<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>ม.4/8 เกณฑ์การประเมินการแสดงนาฏศิลป์และการละคร by Ketchadaporn Phutirak</title>
      <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw</link>
      <description>ให้นักเรียนใช้หลักเกณฑ์ที่ได้ศึกษามาประเมินการแสดงนาฏศิลป์และการละคร</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-02-05 14:54:09 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2025-12-29 21:16:14 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url>https://padlet.net/icons/png/1f9d0.png</url>
      </image>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง …………………..</title>
         <author>ketchadapornphut</author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2469295680</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาว…………………………………..ชั้น………………….ม.4/……..เลขที่……….<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร<br>…………………………………………………………….<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>…………………………………………………………….<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้<br>แสดง<br>…………………………………………………………….<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>…………………………………………………………….<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>……………………………………………………………..<br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>…………………………………………………………….<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>…………………………………………………………….<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>…………………………………………………………….<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>…………………………………………………………….<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1954681860/ca424f6aedb577d194389d813e0b828a/7E30D856_F2EF_4759_A209_C1BFD2650377.jpg" />
         <pubDate>2023-02-06 00:14:09 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2469295680</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ชื่อ เซิ้งกะโป๋🥥</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2477793357</link>
         <description><![CDATA[<ul><li><strong><em>ชื่อ นางสาวจิตรพัตรา ธรรมปัตย์</em></strong></li></ul><div><strong><em>&nbsp;เลขที่6 ม.4/8</em></strong></div><div><mark>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง</mark><br><strong>1.1บทละคร</strong> :ปัจจุบัน วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่า คำว่า"เซิ้ง"ไม่ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำของชาวอีสาน เพราะ เซิ้ง คือการขับกาพย์ ซึ่งมักจะมีการฟ้อนประกอบด้วย ไม่นับเป็นการร่ายรำ<br>ดังนั้น จึงได้บัญญัติคำว่า "ฟ้อน" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกกริยาการฟ้อนรำของชาวอีสาน ชุดการแสดงใดๆที่เคยเรียกว่า เซิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็น ฟ้อน เช่น เซิ้งแหย่ไข่มดแดง เปลี่ยนเป็น ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง&nbsp; ยกเว้น เซิ้งบั้งไฟและเซิ้งนางด้ง เพราะเป็นการแสดงเซิ้งอย่างตรงตัวอยู่แล้ว<br><br><strong>1.2รูปแบบการแสดง</strong> :เป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการละเล่นของชาวอีสานใต้ ซึ่งได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีษะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริง โดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์&nbsp; อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีการละเล่นเกี่ยวกับการเคาะกะลาเช่นเดียวกัน<br><br><strong>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง</strong> :ผู้แสดงต้องมีความสนุกสนานในการแสดงและต้องยิ้มแย้มเพื่อถ่ายทอดถึงความสนุกในการเล่น<br><br><strong>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง</strong> :รับรู้ถึงความสนุกในการเล่น และยังรู้ประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นขันตักน้ำ หรือนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีก็ได้<br><br><mark>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง</mark><strong><br>2.1เครื่องแต่งกาย </strong>:การแต่งกาย<br>– หญิง สวมเสื้อแขนกระบอก ใช้สไบขิดเฉียงไหล่ซ้ายแล้วไปมัดที่เอวด้านขวา นุ่งโจงกระเบน มีผ้าผืนยาวมัดเอว ผมเกล้ามวยประดับดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>– ชาย สวมเสื้อผ้าแพรแขนสั้น นุ่งโจงกระเบน ใช้ผ้าสไบขิดพาดไหล่ มีผ้าผืนยาวมัดเอว สวมสร้อยคอและกำไลเงิน<br><br><strong>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง </strong>:ชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสาน เนื่องจากว่า ระบำกะลา มีจังหวะและท่วงทำนองท่าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน แต่เล่นลายพื้นเมืองของอีสานใต้คือ เจรียงซันตรูจ<br><br><strong>2.3ฉาก แสง สี </strong>เสียง :<br><mark>ฉาก</mark> ช่วยสืื่อถึงเรื่องราวของทางภาคอีสาน ให้การแสดงดูไม่น่าเบื่อ และได้ถ่ายทอดถึงความงดงามของฉากให้กับผู้ชมที่เข้ามาดู<br><br><mark>แสง</mark> ช่วยในเรื่องการสร้างบรรกาศรอบตัวให้เข้ากับเนื้อเรื่องในการแสดง&nbsp; การจัดแสงถือว่าเป็นหัวใจหลักของการแสดงก็ว่าได้ เพราะมีผลต่อการบันทึกภาพ การถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่คนดู<br><mark>สี</mark> มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดขึ้นในการแสดง โดยจะช่วยเพิ่มการเข้าถึง ถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น<br><mark>เสียง</mark> เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกไปสู่คนดูได้มากยิ่งขึ้น เสียง สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากยิ่งขึ้น<br><br><strong>2.4อุปกรณ์การแสดง</strong> :กะโป๋หรือกะลามะพร้าวในการแสดงโชว์<br><br><strong>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท </strong>:มีความงดงามให้การแสดง และยังบอกประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาทำเครื่องดนตรีได้อีกด้วย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946825898/e764e8abdc8a2b56406283a483908f15/sengkapo3.jpg" />
         <pubDate>2023-02-12 12:35:11 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2477793357</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ระบำดอกบัว 🪷</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478125421</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเมินคุณภาพการแสดง<br>1.1 บทละคร<br><strong>ระบำดอกบัว</strong> เป็นการแสดงชุดหนึ่งจากละครเรื่อง "รถเสน" ตอนหมู่นางรำ แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า&nbsp;<br>1.2 รูปแบบการแสดง<br>เป็นการแสดงหมู่<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>การใช้ทักษะในการแปรแถว ทักษะความพร้อมเพรียง ที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน</div><div>1.4 คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ความเพลิดเพลินในการชมการแสดงที่มีความอ่อนช้อย งดงาม และพร้อมเพรียง<br><br>2.การประเมินคุณภาพองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ<br>2.2 ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็ง<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก ช่วงส่งเสริมให้การแสดงดูน่าสนใจขึ้น สื่อให้ผู้ชมเข้าใจถึงชุดการแสดงมากขึ้น<br>แสง เพื่อส่งเสริมการมองเห็นและการสื่ออารมณ์ที่ดีกับผู้ชม<br>สี การใช้ไฟหลากหลายสี สามารถสื่ออารมณ์ถึงผู้ชมได้เป็นอย่างดี<br>เสียง การใช้วงปี่พาทย์ทำให้การรับฟังนุ่มนวล ไพเราะ มากขึ้น เพราะเป็นการใช้ดนตรีสด<br>2.4 อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ดอกบัวประดิษฐ์ ผู้แสดงถือดอกบัวออกมารำ ซึ่งดอกบัวนั้น เป็นดอกไม้ที่ชนชาวไทยใช้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และนิยมกันว่าเป็นดอกไม้ที่ประเสริฐการนำดอกบัวมาถือรำก็เพื่อแสดงความคารวะต่อผู้ที่ชาวไทยให้การต้อนรับ<br>2.5 ความงดงามโดยรวมของการแสดง<br>การแสดงที่งดงามอ่อนช้อย พร้อมเพรียง ถือได้ว่า เป็นการแสดงที่ผู้แสดงและผู้ฝึกซ้อมทุ่มเทมาก เพราะการจะทำให้พร้อมเพรียงและสวยงามไปพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้น การแสดงระบำดอกบัว เป็นการแสดงที่ทรงคุณค่า<br><br></div><div><br><br></div><div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1349267199/850c7fdb5c0fc18a28db52914696acc7/B7FFF6E9_56DA_46AD_9BB3_C680616D942A.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-12 22:45:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478125421</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องละครชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478255870</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย สุริยะ ภู่สีสุวรรณ ชั้น ม.4 ม.4/8 เลขที่7<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br><br>1.1บทละคร<br>เป็นการผสมผสานระหว่างโนราของภาคใต้กับละครนอกของภาคกลาง ละครชาตรีรับจ้างแสดงแก้บนที่บ้าน วัด หรือเทวสถานที่ผู้คนนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การแสดงมี ๒ แบบ คือ แบบรำเป็นระบำชุดสั้น ๆ และแบบละคร การแสดงละครชาตรีแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ พิธีกรรมเริ่มประมาณเก้าโมงเช้าเป็นพิธีทำโรงบูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกป้องคุ้มครองการแสดงรำถวายมือซึ่งก็คือการรำเชิญเครื่องสังเวยให้เทวดามารับสินบนประกาศโรงและรำซัดชาตรี ส่วนที่ ๒ การแสดงละครต่อจากพิธีกรรมในภาคเช้าจบด้วยพิธีลาเครื่องสังเวยแล้วพักเที่ยงจากนั้นแสดงละครต่อไปจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจึงปิดการแสดงและส่วนที่ ๓ พิธีลาโรง<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ได้รู้ว่าละครชาตรีนั้นเป็นละครที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีอายุเก่าแก่กว่าละครอื่น<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>ละครชาตรีแต่โบราณไม่สวมเสื้อ เพราะทุกตัวใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็นตัวที่แต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาดเจียระบาดมีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาล ทับทรวง กรองคอกับตัวเปล่า บนศีรษะสวมเทริดเท่านั้น&nbsp;การผัดหน้าในสมัยโบราณใช้ขมิ้นลงพื้นสีหน้าจนนวลปนเหลือง ไม่ใช่ปนแดง<br><br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ&nbsp;วงปี่พาทย์ชาตรี&nbsp;ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี ลักษณะของวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1) แสง สี เสียง<br>เป็นการใช้อุปกรณ์ และความรู้ทางด้านเทคนิคมาช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br>1.1)&nbsp;&nbsp;&nbsp;แสง&nbsp;เป็นเทคนิคช่วยให้ความสว่าง บอกเวลา และสร้างอารมณ์<br>1.2)&nbsp;&nbsp;&nbsp;สี&nbsp;จะมีบทบาทมากบนเวทีละคร สีสามาสารถสร้างบรรยากาศ และบอกอารมณ์ ของการแสดงละครในช่วงนั้น ๆ ได้<br>1.3)&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสียง&nbsp;จะช่วยให้การแสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และผู้ชมอาจมีอารมณ์ร่วมไปกับการแสดงมากยิ่งขึ้น<br>2) ฉาก<br>ต้องมีรูปแบบที่สัมพันธ์กับการแสดง<br><br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>มีความสวยงดงามของแต่ล่ะการแสดง<br>แสดงกิริยาท่าทางสวยงามอ่อนช้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1588255115/fd0afe1bba5cfe4149d6452e593ba925/play8ho8.jpg" />
         <pubDate>2023-02-13 02:15:00 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478255870</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องระบำดาวดึงส์💫⭐</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478338904</link>
