<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ชมพูทวีป by ศศิธารา นรารักษ์</title>
      <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9</link>
      <description>ม.4/6</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2021-11-24 04:23:47 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-09-29 05:35:03 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f618.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ชมพูทวีป</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909816264</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361596253/dc6a528042995ea98e38ed87035d4d64/8AAB301A_35F7_4D55_A31C_FDACB5686A8C.jpg" />
         <pubDate>2021-11-24 04:24:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909816264</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สมาชิกกลุ่ม 2GOOD4U</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909862282</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อกลุ่ม<br><br>2GOOD4U หรือ To good for you&nbsp;<br>แปลว่าสิ่งที่ดีสำหรับคุณ เพราะอยากให้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับสมาชิกในกลุ่ม ทำให้งานราบรื่น<br><br>สมาชิก และ หน้าที่<br><br>Boss : วศินี แสนวิเศษ (เลขที่ 18)<br>- ตัวการ์ตูนที่วาด คือ ตัวเขาตอนตัดผมสั้น เพราะเขามีความเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบได้ดี<br><br>Security: ภคพร มีชัย (เลขที่ 28)<br>- เขามีการจัดการจัดการที่ดี และ ดูแลความเรียบร้อยของงานได้<br><br><br>Admin : ศศิธารา นรารักษ์ (เลขที่ 20)<br>- เป็นคนประสานงานดี และ จัดการงานได้ไว<br><br>Member : ธนทรัพย์ ทาตะชัย (เลขที่ 12)<br>- เป็นสมาชิกมีความรอบคอบ และ ใส่ใจในงาน<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1361596253/6241cc48fc65875a5e4573184cf5f05e/D703BF7D_FA04_48E6_96E9_E7A904ADCE3A.jpg" />
         <pubDate>2021-11-24 05:04:54 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909862282</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะด้านการเมืองของชมพูทวีป</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909868065</link>
         <description><![CDATA[<div>ด้านการเมือง</div><div>&nbsp; &nbsp;ชมพูทวีป หมายถึงประเทศอินเดียในปัจจุบัน สมัยพุทธกาลมีชนชาติมิลักขะเป็นเจ้าถิ่นเดิม ต่อมาได้ถูกชนชาติอริยกะเข้าปกครอง มีการแบ่งเป็นแว่นแคว้นต่าง ๆ แต่ละแคว้นเรียกว่า ชนบท เฉพาะเขตที่มีอาณากว้างขวางเรียกว่า มหาชนบท ชนบทเหล่านี้แบ่งเป็น 2 ส่วน1 คือ</div><div>&nbsp; &nbsp; (1) ส่วนกลางเรียกว่า มัชฌิมชนบทหรือมัธยมประเทศ เป็นเขตที่อยู่ของชนชาติ อาริยกะ</div><div>&nbsp; &nbsp;(2) ส่วนที่อยู่ภายนอก เป็นหัวเมืองชั้นนอกหรือปัจจันตประเทศ เป็นเขตที่อยู่ของชนชาติ มิลักขะ</div><div>&nbsp; &nbsp;แคว้นในสมัยพุทธกาล</div><div>&nbsp; &nbsp;แคว้นต่าง ๆ ที่ประกอบเป็นมัชฌิมชนบท เป็นเขตที่มีความรุ่งเรืองในสมัยนั้น ประกอบด้วย</div><div>&nbsp; &nbsp;แคว้นใหญ่ ๆ 16 แคว้น คือ</div><div>&nbsp; &nbsp;(1) แคว้นอังคะ มีเมืองหลวงชื่อจัมปา&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;(2) แคว้นมคธ มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์</div><div>&nbsp; &nbsp;(3) แคว้นกาสี มีเมืองหลวงชื่อพาราณสี</div><div>&nbsp; &nbsp;(4) แคว้นโกศล