<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>สะท้อนผลหลังร่วมกิจกรรม Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต: TLSOA การศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด (Thailand Lesson Study incorporated with Open Approach: TLSOA) by Thitipha Waree</title>
      <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed</link>
      <description>ประเด็นสะท้อนผลมีดังนี้
1. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย  
2. keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง
3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2024-08-08 09:36:43 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2024-09-10 08:01:46 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ชญานนท์ บุญศรี ป.โท ปี 1</title>
         <author>chayanonbs</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071926279</link>
         <description><![CDATA[<p>    <strong> ประเด็นที่ได้จากการเข้าร่วม</strong>ฟังในกิจกรรม Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต ในช่วงแรก ได้ทราบถึงแนวคิดในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งได้แนวคิดต่าง ๆ ดังนี้ </p><p>-คนเราเมื่อประสบปัญหาในชีวิต ไม่มีเวลาในการทำอย่างอื่น ให้รู้ไว้ว่า ปัญหาไม่ใช่เวลามีไม่พอ แต่คือวินัย ถ้าเรามีวินัยที่ดีเราก็จะมีเวลา </p><p>-การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ควรมีในทุกวัน </p><p>-ในการใช้ชีวิต เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเราเป็นคนเลือกเอง </p><p>-เราควรเน้นสมรรถนะที่แตกต่าง ซึ่งมันจะทำให้ในบางครั้ง คุณวุฒิก็จะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น </p><p>-โลกของเรามีความเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ ตลอดเวลา ทำให้อาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาตลอด ซึ่งในปัจจุบันเราก็สามารถอธิบายได้ว่าโลกของเราเป็นยุค BANI WORLD เป็นนิยามใหม่ของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกที่อธิบายมากกว่าลักษณะสถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญ แต่รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากภาวะดังกล่าว ทั้งในมิติขององค์กรและความรู้สึกของบุคลากรในองค์กรด้วย</p><p>     ต่อมาในช่วงการบรรยายของท่านรองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ทำให้ทราบว่า ประเทศของเราในปัจจุบันนี้มีการสอนที่เน้นไปที่ตัวผลลัพธ์ (product) มากจนเกินไป จนลืมที่จะโฟกัสไปที่ ขั้นตอนกระบวนการคิด (process) ทำให้เกิดประเด็นขึ้นมาว่าเราจะเปลี่ยนรูปแบบการสอนไปเน้นทั้งสองอย่างได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากเราดูแนวคิดมากกว่าผลลัพธ์จะทำให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เราไม่มี ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอภิปรายแนวคิดด้วยกันในชั้นเรียน ทำให้ทุกคนตระหนักถึงแนวคิดของตนเองและคนอื่นว่ามีคุณค่าพอ ๆ กันและยอมรับและเคารพแนวคิดที่แตกต่าง หน้าที่ของครูไม่ใช่เพียงแค่ให้ความรู้แก่นักเรียน แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง อย่าให้ตัวอย่างก่อนเพราะมันจะเป็นการกำหนดกรอบแนวคิดของนักเรียนได้ การเปิดโอกาสให้นักเรียนมีปัญหาเป็นของตัวเองและได้แก้ปัญหานั้นจะทำให้เกิดกระบวนการคิด (thinking process) ซึ่งเราควรที่จะเน้นตรงนี้เพราะถ้าได้ตรงนี้มันจะเป็นการการันตีผลลัพธ์ได้ แต่ถ้าเราเข้าไม่ถึงแนวคิดของนักเรียนเราก็จะไม่สามารถไปต่อได้ ดังนั้นจึงควรที่จะใช้วิธีการสอนแบบ Open Approach ซึ่งจะเป็นวิธีที่จะสามารถเข้าถึงเบ้าถึงแนวคิดของทุกคนได้ โดยเราจะใช้วิธีการสื่อสารแบบ open ended approach เพื่อทำให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในแนวคิดของตนเอง</p><p><br/></p><p><strong>Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><p>-การคิดได้ด้วยตนเอง (Intuition)</p><p>-Mathematical Thinking </p><p>-Open Approach</p><p>-Lesson study</p><p>-Competency (สมรรถนะ)</p><p>-Thinking Process</p><p>-John Dewey</p><p><br/></p><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p>-เราไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ เราเรียนรู้จากการได้สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ </p><p>-4ขั้นตอนของ open approach (การนำเสนอปัญหา การแก้ปัญหา อภิปรายแนวคิด สรุปแนวคิด) และ 3 ขั้นตอนของ Lesson study (Plan Do See)ได้ถูกนำมาสร้างเป็น Cycle เพื่อวางรากฐานการสอน ไม่ผูกมัดกับตัววิชา</p><p>-จุดเริ่มต้นของ thinking process อยู่ที่วิธีคิดของนักเรียน</p><p>-รูปแบบการพูดที่เว้นวรรคบ่อยจนเกินไป จะทำให้นักเรียนหรือผู้ฟังจับประเด็นหรือวัตถุประสงค์ที่ผู้พูดต้องการจะสื่อได้ยาก</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 01:40:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071926279</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปิยภัทร หลอมประโคน ป.โป ปี1</title>
         <author>piyaphatl</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071991335</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><p><strong>ประเด็นที่ 1 กระบวนทัศน์ใหม่สำหรับการจัดการศึกษา&nbsp;</strong></p><p>กระบวนทัศน์ใหม่ที่เน้นทั้งผลลัพธ์และกระบวนการ ให้ความสำคัญในส่วนของกระบวนการการเรียนรู้&nbsp;ในการจัดการเรียนการสอนทุกแนวคิดที่แตกต่างต้องได้รับการอภิปราย การใช้ความแตกต่างให้เป็นทรัพยากร <strong>(Formative assessment)</strong> จะทำให้ผู้เรียนคนอื่นได้ตระหนักถึงแนวคิดของตนเองและตระหนักถึงแนวคิดใหม่ๆของผู้อื่น ช่วยขยายแนวคิดเดิมของผู้เรียน และนำไปสู่การฝึกการเห็นคุณค่าและเคารพแนวคิดที่แตกต่าง การวางรากฐานในส่วนนี้ จะนำไปสู่การศึกษาแบบประชาธิปไตย&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ประเด็นที่ 2 อภิปรายเรื่องระบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน การจัดการศึกษาบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิด TLSOA </strong>What การพัฒนาทักษะการคิดในบริบทชั้นเรียนคืออะไร? วิชาเป็นสาระสำคัญ? </p><p>ในยุคสมัยกรีกโบราณ สิ่งสำคัญในการเรียนคณิตศาสตร์คือการพัฒนาการคิด แล้วในยุคสมัยนี้เราหลุดไปตอนไหน?&nbsp;ทุกวันนี้การคิดแล้วให้เหตุผล สิ่งนี้ต้องการการแสดงแทน (Representation) จะแสดงแทนด้วยภาพ เช่น จุด สี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้เด็ก Visualize และ Represent ออกมาได้ “We do not learn from experience, we learn from reflecting.” เราไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ เราเรียนรู้จากการได้สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ </p><p>Japanese way ตอนนี้เน้นไปที่ math thinking ไม่ใช่ math แบบบวก ลบ คูณ หาร ซึ่งนำไปการจัดการเรียนการสอนแบบ Open Approach เป็นโครงการใหญ่ (Open-ended Approach 1970) อเมริกาวุ่นวายเกี่ยวกับการจัดการสอนของครู แต่ญี่ปุ่นบอกคุณเริ่มต้นไม่ถูก กลุ่มครูญี่ปุ่นรวมตัวกันเพื่อที่จะเข้าถึงความคิดของผู้เรียน การที่นักเรียนจะถกเถียงกับครูได้จะต้องมีความมั่นใจ (Confidence) ทำอย่างไรจะทำให้เด็กมีความมั่นใจ&nbsp;</p><p>ในระดับปรัชญา วิธีการเข้าถึงแนวคิดของผู้เรียนทุกคน คือเปิดรับทุกแนวคิด เมื่อทุกความคิดได้รับการยอมรับ ผู้เรียนก็เกิดความมั่นใจ ยอมรับความหลากหลาย เมื่อเกิดการถกเถียงกัน นำไปสู่การให้เหตุผล (Reasoning) ซึ่งรากฐานของความคิดมาจาก Jonh Dewey&nbsp;</p><p>4 ขั้นตอนของ Open Approach และ 3 ขั้นตอนของ Lesson Study ได้ถูกนำมาสร้างเป็น Cycle เพื่อมาวางรากฐานการสอน ไม่ผูกมัดกับตัววิชา&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ประเด็นที่ 3 โจทย์ที่มอบให้ห้องเรียนในอนาคตที่ใช้ TLSOA ว่าเราจะประเมินสมมรถนะอย่างไร การเริ่มต้นเรื่องสมรรถนะ ซึ่งข้างในนั้นประกอบไปด้วยทักษะต่างๆ</strong></p><p>แผนการทำ Skill Set ให้กับนักศึกษาฝึกปฏิบัติการ ซึ่งการประเมินแบบเดิม (Summative) อาจจะไม่ตอบโจทย์ การประเมินแบบใหม่แบบใดที่จะประเมินเพื่อตรงกับศรรตวรรษที่ 21? เริ่มต้นจากการเข้าถึงแนวคิดของนักเรียน ปัญหาของนักเรียนเกิดตอนที่เผชิญกับสถานการณ์ปัญหา ซึ่งครูต้องคาดการณ์ไว้ ซึ่งประกอบไปด้วย<strong> บริบท+เงื่อนไขในรูปคำสั่ง</strong> เป็นสองอย่างที่ใช้สร้างสถานการณ์&nbsp; การทำแบบนี้จะสามารถนำสิ่งนี้ไปจัดการเรียนการสอนได้ ทำให้เราสามารถทำ Formative Assessment ได้ ตัวอย่างเช่น เรื่องน้ำหนัก เราจะสร้างสถานการณ์ปัญหาเพื่อเข้าถึงความคิดของผู้เรียนอยากไร ผู้เรียนไม่รู้ว่าอะไรหนักอะไรเบา ให้ผู้เรียนได้ลองยกของหนักและของเบา นี่คือตัวอย่างของการเข้าใจบริบทของชั้นเรียน นำไปสู่การสร้างเงื่อนไขในรูปคำสั่ง&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>2.Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>Formative assessment</p></li><li><p>Representation</p></li></ul><p><br></p><p><strong>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><ul><li><p>สมรรถนะของผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดการประกอบอาชีพผู้เรียนในอนาคต เพราะฉะนั้น การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผู้เรียนจะได้รับควรจะเน้นในเรื่องของพัฒนาศักยภาพของตัวผู้เรียน และมีการวัดและประเมินผลสมรรถนะของนักเรียน เพื่อที่จะได้ทำมาต่อยอดสู่การพัฒนาผู้เรียนต่อไป</p></li></ul><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:14:08 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071991335</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปพิชญ์ธาดา เมตตา ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071992589</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><p>สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าฟัง Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต: TLSOA การศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด (Thailand Lesson Study incorporated with Open Approach: TLSOA) วิทยากรโดย รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์โดยจะแบ่งเนื้อหาที่ได้รู้ออกเป็น 3 ส่วน คือ</p><p>1. เรื่องกระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการศึกษา</p><p>การจัดการศึกษาต้องเริ่มที่การหล่อหลอมคุณลักษณะที่ดีที่อยากให้นักเรียนได้เรียนรู้ กระบวนการจัดการศึกษาควรเน้นที่การพัฒนาแนวคิดของนักเรียนมากกว่าผลลัพธ์แบบเดิมที่ประเทศเราใช้อยู่ การที่ครูมาสอนในคาบเรียน นักเรียนรับคงามรู้จากครูอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้ความรู้นั้นยั่งยืนได้ การที่ความรู้จะยั่งยืนได้นักเรียนต้องได้ทำการเรียนรู้และแก้ปัญหาด้วยตนเอง การแสดงออกของแนวคิดของตนและการเคารพและการพยายามเข้าใจในแนวคิดของคนอื่น ทำให้มีการตระหนักถึงแนวคิดต่างๆ สามารถต่อยอดกนะบวนการคิดของนักเรียนได้</p><p>2.การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิด</p><p>การจัดการเรียนการสอนของไทยนั้นไม่ได้เน้นให้นักเรียนมีการถกเถียงกันกับครูผู้สอนถือว่าครูเป็นผู้ให้ความรู้และน่าเคารพเมื่อมองกลับกันแล้วอาจจะทำให้ความรู้ที่นักเรียนได้รับไม่เต็มที่เพราะเป็นการได้รับแค่ฝ่ายเดียวไม่ได้มีการพัฒนาทักษะการคิดด้วยตนเอง ดังนั้นเราต้องหาแนวทางให้นักเรียนกล้าที่จะโต้เถียงหรือแสดงแนวคิดของตนเองในชั้นเรียน ดั้งนั้นการนำ Open Approach เข้ามาอาจจะเป็นคำตอบเพราะมีช่วงที่นักเรียนในชั้นจะได้แก้ปัญหาด้วยตนเองและจะมีการอภิปรายและสรุปร่วมกันในชั้นเรียนทั้งกับเพื่อนๆและคุณครู</p><p>3. พูดถึงโจทย์ที่มอบให้ห้องเรียนในอนาคตที่ใช้ TLSOA ว่าเราจะประเมินสมมรถนะอย่างไร</p><p>การประเมินถ้ายังเป็นแบบเดิมที่จะเน้นที่ผลลัพธ์หรือการที่ให้ความรู้นักเรียนแล้วก็มาตัดสินถูกผิดกันจะไม่สามารถรวมกันจนเป็นสมรรถนะ ซึ่งประกอบด้วย ความรู้ ทักษะ และเจตคติได้ สมรรถนะของตัวนักเรียนเป็นตัวที่จะช่วยให้นักเรียนมีงานหรือมีอาชีพทำให้อนาคต โรงเรียนจึงจำเป็นที่ต้องพยายามที่จะพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน </p><p><br/></p><p>2. keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><p>- Open Approach </p><p>- Lesson study </p><p>- Teaching processes </p><p>- learning by doing with reflecting</p><p>- John Dewey</p><p><br/></p><p>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</p><ul><li><p>การเรียนรู้ของนักเรียนต้องเกิดจากนักเรียนเองไม่สามารถเอาแนวคิดของเราไปให้ได้ เมื่อนักเรียนไม่มีแนวคิดในบางเรื่องก็สามารถแชร์แนวคิดกับเพื่อนได้เพื่อให้ได้แนวคิดใหม่ๆ</p></li><li><p>การมีวินัยทำให้เราจัดการชีวิตได้ดีขึ้น คนเรามีเวลาเท่ากัน คนละ 24 ชั่วโมง อยู่ที่ว่าเราจะใบ้เวลาในแต่ละนาทีได้คุ้มค่าแค่ไหน</p></li></ul><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:19:27 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071992589</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กวินวิทย์ เป้งคำภา ป.โท ปี1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071993213</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย:</strong></p><p>      การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสมรรถนะและวินัยของนักเรียน ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งหรือเป็นหมอ เพียงแค่มีสมรรถนะที่ดีในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็เพียงพอ ตัวอย่างเช่น เจ๊ไฝที่ทำไข่เจียวให้มีราคา 4,000 บาท และยังมีคนกิน หรือ ลิซ่าที่เต้นจนประสบความสำเร็จในชีวิต</p><p>      การเรียนการสอนที่เน้นไปที่ผลลัพธ์ว่าจะต้องถูกต้องโดยไม่สนใจแนวคิด ควรเปลี่ยนเป็นการเน้นให้เด็กแสดงออกซึ่งแนวคิดของตนเอง การชื่นชมและอภิปรายแนวคิดของเด็กที่แตกต่างกันในระดับชั้นประถม จะช่วยฝึกเด็กให้รู้จักการยอมรับแนวคิดของผู้อื่นและส่งเสริมประชาธิปไตยในห้องเรียน หากเรายึดติดกับผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว ประโยชน์จะตกอยู่ที่ครูและเนื้อหา ทำไมเราถึงหงุดหงิดเมื่อเด็กตอบคำถามไม่ถูก? ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดมากกว่า</p><p>     การเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและแสดงความคิดเห็นจะช่วยสร้างสังคมที่กล้าแสดงความคิดเห็น หากเราไม่เปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็น เด็กจะไม่กล้าคิดและไม่กล้าแสดงออก การเริ่มสร้างกระบวนการคิดให้กับนักเรียนต้องมาจากการเข้าถึงแนวคิดของนักเรียน แนวคิดจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กมีโอกาสแก้ปัญหาด้วยตนเอง การที่ครูไม่ให้ตัวอย่างกับนักเรียนก่อน จะช่วยให้เด็กแสดงออกซึ่งแนวคิดของตนเอง การถกเถียงในห้องเรียนระหว่างครูและนักเรียนจะช่วยให้กระบวนการคิดเกิดขึ้น และการยอมรับทุกแนวคิดของนักเรียนจะทำให้ห้องเรียนเกิดการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์</p><p>What? คือ การพัฒนาทักษะการคิด</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp; Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อและนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง:</strong></p><ul><li><p><strong>การสอนเน้นสมรรถนะ</strong></p></li><li><p><strong>อภิปรายแนวคิดที่แตกต่าง</strong></p></li><li><p><strong>การสร้างกระบวนการคิดให้นักเรียน</strong></p></li><li><p><strong>Progressive Education</strong></p></li><li><p><strong>John Dewey</strong></p></li><li><p><strong>Mathematics Thinking</strong></p></li><li><p><strong>Open Approach</strong></p></li><li><p><strong>Lesson Study</strong></p></li></ul><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p><strong>                </strong>โลกของเรามีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นยุค BANI WORLD ซึ่งเป็นยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอดเร็ว เป็นนิยามใหม่ บอกถึงลักษณะสถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญ</p><p>              4 ขั้นตอนของ Open Approach และ 3 ขั้นตอนของ Lesson study ได้ถูกนำมาสร้างเป็น Cycle เพื่อเป็นรากฐานของการสอน ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกวิชาไม่จำเป็นต้องเป็นแค่คณิตศาสตร์</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:22:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071993213</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วฤนดา ภูผาสุข ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071994017</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย :</strong></p><p>-ความพูดบางคำของใครคนหนึ่งอาจมีความหมายต่อใครอีกคนและเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนนั้นได้เลย</p><p>-เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา การเรียนรู้ไม่ได้อยู่ที่พันธุกรรมอย่างเดียว อยู่ที่สภาพเเวดล้อมด้วย</p><p>-ความรู้ ทักษะ เจตคติ รวมกันเป็นสมรรถนะ ถ้าจะประสบความสำเร็จสมรรถนะต้องแตกต่างจากคนอื่น</p><p>-ครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้</p><p>-กระบวนทัศน์แบบเดิมคือการเอาผลการศึกษาเป็นตัวตั้ง ซึ่งเป็นการละทิ้งและไม่ให้ความสำคัญกับกระบวนการการเรียนรู้</p><p>-ถ้าเราไม่มี เราต้องเรียนรู้จากคนอื่น</p><p>-สาระสำคัญที่ควรจะคิดไม่ใช่ผลลัพธ์ที่นักเรียนสื่อออกมา แต่เป็นวิธีการกระวนการคิด แนวคิดของนักเรียน</p><p>-ต้องสอนให้นักเรียนได้ตระหนักถึงแนวคิดของตนเองและความแตกต่างของแนวคิดอื่นๆของผู้อื่น</p><p>-การเรียนการสอนไม่ใช่การให้ความรู้ แต่คือการให้โอกาส</p><p>-จุดเริ่มต้นของ thinking process อยู่ที่วิธีคิดของนักเรียน</p><p>-การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด คือการให้นักเรียนได้แก้ปัญผาด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น หรือมีปญหาของตัวเอง</p><p>-เราไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่เราเรียนรู้จากการสะท้อนผลประสบการณ์ ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ในการคิด และให้นักเรียนคิดเพื่อตัวเอง learn to think by themselves</p><p>-"Learning by doing with reflecting" หรือ "การเรียนรู้โดยการลงมือทำพร้อมกับการสะท้อน" เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่รวมการปฏิบัติและการพิจารณาผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น: โดยการเรียนรู้โดยการลงมือทำ (Learning by Doing): คือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยการทดลองปฏิบัติจริง หรือการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ การลงมือทำช่วยให้นักเรียนได้สัมผัสและปฏิบัติจริง ซึ่งส่งเสริมการเข้าใจและจำได้ดีขึ้น แบะการสะท้อน (Reflecting): คือการทบทวนและพิจารณาประสบการณ์หรือการทำกิจกรรมที่เพิ่งเสร็จสิ้น นักเรียนจะคิดถึงสิ่งที่ทำไปแล้ว วิเคราะห์สิ่งที่เรียนรู้ และประเมินผลลัพธ์เพื่อหาข้อดีข้อเสียและวิธีปรับปรุงในอนาคต ซึ่งการรวมทั้งสองกระบวนการนี้ช่วยให้นักเรียนไม่เพียงแค่ทำสิ่งต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังเข้าใจถึงกระบวนการเรียนรู้และผลลัพธ์อย่างลึกซึ้ง โดยการสะท้อนจะช่วยให้นักเรียนปรับปรุงวิธีการและเข้าใจสิ่งที่เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น</p><p>-ครูและนักเรียนต้องสามารถถกเถียงกันได้ ซึ่งนักเรียนต้องเกิดความมั่นใจในตนเองโดยการให้นักเรียนมีแนวคิดเป็นของตนเอง แต่ครูต้องยอมรับความคิดเห็นของนักเรียนด้วยถึงจะเกิดการถกเถียงได้</p><p>-คำว่า“การทำอะไรได้”ในศตวรรษที่21 คือการต้องผ่านการพัฒนาทักษะการคิด&nbsp; ซึ่งคือการคิดขั้นสูง = ต้องให้นักเรียนได้ตระหนักถึงแนวคิดของตนเองและความแตกต่างหรือแนวคิดของแนวคิดอื่นๆของผู้อื่น = How to learn ที่ไม่ใช่การนำเทคนิคมาใช้เลย</p><p>-ปัญหาของนักเรียนคือ การที่นักเรียนเจอกับสถานการณ์ปัญหาด้วยตัวเองแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับนักเรียน</p><p>-สถานการณ์ปัญหาจะอยู่ในบริบทของเงื่อนไข ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการคำตอบ และการสร้างสถานการณ์ปัญหาต้องรู้บริบทของนักเรียนด้วย เพื่อนำมาสร้างเงื่อนไขในรูปแบบคำสั่ง</p><p><br/></p><p><strong>2. Keywordที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง :</strong></p><p>-Competency : สมรรถนะ</p><p>-Lesson study : การศึกษาชั้นเรียน</p><p>-Open approach : วิธีการแบยเปิด</p><p>-Co-class discussion : การอภิปรายหรือสนทนาในชั้นเรียนที่นักเรียนหรือผู้เรียนมีส่วนร่วมในการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่กำหนดร่วมกัน</p><p>-Thinking process : กระบวนการที่ใช้ในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ</p><p><br/></p><p><strong>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก :</strong></p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:25:39 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071994017</guid>
      </item>
      <item>
         <title>มุทิตา วัชราธร ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071998661</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><ul><li><p>การเรียนการสอนในปัจจุบันควรเน้นไปที่การพัฒนาสมรรถนะ เนื่องจากโลกปัจจุบันทุกอย่างหมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คนที่จะดำรงตนได้อย่างปกติสุขจึงต้องมีสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งสมรรถนะจะประกอบไปด้วย ความรู้ ทักษะ และเจตคติ จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้</p></li><li><p>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่เน้นผลลัพธ์ ไปเป็นการเน้นที่กระบวนการ จะเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้แสดงแนวคิด โดยไม่ถูกตัดสินว่าถูกหรือผิด การจะพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนได้นั้น นักเรียนต้องได้มีโอกาสได้ลองแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่ง Open Approach จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการ่วยจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน</p></li><li><p>การจะพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนได้ ต้องมีการถกเถียงกันในชั้นเรียน ระหว่างครูและนักเรียน การจะทำเช่นนี้ได้นักเรียนต้องมีความมั่นใจ ซึ่งก้จะต้องเกิดจากนักเรียนมีแนวคิดเป็นของตนเองก่อน แล้วครูก็จะต้องเข้าถึงแนวคิดของนักเรียนทุกคนในชั้นเรียน ซึ่งมีหลากหลายแนวคิด เมื่อทุกแนวคิดเกิดการยอมรับ นักเรียนก็จะมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น</p></li><li><p>สถานการณ์ปัญหาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง กล่าวคือ นักเรียนจะแก้ปัญหาได้ก็ต่อเมื่อเขามีสถานการณ์ปัญหาเป้นของตนเอง หน้าที่ของครูคือการให้โจทย์ ให้สถานการณ์ปัญหา แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ปัญหาของนักเรียน ซึ่งสถานการณ์ปัญหาจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ บริบทและเงื่อนไข ซึ่งเป็นคำสั่งที่ทำให้นักเรียนเกิดการคิดนั่นเอง</p></li></ul></li><li><p><strong>Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>Competency (สมรรถนะ)</p></li><li><p>การพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน</p></li><li><p>Open Approach</p></li><li><p>TLSOA</p></li><li><p>Lesson Study</p></li><li><p>Thinking Process</p></li><li><p>Representation </p></li></ul></li><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><ul><li><p>Learning by doing with reflecting เป็นการเรียนรู้โดยการลงมือทำพร้อมกับการสะท้อนผล เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่เป็นการปฏิบัติและพิจารณาผลลัพธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้เป็นการเรียนรู้แบบใหม่ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนและสามารถตรวจสอบสิ่งที่ทำได้ด้วยตนเอง</p></li></ul></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:43:06 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3071998661</guid>
      </item>
      <item>
         <title>กฤตยาคม สตารัตน์ ป.โท ปี3</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072000909</link>
         <description><![CDATA[<p><br/></p><p>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><p>ประเด็นที่ 1 การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การย้ายการบระเมินแค่ผลลัพธ์ เป็นการประเมินทั้งผลลัพธ์ และกระบวนการ</p><p>ประเด็นที่ 2 โจทย์ที่มอบให้ห้องเรียน ในอนาคต ผ่าน TLSOA ในมุมมอง Formative assessment การประเมินสมรรถ ประเมินได้อย่างไร</p><p>ประเด็นที่ 3 ประวัติศาสตร์ในแง่ของปีที่นำนวัติกรนมของการศึกษาชั้นเรียน วิธีการแบบเปิด ในประเทศญี่ปุ่น</p><p>ประเด็นที่ 4 หนึ่งในทฤษฎีการศึกษาของดิวอี้ ที่ได้กล่าวไว่ ในมุมมองของ experiential learning การเรียนรู้  โดยการ learning by ..... doing with reflecting </p><p>ประเด็นที่ 5 การจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการคิด โดยใช้คำถาม what how why </p><p>ประเด็นที่ 6 ประวัติศาสตร์ของการเรียนรู้ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณโดยที่ไม่ยึดถือ สาระวิชา แต่ยึดการ อธิบาย เนื้อหานั้นๆแทน</p><p>ประเด็นที่ 7 การเข้าใจบริบทของนักเรียนก่อนการสอน แล้วใช้การสอนโดยที่ครูนำพาสถานการณ์ปัญหา เช่น เรื่องน่ำหนัก ป.3 เราจะสร้างสถานการณ์ อย่างไรให้นักเรียนรู้จัก</p><p>ตัวอย่างเช่น ครูถือ กระป๋องมา ลองให้นักเรียนยกกระป๋อง จะเกิดเหตุการณ์คนตัวใหญ่บอกว่าเบา คนตัวเล็กบอกว่าหนัก  แล้วตกลงน้ำหนักคืออะไร</p><p>คำสั่ง 1 ลองยกกระป๋องดู </p><p>เพื่อที่ตรวจสอบว่าจะรู้ได้อย่างไร อะไรหนักเบา</p><p>คำสั่ง 2 ลองเอาของ 2 ชิ้น มาวางดู ให้ดูด้วยตาก่อนแล้วลองให้นักเรียนคาดคะเน ดูว่าอันไหนหนักกว่ากัน เบากว่ากัน</p><p>คำสั่ง 3 จากนั้นลองจับดู คนหนึ่งจับหนัก คนหนึ่งเบา </p><p>คำสั่ง 4 ให้เครื่องมือ เป็นลวด เป็น เชือก ลองแขวนกันดู </p><p>ซึ่งจะทำให้มีประเด็นที่ นักเรียนจะได้ถกเถียงกับครู ได้</p><p><br/></p><p>2.keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><p>-การศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด </p><p>-Open ended Approach to questioning </p><p>-หนังสือสำคัญที่เขาเผยแพร่ความคิด การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านประสบการณ์ และการปฏิบัติคือ Democracy and education ปี 1916 จสกอ้างอิง</p><p>Dewey, J. (1916). Democracy and education: An introduction to the philosophy of education. Macmillan.</p><p>-กรอบ OECD ในปี 2030</p><p>- formative assessment</p><p>- การพัฒนาทักษะการคิด การคิดขั้นสูง</p><p>3.