<?xml version="1.0"?>
<rss version="2.0">
   <channel>
      <title>20/02/18 by Phurichaya Kittijetsada</title>
      <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e</link>
      <description></description>
      <language>en-us</language>
      <pubDate>2018-02-20 04:10:10 UTC</pubDate>
      <lastBuildDate>2018-02-26 13:09:29 UTC</lastBuildDate>
      <webMaster>hello@padlet.com</webMaster>
      <image>
         <url></url>
      </image>
      <item>
         <title>ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233123640</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี<br></strong><br></div><div>กรุงธนบุรีมีอายุเพียง&nbsp; 15&nbsp; ปีแต่ก็ได้สร้างสรรค์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีคุณค่าอันสืบทอดมา<br><br></div><div>จนถึงปัจจุบัน&nbsp; โดยเกิดจากปัจจัยสำคัญ&nbsp; คือ<br><br></div><ol><li>&nbsp;การรับอิทธิพลด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมสืบทอดมาจากอยุธยา&nbsp; เช่น&nbsp; ด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ</li><li>&nbsp;การรับอิทธิพลจากอารยธรรมตะวันตก&nbsp; มีผลต่อภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี</li></ol><div>น้อยมาก&nbsp; ถึงแม้จะมีการเผยแผ่คริสต์ศาสนา&nbsp; แต่สิ่งที่สำคัญมากคือ&nbsp; ความต้องการอาวุธปืนที่ใช้ในการป้องกันประเทศ&nbsp; ดังปรากฏหลักฐานที่บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา&nbsp; ได้ถวายปืน&nbsp; 50&nbsp; กระบอก&nbsp; &nbsp; เพื่อแลกกับไม้ฝางของไทย<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในการพิจารณาทำเลที่ตั้งของราชธานี<br></strong><br></div><div>อยู่ริมแม่น้ำและอยู่ใกล้ทะเล&nbsp; การที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเลือกชัยภูมิให้เมืองธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ของไทยเพื่อป้องกันมิให้พม่าโจมตีได้&nbsp; เพราะแถบนี้น้ำลึก&nbsp; ถ้าข้าศึกยกทัพมาทางบกไม่มีทัพเรือเป็นกำลังด้วยแล้วยากที่จะเข้ามาตีกรุงธนบุรีได้&nbsp; ประกอบกับธนบุรีมีป้อมปราการมาตั้งแต่สมัยอยุธยา&nbsp; เป็นเมืองขนาดย่อม&nbsp; ทัพบกและทัพเรือของธนบุรี<br><br></div><div>ย่อมสามารถรักษาราชธานีไว้ได้&nbsp; แต่ถ้ารักษาไม่ได้&nbsp; ก็สามารถยกทัพกลับไปตั้งมั่นอยู่ที่เมืองจันทบุรีดังเดิม&nbsp; นอกจากนี้การที่กรุงธนบุรีตั้งปิดปากน้ำย่อมป้องกันมิให้หัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงที่ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของธนบุรีสามารถไปมาค้าขายหรือแสวงหาอาวุธจากต่างประเทศได้ยากขึ้น&nbsp; ขณะที่ทางธนบุรี<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในการปรับตัวเพื่อแก้ปัญหาการดำรงชีวิต<br></strong><br></div><div>สมัยธนบุรีได้ประสบกับภาวะสงครามและการขาดแคลนข้าว&nbsp; &nbsp; ทำให้เป็นปัญหา<br><br></div><div>ของสังคมไทยในขณะนั้น&nbsp; จึงมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการดำรงชีวิต&nbsp; เช่น<br