มีเมืองหลวงชื่อสาวัตถี</div><div>&nbsp; &nbsp;(5) แคว้นวัชชี มีเมืองหลวงชื่อเวสาลี , ไพศาลี</div><div>&nbsp; &nbsp;(6) แคว้นมัลละ มีเมืองหลวงชื่อกุสินารา , ปาวา</div><div>&nbsp; &nbsp;(7) แคว้นเจตี มีเมืองหลวงชื่อโสตถิวดี</div><div>&nbsp; &nbsp;(8) แคว้นวังสะ มีเมืองหลวงชื่อโกสัมพี</div><div>&nbsp; &nbsp;(9) แคว้นกุรุ มีเมืองหลวงชื่ออินทปัตถ์ , ปัตถะ</div><div>&nbsp; &nbsp;(10) แคว้นปัญจาละ มีเมืองหลวงชื่อหัสดินปุระ , กัมปิลละ</div><div>&nbsp; &nbsp;(11) แคว้นมัจฉะ มีเมืองหลวงชื่อสาคละ</div><div>&nbsp; &nbsp;(12) แคว้นสุรเสนะ มีเมืองหลวงชื่อมถุรา</div><div>&nbsp; &nbsp;(13) แคว้นอัสสกะ มีเมืองหลวงชื่อโปตลิ</div><div>&nbsp; &nbsp;(14) แคว้นอวันตี มีเมืองหลวงชื่ออุชเชนี</div><div>&nbsp; &nbsp;(15) แคว้นคันธาระ มีเมืองหลวงชื่อตักสิลา</div><div>&nbsp; &nbsp;(16) แคว้นกัมโพชะ มีเมืองหลวงชื่อทวารกะ</div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div>และยังมีแคว้นเล็กแคว้นน้อย 5 แคว้น คือ</div><div>แคว้นสักกะ มีเมืองหลวงชื่อ กบิลพัสดุ์</div><div>แคว้นโกลิยะ มีเมืองหลวงชื่อ เทวทหะ</div><div>แคว้นภัคคะ มีเมืองหลวงชื่อสุงสุมารคีรี</div><div>แคว้นวิเทหะ มีเมืองหลวงชื่อ มิถิลา</div><div>แคว้นอังคุตราปะ มีเมืองหลวงชื่อ อาปณะ</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-24 05:10:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909868065</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะด้านการปกครองของชมพูทวีป</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909868912</link>
         <description><![CDATA[<div>ระบบการปกครองของแคว้นต่าง ๆ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ</div><div>&nbsp; &nbsp; 2.1 การปกครองแบบราชาธิปไตยหรือสมบูรณาญาสิทธิราช หมายถึงการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นประมุขมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครอง แต่มีปุโรหิตเป็นที่ปรึกษาและยึดอุดมการณ์ ที่จะปกครองโดยธรรมมีรัชทายาทสืบสันติวงค์ แคว้นที่ปกครองด้วยระบบนี้คือ แคว้นมคธ แคว้นโกศล แคว้นอวันตี เป็นต้น</div><div>&nbsp; &nbsp;2.2 การปกครองแบบสามัคคีธรรม เป็นการปกครองที่จัดทำโดยรัฐสภา กษัตริย์ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาด ไม่มีตำแหน่งรัชทายาท มีประมุขรัฐสภาดำรงตำแหน่งตามระยะเวลาที่กำหนดหรือมีคณะกรรมการบริหารซึ่ง เลือกจากหัวหน้าครอบครัวใหญ่ ๆ ในชนบท(เมือง) นิคม(อำเภอ) คาม(ตำบล)ลักษณะการปกครองแบบนี้คล้ายกับการปกครองแบบประชาธิปไตยในปัจจุบัน แคว้นที่ปกครองแบบนี้เช่น แคว้นวัชชี</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-24 05:11:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909868912</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะด้านสังคมของชมพูทวีป</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909869787</link>