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 05:53:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072000909</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ยุทธการ นันจำรัส ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072009072</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><p><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สมรรถนะคือสิ่งสำคัญมากที่สุดในยุคปัจจุบันที่นักเรียนทุกคนควรมี ประกอบไปด้วย ความรู้ ทักษะ และเจตนคติ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่สอนแต่ความรู้เด็กแล้วเขาจะเอาชีวิตรอดในยุคปัจจุบันได้อย่างไร</p><p><strong>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>บางครั้งคำบางคำของเราอาจทำให้หลายคนสู้ต่อ มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อ มีจุดมุ่งหมาย มีแรงผลักดันเพราะฉนั้นจงอย่าตัดทอนความรู้สึกใคร จงส่งเสริม จงยกย่อง จงยินดี จงให้กำลังใจทุกๆ คนที่คุณเจอ</p><p><strong>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>นักเรียนคนที่มีสมรรถนะจะสามารถอยู่รอดในสังคนได้ แต่หากต้องการโดดเด่นจำเป็นต้องมีสมรรถนะที่แตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เช่น ทุกคนสามารถทอดไข่ได้ แต่มีเพียงครัวเจ้ไฝ๋เท่านั้นที่สามารถขายได้จานละ 4000 ต้องต่อคิวกินด้วย เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่างหรอกเอาแค่อย่างเดียวพอ เช่น ทำกับข้าวอร่อยก็มีอาชีพมีรายได้แล้ว ไม่ต้องไปเรียนอะไรมากมาย แต่ต้องเก่งจริงๆ นะ อาจจะไม่ต้องถึงระดับโลก ระดับประเทศหรอก แค่มีความสามารถในระดับชุมชนก็สามารถหาเลี้ยงชีพได้แล้ว</p><p><strong>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สิ่งที่สำคัญที่สุดในการศึกษาไม่ใช่ความรู้แต่เป็นกระบวนการคิด ต้องมีเครื่องมือในการคิดเพื่อจะได้คิดเป็น ทำเป็นไม่ใช่เพียงท่องจำความรู้</p><p><strong>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>รูปแบบการพูดแบบเว้นวรรคบ่อยจนเกินไป จะทำให้นักเรียนหรือคนฟังรู้สึกเหนื่อย และจับประเด็นสิ่งที่ครูต้องการจะสื่อได้ยาก</p><p><strong>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>อย่าตัดสินนักเรียน เลิกให้ความสำคัญกับความรู้เป็นที่ 1 แต่มาให้ความสำคัญกับการคิด กระบวนการคิด เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วว่านักเรียนไม่เคยได้ตามสิ่งที่เราต้องการจะให้หรอก เราต้องปรับแนวคิด ไม่งั้นคุณถือว่ามีปัญหาทางความคิดนะ ต้องสนใจกระบวนการคิดอย่าเอาแต่สนใจไปที่ผลลัพธ์หรือคำตอบ</p><p><strong>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สอนโดยการบอกความรู้แต่อยากให้เขาคิดได้ด้วยตัวเอง อันนี้เป็นวิธีคิดที่ประหลาด ไม่ได้ลงทุนเอาความคิดเขามาพัฒนาแล้วจะไปคาดหวังการเปลี่ยนแปลงอะไรจากการกระทำเดิมๆ</p><p><strong>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>สาระสำคัญอยู่ที่กระบวนการคิดไม่ใช่ความรู้ของแต่ละวิชา ไม่รู้มามันเพี้ยนมาตอนไหนว่าเราต้องมีความรู้ในแต่ละวิชา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเอาแต่ท่องจำกัน</p><p><strong>9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การที่คนเราจะถกเถียงกันได้เราต้องมีความมั่นใจ นักเรียนที่ไหนจะมีความมั่นใจมาถกเถียงกับครู ดังนั้นเราต้องทำให้นักเรียนมีแนวคิดเป็นของตัวเอง และสร้างชั้นเรียนที่ยอมรับในทุกแนวคิด นักเรียนถึงจะมีความมั่นใจมาถกประเด็นกับครูได้</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>keywords ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Representation</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Learning by doing with reflecting</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Teacher learning together</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Chang paradigm</p><p>&nbsp;</p><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p>ก่อนจะไปปรับปรุงคนอื่นเราต้องเริ่มที่ตัวเองก่อนต้องทำให้เป็นแบบอย่าง และต้องพัฒนาตัวเองให้ทันโลกอยู่เสมอ การอ่านหนังสือควรฝึกอ่านทุกวันให้เป็นนิสัย จนทำให้เกิดเป็นวินัย และจากที่โลกเราเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน ความรู้บางอย่างที่เคยใช้ได้อาจไม่จำเป็นแล้วในโลกอนาคต ดังนั้นเราตึงต้องเน้นการพัฒนาตัวเอง และนักเรียนไปที่ด้านกระบวนการมากกว่าความรู้</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 06:21:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072009072</guid>
      </item>
      <item>
         <title>พูนทรัพย์ นุสายรัมย์ ป.โท ปี 1</title>
         <author>poonsabnus001</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072017563</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><ul><li><p>เราจะไม่พูดว่าไม่มีเวลา ถ้าเรามีวินัยที่ดี</p></li><li><p>การลงทุนที่คุ้มค่าและไม่สูญเปล่า คือ การลงทุนกับความรู้ การอ่านหนังสือ ช่วยเปิดโลกทัศน์และเปลี่ยนแนวคิดเราได้</p></li><li><p>กระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการศึกษา เสนอแนวทางการแก้ปัญหาตั้งแต่มุมมองเชิงจุลภาคจนถึงมหภาค โดย<strong>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift)</strong> จากการเน้นเรื่องผลลัพธ์ ไปสู่การเน้นกระบวนการและผลลัพธ์ เช่น 4 + 9 = 13 เราไม่ได้มองถึง 13 ที่เป็นผลลัพธ์ แต่เรามองที่แนวคิด/วิธีการให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น บางคนนับทั้งหมดเลยตั้งแต่ 1-13 บางคนทดไว้แล้วนับต่อเลย บางคนแยกแล้วรวมให้ได้ 10 ก่อน โดยใช้ 10 เป็นแนวคิดในการบวก ซึ่งเราเน้นไปที่กระบวนการ ทำให้ตระหนักถึงแนวคิดที่เราไม่มีหรือเราคิดไม่ถึง รู้จักเคารพแนวคิดที่แตกต่าง นำไปสู่การศึกษาแบบประชาธิปไตย </p></li><li><p>การสอนที่เน้นผลลัพธ์ : เน้นที่ครูถ่ายทอดเนื้อหาไปสู่ผู้เรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตามตั้งไว้</p></li><li><p>การสอนที่เน้นกระบวนการและผลลัพธ์ : ให้ความสำคัญกับแนวคิดของนักเรียน ทำให้ได้มาซึ่งการบวนการคิด นำไปสู่การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และกระบวนการสอน โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีปัญหาด้วยตนเอง/อยากรู้อยากเห็น นำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยตนเอง</p></li><li><p>ระบบหลักสูตรที่ครอบงำระบบการจัดการศึกษา โดยหลักสูตรแต่ละระดับมีช่องว่างและไม่เชื่อมโยงกัน</p></li><li><p>การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษาการคิด : การพัฒนาทักษะการคิดในบริบทชั้นเรียนคืออะไร</p></li><li><p>"we do not learn from experience, we learn from reflecting on experience." --John Dewey-- เราไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่เราเรียนรู้จากสิ่งที่เหตุการณ์นั้นสะท้อนออกมาก</p></li><li><p><strong>Learning by doing with reflecting</strong> เรียนรู้จากการลงมือทำและการสะท้อนผล ให้นักเรียนได้แก้ปัญหาด้วยตนเองและได้คิดในสิ่งที่ทำ สามารถตรวจสอบสิ่งที่ทำได้ด้วยตนเอง</p></li></ul></li><li><p><strong>keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) </p></li><li><p>Learning by doing with reflecting</p><p><br></p></li></ul></li><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><ul><li><p>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่มีผลอย่างยิ่งในการจัดการศึกษา ถ้าหากครูผู้สอนสามารถเปลี่ยนจากการเน้นที่ผลลัพธ์ไปสู่การเน้นทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ โดยจะส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหาของนักเรียนอย่างมาก ทั้งนี้ครูผู้สอนจะต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เผชิญกับปัญหาด้วยตนเอง</p></li></ul></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 06:57:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072017563</guid>
      </item>
      <item>
         <title>จิตธนา รัตนดี ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072018656</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.&nbsp;ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><p>ยุคปัจุบันเป็นยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางความคิดและสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดการศึกษาไม่ใช่การใช้ความรู้โดยครู ผู้เรียนไม่ใช้ผู้รับความรู้จากครู การให้แนวคิดในการวางรากฐานทางการศึกษาเพื่อปัจจุบันยังผลไปสู่อนาคต คือการพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียน ในรูปแบบ Lesson study and open approach ที่เป็นโมเดลเชิงนวัตกรรม ประเทศญี่ปุ่นใช้โมเดลนี้ในระบบการศึกษาของเขามาเป็นเวลาหลายร้อยปี ที่พัฒนาทักษะการคิดได้ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จะต้องทำอย่างไรที่จะเรียกได้ว่าเป็นการเรียนรู้อย่างแท้จริง นั่นคือการพัฒนาการคิด ผ่านการแก้ปัญหาด้วยตนเอง สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ John Dewey ปรัชญาประสบการณ์นิยม (Experimentalism) ที่กล่าวว่า Learning by doing ทั้งนี้ควบคู่ไปกับสิ่งสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ไปอีกขั้นคือการสะท้อนผล (reflective) &nbsp;โดยครูเข้าถึงแนวคิดของนักเรียนผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Open approach ผลักดันให้ครูให้ความสำคัญกับ Process และ Product ไปพร้อมกัน ถ้านักเรียนได้ เช่น การหาผลบวกของ 9+4 ครูควรให้ความสำคัญต่อแนวคิดของนักเรียนว่าเขามีวิธีการอย่างไร เช่น</p><p><strong>Count on :</strong> การนับทีละ 1 &nbsp;(นับ 1-9 และนับต่อไปอีก 4 )</p><p><strong>Count all : </strong>การทด 9 ไว้ในใจ และนับต่อไปอีก 4</p><p><strong>Composing and Decomposing number : </strong>การแยก 1 ออกจาก 4 เพื่อรวมกับ 9 ที่มีอยู่ ให้เป็น 10 เกิด 10 กับ 3</p><p>แนวคิดเหล่านี้จำเป็นต้นได้รับการอภิปรายร่วมกันทั้งชั้นเรียนด้วยนักเรียนที่เป็นเจ้าของแนวคิดและหรือเพื่อนร่วมชั้น (whole class discussion) ตระหนักในแนวคิดของตนเองและยอมรับผู้อื่น ก็เป็นการวางรากฐานประชาธิปไตยในชั้นเรียนที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา (democratic education) สอดคล้องกับ Aims of mathematics ของ Ernest (1991) ข้อที่ 4 Public Educator aims</p><p><strong>2. keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>TLSOA</p></li><li><p>Learning of cycle - PDCA</p></li><li><p>democratic education</p></li><li><p>เงื่อนไขในรูปคำสั่ง</p></li><li><p>Composing and Decomposing number</p></li></ul><p><strong>3.