<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ห้องเรียนศรช.บ้านแสนตอ by อรณี ทะต่อม</title>
      <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs</link>
      <description>ครูอรณี เทพอินทร์</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2025-06-23 08:55:39 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-08-20 04:27:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4032813102/72e2ad222cb9c4cf74c20143bc9cf73d/470130612_578504591801129_2731873677762310825_n__1_.jpg</url>
      </image>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์ จ.สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531609777</link>
         <description><![CDATA[<p>นส.พิพัฒน์พร อยู่นุ้ย</p><p><br/></p><p>ได้เลยครับ! เราจะเริ่มจากการแนะนำเนื้อหาหลักๆ ที่ควรรวมไว้ในรายงานประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ เช่น:</p><p>1. <strong>ประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน</strong></p><p>   * ต้นกำเนิดของจังหวัดสุรินทร์</p><p>   * ชื่อเมืองและที่มาของชื่อ</p><p>   * การตั้งถิ่นฐานของคนในพื้นที่ เช่น ชาวไทยเขมร, ชาวมอญ, ชาวลาว</p><p>2. <strong>การเมืองในอดีต</strong></p><p>   * สุรินทร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรใดบ้าง (เช่น อาณาจักรเขมร, ราชอาณาจักรไทย)</p><p>   * การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงเวลาต่างๆ</p><p>   * ผู้นำสำคัญในประวัติศาสตร์ของสุรินทร์</p><p>3. <strong>ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน</strong></p><p>   * สุรินทร์มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับประเทศเขมร (กัมพูชา) อย่างไรบ้าง</p><p>4. <strong>วัฒนธรรมและประเพณี</strong></p><p>   * ความสำคัญของวัฒนธรรมเขมรในสุรินทร์</p><p>   * ประเพณีสำคัญ เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ, การท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์</p><p>5. <strong>เหตุการณ์สำคัญ</strong></p><p>   * เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ เช่น การเคลื่อนไหวทางการเมือง, การปฏิวัติ หรือการสงคราม</p><p>6. <strong>การพัฒนาในปัจจุบัน</strong></p><p>   * สถานการณ์ในสุรินทร์ในปัจจุบัน</p><p>   * การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม</p><p>ถ้าคุณต้องการรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมในแต่ละส่วน แจ้งให้ฉันทราบเลยครับ!</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:10:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531609777</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🫴🏻 นางสาว อมรรัตน์ น้อยศรี 17 /07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531610640</link>
         <description><![CDATA[<p>---</p><p><br></p><p><br></p><p>## รายงานเรื่อง ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p>### บทนำ</p><p><br></p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีความโดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชาติพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียงในเรื่องช้าง สุรินทร์เป็นแหล่งรวมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะชาวเขมรและชาวกูย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับจังหวัด</p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>### ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p>#### ยุคก่อนประวัติศาสตร์</p><p><br></p><p>จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า พื้นที่จังหวัดสุรินทร์มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการขุดพบเครื่องมือหินและภาชนะดินเผาในหลายพื้นที่ เช่น ที่อำเภอพนมดงรัก แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เคยเป็นชุมชนดั้งเดิมของมนุษย์ในยุคหิน</p><p><br></p><p>#### ยุคอาณาจักรโบราณ</p><p><br></p><p>ในสมัยอาณาจักรขอม สุรินทร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของอิทธิพลเขมรโบราณ มีปราสาทหินขอมกระจายอยู่ทั่วจังหวัด เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทบ้านพลวง และปราสาทยายเหงา สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความรุ่งเรืองของศาสนา ศิลปกรรม และวัฒนธรรมในยุคนั้น</p><p><br></p><p>#### การก่อตั้งเมืองสุรินทร์</p><p><br></p><p>เมืองสุรินทร์เดิมมีชื่อว่า "บ้านจอมพระ" ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2310 ในสมัยกรุงธนบุรี ได้มีการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองตามคำแนะนำของชาวกูยที่นำช้างไปถวายพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “สุรินทร์” ตามชื่อของผู้นำท้องถิ่นในขณะนั้น คือ “หลวงโยธา” ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาสุรินทรภักดี"</p><p><br></p><p>#### ยุครัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p>ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองสุรินทร์ได้รับการจัดระเบียบการปกครองใหม่ตามระบบมณฑลเทศาภิบาล ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดสุรินทร์และจัดตั้งเป็นศูนย์กลางของมณฑลจัตุรมงคล ก่อนที่ระบบมณฑลจะถูกยกเลิกในภายหลัง</p><p><br></p><p>ในปัจจุบัน สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “งานช้างสุรินทร์” ที่จัดขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นงานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างที่โด่งดังระดับโลก</p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>### สรุป</p><p><br></p><p>จังหวัดสุรินทร์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคอาณาจักรขอมโบราณ จนถึงยุครัตนโกสินทร์ การผสมผสานของวัฒนธรรมท้องถิ่นจากชาวเขมร กูย และไทย ทำให้สุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย</p><p><br></p><p>---</p><p><br></p><p>หากคุณต้องการรูปภาพประกอบ แหล่งอ้างอิง หรือปรับเป็นรูปแบบไฟล์ Word หรือ PDF ก็แจ้งได้เลยนะครับ!</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:12:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531610640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องประวัติศาสตร์จ.สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531611104</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>น.ส จิรปรียา ปิสา 17/07/68</p><p><br/></p><p>นี่คือรูปปราสาทตาเมื่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของ จ.สุรินทร์ ที่สะท้อนยุคขอมโบราณและความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น</p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>🏛️ รายงานประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br/></p><p>1. ภูมิหลังยุคก่อนประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>พื้นที่สุรินทร์มีชุมชนมนุษย์มาตั้งรกรากตั้งแต่ประมาณ 2,000 ปีก่อน จากยุคโลหะตอนปลายที่มีเครื่องมือเหล็ก และมีชุมชนโบราณกว่า 59 แห่ง  </p><p><br/></p><p>ชุมชนเริ่มต้นเป็นกลุ่มล่าสัตว์-เก็บพืช และพัฒนาสู่ยุคเหล็ก–สำคัญถือเป็นต้นตระกูลกลุ่มชาติพันธุ์มอ‑ขเมอร์ในปัจจุบัน  </p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. ยุคประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโบราณ</p><p><br/></p><p>สมัยดวารวดี (ประมาณพ.ศ. 1100–1700) ภาคอีสานของไทยเกิดวัฒนธรรมอินเดียเข้ามา และสุรินทร์มีร่องรอยวัฒนธรรมดังกล่าว  </p><p><br/></p><p>สมัยอาณาจักรขอม (พ.ศ. 1600–1800): สุรินทร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอม โดยมีโบราณสถาน ปราสาทเก่า เช่น ปราสาทบ้านไพล ปราสาทหมื่นชัย และปราสาทตาเมื่อน ธม ซึ่งล้วนสะท้อนสมบัติทางศิลปะยุคขอม  </p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. ยุคที่อาณาจักรขอมล่มสลาย</p><p><br/></p><p>หลังการล่มสลายของขอมในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา พื้นที่สุรินทร์เงียบเหงาไปช่วงหนึ่ง ไม่ปรากฏหลักฐานการปกครองหรือเมืองสำคัญอย่างเด่นชัด  </p><p><br/></p><p><br/></p><p>4. การกลับมาของเมืองสุรินทร์สมัยอยุธยา</p><p><br/></p><p>ในช่วงปลายอยุธยา (ประมาณ พ.ศ. 2302) มีการเคลื่อนย้ายกลุ่มกูยและกลุ่มลาวมาตั้งถิ่นฐานบริเวณปัจจุบัน และติดต่อกับกรุงศรีอยุธยา  </p><p><br/></p><p>ตำนานเล่าว่า “เจียงพุ่ม” (Chiangpum) ผู้นำชุมชนกูยได้นำช้างเผือกถวายพระองค์เจ้าพญาจักรี (ในอนาคตคือ รัชกาลที่ 1) เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์ ทรงพระราชทานตำแหน่ง “หลวงสุรินทร์ภักดี” และตั้งเมืองสุรินทร์อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2329 (ตั้งเมืองใหม่ 15 กม.จากเดิม) และเปลี่ยนชื่อเป็น “สุรินทร์” ในปี พ.ศ. 2329 ตามตำนาน  </p><p><br/></p><p><br/></p><p>5. ยุคสมัยใหม่ (ยุครถไฟและปัจจุบัน)</p><p><br/></p><p>การเชื่อมต่อทางรถไฟ (พ.ศ. 2465) จากนครราชสีมา สู่สุรินทร์ ทำให้การค้า–การย้ายถิ่นดีขึ้น จีน-อินเดียเข้ามาตั้งร้านค้า และเมืองเติบโตทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม  </p><p><br/></p><p>ปัจจุบัน สุรินทร์เป็นจังหวัดรวมกลุ่มชาติพันธุ์: คนไทอีสาน (ลาว) กลุ่มเขมรภาคเหนือ และกูย มีวัฒนธรรมหลากหลาย และมีเศรษฐกิจเกษตรเป็นหลัก เช่น ข้าวหอมมะลิ ผ้าไหม และช้างเชิงการเลี้ยงฝึกโดยชาวกูย   ราว 25% ของช้างเชิงในไทยอยู่ที่นี่  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>🧭 โครงสร้างรายงานแนะนำ</p><p><br/></p><p>ส่วน	เนื้อหา</p><p><br/></p><p>บทนำ	แนะนำที่ตั้ง ภูมิภาค ความสำคัญของสุรินทร์</p><p>ยุคก่อนประวัติศาสตร์	การตั้งถิ่นฐาน สังคมยุคเหล็ก</p><p>ยุคอาณาจักรโบราณ	ดวารวดี – ขอม โบราณสถานสำคัญ</p><p>ยุคฟื้นฟูเมืองสุรินทร์	ตำนานเจียงพุ่ม การตั้งเมืองโดยราชสำนักอยุธยา</p><p>ยุคสมัยรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน	การเชื่อมต่อทางรถไฟ พัฒนาเมือง</p><p>มรดกวัฒนธรรม	ผ้าไหม ชาวกูย ช้าง เทศกาลช้างสุรินทร์</p><p>บทสรุป	สรุปพัฒนาการของจังหวัด และบทบาทปัจจุบัน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>🔍 เพิ่มเติมที่น่าสนใจ</p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมื่อน: กลุ่มปราสาทโบราณซึ่งสร้างในศาสนาฮินดู-พุทธ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 ตั้งอยู่ในอำเภอพนมดงรักใกล้ชายแดนกัมพูชา  </p><p><br/></p><p>พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์: บอกเล่าเรื่องราวของช้างป่า ช้างหลวง และช้างเชิง โดยเฉพาะประวัติการเลี้ยงช้างของกูย และวิถีความสัมพันธ์กับคนและสัตว์ในท้องถิ่น  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>หากคุณต้องการเนื้อหาเพิ่มเติม เช่น รายชื่ออำเภอ โบราณสถานเฉพาะ เจาะลึกกลุ่มชาติพันธุ์ หรือข้อมูลร่วมสมัยเพิ่มเติม เช่น เทศกาลช้</p><p>าง หรือภาวะพัฒนามนุษย์ในจังหวัด ผมพร้อมช่วยเขียนเพิ่มเติมให้ครับ 😊</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:12:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531611104</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เรื่องประวัติศาสตร์จ.สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531612083</link>