><br></div><ol><li>สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแก้ปัญหาด้วยการโปรดให้ผู้คนที่อดอยาก</li></ol><div>เข้ามารับพระราชทานข้าวปลาอาหาร&nbsp; ขณะนั้นข้าวสารที่พ่อค้าสำเภาจีนนำมาขายมีราคาแพงมากแต่พระองค์ก็ซื้อข้าวสารแจกจ่ายราษฎรข้าวมาขายเพื่อหวังผลกำไรเป็นจำนวนมาก&nbsp; เมื่อข้าวสารในท้องตลาดมีมากจึงส่งผลให้มีข้าวสารมีราคาถูกลง<br>&nbsp; &nbsp;2. พระองค์ทรงให้บรรดาข้าราชการทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยหันไปทำนาเพิ่มปีละ&nbsp; 2&nbsp; ครั้ง&nbsp; ทั้งนาปี</div><div>และนาปรัง&nbsp; ทำให้มีข้าวบริโภคมากขึ้น&nbsp; ครั้นเมื่อเกิดหนูชุกชุมกัดกินข้าวในยุ้งฉางและทรัพย์สินของราษฎรเสียหายก็ทรงรับสั่งให้จับหนูมาส่งกรมนครบาล&nbsp; ทำให้จำนวนหนูลดลง ภูมิปัญญานี้ส่งผลถึงปัจจุบันทำให้ประเทศไทยติดอันดับในการส่งออกข้าวไปขายยังต่างประเทศ<br>&nbsp; &nbsp; 3. ให้ขุดคูเมืองทั้งสองฟากซึ่งเดิมเป็นสวนปลูกผักผลไม้ให้ขุดออกเป็นที่ท้องนา&nbsp; เรียกว่า</div><div>ทะเลตม&nbsp; เพื่อไว้ทำนาใกล้พระนคร&nbsp; สำหรับเป็นเสบียงในยามขาดแคลนข้าว &nbsp; แต่เมื่อข้าศึกยกมาก็สามารถทำเป็นที่ตั้งค่ายไว้ต่อสู่กับข้าศึกได้ สะดวกต่อการค้าขายทางทะเลกับต่างประเทศ และสามารถแสวงหาอาวุธได้ง่ายเพราะอยู่ติดทะเล<br><br></div><div><strong>ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยด้านศิลปกรรม<br></strong><br></div><div><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>เนื่องจากสมัยธนบุรีเป็นราชธานีในระยะเวลาสั้น ๆ&nbsp; และต้องตกอยู่ในภาวะสงครามตลอดเวลา<br><br></div><div>ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมด้านศิลปกรรมจึงมีอยู่บ้าง&nbsp; เช่น<br><br></div><div>เรือ&nbsp; การต่อเรือเจริญมากเพราะมีการต่อเรือรบ เรือสำเภา ตลอดจนเรือกระบวนไว้ใช้ในราชการเป็นจำนวนมาก<br><br></div><div>สถาปัตยกรรม&nbsp; กรุงธนบุรีเป็นยุคของการสร้างบ้านแปลงเมือง&nbsp; จึงมีการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก&nbsp; อาทิ&nbsp; พระราชวัง ป้อมปราการ กำแพงพระนคร พระอารามต่าง ๆ&nbsp; ลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยนี้ล้วนสืบทอดมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย&nbsp; ฐานอาคารจะมีลักษณะอ่อนโค้งดุจรูปเรือสำเภา&nbsp; ทรงอาคารจะสอบชะลูดขึ้นทางเบื้องบน&nbsp; ส่วนประกอบอื่น ๆ ของอาคารก็ไม่แตกต่างจากอยุธยามากนัก&nbsp; เป็นที่น่าเสียดายว่าสถาปัตยกรรมสมัยธนบุรีมักได้รับการบรูณะซ่อมแซมในสมัยหลังหลายครั้งด้วยกัน&nbsp; ลักษณะในปัจจุบัน<br><br></div><div>จึงเป็นแบบสถาปัตยกรรมในรัชกาลที่บูรณะครั้งหลังสุด&nbsp; เท่าที่ยังปรากฏเค้าเดิมในปัจจุบัน ได้แก่<br><br></div><div>ป้อมวิชัยประสิทธิ์ กำแพงพระราชวังเดิม พระตำหนักท้องพระโรง และพระตำหนักเก๋งคู่ในพระราชวังเดิมที่ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างมาจากจีน&nbsp; พระอารามทั้งในพระนครและหัวเมืองที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์<br><br></div><div>ในรัชกาลนี้ล้วนแต่ได้รับการบรูณะใหม่ในรัชกาลต่อมาเช่นกัน&nbsp; ที่ยังแสดงลักษณะศิลปกรรมสมัยกรุงธนบุรี&nbsp; ได้แก่&nbsp; พระอุโบสถและพระวิหารน้อย