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><ul><li><p>ความสัมพันธ์ของ Formative assessment กับ Competency ในโมเดลนวัตกรรม TLSOA</p></li></ul><p>การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องผ่านการใช้ทักษะกระบวนการคิด ผู้เรียนต้องมีการพัฒนากระบวนการคิด จากการแก้ปัญหาด้วยตนเอง open approach เป็นวิธีการเข้าถึงแนวคิดของนักเรียน &nbsp;นักเรียนตระหนักแนวคิดของตนเองและผู้อื่น &nbsp;ปลูกฝังการใช้คุณค่ากับแนวคิด แล้วลองแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ด้วยการที่ครูให้ความสำคัญกับ Thinking process มากกว่าเนื้อหาและผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว การเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้เกี่ยวกับ How to learn ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของสมรรถนะ (Competency) และใช้การประเมินผลที่สอดรับสิ่งนี้ด้วย Formative assessment</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 07:02:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072018656</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ณฐชย อักษรเสือ ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072020620</link>
         <description><![CDATA[<p>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><p>-การอ่านหนังสือควรทำเป็นประจำ</p><p>-ถ้าเรามีวินัย เราจะสีเวลาทำอย่างอื่นมากมาย</p><p>-ระบบนิเวศสำคัญต่อการเรียนรู้เป็นอย่างมาก และพฤติกรรมต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนได้จากการเรียนรู้</p><p>-การให้นักเรียนมีปัญหาของตนเองนักเรียนจะเน้นกระบวนการคิดด้วยตนเอง</p><p>-การพัฒนาทักษะการคิดในบริบทชั้นเรียน learning by doing with reflecting หรือการทำและสะท้อนความคิดกับสิ่งที่ทำ</p><p>-การเรียนไม่ใช่เพียงการสอน แต่ยังรวมไปถึงการให้โอกาส</p><p>-การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและแสดงความคิดเห็นจะช่วยให้นักเรียนนั้นมีความกล้าคิดกล้าทำ</p><p>-ให้ความสำคัญกับการคิด กระบวนการคิด เพราะบางสิ่งบางอย่างที่สอนอยจไม่ได้เป็นไปตามที่ใจเราคาดหวัง เราจึงต้องปรับแนวคิดใหม่ สนใจกระบวนการคิดให้มากกว่าผลลัพธ์หรือคำตอบ</p><p>-การที่เราจะอภิปรายสิ่งใด เราย่อมต้องมีความมั่นใจ ซึ่งยากที่นักเรียนจะร่วมอภิปรายความรู้ในชั้นเรยน เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างบริบทให้นักเรียนมีแนวคิดเป็นของตนเอง และสร้างชั้นเรียนให้ยอมรับในทุกแนวคิด นักเรียนจึงจะมีความมั่นใจที่จะอภิปรายร่วมกัน</p><p><br/></p><p>2.keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><p>-open approach</p><p>-thinking process</p><p>-learning by doing with reflacting</p><p><br/></p><p>3.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</p><p>รูปแบบการสอนที่หลายหลาย และการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ ซึ่งการเรียนอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถเกิดการเรียนรู้ได้</p><p><br/></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 07:11:57 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072020620</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายวัชรินทร์ มะสุใส ป.โท ปี 1 </title>
         <author>watcharin_ma</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072029804</link>
         <description><![CDATA[<p>1. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><p>เนื่องด้วยกิจกรรม Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต : TLSOA การศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด (Thailand Lesson Study incorporated with Open Approach: TLSOA) ตั้งแต่เวลา 08.30 - 12.00 น. ซึ่งสามารถสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ได้ดังต่อไปนี</p><p>โลกในปัจจุบันไม่สามารถมีเพียงแค่ความรู้เท่านั้น เพราะมนุษย์ ณ ปัจจุบันไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ความรู้เท่านั้น มนุษย์จำเป็นที่จะต้องมี ทั้งทักษะ และเจตคติที่ดีด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่เรียกว่าสมรรถณะ สมรรถนะขั้นพื้นฐานที่ควรจะต้องมีหรือเรียกว่าบุคคลนั้นมีสมรรถนะที่ดีจะต้องมีสมรรถนะพื้นฐานหรือก็คือ ความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดี เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันนั่นก็คือสมรรถนะขั้นพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งสมรรถนะที่เป็นขั้นกว่า เป็นสมรรถนะที่จะทำให้เกิดความแตกต่างทำให้สามารถทำอะไรสักอย่างให้อยู่ในระดับขั้นกว่าได้</p><p>TLSOA หรือ Thailand lesson study incorporated with Open Approach ซึ่งเป็นการบูรณาการนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ที่มุ่งเน้นในการพัฒนา Imagining the future ของนักเรียนซึ่งคุณลักษณะสำคัญของการสอนแบบใหม่จะแตกต่างออกไปจากเดิมมากที่เดิมทีเราจะเน้นไปที่ผลลัพธ์เป็นส่วนใหญ่ซึ่งต่างจากชุมชนคณิตศาสตรศึกษาที่เน้นไปที่วิธีการสอนอย่างไรให้นักเรียนคิดเป็นของตนเอง แต่ก็มักจะมีคำถามว่าแล้วเราจะประเมินอย่างไรว่านักเรียนเขาได้ How to ไปจริง ๆ ซึ่งก็ได้รับคำตอบแล้วว่าในการที่เราจะสามารถวัดผลจาก TLSOA ได้นั้นวิธีการประเมินเราจะประเมินโดยมุ่งเน้นไปที่การให้คุณค่าในแนวคิดของนักเรียน ยกตัวอย่างเรื่องการบวก 9 + 3 = ? บางใช้การนับ บางคนทำให้เต็มสิบ บางคนแยก 3 ก่อน แนวคิดเหล่านี้นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะทำให้นักเรียนสร้างเป็น how to ของตัวเอง ซึ่งการที่เราจะสามารถเข้าใจและทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของแนวคิดนักเรียนได้จึงจำเป็นที่จะต้องมี Approach ที่ดี ถ้าให้เปรียบเทียบในเชิงวิชาการ ชั้นเรียนคณิตศาสตร์แบบเดิม จะเป็นการเรียนรู้แบบ Learning by doing แต่ในปัจจุบันการจะทำอย่างนั้นไม่สามารถทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของแนวคิดตนเองได้ จึงจะต้องมีการปรับให้เป็นการเรียนรู้แบบ Leearing by doing with reflecting แนวทางการสอนจึงจะต้องเป็นอะไรที่ open - ended เน้นให้นักเรียนได้แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง พบเจอปัญหาด้วยตนเอง โดยครูมีหน้าที่เพียงแค่นำเสนอสถานการณ์ปัญหาที่เป็นแค่สถานการณ์เท่านั้นไม่ใช่ปัญหาจริง ซึ่งนักเรียนจะต้องไปหาปัญหาเป็นของตัวเอง ปัญหาก็คือเขาจะแก้ปัญหาสถานการณ์ปัญหานี้อย่างไรนั่นเองทำให้เกิดเป้น How to ซึ่งก็จากที่ได้เรียนรู้ Axiom ของ Eucild มา Axiom จะต้องเป็นที่ยอมรับก่อนจึงสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ถ้าเปรียบ Axiom ในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิดนั้น ก็คือเงื่อนไขที่นักเรียนมีประสบการณ์ตรงหรือธรรมชาติการคิดของนักเรียนสิ่งเหล่านั้นจึงกลายเป็น Axiom ที่สำคัญในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ หรือเรียกว่า How to ในการแก้ไขปัญหานั่นเอง</p><p>2. keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><ul><li><p>TLSOA</p></li><li><p>AXIOM</p></li><li><p>HOW TO</p></li><li><p>OPEN-ENDED</p></li><li><p>IMAGINE</p></li></ul><p>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</p><p>เห็นประเด็นในการศึกษาวิจัย คำสำคัญต่าง ๆ ที่ตนเองก็อาจจะบกพร่องไป ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจในการนำไปสืบค้นต่อ เช่น Teacher learning together เป็นต้น </p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 07:49:02 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072029804</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นายสุเทพ สุวรรณนภา ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072033657</link>