         <description><![CDATA[<p>ณภัทร    โพธิ์ศร</p><p><br/></p><p>ได้เลย! นี่คือตัวอย่างรายงานเรื่อง **"ประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์"** ซึ่งสามารถใช้สำหรับการเรียน การค้นคว้า หรือการนำเสนอได้:</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## รายงานเรื่อง: ประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์</p><p><br/></p><p>### จัดทำโดย: \[ชื่อผู้จัดทำ]</p><p><br/></p><p>### ชั้น: \[ระดับชั้น]</p><p><br/></p><p>### โรงเรียน: \[ชื่อโรงเรียน]</p><p><br/></p><p>### วันที่: \[วันที่จัดทำรายงาน]</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>### บทนำ</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีวัฒนธรรมอันหลากหลาย ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงด้านช้าง และเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น เขมร ลาว กูย และไทย รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นมาและพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>### เนื้อเรื่อง</p><p><br/></p><p>#### 1. กำเนิดเมืองสุรินทร์</p><p><br/></p><p>เมืองสุรินทร์เดิมเป็นชุมชนของชนเผ่ากูยหรือกวย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความชำนาญในการจับช้างป่า สมัยโบราณพื้นที่นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอม และยังคงมีร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณ เช่น ปราสาทหินต่างๆ ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น **ปราสาทศีขรภูมิ** และ **ปราสาทบ้านพลวง**</p><p><br/></p><p>#### 2. ยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์</p><p><br/></p><p>ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ประมาณ พ.ศ. 2320) มีการจัดระเบียบการปกครองใหม่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองสุรินทร์ขึ้นเป็นหัวเมืองทางตะวันออก และแต่งตั้ง “หลวงประธานราษฎร์ศึก” ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านกูย ให้เป็น “พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง” เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก</p><p><br/></p><p>#### 3. การพัฒนาในยุคสมัยใหม่</p><p><br/></p><p>เมืองสุรินทร์มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการเกษตร การเลี้ยงช้าง และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน จังหวัดสุรินทร์ยังเป็นแหล่งรวมของชนเผ่าต่างๆ เช่น กูย เขมร และลาว ซึ่งส่งผลให้วัฒนธรรมในพื้นที่มีความหลากหลาย ปัจจุบันสุรินทร์เป็นที่รู้จักในฐานะ “เมืองช้าง” และมีการจัดงาน **“เทศกาลช้างสุรินทร์”** ขึ้นทุกปีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นเมือง</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>### สรุป</p><p><br/></p><p>เมืองสุรินทร์มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่ยุคอาณาจักรขอมจนถึงปัจจุบัน ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ทำให้สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสุรินทร์ไม่เพียงแต่เป็นการศึกษาอดีต แต่ยังช่วยส่งเสริมให้เราเห็นคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>### บรรณานุกรม</p><p><br/></p><p>1. เว็บไซต์จังหวัดสุรินทร์: [https://www.surin.go.th](https://www.surin.go.th)</p><p>2. หนังสือ "ประวัติศาสตร์อีสาน" โดย ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร</p><p>3. เอกสารท้องถิ่นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>หากคุณต้องการให้นำเสนอในรูปแบบ PowerPoint หรือเพิ่มภาพประกอบ </p><p>เช่น ปราสาทหินหรือรูปงานช้าง ก็สามารถแจ้งได้เลยครับ!</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:14:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531612083</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์ จ.สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531614086</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>วุฒิชัย  มาทำมา</p><p>จังหวัดสุรินทร์ก่อนแล้วค่อยๆ ขยายรายละเอียดให้ครบถ้วนตามที่ต้องการนะครับ</p><p><strong>ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์</strong></p><ol><li><p><strong>ที่ตั้งและภูมิศาสตร์</strong></p><ul><li><p>จังหวัดสุรินทร์ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่า ภาคอีสาน</p></li><li><p>มีเขตแดนติดกับประเทศกัมพูชาทางทิศใต้ และจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย เช่น จังหวัดบุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, และอุบลราชธานี</p></li><li><p>ที่ตั้งของสุรินทร์ทำให้มีการติดต่อกับอารยธรรมต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก</p></li></ul></li><li><p><strong>ชื่อจังหวัดและที่มาของชื่อ</strong></p><ul><li><p>ชื่อ "สุรินทร์" มาจากคำว่า "สุร" ซึ่งหมายถึง เทวดาหรือผู้ทรงอำนาจ และ "อินทร์" ที่หมายถึง เทพแห่งสวรรค์ คำว่า "สุรินทร์" จึงหมายถึง "ที่อยู่ของเทวดา" หรือ "ที่ที่มีอำนาจ"</p></li></ul></li><li><p><strong>ประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆ</strong></p><ul><li><p><strong>ในยุคโบราณ</strong> จังหวัดสุรินทร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอม โดยเฉพาะในช่วงที่อาณาจักรขอมรุ่งเรือง มีการสร้างวัดและสิ่งก่อสร้างที่มีอิทธิพลจากวัฒนธรรมขอมมากมาย</p></li><li><p><strong>ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา</strong> สุรินทร์เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่สำคัญในการคมนาคมและการค้า</p></li><li><p><strong>ในสมัยรัตนโกสินทร์</strong> จังหวัดสุรินทร์ได้ถูกแบ่งแยกเป็นหลายส่วนในช่วงแรกๆ และได้มีการจัดตั้งเป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2416 ในรัชกาลที่ 5</p></li><li><p><strong>ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2</strong> สุรินทร์เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านการเกษตรและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ</p></li></ul></li><li><p><strong>วัฒนธรรมและประเพณี</strong></p><ul><li><p>จังหวัดสุรินทร์มีชื่อเสียงในด้านการแสดงศิลปะการเต้นรำ "โขน" และ "หนังตะลุง" รวมถึงการจัดงานบุญประเพณีที่สำคัญ เช่น "ประเพณีขึ้นปีใหม่" และ "ประเพณีบุญข้าวสาก"</p></li><li><p>สุรินทร์ยังเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะผ้าไหมยกดอกที่มีลวดลายที่สวยงาม</p></li></ul></li><li><p><strong>สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ</strong></p><ul><li><p>วัดประจำจังหวัด เช่น วัดพระธาตุสุรินทร์</p></li><li><p>สถานที่ธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร</p></li><li><p>สิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย</p></li></ul></li></ol><p>หากต้องการเพิ่มข้อมูลหรือรายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละหัวข้อ สามารถขอเพิ่มเติมได้ครับ! หรือหากต้องการให้ฉันช่วยสรุปให้อ่านง่ายๆ ก็บอกได้นะครับ</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:16:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531614086</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531615121</link>
         <description><![CDATA[<p>รายงานเรื่อง ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p>จัดทำโดย</p><p>ชื่อ: สรวิชญ์ แก้วจันทร์</p><p>ชั้น: -</p><p>เลขที่: -</p><p>เสนอต่อ: -</p><p>โรงเรียน/สถาบัน: ศรช. บ้านแสนตอ</p><p>วันที่: 30/07/68</p><p><br/></p><p>สารบัญ</p><p>บทนำ</p><p><br/></p><p>ประวัติความเป็นมาของจังหวัดสุรินทร์</p><p><br/></p><p>วัฒนธรรมและวิถีชีวิต</p><p><br/></p><p>โบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ</p><p><br/></p><p>บทสรุป</p><p><br/></p><p>เอกสารอ้างอิง</p><p><br/></p><p>1. บทนำ</p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีความโดดเด่นทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในเรื่องช้างและวัฒนธรรมของชาวเขมรที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาของจังหวัดสุรินทร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งสำรวจวัฒนธรรมและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>2. ประวัติความเป็นมาของจังหวัดสุรินทร์</p><p>สุรินทร์มีร่องรอยของอารยธรรมโบราณตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีเช่น เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือหินที่ขุดพบในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรขอมโบราณ ซึ่งสะท้อนผ่านศิลปกรรมแบบบายนและนครวัดที่ปรากฏในปราสาทหินต่าง ๆ เช่น ปราสาทศีขรภูมิ</p><p><br/></p><p>ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พื้นที่สุรินทร์ได้รับการจัดตั้งเป็นเมือง มีการตั้งเมืองสุรินทร์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2328 ในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยมีเจ้าเมืองคนแรกคือ “หลวงโยธีสงคราม” ซึ่งเป็นผู้นำชาวพื้นเมือง</p><p><br/></p><p>3. วัฒนธรรมและวิถีชีวิต</p><p>ชาวสุรินทร์มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่ ชาวไทย, ชาวเขมร, ชาวกูย (หรือกวย) และชาวลาว โดยเฉพาะชาวกูยมีชื่อเสียงในการเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด</p><p><br/></p><p>เทศกาลสำคัญ:</p><p><br/></p><p>งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤศจิกายน แสดงความสามารถของช้าง เช่น การแสดงศึกยุทธหัตถี การลากซุง และการแข่งขันต่าง ๆ</p><p><br/></p><p>บุญบั้งไฟ และประเพณีสงกรานต์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผูกพันกับความเชื่อและศาสนา</p><p><br/></p><p>4. โบราณสถานและแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ</p><p>ปราสาทศีขรภูมิ: ปราสาทหินขอมศิลปะแบบบายน สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 17 ใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู</p><p><br/></p><p>ปราสาทบ้านพลวง, ปราสาทตาเมือน: เป็นอีกหนึ่งกลุ่มปราสาทหินที่มีความสำคัญทางโบราณคดี</p><p><br/></p><p>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์: รวบรวมวัตถุโบราณและให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br/></p><p>5. บทสรุป</p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภาคอีสาน มีอารยธรรมเก่าแก่ ผสมผสานกับวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ทำให้เกิดอัตลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น ปราสาทหินและงานช้างล้วนสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่</p><p>การอนุรักษ์และส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:18:12 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531615121</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531616031</link>
