำคัญ ถลุงเอาโลหะพลวงมาผสมกับตะกั่วทำตัวพิมพ์หนังสือ ทองเหลืองหล่อตุ๊กตาโลหะ ทำสีทาบ้าน บรรจุในกระสุนกระทบแตก ใช้ ้ประกอบสารทำหัวไม้ขีดไฟ ทำตะกั่วแบตเตอรี่ หุ้มสายโทรศัพท์ สาย ไฟขนาดใหญ่ๆทำหลอดบีบจารบี หมึกพิมพ์โรเนียว พลาสติดเหลวต่างๆ ทำควันสัญญาณให้สีต่างๆของแก้ว ใช้ในการรมยาง ทำ bearing สำหรับ.           สมบัติความอันตราย.                                                                             เมื่อได้รับพลวงจากการบริโภคปริมาณสูง อาการที่พบได้เช่นเดียวกับพิษจากโลหะหนักทั่วไปที่เป็นอาการไม่เฉพาะ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาจท้องเสีย ปวดศีรษะ วิงเวียน อาจมีผลให้เกิดตับอ่อนอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ ไตอักเสบ ผิวหนังขึ้นผื่น อาการจากปอดอักเสบเมื่อได้รับพลวงจากการสูดหายใจในปริมาณสูงเรื้อรัง</sub></strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-12 07:30:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3256888724</guid>
      </item>
      <item>
         <title>FE ธาตุเหล็กหมู่8</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3258060951</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาวกวินตรา บุญล้อม เลขที่11 ม.4/1</p><p>ธาตุ Fe เป็นสัญลักษณ์ทางเคมีของธาตุ เหล็ก (Iron) ซึ่งเป็นธาตุโลหะในตารางธาตุ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับธาตุ Fe</p><p>เลขอะตอม: 26</p><p>มวลอะตอม: ประมาณ 55.845 u</p><p>กลุ่มในตารางธาตุ: หมู่ 8 </p><p><strong>คุณสมบัติทางเคมี</strong></p><p>เป็นโลหะที่สามารถเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ง่าย (เกิดสนิมเมื่อสัมผัสกับอากาศและความชื้น)</p><p>มีคุณสมบัติแม่เหล็กที่โดดเด่น</p><p>สามารถรวมตัวกับธาตุอื่นได้ เช่น คาร์บอน ทำให้เกิดเหล็กกล้า</p><p><strong>สมบัติทางกายภาพของธาตุ Fe (เหล็ก):</strong></p><p>1. สถานะ</p><p>เป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง</p><p>2. สี</p><p>มีสีเทาเงินเงา</p><p>3. ความหนาแน่น</p><p>7.87 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร (g/cm³)</p><p>4. จุดหลอมเหลว</p><p>1,538 °C</p><p>5. จุดเดือด</p><p>2,862 °C</p><p>6. ความแข็ง</p><p>มีความแข็งในระดับปานกลาง สามารถตีหรือขึ้นรูปได้</p><p>7. ความเป็นแม่เหล็ก</p><p>เหล็กบริสุทธิ์มีสมบัติแม่เหล็กที่เด่นชัด โดยเฉพาะในสถานะเฟอร์โรแมกเนติก (ferromagnetic)</p><p>8. ความสามารถในการนำไฟฟ้า</p><p>เป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี</p><p>9. โครงสร้างผลึก</p><p>มีโครงสร้างผลึกแบบ Body-Centered Cubic (BCC) ที่อุณหภูมิต่ำ</p><p>เปลี่ยนเป็นโครงสร้าง Face-Centered Cubic (FCC) เมื่ออยู่ที่อุณหภูมิสูงกว่า 912 °C</p><p>10. ความยืดหยุ่นและความเหนียว</p><p>มีความยืดหยุ่นและเหนียว สามารถดัดหรือขึ้นรูปเป็นแผ่นบางและลวดได้</p><p>สมบัติเหล่านี้ทำให้ธาตุเหล็กมีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมและการใช้งานหลากหลายประเภท!