         <description><![CDATA[<p>กิจกรรม Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต : TLSOA การศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด (Thailand Lesson Study incorporated with Open Approach: TLSOA)</p><p><strong>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - การมีวินัยจะทำให้มีเวลาเพียงต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จำเป็นใน 1 วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - การเรียนการสอนควรเน้นให้นักเรียนได้คิด ไม่ใช่การป้อนข้อมูลให้นักเรียนทำตาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมกันอภิปราย เพื่อต่อยอดความคิด จะเสริมสร้างให้นักเรียนกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Learning by doing with reflecting เป็นสิ่งที่พัฒนามาจาก Learning by doing ที่ไม่เพียงแต่ลงมือทำ แต่ยังไต้องสะท้อนถึงสิ่งที่ได้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - การจัดการเรียนรู้ที่เน้นแค่ผลลัพธ์เป็นวิธีการที่ไม่ใช้ให้นักเรียนคิดเองได้ ควรเน้นที่กระบวนการ ฝึกฝนให้ผู้เรียนลงมือทำ คิดเอง ทำเอง สะท้อนผลเอง เพื่อให้เกิดสมรรถนะการคิดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในอนาคตของผู้เรียน</p><p><strong>2.Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - TLSOA</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Open Approach</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Representation</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Learning by doing with reflecting</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Competency</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - Thinking process</p><p><strong>3.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - </strong>การนำสถานการณ์ปัญหามาเป็นขั้นนำของการจัดการเรียนการสอน เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจและให้ผู้เรียนได้เจอปัญหาจริง ๆ จนกระทั่งนำไปสู่การคิดเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - การจัดการเรียนการสอนควรเน้นที่ Thinking process ไม่ใช่เน้นที่ผลลัพธ์ เฉกเช่นเดียวกับที่ครูหลาย ๆ ท่านกำลังสอนอยู่ในชั้นเรียนของตนเอง นอกจากไม่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิดเองได้แล้ว ยังไม่ทำให้เกิดสมรรถนะ (Competency) อีกด้วย</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 08:07:25 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072033657</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สหภาพ เนื่องแก้ว ป.โท ปี 1</title>
         <author>kim1236889</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072034927</link>
         <description><![CDATA[<p>สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><ul><li><p>การศึกษาของไทยในยังคงเป็นกระบวนทัศน์แบบเดิมที่สนใจที่ผลิตภัณฑ์ คือสนใจในคำตอบความถูกผิดโดยละทิ้ง กระบวนการที่ทำให้ได้มาในคำตอบ ซึ่กระบวนทัศน์ใหม่ควรจะเน้นให้ความสนใจไปทั้งกระบวนการและคำตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการคิดของนักเรียนโดยผ่านการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งวิธีการสอน Open Approach เป็นวิธีการที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง โดยครูจะเป็นผู้สร้างสถานการณ์ปัญหาโดยต้องอ้างอิงบริบทและสร้างเงื่อนไขเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งจะมีแนวคิดที่เกิดขึ้นจากนักเรียน ครูต้องเข้าถึงแนวคิดของนักเรียนเพื่อที่ได้ช่วยกันเพื่ออภิปรายร่วมกันในชั้นเรียน</p></li><li><p>ในการจัดวิธีการสอนแบบ Open Approach จะมีการนำนวัตกรรม Lesson Study เพื่อที่จะให้เกิดเป็นวงล้อโดยที่จะมีวงตั้งแต่รายสัปดาห์ไปจนถึง รายปี</p></li><li><p>ค้นเกี่ยวกับ Learning by doing ของ John Dewey เพิ่มเติมโดย Chat GPT ได้ว่า หลักการสำคัญใน Learning by Doing:</p><p>• Active Learning: การเรียนรู้ควรเป็นกระบวนการที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่เพียงการรับสารจากครู แต่เป็นการทำกิจกรรมหรือโครงการที่ท้าทายและมีความหมาย</p><p>• Reflective Thinking: Dewey เชื่อว่าหลังจากการทำกิจกรรม นักเรียนควรได้รับการส่งเสริมให้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p><p>• Problem-Solving: การเรียนรู้ควรเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในชีวิตจริง นักเรียนจะได้รับประสบการณ์ในการพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ และผลที่ตามมาจากการตัดสินใจเหล่านั้น</p></li></ul><p>Keyword ที่จะนำไปสืบค้น</p><ul><li><p>TLSOA</p></li><li><p>Task design</p></li><li><p>Representation</p></li></ul><p>ประเด็นจากสมาชิก</p><ul><li><p>ในการประกอบอาชีพในอนาคตนักเรียนที่จะโตไปประกอบอาชีพจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีสมรรถนะ เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างราบรื่นในการประกอบอาชีพการงาน ดังนั้นในฐานะที่เราจะไปเป็นครูหรือบุคคลากรที่เกี่ข้องกับการศึกาควรที่จะพัฒนาในจุดนั้น</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 08:13:42 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072034927</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ปานเทพ ศรีสุจารย์ ป.โท </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072047916</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong></p><p>ในส่วนแรก ได้มีการพูดถึงสมรรถนะ มนุษย์ควรต้องมีสมรรถนะที่ดี ขอแค่มีความสามารถอะไรสักด้าน ก็เพียงพอแล้วที่จะประสบความสำเร็จ การอ่านนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตได้มหาศาล ทัศนคติที่เปลี่ยนไปสามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้ และเมื่อเราคิดว่าเราไม่มีเวลา จงตระหนักไว้ว่าเราบริหารเวลาได้ไม่ดีเอง ในส่วนที่สอง ในกิจกรรม Happiness and Imagining the future ประเด็นแรกจะพูดถึงกระบวนทัศน์ใหม่ในการสอน หลายประเทศในปัจจุบันเน้นที่คำตอบโดยไม่สนใจวิธีการและกระบวนการ จนทำให้พลาดสิ่งที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนไปอย่างน่าเสียดาย ประเด็นที่สองคือการพัฒนาทักษะการคิด ที่ญี่ปุ่นได้มีการจัดการเรียนการสอนให้เกิดการพัฒนาทักษะการคิดมากว่า 100 ปีแล้ว โดยเน้นการรับฟังความเห็นที่แตกต่างของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถโต้ตอบกับครูได้ โดยนักเรียนแต่ละคนมีแนวคิดเป็นของตนเอง โดยต้องระลึกไว้เสมอว่า เราไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ หากแต่เรียนรู้จากการสะท้อนประสบการณ์ ในญี่ปุ่นไม่ได้เน้นคณิตศาสตร์ในลักษณะของการคำนวณ แต่เป็นในเชิง Mathematical thinking รากฐานความคิดมาจากจอห์น ดิวอี้ ซึ่งได้กลายเป็นวงจร 4 ขั้นตอนของ Open Approach และ 3 ขั้นตอนของ Lesson Study และประเด็นที่สาม มีประเด็นที่ท้าทายในด้านของการประเมินสมรรถนะของนักเรียน ครูต้องมีการประเมินแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 เราจะต้องสร้างสถานการณ์ปัญหาภายใต้บริบทและเงื่อนไขคำสั่งที่เหมาะสม</p></li><li><p><strong>Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>class discussion</p></li><li><p>democratic education</p></li><li><p>R &amp; D cycle</p></li><li><p>Representation</p></li></ul></li><li><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p>การเรียนรู้ควรเป็นกระบวนการที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่ว่าครูจะเป็นฝ่ายถ่ายทอดอย่างเดียว และคำว่า "การทำอะไรก็ได้" ในศตวรรษที่ 21 จะต้องผ่านสิ่งที่เรียกว่า "How to learn" เพื่อให้มีแนวคิดเป็นของตนเองก่อนที่จะนำไปใช้</p></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 09:02:36 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072047916</guid>
      </item>
      <item>
         <title>โสรดา  วานิชพงษ์ ป.โท ปี1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072063255</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</strong>:เรามาถึงยุคที่ความรู้ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ใช้แนวคิดไปวางรากฐาน เพื่อให้ครูได้ใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ร่วมกัน เน้น Product มากกว่า Process สร้างนิสัยเรื่องการมีวินัย การจัดการศึกษา ต้องมีการหล่อหลอมคุณลักษณะ</p><p>กระบวนทัศน์การจัดการศึกษาปัจจุบัน มี Curriculum and Instruction ทำให้เราติดกับดัก การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการคิด เพื่อศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การให้ความรู้ ปัญหาเกิดจากการไม่มีประสบการณ์ ต่างจากประเทศญี่ปุ่นที่จัดการศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการคิดมาไม่น้อยกว่า 150 ปี ในรูปแบบ Lesson study and open appronch เป็น model เชิงนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น history and development  (LSOA) model เชิงนวัตกรรมที่พัฒนาทักษะการคิด</p><p>ปัญหา= การถ่ายทอดความรู้-&gt;จัดกลุ่มคนจากความสามารถ</p><p>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ จากการเน้นผลลัพธ์ มาเป็นเน้นกระบวนการและผลลัพธ์ เช่น 9*4 สาระคือกระบวนการที่เขาจะบวก นักเรียนใช้อะไร แนวคิดคือสิ่งที่สำคัญ การนับ 9 ไว้ในใจ ค่อยนับต่อ (count on)1-9 -&gt; 4 นับทั้งหมด (count all) ถ้าหยุดอาจจะลืม เครื่องมือ compose/ De compose9 1+3 แนวคิดนี้ควรจะได้รับการอภิปรายให้เพื่อนๆฟัง ชั้นเรียนจะเกิด hold class discustion ตระหนักถึงแนวคิดตัวเอง และแนวคิดของคนอื่น และยอมรับ ทำให้เกิด democration (รากฐานประชาธิปไตย) ครูให้ความรู้ ก็เน้นผลลัพธ์อย่างเดียว เราต้องให้โอกาสเขาคิดก่อน ลองให้โอกาสเด็กได้แก้ปัญหาด้วยตนเอง ถ้าอยากให้เขาคิด ก็ต้องให้เขาแก้ปัญหาด้วยตนเอง วางรากฐานการให้คิด ให้คุณค่ากับแนวคิด แล้วลองแลกเปลี่ยนซึ่กันและกันแล้วจึงจะได้เห็นถึงการพัฒนา ครูเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ Thinking process เช่น เด็กที่แยก 1 กับ 4 มารวมกับ 9 ผลลัพธ์จะถูกของมันแน่นอน ถ้าเข้าถึงแนวคิด เด็กไม่ได้ ก็ไปต่อไม่ได้ ทำอย่างไรจะเอาแนวคิดจากนักเรียนให้ได้ (How) การแก้ปัญหา = การคิด  การให้ตัวอย่าง แล้วให้นักเรียนทำ ไม่ใช้การให้นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง</p><p>Open approach  คือวิธีการเข้าถึงแนวคิดของนักเรียน รับทุกแนวคิด เมื่อทุกแนวคิดได้รับการยอมรับ ก็อาจจะมีโอกาสถกกับครูได้ คาดการณ์แนวคิด(แนวคิดPDCA)-&gt;action-&gt;reflextion เพื่อการเข้าถึงคุณภาพการศึกษา เรามี cycle of leaening หลายวงมาก ตัวที่วิ่งผ่านคือ ชั้นเรียน ชั้นเรียนต้อง Open เรียกว่า Open class</p><p>เราทำอะำรได้ในศตวรรษที่ 21 ต้องผ่านการใช้ทักษะทางการคิด เด็กต้องมีการพัฒนาทักษะทางการคิด และตระหนักแนวคิดของตนเองและคนอื่น เพราะวันนี้เราเรียน เกี่ยวกับHow to learn  Now to learn สำหรับศตวรรษที่ 21  คือการตระหนักถึงแนวคิดของตนเองด้วยการอภิปรายร่วมกันทั้งชั้นเรียน</p><p>2. keyword ที่งจะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><p>-Imagin the Future</p><p>-Formative assesment</p><p>-Open class</p><p>-How to learn</p><p>-Now to learn </p><p><strong>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p>การใช้ทักษะทางการคิด เด็กต้องมีการพัฒนาทักษะทางการคิด และตระหนักแนวคิดของตนเองและคนอื่น เพราะวันนี้เราเรียน เกี่ยวกับHow to learn  Now to learn สำหรับศตวรรษที่ 21  คือการตระหนักถึงแนวคิดของตนเองด้วยการอภิปรายร่วมกันทั้งชั้นเรียน</p><p><br></p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 10:20:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072063255</guid>