         <description><![CDATA[<p>นิติพล ขัตติยา</p><p>แน่นอน! นี่คือตัวอย่างรายงานเรื่อง <strong>ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</strong> ที่คุณสามารถนำไปใช้หรือปรับแต่งเพิ่มเติมได้:</p><p>รายงานเรื่อง: ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>จัดทำโดย:</strong> [ชื่อของคุณ]<br><strong>ชั้น:</strong> [ระดับชั้น/ปีการศึกษา]<br><strong>โรงเรียน:</strong> [ชื่อโรงเรียน/สถาบัน]<br><strong>วันที่:</strong> [วันที่จัดทำรายงาน]</p><p>บทนำ</p><p>จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่มีรากเหง้ามาจากชาวเขมรโบราณ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องช้างและผ้าไหมพื้นเมืองที่งดงาม</p><p>ประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p>1. ยุคก่อนประวัติศาสตร์</p><p>พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในปัจจุบันมีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานโบราณวัตถุ เช่น ขวานหิน กระดูกสัตว์ และเครื่องมือหิน ซึ่งบ่งบอกถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณนี้</p><p>2. ยุคอาณาจักรโบราณ</p><p>สุรินทร์เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรฟูนันและเจนละ ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณของชาวเขมรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12–13 ต่อมาเข้าสู่ยุคของอาณาจักรขแมร์หรือเขมรใหญ่ (Angkor Empire) โดยมีศาสนสถานแบบขอมโบราณหลายแห่งในพื้นที่ เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทบ้านพลวง และปราสาทภูมิโปน</p><p>3. ยุคกรุงศรีอยุธยา</p><p>ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พื้นที่สุรินทร์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกรุงศรีอยุธยาและได้กลายเป็นเขตชายแดนระหว่างสยามกับเขมร มีการจัดตั้งเมืองชายแดนเพื่อควบคุมพื้นที่และป้องกันการรุกราน</p><p>4. ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์</p><p>ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ได้มีการตั้งเมืองสุรินทร์ขึ้นเป็นทางการในปี พ.ศ. 2328 โดยตั้งชื่อว่า “เมืองประทายสมันต์” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสุรินทร์” ในภายหลัง โดยคำว่า “สุรินทร์” มาจากชื่อของเจ้าเมืองคนแรก คือ <strong>ปู่ตาเชียงปุม</strong> ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทางราชสำนัก</p><p>5. ยุคปัจจุบัน</p><p>จังหวัดสุรินทร์ได้พัฒนาขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรม ปัจจุบันมีความโดดเด่นในเรื่องการเลี้ยงช้าง การทอผ้าไหม และการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น เช่น งานเทศกาลช้าง งานบุญบั้งไฟ และประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง</p><p>สรุป</p><p>จังหวัดสุรินทร์มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและหลากหลาย ทั้งในแง่ของการเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ การเป็นพื้นที่ชายแดนสำคัญ และเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างงดงาม การศึกษาประวัติศาสตร์ของสุรินทร์จึงเป็นการเรียนรู้รากเหง้าของชาวอีสานและคนไทยในภาพรวม</p><p>แหล่งอ้างอิง</p><ol><li><p>เว็บไซต์จังหวัดสุรินทร์</p></li><li><p>กรมศิลปากร – ข้อมูลโบราณสถานในจังหวัดสุรินทร์</p></li><li><p>หนังสือ “ประวัติศาสตร์อีสาน” โดย [ชื่อผู้แต่ง]</p></li><li><p>วารสารทางวิชาการเกี่ยวกับวัฒนธรรมขอมในไทย</p></li></ol><p>หากคุณต้องการไฟล์เวิร์ดหรือ PDF ฉบับเต็ม หรืออยากให้เพิ่มภาพประกอบหรือส่วนอื่น ๆ เช่น ประเพณี, ภาษา, วิถีชีวิต ก็สามารถบอกได้นะครับ!</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:19:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531616031</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย กิตติกร คำบำรุง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531616057</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><strong>🏛 รายงานประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</strong></p><p><strong>1. บทนำ</strong></p><ul><li><p>ทำความรู้จักกับจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ในภาคอีสานตอนล่างของประเทศไทย ระยะทางประมาณ 420–457 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://finearts.go.th/surinmuseum/view/11365-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C?utm_source=chatgpt.com">กรมศิลปากร</a></p></li><li><p>มีชื่อเล่นว่า "ถิ่นช้างใหญ่" เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชนเผ่าไทย กวย ขอม และลาว/อีสาน <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://finearts.go.th/surinmuseum/view/11365-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C?utm_source=chatgpt.com">กรมศิ</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3hoteldirect.in.th">ลปากรhoteldirect.in.th</a></p></li></ul><p><strong>2. ยุคก่อนประวัติศาสตร์</strong></p><ul><li><p>มีหลักฐานว่าเริ่มตั้งถิ่นฐานมนุษย์ตั้งแต่ยุคหินใหม่ (ประมาณ 2,500–1,500 ปีก่อนค.ศ.) มีการเพาะปลูก, ยุคสำริด และยุคเหล็ก (500 ปี – 500 ค.ศ.) พบแหล่งโบราณคดียุคเหล็กกว่า 60 แห่ง <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://hmong.in.th/wiki/Surin%2C_Thailand?utm_source=chatgpt.com">Hmong+1วิกิพีเดีย+1</a></p></li></ul><p><strong>3. ยุคประวัติศาสตร์โบราณ</strong></p><ul><li><p><strong>ยุคทวารวดี</strong> (7–11 ค.ศ.): วัฒนธรรมอินเดียแผ่เข้ามาในภาคอีสาน สุรินทร์มีหลักฐานยุคนี้ และมีการรับศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://hmong.in.th/wiki/Surin%2C_Thailand?utm_source=chatgpt.com">Hmong+1Hmong+1</a></p></li><li><p><strong>ยุคอาณาจักรขอม</strong> (7–13 ค.ศ.): สุรินทร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอม สังเกตได้จากโบราณสถานและจารึกหิน เช่น ปราสาทศีขรภูมิ, ปราสาทศักรภูมิ และปราสาทสี่โบสถ์ รวมถึงเครือข่ายกับพนมรุ้ง <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://knjt.co.th">knjt.co.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://hmong.in.th/wiki/Surin_Province?utm_source=chatgpt.com">+3Hmong+3Hmong+3</a></p></li></ul><p><strong>4. ยุคฟื้นเมืองสมัยอยุธยา – ธนบุรี – รัตนโกสินทร์</strong></p><ul><li><p>หลังอาณาจักรขอมล่มในศตวรรษที่ 15 เมืองนี้ถูกทิ้งร้าง จนกลับมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2306</p></li><li><p>ผู้นำท้องถิ่นชื่อ <strong>เชียงปุม (หลวงสุรินทรภักดี)</strong> ได้ถวายช้างเผือกให้พระเจ้าตากสิน และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง เมืองได้ย้ายสู่ที่ตั้งปัจจุบัน (บ้านคูประทาย) เนื่องจากมีชัยภูมิดีและน้ำอุดมสมบูรณ์</p></li><li><p>ชื่อเมืองแรกคือ "เมืองประทายสมันต์" แล้วเปลี่ยนเป็น "สุรินทร์" โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ใน พ.ศ. 2329 พร้อมกับพระราชยศเจ้าเมือง <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://surin.treasury.go.th/th/about/?utm_source=chatgpt.com">Hmong+</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://4surin.treasury.go.th">4surin.treasury.go.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://surin.treasury.go.th/th/about/?utm_source=chatgpt.com">+</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://4hoteldirect.in.th">4hoteldirect.in.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://surin.treasury.go.th/th/about/?utm_source=chatgpt.com">+4</a></p></li><li><p>ปี พ.ศ. 2451 ได้จัดตั้งเป็น <strong>จังหวัดสุรินทร์</strong> คนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดคือ พระกรุงศรีบุรีรักษ์ <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://surin.treasury.go.th">surin.treasury.go.th</a></p></li></ul><p><strong>5. ยุคปัจจุบันจนถึงการพัฒนา</strong></p><ul><li><p>จังหวัดมีการเติบโตช้า ๆ แต่มั่นคง จนถึงปี 1922 มี <strong>ทางรถไฟเชื่อมต่อ</strong> พ่อค้าชาวจีน อินเดีย เริ่มตั้งถิ่นฐาน, เกิดการผลิตและพาณิชย์ ทำให้เมืองค่อยๆ เจริญขึ้นเป็นเมืองสมัยใหม่ <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://hmong.in.th/wiki/Surin_Province?utm_source=chatgpt.com">Hmong+1Hmong+1</a></p></li></ul><p><strong>6. วัฒนธรรม &amp; โบราณสถานสำคัญ</strong></p><ul><li><p>สุรินทร์มีวัฒนธรรมผสมไทย – กวย – ขอม – ลาว รวมถึงชาวกวยที่มีทักษะการเลี้ยงช้าง <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://finearts.go.th/surinmuseum/view/11365-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C?utm_source=chatgpt.com">กรมศิ</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3surin.treasury.go.th">ลปากรsurin.treasury.go.th</a></p></li><li><p>มีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ ปราสาทศีขรภูมิ, ปราสาทสิโคระภูมิ (ตั้งโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ศตวรรษที่ 12) และโครงข่ายปราสาทในแนวพนมดงรัก <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Prasat_Sikhoraphum?utm_source=chatgpt.com">วิกิพีเดี</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://%E0%B8%A2Hmongknjt.co.th">ยHmongknjt.co.th</a></p></li></ul><p><strong>7. ประเพณี &amp; งานสำคัญ</strong></p><ul><li><p><strong>Surin Elephant Round‑up</strong> จัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยชาวกวยแสดงการจับช้างและโชว์ช้างเล่น เช่น ฟุตบอล, ชักเย่อ, วาดรูป, โปโลช้าง ฯลฯ เริ่มยุค 1960s และเป็นไฮไลท์ท่องเที่ยวระดับโลก <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Surin_Elephant_Round-up?utm_source=chatgpt.com">วิกิพีเดีย</a></p></li></ul><p><strong>8. สรุป</strong></p><p>จังหวัดสุรินทร์มีรากฐานอารยธรรมย้อนหลังกว่า 2,000 ปี ผ่านยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ขอม ก่อนจะถูกฟื้นฟูในยุคอยุธยา การล่าอาณานิคม และสู่การพัฒนาปัจจุบัน ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมชุมชนและชุมชนชาวกวย การจัดงานช้าง และแหล่งโบราณสถานที่งดงามเป็นเอกลักษณ์</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 04:19:29 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531616057</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วุฒิชัย  มาทำมา   วันที่30/07/68   </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531624612</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174479626/fe0241e342e7153940d2f8074291bb66/webview_tmp_file6912765402395612671.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:32:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531624612</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สรวิชญ์ แก้วจันทร์ 30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531625823</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174479209/f280104742ea2ad9db6368263b63ab5f/webview_tmp_file1838249244646504195.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:34:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531625823</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🫴นางสาวจิรปรียา ปิสา 30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531626138</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174472776/3af368287f7c9f59a69e04b6574ba228/webview_tmp_file5940920949074162464.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:35:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531626138</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นาย     ณภัทร      โพธิ์ศรวันที่ 30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531627761</link>
         <description><![CDATA[<p><br></p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174477842/4b3a1be6dd0b285b1a2efe1127e77921/webview_tmp_file34950832278142050.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:36:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531627761</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🫴🏻 นางสาวอมรรัตน์ น้อยศรี 30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531630689</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174475881/ece9811829df4d63268603b6e8932fe6/webview_tmp_file5225248988640343886.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:41:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531630689</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นิติพล ขัตติยา30/7/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531631050</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174479771/88e96bba20d34433dbd32c14a8c23b17/webview_tmp_file4118266689845310942.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:42:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531631050</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กิตติกร คำบำรุง 30 / 07 /68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531631802</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174496082/2c4573d5b2e839228f64e724b2920195/1000008027.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 04:43:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531631802</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สรวิชญ์ แก้วจันทร์ 02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531642444</link>
