<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สงคารมโลกครั้งที่2 by อนัญญา ปติธนกิจ</title>
      <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2023-02-22 07:05:00 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2026-02-26 00:19:56 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>สงครามโลกครั้งที่2</title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490749690</link>
         <description><![CDATA[<pre>สงครามโลกครั้งที่ 2  เกิดขึ้นเมื่อวันที่3กันยายน  1939 และสิ้นสุดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่2กันยายน  1945โดยสงครามในยุโรปสิ้นสุดก่อนเมื่อวันที่8พฤษภาคม2545 จำนวนพลเมืองโลกที่เสียชีวิตมีมากกว่า75ล้านคน โดยพลเมืองยุโรปที่เสียชีวิตมีประมาณ38ล้านคน เป็นทหาร20ล้านคนและพลเรือน  18ล้านคน  สงครามโลกครั้งนี้สร้างความหายนะและความพินาศให้แก่ประเทศต่างๆทั้งทางด้านระบเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม มากยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่1               สงครามโลกครั้งที่2 เป็นสงครามเบ็ดเสร็จ(Total War) และเป็นสงครามที่มีการนำระเบิดปรมาณูซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าอาวุธอื่น ๆ มาใช้เป็นครั้งแรกอำนาจการทำลายล้างอย่างกว้างขวางของอาวุธปรมาณูหรือนิวเคลียร์รวมทั้งมหันตภัยที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสีของระเบิดปรมาณูได้ทำให้โลกในเวลาต่อมาก้าวสู่ยุคปรมาณู(Atomic  Age )  และการเริ่มต้นสมัยความน่าสะพรึงกลัวของสงครามโลกนิวเคลียร์ (Nuclear  War) 
<br></pre>]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1971263903/d8ec3c893a398762eefe15e9a1e0f123/582DA2DC_53D0_4BD6_ADF3_001567F32D94.jpg" />
         <pubDate>2023-02-22 07:15:55 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490749690</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490755169</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>1. &nbsp;สาเหตุของสงคราม</strong> &nbsp;ชนวนของสงครามโลกครั้งที่ &nbsp;2 &nbsp;เกิดขึ้นเมื่อเยอรมนีบุกโปแลนด์ในวันที่ &nbsp;1 &nbsp;กันยายน &nbsp;1939 &nbsp;อังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งสนับสนุนโปแลนด์จึงประกาศสงครามต่อเยอรมนี(3 ก.ย. ) &nbsp;อีกหนึ่งเดือนต่อมาเยอรมนีก็บุกเดนมาร์กและนอร์เวย์ และสามารถยึดครองประเทศดังกล่าวรวมทั้งเบลเยียมได้ภายในเวลา 6 สัปดาห์สหภาพโซเวียตซึ่งเป็นพันธมิตกับเยอรมนีในระยะแรกของสงครามจึงประกาศสงครามกับฟินแลนด์และประเทศแถบบอลติกสงครามในยุโรปขยายตัวและนานาประเทศก็ถูกดึงเข้าร่วมในสงคราม &nbsp;ต่อมาใน 1941 &nbsp;ญี่ปุ่นซึ่งสนับสนุนเยอรมนีได้เข้าโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ล &nbsp;หมู่เกาะฮาวาย &nbsp;การโจมตีดังกล่าวทำให้สงครามขยายตัวไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลกและเป็นการเริ่มต้นของสงครามทางด้านแปซิฟิกและตะวันออกไกล &nbsp;ทั้งทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามกับประเทศสัมพันธมิตร</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:22:01 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490755169</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490757014</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>2.