      </item>
      <item>
         <title>สิเนวดี เบ็ญเจิด ป.โท ปี 1</title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072162307</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย</p><ul><li><p>การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ประเด็นเรื่อง POA&nbsp; หากลองคิดกลับว่ากระบวนการที่เด็กมีเครื่องมืออย่างไรมากกว่าสนใจผลลัพธ์ เช่น การนับจะช่วยทำให้ไปสู่ผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งการนับก็มีหลายแบบ ควรค่าแก่การนำมาอภิปรายหน้าชั้นเรียน ชั้นเรียนจึงจะเกิดการอภิปรายร่วมชั้น เพื่อตระหนักถึงแนวคิดตนเอง และผู้อื่นว่ามีคุณค่าพอๆ กัน &nbsp; กระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการเรียนสอน ปกติจะเน้นผลลัพธ์ แต่จะเปลี่ยนใหม่เป็นการเน้นที่กระบวนทัศน์&nbsp; ไม่ใช่แค่ให้ความรู้แต่ต้องให้โอกาสในการคิด ถ้าไม่มีโอกาสให้คิด ก็ไม่มีโอกาสได้พัฒนา มองความแตกต่างให้เป็นทรัพยากร ใช้OA ในการดึงความแตกต่างในการพัฒนา</p></li><li><p>การนำวิธีการสอนแบบญี่ปุ่นมาปรับในรูปแบบไทย ๆ เช่น&nbsp; การพัฒนาการคิดในบริบทชั้นเรียน คืออะไร การฝึกให้นักเรียนคิดเพื่อให้เหตุผล สิ่งที่ใช้คิดไม่ใช่สาระสำคัญ วิชากลายเป็นสาระ แต่สมัยก่อน ตัวที่ใช้พัฒนาการคิด สาระสำคัญอยู่ที่การพัฒนาการคิด จะแทนด้วยภาพ ไม่เอาตัวเลข เป็นรูปทรงต่างๆ ทำให้เด็กสามารถเห็นภาพได้</p></li><li><p>นักเรียนไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่เรียนรู้จากการสะท้อนผล คิดแล้วให้คนอื่นตรวจไม่ใช่การคิดด้วยตนเอง ต้องเรียนเพื่อตนเอง learn for youself ทำให้เห็นจุดที่ควรพัฒนา การเรียนรู้จึงต้องผ่านจากการตระหนักของตนเอง</p></li><li><p>วิธีการ 4 step open approach and 3 lesson study มารวมกัน ต้องมีวงจรคุณภาพไม่ใช่การดำเนินการเป็นเส้นตรง จะต้องมีการหมุนเวียน กลับมาแก้ไขพัฒนาเพื่อให้เกิดคุณภาพมากยิ่งขึ้น </p></li><li><p>กระบวนการที่จะนำไปใช้ในห้องเรียนได้ คือ</p><ol><li><p>สร้างสถานปัญหา สถานการณ์ปัญหา ที่ครูสร้าง ปัญหาของนักเรียนจะเกิดเมื่อนักเรียนมาเผชิญกับปัญหา ครูต้องคาดการณ์ สถานการณ์ปัญหา ต้องมี 1) บริบทที่มีความหมายกับนักเรียน 2) เงื่อนไข สั้น ๆ ในรูปคำสั่ง คือตัวที่จะทำให้นักเรี จะทำให้สามารถนำสิ่งนี้เข้าไปในชั้นเรียนได้&nbsp; ทำให้สามารถทำ การวัดผลระหว่างทางได้ (formative)</p></li><li><p>ครูสังเกต</p></li><li><p>สร้างการตระหนักด้วยการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้</p></li><li><p>เรียนรู้จากการสะท้อนผล</p></li></ol></li></ul></li><li><p>keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</p><ul><li><p>competency (สมรรถนะ)</p></li></ul><ul><li><p>Lesson study</p></li><li><p>การตระหนักถึงแนวคิดตนเอง</p></li><li><p>การสะท้อนผล</p></li><li><p>การตั้งเงื่อนไขคำสั่ง</p></li></ul></li><li><p>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</p></li></ol><p>การคิดพัฒนาการคิดของญี่ปุ่น มีการสอนที่รับฟังการเห็นที่แตกต่างของนักเรียน มีบรรยากาศในชั้นเรียนที่ทำให้นักเรียนมีข้อโต้แย้งกัน ซึ่งต้องเป็นตัวครูผู้สอนที่ต้องเตรียมสถานการณ์ปัญหาที่ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 15:28:24 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072162307</guid>
      </item>
      <item>
         <title>วชิรวิทย์ วังทะพันธ์ ป.โท ปี 2 </title>
         <author></author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072173622</link>
         <description><![CDATA[<ol><li><p>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย </p><ul><li><p>Open approach  คือวิธีการเข้าถึงแนวคิดทุกคน วิธีการสื่อสารคือ open ended approach เมื่อเรายอมรับแนวคิด นักเรียนจะเกิดความมั่นใจ ในการถกแนวคิด ซึ่งการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โมเดลเชิงนวัตฒกรรมการศึกษาชั้นเรียนด้วยวิธีการแบบเปิด [Thailand Lesson Study incorporated With Open Approach (TLSOA)]TLSOA :Part วิธีการเข้าถึงแนวคิดนักเรียน และเข้าถึงความหลากหลายของแนวคิด ซึ่งตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ ทุกคนจะมีโอกาสถกเถียงกัน เป็นการ Chang สอนให้นักเรียนคิดได้ด้วยตนเอง แต่หลักคิด Part ขอบ OA มาบูรณาการใหม่คือ teaching approach ซึ่งรากเหง่ามาจาก John Dewey (1933) ซึ่งหัวใจสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิดคือ ห้ามทำเป็นเส้นตรง และ ที่ญี่ปุ่น ถ้าไม่มี Cycle จะทำให้ไม่มีคุณภาพในประเทศไทยจึงนำ LS และ OA เป็น Cycle เพื่อเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาทักษะการคิดในโรงเรียน จาก approach ของญี่ปุ่น มาออกแบบเป็น approachของไทย ในการพัฒนาทักษะการคิด เพราะไม่ได้มีแค่วงเดียว แต่มีวงรายสัปดาห์ วงรายเทอม วงรายปี วงรายระดับนานาชาติ ซึ่งเรามี cycle หลายวงมาก ๆ ของ cycle of learning  แต่ทุกวงที่เหมือนกันคือ ชั้นเรียน ซึ่งชั้นเรียนต้องถูกเปิด ที่เรียกว่า open class เนื่องจาก จะเป็นวงรอบแรกถึงวงรอบสุดท้าย</p></li></ul></li><li><p> keywordที่นำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง: </p><ul><li><p>Lesson study</p></li><li><p>Open approach </p></li><li><p>TLSOA</p></li><li><p>Dewey(1933) “ learning by” …….. doing with reflecting</p><p>จากการสืบค้นต่อ Dewey(1933) ได้เน้นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) โดยแสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนมีโอกาสได้ทำกิจกรรมหรือโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมด้วยตนเอง &nbsp;การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและเป็นที่จดจำมากขึ้น เนื่องจากประสบการณ์ตรงที่ผู้เรียนได้รับนั้นมีความหมายมากกว่าการฟังหรือการอ่าน และโรงเรียนควรจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดอย่างเป็นระบบและมีความหมาย โดยการจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาจริงที่มีความชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของนักเรียน ซึ่งเป็นการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และทักษะการแก้ปัญหา (Problem-solving skills) อย่างเป็นกระบวนการ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงบทบาทของครูในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาความคิด โดยครูมีบทบาทหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา แต่ยังเป็นการเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องเกิดจากการเชื่อมโยงความคิดกับการลงมือปฎิบัติ ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่</p><p>Dewey, J. (1933). School conditions and the training of thought. In <strong>How we think</strong> (pp. [51-61]). Houghton Mifflin.</p></li></ul></li><li><p>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</p><ul><li><p>จุดเริ่มต้นของ thinking process เริ่มต้นที่แนวคิด ไม่ใช่เนื้อหา กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นยังไง thinking process เข้ามาแทนเนื้อหา ถ้าเข้าถึงกระบวนการคิดไม่ได้ ก็ไปต่อไม่ได้</p><p>หน้าที่ของครูคือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด แล้วเอาแนวคิดมาจากนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง อย่าให้ตัวอย่างก่อน การให้ตัวอย่างก่อนไม่ใช่ approach ที่จะให้นักเรียนคิดด้วยตัวเอง การเปิดโอกาสให้นักเรียนอยากรู้อยากเห็นหรือมีปัญหาเป็นของตัวเอง เพื่อจะแก้ปัญหาและคิดได้ด้วยตนเอง คือแนวทางที่เหมะสม </p></li></ul></li></ol>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 16:06:59 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072173622</guid>
      </item>
      <item>
         <title>นางสาวฐิติภา วารี ป.โท ปี1</title>