         <description><![CDATA[<p>ข้อมูลสำคัญ</p><p>• ที่ตั้งและกลุ่มปราสาท</p><p>ปราสาทตาเมือนธมอยู่ในหมู่บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก เป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วย 3 แห่ง ได้แก่ Ta Muen Thom, Ta Muen Tot (อโรคยาศาล), </p><p><br/></p><p>• อายุและศิลปะ</p><p>สร้างในสมัยราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 (ประมาณศตวรรษที่ 11–12) ในศิลปะแบบขอมบาปวน ได้แก่ ปราสาทประธานแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ครอบแท่งศิวลึงค์ธรรมชาติ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ (ลัทธิไศวนิกาย) </p><p>ผู้จัดการออนไลน์</p><p><br/></p><p><br/></p><p>• ความขัดแย้งเชิงดินแดน</p><p>ปราสาทตั้งอยู่ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–กัมพูชา และถูกใช้เป็นประเด็นพิพาทระหว่างสองประเทศ โดยกัมพูชาได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อศาล ICJ ในขณะที่ไทยยืนยันว่าสถานที่นี้เป็นของไทย และถืออธิปไตยไทยมาตลอด </p><p>Nairobroo</p><p><br/></p><p><br/></p><p>ประเทศไทยยืนยันว่าการแสดงข้อมูลตำแหน่งผ่าน Google Maps ไม่มีผลทางกฎหมาย และอาณาเขตที่เปลี่ยนแปลงผ่านแอปพลิเคชันไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ </p><p>youtube.com</p><p><br/></p><p>• การเข้าชมและข้อควรระวัง</p><p>นักท่องเที่ยวต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากตำแหน่งอยู่ในเขตชายแดน และควรพาบัตรประชาชนไปด้วยทุกครั้ง ขณะนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งนักท่องเที่ยวไทยและกัมพูชา </p><p>https://travel.trueid.net</p><p>world.thaipbs.or.t</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:00:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531642444</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปราสาทตาเมือนธม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531644718</link>
         <description><![CDATA[<p>นางสาวจิรปรียา ปิสา 02/07/68</p><p>ปราสาทตาเมือนธม (Prasat Ta Muen Thom) คือโบราณสถานขอมสมัยบาปวน ตั้งอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ ใกล้ชายแดนไทย‑กัมพูชา ที่อำเภอพนมดงรัก ตำบลตาเมียง  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>🏛️ ภาพรวมและความสำคัญ</p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทหินขนาดใหญ่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วย 3 หลัง ได้แก่ ตาเมือนธม (ใหญ่สุด), ตาเมือนโต๊ด (ศูนย์รักษาพยาบาลโบราณ), และตาเมือน (บายกรีม)  </p><p><br/></p><p>คำว่า “ธม” แปลว่า “ใหญ่” ในภาษาเขมร สื่อถึงบทบาทเป็นศาสนสถานหลักของกลุ่ม  </p><p><br/></p><p>สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นปลายพุทธศตวรรษที่ 16 – ต้น 17 (ประมาณ พ.ศ. 1560–1630) ในศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อนับถือพระศิวะในลัทธิไศวนิกาย  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>🛕 สถาปัตยกรรมและองค์ประกอบเด่น</p><p><br/></p><p>ตัวปราสาทสร้างบนเนินหินธรรมชาติโดยมี “ศิวลึงค์” (สวายัมภูลึงค์) ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและกลายเป็นศูนย์กลางประกอบพิธีกรรม  </p><p><br/></p><p>โครงสร้างหลักหันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งแตกต่างจากปราสาทขอมทั่วไปที่มักหันไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเพื่อรองรับเส้นทางผ่านจากหุบเขาดงเจิดเข้าสู่ที่ราบด้านล่าง  </p><p><br/></p><p>มีระเบียงคด รอบปราสาทประธาน โคปุระทางสี่ทิศ อาคารปรางค์หินทรายสองหลัง และบรรณาลัย (หอเก็บคัมภีร์) อีกสองหลัง รวมถึงสระน้ำกรุศิลาแลงบริเวณด้านนอก  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>📍 การเข้าชมและข้อควรระวัง</p><p><br/></p><p>ตั้งอยู่ในพื้นที่แนวชายแดน ใกล้เขตแดนไทย‑กัมพูชา ควร สอบถามเจ้าหน้าที่ทหารหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ล่วงหน้า และ นำบัตรประชาชนติดตัวไปด้วย  </p><p><br/></p><p>เคยมีประเด็นข่าวเรื่องการปักหมุดผิดจาก Google Maps และใช้ชื่อผิด เพื่อสร้างความสับสนเกี่ยวกับเขตแดน แต่ในความเป็นจริงปราสาทตั้งอยู่ในประเทศไทยอย่างชัดเจน  </p><p><br/></p><p>หลังเหตุการณ์ขัดแย้งชายแดน ทหารไทยได้ทำการติดตั้ง ลวดหนามรอบบริเวณปราสาท เพื่อปิดทางขึ้นไปฝั่งกัมพูชา และจำกัดการเข้าถึงบางส่วนของพื้นที่  </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>📌 ข้อมูลเพิ่มเติม</p><p><br/></p><p>รายการ	รายละเอียด</p><p><br/></p><p>ตำแหน่ง	บ้านหนองคันนาสามัคคี ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์  </p><p>อายุสถาปัตยกรรม	ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 (ประมาณ พ.ศ. 1560–1630) </p><p>ศาสนา	ศาสนาฮินดูในลัทธิไศวนิกาย บูชาพระศิวะ </p><p>สถาปัตยกรรมเด่น	ศิวลึงค์ธรรมชาติ, โคปุระทิศทางใต้, ระเบียงคด, อาคารปรางค์หินทราย, บรรณาลัย และสระน้ำศิลาแลง </p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>✨ ทำไมควรไปเยี่ยมชม</p><p><br/></p><p>เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในภาคอีสาน และมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การเชื่อมโยงระหว่างอาณาจักรขอมและไทย</p><p><br/></p><p>มีศิลปะสถาปัตยกรรมขอมแบบบาปวนที่งดงามและสมบูรณ์</p><p><br/></p><p>ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความลึกลับ มีประวัติเรื่องชายแดนและเหตุการณ์ทางการเมืองที่น่าสนใจ</p><p><br/></p><p>บรรยากาศโดยรอบด้านหน้าเทือกเขาพนมดงรัก ให้มุมมองภูมิทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเย็นที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:03:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531644718</guid>
      </item>
      <item>
         <title>🫴🏻🤍นางสาว อมรรัตน์ น้อยศรีปราสาทตาเมือนธม02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531650178</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือนธม หรือ *Prasat Ta Muean Thom* คือหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของไทยใน **กลุ่มปราสาทตาเมือน** ณ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ([suringuide.com][1])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## 🏛️ ภาพรวมและประวัติ</p><p><br/></p><p>* ปราสาทตาเมือนธมถือเป็นปราสาทที่ **ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด** ในกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วย 3 หลัง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน (บายกรีม) ([remawadee.com][2])</p><p>* อาคารสร้างขึ้นในช่วง **ปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 17** สถาปัตยกรรมเป็นศิลปะขอมแบบ **บาปวน (Baphuon)** ([Castle of Surin][3])</p><p><br/></p><p>## โครงสร้างสำคัญ</p><p><br/></p><p>* ประกอบด้วย **ปราสาทประธาน** อยู่ตรงกลาง และเป็นที่ประดิษฐาน **สวยัมภูลึงค์ (ศิวลึงค์ธรรมชาติ)** ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์ของพระศิวะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ สร้างหลังคลุมแท่งหินธรรมชาติที่มีรูปร่างคล้ายศิวลึงค์ในตัวมันเอง ([กรมศิลปากร][4])</p><p>* มี **ปรางค์บริวาร** หรือปรางค์น้อย 2 องค์ สร้างด้วยหินทราย อยู่ด้านหลังของปราสาทประธาน และมี **บรรณาลัย** จำนวน 2 หลัง ก่อด้วยศิลาแลง สำหรับเก็บคัมภีร์หรือใช้ประกอบพิธีกรรม ([กรมศิลปากร][4])</p><p>* ล้อมรอบด้วย **ระเบียงคด** และ **โคปุระ (ซุ้มประตู)** ทั้ง 4 ทิศ โดยเฉพาะด้านทิศใต้มีมุขขนาดใหญ่เป็นทางเข้าหลัก และภายในพบ **ศิลาจารึก** เป็นอักษรขอม ภาษาสันสกฤตและเขมร ที่กล่าวถึงเทพศิวะและผู้ดูแลเทวสถาน ([กรมศิลปากร][4])</p><p><br/></p><p>## ความสำคัญทางวัฒนธรรม</p><p><br/></p><p>* ปราสาทนี้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดย **กรมศิลปากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478** และมีการบูรณะอย่างต่อเนื่องจนกลับมางดงามอีกครั้ง ([ผู้จัดการออนไลน์][5])</p><p>* ที่สำคัญคือศิลปวัตถุบางส่วนถูกเก็บรักษาไว้ที่ **พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์** ให้ประชาชนได้ศึกษาต่อไป ([ผู้จัดการออนไลน์][5])</p><p><br/></p><p>## ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อควรระวัง</p><p><br/></p><p>* ปราสาทตั้งอยู่บน **แนวสันเขาพนมดงรัก** ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางโบราณเชื่อมโยง **เมืองพระนคร (กัมพูชา)** กับ **พิมายปุระ (ไทย)** ([Castle of Surin][3])</p><p>* เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ชายแดน จึงแนะนำให้ **ติดต่อหน่วยทหารหรือตำรวจตระเวนชายแดนก่อนเข้าเยี่ยมชม** พร้อมพกบัตรประชาชนตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย ([remawadee.com][2])</p><p><br/></p><p>## การเดินทาง</p><p><br/></p><p>* จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 → 24 → 2397 → 224 → 2407 เข้าสู่หมู่บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชม ตัวปราสาทตั้งอยู่ในเขตดูแลของหน่วยทหารพื้นที่ชายแดน ([remawadee.com][2])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>### ✅ สรุปรายการข้อมูลที่ควรทราบ</p><p><br/></p><p>| รายการ          | รายละเอียด                                                   |</p><p>| --------------- | ------------------------------------------------------------ |</p><p>| **ชื่อปราสาท**  | ปราสาทตาเมือนธม (แปลว่า "ใหญ่")                              |</p><p>| **ตำแหน่ง**     | บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์                |</p><p>| **อายุ**        | ปลายพ.ศ. 1600 – ต้นพ.