         <description><![CDATA[<div>• นายประติศร เสือเอี่ยม&nbsp; 4/8 เลขที่ 25<br><br>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>1.1บทละคร<br>&nbsp;เป็นการแสดงมาตรฐานที่เป็นฉบับไทยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ได้ทรงนิพนธ์บทร้องขี้ประกอบการแสดงในบทละครดึกดำบรรพ์ เรื่องสังข์ทอง ตอนที่ ๒ ตอนตีคลี ฉากดาวดึงส์ ในฉากนี้มีพระอินทร์กับพระมเหสีประทับอยู่บนแท่น พระวิศนุกรรม และพระมาตุลี นั่งอยู่ชั้นลดสองข้าง พวกคนธรรพ์ประจำเครื่องดนตรีอยู่ด้านหน้า เหล่าเทวดานางฟ้าเข้านั่งเฝ้าสองข้าง เริ่มเปิดฉากเหล่าเทวดานางฟ้าก็จับระบำถวาย<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>เป็นการรำของเหล่าเทวดานางฟ้า ลักษณะท่ารำที่สำคัญ คือท่ารำจะไม่มีความหมายตรงกับเนื้อร้อง แต่จะเป็นท่ารำที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกันตลอดทั้งเพลง ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ท่ารำบางท่าได้ปรับปรุงเลียนแบบท่าเต้นในพิธีแขกเจ้าเซ็น ได้แก่ การใช้ท่ารำยกมือขึ้นประสานไขว้กันไว้ที่อก และขยับฝ่ามือตบอกเบา ๆ ตามจังหวะพร้อมการเคลื่อนเท้าไปด้วย กล่าวกันมาว่าท่ารำแบบนี้ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี พระอนุชาของสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงประดิษฐ์ขึ้น เมื่อประมาณสองร้อยกว่าปีมาแล้ว<br><br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>มีความงดงาม อ่อนช้อย เพื่อถ่ายทอดให้กับผู้ชม มีลีลาในการรำที่สวยงาม<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>&nbsp;ปลูกฝังจริยธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่แสดงถึงความเป็นอารยประเทศ<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย<br>&nbsp;ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนสั้น ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภารณ์มงกุฏกษัตรีย์<br><br>2.2ดนตรี<br>&nbsp;ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ได้แก่เพลงเหาะ เพลงรัว เพลงตะเขิ่ง เพลงแขกเจ้าเซ็น และเพลงรัว<br><br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงาม<br>สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>ไม่มีอุปกรณ์ในการแสดง<br><br>2.5ความงดงาม<br>มีความงดงามอ่อนช้อยตามจังหวะทำนองของดนตรีเพลง มีความยิ้มแย้มที่สวยงาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1951071108/f509c9a8cd68166253d2ff4c72110c6f/received_1263969210907216.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 03:54:34 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478338904</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครเรื่อง ระบำวิชนี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478801418</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายวัฒนะ เจิมจันทร์ ชั้น ม.4/8 เลขที่34<br>1ประเมินคุณภาพด้านการเเสดง<br>1.1บทละคร<br>เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางในในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่าวิชนี หรือ พัชนี ออกมาร่ายรําด้วยท่วงทํานองเพลงและบทร้องอันไพเราะเนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ชาวไทยนิยมใช้พัดเป็นเครื่องบรรเทาความร้อน ดังนั้นนาฏศิลปชุด ระบําวิชนี จึงวิวัฒนาการมาจากการใช้พัดรําเพยลมของชาวไทยในทํานองอย่างมีศิลปนั่นเอง<br>1.2รูปเเบบการเเสดง<br>ระบำวิชนี เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนาวใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ ผู้ประพันธ์เนื้อร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้เเสดง<br>โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่า วิชนี หรือ พัชนี ออกมาร่ายรําด้วยท่วงทํานองเพลงและบทร้องอันไพเราะ&nbsp;<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>เพื่อการสื่อสาร&nbsp; นาฏศิลป์ ได้พัฒนาจากรูปลักษณ์ที่ง่ายและเป็นส่วนประกอบของคำพูดหรือวรรณศิลป์ ไปสู่การสร้างภาษาของตนเองขึ้นที่เรียกว่า "ภาษาท่ารำ" โดยกำหนดกันในกลุ่มชนที่ใช้นาฏศิลป์นั้นๆ ว่าท่าใดมีความหมายอย่างไร<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของ<br>การเเสดง<br>2.1เครื่องเเต่งกายประกอบการเเสดง<br>โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ<br>2.2ดนตรีในการประกอบการเเสดง<br>ระบำวิชนี เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนาวใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ ผู้ประพันธ์เนื้อร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร<br>2.3ฉาก เเสง สี เสียง<br>แสง สี เสียงมาใช้ในการแสดงเพื่อให้การแสดงมีความสมบูรณ์สวยงามในด้านแสง สี ที่ใช้ในการแสดง ควรมีความเหมาะสมสัมพันธ์กับเครื่องแต่งกาย ทำให้การแต่งกายในการแสดงมีความสวยงามโดเด่น ในด้านเสียงควรมีความเหมาะสม<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการเเสดงในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่า<br>&nbsp;วิชนี หรือ พัชนี<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการเเสดงเเต่ละประเภท<br>คือการที่กวีได้มีคุณค่าทางอารมณ์การใช้ถ้อยคำ สำนวนที่ไพเราะ หรือเน้นความในเนื้อหา มีลาการใช้ภาษาที่ไพเราะ สามารถตีบทได้ไม่ซ้ำซาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946834888/aade8033b2a6fb46feab41265d03808c/1485971456.jpg" />
         <pubDate>2023-02-13 11:55:16 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478801418</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ระบำเทพบันเทิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478817320</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาว มนัสดา โฉมงาม ชั้น ม.4/8 เลขที่40<br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร<br>ระบำเทพบันเทิง เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อแทรกในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ลมหอบ เป็นระบำเทพบุตร และนางฟ้า ฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลา ประดิษฐ์ท่ารำโดย หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) และอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์คำร้องประกอบเพลงแขกเชิญเจ้าและยะวาเร็วโดย ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ระบำเทพบันเทิง เป็นระบำที่ประกอบการแสดงละครในเรื่อง อิเหนา ตอน ลมหอบ ซึ่งกรมศิลปากรปรับปรุงขึ้นเพื่อแสดงที่โรงละครศิลปากร (เก่า) เมื่อ ปี พ.ศ. 2499 ให้ประชาชนได้ชมกัน เป็นระบำที่กล่าวถึงเทพบุตร เทพธิดา ร่ายรำถวายองค์ปะตาระกาหลา ตามบทขับร้องที่นายมนตรี&nbsp; ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยและศิลปินแห่งชาติเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องและปรับปรุงทำนองเพลง&nbsp; โดยใช้เพลงแขกเชิญเจ้าและเพลงยะวาเร็ว&nbsp; โดยอาจารย์ละมุล &nbsp; ยมะคุปย์&nbsp; และหม่อมศุภลักษณ์&nbsp; ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) เป็นผู้คิดประดิษฐ์ท่ารำขึ้น<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ท่ารำ ความงดงามและความพร้อมเพรียงของผู้รำ&nbsp; ซึ่งสอดประสานได้เหมาะสมกับทำนอง<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ระบำเทพบันเทิง&nbsp; เป็นการแสดงประเภทระบำมาตรฐาน&nbsp; ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้นใช้เป็นระบำของเทพบุตรนางฟ้าฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลาในละครในเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ&nbsp; ได้นำออกแสดงแก่ประชาชน ณ โรงเรียนละครศิลปากร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๙&nbsp; ผู้ประพันธ์บทร้อง&nbsp; และปรับปรุงทำนองเพลงแขกเชิญเจ้ากับเพลงยะวาเร็วคือนายมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย กรมศิลปากร<br><br><br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>การแต่งกายของตัวพระ&nbsp; ตัวนาง&nbsp; นิยมแต่งกายแบบยืนเครื่องหรือเปลี่ยนแปลงตามความสะดวกของเจ้าภาพที่จัดแสดง<br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ระบำเทพบันเทิงใช้วงปี่พาทย์บรรเลงประกอบการแสดง<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงาม<br>สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ไม่มีอุปกรณ์ในการแสดง<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>ระบำ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า การฟ้อนรำเป็นชุด หรืออีกนัยหนึ่ง คือ การฟ้อนรำมุ่งหมายเพียงเพื่อความงดงามของศิลปะการรำ และการรื่นเริงบันเทิงใจไม่แสดงเป็นเรื่องราว ประกอบด้วยผู้แสดงจำนวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป มีจุดประสงค์เพื่อแสดงความงดงาม ความพร้อมเพรียง การแปรแถวในขณะแสดง ประกอบกับการแต่งกายที่สวยงาม และเพลงดนตรีที่ไพเราะน่าฟัง</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1316049544/501add3be9242c5482c791c8688cdc86/images.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 12:12:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478817320</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปนะเมินละครไทยเรื่อง รามเกียรติ์</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478860764</link>
         <description><![CDATA[<div>น.ส.วรารัตน์ พลชัย เลขที่3 ม.4/8<br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร:เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช&nbsp; เนื้อเรื่องมาจากวรรณคดีของอินเดียเรื่อง รามายณะ อันเป็นวรรณคดีที่สำคัญและมีมานานกว่า ๒๐๐๐ ปีมาแล้ว<br>รูปแบบการแสดง:มีลักษณะสำคัญอยู่ที่ ผู้แสดงต้องสวมหัวโขนหมดทุกตัว ยกเว้นตัวนาง พระ และเทวดา ในสมัยโบราณตัวพระและตัวเทวดา ก็สวมหัว ภายหลังจึงเปลี่ยนแปลงให้ตัวพระ และตัวเทวดาไม่ต้องสวมหัว<br>ทักษะความสามารถของผู้แสดง:ผู้แสดงจะต้องมีความสามารถและคุณสมบัติตรงตามตัวละครนั้น<br>คุณค่าหรทอประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง:ความประทับใจในเรื่องรามเกียรติ์ก่อให้เกิดจิตรกรรม เพื่อแสดงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรามเกียรติ์ เช่น จิตรกรรมฝาผนังที่ระเบียงรอบโบสถ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งการประกอบการแสดง:เครื่องแต่งกายสำหรับใช้ในการแสดงโขน ใช้การแต่งกายแบบยืนเครื่อง ซึ่งเป็นการแต่งกายจำลองเลียนแบบจากเครื่องทรงต้นของพระมหากษัตริย์แบบโบราณที่มีความสวยงามวิจิตรตระการตา แบ่งเป็น 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายมนุษย์ เทวดา พระ นาง ฝ่ายยักษ์<br>ดนตรีในการประกอบการแสดง:วงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขน ได้แก่ วงปี่พาทย์ (บางทีก็เรียก "พิณพาทย์") ซึงประกอบไปด้วย ปี่ ระนาด ฆ้อง กลอง ตะโพน บางสมัยก็จัดเป็นวงเครื่องห้าตามแต่ฐานะของผู้เป็นเจ้าของงาน<br>ฉาก แสง สี เสียง: ฉากช่วยสื่อถึงเรื่องราวของสถานที่ แสงช่วยสื่อถึงเวลาในบทละคร สีช่วยสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร เสียงช่วยสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครทำให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้มากขึ้น<br>อุปกรณ์การแสดง:กล่าวถึงอุปกรณ์ในการแสดงโขน เช่น ตอนศึกวิรุญจำบัง จะมีตาข่ายเพชร ผ้าพยนต์ ม้า และการแสดงตอนอื่นๆ มีอุปกรณ์เช่น ราชรถ กลด กล่องดวงใจ ตลอดจนเรื่องของการใช้อุปกรณ์เหล่านั้น<br>ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท:เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1962265043/1490380156a3dbff87f07bf4c620c0c9/1676291251184.jpg" />
         <pubDate>2023-02-13 12:53:31 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478860764</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครเรื่อง ระบำศรีวิชัย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478913807</link>
         <description><![CDATA[<div>นายอนุวัฒน์ พันธ์งาม ชั้น ม.4/8 เลขที่39<br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร เป็นระบำชุดที่ ๒ ในระบำโบราณคดี อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๘ มีอาณาเขตตั้งแต่ภาคใต้ลงไปจนถึงดินแดนของประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียยางส่วนปัจจุบัน ระบำศรีวิชัยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ตนกู อับดุล รามานห์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แต่งเรื่อง Raja Bersiyong ซึ่งเป็นเรื่องราสเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิชัย และได้เชิญคณะนาฏศิลป์ไทย ไปแสดงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ กรมศิลปากรได้จัดการแสดง ๒ ชุด คือ รำชัดชาตรี และระบำศรีวิชัย&nbsp;<br>1.2รูปแบบการแสดง ระบำศรีวิชัย เป็นการรำหมู่ประกอบด้วยผู้แสดง ๖ คน ท่ารำประดิษฐ์ขึ้นโดยเลียนแบบจากภาพจำหลักผสมกับท่ารำของนาฏศิลป์ชวา ทำให้เกิดความสวยงามของท่ารำที่มีความผสมกลมกลืน และมีลักษณะเฉพาะของการใช้มือ เท้า ศีรษะ<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง มีความสามารถในการใช้มือ เท้า และศีรษะที่ดี รำออกมาตามทำนองเพลงได้ดี ทำท่ารำตามกระบวนเพลงช้า และเร็ว จนจบกระบวนท่า<br>รำได้สวยงามตามทำนองเพลง<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง 1. ให้คุณค่าด้านความเพลิดเพลินบันเทิงใจต่อผู้รับชม<br>2. ให้คุณค่าด้านการอนุรักษ์และเผยแพร่ เพราะเป็นศิลปะการแสดงที่เป็นมรดกของชาติให้คงอยู่สืบไป<br>2.การประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง&nbsp;<br>2.1เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง เครื่องแต่งกายของระบำศรีวิชัย ประกอบด้วย&nbsp;<br>๑. เสื้อรัดอกสีเนื้อ<br>๒. นุ่งโสร่งปาเต๊ะจีบหน้านางแถวหนึ่งสีเขียว อีกแถวหนึ่งสีแดง<br>๓. ผ้าคาดรอบสะโพก นุ่งสีแดงคาดสีเขียว นุ่งสีเขียวคาดสีแดง<br>๔. ผ้าสไบเฉียงสีเดียวกับสีคาดสะโพกเย็บติดกับแผ่นโค้งบนไหล่ซ้าย ติดสร้อยตัวริมแผ่นโค้ง ๒ เส้น<br>๕. โบว์เส้นเล็กสอดไว้ใต้เข็มขัด<br>๖. เครื่องประดับ ประกอบด้วย เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู ต้นแขน กำไล ข้อมือ<br>๗. ศีรษะ เกล้าผมมวยไว้ท้ายทอย ใส่เกี้ยว ปักปิ่น<br>๘. กระบังหน้า&nbsp;<br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง ใช้วงดนตรีที่มีลักษณะเฉพาะ เครื่องดนตรีประกอบด้วย กระจับปี่ ฆ้อง ๓ ลูก ซอสามสาย ขลุ่ย ตะโพน กลองแขก ฉิ่ง ฉาบ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เพลงที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ เพลงศรีวิชัย (เที่ยวช้า และเที่ยวเร็ว)<br>2.3ฉาก แสง สี เสียง&nbsp;<br>ฉากช่วยเสริมให้การแสดงดูมากขึ้น<br>แสงช่วยให้ผู้แสดงดูโดดเด่น<br>สีช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดงให้น่าดูมากขึ้น<br>เสียงช่วยสื่อถึงอารมณ์ผู้ชมที่ดูได้ดีขึ้น<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง ไม่มีอุปกรณ์ในการแสดง<br>2.5ความงดงาม ระบำศรีวิชัยมีท่ารำที่สวยงาม ความโดดเด่นของชุด ดนตรีที่ไพเราะ<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946825648/5da60d43baa0e80f89e621e335930bb5/images__3_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 13:15:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2478913807</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479710584</link>