ปัจจัยที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่&nbsp; 2&nbsp; ที่สำคัญมีดังนี้</strong></div><div><strong>2.1 ความล้มเหลวขององค์การสันนิบาติชาติ </strong>&nbsp;เป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การสันนิบาตชาติ และมาตรการต่าง ๆ ของสันนิบาติชาติในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศไม่บรรลุผล&nbsp; ตลอดจนการดำเนินงานเพื่อควบคุมอาวุธและลดอาวุธประสบความล้มเหลว&nbsp; ทำให้ประเทศต่าง ๆ หันมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันด้วยสงคราม&nbsp; สันนิบาติชาติก็ไม่มีกำลังที่เข็มแข็งและไม่มีอำนาจพอที่จะยับยั้งข้อพิพาทระหว่างประเทศ&nbsp; การพยายามใช้แรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไม่เป็นที่ยอมรับจึงทำให้เยอรมนีและญี่ปุ่นลาออกจากการเป็นสมาชิกของสันนิบาติชาติ</div><div>&nbsp;<strong>&nbsp; 2.2 การเติบโตของลัทธินิยมทหาร</strong>&nbsp; ความล้มเหลวของสันนิบาติชาติและการประชุมลดอาวุธมีส่วนสำคัญทำให้ประเทศต่าง ๆ หันมาเสริมสร้างกำลังทหารและกำลังอาวุธขึ้นอีกครั้งหนึ่ง&nbsp; ลัทธินิยมหารจึงฟื้นขึ้นมามีบทบาทสำคัญทางการเมือง&nbsp; การขยายตัวของอำนาจทางทหารนำไปสู่การคาดการณ์เรื่องราวการเกิดสงคราม&nbsp; ประเทศต่าง ๆ จึงเตรียมตัวสร้างกองทัพให้เข็มแข็งเพื่อป้องกันตัวเอง บรรยากาศของความไม่ไว้วางใจกันจึงก่อตัวขึ้น</div><div>&nbsp; <strong>2.3&nbsp; ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมือง</strong>&nbsp; การก้าวสู่อำนาจทางการเมืองของอดอล์ฟ&nbsp; ฮิตเลอร์ในเยอรมนีเมื่อ 1933&nbsp; ทำให้แนวความคิดนาลัทธินาซี (Nazism)&nbsp; มีบทบาทและอิทธิพลสำคัญทางการเมือง ในขณะเดียวกันแนวความคิดลิทธิฟาสซิสต์ (Fascism) ที่เกิดขึ้นในอิตาลีก็ขยายขอบเขตเข้าไปในประเทศอื่น ๆทั้งลัทธินาซีและฟาสซิสต์ต่างต่อต้านแนวความคิดเสรีนิยมและเน้นความสำคัญของลัทธิชาตินิยม และอำนาจที่เกิดจากการรวมพลังกันมากกว่าพลังของปัจเจกบุคคล ตลอดจนเน้นความของ</div><div>สำคัญของระบบและกลไกการบริหารที่จะนำไปสู่การมีอำนาจของรัฐและผู้นำ&nbsp; อุดมการณ์ของฝ่ายขวาที่นิยมทหารที่ขัดแย้งกับแนวความคิดแบบเสรีนิยมและระบบการเมืองแบบรัฐสภาในยุโรป&nbsp; แต่ยังนำไปสู่กรณีพิพาททางการเมืองขึ้นอีกด้วย</div><div>&nbsp;<strong>2.4 การแข่งขันทางเศรษฐกิจ</strong>&nbsp; การพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1&nbsp; ทำให้เยอรมนีสูญเสียอาณานิคมของตนให้กับอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งทำให้ทั้งสองประเทศมีความมั่งคั่งมากขึ้น&nbsp; เยอรมนี อิตาลีและญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นชาติที่ไม่มั่งคั่งทางเศรษฐกิจเกิดความไม่พอใจและนำไปสู่การต่อสู้แข่งขันเพื่อสร้างความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ&nbsp; การแข่งขันทางเศรษฐกิจดังกล่าวจึงกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มประเทศที่มี ( The Have Nations) กับกลุ่มประเทศที่ไม่มี (The Have-not&nbsp; Nations)และนำไปสู่สงครามทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศขึ้นในเวลาต่อมา</div><div>&nbsp;<strong>2.5&nbsp; ความไม่เป็นธรรมของสนธิสัญญาสันติภาพแวร์ซายส์ (Treaty of&nbsp; Versailles)&nbsp; และสนธิสัญญาสันติภาพฉบับอื่น ๆ </strong>ที่เยอรมนีและประเทศที่แพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกบีบบังคับให้ลงนามโดยไม่อาจต่อรองได้&nbsp; ทำให้เยอรมนีและประเทศแพ้สงครามไม่พอใจ&nbsp; เนื่องจากต้องเสียค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาลและสูญเสียดินแดนรวมทั้งอาณานิคมของตน ตลอดจนถูกลดกำลังทหารทหารและอาวุธ&nbsp; เยอรมนีจึงมุ่งจะทำลายข้อตกลงในสนธิสัญญาแวร์ซายส์และเมื่อมีโอกาสก็มักจะดำเนินการละเมิดข้อตกลงในสนธิสัญญา&nbsp; จนนำมาสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่นำมาสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 2&nbsp; ในที่สุด</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:23:53 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490757014</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490758964</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>3.&nbsp; การรบในสงครามโลกครั้งที่</strong> <strong>2 </strong>&nbsp;<br>ในสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 2&nbsp; มีการพัฒนาอาวุธที่เคยใช้มาแล้วจากสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 1&nbsp; ให้มีประสิทธิภาพ เช่น แนวความคิดการใช้กำลังรถถังและยานเกราะประสานกับการรบหนุนช่วยทางอากาศหรือการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์&nbsp; ด้วยการใช้เครื่องบินโจมตีเจาะลึกในแนวหลังข้าศึก&nbsp; ทำลายแหล่งอุตสาหกรรมและสถานที่สำคัญทางทหารและของรัฐบาล&nbsp; ตลอดจนการยกพลขึ้นบกและทำสงครามสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก เป็นต้น<br>&nbsp; <br>อาวุธที่นับว่าเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางทหารในสงครามครั้งนี้คือ จรวดและเครื่องบินขับไล่ที่ใช้เครื่องยนต์เจ็ต (Jet engine)ซึ่งมีความเร็วกว่าเสียงจรวดแบบวี &nbsp;2 (V-2) ที่สามารถบรรทุกหัวรบได้หนักครึ่งตัน &nbsp;และมีความเร็วประมาณ &nbsp;4 &nbsp;เท่าของเสียง &nbsp;ถูกนำมาใช้ใน ค.ศ. 1944 &nbsp;และถือได้ว่าเป็นต้นแบบขีปนาวุธ (Ballistic &nbsp;Missile ) ในเวลาต่อมา &nbsp;เครื่องบิน เครื่องยนต์เจ็ตซึ่งบินได้สูงถึง &nbsp;10,520 &nbsp;เมตร และมีความเร็ว 865 กิโลเมตรต่อชั่วโมง &nbsp;มีส่วนทำให้การรบทางอากาศมีบทบาทสำคัญมากในสงคราม &nbsp;อย่างไรก็ตามความสำเร็จของการประดิษฐ์ระเบิดนิวเคลียร์หรือระเบิดอะตอมของฝ่ายพันธมิตรในช่วงปลายสงครามและมีการนำระเบิดดังกล่าวไปทิ้งที่เมือง ฮิโรชิมาและนานาซากิในต้นเดือนสิงหาคม &nbsp;1945 ซึ่งมีผลให้ญี่ปุ่นต้องยอมจำนนยุติสงครามลงโดยไม่มีเงื่อนไข</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:25:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490758964</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490761549</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>&nbsp;4.&nbsp; การยกพลขึ้นบกในวันดีเดย์ (D-Day)</strong></div><div>&nbsp; <strong>4.1&nbsp; ภูมิหลังของเหตุการณ์</strong></div><div>&nbsp;สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 1939 โดยเยอรมนีบุกโจมตีโปแลนด์&nbsp; เป็นผลสืบเนื่องจากการที่Adolf&nbsp; Hitler&nbsp; ผู้นำเยอรมนีต้องการขยายดินแดนในยุโรปโดยอ้างว่าเยอรมนีจำเป็นต้องมี “ที่อาศัย” (Living&nbsp; space)&nbsp; เยอรมนีจึงละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซายส์ด้วยการฟื้นฟูอำนาจของกองทัพบกและ กองทัพเรือ&nbsp; รวมทั้งเริ่มสร้างป้อมค่ายและสถานที่ทางทหารในบริเวณแม่น้ำไรน์ซึ่งเป็นเขตปลอดทหาร ตลอดจนลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์การสันนิบาติชาติ&nbsp; ต่อมาในปี 1936&nbsp; เยอรมนีได้จัดทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรต่อต้านคอมมิวนิสต์กับญี่ปุ่นและในปี ค.