ศ. 1630                                 |</p><p>| **ศิลปะ**       | ขอมแบบบาปวน, เทวสถานฮินดูลัทธิไศวนิกาย                       |</p><p>| **สิ่งสำคัญ**   | สวยัมภูลึงค์, ปรางค์บริวาร 2 หลัง, บรรณาลัย 2 หลัง           |</p><p>| **สถานะ**       | ขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร, มีการบูรณะ และจัดแสดงโบราณวัตถุ    |</p><p>| **ข้อควรระวัง** | ยืนเยี่ยมชมเฉพาะภายในเขตระเบียง, ติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชม |</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>สมบัติล้ำค่าของชาติไทย"</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:09:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531650178</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติตาเมือนธม                                    วุฒิชัย    มาทำมา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531650470</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประสาทตาเมือนธม</strong> หรือ <strong>ปราสาทตามานธุม</strong> (<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3">เขมร</a>: ប្រាសាទតាមាន់ធំ, อักษรโรมัน:&nbsp;<em>Prasat Ta Moan Thom</em>) ตั้งอยู่ใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">ช่องเขาตาเมือน</a> (หรือช่องเขาตาเมียง) <a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81">เทือกเขาพนมดงรัก</a> ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี หมู่ 8 ตำบลตาเมียง <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81">อำเภอพนมดงรัก</a> <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">จังหวัดสุรินทร์</a> เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดใน<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99">อุทยานประวัติศาสตร์กลุ่มปราสาทตาเมือน</a> ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหินสามหลังเรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B9%8A%E0%B8%94">ปราสาทตาเมือนโต๊ด</a> และ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99">ปราสาทตาเมือน</a></p><p><strong>ปราสาทตาเมือนธม</strong>ศาสนาศาสนา<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B9">ศาสนาฮินดู</a>เทพ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B0">พระศิวะ</a>ที่ตั้งที่ตั้งสุรินทร์, ประเทศไทยประเทศไทย</p><p>ที่ตั้งในจังหวัดสุรินทร์</p><p>แสดงแผนที่จังหวัดสุรินทร์แสดงแผนที่ประเทศไทยแสดงทั้งหมด</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="mw-redirect" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">พิกัดภูมิศาสตร์</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" class="external text" href="https://geohack.toolforge.org/geohack.php?pagename=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A1&amp;params=14.349246_N_103.266582_E_region:TH-32_type:landmark">14.349246°N 103.266582°E</a>สถาปัตยกรรมประเภท<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1">เขมร</a>ผู้สร้าง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2">พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2</a>เสร็จสมบูรณ์คริสต์ศตวรรษที่ 11</p><p>ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม (ธม เป็น<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3">ภาษาเขมร</a> แปลว่า ใหญ่) ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม</p><p>ตัวปราสาทตาเมือนธม หันหน้าไปทาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">ทิศใต้</a> ผิดแผกจากแห่งอื่นซึ่งมักจะหันหน้าไปทาง<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81">ทิศตะวันออก</a> รับกับเส้นทางที่มาจาก<a rel="noopener noreferrer nofollow" class="new" href="https://th.m.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3&amp;action=edit&amp;redlink=1">เขมรต่ำ</a>ผ่านมาทางช่องทางตาเมือนนี้</p><p>ปราสาทตาเมือนธมประกอบด้วยปราสาทประธาน มีอาคารอื่น คือ<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">ปรางค์</a>ก่อด้วย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2">หินทราย</a>สองหลัง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน มีบรรณาลัย<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%87">ศิลาแลง</a>สองหลัง และนอกระเบียงคดทางทิศเหนือ มีสระน้ำขนาดเล็กสองสระ</p><p>ปราสาทตาเมือนธมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 3712 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:10:20 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531650470</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายณภัทร  โพธิ์ศรี 02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531655117</link>
         <description><![CDATA[<p>ปราสาทตาเมือนธม เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน เทือกเขาพนมดงรัก บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตบ้านหนองคันนาสามัคคี หมู่ 8 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ จัดเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน ซึ่งประกอบด้วยปราสาทหินสามหลัง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน (บายกรีม)</p><p>ประวัติและลักษณะเด่น</p><p> * ยุคสมัยและการสร้าง: ปราสาทตาเมือนธมสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ศิลปะขอมแบบบาปวน (ซึ่งเก่าแก่กว่าปราสาทตาเมือนและปราสาทตาเมือนโต๊ดที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่เชื่อว่าเป็นสยัมภูศิวลึงค์ ซึ่งเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด</p><p> * โครงสร้างและสถาปัตยกรรม: ปราสาทตาเมือนธมสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ภายในมีท่อโสมสูตร (ท่อระบายน้ำศักดิ์สิทธิ์) ที่เชื่อมจากศิวลึงค์สู่ระเบียงคดด้านทิศตะวันออก นอกจากนี้ยังมีบรรณาลัย (ห้องสมุดโบราณ) 2 หลัง และสระน้ำโบราณอยู่ด้านนอก</p><p> * ความสำคัญ: กลุ่มปราสาทตาเมือนนี้มีความสมบูรณ์ในด้านของการอำนวยประโยชน์แก่ผู้คนที่ใช้เส้นทางผ่านช่องเขาตาเมือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในอดีตเส้นทางนี้เป็นเส้นทางผ่านช่องเขาที่สำคัญของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางความเชื่อถือศรัทธาของชุมชนโบราณ</p><p>การเดินทาง</p><p>ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว การเดินทางจากอำเภอเมืองสุรินทร์สามารถไปตามถนนหมายเลข 214 ถึงอำเภอปราสาท เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 24 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2397 เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 224 และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2407 ระยะทางประมาณ 82.7 กิโลเมตร</p><p>ข้อพิพาทและสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p>ปราสาทตาเมือนธมเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทการอ้างสิทธิระหว่างประเทศไทยและกัมพูชามาเป็นระยะเวลานาน แม้ว่าจะขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 และอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนระหว่างสองประเทศ</p><p>ปราสาทตาเมือนธมเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยิ่ง สะท้อนถึงอารยธรรมขอมโบราณที่เคยรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยนะครับ</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:17:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531655117</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อธิพร อุ่นพา30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531664716</link>
         <description><![CDATA[<p>นี่คือภาพตัวอย่างของ ปราสาทศิลปะขอมในจังหวัดสุรินทร์ เช่น ปราสาทสระโบราณ และปราสาทตาเมือน ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด 🌍</p><p>ต่อไปนี้คือสรุปเนื้อหาประวัติ จังหวัดสุรินทร์ในแต่ละยุคสมัย:</p><p>1. ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคโลหะ</p><p>ศูนย์กลางที่ราบสูงโคราช (Khorat Plateau) มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ยุคพัฒนาการเกษตร (Neolithic) เมื่อราว 2,500–1,500 ปีก่อน ค.ศ.</p><p>ยุคสำริด (1,500–500 ปีก่อน ค.ศ.) และยุคเหล็ก (500 ปีก่อน – 500 ค.ศ.) พบชุมชนประมาณ 60 แห่ง และชนชาติในกลุ่มมอญ‑ขอมเป็นรากฐานสำคัญของชุมชนในปัจจุบัน </p><p>Hmong</p><p>+1</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://surin.moc.go.th">surin.moc.go.th</a></p><p>+1</p><p>วิกิพีเดีย</p><p>+1</p><p>วิกิพีเดีย</p><p>+1</p><p>2. สมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 7–11)</p><p>มีวัฒนธรรมจากอินเดียส่งผ่านสู่ภาคอีสาน และมีการนำพุทธศาสนาเข้ามารับใช้อย่างแพร่หลาย</p><p>วิกิพีเดีย</p><p>3. ยุคอาณาจักรขอม (พ.ศ. 1000–1800)</p><p>สุรินทร์เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอม รวมถึงการสร้างปราสาทขอมหลายแห่ง เช่น ปราสาทสิโครธม และปราสาทตาเมือนในยุคศตวรรษที่ 12–13</p><p>ปราสาทสิโครธม สร้างโดยกษัตริย์สุริยวรมันที่ 2 และต่อมาถูกแปลงเป็นพุทธสถานในศตวรรษที่ 16</p><p>วิกิพีเดีย</p><p>วิกิพีเดีย</p><p>4. ยุคกรุงศรีอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ 22–23)</p><p>หลังจากขอมล่มสลายไป สุรินทร์ถูกทิ้งร้างจนกระทั่งกลางศตวรรษที่ 18</p><p>ชาวกวยหรือกูย เผ่าพื้นเมืองที่เชี่ยวชาญในการจับช้าง ได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งในพื้นที่ปัจจุบัน และนำโดย "เชียงปุม"</p><p>นำช้างเผือกถวายพระเจ้าตาก และได้รับตำแหน่ง “พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง” จากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1</p><p>เมืองถูกย้ายจากเดิมมาตั้งที่ "เมืองประทายสมันต์" และเปลี่ยนชื่อเป็น "สุรินทร์" ในปี พ.ศ. 2329</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://finearts.go.th">finearts.go.th</a></p><p>+5</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://surin.treasury.go.th">surin.treasury.go.th</a></p><p>+5</p><p><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://buached.ac.th">buached.ac.th</a></p><p>+5</p><p>5. ยุคสมัยใหม่ – หลัง พ.ศ. 2451</p><p>ในปี พ.ศ. 2451 เปลี่ยนระบบการปกครองเป็นระบบเทศาภิบาล</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:31:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531664716</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชชากร สานต๊ะ</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531665171</link>
         <description><![CDATA[<p>แน่นอน! นี่คือข้อมูลประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์:</p><p>---</p><p>### 🏯 <strong>ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์</strong></p><p>#### 📍 ภูมิหลังทางภูมิศาสตร์</p><p>จังหวัดสุรินทร์ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (อีสานใต้) ติดกับประเทศกัมพูชา มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและมีภูเขาไฟเก่าอยู่ในบางพื้นที่ เช่น เขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติ</p><p>---</p><p>#### 🗿 <strong>รากฐานทางวัฒนธรรมและอารยธรรม</strong></p><p>สุรินทร์เป็นแหล่งที่มีมนุษย์อยู่อาศัยมาแต่โบราณ และได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมขอมเป็นอย่างมากในอดีต ซึ่งยังปรากฏอยู่ในรูปของโบราณสถาน เช่น</p><p>* <strong>ปราสาทศีขรภูมิ</strong> (อ. ศีขรภูมิ)</p><p>* <strong>ปราสาทบ้านพลวง</strong></p><p>* <strong>ปราสาทบ้านไพล</strong></p><p>เหล่านี้เป็นศิลปกรรมแบบขอมจากยุคที่อาณาจักรขอมมีอิทธิพลเหนือดินแดนสุรินทร์ (ราวพุทธศตวรรษที่ 16–18)</p><p>---</p><p>#### 🐘 <strong>ตำนานการก่อตั้งเมือง</strong></p><p>ตำนานพื้นบ้านกล่าวถึงชายผู้หนึ่งชื่อ “**เชียงปุม**” ซึ่งมีความสามารถในการจับช้าง และนำช้างไปถวายกษัตริย์อยุธยาในอดีต กษัตริย์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็น “**เมืองสุรินทร์**” โดยชื่อเมืองอาจมาจากคำว่า “สุรินทร” แปลว่า “เทพผู้ยิ่งใหญ่” หรือ “เทพอินทร์”</p><p>เมืองสุรินทร์ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองขึ้นอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์</p><p>---</p><p>#### 🐘 <strong>ความสำคัญทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม</strong></p><p>* <strong>การเลี้ยงช้าง</strong>: สุรินทร์มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงช้าง โดยเฉพาะในชุมชนชาวกูย (หรือกวย) ซึ่งมีทักษะในการจับและฝึกช้างมาแต่โบราณ ปัจจุบันยังจัด <strong>งานมหกรรมช้างสุรินทร์</strong> เป็นประจำทุกปี</p><p>* <strong>ผ้าไหม</strong>: สุรินทร์เป็นแหล่งทอผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะที่อำเภอเขวาสินรินทร์</p><p>* <strong>ชาวพื้นเมือง</strong>: ชาวสุรินทร์มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งชาวไทยพื้นถิ่น ชาวกูย (ส่วย), เขมร และลาว ทำให้วัฒนธรรมของสุรินทร์มีความหลากหลายและโดดเด่น</p><p>---</p><p>#### 🛕 <strong>โบราณสถานและโบราณวัตถุ</strong></p><p>* ปราสาทหินและวัดโบราณหลายแห่งในสุรินทร์สะท้อนถึงอิทธิพลของศาสนาฮินดูและพุทธแบบมหายานจากอาณาจักรขอม</p><p>* การขุดค้นพบวัตถุโบราณในหลายพื้นที่ เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือหิน และซากโบราณสถาน</p><p>---</p><p>หากคุณต้องการเจาะลึกเพิ่มเติมในด้านใด เช่น โบราณสถาน, ชาวกูย, วัฒนธรรมเขมรในสุรินทร์ หรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เฉพาะช่วงเวลา บอกได้เลยครับ!</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174639018/e1b9480fcfe4fb692f5b19a76e8b23cb/image.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 05:32:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531665171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปราสาทตาเมือนธม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531665641</link>