         <description><![CDATA[<div>อินเดียในสมัยชมพูทวีปแบ่งชนชั้นเป็น 4 วรรณะคือ</div><div>&nbsp; &nbsp;(1) วรรณะพราหมณ์ คือพวกที่ศึกษาคัมภีร์พระเวท มีหน้าที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา</div><div>&nbsp; &nbsp;(2) วรรณะกษัตริย์ คือพวกเจ้าหรือชนชั้นปกครอง นักรบ มีหน้าที่รักษาบ้านเมือง</div><div>&nbsp; &nbsp;(3) วรรณะแพศย์หรือไวศยะ คือประชาชนส่วนใหญ่ที่มีหน้าที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น กสิกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม ศิลปกรรม ศิลปหัตถกรรม ต่อมามักจะหมายถึงพ่อค้า</div><div>&nbsp; &nbsp;(4) วรรณะศูทร คือพวกกรรมกรผู้ใช้แรงงาน มีหน้าที่รับจ้างทั่วไป</div><div>นอกจากนี้ยังมีชนชั้นต่ำอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า จัณฑาล ถือว่าเป็นคนนอกวรรณะเพราะกำเนิดมาจาก บิดา มารดา ที่ถือวรรณะต่างกัน พวกนี้จะถูกเหยียดหยามจากวรรณะอื่น ไม่มีสิทธิ ใด ๆ ในสังคม ระบบของอินเดียนี้ถือว่ากำหนดไว้ตายตัวโดยพระผู้เป็นเจ้า คนเกิดในวรรณะใดย่อมมีลัทธิและแนวทางดำเนินชีวิตตามหลักคำสอนที่ได้วางไว้ จะขัดขืนไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางสังคม แม้การศึกษาหรือการสร้างฐานะทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้ พฤติกรรมเช่นนี้เปลี่ยนไปเมื่อมีพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่มุ่งหวังจะช่วยแก้ปัญหาของคนในสังคมทุกระดับและเปิดโอกาสให้คน ทุกวรรณะบวชได้</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-24 05:12:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909869787</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะด้านลัทธิความเชื่อ</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909870344</link>
         <description><![CDATA[<div>ด้านลัทธิความเชื่อ</div><div>&nbsp; &nbsp;คนในสังคมอินเดียสมัยพุทธกาลจะนับถือเทพเจ้าที่อยู่ในศาสนาพราหมณ์ ความเชื่อและแนวทางปฏิบัติจึงอยู่บนพื้นฐานของคำสอนทางศาสนาพราหมณ์ดังนี้&nbsp;</div><div>&nbsp; &nbsp;4.1 เชื่อในเรื่องการล้างบาป อินเดียในสมัยชมพูทวีปเชื่อถือเรื่องการล้างบาป โดยเฉพาะในแม่น้ำคงคา ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากสวรรค์คือภูเขาหิมาลัย เมื่อได้ดื่มหรืออาบจะได้บุญมาก ความชั่วที่ทำไว้ทั้งหมดจะถูกลอยไปกับสายน้ำกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกายและ ใจ เมื่อมีพระพุทธเจ้าความเชื่อเหล่านี้ก็จางไป เพราะพระองค์ตรัสว่าการล้างบาปวิธีนี้ ล้างได้แต่กายไม่ได้ล้างใจด้วย</div><div>&nbsp; &nbsp;4.2 ความเชื่อเกี่ยวกับโลกและชีวิต2</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.2.1 ความเชื่อเรื่องการเกิดการตาย</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(1) เชื่อว่าตายแล้วเกิดอีกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(2) เชื่อว่าตายแล้วเกิดอีกแต่ไม่เหมือนเดิม</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(3) เชื่อว่าตายแล้วสูญหายหมด</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(4) เชื่อว่าตายแล้วสูญหายส่วนหนึ่ง</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4.2.2 ความเชื่อเรื่องสุขและทุกข์</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(1) เชื่อว่าสุขทุกข์ เกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย พวกนี้จะไม่ขวนขวายทำความดี รอโชคชะตาแล้วแต่จะเป็นไป</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(2) เชื่อว่าสุขทุกข์เกิดจากเหตุและปัจจัย พวกนี้ถือว่าสุขทุกข์เกิดจากเหตุภายนอก จึงนิยมบวงสรวงเซ่นไหว้สิ่งที่คิดว่าจะบันดาลให้เกิด สุขทุกข์ได้ กับพวกที่เชื่อว่าสุขทุกข์มีสาเหตุมาจากกรรม ก็พยายามละเว้นกรรมที่ก่อให้เกิดทุกข์แล้วทำกรรมที่เป็นเหตุให้เกิดสุข</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4.2.3 ความเชื่อในการแสวงหาสัจธรรม