         <description><![CDATA[<div>นายภูผา เพิ่มเติม ม.4/8 เลขที่26<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร<br>:ระบำสี่บทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาแต่โบราณสันนิฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแต่ไม่มีหลักฐานปรากฏเด่นชัดแต่ละบทนั้นจะมีทำนองเพลงและการขับร้องที่แตกต่างกันออกไป&nbsp; ผู้แสดงจะรำไปตามทำนองเพลงและแสดงกิริยาท่าทางตามบทร้องที่ปรากฏอยู่ในแต่ละเพลง<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>:ลักษณะการแสดง คือ แสดงได้ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ผู้แสดงมีทั้งฝ่ายตัวพระ และฝ่ายตัวนาง ใช้ท่ารำพื้นฐานหรือท่าฝึกหัดเบื้องต้น และท่านาฏยศัพท์เป็นท่าหลัก ผสมผสานกับลีลาการเคลื่อนไหวด้วยการใช้ท่าเชื่อมจากท่าหนึ่งไปอีกท่าหนึ่ง ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง ออกด้วยเพลงโคมเวียน แล้วนักร้อง ร้องเนื้อเพลงตามท่วงทำนองจังหวะที่กำหนด<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>:ทักษะความสามารถของผู้แสดงตนเองมีความอ่อนฉอยสวยงามในการรำบำแต่ละท่าทาง<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>:ได้รับความงดงามสบายตาได้พบกับการระบำที่มีสวยสดเป็นอย่างมาก<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>:การแต่งกาย จะแต่งกายยืนเครื่องพระ นาง &nbsp;<br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>1.ปี่พาทย์ทำเพลงโคมเวียนเพลงพระทอง<br>2.เพลงเบ้าหลุด<br>3.เพลงสระบุหร่ง<br>4.เพลงบลิ่ม<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1.ฉาก ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>2.แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงาม<br>3.สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>4.เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>:ไม่มีอุปกรณ์การแสดง<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>:มีจุดประสงค์เพื่อแสดงความงดงาม ความพร้อมเพรียง การแปรแถวในขณะแสดง ประกอบกับการแต่งกายที่สวยงาม<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://sites.google.com/site/kedsarapornpin/hnwy-kar-reiyn-ru5/1%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%97.jpg?attredirects=0" />
         <pubDate>2023-02-13 14:58:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479710584</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479742174</link>
         <description><![CDATA[<div>นายลัทธพล ปักการะโถ ม.4/8 เลขที่9<br><br>ประเมินคุณค่าด้านการแสดง<br>1.1บทละคร:ระบำสุโขทัย พบในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๘ – ๒๐ เป็นยุคสมัยที่ชนชาติไทย เริ่มสร้างสรรค์ศิลปะด้านนาฏศิลป์ และดนตรีในเป็นสมบัติประจำชาติ โดยอาศัยหลักฐานอ้างอิงที่กล่าวไว้ในเอกสาร และหลักศิลาจารึก การแต่งทำนอง กระบวนท่ารำ และเครื่องแต่งกาย ประดิษฐ์ขึ้นให้มีลักษณะที่อ่อนช้อยงดงาม ตามแบบอย่างของศิลปะสมัยสุโขทัยระบำชุดสุโขทัย เป็นระบำโบราณคดีเกิดจากแนวคิดของนายธนิตอยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้พบภาพเขียน ภาพปั้นและภาพจำหลักตามโบราณสถาน และโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ทั้งที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง จึงได้นำมาประกอบแนวคิดประดิษฐ์สร้างเครื่องดนตรี&nbsp;<br>1.2รุปแบบการแสดง:ระบำสุโขทัยเป็นระบำหมู่ ประกอบด้วยผู้แสดง ๕-๗ คน แบ่งเป็นตัวเอง ๑ คน และหมู่ระบำ ท่ารำประดิษฐ์ขึ้นโดยเลียนแบบศิลปะสมัยสุโขทัย ลักษณะท่ารำจะมีทั้งท่ารำของตัวเอก และท่ารำของหมู่ระบำ ที่มีความสอดคล้อง กลมกลืนกัน รวมทั้งการใช้มือ เท้า ศีรษะ จะมีลักษณะพิเศษตามยุคสมัย ตลอดจนการแปรปรวนในการรำด้วยลักษณะต่างๆ<br><br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง:ผู้แสดงต้องมีความสนุกสนานยิ้มแย้มเพื่อถ่ายทอดถึงอารมณ์<br>&nbsp;<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง:รับรู้ถึงความสนุกในการเล่นในการแสดง<br>2ประเมินคุณค่าองค์ประกอบของการแสดง:<br>2.1เครื่องแต่งกาย:เสื้อรัดอกสีชมพู<br>กระโปรงยาวกรอมเท้าสีแสด ติดลูกไม้สีขาวระบายเป็นชั้นๆ<br>ผ้ารัดสะเอวสีดำ ผ้าห้อยข้างสีเขียวอ่อน<br>กรองคอ ต้นแขน ข้อมือ และต่างหู<br>ศีรษะ ตัวเอกใส่ศิราภรณ์มงกุฎอัปสร<br><br>2.2 ดนตรีในการประกอบการแสดง:เครื่องดนตรี ประกอบด้วย ปี่ใน กระจับปี่ ฆ้องวงใหญ่ ซอสามสาย ตะโพน ฉิ่งและกรับ<br><br>2.3ฉากแสงสีเสียง:ฉาก ช่วยสื่อถึงเรื่องราวให้การแสดงดูไม่น่าเบื่อ<br><br>แสง สร้างบรรยากาศให้เข้ากับเนื้อเรื่องในการแสดงถ่ายทอดอารมณ์ไปถึงคนดู<br><br>สี มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เข้ากับเนื้อเรื่องถ่ายทอดอารมณ์ในการแสดง<br><br>เสียง สามารถถ่ายทอดอารมณ์ไปถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้นสามารถทำให้เราจินตนาการมากยิ่งขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์การแสดง:ผ้านุ่ง เป็นกระโปรงบานจีบหน้าสีส้ม มีลูกไม้สีขาวระบายเป็นชั้น ๆ ทรงผม เกล้าผม ครอบด้วยที่รัดผม จำนวนผู้เล่น ผู้หญิงจำนวน ๗ คน (ผู้แสดงต้องเป็นเลขคี่) เครื่องดนตรี ประกอบด้วย ปี่ใน กระจับปี่ ฆ้องวงใหญ่ ซอสามสาย ตะโพน ฉิ่งและกรับ<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท:มีความงดงามในการแสดงมีประโยชน์ได้ความรู้มากมาย<br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946828067/3592c9f45b3e57557f2f4598ce916c17/___________2.jpg" />
         <pubDate>2023-02-13 15:17:14 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479742174</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมิยละครไทยเรื่อง ระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479744237</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>ชื่อ นางสาวพิชญ์นาฎ เนียมสอน ม.4/8 เลขที่23</mark>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>1.1บทละคร<br>• ระบำสี่บทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาแต่โบราณ สันนิฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแต่ไม่มีหลักฐานปรากฏเด่นชัด แต่ละบทนั้นจะมีทำนองเพลงและการขับร้องที่แตกต่างกันออกไป&nbsp; ผู้แสดงจะรำไปตามทำนองเพลง<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>•มีบทร้องทั้งหมด 4 บทด้วยกัน และมีทำนองเพลงแตกต่างกัน 4 เพลง<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>•ผู้แสดงจะต้องรำงาม รำถูกต้องตามแบบแผนและใช้เวลาเป็นอย่างมากในการฝึกฝนท่ารำ กระบวนแถว เนื้อร้อง ท่วงทำนอง จังหวะเพลง<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br> •ได้ชมความสวยงามของการแสดงนี้<br> •แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรมครูทางด้านนาฏศิลป์ ที่คิดประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เชิงเกี้ยวพาราสี ของตัวพระ ตัวนาง ได้อย่างสวยงาม ไม่ส่อถึงความหยาบคาย&nbsp;<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย<br>•การแต่งกาย จะแต่งกายยืนเครื่องพระ – นาง<br>&nbsp;<br>2.2ดนตรี<br>•ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง&nbsp;<br><br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก ขึ้นอยู่แล้วแต่ว่าจะแสดงเรื่องอะไรฉากก็จะเป็นไปตามนั้น<br>แสง ช่วยสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่แสดง<br>สี มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศ โดยจะเพิ่มการเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครนั้นมากยิ่งขึ้น<br>เสียง เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้มากยิ่งขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>ไม่มี<br><br>2.5ความงดงามโดยความของการแสดง<br>มีความงดงามในการแสดง ความอ่อนช้อย เกี้ยวพาราสีตัวนาง<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1352093213/2610d0355527aae89acfb98e6723e845/B194A81D_636A_4220_B810_C64D8C8D0CFE.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 15:18:32 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479744237</guid>
      </item>
      <item>
         <title>รำกลองยาว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479758679</link>
         <description><![CDATA[<div>นายจิรายุส ขันตีสพังหลวง ม.4/8 เลขที่28<br>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>&nbsp;1.1บทละคร รำกลองยาว ประเพณีการกลองยาว หรือ เถิดเทิง มีผู้เล่าให้ฟังเป็นเชิงสันนิษฐานว่าเป็นของพม่า นิยมเล่นกันมาก่อนเมื่อครั้งที่พม่ามาทำสงครามกับไทยในสมัยกรุงธนบุรี หรือสมัยต้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เวลาพักรบพวกทหารพม่าก็จะเล่นสนุกสนานกันด้วยการเล่นต่างๆ ซึ่งทหารพม่าบางพวกก็เล่น “กลองยาว” พวกไทยเราได้เห็นก็จำมาเล่นกันบ้าง เมื่อชาวไทยเห็นว่ารำกลองยาวเป็นการเล่นที่สนุกสนาน และเล่นได้ง่ายก็นิยมเล่นกันไปแทบ ทุกบ้านทุกเมืองมาจนทุกวันนี้&nbsp;<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประวัติความเป็นมา คณะกลองยาวที่มีชื่อเสียงมากของชาวอำเภอพยุหะคีรี ได้แก่ คณะ บ.รุ่งเรืองศิลป์ ของนายบุญ เอี่ยมเวช ซึ่งได้ดัดแปลงท่าร่ายรำมาจากท่าร่ายรำของลิเก พร้อมได้ดัดแปลงประดิษฐ์ชุดแต่งกายขึ้น โดยเลียนแบบจากเครื่องแต่งกายของลิเกเช่นกัน และใช้ชื่อว่า “กลองยาวประยุกต์” และได้นำออกแสดงเป็นครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2500&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;1.2รูปแบบการแสดง ในตอนแรกผู้ร่ายรำใช้ทั้งชายและหญิง ต่อมาเปลี่ยนเป็นใช้ผู้หญิงเป็นผู้ร่ายรำเท่านั้น ส่วนผู้ชายทำหน้าที่ตีกลองยาว และเครื่องดนตรีประกอบ ในตอนแรกมีผู้เล่นทั้งหมด 16 คน โดยมีผู้ตีกลองยืน 3 คน และผู้ตีเครื่องดนตรีประกอบได้แก่ ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ฆ้อง อีก 5 คน สำหรับผู้รำมี 4 คู่ 8 คน มีผู้รำคนหนึ่งเป็นหัวหน้า คล้องนกหวีดไว้ที่คอสำหรับเป่าเป็นสัญญาณในการเปลี่ยนท่ารำ ในตอนหลังมีการเพิ่มเครื่องดนตรี เช่น กลองอเมริกันและปี่ชวาขึ้น และเพิ่มความครึกครื้น ก็เพิ่มผู้ร่ายรำเข้าไปอีก</div><div>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง ผู้ตีกลองยาวต้อง แลบลิ้นปลิ้นตา&nbsp; กลอกหน้ายักคิ้ว&nbsp; ยักคอไปพลางเพื่อให้เข้ากับจังหวะ&nbsp; และมีท่าตีถองหน้ากลองด้วยศอกโขกด้วยคางและตีด้วยมือ&nbsp; &nbsp; กระทุ้งด้วยเข่า โหม่งด้วยเข่า&nbsp; โหม่งด้วยหัว &nbsp; และตีจังหวะที่พร้อมเพรียงกัน</div><div>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง 1. ทำาให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน<br>&nbsp;2.ทำให้ประชาชนมีความรู้ด้านทักษะการ ละเล่นกลองยาวและรำากลองยาวประยุกต์&nbsp;<br>&nbsp;<br>&nbsp;2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>&nbsp;2.1เครื่องแต่งกาย ๑. ชาย นุ่งกางเกงขายาวครึ่งแข้ง สวมเสื้อคอกลม แขนสั้น เหนือศอก มีผ้าโพกศีรษะและผ้าคาดเอว<br>&nbsp;๒. หญิง นุ่งผ้าซิ่นมีเชิงยาวกรอมเท้า สวมเสื้อทรงกระบอกคอปิด ผ่าอกหน้า ห่มสไบทับเสื้อ คาดเข็มขัดทับเสื้อ ใส่สร้อยคอและต่างหู ปล่อยผมทัดดอกไม้<br>&nbsp;<br>&nbsp;2.2ดนตรี&nbsp;<br>&nbsp;มีกลองยาว ( เล่นกันหลาย ๆ ลูกก็ได้) เครื่องประกอบจังหวะ มี ฉิ่ง&nbsp; ฉาบ&nbsp; กรับ โหม่ง&nbsp;</div><div>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>&nbsp;ฉากช่วยเสริมให้การแสดงดูมากขึ้น<br>&nbsp;แสงช่วยให้ผู้แสดงดูโดดเด่น<br>&nbsp;สีช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br>&nbsp;เสียงช่วยให้สื่อถึงอารมณ์ในการชมให้ดูดีมากขึ้น</div><div>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>&nbsp;ไม่มีอุปกรณ์ในการแสดง<br>&nbsp;2.5ความงดงามโดยความของการแสดง:คุณค่าและความงามของการแสดงชุดรำกลองยาว ในฐานะที่เป็นศิลปะพื้นบ้านของภาคกลางเป็นชุดการแสดงที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมประเพณี เช่น ขบวนแห่นาค แห่กฐิน นับว่ารำกลองยาวเป็นนาฏศิลป์พื้นบ้านจึงมีค่าควรแก่การอนุรักษ์และสืบสานต่อไป</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;1&nbsp; ความงามในกระบวนท่ารำที่สัมพันธ์กับกลองยาว</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;2.ความงามที่เกิดจากความต่อเนื่องของท่ารำ</div><div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;3.ความงามที่เกิดจากความสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่นๆ เช่นเครื่องแต่งกาย ความไพเราะของทำนองเพลง ความงามที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1439101725/0238a8e6e2669a5ac03da473e244f77b/IMG_20230213_222439.jpg" />
