<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>การเรียนรู้ และทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 by อรวรรณ สารางคำ</title>
      <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2020-08-02 12:13:14 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2020-08-06 18:08:18 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>Learning Theory</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671431007</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฏีการเรียนรู้ หมายถึง ข้อความรู้ที่ใช้ในการพรรณา อธิบาย หรืออ้างอิงถึงที่มาและสาเหตุของการเกิดการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยได้รับการพิสูจน์ ทดสอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และได้รับการยอมรับว่าเชื่อถือได้ รวมทั้งสามารถนำไปใช้ในการอ้างอิงเพื่อเป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 15:34:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671431007</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Learning</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671432535</link>
         <description><![CDATA[<div>การเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการของประสบการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร โดยไม่ได้มาจากภาวะชั่วคราว วุฒิภาวะ หรือสัญชาตญาณ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 15:35:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671432535</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Behaviorism</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671435409</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม</div><div>        นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าปัจจัยหลักที่มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์นั้นมาจากสิ่งเร้าภายใน  สภาพแวดล้อม  นั่นคือ  ถ้าครูสามารถจัดสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมแล้วก็จะสามารถทำให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ <br>นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวถึงในกลุ่มนี้ ได้แก่ วัตสัน (Watson) กาเย่ (Gagne) สกินเนอร์ (Skinner) พาฟลอฟ (Parlot)  ธอนร์นไดค์ (Thorndike) กัททรี (Guthrie)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 15:37:50 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671435409</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Cognitivism</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671438163</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม <br>        นักจิตวิทยากลุ่มปัญญานิยมให้ความสนใจในการศึกษาปัจจัยภายในตัวบุคคลที่เรียกว่าโครงสร้างทางปัญญา  (cognitive  structure)  ที่มีผลต่อความจำ  การับรู้และการแก้ปัญหาของบุคคล  และมีความเชื่อว่าการกระทำต่าง ๆ ของบุคคลนั้นเกิดขึ้นจากตัวบุคคลนั้นเองไม่ใช่เกิดจากเงื่อนไข  และสภาพแวดล้อมที่จะทำให้บุคคลเรียนรู้ได้ดีนั้นจะต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่บุคคลได้รับรู้และมีความหมายต่อบุคคลเท่านั้น  อีกทั้งสิ่งใดที่บุคคลได้เรียนรู้มาก่อนจะมีผลต่อการเรียนรู้ในปัจจุบัน <br>นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้ที่นิยมกล่าวถึงได้แก่ เกสตอลส์ (Gestalt) วิลเลี่ยม เจม (William Jame) จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) เอดวาร์ด โทลแมน (Edword Tolman) พีอาเจต์ (Piaget) บรูเนอร์ (Burner)</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 15:39:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671438163</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Constructivism and Social - Constructivism</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671450602</link>