</p><p><br/></p><p><br/></p><p><strong>ประโยชน์ธาตุFe</strong></p><p>ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้าง)</p><p>ใช้ในการผลิตเหล็กกล้า (steel) เพื่อสร้างเครื่องมือ เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์</p><p>ส่วนประกอบสำคัญในฮีโมโกลบินในเลือดมนุษย์</p><p><strong>อันตรายของธาตุFe</strong></p><p>1. การเกิดสนิม (Corrosion)</p><p>เมื่อเหล็กสัมผัสกับความชื้นและออกซิเจน จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้เกิดสนิมเหล็ก (Fe₂O₃·xH₂O) ซึ่งทำลายความแข็งแรงและความทนทานของโครงสร้างเหล็ก</p><p>2. เหล็กหลอมเหลว</p><p>เหล็กในสถานะหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูง (1,538 °C) สามารถทำให้เกิดการไหม้และอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้</p><p>3. การได้รับเหล็กเกินขนาดในร่างกาย (Iron Overload)</p><p>หากร่างกายได้รับเหล็กในปริมาณที่มากเกินไป เช่น จากอาหารเสริมหรือภาวะทางพันธุกรรม เช่น โรคฮีโมโครมาโตซิส (Hemochromatosis) อาจทำให้เกิดการสะสมเหล็กในอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ หัวใจ และตับอ่อน ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตได้</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-12-13 02:24:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3258060951</guid>
      </item>
      <item>
         <title>O2 นาย อภิรักษ์ สาฤทธิ์ ชั้น ม.4/2 เลขที่ 5</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281851976</link>
         <description><![CDATA[<p>ประโยชน์และโทษของออกซิเจน</p><p>แก๊ส<strong>ออกซิเจน</strong>ไม่ปรากฏเป็นพิษ แต่การใช้<strong>ออกซิเจน</strong>ควรต้องใช้ความระมัดระวังสูง เช่น ในบรรยากาศที่<strong>ออกซิเจน</strong>มีความเข้มข้นสูงมีโอกาสเกิดไฟไหม้ การใช้แก๊ส <strong>ออกซิเจน</strong>ในการช่วยรักษาพยาบาลก็ต้องใช้ความระมัดระวังเช่นกัน เพราะการใช้<strong>ออกซิเจน</strong>มากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการชัก (convulsion) <strong>และ</strong>อันตรายอื่น ๆ ได้</p><p><br/></p><p>คุณสมบัติทางกายภาพของออกซิเจนออกซิเจน<strong>เป็นก๊าซไม่มีสี</strong> <strong>มันเป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่น</strong> <strong>ออกซิเจนไม่มีรสชาติ</strong></p><p><br/></p><p>คุณสมบัติของออกซิเจนออกซิเจน<strong>เป็นธาตุเคมีที่ไม่ใช่โลหะ มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ O มีเลขอะตอม 8 และมีมวลอะตอม 15.999 ภายใต้ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิ ออกซิเจนจะเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส</strong></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 03:48:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281851976</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสรวิทย์ ออมสิน ม4/2 เลขที่7</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281855975</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพของไทเทเนียม (Ti)</strong></p><p>1. <strong>สถานะ:</strong> เป็นโลหะเนื้อแข็ง มีสีเงินวาว</p><p>2. <strong>ความหนาแน่น:</strong> ประมาณ 4.51 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร (เบากว่าเหล็ก แต่แข็งแรงกว่าในน้ำหนักที่เท่ากัน)</p><p>3. <strong>จุดหลอมเหลว:</strong> 1,668 °C</p><p>4. <strong>จุดเดือด:</strong> 3,287 °C</p><p>5. <strong>ความต้านทานต่อการกัดกร่อน:</strong> ทนต่อการกัดกร่อนสูงในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดและด่าง รวมถึงน้ำทะเล</p><p>6. <strong>ความแข็งแรง:</strong> มีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง</p><p>7. <strong>การนำความร้อนและไฟฟ้า:</strong> นำความร้อนและไฟฟ้าได้ต่ำกว่าโลหะกลุ่มเหล็ก</p><p><strong>สมบัติทางเคมีของไทเทเนียม (Ti)</strong></p><p>1. <strong>สถานะออกซิเดชัน:</strong> พบได้ในสถานะออกซิเดชัน +4 เป็นหลัก</p><p>2. <strong>ปฏิกิริยากับออกซิเจน:</strong> ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่อุณหภูมิสูง เกิดเป็นชั้นออกไซด์ (TiO₂) ที่มีคุณสมบัติป้องกันการกัดกร่อน</p><p>3. <strong>ความเสถียร:</strong> ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำหรืออากาศที่อุณหภูมิห้อง</p><p>4. <strong>ปฏิกิริยากับกรด:</strong> ทนทานต่อกรดส่วนใหญ่ ยกเว้นกรดไฮโดรฟลูออริก (HF)</p><p>5. <strong>การเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา:</strong> ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมเคมี เช่น ในกระบวนการผลิตพลาสติก</p><p><strong>ประโยชน์ของไทเทเนียม (Ti)</strong></p><p>1. <strong>อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ:</strong> ใช้ผลิตโครงสร้างเครื่องบินและยานอวกาศเนื่องจากเบาและแข็งแรง</p><p>2. <strong>อุตสาหกรรมทางการแพทย์:</strong> ใช้ทำวัสดุฝังในร่างกาย (เช่น ข้อเข่าเทียม ฟันเทียม) เนื่องจากเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของร่างกาย</p><p>3. <strong>อุตสาหกรรมเคมี:</strong> ใช้ในเครื่องมือที่ต้องทนกรดหรือด่าง</p><p>4. <strong>อุตสาหกรรมพลังงาน:</strong> ใช้ในโรงไฟฟ้าหรืองานที่เกี่ยวข้องกับน้ำทะเล</p><p>5. <strong>ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค:</strong> ใช้ทำเครื่องประดับ นาฬิกา และจักรยาน</p><p>6. <strong>วัสดุเคลือบ:</strong> ไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO₂) ใช้เป็นสีขาวในอุตสาหกรรมสี เครื่องสำอาง และสารกันแดด</p><p><strong>อันตรายของไทเทเนียม (Ti)</strong></p><p>1. <strong>ฝุ่นหรือผงโลหะไทเทเนียม:</strong></p><p>• มีความไวไฟสูงและอาจก่อให้เกิดการระเบิดเมื่อสัมผัสกับประกายไฟ</p><p>2. <strong>ไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO₂):</strong></p><p>• หากอยู่ในรูปของอนุภาคนาโน อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ เช่น การระคายเคืองทางเดินหายใจ หรือมีความเสี่ยงต่อการก่อมะเร็งในระยะยาว (ตามบางการศึกษาของ IARC)</p><p>3. <strong>สารประกอบไทเทเนียมบางชนิด:</strong></p><p>• เช่น ไทเทเนียมคลอไรด์ (TiCl₄) มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงและเป็นอันตรายหากสูดดมหรือสัมผัสผิวหนัง</p><p>4. <strong>การเผาไหม้:</strong></p><p>• เมื่อเกิดการเผาไหม้หรือทำปฏิกิริยา อาจปล่อยควันพิษ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 03:52:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281855975</guid>
      </item>
      <item>
         <title>(cu)คอปเปอร์ ใช้ในอุตสาหกรรม มีเลขอะตอม29 กลุ่มทรานซิชัน น.ส สิริขวัญ วิสัชนาม เลขที่13 4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281863268</link>
         <description><![CDATA[<p>คอปเปอร์ (Cu) เป็นธาตุทรานซิชันในกลุ่ม 11 ของตารางธาตุ มีคุณสมบัติและประโยชน์ดังต่อไปนี้:</p><p><br/></p><p># คุณสมบัติทางกายภาพ</p><p>1. สีแดงเข้มหรือสีแดงอ่อน</p><p>2. ความหนาแน่น 8.96 กรัม/ซม.^3</p><p>3. จุดหลอมเหลว 1,085°C</p><p>4. จุดเดือด 2,560°C</p><p>5. ความแข็ง 2.5-3.0 (ตามมาตราโมส)</p><p><br/></p><p># คุณสมบัติทางเคมี</p><p>1. จำนวนโปรตอน 29</p><p>2. จำนวนอิเล็กตรอน 29</p><p>3. กลุ่มธาตุ ทรานซิชัน</p><p>4. ความสามารถในการนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี</p><p>5. สามารถเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำได้</p><p><br/></p><p># ประโยชน์</p><p>1. การใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์</p><p>2. การใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง (ท่อและวัสดุก่อสร้าง)</p><p>3. การใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์</p><p>4. การใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์ (เครื่องมือทางการแพทย์)</p><p>5. การใช้ในงานศิลปะและงานฝีมือ</p><p><br/></p><p># อันตราย</p><p>1. การเป็นพิษหากบริโภคในปริมาณมาก</p><p>2. การก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและตา</p><p>3. การก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายใน</p><p>4. การส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม</p><p>5. การก่อให้เกิดการเกิดออกซิเดชันและกัดกร่อน</p><p><br/></p><p># การป้องกันอันตราย</p><p>1. สวมอุปกรณ์ป้องกันการทำงาน</p><p>2. หลีกเลี่ยงการบริโภคหรือการสูดดม</p><p>3. จัดการและเก็บกักอย่างเหมาะสม</p><p>4. ทำความสะอาดและล้างมือหลังจัดการ</p><p>5. ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ทำงานอย่างสม่ำเสมอ</p><p><br/></p><p>การรู้จักและเข้าใจคุณสมบัติและประโยชน์ของคอปเปอร์สามารถช่วยให้การใช้งานปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ.</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 03:59:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281863268</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คาร์บอน (c) เลขอะตอม 6 กลุ่ม อโลหะ นาย อนุชา ขันทา เลขที่2  ม.4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281866343</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพของคาร์บอน (Carbon)</p><ol><li><p><strong>สถานะ:</strong> คาร์บอนสามารถพบในธรรมชาติได้ในหลายรูปแบบ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), กราไฟต์ (Graphite), เพชร (Diamond) และถ่าน (Charcoal)</p></li><li><p><strong>สี:</strong></p><ul><li><p>กราไฟต์มีสีเทาเข้มถึงดำ</p></li><li><p>เพชรมีความใสหรือโปร่งแสง</p></li><li><p>ถ่านเป็นสีดำ</p></li><li><p>คาร์บอนในรูปของก๊าซ (CO₂) ไม่มีสี</p></li></ul></li><li><p><strong>จุดหลอมเหลวและจุดเดือด:</strong></p><ul><li><p>เพชรมีจุดหลอมเหลวสูงมาก (ประมาณ 3,500°C)</p></li><li><p>กราไฟต์และถ่านมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่ามาก</p></li><li><p>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ไม่สามารถหลอมเหลวได้ในสภาวะปกติ</p></li></ul></li><li><p><strong>ความแข็ง:</strong></p><ul><li><p>เพชรมีความแข็งที่สุดในบรรดาธาตุทั้งหมด</p></li><li><p>กราไฟต์มีความแข็งน้อยกว่าและสามารถเลื่อนลื่นได้เนื่องจากโครงสร้างชั้น</p></li></ul></li><li><p><strong>การนำไฟฟ้า:</strong></p><ul><li><p>กราไฟต์สามารถนำไฟฟ้าได้ดี เนื่องจากมีอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ได้</p></li><li><p>เพชรไม่สามารถนำไฟฟ้าได้</p></li></ul></li></ol><p>ประโยชน์ของคาร์บอน</p><ol><li><p><strong>เพชร (Diamond):</strong></p><ul><li><p>ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องมือที่ต้องการความแข็งสูง เช่น การตัดและขัดผิววัสดุที่แข็ง</p></li><li><p>ใช้ในเครื่องประดับเนื่องจากความสวยงามและความทนทาน</p></li></ul></li><li><p><strong>กราไฟต์ (Graphite):</strong></p><ul><li><p>ใช้ในดินสอ เนื่องจากมันสามารถขีดเขียนบนพื้นผิวได้ง่าย</p></li><li><p>ใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และตัวนำไฟฟ้า เนื่องจากสามารถนำไฟฟ้าได้ดี</p></li><li><p>ใช้ในหล่อโลหะและอุตสาหกรรมเครื่องจักรที่มีอุณหภูมิสูง</p></li></ul></li><li><p><strong>ถ่าน (Charcoal):</strong></p><ul><li><p>ใช้ในการทำอาหาร เช่น ถ่านไม้สำหรับการย่างและปิ้ง</p></li><li><p>ใช้ในอุตสาหกรรมการกรองน้ำ</p></li></ul></li><li><p><strong>คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂):</strong></p><ul><li><p>ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มอัดลม</p></li><li><p>ใช้ในกระบวนการทำความเย็นและการดับเพลิง</p></li></ul></li></ol><p>อันตรายของคาร์บอน</p><ol><li><p><strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂):</strong></p><ul><li><p><strong>เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น</strong> ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้เมื่อมีการสะสมในพื้นที่ปิด</p></li><li><p>ถ้าความเข้มข้นของ CO₂ สูงเกินไป จะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งอาจทำให้เกิดการหายใจลำบาก, เวียนศีรษะ, หรือเป็นอันตรายถึงชีวิต</p></li></ul></li><li><p><strong>ถ่าน (Charcoal) และการเผาไหม้:</strong></p><ul><li><p>เมื่อเผาถ่านในที่ปิด อาจเกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น</p></li><li><p>การหายใจเข้า CO อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว, เวียนศีรษะ, และในกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต</p></li></ul></li><li><p><strong>คาร์บอนในรูปของเขม่า (Soot):</strong></p><ul><li><p>เมื่อคาร์บอนถูกเผาไหม้ในอากาศไม่สมบูรณ์ จะผลิตเขม่า ซึ่งสามารถเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้</p></li></ul></li></ol><p>โดยสรุป คาร์บอนเป็นธาตุที่มีประโยชน์มากมาย แต่การใช้งานหรือการสะสมในบางรูปแบบก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้หากไม่ระมัดระวัง</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:03:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281866343</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อาร์กอน(Ar)เลขอะตอม18 ชื่อนาย รวีโรจน์ หวังดี ชั้น ม.4/2 เลขที่6</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281870287</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ:</strong></p><ol><li><p><strong>สถานะ</strong>: อาร์เซนิกเป็นของแข็งในสภาวะปกติ</p></li><li><p><strong>สี</strong>: มีสีเทาเงินหรือสีเหลืองขึ้นอยู่กับรูปแบบของอาร์เซนิก</p></li><li><p><strong>ความหนาแน่น</strong>: ประมาณ 5.72 กรัม/ซม³ (ในรูปแบบสีเทา)</p></li><li><p><strong>จุดหลอมเหลว</strong>: ไม่มีจุดหลอมเหลวที่ชัดเจน แต่จะระเหิดที่อุณหภูมิประมาณ 613°C</p></li></ol><p><strong>สมบัติทางเคมี:</strong></p><ol><li><p><strong>การเกิดปฏิกิริยา</strong>: อาร์เซนิกสามารถทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพื่อเกิดเป็นออกไซด์ของอาร์เซนิก เช่น อาร์เซนิกไตรออกไซด์ (As₂O₃)</p></li><li><p><strong>สารประกอบ</strong>: สามารถเกิดสารประกอบได้ทั้งในรูปแบบของสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์ เช่น อาร์เซนิกไตรออกไซด์และอาร์เซนิกเพนตอกไซด์</p></li><li><p><strong>ความเป็นพิษ</strong>: อาร์เซนิกและสารประกอบของมันเป็นพิษอย่างรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิต</p></li></ol><p><strong>ประโยชน์:</strong></p><ol><li><p><strong>อุตสาหกรรม</strong>: ใช้ในอุตสาหกรรมโลหะวิทยาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโลหะผสม เช่น ทองแดง</p></li><li><p><strong>การเกษตร</strong>: เคยใช้ในยาฆ่าแมลงและยากำจัดศัตรูพืช (ปัจจุบันการใช้งานนี้ถูกจำกัดเนื่องจากความเป็นพิษ)</p></li><li><p><strong>อิเล็กทรอนิกส์</strong>: ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ เช่น การผลิตแกลเลียมอาร์เซไนด์ (GaAs) สำหรับทรานซิสเตอร์และไดโอด</p></li></ol><p><strong>อันตราย:</strong></p><ol><li><p><strong>พิษ</strong>: อาร์เซนิกเป็นสารพิษที่สามารถทำให้เกิดการเป็นพิษเฉียบพลันหรือเรื้อรังได้ โดยมีผลต่อระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร และผิวหนัง</p></li><li><p><strong>มะเร็ง</strong>: การสัมผัสกับอาร์เซนิกเป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร</p></li><li><p><strong>การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม</strong>: อาร์เซนิกสามารถปนเปื้อนในแหล่งน้ำดื่มและดิน ทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์</p></li></ol><p>ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อทำงานหรือสัมผัสกับอาร์เซนิกและสารประกอบของมัน เนื่องจากความเป็นพิษที่ร้ายแรง.</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:08:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281870287</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซีนอน (Xe) เลขอะตอม54 กลุ่มก๊าซเฉื่อย นายวศิน คงขำ เลขที่3 4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281870310</link>
         <description><![CDATA[<p>+สมบัติทางกายภาพ: Xenon เป็นก๊าซเฉื่อยที่หนักกว่าก๊าซทั่วไป มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่ต่ำมาก และสามารถละลายในของเหลวบางชนิดได้</p><p><br/></p><p><br/></p><p>+สมบัติทางเคมี: Xenon มักไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นเนื่องจากเป็นก๊าซเฉื่อย แต่สามารถสร้างสารประกอบกับฟลูออรีนที่อุณหภูมิสูงได้</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ประโยชน์ของธาตุ Xenon (Xe):</p><p><br/></p><p>ใช้ในหลอดไฟ: Xenon ใช้ในหลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟ HID (High Intensity Discharge) ที่ใช้ในรถยนต์และการฉายภาพบางประเภท เนื่องจากการที่มันปล่อยแสงที่มีความสว่างสูงและมีความคงทน</p><p>ใช้ในวงการการแพทย์: Xenon ถูกใช้ในเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบและรักษา เช่น การสแกนด้วยเครื่อง MRI หรือ CT ในบางกรณี เพื่อการศึกษาในเรื่องของสมอง</p><p>ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน: Xenon ใช้เป็นก๊าซในเครื่องยนต์ที่ใช้ในอวกาศหรือการเดินทางในอวกาศเนื่องจากคุณสมบัติของมันในการลดแรงต้านทานในการเคลื่อนที่</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>โทษของธาตุ Xenon (Xe):</p><p><br/></p><p>เป็นก๊าซเฉื่อย: Xenon เป็นก๊าซเฉื่อยที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่น ๆ แต่มันสามารถสะสมในระบบหายใจได้หากสัมผัสในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการหายใจลำบากหรือลมหายใจไม่สะดวก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:08:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281870310</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ธาตุทองแดง (Copper) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ Cu และเลขอะตอม 29 มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ น.ส วันนิสา จันทร์หอม เลขที่11 ชั้น4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281871189</link>