         <pubDate>2023-02-13 15:26:40 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479758679</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินการแสดงเรื่อง ระบำทวาราวดี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479792110</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นายณัฐวุติ ลำเนานาน ม.4/8 เลขที่21<br>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>1.1บทละคร<br>ระบำนี้ประดิษฐ์ขึ้นจากการนค้นคว้าหลักฐานทางโบราณคาดีสมัยทวารวดี ท่ารำและ เครื่องแต่งกายได้แนวคิดจากภาพสลัก<br>&nbsp;<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ระบำทวารวดี เป็นการรำหมู่ประกอบด้วยผู้แสดง ๖ คน ท่ารำประดิษฐ์ขึ้นโดยเลียนแบบจากภาพปั้นและภาพแกะสลัก<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ลีลาท่ารำ รวมทั้งเนียงทำนองเพลง จึงเป็นแบบมอญ ท่ารำบางท่าได้ความคิดมาจากภาพสลัก<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>&nbsp;ได้ดูการแสดงและเผยแพร่ลงโซเชียลของเรา<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย<br>&nbsp;๑. ผมเกล้าสูงกลางศีรษะในลักษณะคล้ายลูกจันแบน สวมเกี้ยวรัดผม&nbsp;<br>๒. สวมกระบังหน้า&nbsp;<br>๓. สวมต่างหูเป็นห่วงกลมใหญ่<br>๔. สวมเสื้อในสีเนื้อ ( แทนการเปลือยอกตามภาพปั้น )<br>๕. นุ่งผ้าลักษณะคล้ายจีบหน้านางสีน้ำตาลแถวหนึ่ง และสีเหลืองอ่อนแถวหนึ่ง มีตาลสีทองตกแต่งเป็นลายพาดขวางลำตัว<br>๖. ห่มสไบเฉียง ปล่อยชายไว้ด้านหน้า และด้านหลัง&nbsp;<br>๗. สวมกำไลข้อมือ ต้นแขนโลหะ และแผงข้อเท้าผ้าติดลูกกระพรวน<br>๘. สวมจี้นาง<br>๙. คาดเข็มขัดผ้าตาดเงิน หรือเข็มขัดโลหะ<br>2.2ดนตรี<br>พิณ ๕ สาย&nbsp;<br>จะเข้&nbsp;<br>ระนาดตัด&nbsp;<br>ตะโพนมอญ&nbsp;<br>ฉิ่ง&nbsp;<br>ฉาบ&nbsp;<br>กรับ&nbsp;<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก เป็นฉากโบราณคดี<br>แสง สีส้มหรือเหลืองนวลละใช้สำหรับละครกำลังเล่นเป็นตอนกลางวันส่วนสีขาวจะใช้สำหรับตอนที่ละครกำลังเล่นเป็นตอนกลางคืน<br>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>ไม่มี<br>2.5ความงดงามโดยความของการแสดง<br>การแต่งกายที่ดูเรียบง่าย และท่ารำอ่อนช้อย ฉากที่เป็นแนวโบราณ</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1352093213/e3f8b564d66f4ccd621428878062a963/4658A987_49DC_4058_8201_D6B9F2BB0CD8.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 15:42:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479792110</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมิณงานเรื่องระบำอู่ทอง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479853641</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>1.1บทละคร<br>&nbsp;กรมศิลปากรได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ในการแสดงโขน ตอนพระรามพานางสีดากลับเข้ากรุงอโยธยามีบรรดาเสนาข้าราชการและประชาชนมาต้อนรับด้วยความยินดี<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>เป็นการแสดงที่ประดิษฐืขึ้นใหม่โดย ครูมนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดุริยางค์ไทย<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ผู้แสดงต้องยิ้มแย้มและสนุกกับการแสดง<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>&nbsp;รับรู้ถึงความสนุกในการเล่น<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย<br>&nbsp;แต่งกายตามเครื่องโขนโบราณ<br>2.2ดนตรี<br>ระนาด จะเข้<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉากหลังสีดำ หรือก้อนเมฆ<br>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>ใช้ร่างกาย<br>5ความงดงามโดยความของการแสดง<br>มีความงดงามให้การแสง<br><br>นายธนะวัตร ทรัพย์ศิริ เลขที่27 ม.4/8</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946828090/f4567c7f8d68734286d03eb0aa38dd32/3A0B2E47_A8EB_49E1_8C72_3E2682D5671D.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-13 16:17:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2479853641</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง เซิ้งกระติบ💐</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486316241</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเมินคุณค่าในการแสดง<br>1.1บทละคร<br>เป็นการรำเซิ้งเพียงอย่างเดียวไม่มีบท ไม่มีท่าทางอะไร มีแต่กินเหล้า ยกมือไม้สะเปะสะปะให้เข้ากับจังหวะเสียงกลองไปตามอำเภอใจ <em>(มีผู้นิยามว่า ฟ้อนตามแบบกรมสรรพสามิต)</em> โดยไม่ได้คำนึงถึงความสวยงาม นอกจากให้เข้าจังหวะกลอง ตบมือไปตามเรื่อง <br>1.2รูปเเบบการแสดง<br>จังหวะช้าเร็ว โดยมีท่าถวายบังคม ท่านกบิน ท่าเดิน ท่าดูดาว ท่าม้วนตัว ท่าสนุกสนาน ท่าปั้นข้าวเหนียว ท่าโปรยดอกไม้ ท่าบังแสงอาทิตย์ ท่าเตี้ย <em>(รำเตี้ย)</em> และในการแต่งกายครั้งแรกนั้น จะนุ่งผ้าซิ่นห่มผ้าสไบ เกล้าผมสูง ละห้อยกระติบข้าว<br>1.3ลักษณะความสามารถของผู้แสดง<br>ความสามารถคือสามารถรำให้อ่อนฉ้อยได้ตลอดเวลา<br>1.4 คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>เล่นกันในโอกาสรื่นเริงวันนักขัตฤกษ์ต่างๆ การแสดงจะเริ่มด้วยชาวภูไทฝ่ายชายนำเอาเครื่องดนตรี และเครื่องประกอบจังหวะหลายอย่าง<br>2.ประเมินด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องเเต่งกายประกอบการแสดง<br> จะนุ่งผ้าซิ่นห่มผ้าสไบ เกล้าผมสูง<br>2.2ดนตรีใจการแสดง<br>กลองแต๊ะ กลองยาว แคน ฆ้องโหม่ง ฉิ่ง ฉาบ และกรับ<br>2.3ฉากเเสง สี เสียง<br>เเสง เสียงจะเป็นเสียงดนตรีที่เล้าใจสนุกเฮฮา<br>2.4อุปกรณ์การแสดง<br><a href="https://www.isangate.com/new/isan-knowledge/148-kratip-kao.html"><strong>กระติบข้าว</strong></a> หรือ <a href="https://www.isangate.com/new/isan-knowledge/148-kratip-kao.html"><strong>ก่องข้าว</strong></a> เป็นภาชนะบรรจุข้าวเหนียวของชาวอีสานที่ทรงคุณค่า มากด้วยภูมิปัญญาของชาวอีสาน เก็บความร้อนได้ดี ในขณะที่ยอมให้ไอน้ำระเหยออกไปได้ ทำให้ข้าวเหนียวที่บรรจุอยู่ภายในกระติบ หรือก่องข้าวไม่แฉะด้วยไอน้ำ&nbsp;<br><br><br></div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1582911824/cf3e960393bd59022a8f96050c57559e/54899EFB_0C17_4DFB_9BF6_D6B6D46BB21E.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-17 13:23:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486316241</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำ สี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486347640</link>
         <description><![CDATA[<div>ดนิรุจน์ ท้าวโยธา เลขที่35 4/8<br><br>1.1บทละคร<br>ระบำชุดนี้มีท่ารำสวยงามน่าชม แต่เดิมบทร้องและทำนองเพลงนั้นค่อนข้างยืดยาว และกินเวลาแสดงนานมาก มาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ตัดตอนบทร้องให้สั้<br><strong>1.2รูปเเบการเเสดง<br>เเสดงตั้งเเต่2คนขึ้นไป<br>ผุ้เเสดงมีทั้งตัวพระเเละตัวนาง<br><br></strong><br><strong>1.3ทักษะความสามารถของผู้เเสดง<br>ความอ่อนฉ้อยสวยงามในการระบำเเต่ละท่าทาง</strong><br><br><br><strong>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการเเสดง<br>ได้รับความงดงามสบายตาได้พบระบำที่สวยสดเป็นอย่างมาก<br><br><br><br>2.ประเมินคุนภาพด้านองค์ประกอบ<br>ของการเเสดง<br>2.1เครื่อวเเต่งกายประกอบการเเสดง<br></strong>การแต่งกาย จะแต่งกายยืนเครื่องพระ – นาง &nbsp;</div><div><br></div><div><strong>2.2ดนตรีประกอบการเเสดง<br>1.ปี่พาทย์<br>2.เพลงเบ้าหลุด<br>3.เพลงสระบุหร่ง<br>4.เพลงบลิ่ม<br><br><br>2.3ฉาก เเสง สี เสียง<br>ฉากช่วยทำให้เด่นมากขึ้น<br>เเสงช่วยให้มีความโดดเด่นในการเเสดง<br>เสียง ช่วยส่งอารมไปยังคนดูมากขึ้น<br>สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการเเสดง<br><br><br><br><br>2.4อุปกรณ์ ประกอบการเเสดง<br>ไม่มีอุปกรณ์การเเสดง<br><br><br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการเเสดงเเต่ละ<br>ประเภท<br>มีจุดประสงค์เพื่อความงดงามความพร้อมเพรียงการเเปรเเถวในขนะรำเเละการเเต่งกายที่สวยงาม</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946835802/64f0fdc1955120a8ba373a5b6fe58d82/images__3_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-17 13:52:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486347640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486515813</link>
         <description><![CDATA[<div>1.1บทละคร<br>ระบำสีบทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาเเต่โบราณ เเต่ละบทนั้นมีทำนองเพลงเเละการขับร้องที่เเตกต่างกัน ผู้เเสดงรำตามเพลงหรือทำนองเพลง<br>1.2รูปเเบบการแสดง<br>-มีบทร้อง4บทด้วยกันเเละทำนองเพลงที่เเตกต่างกันออกไปทั้ง4เพลง<br>1.3ทักษความสามารถของผู้แสดง<br>-ผู้เเสดงต้องรำงามเเล้รำถูกตามเเบบเเผนใช้เวลาอย่างมากให้การฝึกซ้อมการแสดง<br>1.4คุณค่าหรือรปะโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>-ได้ชนการเเสดงที่สวยงาม<br>-ได้แสดงภูมิปัญญาของครูทางนาฏศิลป์<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องเเต่งกาย<br>การเเต่งกาย เเต่งการยืนเครื่องพระนาง<br>2.2ดนตรี<br>ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง<br>2.3ฉาก แสง สี เสียง<br>-ฉาก ขึ้นอยู่กับการเเสดงว่าเเสดงเกี่ยวกับอะไรฉากก็เป็นไปตามนั้น<br>-เเสง มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากันเนื้อเรื่องที่นักเเสดงกำลังเเสดงอยู่<br>-สี มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศ โดยเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึก<br>-เสียง เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดีเเละมากยิ่งขึ้น<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946832637/d4b9567b0fefb1e295d09b86f8d2fde6/2841FC61_CF08_4293_8C54_40840E0A9A56.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-17 16:12:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486515813</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การประเมินละครไทยเรื่อง โนราห์ชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486877171</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวปภานัน ขยันการ ม.4/8 เลขที่20<br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร<br>……ละครโนราชาตรีเป็นละครที่ดั้งเดิมเก่าแก่ที่สุด มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สมัยรัชกาลที่ 6 ทรงให้ข้อสังเกตว่า ละครโนราชาตรีนี้มีลักษณะเป็นละครเร่ คือ อพยพกันไปเล่นตามตำบลต่างๆ เหมือนละครเร่ชนิดหนึ่งของอินเดียเรียกว่า ละครยาตรา<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คำว่า ชาตรี นิยมเรียกกันในภาคกลางส่วนภาคใต้เรียกว่า โนรา อาจเรียก ตามเรื่องที่นิยมแสดงกันมาก คือ มโนราห์ ซึ่งเป็นเรื่องจากปัญญาสชาดก (ชาดก 50 เรื่อง……………………………………………………….<br>1.2รูปแบบการแสดง<br>……ในการแสดงจะมีตัวละครเพียง 3 ตัว คือ ตัวนายโรง ตัวนาง และตัวตลก 2. ละครนอก เป็นละครที่พัฒนามาจากละครชาตรีโดยเพิ่มตัวแสดงให้มากขึ้น ใช้ผู้ชายแสดงล้วน ดำเนินเรื่องรวดเร็ว มุ่งเน้นความสนุกสนาน ตลกขบขัน เรื่องที่แสดง คือ ไชยเชษฐ์ สังข์ทอง คาวี ไกรทอง……………………………………………………….<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้<br>แสดง<br>……ผู้แสดงต้องมีความชอบในด้านนี้หรือเรียนมา หรืออาจจะสืบทอดจากบรรพบุรุษ……………………………………………………….<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>……คุณค่าของโนรา นอกจากเครื่องแต่งกายและท่ารำที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะแล้ว โนรายังทำหน้าที่เป็น “สื่อ” เผยแพร่ให้ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และ เข้าถึงชาวบ้านได้ง่าย โนราจึงเป็นศิลปะการแสดงของ ชาวภาคใต้……………………………………………………….<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>……สมัยโบราณผู้แสดงเป็นชายล้วน แต่งกายไม่สวมเสื้อ นุ่งสนับเพลา เชิงกรอมข้อเท้า นุ่งผ้าหยักรั้ง จีบโจงไว้หางหงส์ มีห้อยหน้า เจียระบาด รัดสะเอว สวมสังวาล กรองคอ ทับทรวง ศีรษะสวมเทริด(เซิด)………………………………………………………..<br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>……ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ วงปี่พาทย์ชาตรี……………………………………………………….<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>……แสดงในที่โล่งแจ้ง เสียงมาจากเสียงเครื่องดนตรี……………………………………………………….<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>……ทับ 2 ใบ กลองตุ๊ก 1 ใบ โหม่ง 2 ลูก (อยู่ในชุดเดียวกัน) ฉิ่ง 1 คู่(ฉิ่งอยู่ในคอกชุดเดียวกับโหม่ง) ปี่นอก 1 เลา……………………………………………………….<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท…แสดงได้สวยงามผู้แสดงมีความสามารถมากที่แสดงออกมาได้ดูดี…………………………………………………….</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1359390517/9b57d9a6020176c664256db7ce05804b/play8ho8.jpg" />