         <description><![CDATA[<p>นิติพล ขัตติยา 02/07/68</p><p><br/></p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือนธม (Ta Muean Thom) คือ **เทวสถานฮินดูศิลปะขอมแบบบาปวน** ที่ตั้งอยู่ใน **อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์** ริมชายแดนไทย–กัมพูชา ([กรมศิลปากร][1])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## 🏰 ภาพรวมสำคัญ</p><p><br/></p><p>* ตั้งอยู่ **บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์** ([กรมศิลปากร][1])</p><p>* สร้างช่วง **ปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 17** (ประมาณ พ.ศ. 1560–1630) ([Castle of Surin][2])</p><p>* เป็น **ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน** ซึ่งมีทั้งหมด 3 หลัง ได้แก่:</p><p><br/></p><p>  * ปราสาทตาเมือนธม (ใหญ่สุด)</p><p>  * ปราสาทตาเมือนโต๊ด (อโรคยาศาล)</p><p>  * ปราสาทตาเมือน หรือ ปราสาทบายกรีม (ธรรมศาลา) ([Castle of Surin][2], [ผู้จัดการออนไลน์][3])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## โครงสร้างสถาปัตยกรรม</p><p><br/></p><p>### ปราสาทประธาน ✨</p><p><br/></p><p>* ก่อสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง</p><p>* วางผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม</p><p>* ภายในประดิษฐาน **สวยัมภูลึงค์ (ศิวลึงค์ธรรมชาติ)** ซึ่งเป็นแทนพระศิวะ ที่สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ แล้วจึงสร้างปราสาทหุ้มไว้ด้านนอก ([กรมศิลปากร][1])</p><p>* มีซุ้มประตูหรือโคปุระ 4 ทิศ โดยทิศใต้มีซุ้มหลักแบ่งเป็น 3 คูหา</p><p>* พบรูปสลักเทพยืนและทับหลังสิงห์เหนือหน้ากาล สลักด้วยหินทรายที่ฐานโครงสร้าง ([กรมศิลปากร][1])</p><p><br/></p><p>### ปรางค์บริวาร</p><p><br/></p><p>* มี 2 หลังสร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่ด้านหลังปราสาทประธาน ตำแหน่งเยื้องซ้าย–ขวา</p><p>* ผังแบบรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มีช่องทางเข้าเฉพาะด้านทิศใต้ ส่วนอีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก ([กรมศิลปากร][1])</p><p><br/></p><p>### บรรณาลัย</p><p><br/></p><p>* มี 2 หลัง ก่อด้วยศิลาแลง</p><p>* หลังตะวันออกเฉียงใต้เป็นผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังตะวันตกเฉียงใต้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส</p><p>* สภาพแวดล้อมมี **ระเบียงคดล้อมรอบโครงสร้างหลัก** รวมถึง **สระน้ำและท่าน้ำ** (สระกรุบด้วยศิลาแลง) อยู่ภายนอกระเบียงคดด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือและใต้ห่างประมาณ 10 เมตร ([https://travel.trueid.net][4], [กรมศิลปากร][1])</p><p><br/></p><p>### ศิลาจารึก</p><p><br/></p><p>ภายในซุ้มทางเดินของระเบียงคดพบ **ศิลาจารึกภาษาขอม สันสกฤต และเขมร** ซึ่งกล่าวถึงการสรรเสริญพระศิวะ และบันทึกชื่อของผู้ดูแลเทวสถาน ([กรมศิลปากร][1])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## ความสำคัญทางประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>* ปราสาทตาเมือนธมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น **โบราณสถานแห่งชาติ** โดยกรมศิลปากรตั้งแต่ **ปี พ.ศ. 2478** ([ผู้จัดการออนไลน์][3])</p><p>* กรมศิลปากรได้ดำเนิน **โครงการบูรณะ** ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และจัดแสดงโบราณวัตถุบางส่วนใน **พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์** ([ผู้จัดการออนไลน์][3])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว</p><p><br/></p><p>* ปราสาทอยู่ใน **เขตทหาร** ใกล้ชายแดน นักท่องเที่ยวต้อง **ติดต่อหน่วยความมั่นคง หรือ จนท. ที่ดูแลพื้นที่** ก่อนเข้าชม</p><p>* แนะนำให้พก **บัตรประชาชน** ไปด้วยเสมอ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย ([https://travel.trueid.net][4])</p><p>* ควรอยู่ภายในแนวปราสาทและต้นไม้โดยรอบ เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงอาจไม่ปลอดภัยนัก ([Castle of Surin][2])</p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>## การเดินทางจากเมืองสุรินทร์</p><p><br/></p><p>* เส้นทางจาก **อำเภอเมืองสุรินทร์** ใช้ทางหลวงหมายเลข **214 → 24 → 2397 → 224 → 2407** ผ่าน **บ้านหนองคันนา** รวมระยะทางประมาณ **82.7 กิโลเมตร** ([กรมศิลปากร][1])</p><p>* ระหว่างเส้นทางมีป้ายบอกทางไปยัง หน่วยตชด.16 ซึ่งควรติดต่อก่อนเข้าชม ([เรมาวดี][5])</p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือนธม คือโบราณสถานขอมศิลปะบาปวนที่มีอายุหลายร้อยปี เป็นปราสาทหลักในกลุ่มปราสาทตาเมือนที่มี **ศิวลึงค์ธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์** ภายใน ต้องขออนุญาตและติดต่อตัวแทนความมั่นคงก่อนเข้าเยี่ยมชม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:33:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531665641</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุทธิพงศ์ พรมกอง30/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531668698</link>
         <description><![CDATA[<p>สุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (อีสาน) ซึ่งมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีความสำคัญต่อการพัฒนาของภูมิภาคนี้ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของชนชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เช่น ชาวเขมร, ชาวกัมพูชา, และชนเผ่าต่าง ๆ</p><p><br/></p><p>### ประวัติศาสตร์สุรินทร์:</p><p><br/></p><p>1. **ก่อนสมัยสุโขทัย**</p><p>   ประมาณศตวรรษที่ 12-13 ก่อนที่จะมีการจัดตั้งกรุงสุโขทัยและการรวมชาติไทยในยุคของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สุรินทร์เป็นพื้นที่ที่มีการตั้งถิ่นฐานของชนเผ่าไทยและกลุ่มชนชาติอื่น ๆ โดยมีอาณาจักรเขมร (หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กัมพูชา" ในปัจจุบัน) ครอบคลุมบางส่วนของพื้นที่นี้ ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและพาณิชย์กับอาณาจักรอื่น ๆ เช่น อาณาจักรขอม</p><p><br/></p><p>2. **ในสมัยอาณาจักรเขมร**</p><p>   สุรินทร์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรที่มีการพัฒนาและขยายอำนาจในช่วงเวลานั้น หลักฐานที่พบเช่น วัดโบราณและโบราณสถานต่าง ๆ ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันเช่น ปราสาทบ้านพลวง และปราสาทหินต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงการมีอยู่ของอาณาจักรเขมรในพื้นที่นี้</p><p><br/></p><p>3. **การเปลี่ยนแปลงในยุคกรุงศรีอยุธยา**</p><p>   เมื่อถึงช่วงกรุงศรีอยุธยาในศตวรรษที่ 14-18 สุรินทร์เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินไทยที่อยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยมีการจัดตั้งเป็นจังหวัดหนึ่งในแผ่นดินไทย ถึงแม้ว่าจะยังคงมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมของชาวเขมรอยู่บ้าง</p><p><br/></p><p>4. **การยึดครองของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5**</p><p>   ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงการเจริญเติบโตของอาณาจักรฝรั่งเศสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สุรินทร์และพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเคยเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับการเจรจาและข้อขัดแย้งเกี่ยวกับพรมแดน โดยเฉพาะกับฝรั่งเศสที่เข้ามามีอิทธิพลในประเทศกัมพูชาและลาว</p><p><br/></p><p>5. **หลังการประกาศเอกราช**</p><p>   ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากนั้น สุรินทร์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้กับประชาชน</p><p><br/></p><p>### วัฒนธรรมและชนเผ่าในสุรินทร์:</p><p><br/></p><p>สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลาย โดยเฉพาะในด้านของชนชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งรวมถึง:</p><p><br/></p><p>* **ชาวเขมร**: เป็นชนชาติที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสุรินทร์ มีภาษาและประเพณีที่คล้ายคลึงกับประเทศกัมพูชา</p><p>* **ชาวกัมพูชา**: ปัจจุบันสุรินทร์มีชุมชนชาวกัมพูชาที่ยังคงรักษาภาษาและวัฒนธรรมเดิม</p><p>* **ชนเผ่าอื่น ๆ**: รวมถึงชาวไทยลาว, ชาวไทยเขมร, และชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่อาศัยในพื้นที่</p><p><br/></p><p>สุรินทร์ยังมีการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น งานประเพณีบุญบั้งไฟที่จัดขึ้นในช่วงฤดูฝน</p><p><br/></p><p>### สถานที่สำคัญ:</p><p><br/></p><p>1. **ปราสาทบ้านพลวง**: เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในสุรินทร์</p><p>2. **อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง**: อุทยานธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียง</p><p>3. **วัดเขาพระสุเมรุ**: วัดที่มีความสำคัญในด้านศาสนาและสถาปัตยกรรม</p><p><br/></p><p>ถ้าคุณอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ใดในประวัติศาสตร์ของสุรินทร์บ้าง หรือมีคำถามเฉพาะเกี่ยวกั</p><p>บการพัฒนาในสมัยใด, บอกมาได้เลยครับ!</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:39:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531668698</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อริพร อุ่นพา</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531668970</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174602938/62beecf508b935345ba8a386b07bee33/image.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 05:40:30 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531668970</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุทธิพงศ์ พรมกอง30/0768</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531669248</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads-usc1.storage.googleapis.com/4174662424/d7761fa7444c3089299222e5e9288bfb/webview_tmp_file292197237099745061.jpg" />
         <pubDate>2025-07-30 05:41:03 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531669248</guid>
      </item>
      <item>
         <title>อธิพร อุ่นพา 02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531673870</link>