วัดอรุณราชวราราม&nbsp; พระอุโบสถและพระวิหารเดิมวัดราชคฤห์<br><br></div><div>พระอุโบสถเดิมวัดอินทาราม&nbsp; ตำหนักแดง วัดระฆังโฆสิตาราม&nbsp; และพระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม<br><br></div><div>ประณีตศิลป&nbsp; กรุงธนบุรีมีนายช่างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อย่างพร้อมมูล ทั้งช่างรัก ช่างประดับ<br><br></div><div>ช่างแกะสลัก ช่างปั้นและช่างเขียน&nbsp; งานประณีตศิลป์ชิ้นสำคัญสมัยนี้ ได้แก่ ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ 4 ตู้<br><br></div><div>ในหอวชิรญาณ&nbsp; ซึ่งได้มาจากวัดราชบูรณะ วัดจันทาราม และวัดระฆังโฆสิตาราม&nbsp; ช่างหล่อคนสำคัญปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า&nbsp; โปรดให้หลวงวิจิตรนฤมล&nbsp; ปั้นพระพุทธรูปให้ต้องตามพุทธลักษณะที่โปรดให้สอบสวน&nbsp; แล้วหล่อพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยืนองค์หนึ่งปางสมาธิองค์หนึ่ง&nbsp; งานแกะสลัก&nbsp; ได้แก่พระแท่นบรรทมในพระอุโบสถน้อย วัดอรุณราชวราราม&nbsp; ในพระวิหารวัดอินทาราม&nbsp; และตั่งจากอำเภอแกลง<br><br></div><div>จังหวัดระยอง&nbsp; ซึ่งเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ<br><br></div><div>จิตรกรรม&nbsp; ภาพจิตรกรรมสมัยธนบุรีอาจดูได้จาก ตำราภาพไตรภูมิ (ฉบับหลวง)&nbsp; มีการวาดภาพเกี่ยวกับไตรภูมิหรือโลกทั้งสาม&nbsp; เพื่อปลูกฝังให้คนไทยเกิดความเชื่อในเรื่องบาปบุญคุณโทษ&nbsp; ประพฤติกรรมดี ละเว้นความชั่ว&nbsp; ซึ่งเก็บรักษาอยู่ ณ หอสมุดแห่งชาติ&nbsp; และลวดลายรดน้ำที่ปรากฏบนตู้พระไตรปิฎกและภาพจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์<br><br></div><div>วรรณกรรม<br><br></div><div>วรรณกรรมสำคัญที่เกิดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี มีดังนี้<br><br></div><div>1. บทละครเรื่องรามเกียรติ์&nbsp; พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี<br><br></div><div>2. ลิลิตเพชรมงกุฎ&nbsp; ประพันธ์โดยหลวงสรวิชิต (หน)<br><br></div><div>3. อิเหนาคำฉันท์&nbsp; ประพันธ์โดยหลวงสรวิชิต (หน)<br><br></div><div>4. กฤษณาสอนน้องคำฉันท์&nbsp; ประพันธ์โดยพระยาราชสุภาวดี&nbsp; และพระภิกษุอินท์<br><br></div><div>5. โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี&nbsp; ประพันธ์โดย&nbsp; นายสวนมหาดเล็ก<br><br></div><div>6. นิราศกวางตุ้ง หรือนิราศพระยามหานุภาพไปเมืองจีนครั้งกรุงธนบุรี พ.ศ. 2324&nbsp; บทประพันธ์ของ<br><br></div><div>พระยามหานุภาพ&nbsp; เป็นวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้<br><br></div><div>นาฏดุริยางค์และการละเล่น&nbsp; แม้ว่าศิลปกรรมเหล่านี้จะได้รับความกระทบกระเทือนจากภัยสงคราม&nbsp; โดยถูกพม่ากวาดต้อนไปบ้าง&nbsp; แต่ก็ยังไม่สูญหายไปเสียทีเดียว&nbsp; ยังคงหลงเหลืออยู่ตามหัวเมืองสำคัญ เช่น เมืองนครศรีธรรมราช&nbsp; และหลบซ่อนตัวตามเมืองอื่นบ้าง&nbsp; นอกจากในพระราชสำนักแล้ว&nbsp; สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี&nbsp; ได้พระราชทานโอกาสให้บุคคลทั่วไปมีครูฝึกสอนละครนาฏศิลป์&nbsp; และจัดแสดงได้โดยไม่จำกัด &nbsp; ทั้งนี้เพื่อบำรุงขวัญประชาชนซึ่งเพิ่งรวบรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นใหม่ ๆ&nbsp; นาฏศิลป์และการละเล่นสมัยกรุงธนบุรีที่ปรากฏหลักฐานในจดหมายเหตุ&nbsp; สมโภชพระแก้วมรกต พ.