         <description><![CDATA[<div>กลุ่มแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ เชื่อว่า การเรียนรู้ เป็นกระบวนการสร้างมากกว่า การรับความรู้ เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนจะสนับสนุนการสร้างมากกว่าความพยายามในการถ่ายทอดความรู้ ดังนั้น กลุ่มแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ จะมุ่งเน้นการสร้างความรู้ใหม่อย่างเหมาะสมของแต่ละบุคคล และเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญในการสร้างความหมายตามความเป็นจริง </div><div>กลุ่มแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ</div><div>1. กลุ่มแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา (Cognitive constructivism)</div><div>     มีรากฐานทางปรัชญาของทฤษฎี มาจากความพยายามที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ ด้วยกระบวนการที่พิสูจน์อย่างมีเหตุผลเป็นความรู้ที่เกิดจากการไตร่ตรอง ซึ่งถือเป็นปรัชญาปฏิบัตินิยม ประกอบกับรากฐานทางจิตวิทยาการเรียนรู้ที่มีอิทธิพลต่อพื้นฐานแนวคิดนี้ นักจิตวิทยาพัฒนาการชาวสวิส คือ เพียเจต์ (Jean Piaget) </div><div>     ทฤษฎีของเพียเจต์ จะแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ช่วงอายุ (Ages) และ ]ลำดับขั้น (Stages) ซึ่งทั้งสององค์ประกอบนี้จะทำนายว่าเด็กจะสามารถหรือไม่สามารถเข้าใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดเมื่อมีอายุแตกต่างกัน และทฤษฎีเกี่ยวกับด้านพัฒนาการที่จะอธิบายว่าผู้เรียนจะพัฒนาความสามารถทางการรู้คิดทฤษฎีพัฒนาการที่จะเน้นจุดดังกล่าวเพราะว่าเป็นพื้นฐานหลักสำหรับวิธีการของคอนสตรัคติวิสต์เชิงปัญญา โดยด้านการจัดการเรียนรู้นั้นมีแนวคิดว่า มนุษย์เราต้องสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยผ่านทางประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะกระตุ้นให้ผู้เรียนสร้างโครงสร้างทางปัญญา หรือเรียกว่า สกีมา (Schemas) รูปแบบการทำความเข้าใจ (Mental model) ในสมอง สกีมาเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Change) ขยาย (Enlarge) และซับซ้อนขึ้นได้โดยผ่านทางกระบวนการ การดูดซึม (Assimilation) และการปรับเปลี่ยน (Accommodation)<br> 2. กลุ่มแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคม (Social constructivism) </div><div>     นักจิตวิทยาของกลุ่มพุทธิปัญญานิยมที่มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่งคือ วีกอทสกี (Lev Vygotsky) ซึ่งเชื่อว่าสังคมและวัฒนธรรมจะเป็นเครื่องมือทางปัญญาที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา รูปแบบและคุณภาพของปัญญา ได้มีการกำหนดรูปแบบและอัตราการพัฒนามากกว่าที่กำหนดไว้ในทฤษฎีของ เพียเจต์ (Jean Piaget) โดยเชื่อว่า ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีความอาวุโส เช่น พ่อแม่ และครู จะเป็นตัวเชื่อมสำหรับเครื่องมือทางสังคมวัฒนธรรมรวมถึงภาษา</div><div>     ตามแนวคิดของวีกอทสกี ดังข้างต้นที่ว่า เด็กจะพัฒนาในกลุ่มของสังคมที่จัดขึ้น การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมควรจะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันมากกว่าที่จะแยกผู้เรียนจากคนอื่น ๆ ครูตามแนวคิดกลุ่มคอนสตรัคติวิสต์ ควรจะสร้างบริบทสำหรับการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถได้รับการส่งเสริมในกิจกรรมที่น่าสนใจซึ่งกระตุ้นและเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้แทนที่ครูผู้สอนที่เข้ามาสู่กิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียน ไม่ใช่เข้ามายืนมองเด็กสำรวจและค้นพบเท่านั้น แต่ครูควรแนะนำเมื่อผู้เรียนประสบปัญหา กระตุ้นให้ผู้เรียนปฏิบัติงานในกลุ่มในการที่จะคิดพิจารณาประเด็นคำถาม และสนับสนุนด้วยการกระตุ้น แนะนำ ให้พวกเขาต่อสู้กับปัญหา และเกิดความท้าทาย และนั่นเป็นรากฐานของสถานการณ์ในชีวิตจริงที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และได้รับความพึงพอใจในผลของงานที่พวกเขาได้ลงมือกระทำ ดังนั้น ครูจะคอยช่วยเอื้อให้ผู้เรียนเกิดความเจริญทางด้านสติปัญญาและการเรียนรู้<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 15:49:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671450602</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Constructionism</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671486198</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เป็นทฤษฎีที่มีพื้นฐานมาจากทฤษฎีการพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) เช่นเดียวกับทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructionism) <br>     ผู้พัฒนาทฤษฏีนี้คือ ศาสตราจารย์ ซีมัวร์ เพเพอร์ท (Seymour Papert) แห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) เพเพอร์ทได้มีโอกาสร่วมงานกับเพียเจต์และได้พัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นมาใช้ในวงการศึกษา<br>     แนวความคิดของทฤษฎีนี้ คือ การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการสร้างพลังความรู้ในตนเองและด้วยตนเองของผู้เรียน หากผู้เรียนมีโอกาสได้สร้างความคิดและนำความคิดของตนเองไปสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยอาศัยสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะทำให้เห็นความคิดนั้นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และเมื่อผู้เรียนสร้างสิ่งใดสิ่งใดขึ้นมาในโลก