ศ. 1938 ก็ได้ผนวกออสเตรียรวมทั้งยึดครองแควันซูเดเทนแลนด์ (Sudeten&nbsp; Land) ของเชโกสโลวะเกียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีโดยอ้างว่าซูเดเทนแลนด์มีชาวเยอรมันอาศัยอยู่จำนวนมาก&nbsp; อังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งขณะนั้นไม่มีความพร้อมทางทหารที่จะก่อสงครามใหญ่จึงหาทางออกโดยการผ่อนปรนและประนีประนอมกับเยอรมนีโดยมีการจัดประชุมกับฮิตเลอร์ที่เรียกว่า ความตกลงที่เมืองมิวนิก (Munich&nbsp; Agreement) ในเดือนกันยายน&nbsp; 1938 โดยประเทศมหาอำนาจประกอบด้วยอังกฤษ ฝรั่งเศสและอิตาลี ตกลงให้เยอรมนีครอบครองแคว้นซูเดเทนแลนด์ แต่มีเงื่อนไขว่าเยอรมนีจะไม่รุกรานดินแดนส่วนที่เหลือของเชโกสโลวะเกียอย่างไรก็ตาม&nbsp; ในเดือนมีนาคม&nbsp; 1939&nbsp; เยอรมนีได้ส่งกองทัพเข้ายึดครองเชโกสโลวะเกียทั้งหมด&nbsp; ซึ่งเป็นการท้าทายอังกฤษและฝรั่งเศสในข้อตกลงที่เมืองมิวนิก&nbsp; อังกฤษและฝรั่งเศสจึงยกเลิกนโยบายผ่อนปรนแก่เยอรมนีและดำเนินนโยบายรับประกันเอกราชของโรมาเนีย กรีซ และโปแลนด์&nbsp; แต่ฮิตเลอร์เมินเฉยต่อนโยบายดังกล่าวและเรียกร้องเมืองดานซิก (Danzig) และฉนวนโปแลนด์ที่เคยสูญเสียไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 1&nbsp; คืน&nbsp; โปแลนด์ซึงได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษและฝรั่งเศสปฏิเสธจะคืนให้&nbsp; เยอรมนีจึงส่งกองทัพบุกโปแลนด์&nbsp; เมื่อวันที่&nbsp; 1&nbsp; กันยายน&nbsp; 1939 อังกฤษและฝรั่งเศสตอบโต้โดยการประกาศสงครามกับเยอรมนีเมื่อวันที่&nbsp; 3&nbsp; กันยายน&nbsp; 1939&nbsp; สงครามในยุโรปจึงเริ่มขึ้นและต่อมาได้ขยายตัวเป็นสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 2 (ก่อนบุกโปแลนด์เยอรมนีเจรจาทำสนธิสัญญา (Non-Aggressived)กับสหภาพโซเวียตในเดือนส.ค.1939 &nbsp; เยอรมนีใช้ยุทธวิธีสงครามแบบสายฟ้าแลบ(lightening&nbsp; war)&nbsp; โดยใช้รถถังและทหารราบยานยนต์ซึ่งใช้อาวุธทันสมัยและยุทธภัณฑ์ชั้นเยี่ยมบุกโจมตีอย่างรวดเร็ว&nbsp; รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากกำลังทางอากาศ ทำให้ฝ่ายข้าศึกตระหนกและขวัญเสียจนโปแลนด์ถูกยึดครองในปลายเดือนกันยายน 1939 จากนั้นเยอรมนีก็บุกเข้ายึดเดนมาร์ก นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยมและลักเซมเบิร์ก รวมทั้งบุกโจมตีฝรั่งเศสในเดือนมิถุนายน 1940 จนยึดกรุงปารสได้ชัยชนะต่อฝรั่งเศสจึงหมายถึงการครอบครองภาคพื้นทวีปทั้งหมดของเยอรมนี ใน ปี 1941</div><div>&nbsp;ภายหลังที่ฮิตเลอร์ยึดฝรั่งเศสได้&nbsp; ฮิตเลอร์ระดมกำลังทหารเยอรมันเข้าโจมตีเกาะอังกฤษตลอดปี 1941แต่ไม่สามารถเอาชนะได้ฮิตเลอร์เปลี่ยนใจหันไปโจมตีรัสเซียเพราะต้องการได้แร่ธาตุซึ่งจะเป็นยุทธปัจจัยสำคัญและแหล่งข้าวสาลีในรัฐยูเครนของรัสเซียเพื่อจะได้มาระดมโจมตีอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง&nbsp; แต่การทำสงครามกับรัสเซียไม่ได้เอาชนะได้ง่าย ๆ เหมือนที่ฮิตเลอร์คิดไว้เพราะในฤดูหนาวทหารเยอรมันก็ไม่สามารถทนสภาพอากาศที่หนาวทารุณในรัสเซียได้แหล่งแร่ธาตุและแหล่งอาหารที่ฮิตเลอร์หมายตาไว้รัสเซียขนไปแอบซ่อนไว้หลังเทือกเขายูราลเพื่อไม่ให้เยอรมนีใช้ประโยชน์จากดินแดนของรัสเซียที่เยอรมนียึดได้และระยะทางยาวประมาน 1,800 ไมล์ที่ทหารเยอรมันยึดได้ก็เป็นระยะทางที่ยาวเกินไปต้องใช้ทหารจำนวนมากที่จะควบคุมพื้นที่ฉะนั้นการที่ฮิตเลอร์ตัดสินใจหันไปโจมตีรัสเซียจึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดในกลาง ค.ศ. 1942&nbsp; เป็นการเปลี่ยนบทบาทของฝ่ายสัมพันธมิตรจากการเป็นฝ่ายตั้งรับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกรานบ้าง</div><div>กองทัพเยอรมนีและอิตาลีเริ่มพ่ายแพ้ในการรบที่เมืองเอล อะลาเมน (Battles of El-Alamein) ในแอฟริกาเหนือตอนปลาย ค.