         <description><![CDATA[<p>แน่นอน! ก่อนอื่นเพื่อความชัดเจน รบกวนช่วยระบุให้หน่อยว่า:</p><ul><li><p><strong>"เมืองธม"</strong> ที่คุณกล่าวถึงคือ <strong>เมืองธม (Prasat Thom)</strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานในเมืองพระนคร (นครวัด/นครธม) ในประเทศกัมพูชา?</p></li><li><p>หรือว่าเป็นเมืองธมในพื้นที่อื่น เช่น <strong>จังหวัดศรีสะเกษของไทย</strong> ซึ่งก็มีสถานที่ชื่อ "เมืองธม" และมีประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน?</p></li></ul><p>หากคุณหมายถึง <strong>"เมืองธม" ในประเทศกัมพูชา (นครธม – Angkor Thom)</strong> ฉันสามารถสรุปข้อมูลเบื้องต้นให้ได้เลย:</p><p>🏯 <strong>ประวัติศาสตร์ของเมืองธม (นครธม – Angkor Thom)</strong></p><ul><li><p><strong>ที่ตั้ง:</strong> อยู่ในจังหวัดเสียมราฐ (Siem Reap) ประเทศกัมพูชา</p></li><li><p><strong>ยุคสมัย:</strong> สร้างในรัชสมัยของ <strong>พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (Jayavarman VII)</strong> ราวคริสต์ศตวรรษที่ 12</p></li><li><p><strong>ลักษณะสำคัญ:</strong></p><ul><li><p>เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรขอมหลังจากกรุงยโสธรปุระ (นครวัด)</p></li><li><p>ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองและคูน้ำ มีประตูเมือง 5 ทิศ</p></li><li><p><strong>ปราสาทบายน (Bayon)</strong> อยู่ใจกลางเมืองธม เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการปกครอง</p></li><li><p>สะท้อนแนวคิดทางศาสนาแบบมหายาน และแสดงถึงอำนาจของกษัตริย์ในฐานะ "จักรวาลศูนย์กลาง" (Mandala)</p></li></ul></li><li><p><strong>องค์ประกอบเด่นในเมืองธม:</strong></p><ul><li><p><strong>ประตูเมืองทั้ง 5 ทิศ</strong> (เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก และทิศตะวันออกพิเศษสำหรับราชวงศ์)</p></li><li><p><strong>ระเบียงช้าง (Terrace of the Elephants)</strong></p></li><li><p><strong>ระเบียงพระกษัตริย์โรคเรื้อน (Terrace of the Leper King)</strong></p></li><li><p><strong>บายน (Bayon)</strong> — มีใบหน้าหินใหญ่ ๆ ที่เชื่อว่าเป็นใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7</p></li></ul></li></ul><p>หากคุณหมายถึงเมืองธมใน <strong>จังหวัดศรีสะเกษ</strong> หรือที่อื่นในไทย รบกวนแจ้งเพิ่มเติมนะครับ เพราะชื่อ "เมืองธม" อาจหมายถึงหลายที่</p><p>ต้องการให้ฉันลงรายละเอียดด้านใดเพิ่มเติม เช่น สถาปัตยกรรม ประวัติพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หรือแผนผังเมืองธม?</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:49:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531673870</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วิชชากร สานต๊ะ 02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531677690</link>
         <description><![CDATA[<p>ยุคโบราณ – แนวคิดเชิงปรัชญา</p><ul><li><p>ช่วงประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล (สมัยโบราณกรีก) นักปรัชญาเช่น Democritus และ Aristotle เริ่มอธิบายเกี่ยวกับประสาทตาและเส้นประสาทตา (optic nerve) เกี่ยวข้องกับแนวคิดทางกายภาพที่ว่า “ประสาทตาเป็นโพรง” ซึ่งส่ง “visual spirit” ไปยังสมอง หากมีสิ่งอุดตัน จะทำให้ตาบอด <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11258183/?utm_source=chatgpt.com">Thailand4+12PMC+12Encyclopedia Britannica+12</a></p></li><li><p>Galen (ประมาณศตวรรษที่ 2) บรรยายว่าประสาทตาตั้งอยู่กลางดวงตา และธรรมชาติของจอประสาทตาถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสมอง <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11258183/?utm_source=chatgpt.com">PMC</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/2671593/?utm_source=chatgpt.com">PubMed</a></p></li></ul><p>ยุค Renaissance และยุควิทยาศาสตร์</p><ul><li><p>Andreas Vesalius และนักกายวิภาคอื่นๆ เช่น Varolio และ Eustachi ศึกษาโครงสร้างประสาทตาและจุดเริ่มต้นของเส้นประสาทอย่างแม่นยำมากขึ้น <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/2671593/?utm_source=chatgpt.com">PubMed</a></p></li><li><p>Isaac Newton ในปี 1704 เสนอว่า เส้นใยประสาทจากจอภาพรับด้านจมูก (nasal retina) จะข้ามไปอีกซีกหนึ่งผ่าน optic chiasm ส่วน temporal retina ไม่ข้าม <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://www.researchgate.net/publication/319066484_The_history_of_optic_chiasm_from_antiquity_to_the_twentieth_century?utm_source=chatgpt.com">Wikipedia+</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://4researchgate.net">4researchgate.net</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://www.researchgate.net/publication/319066484_The_history_of_optic_chiasm_from_antiquity_to_the_twentieth_century?utm_source=chatgpt.com">+4Thailand4+4</a></p></li></ul><p>ศตวรรษที่ 19 – งานวิจัยทางกายภาพและฟิสิกส์</p><ul><li><p>นักกายวิภาคมากความสามารถ เช่น Willis, von Haller พัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับ “nerve force” แทน visual spirit โดยเชื่อว่าการส่งสัญญาณทางประสาทมีลักษณะคล้ายกระแสไฟฟ้า ซึมซับแนวคิดของ Helmholtz ในการวัดความเร็วการนำสัญญาณของเส้นประสาท <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/2671593/?utm_source=chatgpt.com">PubMed</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Hermann_von_Helmholtz?utm_source=chatgpt.com">Wikipedia</a></p></li><li><p>Helmholtz เป็นผู้สร้าง ophthalmoscope ในปี 1850–51 ให้แพทย์ตรวจจอประสาทตาได้โดยตรงเป็นครั้<a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81hmong.in.th">งแรกhmong.in.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://hmong.in.th/wiki/Fundus_photo?utm_source=chatgpt.com">+1Thailand4+1</a></p></li><li><p>Jan Purkinje เคยเสนอเทคนิคดู fundus ตั้งแต่ปี 1823 แต่ไม่ได้รับความพลักดันในวงกว้างจนกว่า Helmholtz จะผลิตเครื่องจริงในต้นค.ศ.1850s <a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://intechopen.com">intechopen.com</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://www.intechopen.com/chapters/43995?utm_source=chatgpt.com">+1PMC+1</a></p></li></ul><p>ยุคปลายศตวรรษที่ 19-20 – การวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์</p><ul><li><p>Bartolomeo Panizza (ค.ศ. 1855) เป็นผู้แรกที่เสนอว่าการมองเห็นเริ่มต้นจากสมองส่วน visual cortex ไม่ใช่ที่ประสาทตาโดยตรง และเขาให้หลักฐานผ่านงานทดลองทางคลินิก <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12372553/?utm_source=chatgpt.com">PubMed</a></p></li><li><p>นักกายวิภาคเช่น Heinrich Müller ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ใช้กล้องจุลทรรศน์ค้นพบที่กำเนิดของการมองเห็นในจอประสาทตา และระบุว่าสีแดงในเซลล์แท่งคือ rhodopsin หรือ visual purple <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Heinrich_M%C3%BCller_%28physiologist%29?utm_source=chatgpt.com">Thailand4+2Wikipedia+</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://2hmong.in.th">2hmong.in.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://en.wikipedia.org/wiki/Heinrich_M%C3%BCller_%28physiologist%29?utm_source=chatgpt.com">+2</a></p></li></ul><p>แนวคิดทางการแพทย์และทัศนคติในปัจจุบัน</p><ul><li><p>การพัฒนา ophthalmoscopy ทำให้วงการจักษุวิทยาก้าวสู่การวินิจฉัยด้วยอุปกรณ์ ตรวจพบโรคตา ต้อกระจก หรือความเสียหายประสาทตาได้อย่างแม่นยำ <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://www.thailand4.com/th/ACwV?utm_source=chatgpt.com">Thailand4+</a><a rel="noopener noreferrer nofollow" href="http://1hmong.in.th">1hmong.in.th</a><a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://www.thailand4.com/th/ACwV?utm_source=chatgpt.com">+1</a></p></li><li><p>วิทยาศาสตร์ประสาทในศตวรรษที่ 20 ได้ขยายสู่ neurophysiology และ neurochemistry รวมถึงการศึกษาการไหลของ axoplasmic flow และการเชื่อมต่อเส้นประสาทสาย optic fiber <a rel="noopener" class="flex h-4.5 overflow-hidden rounded-xl px-2 text-[9px] font-medium text-token-text-secondary! bg-[#F4F4F4]! dark:bg-[#303030]! transition-colors duration-150 ease-in-out" href="https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/2671593/?utm_source=chatgpt.com">PubMed</a></p></li></ul><p>✨ สรุปลำดับยุคเวลาแบบย่อ</p><p>ช่วงเวลาความก้าวหน้าโบราณ (400 ปี BC)แนวคิด visual spirit, ประสาทตาเป็นโพรงRenaissance – ศตวรรษ 17–18กายวิภาคชัดขึ้น, Newton ตั้งทฤษฎี chiasmศตวรรษที่ 19การวัดสัญญาณประสาท, อุปกรณ์ ophthalmoscopeยุค modern (ปลาย 19 - ปัจจุบัน)วิทยาศาสตร์ประสาทขั้นสูง, พยาธิสภาพ optic nerve</p><p>หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะด้าน เช่น การค้นพบในแต่ละคน หรือวิวัฒนาการของการตรวจจอประสาทตาในไทย หรือสนใจเรื่องโรคขึ้นกับประสาทตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม หรือ OCT Angiography ก็สามารถถามได้ครับ 😊</p><p>ที่มา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:51:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531677690</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สุทธิพงศ์ พรมกอง02/07/68</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531686144</link>
         <description><![CDATA[<p>ยุคโบราณ – แนวคิดเชิงปรัชญา</p><p><br/></p><p>ช่วงประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล (สมัยโบราณกรีก) นักปรัชญาเช่น Democritus และ Aristotle เริ่มอธิบายเกี่ยวกับประสาทตาและเส้นประสาทตา (optic nerve) เกี่ยวข้องกับแนวคิดทางกายภาพที่ว่า “ประสาทตาเป็นโพรง” ซึ่งส่ง “visual spirit” ไปยังสมอง หากมีสิ่งอุดตัน จะทำให้ตาบอด </p><p>Thailand4</p><p>+12</p><p>PMC</p><p>+12</p><p>Encyclopedia Britannica</p><p>+12</p><p>Galen (ประมาณศตวรรษที่ 2) บรรยายว่าประสาทตาตั้งอยู่กลางดวงตา และธรรมชาติของจอประสาทตาถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสมอง </p><p>PMC</p><p>PubMed</p><p>ยุค Renaissance และยุควิทยาศาสตร์</p><p><br/></p><p>Andreas Vesalius และนักกายวิภาคอื่นๆ เช่น Varolio และ Eustachi ศึกษาโครงสร้างประสาทตาและจุดเริ่มต้นของเส้นประสาทอย่างแม่นยำมากขึ้น </p><p>PubMed</p><p>Isaac Newton ในปี 1704 เสนอว่า เส้นใยประสาทจากจอภาพรับด้านจมูก (nasal retina) จะข้ามไปอีกซีกหนึ่งผ่าน optic chiasm ส่วน temporal retina ไม่ข้าม </p><p>Wikipedia</p><p>+4</p><p>researchgate.net</p><p>+4</p><p>Thailand4</p><p>+4</p><p>ศตวรรษที่ 19 – งานวิจัยทางกายภาพและฟิสิกส์</p><p><br/></p><p>นักกายวิภาคมากความสามารถ เช่น Willis, von Haller พัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับ “nerve force” แทน visual spirit โดยเชื่อว่าการส่งสัญญาณทางประสาทมีลักษณะคล้ายกระแสไฟฟ้า ซึมซับแนวคิดของ Helmholtz ในการวัดความเร็วการนำสัญญาณของเส้นประสาท </p><p>PubMed</p><p>Wikipedia</p><p>Helmholtz เป็นผู้สร้าง ophthalmoscope ในปี 1850–51 ให้แพทย์ตรวจจอประสาทตาได้โดยตรงเป็นครั้งแรก </p><p>hmong.in.th</p><p>+1</p><p>Thailand4</p><p>+1</p><p>Jan Purkinje เคยเสนอเทคนิคดู fundus ตั้งแต่ปี 1823 แต่ไม่ได้รับความพลักดันในวงกว้างจนกว่า Helmholtz จะผลิตเครื่องจริงในต้นค.ศ.1850s </p><p>intechopen.com</p><p>+1</p><p>PMC</p><p>+1</p><p>ยุคปลายศตวรรษที่ 19-20 – การวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์</p><p><br/></p><p>Bartolomeo Panizza (ค.ศ. 1855) เป็นผู้แรกที่เสนอว่าการมองเห็นเริ่มต้นจากสมองส่วน visual cortex ไม่ใช่ที่ประสาทตาโดยตรง และเขาให้หลักฐานผ่านงานทดลองทางคลินิก </p><p>PubMed</p><p>นักกายวิภาคเช่น Heinrich Müller ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ใช้กล้องจุลทรรศน์ค้นพบที่กำเนิดของการมองเห็นในจอประสาทตา และระบุว่าสีแดงในเซลล์แท่งคือ rhodopsin หรือ visual purple </p><p>Thailand4</p><p>+2</p><p>Wikipedia</p><p>+2</p><p>hmong.in.th</p><p>+2</p><p>แนวคิดทางการแพทย์และทัศนคติในปัจจุบัน</p><p><br/></p><p>การพัฒนา ophthalmoscopy ทำให้วงการจักษุวิทยาก้าวสู่การวินิจฉัยด้วยอุปกรณ์ ตรวจพบโรคตา ต้อกระจก หรือความเสียหายประสาทตาได้อย่างแม่นยำ </p><p>Thailand4</p><p>+1</p><p>hmong.in.th</p><p>+1</p><p>วิทยาศาสตร์ประสาทในศตวรรษที่ 20 ได้ขยายสู่ neurophysiology และ neurochemistry รวมถึงการศึกษาการไหลของ axoplasmic flow และการเชื่อมต่อเส้นประสาทสาย optic fiber </p><p>PubMed</p><p>✨ สรุปลำดับยุคเวลาแบบย่อ</p><p>ช่วงเวลา	ความก้าวหน้า</p><p>โบราณ (400 ปี BC)	แนวคิด visual spirit, ประสาทตาเป็นโพรง</p><p>Renaissance – ศตวรรษ 17–18	กายวิภาคชัดขึ้น, Newton ตั้งทฤษฎี chiasm</p><p>ศตวรรษที่ 19	การวัดสัญญาณประสาท, อุปกรณ์ ophthalmoscope</p><p>ยุค modern (ปลาย 19 - ปัจจุบัน)	วิทยาศาสตร์ประสาทขั้นสูง, พยาธิสภาพ optic nerve</p><p><br/></p><p>หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะด้าน เช่น การค้นพบในแต่ละคน หรือวิวัฒนาการของการตรวจจอประสาทตาในไทย หรือสนใจเรื่องโรคขึ้นกับประสาทตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม หรือ OCT Angiography ก็สามารถถามได้ครับ 😊</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>ที่มา</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 05:53:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531686144</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์จังหวัด สุรินทร์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531985225</link>