ศ. 2323&nbsp; คือ โขน หนัง หุ่น ละคร รำ (รำหญิง,รามัญรำ,ชวารำ,ญวนรำถือโคมดอกบัว) มโหรี ปี่พาทย์ ระเม็งโมงครุ่ม ญวนหกและคนต่อเท้า โจนหกร้านหอก หกไม้ลำเดียว หกไม้สูง 3 ต่อ ไต่ลวดลังกาไม้ลวดต่ำ คุลาเล็ก มังกรตรีวิสัย(แทงวิสัย) โตกระบือหรือโตกระบือจีนเงาะ มวย คู่ปล้ำ เสลหรือดาบดั้ง คู่ง้าว คู่ทวน คู่หอก คู่กฤช ชนช้าง แข่งม้า ทวนหลังม้า กระบี่หลังม้าและม้าคลุมม้าคลี&nbsp; และยังโปรดให้เจ้านครศรีธรรมราชจัดละครมาร่วมงานเป็นการประกวดประชันกับของหลวงด้วย&nbsp;</div><div><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-20 04:11:51 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233123640</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ 1</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638057</link>
         <description><![CDATA[<div>สิ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในสมัยกรุงธนบุรี มีเหตุผลจากข้อใด</div><div><br></div><div>ก.ความเชื่อ</div><div>ข.การสงคราม</div><div>ค.การแพทย์</div><div>ง.การค้า</div><div><br></div><div>ตอบ ข.การสงคราม เพราะ ความต้องการอาวุธปืนที่ใช้ในการป้องกันประเทศ จากหลักฐานที่ว่า ฮอลันดาได้นำบาทหลวงมาเผยแผ่ศาสนา พร้อมอาวุธปืนอีก 50 กระบอก&nbsp;</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-21 08:53:22 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638057</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ 2</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638165</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ภูมิปัญญาในการพิจารณาทำเลที่ตั้งของราชธานีธนบุรีคือ?<br></strong><br></div><div>ก.เป็นบริเวณที่มีชัยภูมิน้ำล้อมรอบและเป็นเมืองป้อมปราการมั่นคง<br><br></div><div>ข.มีป้อมปราการอยู่ทั้ง 2 ฟากแม่น้ำ คือ ป้อมวิชัยประสิทธิ์และป้อมวิไชเยนทร์<br><br></div><div>ค.มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน<br><br></div><div>ง.เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม&nbsp; เนื่องจากอยู่ในเส้นการค้าระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก<br><br></div><div>ตอบ ข.มีป้อมปราการอยู่ทั้ง 2 ฟากแม่น้ำ คือ ป้อมวิชัยประสิทธิ์และป้อมวิไชเยนทร์เพราะ สมัยอยุธยาเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิน้ำล้อมรอบและเป็นเมืองป้อมปราการมั่นคง และสมัยรัตนโกสินทร์มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน และเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม&nbsp; เนื่องจากอยู่ในเส้นการค้าระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-21 08:53:45 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638165</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ 3</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638808</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ข้อใดคือวรรณกรรมในสมัยธนบุรี<br></strong><br></div><div>ก.