         <pubDate>2023-02-18 01:14:17 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486877171</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง เซิ้งโปงลาง🔊</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486904998</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ชื่อ นางสาวชาลิสา เขตนิมิตร&nbsp; ชั้นม.4/8 เลขที่1</strong></div><div><mark>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร</mark> =การแสดงของชาวไทยภาคอีสาน นิยมเล่นกันมากในจังหวัดกาฬสินธุ์ การแสดงจะมีทั้งหญิงและชาย ใช้ท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นตามทำนองเพลง อันเกิดจากความบันดาลใจ ด้วยลีลาแคล่วคล่องว่องไว&nbsp; ใช้ดนตรีโปงลาง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ร้อยต่อกันเหมือนระนาดแต่ใหญ่กว่า ใช้ผู้ตีสองคน คนตีคลอเสียงประสาน เรียกว่า ตีลูกเสิฟ และอีกคนตีเป็นทำนอง เรียกว่า ตีลูกเสพ มีจังหวะที่เร้าใจและสนุกสนาน เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสาน</div><div>เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง<br><br><mark>1.2รูปแบบการแสดง</mark> =เป็นการแสดงในสมัยโบราณชาวอีสานเวลาเดินทางไปค้าขายยังต่างแดน โดยใช้บรรทุกสินค้าบนหลังวัว ยกเว้นวัวต่างเพราะเป็นวัวที่ใช้นำหน้าขบวนผูกโปงลางไว้ตรงกลางส่วนบนของต่าง เวลาเดินจะเอียงซ้ายทีขวาทีสลับกันไป ทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งเป็นสัญญาณบอกให้ทราบว่าหัวหน้าขบวนอยู่ที่ใดและกำลังมุ่งหน้าไปทางไหนเพื่อป้องกันมิให้หลงทางส่วนระนาดโปงลางที่ใช้เป็นดนตรีปัจจุบันนี้พบมากที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกว่า “ขอลอ” หรือ “เกาะลอ” ดังเพลงล้อสำหรับเด็กว่า “หัวโปก กระโหลกแขวนคอตีขอลอดังไปหม่องๆ” ชื่อ “ขอลอ” ไม่ค่อยไพเราะจึงมีคนตั้งชื่อใหม่ว่า “โปงลาง” และนิยมเรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน ไม้ที่นำมาทำเป็นโปงลางที่นิยมกันได้แก่ ไม้มะหาด และไม้หมากเหลื่อม<br><br><mark>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง</mark> =ผู้ที่แสดงจะต้องมีความร่าเริงสนุกสนานไปกับเสียงดนตรียิ้มแย้มสดใสเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชมและถ่ายทอดไปยังผู้ชม<br><br><mark>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง</mark> =รับรู้ในการแสดงเล่นสนุกสนานไปกับเสียงดนตรีท่าฟ้อนท่ารำและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการแสดง<br><br><mark>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง</mark></div><div><mark>2.1เครื่องแต่งกาย</mark> =ใช้ผู้แสดงหญิงล้วนสวมเสื้อแขนกระบอกสีพื้น (นุ่งผ้ามัดหมี่ใช้ผ้าสไบเฉียงไหล่) (ผูกโบว์ตรงเอว) (ผมเกล้ามวยทัดดอกไม้)<br><br><mark>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง</mark> = การเล่นทำนองดนตรีของโปงลางจะใช้ลายเดียวกันกับ แคน และพิณ ลายที่นิยมนำมาจัดท่าประกอบการฟ้อน เช่น ลายลมพัดพร้าว ลายช้างขึ้นภู ลายแม่ฮ้างกล่อมลูก ลายนกไซบินข้ามทุ่ง ลายแมงภู่ตอมดอก ลายกาเต้นก้อน<br><br><mark>2.3ฉาก,แสง,สี,เสียง</mark>&nbsp;<br><mark>ฉาก*</mark> = ช่วยในการสื่อถึงการแสดงของภาคอีสานและดูแล้วไม่น่าเบื่อ,และได้สื่อถึงความสวยงามในฉากที่จัดทำไปยังผู้ที่ชมด้วย<br><mark>แสง*</mark> = การจัดแสงถือว่าเป็นหัวใจหลักของการแสดงเลยก็ว่าได้ เพราะมีผลต่อการบันทึกภาพ การถ่ายทอดทางด้านอารมณ์ไปสู่ผู้ชม<br><mark>สี*</mark> = ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดขึ้นในการแสดง<br>ช่วยเพิ่มการเข้าถึง ถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครนั้น<br><mark>เสียง*</mark> = สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกไปยังผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น<br><br><mark>2.4อุปกรณ์ในการแสดง</mark> = 1.โปงลาง<br>2.แคน&nbsp; 3.พิณ&nbsp; 4.ซ่อ&nbsp; 5.ฉาบ&nbsp; 6.ฉิ่ง&nbsp; 7.กลอง<br><br><mark>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่บะประเภท</mark> =&nbsp;<br>มีความงดงามในการแสดง และยังบอกประโยชน์ของเครื่องดนตรีต่างๆและท่าทางต่างๆด้วย สามารถนำมาเป็นความรู้ใหม่ๆได้</div><div><mark><br></mark><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289221204/e67e038c23af83a1ecb7ecbb1c755ff3/BE23D218_B8C3_4F05_89FA_D0384F5A9DA7.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-18 02:36:05 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486904998</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ฟ้อนเทียน</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486964708</link>
         <description><![CDATA[<div>นายพีรัช อิ่มผลา 4/8 เลขที่ 04<br><br><mark>1.</mark>ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>1.1บทละคร<br> ฟ้อน เทียน นับเป็นระบำแบบเย็นๆ แบบหนึ่งตามลักษณะของการฟ้อนของไทยภาคเหนือ ผู้ฟ้อนถือเทียนจุดไฟมือละเล่มทั้ง 2 มือ ตามปกติใช้ฟ้อนในที่กลางแจ้งในเวลาตอนกลางคืน ยิ่งมีนักฟ้อนมากยิ่งดี ถ้าเป็นตอนกลางวันมักจะเป็นการฟ้อนเล็บ เข้าใจว่าฟ้อนเทียนนี้แต่คงจะเดิมเป็นการฟ้อนสักการบูชาแด่สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์<br><br><mark>1.2</mark>รูปแบบการแสดง<br>ฟ้อนเป็นหญิงล้วนถือเทียนจุดเทียนมือละเล่ม นิยมแสดงในเวลากลางคืน ความงามของการฟ้อนเทียนอยู่ที่แสดงเทียน เต้นระยิบระยับ ขณะที่ผู้ฟ้อนหมุนข้อมือและลีลาการเคลื่อนไหวช้าๆ เห็นแสงเทียนเดินเป็นทาง มีการแปรขบวน ควงคู่ สลับแถว เข้าวง ต่อเมื่อ ฯลฯ งดงามมาก<br><br><mark>1.3</mark>ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>มีความงดงาม อ่อนช้อย เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ให้กับผู้ชม มีลีลาในการรำที่สวยงาม<br><br><mark>1.4</mark>คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br> ปลูกฝังจริยธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่แสดงถึงความเป็นอารยประเทศ<br><br><mark>2.</mark>ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><mark>2.1</mark>เครื่องแต่งกาย<br> นุ่ง ซิ่นยาวกรอม สวมเสื้อแขนยาว คอปิด คาดเข็มขัดทับ ห่มสไบ เกล้าผมมวยสูง ประดับดอกไม้ล้อมมวย ห้อยอุบะยาวเคลียไหล่ ถือเทียนมือละเล่ม<br><br><mark>2.2</mark>ดนตรี<br>1. ปีแน 2. กลองแอว์ 3. กลองตะโล้ดโป๊ด 4. ฉาบใหญ่ 5. ฆ้อมโหม่ง 6. ฆ้องหุ่ย<br><br><mark>2.3</mark> ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉาก ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงามถ่ายทอดถึงอารมณ์<br>สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br><br><mark>2.4</mark>อุปกรณ์ให้การแสดง<br>ใช้เทียนในการแสดง<br><br><mark>2.5</mark>ความงดงามโดยความของการแสดง<br>ความอ่อนช้อย มีลูกเล่น ความสวยงามของโชว์</div><div><br><br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1446800065/922117d3d0d4f15e9fc0c2efe18a6c1e/_________1.jpg" />
         <pubDate>2023-02-18 05:57:10 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2486964708</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487898297</link>
         <description><![CDATA[<div>เรื่องระบำดาวดึงส์<br>รูปแบบ และลักษณะการแสดงเป็นการรำของเหล่าเทวดานางฟ้า ลักษณะท่ารำที่สำคัญ คือท่ารำจะไม่มีความหมายตรงกับเนื้อร้อง แต่จะเป็นท่ารำที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกันตลอดทั้งเพลง ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ท่ารำบางท่าได้ปรับปรุงเลียนแบบท่าเต้นในพิธีแขกเจ้าเซ็น ได้แก่ การใช้ท่ารำยกมือขึ้นประสานไขว้กันไว้ที่อก และขยับฝ่ามือตบอกเบา ๆ ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบ<br>การแสดงใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง ได้แก่เพลงเหาะ เพลงรัว เพลงตะเขิ่ง เพลงแขกเจ้าเซ็น และเพลงรัว<br>เครื่องแต่งกายผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนสั้น ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภารณ์มงกุฏกษัตรีย์<br>นางสาว อรณิชา ยันจินดา 4/8 เลขที่24</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946833459/43e2044383e141d81605b5941eb10297/inbound224189496701766919.jpg" />
         <pubDate>2023-02-20 01:55:46 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487898297</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเละครชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487898324</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br><br>1.1บทละคร<br>เป็นการผสมผสานระหว่างโนราของภาคใต้กับละครนอกของภาคกลาง ละครชาตรีรับจ้างแสดงแก้บนที่บ้าน วัด หรือเทวสถานที่ผู้คนนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การแสดงมี ๒ แบบ คือ แบบรำเป็นระบำชุดสั้น ๆ และแบบละคร การแสดงละครชาตรีแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ พิธีกรรมเริ่มประมาณเก้าโมงเช้าเป็นพิธีทำโรงบูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกป้องคุ้มครองการแสดงรำถวายมือซึ่งก็คือการรำเชิญเครื่องสังเวยให้เทวดามารับสินบนประกาศโรงและรำซัดชาตรี ส่วนที่ ๒ การแสดงละครต่อจากพิธีกรรมในภาคเช้าจบด้วยพิธีลาเครื่องสังเวยแล้วพักเที่ยงจากนั้นแสดงละครต่อไปจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจึงปิดการแสดงและส่วนที่ ๓ พิธีลาโรง<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ได้รู้ว่าละครชาตรีนั้นเป็นละครที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีอายุเก่าแก่กว่าละครอื่น<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>ละครชาตรีแต่โบราณไม่สวมเสื้อ เพราะทุกตัวใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็นตัวที่แต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาดเจียระบาดมีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาล ทับทรวง กรองคอกับตัวเปล่า บนศีรษะสวมเทริดเท่านั้น&nbsp;<br><br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ&nbsp;วงปี่พาทย์ชาตรี&nbsp;ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี ลักษณะของวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1) แสง สี เสียง<br>เป็นการใช้อุปกรณ์ และความรู้ทางด้านเทคนิคมาช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br>1.1)&nbsp;&nbsp;&nbsp;แสง&nbsp;เป็นเทคนิคช่วยให้ความสว่าง บอกเวลา และสร้างอารมณ์<br>1.2)&nbsp;&nbsp;&nbsp;สี&nbsp;จะมีบทบาทมากบนเวทีละคร สีสามาสารถสร้างบรรยากาศ<br>1.3)&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสียง&nbsp;จะช่วยให้การแสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น<br>2) ฉาก<br>ต้องมีรูปแบบที่สัมพันธ์กับการแสดง<br><br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>มีความสวยงดงามของแต่ล่ะการแสดง<br>แสดงกิริยาท่าทางสวยงามอ่อนช้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1968926130/3690c60f463468cde09aaf0b07ce1a05/inbound7053014121651638836.gif" />
         <pubDate>2023-02-20 01:55:48 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487898324</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำดอกบัว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487901251</link>
         <description><![CDATA[<div>1.บทละคร เป็นการแสดงชุดหนึ่งจากละครเรื่อง "รถเสน" ตอนหมู่นางรำ แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า เป็นการแสดงหมู่<br>1.2 รูปแบบการแสดง เป็นการแสดงชุดหนึ่งจากละครเรื่อง "รถเสน" ตอนหมู่นางรำ แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า เป็นการแสดงหมู่<br>1.3 ทักษะผู้แสดง เป็นผู้หญิง มีพื้นฐานในการรำ<br>1.4 คุณค่าการแสดง ช่วยไห้รักษาวัฒนธรรมและสงเสริมการแสดงนาฏศิลป์<br>2 ประเมินคุณค่าหรือประโยชน์จากการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย&nbsp; นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ อุปกรณ์ ดอกบัวประดิษฐ์ <br>2.2เครื่องดนตรี เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็งก็ได้<br>2.3 <strong>อุปกรณ์ </strong>&nbsp;ดอกบัวประดิษฐ์<br>2.4 ฉาก สี เสียง แสง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็งก็ได้ใช่แสงไฟที่ไม่สีแสบจ่าเกินไป<br>2.5 ความงดงามการแสดง การแต่งกาย และท่ารำที่สวยงามของผู้แสดง&nbsp;<br>ณัฐวุฒิ คุ้มจันอัด 4/8 : 16</div><div><br><br></div><div><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://i.ytimg.com/vi/S_bChooDfZA/maxresdefault.jpg" />
         <pubDate>2023-02-20 01:59:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487901251</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ฟ้อนสาวไหม</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487902699</link>
         <description><![CDATA[<div>1.ประเมินคุณภาพในการแสดง<br>&nbsp;ฟ้อนสาวไหม<br>1.1บทละคร<br>&nbsp;ฟ้อนสาวไหม เป็นศิลปะการฟ้อนรำประเภทหนึ่งของชาวล้านนาที่มีพัฒนาการทางรูปแบบมาจากการ เลียนแบบอากัปกิริยาการสาวไหม ผู้ฟ้อนส่วนใหญ่มักเป็นหญิงสาว ลีลาในการฟ้อนดูอ่อนช้อยและงดงามยิ่ง<br>1.2รูปแบบการแสดง<br><br>เริ่มจากการแสดงท่าหักร้างถางพง เพาะปลูกฝ้ายและหม่อน ซึ่งเป็นการแสดงของช่างฟ้อนชาย เพิ่งเพิ่มเข้ามาภายหลัง&nbsp; ต่อจากนั้นก็เป็นท่วงท่าในการฟ้อนสาวไหมเริ่มจากท่าเลือกไหม ดึงไหมออกจากรัง ม้วนไหม สาวไหมออกจากตัว ไหล่ ศีรษะ เท้า ม้วนไหมใต้ศอก พุ่งกระสวย กรอไหม พาดไหม ป๊อกไหม จนกระทั่งชื่นชมกับผ้าที่ทอสำเร็จแล้ว<br><br>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>มีความงดงาม อ่อนช้อย เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ให้กับผู้ชม มีลีลาในการรำที่สวยงาม<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>&nbsp;ปลูกฝังจริยธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่แสดงถึงความเป็นอารยประเทศ<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย<br>&nbsp;แต่งกายแบบพื้นเมือง คือนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อแขนกระบอกห่มสไบทับ เกล้าผมมวยประดับดอกไม้<br>2.2ดนตรี<br><br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงามถ่ายทอดถึงอารมณ์<br>สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์ให้การแสดง<br>อุปกรณ์ให้การแสดง&nbsp;<br>ไม่มีอุปกรณ์ในการแสดง<br><br>2.5ความงดงามโดยความของการแสดง<br>อ่อนช้อยตามจังหวะทำนองของดนตรีเพลง มีความยิ้มแย้มที่สวยงาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946827479/6db6c8414f7cb9e7d4a9e4100e7ca435/5C2ED73F_DF40_418A_A9D8_17DECE0A11E9.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 02:02:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487902699</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487902908</link>
         <description><![CDATA[<div>ชื่อ นางสาว อุรชา&nbsp; รุ่ม จิตร เลขที่ 14 ม.4/8 &nbsp;<br>&nbsp;ละคร<br>&nbsp;คือ การแสดงที่ดำเนินเรื่องราวเป็นศิลปะที่อาจเกิดจากการนำภาพจากจิตนาการ ประจบการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ มาผูกเป็นเรื่อง<br>1.1ละครดั้งเดิม(ละครรำโบราณ) ได้แก่ ละคร ชาตรี&nbsp; ละครนอก และ ละครใน<br>1.2ละครรำแบบปรับปรุง ได้แก่ ละครดึกดำบรรพ์ &nbsp; เสภา<br>2.ละครที่พัตนาขึ้นใหม่ ได้แก่ ละครร้อง ละครสังคตี และละครพูด ละครอิง&nbsp; ประวัติศาสตร์ ละครเพลง<br>1)ละคร<br>เป็นละครประเภทที่ใช้ศิการร่ายรำดำเนินเรื่อง มีการขับร้องและเจรจา  เป็นกลอนบนละคร<br><br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946833057/170e0dd809cffd4972dec4ba0bb6e892/images__23_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 02:02:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487902908</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487903722</link>