         <description><![CDATA[<p>1.สมบัติทางกายภาพ</p><p>1. *สี*: สีแดงหรือสีทองแดง</p><p>2. *ความหนาแน่น*: 8.96 กรัม/ซม.³</p><p>3. *จุดหลอมเหลว*: 1,085 องศาเซลเซียส (1,983 องศาฟาเรนไฮต์)</p><p>4. *จุดเดือด*: 2,560 องศาเซลเซียส (4,600 องศาฟาเรนไฮต์)</p><p>5. *ความแข็งแรง*: มีความแข็งแรงสูง</p><p>6. *ความทนทาน*: มีความทนทานต่อการกัดกร่อน</p><p>7. *การนำไฟฟ้า*: มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าสูง</p><p>8. *การนำความร้อน*: มีคุณสมบัติในการนำความร้อน</p><p>9. *ความยืดหยุ่น*: มีความยืดหยุ่นสูง</p><p>2.สมบัติทางเคมี</p><p>1. *การเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน*: ทองแดงเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนได้形成คอปเปอร์(II) ออกไซด์ (CuO)</p><p>2. *การเกิดปฏิกิริยากับน้ำ*: ทองแดงไม่เกิดปฏิกิริยากับน้ำในอุณหภูมิปกติ</p><p>3. *การเกิดปฏิกิริยากับกรด*: ทองแดงเกิดปฏิกิริยากับกรด เช่น กรดซัลฟิวริก (H2SO4) และกรดไฮโดรคลอริก (HCl)</p><p>4. *การเกิดปฏิกิริยากับเบส*: ทองแดงเกิดปฏิกิริยากับเบส เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH)</p><p> 3.ประโยชน์</p><p>1. การนำไฟฟ้าและความร้อน: ใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและเครื่องมือ</p><p>2. การก่อสร้าง: ใช้ในโครงสร้างอาคารและเครื่องจักร</p><p>3. การแพทย์: ใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์และการรักษาโรค</p><p>4. การวิจัย: ใช้ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ</p><p>5. การผลิตเครื่องมือ: ใช้ในการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ</p><p>6. การป้องกันการกัดกร่อน: ใช้ในการป้องกันการกัดกร่อนในอุตสาหกรรมเคมี</p><p>7. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: ทองแดงมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย</p><p>4.อันตราย</p><p>1. การกัดกร่อน: ทองแดงสามารถกัดกร่อนได้เมื่อสัมผัสกับสารเคมี</p><p>2. การเป็นพิษ: การกินหรือดื่มทองแดงสามารถทำให้เกิดการเป็นพิษได้</p><p>3. การสูดดมฝุ่นทองแดง: สามารถทำให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจได้</p><p>4. การแพ้: บางคนอาจแพ้ทองแดงและเกิดอาการแพ้</p><p>5. การทำลายสิ่งแวดล้อม: การทำลายสิ่งแวดล้อมจากการเหมืองทองแดง</p><p>6. การสะสมในเนื้อเยื่อ: ทองแดงสามารถสะสมในเนื้อเยื่อของร่างกายและทำให้เกิดปัญหาสุ</p><p>ขภาพ</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:09:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281871189</guid>
      </item>
      <item>
         <title>(ไอโอดีน)​lเลขอะตอม53ปุณณสิน​  ทุมเมฆ​ เลขที่4</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281874548</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>สมบัติทางกายภาพ</strong></p><ol><li><p>เป็นโลหะที่เบาที่สุด</p></li><li><p>มีสีขาวเงินและเงางาม</p></li><li><p>อ่อน สามารถตัดได้ง่าย</p></li><li><p>จุดหลอมเหลวต่ำ (180.5°C) และจุดเดือดสูง (1,342°C)</p></li><li><p>มีความหนาแน่นต่ำ (0.534 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร) จึงสามารถลอยในน้ำมันได้</p></li></ol><p><strong>สมบัติทางเคมี</strong></p><ol><li><p>ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำและสร้างก๊าซไฮโดรเจน (H₂) พร้อมเกิดความร้อน 2Li+2H2O→2LiOH+H22Li + 2H_2O \rightarrow 2LiOH + H_22Li+2H2​O→2LiOH+H2​</p></li><li><p>ไวต่อการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ</p></li><li><p>ทำปฏิกิริยากับฮาโลเจน เช่น คลอรีน (Cl₂) ได้ลิเทียมคลอไรด์ (LiCl)</p></li><li><p>มีสมบัติเป็นตัวรีดิวซ์ที่ดี</p></li></ol><p><strong>ประโยชน์</strong></p><ol><li><p><strong>แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน</strong>: ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป และรถยนต์ไฟฟ้า</p></li><li><p><strong>สารหล่อลื่น</strong>: ใช้ในจาระบีความร้อนสูง</p></li><li><p><strong>การแพทย์</strong>: ลิเทียมคาร์บอเนต (Li₂CO₃) ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)</p></li><li><p><strong>อุตสาหกรรมแก้วและเซรามิก</strong>: เพิ่มความทนทานต่อความร้อน</p></li><li><p><strong>โลหะผสม</strong>: ใช้ผสมกับอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง</p></li></ol><p><strong>อันตราย</strong></p><ol><li><p><strong>ไวไฟ</strong>: ลิเทียมสามารถติดไฟได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศหรือความชื้น</p></li><li><p><strong>ระเบิดได้</strong>: ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำหรือสารออกซิไดซ์</p></li><li><p><strong>ผลกระทบต่อสุขภาพ</strong>: การสูดดม ฝุ่น หรือไอระเหยจากลิเทียมอาจระคายเคืองต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ</p></li><li><p><strong>การรั่วไหลจากแบตเตอรี่</strong>: ของเหลวจากแบตเตอรี่ลิเทียมอาจทำให้ผิวหนังไหม้หรือเกิดการกัดกร่อน</p></li></ol><p>การจัดเก็บ</p><p>ควรเก็บในน้ำมันแร่หรือภายใต้สภาวะเฉื่อย (Inert atmosphere) เพื่อป้องกันการทำปฏิกิริยากับความชื้นและออกซิเจนในอากาศ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:13:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281874548</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ซีเซียม(Cs)เลขอะตอม55กลุ่มโลหะอัลคาไล นางสาว อารยา ขันทะวัตร เลขที่14ม.4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281883508</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p> -สมบัติทางกายภาพ: เป็นโลหะอัลคาไลที่มีความหนาแน่นต่ำที่สุดชนิดหนึ่ง เมื่อถูกแสงจะปล่อยอิเล็กตรอนออกมาได้ </p><p>  -สมบัติทางเคมี: ว่องไวต่อปฏิกิริยาทางเคมีสูงมาก เมื่อสัมผัสกับน้ำจะเกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรง จนเกิดเปลวไฟสีม่วง</p><p>-  ประโยชน์: ใช้ในการผลิตนาฬิกาอะตอมที่มีความแม่นยำสูงมาก ใช้ในเซลล์แสงอาทิตย์ และใช้ในการผลิตเลนส์พิเศษ</p><p> -อันตราย: มีความเป็นพิษสูง หากสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและระบบทางเดินหายใจได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:25:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281883508</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พลูโทเนียม (Pu)เลขอะตอม94 กลุ่มเเอกทิไนด์ ชื่อนางสาวอรวรรณ ขันทะวัตร เลขที่12 4/2</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281891767</link>
         <description><![CDATA[<p>สมบัติทางกายภาพ: เป็นโลหะสีเงิน มีความหนาแน่นสูง</p><p> -สมบัติทางเคมี: มีกัมมันตภาพรังสีสูงมาก</p><p> -ประโยชน์: ใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ และใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์</p><p> -อันตราย: ก่อให้เกิดอันตรายจากรังสี หากสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งและความผิดปกติทางพันธุกรรมได้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-01-07 04:34:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/wilailakku64/dq835kcwdeb8g812/wish/3281891767</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