โคลงกำสรวล<br><br></div><div>ข. อิเหนาคำฉันท์&nbsp;<br><br></div><div>ค.สมุทรโฆษคำฉันท์<br><br></div><div>ง.ลิลิตพระลอ<br><br></div><div>ตอบ ข. อิเหนาคำฉันท์ เพราะหลวงสรวิชิต (หน) แต่งไว้ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อปีพ.ศ.2322 ส่วนโคลงกำสรวล สมุทรโฆษคำฉันท์ และลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยา<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-21 08:56:18 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638808</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ 4</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638840</link>
         <description><![CDATA[<div><strong>ข้อใดไม่ใช่ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในการปรับตัวเพื่อแก้ปัญหาการดำรงชีวิตในสมัยธนบุรี<br></strong><br></div><div>ก. ซื้อข้าวสารแจกจ่ายราษฎรเป็นจำนวนมาก&nbsp; เมื่อข้าวสารในท้องตลาดมีมากจึงส่งผลให้มีข้าวสารมีราคาถูกลง<br><br></div><div>ข. ให้บรรดาข้าราชการทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยหันไปทำนาเพิ่มปีละ&nbsp; 2&nbsp; ครั้ง&nbsp; ทั้งนาปีและนาปรัง&nbsp; ทำให้มีข้าวบริโภคมากขึ้น &nbsp;<br><br></div><div>ค.สร้างสรีดภงส์ เพื่อกักเก็บน้ำ<br><br></div><div>ง.ขุดคูเมืองทั้งสองฟากเพื่อไว้ทำนาใกล้พระนคร&nbsp; สำหรับเป็นเสบียงในยามขาดแคลนข้าว&nbsp;<br><br></div><div>ตอบ ค.สร้างสรีดภงส์ เพื่อกักเก็บน้ำ เพราะการสร้างสรีดภงส์มีมาตั้งแต่ในสมัยสุโขทัย<br><br></div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-21 08:56:28 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638840</guid>
      </item>
      <item>
         <title>ข้อ 5</title>
         <author>ellepcyy</author>
         <link>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638886</link>
         <description><![CDATA[<div>สภาพสังคมไทยสมัยกรุงธนบุรี มีลักษณะคล้ายคลึงกับสมัยใดมากที่สุด<br><br>ก.สุโขทัย<br><br>ข.อยุธยา<br><br>ค.รัตนโกสินทร์ตอนต้น<br><br>ง.รัตนโกสินทร์ตอนกลาง<br><br>ตอบ ข.อยุธยา เพราะมีการแบ่งชนชั้นออกเป็น<br><br></div><div>1. พระมหากษัตริย์ เป็นชนชั้นสูงสุดในสังคม<br>2. พระบรมวงศานุวงศ์<br>3. ขุนนางข้าราชการ<br>4. ไพร่ เป็นชนชั้นที่มีมากที่สุดในสังคม<br>5. ทาส เป็นชนชั้นต่ำสุดในสังคม ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายเงินมาก</div>]]></description>
         <enclosure url="" />
         <pubDate>2018-02-21 08:56:41 UTC</pubDate>
         <guid>https://padlet.com/ellepcyy/cwogu9bm0e8e/wish/233638886</guid>
      </item>
   </channel>
</rss>