         <description><![CDATA[<div>1.1บทละคร<br>ระบำสีบทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาเเต่โบราณ เเต่ละบทนั้นมีทำนองเพลงเเละการขับร้องที่เเตกต่างกัน ผู้เเสดงรำตามเพลงหรือทำนองเพลง<br><br>1.2รูปเเบบการแสดง<br>มีบทร้อง4บทด้วยกันเเละทำนองเพลงที่เเตกต่างกันออกไปทั้ง4เพลง<br>1.3ทักษความสามารถของผู้แสดง<br>-ผู้เเสดงต้องรำงามเเล้รำถูกตามเเบบเเผนใช้เวลาอย่างมากให้การฝึกซ้อมการแสดง<br>1.4คุณค่าหรือรปะโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>-ได้ชนการเเสดงที่สวยงาม<br>-ได้แสดงภูมิปัญญาของครูทางนาฏศิลป์<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1เครื่องเเต่งกาย<br>การเเต่งกาย เเต่งการยืนเครื่องพระนาง<br>2.2ดนตรี<br>ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง<br>2.3ฉาก แสง สี เสียง<br>-ฉาก ขึ้นอยู่กับการเเสดงว่าเเสดงเกี่ยวกับอะไรฉากก็เป็นไปตามนั้น<br>2.4-เเสง มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากันเนื้อเรื่องที่นักเเสดงกำลังเเสดงอยู่<br>2.5-สี มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศ โดยเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึก<br>2.6-เสียง เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้ดีเเละมากยิ่งขึ้น</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946831944/53eeafecf41d35c3bcaa6e7cb0a97712/inbound1256049975646013258.jpg" />
         <pubDate>2023-02-20 02:03:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487903722</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำดอกบัว</title>
         <author>fnattawut2549</author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487909143</link>
         <description><![CDATA[<div>1 ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1 บทละคร แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า<br>1.2 รูปแบบการแสดง แบบหมู่<br>1.3ทักษะความสามารถผู้แสดง มีพื้นฐานในการ<br>รักการเรียนนาฏศิลป์<br>1.4 ประโยชน์การแสดง ช่วยอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย<br>2 คุณภาพการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ<br>2.2ดนตรีประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็งก็ได้<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม หรือไม้แข็งก็ได้ฉากเป็นทุ่งดอกบัวแสงสีไม่แสบตามาก<br>2.4 อุปกรณ์การแสดง ดอกบัวประดิษฐ์<br>2.5 ความงดมากการแสดง ท่ารำการแต่งกาย<br>ณัฐวุฒิคุ้มจันอัด 4/8 : 16</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1968940602/3e6b076c706069d834f0c5d45d98017d/9BF443E9_4533_44E4_9DE5_BD35E9152E15.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 02:11:35 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487909143</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องระบำบรรเทิง</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487913299</link>
         <description><![CDATA[<div><mark>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร :&nbsp;</mark>&nbsp;ปัจจุบันเป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อแทรกในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ลมหอบ เป็นระบำเทพบุตร และนางฟ้า ฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลา ประดิษฐ์ท่ารำโดย หม่อมศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมต่วน) และอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์คำร้องประกอบเพลงแขกเชิญเจ้าและยะวาเร็วโดย ศาสตราจารย์มนตรี ตราโมท<br><br><mark>1.2รูปแบบการแสดง :&nbsp;</mark>&nbsp;ระบำเทพบันเทิงเป็นระบำมาตรฐาน สมมติผู้แสดงเป็นเทพบุตรนางฟ้า ร่ายรำถวายองค์ ปะตาระกาหลาแทรกอยู่ในละครเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ กรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น นำออกแสดง ให้ประชาชนชม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ณ โรงละครแห่งชาติ<br><br><mark>1.3ทักษะความสามารถของผู้แสดง :&nbsp;</mark>&nbsp;ผู้แสดงต้องมีความสนุกสนานในการเล่นร่าเริงยิ้มแย้ม<br><br><mark>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง :&nbsp;</mark>&nbsp;รับรู้ถึงความสนุกในการเล่น ท่าทาง และเครื่องดนตรีที่ประกอบการแสดง<br><br><mark>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง <br>2.1เครื่องแต่งกาย : </mark>&nbsp;</div><ul><li>ตัวพระ แต่งกายยืนเครื่องพระ นุ่งผ้ายกจีบโจงหางหงส์ทับสนับเพลา สวมเสื้อปักดิ้นเลื่อมลายกนกแขนสั้น ปลายแขนติดกนก สวมเครื่องประดับถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์<a href="https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%8E%E0%B8%B2">ชฎา</a>ยอดชัย</li><li>ตัวนาง แต่งกายยืนเครื่องนาง นุ่งผ้ายกจีบหน้านางทิ้งชายพก สวมเสื้อในนาง ห่มด้วยผ้าห่มนาง ปักด้วยดิ้นเลื่อมลายกนก สวมเครื่องประดับถนิมพิมพาภรณ์ ศิราภรณ์มงกุฎกษัตริย์</li></ul><div><mark>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง : </mark>&nbsp;กลอง ฉิ่ง ฉาบ<br><br><mark>2.3ฉาก แสง สี เสียง <br>1.ฉาก : </mark>&nbsp;ช่วยสื่อถึงเรื่องราวภาพไปยังคนดู<br><mark><br>2.แสง : </mark>&nbsp;ช่วยในเรื่องสร้างบรรยากาศรอบตัว<br><br><mark>3.สี : </mark>&nbsp;มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br><br><mark>4.เสียง : </mark>&nbsp;ช่วยสื่ออารมณ์และความรู้สึกไปยังคนดูได้<br><br><mark>2.4อุปกรณ์การแสดง : </mark>&nbsp;เครื่องดนตรีต่างๆ<br><br><mark>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท : </mark><br>มีความงดงามในการแสดง และยังบอกประโยชน์ต่างๆ<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1289221204/e8882bb5a887de138c9f178826e2e34d/AA284A3F_C892_4A8A_A667_B4B0A6C43A6F.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 02:17:37 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2487913299</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทย เรื่อง ระบำดอกบัว</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488464956</link>
         <description><![CDATA[<div><strong><em>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1 บทละคร แสดงถวายท้าววรถสิทธิ์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรับปรุงขึ้น แสดงให้ประชาชนชมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ผู้ประพันธ์บทร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ใช้ทำนองเพลงสร้อยโอ้ลาวของเก่า<br>1.2 รูปแบบการแสดง แบบหมู่<br>1.3ทักษะความสามารถผู้แสดง มีพื้นฐานในการ<br>รักการเรียนนาฏศิลป์<br>1.4 ประโยชน์การแสดง ได้รู้ถึงการละเล่นของคนไทยในอดีต&nbsp;<br>2.คุณภาพการแสดง<br>2.1เครื่องแต่งกาย นุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียง ใส่เครื่องประดับ หรือนุ่งจีบหน้านางห่มสไบเฉียงสองชาย ใส่เครื่องประดับ<br>2.2ดนตรีประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>ฉากเป็นทุ่งดอกบัว<br>เสียง ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าไม้นวม&nbsp;<br>แสงสีไม่แสบตามาก<br>2.4 อุปกรณ์การแสดง ดอกบัวประดิษฐ์<br>2.5 ความงดมากการแสดง ท่ารำการแต่งกาย</em></strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946830017/84cfa523cd8609d3f7a1636f2c07b12a/image.webp" />
         <pubDate>2023-02-20 12:56:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488464956</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องเซิ้งกะโป๋</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488710271</link>
         <description><![CDATA[<div>บทละครปัจจุบันวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่าคำว่า เซิ้ง ไม่ ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำขแงชาส อีสานเพราะเซิ้ง คือการขับกาพย์ ซึ่งมักจะมีการฟ้อนประกอบด้วย ไม่นับเป็นการร่ายรำ&nbsp;<br>ดังนั้น จึงได้บัญญัติคำว่า ฟ้อน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกจริยะกันฟ้อนรำของชาวอีสานชุดการแสดงใดๆที่เคยเรียกว่า เซิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็นฟ้อนเช่น เซิ้งเเหย่ไข่มดเเดง เปลี่ยนเป็น ฟ้อนเเหย่ไข่มดเเดงยกเว้น เซิ้งบั้งไฟเเละเซิ้งนางด้ง เพราะเป็นการเเสดงเซิ้งนางดอย่างตรงตัวอยู่เเล้ว<br>1.2รูปแบบการแสดงเป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการเล่นของชาวอีสานใต้ ถึงได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์บุรีรัมย์และศรีสะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริงโดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น.ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีกันการเล่นเกี่ยวกับการกะลาและเช่นเดียวกัน<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง พูดแสดงต้องมีความสนุกสนานในการแสดงและต้องยิ้มแย้มเพื่อถ่ายทอดดถึงความสนุกในการเล่น<br>1.4 คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง รับรู้ถึงความสนุกในการเล่นและยังรู้ประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นขันตักน้ำหรือนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีก็ได้&nbsp;<br>2. ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกาย การแต่งกายหญิง สวมเสื้อแขนกับปลอก ใช้สไบขิดเสียงไหล่ซ้ายเเลเสไปมัดที่เอวด้านขวานุ่งโจงกับเบน มีภาพผืนยาวมัดเอวผม 9มวยประดับดอกไม้สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>-ชาย สวมเสื้อผ้าแทนแขนสั้นลุงโจ่งกระเบนใช้ผ้าสไบจิดพาดไหล่ มีภาพผืนยาวมัดเอวสวมสร้อยคอและกำไลเงิน<br>2.2 ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสานเนื่องจากว่าระบำกะลามีจังหวะและท่วงทำนองถ้าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน แต่เล่นหลายพื้นเมืองของอีสานใต้คือเจรียงซันตรูจ<br>2.3ฉากแสงสีเสียง<br>ฉากช่วยสื่อถึงเรื่องราวของทางภาคอีสาน ให้การแสดงดูไม่น่าเบื่อ และได้ถ่ายทอดถึงความงดงามของฉากให้กับผู้ชมที่เข้ามาดู<br>เเสง . ช่วยในเรื่องการสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากับเนื้อเรื่องในการแสดง การจัดแสงถือว่าเป็นหัวใจหลักของการแสดงก็ว่าได้ พอมีผลต่อการบันทึกภาพการถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่คนดู<br>สี . มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เป็นขึ้นในการแสดงโดยจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น<br>เสียง . เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกไปสู่คนดูได้มากยิ่งขึ้นเสียงสามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากยิ่งขึ้น<br>2.4อุปกรณ์การแสดง กะโป๋หรือกะลามะพร้าวในการแสดงโชว์<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท มีความงดงามให้การแสดงและยังบอกประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาทำเครื่องดนตรีได้อีกด้วย<br><br><br>นายวัชรพงศ์ จำนงค์ทรัพย์ ม.4/8. เลขที่31</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1592262127/08019ca6bb718fd902988adf0db63906/images__14_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 16:58:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488710271</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องเซิ้งกลาป่วย</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488716007</link>