         <author>thitiphaw</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072180715</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>1.ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยาย </strong>การศึกษาเพื่อพัฒนาสมรรถนะ(ความรู้ ทักษะ เจนคติ)</p><p>ในปัจจุบันความรู้เปลี่ยนเร็ว ต้องมีสมรรถนะที่ทำให้เกิดความแตกต่างต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสมรรถนะ ไม่เน้นเรื่องความรู้อย่างเดียว การศึกษาในครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก การศึกษาไม่ได้เริ่มต้นที่โรงเรียน ควรเริ่มที่ครอบครัว การสร้างคาแรคเตอร์ให้ตัวเอง การสร้างรากฐานให้คนที่จะไปเป็นครู หรือคนที่เป็นครูอยู่แล้ว</p><p>แบ่งเป็น 3 ประเด็น</p><p><strong>กระบวณทัศน์ใหม่ในการจัดการเรียนการสอน</strong></p><p>เวลาเราให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ การเรียนแบบเปิดจะเป็นอย่างไร แค่เราบอกว่าไม่มีเวลาแสดงว่าเราโทษคนอื่นแล้ว มันขึ้นอยู่กับการจัดการเวลาของตัวเอง ระดับเล็กที่สุดในชั้นเรียน 9+4 เน้นผลลัพธ์ให้ได้13 แต่ถ้าเราย้ายการคิดว่าสาระสำคัญที่ควรจะคิดไม่ใช่13 กระบวนการการคิดเขา แนวคิดของเขา การนับถ้าลงรายละเอียดนักเรียนแต่ละคนก็จะมีการนับที่แตกต่าง การบวกเครื่องมืออาจจะไม่ใช่แค่การนับ อาจจะมีการแยก เช่น แยก1ออกจาก4 มาเติมใน9ให้เป็น10 ทำให้ตรรหนักในสิ่งที่ไม่เคยมี ชั้นเรียนก็จะเกิดการอภิปรายแนวคิดทั้งชั้นเรียน คนที่นับก็เคารพคนที่แยกแล้วรวม การเคารพแนวคิดที่แตกต่างในชั้นประถมศึกษา จะเกิดประชาธิปไตย เน้นผลลัพธ์13 เน้นprocess กระบวนการ ถ้าการเน้นแบบผลลัพธ์ กระบวนการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด ไม่ใช่เป็นการให้ความรู้ แต่เป็นการให้โอกาสนักเรียน ให้โอกาสเขาคิดก่อนก่อนตัดสินว่าเขาคิดไม่เป็น ต้องให้เขามีโอกาสแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง การเปิดโอกาสในครอบครัว โรงเรียน สังคม เป็นเรื่องการค่อยๆให้คุณค่า ครูอยากได้แบบนี้แต่เธอไม่ให้แบบนี้ก็ปัดตก ไม่ใช่เอาผลลัพธ์มาตัดสิน</p><p>เน้นผลลัพธ์ มีครู นักเรียน เนื้อหา อีกแบบมีครู เนื้อหา</p><p>ทำไมครูต้องอยู่กับความหงุดหงิดจนเกษียณ เลิกให้ความสำคัญการความรู้ มาให้ความสำคัญกับการคิด thinking process เราทำสิ่งที่รู้คำตอบอยู่ซ้ำเรามีปัญหารึป่าว ถ้าให้ความสำคัญกับ process &nbsp;ถ้าให้ความสำคัญกับ thinking process มันก็จะการันตีผลลัพธ์ สิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของ thinking process เริ่มที่แนวคิดของนักเรียน กระบวนการสอนของครูเน้นกระบวนการคิดของนักเรียน ถ้าเข้าถึงแนวคิดของนักเรียนไม่ได้ก็ไปต่อไม่ได้ ให้นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเองการให้ตัวอย่างก่อน ค่อยแก้ปัญหา ไม่ใช่ Approach ที่ให้นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการจัดการเรียนการสอน การให้นักเรียนมีปัญหาของตัวเอง เพื่อให้แก้ปัญหาด้วยตัวเองคิดได้ด้วยตัวเอง</p><p>ครูสอนโดยการบอกความรู้แต่อยากให้นักเรียนคิดได้ด้วยตัวเอง ครูไม่ได้ลงทุนมาเอาแนวคิดของเขามาพัฒนา</p><p>ระบบหลักสูตรและการเรียนการสอน</p><p>ระดับหลักสูตรมี3ระดับ</p><ul><li><p>Intended Curriculum หลักสูตรที่คาดหวัง มีการวิจัยเชิงนโยบาย จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงหลักสูตรต่อไป</p></li><li><p>Implemented Curriculum ระดับนําไปใช้ ต้องมีการเตรียมคําอธิบายหลักสูตร คู่มือครู หนังสือเรียน สื่อ วัสดุ อุปกรณ์การเรียนการสอน ฯลฯ จะต้องมีการสร้างแบบทดสอบ ทดสอบสมรรถนะผู้เรียนว่าได้ตามที่คาดหวังหรือไม่</p></li><li><p>Attained Curriculum ระดับที่นักเรียนได้ เรียนรู้จริง โดยมีการฝึกหัดครู พัฒนา ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ฯลฯ</p></li></ul><p><strong>การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาทักษะการคิด</strong></p><p>ระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ เราถูกครอบงำด้วยระบบการสอนอีกแบบนึง ญี่ปุ่นจัดการศึกษา152ปีเป็นอย่างน้อย เขาใช้เวลาร้อยปีเพื่อพัฒนาแนวคิด การมองความแตกต่างให้เป็นทรัพยากร ให้เป็นต้นทุนในการพัฒนาแนวคิด การไม่มีจึงมีความแตกต่าง ในญี่ปุ่นการไม่มีจะเคารพความเป็นตัวเองอย่างมาก</p><p>การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะแนวคิดไม่ใช่เพื่อให้ความรู้</p><p>What เนื้อหาหรือสิ่งที่เราต้องการให้ผู้เรียนรู้หรือเข้าใจ</p><p>Why เหตุผลหรือวัตถุประสงค์ที่อยู่เบื้องหลังการสอนเนื้อหานั้น</p><p>How วิธีการและกลยุทธ์ในการสอนเนื้อหานั้น</p><p>การฝึกให้คนคิด สิ่งที่ใช้คิดไม่ใช่สาระสำคัญ</p><p>เราเรียนรู้จากการ reflex จากประสบการณ์</p><p>Learn to think by themselves</p><p>Learning by doing reflecting</p><p>ครูกับนักเรียนต้องถกเถียงกันได้ argument จะเริ่มจุดไหนให้ครูกับนักเรียนถกเถียงกับได้</p><p>เป้าหมายสูงสุดคือเข้าถึงแนวคิดนักเรียน ครูญี่ปุ่นเรียนรู้ร่วมกันเพื่อที่จะเข้าถึงแนวคิดนักเรียนได้(Open approach) เมื่อเรายอมรับทุกแนวคิด ก็มีโอกาสที่เด็กจะสามารถถกเถียงกับครูได้สอนให้นักเรียนคิดได้ด้วยตัวเอง มันต้องทำให้เกิดไซเคิลในโรงเรียน cycle of learning</p><p>ต้องมีความคิดขั้นสุด นักเรียนต้องมีแนวคิดสำหรับตัวเอง และผู้อื่น 4 step ของopen approach เพื่อที่จะเข้าถึงแนวคิดนักเรียน ต้องมีสถานการณ์ปัญหาสิ่งที่ครูทำได้คือโจทย์กับ สถานการณ์ปัญหา บริบท กับเงื่อนไข เงื่อนไขในรูปคำสั่งไม่ใช่คำสั่งต้องการในรูปคำตอบ</p><p><strong>โจทย์ที่มอบให้ในระดับห้องเรียนในอนาคต TLSOA จะประเมินสมรรถนะอย่างไร</strong></p><p>สอบย่อยกับการเน้นผลลัพธ์ อยากให้ประเมินแบบใหม่ Formative assessment</p><p><strong>2.Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>open approach</p></li><li><p>Intended Curriculum</p></li><li><p>Implemented Curriculum</p></li><li><p>Attained Curriculum</p></li></ul><p><strong>3. ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านการสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><p>แผนการทำ Skill Set ให้กับนักศึกษาฝึกปฏิบัติการ ซึ่งการประเมินแบบเดิม (Summative) อาจจะไม่ตอบโจทย์ การประเมินแบบใหม่แบบใดที่จะประเมินเพื่อตรงกับศรรตวรรษที่ 21? เริ่มต้นจากการเข้าถึงแนวคิดของนักเรียน ปัญหาของนักเรียนเกิดตอนที่เผชิญกับสถานการณ์ปัญหา ซึ่งครูต้องคาดการณ์ไว้ ซึ่งประกอบไปด้วย<strong> บริบท+เงื่อนไขในรูปคำสั่ง</strong> เป็นสองอย่างที่ใช้สร้างสถานการณ์&nbsp; การทำแบบนี้จะสามารถนำสิ่งนี้ไปจัดการเรียนการสอนได้ ทำให้เราสามารถทำ Formative Assessment ได้ ตัวอย่างเช่น เรื่องน้ำหนัก เราจะสร้างสถานการณ์ปัญหาเพื่อเข้าถึงความคิดของผู้เรียนอยากไร ผู้เรียนไม่รู้ว่าอะไรหนักอะไรเบา ให้ผู้เรียนได้ลองยกของหนักและของเบา นี่คือตัวอย่างของการเข้าใจบริบทของชั้นเรียน นำไปสู่การสร้างเงื่อนไขในรูปคำสั่ง&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-08-10 16:32:23 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3072180715</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ลักษมณ ชินทะวัน ป.โท ปี 1</title>
         <author>luksamonch</author>
         <link>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3111584634</link>
         <description><![CDATA[<p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการฟังบรรยายในกิจกรรม Happiness and Imagining the future ห้องเรียนอนาคต</strong></p><ul><li><p>การที่เราบอกว่าเราไม่เวลา นั่นคือเราต้องตระหนักว่าบริหารจัดการเวลาไม่ดี</p></li><li><p>การจัดการเรียนการสอนควรเน้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด ทักษะการคิดให้สูงยิ่งขึ้น</p></li><li><p>การจัดการเรียนการสอน หากเราต้องการไปที่ผลลัพธ์ สิ่งที่ได้ก็คือผลลัพธ์ แต่หากต้องการพัฒนาการคิด สิ่งที่ควรเน้นก็คือ Thinking Process เมื่อ Thinking Process ถูกต้อง สิ่งที่ได้ตามมาก็คือผลลัพธ์ที่ต้องการ</p></li><li><p>การจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการแบบเปิด Open Approach จะมีการใช้ร่วมกันกับการศึกษาชั้นเรียน Lesson Study เพื่อให้มีการวางแผนร่วมกัน ใช้แผนการสอน และร่วมกันสะท้อน</p></li><li><p>หลักการของ John Dewey ไม่ใช่แค่เพียง Learning by Doing แต่เป็น Learning by doing with reflecting การเรียนรู้ไม่ใช่เพียงแค่การลงมือทำ แต่ยังจะต้องสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วย </p></li></ul><p><strong>Keyword ที่จะนำไปสืบค้นต่อ และนำไปอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง</strong></p><ul><li><p>Open Approach </p></li><li><p>Lesson Study </p></li><li><p>Mathematical Thinking </p></li><li><p>สมรรถนะ</p></li></ul><p><strong>ประเด็นที่ได้เรียนรู้จากการอ่านสะท้อนผลของสมาชิก</strong></p><ul><li><p>การเรียนไม่ได้เกิดแค่เพียงจากประสบการณ์ การลงมือทำ แต่เกิดขึ้นได้ด้วยการสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการตระหนักถึงความรู้อีกอย่างหนึ่ง</p></li><li><p>การอ่าน เมื่อเราอ่านและศึกษาค้นคว้ามากขึ้น ความเข้าใจและมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆก็จะกว้างมากยิ่งขึ้น</p></li></ul>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2024-09-10 07:49:52 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/thitiphaw/dcr25hx8pl0zxoed/wish/3111584634</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