         <description><![CDATA[<p>ชนสรณ์โยธานันท์</p><p>สุรินทร์ เดิมชื่อ “บ้านประแดง”</p><p>ในปี พ.ศ. 2328 หัวหน้าชาวกูยชื่อ “ช้าง” ได้นำช้างไปถวาย รัชกาลที่ 1</p><p>พระองค์โปรดเกล้าฯ ตั้งเป็น “พระยาสุรินทรภักดี” และยกฐานะเป็น “เมืองสุรินทร์”</p><p>⸻</p><p>สุรินทร์เคยอยู่ภายใต้อิทธิพล อารยธรรมขอมโบราณ</p><p>มีปราสาทหินโบราณหลายแห่ง เช่น ปราสาทศีขรภูมิ</p><p>เป็นหลักฐานของความรุ่งเรืองทางศาสนาและวัฒนธรรม</p><p>⸻</p><p>ชาวพื้นเมืองเดิมคือ ชาวกูย</p><p>มีชื่อเสียงเรื่อง การจับและเลี้ยงช้าง</p><p>จนสุรินทร์ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งช้าง”</p><p>⸻</p><p>ปัจจุบัน สุรินทร์มีชื่อเสียงด้าน</p><p>	•	ผ้าไหมทอมือ</p><p>	•	ประเพณีช้าง</p><p>	•	ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ เขมร-กูย-ลาว</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 10:03:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531985225</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประวัติศาสตร์ตาเมืองธม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531986972</link>
         <description><![CDATA[<p>ชนสรณ์ โยธานันท์</p><p>ตาเมืองธม</p><p>เป็นชื่อหมู่บ้านใน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์</p><p>คำว่า “ตาเมืองธม” แปลว่า “ปู่เมืองใหญ่”</p><p>สะท้อนความเคารพต่อผู้นำหรือบรรพบุรุษในอดีต</p><p>⸻</p><p>พื้นที่นี้เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของ อาณาจักรขอมโบราณ</p><p>ใกล้กันมี ปราสาทหินขอม หลายแห่ง</p><p>ใช้เป็นศาสนสถานในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16–18</p><p>⸻</p><p>มีตำนานเล่าว่า</p><p>“ตาเมืองธม” เป็นผู้นำเผ่าหรือหัวหน้าหมู่บ้าน</p><p>ผู้คนเคารพนับถือ และอาจเป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญา เช่น การจับช้าง</p><p>⸻</p><p>ปัจจุบันยังคงเป็นพื้นที่ที่มี วัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้มแข็ง</p><p>โดยเฉพาะ ชาวกูย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านช้าง</p><p>และยังรักษาภาษาและประเพณีดั้งเดิมไว้ได้ดี</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-07-30 10:06:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3531986972</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายกิตติพศ ตะพรมมิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3548506437</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>รายงานประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงในฐานะ “เมืองช้าง” และเป็นถิ่นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และประเพณีที่เก่าแก่ยาวนาน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>1. ประวัติความเป็นมา</p><p><br/></p><p>หลักฐานทางโบราณคดีพบว่า บริเวณจังหวัดสุรินทร์เคยเป็นที่ตั้งชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>ในสมัยทวารวดีและขอมโบราณ มีการสร้างปราสาทหินหลายแห่ง เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทตาเมือน และปราสาทยายเหงา</p><p><br/></p><p>เดิมพื้นที่สุรินทร์เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลอาณาจักรขอมโบราณ ก่อนจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสยาม</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในสมัยกรุงธนบุรี โดยมี พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) เป็นผู้ครองเมืองคนแรก (พ.ศ. 2317)</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. ความสำคัญของช้างกับสุรินทร์</p><p><br/></p><p>ช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองสุรินทร์ ชาวกูย (ชาวกวย) มีความชำนาญในการจับช้างและฝึกช้างมาตั้งแต่โบราณ</p><p><br/></p><p>มีตำนานว่า พระยาสุรินทร์ภักดีฯ ได้แสดงความสามารถในการควบคุมช้างศึก จึงได้รับแต่งตั้งให้ปกครองเมืองสุรินทร์</p><p><br/></p><p>ปัจจุบันสุรินทร์ยังมี หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง และจัดงาน มหกรรมช้างสุรินทร์ เป็นประจำทุกปี</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. ชาติพันธุ์และวัฒนธรรม</p><p><br/></p><p>สุรินทร์มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่</p><p><br/></p><p>ชาวไทยเขมร มีภาษาและวัฒนธรรมขอม</p><p><br/></p><p>ชาวกูย (กวย/ส่วย) เชี่ยวชาญการคล้องช้าง</p><p><br/></p><p>ชาวลาว มีการละเล่นพื้นบ้านและประเพณีบุญบั้งไฟ</p><p><br/></p><p><br/></p><p>การผสมผสานของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้สุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะด้านภาษา อาหาร การแต่งกาย และดนตรี</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>4. โบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทหินขอมสำคัญ สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17</p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือน และ ปราสาทตาเมือนโต๊จ เป็นโบราณสถานชายแดนไทย–กัมพูชา</p><p><br/></p><p>ปราสาทยายเหงา โบราณสถานสำคัญในอำเภอพนมดงรัก</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>5. บทบาททางเศรษฐกิจและสังคม</p><p><br/></p><p>สุรินทร์ขึ้นชื่อเรื่อง ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ที่ได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)</p><p><br/></p><p>เป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและฝึกช้าง</p><p><br/></p><p>มีงานประเพณีสำคัญ เช่น งานช้างสุรินทร์ และ ประเพณีแซนโฎนตา (ทำบุญบรรพบุรุษแบบเขมร)</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>บทสรุป</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านช้างและมรดกขอมโบราณ ทำให้สุรินทร์เป็นจังหวัดที่สำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของภาคอีสาน</p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:22:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3548506437</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายกิตติพศ ตะพรมมิน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3548512025</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p><br/></p><p>---</p><p><br/></p><p>รายงานประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์</p><p><br/></p><p>บทนำ</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีชื่อเสียงในฐานะ “เมืองช้าง” และเป็นถิ่นที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และประเพณีที่เก่าแก่ยาวนาน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>1. ประวัติความเป็นมา</p><p><br/></p><p>หลักฐานทางโบราณคดีพบว่า บริเวณจังหวัดสุรินทร์เคยเป็นที่ตั้งชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>ในสมัยทวารวดีและขอมโบราณ มีการสร้างปราสาทหินหลายแห่ง เช่น ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทตาเมือน และปราสาทยายเหงา</p><p><br/></p><p>เดิมพื้นที่สุรินทร์เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลอาณาจักรขอมโบราณ ก่อนจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสยาม</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในสมัยกรุงธนบุรี โดยมี พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) เป็นผู้ครองเมืองคนแรก (พ.ศ. 2317)</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>2. ความสำคัญของช้างกับสุรินทร์</p><p><br/></p><p>ช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองสุรินทร์ ชาวกูย (ชาวกวย) มีความชำนาญในการจับช้างและฝึกช้างมาตั้งแต่โบราณ</p><p><br/></p><p>มีตำนานว่า พระยาสุรินทร์ภักดีฯ ได้แสดงความสามารถในการควบคุมช้างศึก จึงได้รับแต่งตั้งให้ปกครองเมืองสุรินทร์</p><p><br/></p><p>ปัจจุบันสุรินทร์ยังมี หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง และจัดงาน มหกรรมช้างสุรินทร์ เป็นประจำทุกปี</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>3. ชาติพันธุ์และวัฒนธรรม</p><p><br/></p><p>สุรินทร์มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ได้แก่</p><p><br/></p><p>ชาวไทยเขมร มีภาษาและวัฒนธรรมขอม</p><p><br/></p><p>ชาวกูย (กวย/ส่วย) เชี่ยวชาญการคล้องช้าง</p><p><br/></p><p>ชาวลาว มีการละเล่นพื้นบ้านและประเพณีบุญบั้งไฟ</p><p><br/></p><p><br/></p><p>การผสมผสานของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้สุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะด้านภาษา อาหาร การแต่งกาย และดนตรี</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>4. โบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์</p><p><br/></p><p>ปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทหินขอมสำคัญ สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17</p><p><br/></p><p>ปราสาทตาเมือน และ ปราสาทตาเมือนโต๊จ เป็นโบราณสถานชายแดนไทย–กัมพูชา</p><p><br/></p><p>ปราสาทยายเหงา โบราณสถานสำคัญในอำเภอพนมดงรัก</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>5. บทบาททางเศรษฐกิจและสังคม</p><p><br/></p><p>สุรินทร์ขึ้นชื่อเรื่อง ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ที่ได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)</p><p><br/></p><p>เป็นศูนย์กลางการเลี้ยงและฝึกช้าง</p><p><br/></p><p>มีงานประเพณีสำคัญ เช่น งานช้างสุรินทร์ และ ประเพณีแซนโฎนตา (ทำบุญบรรพบุรุษแบบเขมร)</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p>บทสรุป</p><p><br/></p><p>จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านช้างและมรดกขอมโบราณ ทำให้สุรินทร์เป็นจังหวัดที่สำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของภาคอีสาน</p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2025-08-20 04:27:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/growingspeakerliteracy/dm9bn715tocxutcs/wish/3548512025</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