         <description><![CDATA[<div>บทละครปัจจุบันวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่าคำว่า เซิ้ง ไม่ ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำขแงชาส อีสานเพราะเซิ้ง คือการขับกาพย์ ซึ่งมักจะมีการฟ้อนประกอบด้วย ไม่นับเป็นการร่ายรำ&nbsp;<br>ดังนั้น จึงได้บัญญัติคำว่า ฟ้อน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกจริยะกันฟ้อนรำของชาวอีสานชุดการแสดงใดๆที่เคยเรียกว่า เซิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็นฟ้อนเช่น เซิ้งเเหย่ไข่มดเเดง เปลี่ยนเป็น ฟ้อนเเหย่ไข่มดเเดงยกเว้น เซิ้งบั้งไฟเเละเซิ้งนางด้ง เพราะเป็นการเเสดงเซิ้งนางดอย่างตรงตัวอยู่เเล้ว<br>1.2รูปแบบการแสดงเป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการเล่นของชาวอีสานใต้ ถึงได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์บุรีรัมย์และศรีสะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริงโดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น.ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีกันการเล่นเกี่ยวกับการกะลาและเช่นเดียวกัน<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง พูดแสดงต้องมีความสนุกสนานในการแสดงและต้องยิ้มแย้มเพื่อถ่ายทอดดถึงความสนุกในการเล่น<br>1.4 คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง รับรู้ถึงความสนุกในการเล่นและยังรู้ประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นขันตักน้ำหรือนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีก็ได้&nbsp;<br>2. ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกาย การแต่งกายหญิง สวมเสื้อแขนกับปลอก ใช้สไบขิดเสียงไหล่ซ้ายเเลเสไปมัดที่เอวด้านขวานุ่งโจงกับเบน มีภาพผืนยาวมัดเอวผม 9มวยประดับดอกไม้สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>-ชาย สวมเสื้อผ้าแทนแขนสั้นลุงโจ่งกระเบนใช้ผ้าสไบจิดพาดไหล่ มีภาพผืนยาวมัดเอวสวมสร้อยคอและกำไลเงิน<br>2.2 ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสานเนื่องจากว่าระบำกะลามีจังหวะและท่วงทำนองถ้าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน แต่เล่นหลายพื้นเมืองของอีสานใต้คือเจรียงซันตรูจ<br>2.3ฉากแสงสีเสียง<br>ฉากช่วยสื่อถึงเรื่องราวของทางภาคอีสาน ให้การแสดงดูไม่น่าเบื่อ และได้ถ่ายทอดถึงความงดงามของฉากให้กับผู้ชมที่เข้ามาดู<br>เเสง . ช่วยในเรื่องการสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากับเนื้อเรื่องในการแสดง การจัดแสงถือว่าเป็นหัวใจหลักของการแสดงก็ว่าได้ พอมีผลต่อการบันทึกภาพการถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่คนดู<br>สี . มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เป็นขึ้นในการแสดงโดยจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น<br>เสียง . เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกไปสู่คนดูได้มากยิ่งขึ้นเสียงสามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากยิ่งขึ้น<br>2.4อุปกรณ์การแสดง กะโป๋หรือกะลามะพร้าวในการแสดงโชว์<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท มีความงดงามให้การแสดงและยังบอกประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาทำเครื่องดนตรีได้อีกด้วย<br><br>นายกิกติกร จันทวิมล ม.4/8 เลขที่12</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1592262127/1795e133b4d40e2a09e84f95e33da35a/images__15_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 17:03:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488716007</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่อง ชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488716046</link>
         <description><![CDATA[<div>นาย ธนพิพัฒน์ สุรธนไพบูลย์ ชั้น ม.4 ม.4/8 เลขที่29<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br><br>1.1บทละคร<br>เป็นการผสมผสานระหว่างโนราของภาคใต้กับละครนอกของภาคกลาง ละครชาตรีรับจ้างแสดงแก้บนที่บ้าน วัด หรือเทวสถานที่ผู้คนนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การแสดงมี ๒ แบบ คือ แบบรำเป็นระบำชุดสั้น ๆ และแบบละคร การแสดงละครชาตรีแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ พิธีกรรมเริ่มประมาณเก้าโมงเช้าเป็นพิธีทำโรงบูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกป้องคุ้มครองการแสดงรำถวายมือซึ่งก็คือการรำเชิญเครื่องสังเวยให้เทวดามารับสินบนประกาศโรงและรำซัดชาตรี ส่วนที่ ๒ การแสดงละครต่อจากพิธีกรรมในภาคเช้าจบด้วยพิธีลาเครื่องสังเวยแล้วพักเที่ยงจากนั้นแสดงละครต่อไปจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจึงปิดการแสดงและส่วนที่ ๓ พิธีลาโรง<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ได้รู้ว่าละครชาตรีนั้นเป็นละครที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีอายุเก่าแก่กว่าละครอื่น<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>ละครชาตรีแต่โบราณไม่สวมเสื้อ เพราะทุกตัวใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็นตัวที่แต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาดเจียระบาดมีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาล ทับทรวง กรองคอกับตัวเปล่า บนศีรษะสวมเทริดเท่านั้น การผัดหน้าในสมัยโบราณใช้ขมิ้นลงพื้นสีหน้าจนนวลปนเหลือง ไม่ใช่ปนแดง<br><br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ วงปี่พาทย์ชาตรี ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี ลักษณะของวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1) แสง สี เสียง<br>2) เป็นการใช้อุปกรณ์ และความรู้ทางด้านเทคนิคมาช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br>3) 1.1) &nbsp; แสง เป็นเทคนิคช่วยให้ความสว่าง บอกเวลา และสร้างอารมณ์<br>4) 1.2) &nbsp; สี จะมีบทบาทมากบนเวทีละคร สีสามาสารถสร้างบรรยากาศ และบอกอารมณ์ ของการแสดงละครในช่วงนั้น ๆ ได้<br>5) 1.3) &nbsp; เสียง จะช่วยให้การแสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และผู้ชมอาจมีอารมณ์ร่วมไปกับการแสดงมากยิ่งขึ้น<br>6) 2) ฉาก<br>7) ต้องมีรูปแบบที่สัมพันธ์กับการแสดง<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>มีความสวยงดงามของแต่ล่ะการแสดง<br>แสดงกิริยาท่าทางสวยงามอ่อนช้อยนาย ธนพิพัฒน์ สุรธนไพบูลย์ ชั้น ม.4 ม.4/8 เลขที่29<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br><br>1.1บทละคร<br>เป็นการผสมผสานระหว่างโนราของภาคใต้กับละครนอกของภาคกลาง ละครชาตรีรับจ้างแสดงแก้บนที่บ้าน วัด หรือเทวสถานที่ผู้คนนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การแสดงมี ๒ แบบ คือ แบบรำเป็นระบำชุดสั้น ๆ และแบบละคร การแสดงละครชาตรีแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ พิธีกรรมเริ่มประมาณเก้าโมงเช้าเป็นพิธีทำโรงบูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกป้องคุ้มครองการแสดงรำถวายมือซึ่งก็คือการรำเชิญเครื่องสังเวยให้เทวดามารับสินบนประกาศโรงและรำซัดชาตรี ส่วนที่ ๒ การแสดงละครต่อจากพิธีกรรมในภาคเช้าจบด้วยพิธีลาเครื่องสังเวยแล้วพักเที่ยงจากนั้นแสดงละครต่อไปจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจึงปิดการแสดงและส่วนที่ ๓ พิธีลาโรง<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>ละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>ได้รู้ว่าละครชาตรีนั้นเป็นละครที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีอายุเก่าแก่กว่าละครอื่น<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>ละครชาตรีแต่โบราณไม่สวมเสื้อ เพราะทุกตัวใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็นตัวที่แต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาดเจียระบาดมีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาล ทับทรวง กรองคอกับตัวเปล่า บนศีรษะสวมเทริดเท่านั้น การผัดหน้าในสมัยโบราณใช้ขมิ้นลงพื้นสีหน้าจนนวลปนเหลือง ไม่ใช่ปนแดง<br><br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ วงปี่พาทย์ชาตรี ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี ลักษณะของวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี<br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1) แสง สี เสียง<br>2) เป็นการใช้อุปกรณ์ และความรู้ทางด้านเทคนิคมาช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง<br>3) 1.1) &nbsp; แสง เป็นเทคนิคช่วยให้ความสว่าง บอกเวลา และสร้างอารมณ์<br>4) 1.2) &nbsp; สี จะมีบทบาทมากบนเวทีละคร สีสามาสารถสร้างบรรยากาศ และบอกอารมณ์ ของการแสดงละครในช่วงนั้น ๆ ได้<br>5) 1.3) &nbsp; เสียง จะช่วยให้การแสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และผู้ชมอาจมีอารมณ์ร่วมไปกับการแสดงมากยิ่งขึ้น<br>6) 2) ฉาก<br>7) ต้องมีรูปแบบที่สัมพันธ์กับการแสดง<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>มีความสวยงดงามของแต่ล่ะการแสดง<br>แสดงกิริยาท่าทางสวยงามอ่อนช้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1951019489/41a7cc9be73d8af1bb9be9992afd1f2a/images__5_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-20 17:03:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2488716046</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละคร​เรื่อง ระบำวิชนี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489485133</link>
         <description><![CDATA[<div>1ประเมินคุณภาพด้านการเเสดง<br>1.1บทละคร<br>เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางในในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่าวิชนี หรือ พัชนี ออกมาร่ายรําด้วยท่วงทํานองเพลงและบทร้องอันไพเราะเนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ชาวไทยนิยมใช้พัดเป็นเครื่องบรรเทาความร้อน ดังนั้นนาฏศิลปชุด ระบําวิชนี จึงวิวัฒนาการมาจากการใช้พัดรําเพยลมของชาวไทยในทํานองอย่างมีศิลปนั่นเอง<br>1.2รูปเเบบการเเสดง<br>ระบำวิชนี เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนาวใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ ผู้ประพันธ์เนื้อร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร<br>1.3ทักษะความสามารถของผู้เเสดง<br>โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่า วิชนี หรือ พัชนี ออกมาร่ายรําด้วยท่วงทํานองเพลงและบทร้องอันไพเราะ&nbsp;<br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>เพื่อการสื่อสาร&nbsp; นาฏศิลป์ ได้พัฒนาจากรูปลักษณ์ที่ง่ายและเป็นส่วนประกอบของคำพูดหรือวรรณศิลป์ ไปสู่การสร้างภาษาของตนเองขึ้นที่เรียกว่า "ภาษาท่ารำ" โดยกำหนดกันในกลุ่มชนที่ใช้นาฏศิลป์นั้นๆ ว่าท่าใดมีความหมายอย่างไร<br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของ<br>การเเสดง<br>2.1เครื่องเเต่งกายประกอบการเเสดง<br>โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนางใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ<br>2.2ดนตรีในการประกอบการเเสดง<br>ระบำวิชนี เป็นระบำชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยใช้ทำนองเพลงจีนดาวดวงเดียว ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยผู้แสดงจะแต่งกายแบบนาวใน ในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำ ผู้ประพันธ์เนื้อร้องคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร<br>2.3ฉาก เเสง สี เสียง<br>แสง สี เสียงมาใช้ในการแสดงเพื่อให้การแสดงมีความสมบูรณ์สวยงามในด้านแสง สี ที่ใช้ในการแสดง ควรมีความเหมาะสมสัมพันธ์กับเครื่องแต่งกาย ทำให้การแต่งกายในการแสดงมีความสวยงามโดเด่น ในด้านเสียงควรมีความเหมาะสม<br>2.4อุปกรณ์ประกอบการเเสดงในมือถือพัดมีด้ามประกอบการรำซึ่งมีศัพท์เรียกว่า<br>&nbsp;วิชนี หรือ พัชนี<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการเเสดงเเต่ละประเภท<br>คือการที่กวีได้มีคุณค่าทางอารมณ์การใช้ถ้อยคำ สำนวนที่ไพเราะ หรือเน้นความในเนื้อหา มีลาการใช้ภาษาที่ไพเราะ สามารถตีบทได้ไม่ซ้ำซาก</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1320143327/223f3795ae90d0d014c9dcb411d981c6/Screenshot_20230221_163948.jpg" />
         <pubDate>2023-02-21 09:43:33 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489485133</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องละครชาตรี</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489485187</link>
         <description><![CDATA[<div>นางสาวสุนิตา เพียรวิชา ม.4/8 เลขที่13 1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง1.1บทละครเป็นการผสมผสานระหว่างโนราของภาคใต้กับละครนอกของภาคกลาง ละครชาตรีรับจ้างแสดงแก้บนที่บ้าน วัด หรือเทวสถานที่ผู้คนนับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ การแสดงมี ๒ แบบ คือ แบบรำเป็นระบำชุดสั้น ๆ และแบบละคร การแสดงละครชาตรีแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ พิธีกรรมเริ่มประมาณเก้าโมงเช้าเป็นพิธีทำโรงบูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาปกป้องคุ้มครองการแสดงรำถวายมือซึ่งก็คือการรำเชิญเครื่องสังเวยให้เทวดามารับสินบนประกาศโรงและรำซัดชาตรี ส่วนที่ ๒ การแสดงละครต่อจากพิธีกรรมในภาคเช้าจบด้วยพิธีลาเครื่องสังเวยแล้วพักเที่ยงจากนั้นแสดงละครต่อไปจนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจึงปิดการแสดงและส่วนที่ ๓ พิธีลาโรง1.2รูปแบบการแสดงละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดงละครชาตรีใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวเอก ผู้ชายแสดงเป็นตัวตลกและตัวเบ็ดเตล็ด1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงได้รู้ว่าละครชาตรีนั้นเป็นละครที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและมีอายุเก่าแก่กว่าละครอื่น2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดงละครชาตรีแต่โบราณไม่สวมเสื้อ เพราะทุกตัวใช้ผู้ชายแสดง ตัวยืนเครื่องซึ่งเป็นตัวที่แต่งกายดีกว่าตัวอื่นก็นุ่งสนับเพลา นุ่งผ้าคาดเจียระบาดมีห้อยหน้า ห้อยข้าง สวมสังวาล ทับทรวง กรองคอกับตัวเปล่า บนศีรษะสวมเทริดเท่านั้น การผัดหน้าในสมัยโบราณใช้ขมิ้นลงพื้นสีหน้าจนนวลปนเหลือง ไม่ใช่ปนแดง2.2ดนตรีในการประกอบการแสดงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี คือ วงปี่พาทย์ชาตรี ประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง กลองชาตรี ลักษณะของวงปี่พาทย์ชาตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครชาตรี2.3 ฉาก แสง สี เสียง1) แสง สี เสียงเป็นการใช้อุปกรณ์ และความรู้ทางด้านเทคนิคมาช่วยสร้างบรรยากาศในการแสดง1.1) &nbsp; แสง เป็นเทคนิคช่วยให้ความสว่าง บอกเวลา และสร้างอารมณ์1.2) &nbsp; สี จะมีบทบาทมากบนเวทีละคร สีสามาสารถสร้างบรรยากาศ และบอกอารมณ์ ของการแสดงละครในช่วงนั้น ๆ ได้1.3) &nbsp; เสียง จะช่วยให้การแสดงมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น และผู้ชมอาจมีอารมณ์ร่วมไปกับการแสดงมากยิ่งขึ้น2) ฉากต้องมีรูปแบบที่สัมพันธ์กับการแสดง2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดงประกอบด้วยปี่นอก ๑ เลา กลองเล็ก ๑ คู่ (กลองชาตรี) โทนชาตรี๑ คู่ฆ้องคู่ฉิ่ง กรับ ปี่นอก กรับ โทนชาตรี ฆ้องคู่ ฉิ่ง2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภทมีความสวยงดงามของแต่ล่ะการแสดงแสดงกิริยาท่าทางสวยงามอ่อนช้อย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946830320/095fbd2209c39ecacecf0b7cb9407009/play8ho8.jpg" />