จากสภาพการแบ่งชั้นวรรณะและความยากจนซึ่งมีการดูหมิ่นเหยียดหยามและเอา เปรียบกัน ทำให้คนบางกลุ่มเกิดการเบื่อหน่ายและมีความทุกข์จึงคิดหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะปลีกตัวออกไปหารูปแบบชีวิตแปลก ๆ ด้วยการทรมานตัวเอง ตั้งตนเป็นเจ้าของลัทธิ ถือเพศเป็นผู้แสวงหาทางหลุดพ้น เช่น ปริพาชก ชฎิล สมณะ เป็นต้น</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-24 05:12:43 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909870344</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษณะด้านศาสนาของชมพูทวีป</title>
         <author>viewmmmnara6666</author>
         <link>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909871304</link>
         <description><![CDATA[<div>พื้นฐานทางศาสนาของอินเดียในสมัยชมพูทวีป เป็นศาสนาพราหมณ์มีการเชื่อถือเกี่ยวกับการเวียนเกิด เวียนตายของวิญญาณ การแสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ มักจะมีอยู่ 2 ทาง3 คือ</div><div>&nbsp; &nbsp;5.1 กามสุขัลลิกานุโยค คือการหมกหมุ่นเสพสุขทางกามารมณ์ โดยถือว่ากามสุขนั้นเป็นเครื่องหลุดพ้น</div><div>&nbsp; &nbsp;5.2 อัตตกิลมถานุโยค คือ การทำตนให้ลำบากด้วยการบำเพ็ญตบะรวมทั้งการทรมานตนตามแบบโยคี</div><div>ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา</div><div>&nbsp; &nbsp;ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาหมายถึง การปกครองของพระสงฆ์ โดยพระสงฆ์และเพื่อ พระสงฆ์ ซึ่งเป็นการปกครองที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ต่อบ้านเมืองเท่าเทียมกันเป็นการปกครองโดยใช้หลักเสียง ข้างมาก ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา ได้มีมาพร้อมกับพระพุทธเจ้าซึ่งใช้หลักการเดียวกันโดยแฝงอยู่ในแนวปฏิบัติ ของหลักคำสอน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ ดังนี้</div><div>&nbsp; &nbsp;1. พระพุทธเจ้าได้ทรงมอบความเป็นใหญ่ให้แก่พระสงฆ์ ในการทำสังฆกรรมและการมอบอำนาจให้แก่พระสงฆ์ในการทำการอุปสมบท</div><div>&nbsp; &nbsp;2. พระพุทธศาสนามีพระธรรมวินัยเป็นประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกับ รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมของภิกษุสงฆ์ทุกรูปที่จะต้องถือเป็นเรื่องสำคัญเช่น การปฏิบัติตามศีล 227 ข้อ</div><div>&nbsp; &nbsp;3. พระภิกษุในพระพุทธศาสนา มีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคภายใต้พระธรรมวินัย เช่น ไม่ว่าคนในวรรณะใดเมื่อมาบวชในพระพุทธศาสนาแล้วทุกคนเท่าเทียมกันหมด</div><div>&nbsp; &nbsp;4. การตัดสินปัญหาที่มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องต่าง ๆ ของภิกษุจะใช้ เยภุยยสิกา คือใช้เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ตัดสิน</div><div>&nbsp; &nbsp;5. ภิกษุทุกรูปมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าร่วมประชุมทั้งการแสดงความคิดเห็นที่คัดค้านและเห็นด้วยทุกครั้งไป</div><div>&nbsp; &nbsp;6. พระพุทธเจ้ามิได้ใช้อำนาจในฐานะพระศาสดาเข้ามาแทรกแซงในการกระทำต่าง ๆ4 แต่มีการแบ่งอำนาจ คือ พระเถระผู้ใหญ่ปกครองหมู่คณะ โดยมีพระวินัยธร ซึ่งทำหน้าที่ตัดสินคดี (วินิจฉัยอธิกรณ์) เช่นเดียวกับศาล</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2021-11-24 05:13:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/viewmmmnara6666/dmttvtpcx5p785j9/wish/1909871304</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