ก็หมายถึงการสร้างความรู้ขึ้นในตนเองนั่นเอง ความรู้ที่ผู้เรียนสร้างขึ้นในตนเองนี้ จะมีความหมายต่อผู้เรียน จะอยู่คงทน ผู้เรียนจะไม่ลืมง่าย และจะสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเจ้าใจความคิดของตนได้ดีนอกจากนั้นความรู้ที่สร้างขึ้นเองนี้ ยังเป็นฐานให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ใหม่ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 16:16:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671486198</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Cognitive Load Theory : CLT</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671506190</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีภาระการทำงานของสมอง  เป็นทฤษฎีภาระการทำงานของสมอง (cognitive load) ของ Sweller สันนิษฐานว่าเมื่อมีการรับข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้ระบบ ความจําในช่วงที่ทำงานอยู่หรือช่วงสั้น (working memory) มีการเก็บความจําที่จํากัด เช่นเดียวกับระบบความจําระยะยาว (long-term memory) มีการเก็บความจําที่ไม่จํากัด ซึ่งจะส่งผลให้โครงสร้างทางปัญญา มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระดับของความซับซ้อนและเป็นไปอย่างอัตโนมัติ </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 16:31:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671506190</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Connectivism</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671509885</link>
         <description><![CDATA[<div>ทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Connectivism : หลักทฤษฎีการเรียนรู้ของสื่อ Social Media  เป็นทฤษฎีใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี  จากการศึกษายังไม่มีข้อมูลมากมายนัก  แต่เป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจเป็นอย่างมากสามารถสรุปความรู้ได้ดังนี้<br>     ทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Connectivism ตั้งอยู่บนหลักแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญดังต่อไปนี้<br>1. การเรียนรู้และองค์ความรู้เกิดจากพลังทางความคิดของมนุษย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง<br>2. การเรียนรู้เป็นกระบวนการเชื่อมโยงจากแหล่งข้อมูลหรือคลังความรู้ที่หลากหลาย<br>3. การเรียนรู้อาจมิใช่รูปแบบปกตินิยมที่มนุษย์จะใช้กันแบบทั่วๆไปก็เป็นได้<br>4. ประสิทธิภาพของการสร้างองค์ความรู้นั้น เกิดจากความรู้ที่ได้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง<br>5. การพัฒนาและสะสมองค์ความรู้ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องของมวลมนุษย์<br>6. ความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ ความคิด และมโนทัศน์ คือปัจจัยหลักที่สาคัญในการสร้างทักษะการเรียนรู้<br>7. องค์ความรู้ที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เป็นจุดเน้นสำคัญของการสร้างกิจกรรมในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้บังเกิดขึ้น<br>8. การตัดสินใจ เป็นกระบวนการเรียนที่สำคัญที่เกิดขึ้น ประเด็นสำคัญคือการเลือกที่จะเรียนรู้อย่างมีความหมาย ผ่านข้อมูลสารสนเทศที่ได้รับอย่างมีวิจารณญาณและมีความรอบคอบ เพื่อส่งผลต่อการตัดสินใจในการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 16:33:44 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671509885</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Situated Learning and Communities of Practice</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671515614</link>
         <description><![CDATA[<div>การเรียนรู้เชิงสถานการณ์ (situated learning) หมายถึง การเรียนรู้ที่ประกอบด้วยผู้เรียนและบริบทโดยเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมายที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งการเรียนรู้นั้นเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่ในวัฒนธรรมและบริบทที่ต้องใช้ความรู้ หรือเกิดขึ้นจากผู้มีประสบการณ์ในบริบทของสภาพจริง ผู้เรียนจะได้ลงมือกระทำในสภาพจริงผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมภายในกรอบของการมีส่วนร่วมมากกว่าเกิดขึ้นในสมองของบุคคล ทั้งนี้การเรียนรู้เชิงสถานการณ์ต้องอาศัยความเชื่อมโยงของทฤษฎีวัฒนธรรมเชิงสังคมและทฤษฎีพุทธิปัญญา<br><br>ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice - CoP) คือ กลุ่มของคนซึ่งมาแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหาหรือความสนใจในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง และเรียนรู้วิธีการเพื่อให้สามารถปฏิบัติหรือทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการแลกเปลี่ยน และสร้างทักษะ สร้างความรู้ และความเชี่ยวชาญให้เกิดขึ้นในกลุ่ม <br>     ชุมชนนักปฏิบัติเป็นรูปแบบใหม่สำหรับการเชื่อมโยงคนที่มีจิตใจในการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ และความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่มและถือว่าเป็นการพัฒนาองค์กร </div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 16:37:58 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671515614</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Brain-Based Learning Principles</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671542780</link>
         <description><![CDATA[<div>Brain Based Learning (BBL) หมายถึง การเรียนรู้ที่ใช้โครงสร้างและหน้าที่ของสมองเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยไม่สกัดกั้นการทำงานของสมอง แต่เป็นการส่งเสริมให้สมองได้ปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด ภายใต้แนวคิดที่ว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกคนมีสมองพร้อมที่จะทำเรียนรู้มาตั้งแต่กำเนิด<br>     BBL เป็นการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของสมองแต่ละช่วงวัย เป็นการนำองค์ความรู้เรื่องสมองมาใช้เป็นฐานในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ โดยมีที่มาจากศาสตร์การเรียนรู้ 2 สาขา คือ</div><div>          1.ความรู้ทางประสาทวิทยา (Neurosciences) ซึ่งอธิบายที่มาของความคิดและจิตใจของมนุษย์โดยเฉพาะในด้านที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับทักษะการเรียนรู้ อันได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้ ความจำ ความเข้าใจ และความชำนาญ โดยผ่านทฤษฎีว่าด้วยการทำงานของสมองเป็นสำคัญ</div><div>         2.แนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theories) ที่อธิบายเกี่ยวกับการเรียนรู้ของสมองมนุษย์ และกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นและมีพัฒนาการอย่างไร</div><div>          การบูรณาการองค์ความรู้ทั้ง 2 สาขาเข้าด้วยกันทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ตั้งอยู่บนฐานของการพิจารณาว่าปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้สมองมีการเปลี่ยนแปลงสมองมีปฏิกิริยาตอบรับต่อการเรียนการสอนแบบใด และอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่การจัดกิจกรรมระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และที่สำคัญคือการออกแบบและใช้เครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ โดยเน้นว่าต้องทำให้ผู้เรียนสนใจ เกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ และการจดจำตามมา และนำไปสู่ความสามารถในการใช้เหตุผล เข้าใจความเชื่อมโยงสัมพันธ์ในทุกมิติของชีวิต</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 16:59:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671542780</guid>
      </item>
      <item>
         <title>The Need for Learning Theories</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671592073</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 17:38:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671592073</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การเรียนรู้ และทฤษฎีการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671594471</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 17:40:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671594471</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Learning Theories</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671595518</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 17:41:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671595518</guid>
      </item>
      <item>
         <title>Brain-Based Learning Principles</title>
         <author>61010511065</author>
         <link>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671596393</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2020-08-06 17:41:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/61010511065/dox54w5nste84okg/wish/671596393</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