         <pubDate>2023-02-21 09:43:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489485187</guid>
      </item>
      <item>
         <title>การประเมินละครไทย เรื่อง ระบำกฤดาภินิหาร</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489749642</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>นางสาวฐิติมา</strong> <strong>ทองลา</strong> <strong>ชั้นม</strong>.4/8 <strong>เลขที่</strong>19</div><div><br></div><div>1.<strong>ประเมินคุณภาพด้านการแสดง</strong></div><div>1.1<strong>บทละคร</strong></div><div><strong>เป็นการแสดงชุดหนึ่งที่นำมาจากละครเรื่อง</strong> "<strong>เกียรติศักดิ์ทหารไทย</strong>" <strong>บทร้องกล่าวถึงเทพบุตร</strong> <strong>นางฟ้า</strong> <strong>เมื่อทราบถึงกฤดาภินิหารของชาติไทย</strong> <strong>จึงเกิดความชื่นชมโสมนัส</strong> <strong>ชวนกันจัดระบำโปรยปรายดอกไม้อวยพรให้เมืองไทย</strong> <strong>การแสดงชุดนี้จะมีท่ารำที่เป็นแบบแผนในลีลานาฏศิลป์แบบดั้งเดิม</strong> <strong>แต่จะมีคำร้อง</strong> <strong>และการเอื้อนทำนองเพลงที่เป็นแบบสมัยใหม่</strong> <strong>คือ</strong> <strong>จะไม่ร้องเอื้อนมาก</strong></div><div><br></div><div>1.2<strong>รูปแบบการแสดง</strong></div><div><strong>ระบำกฤดาภินิหาร</strong> <strong>มีลักษณะท่ารำเป็นระบำหมู่คู่พระ</strong>-<strong>นาง</strong> <strong>เสมือนหนึงว่าเหล่าเทวดา</strong> <strong>นางฟ้า</strong> <strong>มาร่วมอวยพรยินดีในเกียรติยศ</strong> <strong>ชื่อเสียงของประเทศไทย</strong> <strong>ท่ารำเป็นการตีบทตามคำร้องในเพลงครวญหา</strong> (<strong>ซึ่งทั้งลักษณะของท่าที่มีความหมายตรงกับคำร้องและท่าที่ความหมายสอดคล้องกับคำร้อง</strong>) <strong>และท่ารำในเพลงจีนรัว</strong> <strong>ผู้แสดงถือพานสำหรับโปรยดอกไม้</strong> <strong>สามารถแสดงได้สองรูปแบบ</strong> <strong>คือรำตามบทร้องสี่คำกลอน</strong> <strong>แล้วตัดไปโปรยดอก</strong> <strong>ไม้ในเพลงจีนรัว</strong> <strong>ซึ่งใช้เวลาในการแสดง</strong> <strong>๕</strong> <strong>นาที</strong> <strong>และอีกบทหนึ่ง</strong> <strong>รำเต็มบทร้องหกคำกลอนโปรยดอกไม้ตามบทร้อง</strong> <strong>และในเพลงจีนรัวซึ่งใช้เวลาในการแสดง</strong> <strong>๖</strong> <strong>นาที</strong></div><div><br></div><div>1.3<strong>ทักษะความสามารถของผู้แสดง</strong></div><div><strong>การใช้ความจำในการจำท่ารำ</strong> <strong>การแปรแถว</strong> <strong>และเนื้อเพลง</strong></div><div><strong>เพื่อให้การแสดงออกมาดี</strong></div><div><br></div><div>1.4<strong>คุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง</strong></div><div><strong>ความเพลิดเพลินในการชมการแสดงที่มีความอ่อนช้อย</strong> <strong>งดงาม</strong> <strong>และพร้อมเพียง</strong></div><div><br></div><div>2.<strong>การประเมินคุณภาพองค์ประกอบของการแสดง</strong></div><div>2.1<strong>เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง</strong></div><div><strong>ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่องพระนาง</strong></div><div><br></div><div>2.2<strong>ดนตรีในการประกอบการแสดง</strong></div><div><strong>เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงเพลงประกอบระบํากฤดาภินิหารคือวงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบด้วยปี่ใน</strong> <strong>ระนาดเอก</strong> <strong>ฆ้องวงใหญ่</strong> <strong>กลองทัดตะโพน</strong> <strong>และฉิ่ง</strong></div><div><br></div><div><strong>2.3ฉาก แสง สี เสียง</strong></div><div><strong>ฉาก ช่วยให้การแสดงดูน่าสนใจมากขึ้น</strong></div><div><br></div><div><strong>แสง ช่วยในการมองเห็นและการสื่ออารมณ์</strong></div><div><br></div><div><strong>สี การใช้ไฟในโทนที่ละมุน เหมาะสมกับการแสดง</strong></div><div><br></div><div><strong>เสียง เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง</strong> <strong>เพลงรัวดึกดำบรรพ์</strong> <strong>และครวญหา</strong> <strong>และเพลงจีนรัว</strong></div><div><br></div><div><strong>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง</strong></div><div><strong>พานสำหรับใส่ดอกไม้<br></strong><br></div><div><br></div><div><strong>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดง</strong></div><div><strong>ความอ่อนช้อย พร้อมเพรียงของการแสดง</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1349264865/e32b819ccdef397d3cfcd3457f688ef0/698FA60A_255A_4F38_957D_5C6A025D4284.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-21 14:01:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2489749642</guid>
      </item>
      <item>
         <title>เซิ้งกะโป๋</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2493438041</link>
         <description><![CDATA[<div>บทละครปัจจุบันวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ดมีความเห็นควรว่าคำว่า เซิ้ง ไม่ ได้มีความหมายถึงการฟ้อนรำขแงชาส อีสานเพราะเซิ้ง คือการขับกาพย์ ซึ่งมักจะมีการฟ้อนประกอบด้วย ไม่นับเป็นการร่ายรำ&nbsp;<br>ดังนั้น จึงได้บัญญัติคำว่า ฟ้อน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกจริยะกันฟ้อนรำของชาวอีสานชุดการแสดงใดๆที่เคยเรียกว่า เซิ้ง ก็เปลี่ยนมาเป็นฟ้อนเช่น เซิ้งเเหย่ไข่มดเเดง เปลี่ยนเป็น ฟ้อนเเหย่ไข่มดเเดงยกเว้น เซิ้งบั้งไฟเเละเซิ้งนางด้ง เพราะเป็นการเเสดงเซิ้งนางดอย่างตรงตัวอยู่เเล้ว<br>1.2รูปแบบการแสดงเป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการเล่นของชาวอีสานใต้ ถึงได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์บุรีรัมย์และศรีสะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริงโดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น.ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีกันการเล่นเกี่ยวกับการกะลาและเช่นเดียวกัน<br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง พูดแสดงต้องมีความสนุกสนานในการแสดงและต้องยิ้มแย้มเพื่อถ่ายทอดดถึงความสนุกในการเล่น<br>1.4 คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง รับรู้ถึงความสนุกในการเล่นและยังรู้ประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นขันตักน้ำหรือนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องดนตรีก็ได้&nbsp;<br>2. ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br>2.1 เครื่องแต่งกาย การแต่งกายหญิง สวมเสื้อแขนกับปลอก ใช้สไบขิดเสียงไหล่ซ้ายเเลเสไปมัดที่เอวด้านขวานุ่งโจงกับเบน มีภาพผืนยาวมัดเอวผม 9มวยประดับดอกไม้สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>-ชาย สวมเสื้อผ้าแทนแขนสั้นลุงโจ่งกระเบนใช้ผ้าสไบจิดพาดไหล่ มีภาพผืนยาวมัดเอวสวมสร้อยคอและกำไลเงิน<br>2.2 ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>ชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสานเนื่องจากว่าระบำกะลามีจังหวะและท่วงทำนองถ้าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน แต่เล่นหลายพื้นเมืองของอีสานใต้คือเจรียงซันตรูจ<br>2.3ฉากแสงสีเสียง<br>ฉากช่วยสื่อถึงเรื่องราวของทางภาคอีสาน ให้การแสดงดูไม่น่าเบื่อ และได้ถ่ายทอดถึงความงดงามของฉากให้กับผู้ชมที่เข้ามาดู<br>เเสง . ช่วยในเรื่องการสร้างบรรยากาศรอบตัวให้เข้ากับเนื้อเรื่องในการแสดง การจัดแสงถือว่าเป็นหัวใจหลักของการแสดงก็ว่าได้ พอมีผลต่อการบันทึกภาพการถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่คนดู<br>สี . มีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เป็นขึ้นในการแสดงโดยจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น<br>เสียง . เป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกไปสู่คนดูได้มากยิ่งขึ้นเสียงสามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากยิ่งขึ้น<br>2.4อุปกรณ์การแสดง กะโป๋หรือกะลามะพร้าวในการแสดงโชว์<br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท มีความงดงามให้การแสดงและยังบอกประโยชน์ของกะโป๋ที่สามารถนำมาทำเครื่องดนตรีได้อีกด้วย</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1961665832/edd07494df6bef6c95d5144246ec26e0/BF1C35C3_C5D9_40E7_976B_33FC7ACE5214.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-24 04:10:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2493438041</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ระบำสี่บท</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2493513071</link>
         <description><![CDATA[<div>นายธีรภัทร&nbsp; จันทราบ เลขที่5 ม.4/8<br><br>1.ประเมินคุณภาพด้านการแสดง<br>1.1บทละคร<br>:ระบำสี่บทเป็นระบำที่ยกย่องกันมาแต่โบราณสันนิฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแต่ไม่มีหลักฐานปรากฏเด่นชัดแต่ละบทนั้นจะมีทำนองเพลงและการขับร้องที่แตกต่างกันออกไป&nbsp; ผู้แสดงจะรำไปตามทำนองเพลงและแสดงกิริยาท่าทางตามบทร้องที่ปรากฏอยู่ในแต่ละเพลง<br><br>1.2รูปแบบการแสดง<br>:ลักษณะการแสดง คือ แสดงได้ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป ผู้แสดงมีทั้งฝ่ายตัวพระ และฝ่ายตัวนาง ใช้ท่ารำพื้นฐานหรือท่าฝึกหัดเบื้องต้น และท่านาฏยศัพท์เป็นท่าหลัก ผสมผสานกับลีลาการเคลื่อนไหวด้วยการใช้ท่าเชื่อมจากท่าหนึ่งไปอีกท่าหนึ่ง ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง ออกด้วยเพลงโคมเวียน แล้วนักร้อง ร้องเนื้อเพลงตามท่วงทำนองจังหวะที่กำหนด<br><br>1.3 ทักษะความสามารถของผู้แสดง<br>:ทักษะความสามารถของผู้แสดงตนเองมีความอ่อนฉอยสวยงามในการรำบำแต่ละท่าทาง<br><br>1.4คุณค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดง<br>:ได้รับความงดงามสบายตาได้พบกับการระบำที่มีสวยสดเป็นอย่างมาก<br><br>2.ประเมินคุณภาพด้านองค์ประกอบของการแสดง<br><br>2.1 เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง<br>:การแต่งกาย จะแต่งกายยืนเครื่องพระ นาง &nbsp;<br><br>2.2ดนตรีในการประกอบการแสดง<br>1.ปี่พาทย์ทำเพลงโคมเวียนเพลงพระทอง<br>2.เพลงเบ้าหลุด<br>3.เพลงสระบุหร่ง<br>4.เพลงบลิ่ม<br><br>2.3 ฉาก แสง สี เสียง<br>1.ฉาก ช่วยเสริมให้การแสดงดูสวยงามมากขึ้น<br>และได้ถ่ายทอดความงามให้ผู้ชมได้ชม<br>2.แสง ช่วยให้ผู้แสดงมีความโดดเด่นในการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจถึงความสวยงาม<br>3.สี ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการแสดงและช่วยส่งอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้แสดง<br>4.เสียง ช่วยส่งอารมณ์ไปสื่อถึงคนดูได้มากยิ่งขึ้น สามารถทำให้ผู้ฟังมีจินตนาการมากขึ้น<br><br>2.4อุปกรณ์ประกอบการแสดง<br>:ไม่มีอุปกรณ์การแสดง<br><br>2.5ความงดงามโดยรวมของการแสดงแต่ละประเภท<br>:มีจุดประสงค์เพื่อแสดงความงดงาม ความพร้อมเพรียง การแปรแถวในขณะแสดง ประกอบกับการแต่งกายที่สวยงาม</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1961652909/e8f821169662fa41c4830b9c6c00d459/images__2_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-24 06:16:04 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2493513071</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ประเมินละครไทยเรื่องเซิ้งกระโป๋</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2494030462</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>กะโป๋ </strong>คือกะลามะพร้าว ชาวอีสานรู้จักการใช้ประโยชน์จากกะลามะพร้าวมาเป็นวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระบวยตักน้ำ และสามารถทำเป็นเครื่องดนตรี เช่น พิณกระแสเดียว และซอของชาวอีสานใต้ เป็นต้น<br><br></div><div><strong>ฟ้อนกะโป๋</strong> เป็นการแสดงที่ได้ดัดแปลงมาจากการละเล่นของชาวอีสานใต้ ซึ่งได้แก่ในบริเวณจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เป็นการแสดงที่มีความสนุกสนานรื่นเริง โดยใช้กะลาที่ขัดผิวจนมันเป็นอุปกรณ์หลักในการประกอบจังหวะ และที่น่าสังเกตคือ ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์&nbsp; อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย ก็มีการละเล่นเกี่ยวกับการเคาะกะลาเช่นเดียวกัน<br><strong>ฟ้อนกะโป๋</strong>ในแบบฉบับ<strong>วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด</strong> ได้นำการแสดงชุด ระบำกะลา ของชาวอีสานใต้มาดัดแปลงให้เป็นรูปแบบนิยมของอีสาน เนื่องจากว่า ระบำกะลา มีจังหวะและท่วงทำนองท่าช้าเนิบนาบ จึงได้แต่งดนตรีขึ้นใหม่ให้มีจังหวะที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยนำเอาแต่งลายดนตรีมาผสมกับลายเพลงพื้นเมืองอีสานใต้ ได้แก่ ทำนองเจรียงซันตรู๊จน์ จนได้ทำนองเพลงที่เป็นลักษณะเฉพาะในการแสดงชุด “ฟ้อนกะโป๋”<br><br></div><div><strong>การแต่งกาย</strong><br>– หญิง สวมเสื้อแขนกระบอก ใช้สไบขิดเฉียงไหล่ซ้ายแล้วไปมัดที่เอวด้านขวา นุ่งโจงกระเบน มีผ้าผืนยาวมัดเอว ผมเกล้ามวยประดับดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>– ชาย สวมเสื้อผ้าแพรแขนสั้น นุ่งโจงกระเบน<br>มีผ้าผืนยาวมัดเอว ผมเกล้ามวยประดับดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงินประเกือม<br>– ชาย สวมเสื้อผ้าแพรแขนสั้น นุ่งโจงกระเบน ใช้ผ้าสไบขิดพาดไหล่ มีผ้าผืนยาวมัดเอว สวมสร้อยคอและกำไลเงิน</div>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1946827147/b514d54c58c9b011541900aa88cb5aa4/images__1_.jpeg" />
         <pubDate>2023-02-24 15:39:07 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ketchadapornphut/dla9krgaxx9d89vw/wish/2494030462</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