ศ. 1942 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มวางแผนที่จะเปิดการรุกใหญ่ขึ้นในยุโรป&nbsp; ในปี&nbsp; 1943 ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรวางแผนประชุมหารือร่วมกันหลายครั้งเพื่อเอาชนะสงครามและทำลายกองทัพเยอรมนี&nbsp; แผนการรบที่สำคัญคือ การยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่เรียกว่าวันดี-เดย์&nbsp; ในเดือนมิถุนายน&nbsp; 1944</div><div>&nbsp; การยกพลขึ้นบกของฝ่ายสัมพันธมิตรที่หาดนอร์มังดี (Normandy)&nbsp; เมื่อวันที่&nbsp; 6&nbsp; มิถุนายน&nbsp; 1944&nbsp; เพื่อปลดปล่อยยุโรปจากการยึดครองของเยอรมนีถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีส่วนทำให้สถานการณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2&nbsp; เปลี่ยนแปลงไป&nbsp; วันดี-เดย์เป็นวันปฏิบัติการที่ได้ชื่อว่ายาวนานที่สุด (the longest day) และเป็นการยกพลขึ้นบกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การรบในระหว่างสงครามโลกครั้งที่&nbsp; 2&nbsp; ความสำเร็จของการยกพลขึ้นบกในวันดี-เดย์ ถือว่าเป็นการวางแผนการรบที่เยี่ยมยุทธ์&nbsp; ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มเป็นฝ่ายรุกจนสามารถปลดปล่อยเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสจากการยึดครองของนาซีได้สำเร็จ&nbsp; วันดี –เดย์เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการรบ เพราะทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งในเวลาต่อมาสามารถเผด็จศึกเยอรมนีในยุโรปได้สำเร็จ เมื่อวันที่&nbsp; 7&nbsp; พฤษภาคม 1945 &nbsp; สงครามโลกในภาคพื้นยุโรปจึงสิ้นสุดลง</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:28:19 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490761549</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490762235</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1971263903/6e04ccae01c30d3b3e8135d8d99d9ce5/ACF97861_C513_470A_8E20_F19E66B9C189.jpg" />
         <pubDate>2023-02-22 07:28:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490762235</guid>
      </item>
      <item>
         <title></title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490762681</link>
         <description><![CDATA[]]></description>
         <enclosure url="https://padlet-uploads.storage.googleapis.com/1971263903/58de6c2567fb2c511c11af268e324170/A1095479_9EB4_4656_8DF9_F21AC8203929.jpg" />
         <pubDate>2023-02-22 07:29:21 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490762681</guid>
      </item>
      <item>
         <title>คำถาม2ข้อ</title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490770251</link>
         <description><![CDATA[<div>1.เพราะเหตุใดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเกิดประเทศเอกราชใหม่หลายประเทศจากโจทย์และตัวเลือกที่กำหนด<br><strong>ตอบ เศรษฐกิจ</strong><br><br>2.สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มตั้งแต่ ค.ศ ใด ?<br><strong>ตอบ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 1939&nbsp;</strong></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:36:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490770251</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวอนัญญา ปิติธนกิจ เลขที่27 ม.5/3 </title>
         <author>xnayyaptithnkic</author>
         <link>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490771751</link>
         <description><![CDATA[<div>&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2023-02-22 07:38:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/xnayyaptithnkic/dghnsf9kwrhiogzg/wish/2490771751</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
